7 คนไทย “เก็บเห็ดลาว” ปรับ 6 พันบาท บ่ได้ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479714

7 คนไทย “เก็บเห็ดลาว” ปรับ 6 พันบาท บ่ได้ฉีดวัคซีน

20 ส.ค. 2564

ปิดฉาก 7 คนไทย “เก็บเห็ดลาว” ล้ำแดนสปป.ลาว บ่ได้ฉีดวัคซีน แถมถูกปรับคนละ 6 พันบาท คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กรณีกำลังทหารกอง ค.522 แขวงจำปาสัก ได้จับตัวคนไทย 7 คน ชาย 2 คน หญิง 5 คน อยู่บ้านสุขเกษม ต.คันไร่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ที่ข้ามแดนมาเก็บเห็ด ทางช่องหมากที (บ้านทุ่งกว้าง เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก ตรงข้ามบ้านนาวังลม อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี) เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2564

ทหารลาวได้นำตัวคนไทย 7 คน ไปมอบให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ประจำด่านสากลวังเต่า พร้อมโทรศัพท์ 6 เครื่อง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลาว ได้เก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด-19 แล้วส่งคนไทย 7 คน ไปอยู่ศูนย์กักกัน หลัก 21 เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก เพื่อจำกัดบริเวณ 14 วัน ตามมาตรการทางสาธารณสุข

ข่าวคนไทย 7 คน ถูกทหารลาวจับ กลายเป็นข่าวดราม่าทั้งประเทศ เมื่อช่อง 3 อ้างคำพูดนายอำเภอสิรินธร ว่า คนไทยที่ถูกจับ จะถูกกักบริเวณ 14 วัน และได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด

ต่อมา คณะเฉพาะกิจควบคุม และป้องกันโควิดแขวงจำปาสัก ได้ปฏิเสธข่าวเรื่องฉีดวัคซีนป้องโควิด-19ให้คนไทย ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติลาว

ล่าสุด คนไทยทั้ง 7 คน ถูกควบคุมตัวในศูนย์กักกันที่เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก ครบ 14 วัน จากนั้น ปกส.แขวงจำปาสัก (ตำรวจแขวงจำปาสัก) ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาลาว ซึ่งทั้ง 7 คน โดยปรับคนละ 6,000 บาท ข้อหารุกล้ำเข้าไปในเขตชายแดน สปป.ลาว เนื่องจากไม่ทราบแนวเขตประเทศที่แน่ชัด จึงทำให้เดินหลงเข้า

วันที่ 20 ส.ค.2564 สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำประเทศไทย ได้เดินทางไปรับ 7 คนไทย ที่ด่านชายแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร พร้อมส่งกักตัวตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ต่อไป

++

บทเรียนเก็บเห็ด

++

ประเด็นดราม่า “เก็บเห็ดได้ฉีดวัคซีน” นั้น มีสื่อไทย อ้างคำพูดของ อภัย วุฒิโสภากร นายอำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี บอกว่า ชาวบ้านทั้ง 7 คน จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ หรือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ก่อนจะถูกนำตัวส่งตัวกลับไทย

ขณะที่ท่านสุพาบ ทำมะรักสา เจ้าเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก ได้ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว (4 ส.ค.2564) เรื่องทางลาวจะฉีดวัคซีนให้คนไทยที่ถูกจับ

“หลังตกเป็นข่าว มีทางแขวงโทรศัพท์มาสอบถาม ก็ตอบไปว่า บ่ได้ไปสัญญากับไผว่าจะฉีดวัคซีนให้คนต่างประเทศ ข่าวดังกล่าวแม่นข่าวปลอม”

เจ้าเมืองโพนทองอธิบายขั้นตอนว่า เบื้องต้น คนไทยทั้ง 7 คน จะต้องถูกกักตัว 14 วัน ตามมาตรการสาธารณสุข หลังจากนั้น ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินคดีเข้าเมืองผิดกฎหมายของลาว หมายความว่า คนไทยจะถูกดำเนินคดีข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

อนึ่ง เมืองโพนทอง อยู่ตรงข้าม อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี แนวพรมแดนไทย-ลาว ด้านนี้เป็นป่าเขา ไม่มีแม่น้ำโขงกั้นเหมือนแขวงสาละวัน แขวงสะหวันนะเขต

++

บทเรียนสื่อไทย

++

ค่ำวันที่ 3 ส.ค.2564 ช่วงข่าวค่ำ สถานีโทละพาบแห่งชาติลาว อะโนมา ลัดทิดา พิธีกรชื่อดัง ได้อ่านคำชี้แจงกรณีคนไทย 7 คน ถูกจับกุมตัวที่ชายแดนไทย-ลาว ว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด แขวงจำปาสัก ได้แจ้งให้ทราบว่า คนไทยทั้ง 7 คน ได้ถูกนำไปกักตัวอยู่ศูนย์ควบคุมโควิด-19 หลัก 21 เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก

“ปัจจุบันนี้ เจ้าหน้าที่ของลาว กำลังดำเนินการเจรจากับไทย เพื่อส่งพวกเขากลับคืนประเทศแบบถูกต้องตามกฎหมาย และสนธิสัญญาระหว่างสองประเทศ..”

ส่วนกรณี “สื่อราชอาณาจักรไทย” ได้ออกข่าวว่า พลเมืองของไทยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดที่ สปป.ลาวนั้น “ข่าวนี้ บ่มีมูลความจริงแต่ประการใด บ่มีการสักวัคซีนให้พวกเขาทั้ง 7 คน ที่หลงเข้ามาอยู่ใน สปป.ลาว ฉะนั้น ขอแจ้งให้รับทราบตามนี้ด้วย”

นี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างลาว-ไทย อันเนื่องมาจาก “สื่อไทย” เป็นต้นเหตุการกระจายข่าวสารที่ไม่ได้ตรวจสอบอย่างถูกต้อง

ท้วง “ข้อสั่งการ” นายกฯ บ.ออสแลนด์ฯ งัด “ทีโออาร์” ไม่มีเงื่อนไข “WHO” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479704

ท้วง“ข้อสั่งการ”นายกฯ บ.ออสแลนด์ฯงัด”ทีโออาร์” ไม่มีเงื่อนไข “WHO”

20 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/embed/2JcbFh6Ujos

บริษัทนำเข้าชุดตรวจ”LEPU” ท้วง”ข้อสั่งการ”นายกฯ ยืนยัน ไม่มีเงื่อนไขต้ตองได้รับการรับรองจาก “WHO”ในการประมูล

สามวันผ่านมา ข้อสั่งการให้เร่งจัดหา ชุดตรวจเอทีเค ที่มีมาตราฐานสากล องค์การอนามัยโลกรับรอง  ของนายกรัฐมนตรี  ยังไม่มีรูปธรรม แม้ก่อนวันประชุม คณะรัฐมนตรี องค์การเภสัชกรรม พยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะเร่งลงนาม นำเข้า LEPUจากคู่สัญญา อย่างออสแลนด์ แม้ชมรมแพทย์ชนบท จะออกมาทัดทานเพราะชุดตรวจ ATK ล็อตใหญ่ ยี่ห้อนี้ นอกจากเป็นชุดตรวจที่มีความคลาดเคลื่อนสูง  ยังถูกFDAสหรัฐฯ ระงับใช้ แถมยังไม่ได้รับการรับรองจากWHOหรือองค์การอนามัยโลก 

ท้วง“ข้อสั่งการ”นายกฯ บ.ออสแลนด์ฯงัด"ทีโออาร์” ไม่มีเงื่อนไข “WHO”

ข้อสั่งการดังกล่าวทำให้ บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด บริษัทผู้นำเข้าชุดตรวจ LEPU ส่งหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนข้อสังการดังกล่าว ที่ระบุให้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ต้องผ่านการรับรองจาก WHO โดยอ้างว่าในทีโออาร์ที่ใช้ในการประมูลชุดตรวจ ATK ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขข้อนี้ไว้ และย้ำว่าชุดตรวจ LEPU ผ่านการรับรองโดย อย.ไทย และผ่านมาตรฐานของหลายประเทศ  

สปสช.ในฐานะเจ้าของงบประมาณ แต่ไม่มีอำนาจในการจัดหา ต้องพึ่งพาองค์การเภสัชกรรม ทำให้มีคำถามว่าทีโออาร์ใครเป็นคนกำหนด นี่จึงไม่น่าแปลกใจที่ ชมรมแพทย์ชนบทออกมาขอบคุณ นายกรัฐมนตรี ชุดตรวจโควิดต้องแม่นยำที่สุดจึงจะหยุดปัญหาได้ 
การยกเลิกประมูลสามารถทำได้ ตามที่นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานคณะกรรมการต่อรองราคาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแนะนำไว้ เมื่อมีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีการลงนามในสัญญากับบริษัทที่นำเข้า 
แต่จนถึงขณะนี้ เสียงตอบรับที่มีจากองค์การเภสัชกรรม คือยังไม่ได้รับเห็นหนังสือข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ

ท้วง“ข้อสั่งการ”นายกฯ บ.ออสแลนด์ฯงัด"ทีโออาร์” ไม่มีเงื่อนไข “WHO”
ท้วง“ข้อสั่งการ”นายกฯ บ.ออสแลนด์ฯงัด"ทีโออาร์” ไม่มีเงื่อนไข “WHO”

ครั้นเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้า นายกฯบอกว่าให้รอกระทรวงสาธารณสุขอธิบาย ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทก็มีข่าวมาขาย ว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคขู่สละเรือเพื่อจะนำเข้า LEPU แต่ดูๆไป ที่ผ่านมาเคยแผลงฤทธิ์ไว้ในสภา ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ สุดท้ายก็ยังอยู่แต่ถ้านายกฯยังยอมตามคำขู่ต่อไป คำถามที่ว่าเรามีนายกฯไว้ทำไมจะส่งเสียงดังยิ่งๆขึ้นไป จนท้ายที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องมีพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ  

ไม่หนีไม่หลบ “ธนาธร” จุดชนวนวิ่ง “ไล่ประยุทธ์” ต้นแบบม็อบรายวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479592

ไม่หนีไม่หลบ “ธนาธร” จุดชนวนวิ่ง “ไล่ประยุทธ์” ต้นแบบม็อบรายวัน

19 ส.ค. 2564

สยบดราม่า “ธนาธร” ไม่หอบลูกเมียหนี ขอแข่งวิ่งข้ามประเทศ จะกลับมา “ไล่ประยุทธ์” คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แชร์ภาพกันให้ว่อนโซเชียล กรณี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และครอบครัว เดินทางโดยสารการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ711 เดินทางจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2564 มีข่าวลือมากมายว่า “ธนาธรหอบลูกเมียหนีออกนอกประเทศ”

วันที่ 19 ส.ค.2564 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ใช้ทวิตเตอร์ @Thanathorn_FWP ชี้แจงเรื่องข่าวลือว่า “เพิ่งโดนหมายเรียกผู้ต้องหาคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพิ่มอีก 2 หมาย ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจากกรณีไหน แต่คาดว่า มาจากการไลฟ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาลเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา”

ธนาธรยังแจ้งว่า “เสร็จภารกิจทางนี้แล้ว ผมจะเดินทางกลับเพื่อไปตามหมายเรียก ไม่หนีครับ ไม่ต้องปั่น เดี๋ยวเจอกัน”

คำว่า “ภารกิจนี้” หมายถึงรายงานแข่งวิ่งเทรล ระดับโลก Ultra Trail du Mont Blanc ระหว่างวันที่ 23-29 ส.ค.2564 โดยธนาธร เข้าร่วมการแข่งขันในแบบทีม คือระยะ PTL ระยะทางรวม 300 กิโลเมตร รวมความสูงสะสม 25,000 เมตร วิ่งผ่าน 3 ประเทศคือ ฝรั่งเศส อิตาลี และ สวิตเซอร์แลนด์

ดังที่รู้กัน “ธนาธร” เป็นนักอ่านตัวยง และมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจคือ ชอบกีฬาเอ็กซสตรีม และมีกิจกรรมกีฬาเอาท์ดอร์แนวผจญภัยตลอด ชอบพายเรือคายัค ปีนเขา และเดินป่า

++

ฝันสู่ขั้วโลกใต้

++

ปลายปี 2560 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรองประธานกรรมการ กลุ่มไทยซัมมิท อาณาจักรผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของไทย ให้สัมภาษณ์ Forbes Thailand (เดือน ธ.ค.2560) เกี่ยวกับการท่องโลกกว้างผ่านกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีม

ปี 2559-2560 “ธนาธร” ปั้นโครงการ TJ’s True South เดินทางสู่ขั้วโลกใต้เป็นระยะทางกว่าพันกิโลเมตร เพื่อพิสูจน์แรงกายแรงใจ และแสวงหาคุณค่าชีวิตของเขา

ธนาธร มองว่า การทำธุรกิจและโครงการ TJ’s True South มีสิ่งที่เหมือนกันคือความกล้าเสี่ยง ผู้ประกอบการคือ risk taker การยอมรับความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากไม่พร้อมเสียเงินหรือเสียชื่อเสียง ก็ไม่สามารถผลักดันความคิดใหม่ๆ สู่สังคมได้

ธนาธรทุ่มเทกับโครงการ TJ True South ที่จะต้องเดินทางพร้อมคนไทย 10 ชีวิต เดินเท้ากว่า 1,200 กิโลเมตร เพื่อพิชิตขั้วโลกใต้ ในช่วงปลายปี 2561

ระหว่างทางที่จะไปสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ เดือน มี.ค.2561 ธนาธร และเพื่อนพ้องน้องพี่ ยื่นจดทะเบียนพรรคการเมืองชื่อ “อนาคตใหม่”

ตอนนั้น นักข่าวถามว่า ระหว่างปีนเขาที่ขั้วโลกใต้ กับพูดเรื่องประชาธิปไตยในไทย อะไรมีความเสี่ยงมากกว่ากัน ธนาธรอุทาน “โอ้โห อย่างหลังแน่นอน”

++

วิ่งไล่ลุง

++

วันที่ 21 ก.พ.2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี

ผลพวงของการยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ มีแฟลชม็อบ และการชุมนุมทางการเมืองบนท้องถนน

ก่อนหน้าจะถึงวันยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้มีกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ที่สวนรถไฟ “ธนาธร” ได้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งครั้งนั้นด้วย

“ธนาธร” กล่าวว่า การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อร่วมเป็นประวัติศาสตร์ นี่คือเสียงของประชาชนว่า เราไม่พอใจกับการสืบทอดอำนาจของ คสช. เราต้องการเปลี่ยนแปลง นี่คือจิตวิญญาณของคนที่ไม่ต้องการเผด็จการ ตนเชื่อว่าในปี 2563 เราจะเห็นการชุมนุมของพี่น้องประชาชน เพื่อเรียกร้องเพื่อความเป็นอยู่ของทุกคน

จากวันที่ยุบพรรคอนาคตใหม่ จนถึงปัจจุบัน ขบวนการภาคประชาชน ได้ลงสู่ท้องถนนไม่ขาดสาย ตลอดปี 2563 มีการชุมนุมขนาดใหญ่หลายสิบครั้ง จนกระทั่งเหตุการณ์ล่าสุดคือ คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ และม็อบรายวัน

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ธนาธร จึงส่งสารข้ามฟ้าผ่านทางทวิตเตอร์ ว่า “เสร็จภารกิจทางนี้แล้ว ผมจะเดินทางกลับ เพื่อไปตามหมายเรียก ไม่หนีครับ ไม่ต้องปั่น เดี๋ยวเจอกัน”

เสียงจาก “Clubhouse” หย่าศึกพรรคร่วม “ฝ่ายค้าน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479572

เสียงจาก”Clubhouse”หย่าศึกพรรคร่วม”ฝ่ายค้าน”

19 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/watch?v=pEBojIOK-Gc

ทักษิณ ปิยะบุตร จูบปากกลาง”Clubhouse” หย่าศึกชั่วคราว”เพื่อไทย” “ก้าวไกล”สองพรรคใหญ่ฝ่ายค้านประสานรอยร้าว

เสียงจาก"clubhouse"หย่าศึกพรรคร่วม"ฝ่ายค้าน"

ออกตัวว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อเคลียร์ปัญหาขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล สำหรับ ปิยะบุตร แสงกนกกุล จากกลุ่มก้าวหน้าที่เข้าไปร่วมพูดคุยปัญหาการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ในclubhouseของกลุ่มแคร์ คิดเคลื่อนไทย ถือว่าไม่ธรรมดา สำหรับคนที่เคยเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ปล่อยให้รุ่นใหญ่อย่างภูมิธรรม เวชชยชัยปะทะกับรุ่นใหม่ ชัยธวัช ตุลาธนแบบจบไม่ลงในโลกออนไลน์กันมาแล้ว 

ปิยบุตร เป็นหนึ่งในกลุ่มคณะนิติราษฎร์ที่พรรคเพื่อไทยฉวยหยิบใช้ข้อเสนอทางการเมืองมาเคลื่อนไหว เมื่อหลายปีที่ผ่านมา จึงไม่น่าแปลกใจว่าการออกมาร่วมclubhouse ในครั้งนี้มีเป้าหมายอะไรถ้าไม่ใช่เป้าหมายทางการเมืองเพราะตัวหลักclubhouse ของแคร์คิดเคลื่อนไทยชื่อทักษิณ ชินวัตร นี่จึงเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณประสานรอยร้าวพักการเมืองนอกสภาหันหน้าเข้าหากันใหม่
 

เสียงจาก"clubhouse"หย่าศึกพรรคร่วม"ฝ่ายค้าน"

สิ้นเสียงจากclubhouseที่พูดเรื่องเยียวยาขยับกลับไปดูความเคลื่อนไหวนอกสภาขับไล่รัฐบาลจะพบว่าฝ่ายค้าน เริ่มเดินหน้าเยียวยาผู้เดือดร้อนแบบสองขา พรรคก้าวไกลรับหน้าเสื่อดูแลคนเดือดร้อนจากมาตราการล็อกดาวน์ของรัฐเริ่มจากกลุ่มพนักงานนวด-สปาและจะตามมาด้วยธุระกิจร้านอาหารและคนกลางคืน ขณะที่พรรคเพื่อไทย เน้นไปที่ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการที่รัฐปฏิบัติกับผู้ชุมนุม 

เสียงจาก"clubhouse"หย่าศึกพรรคร่วม"ฝ่ายค้าน"

แยกกันเดินร่วมกันให้ความหวังกับพลังแรงหนุน ฐานการเมืองที่ค้ำจุนแต่ละพรรคไว้เสร็จศึกค่อยว่ากันใหม่ ผูกมิตรไว้ดีกว่าผลักมิตรออกไป เป็นศัตรู

“หมอประเวศ” เชื่อโควิด-19 ทำให้คนไทยก้าวข้าม “อำนาจรวมศูนย์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479552

“หมอประเวศ” เชื่อโควิด-19 ทำให้คนไทยก้าวข้าม “อำนาจรวมศูนย์”

19 ส.ค. 2564

“หมอประเวศ” ย้ำชีวิตมนุษย์สำคัญกว่ากฎระเบียบ คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ กำลังก้าวข้ามกรอบ “อำนาจรวมศูนย์” เพื่อให้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้รวดเร็วทันสถานการณ์ โดยไม่ยอมให้มีอะไรมาขวางกั้น

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฏรอาวุโส สะท้อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยได้ก้าวข้าม “อำนาจรวมศูนย์” ที่เรื้อรังมานานเกือบ ๑๐๐ ปี ไปสู่ความเจริญที่แท้จริงได้ ผ่านบทความหัวข้อ “Big Bangการระเบิดตูมใหญ่ของคนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์เปลี่ยนประเทศ”  มีใจความดังต่อไปนี้

การเจ็บป่วยล้มตายของคนไทยอย่างน่าสลดสังเวชจากโควิคได้จุดให้เกิดระเบิดตูมใหญ่ (Big Bang) ในหัวใจของคนไทยทั่วประเทศ

ตามปรกติคนทั่วไปก็ทำมาหากินประกอบอาชีพของตนๆ หรือดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเฉพาะตัว แต่ธรรมชาติของมนุษย์ มีเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ อันได้แก่ความเห็นใจ (Empathy) และการอยากทำประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ (Altruism) ในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำมาก ความยุ่งยากสับสน

จะกลบฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความดีเสียลึก จนคิดว่ามนุษย์ไม่มีหัวใจซึ่งไม่จริง ความจริงคือมี เมื่อมีมันจะระเบิดออกมาได้เป็นปรากฏการณ์ใหญ่แห่ง “คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์”

ดังที่เห็นคนไทยทั่วประเทศ ทุกชั้นวรรณะ ทุกกลุ่มอาชีพ กำลังช่วยทุ่มแรงกาย แรงใจ แรงความคิด กำลังทรัพย์เพื่อช่วยเหลือยามเพื่อนมนุษย์ ให้พอมีกินไม่อดตาย ให้ได้รับการดูแลรักษาด้วยประการต่างๆ นานา

แม้แต่พระสงฆ์ก็ยังเปิดวัดเป็นโรงพยาบาล มีกลุ่มคนหลายกลุ่มรวบรวมกำลังทรัพย์ไปอุดหนุน ร้านขายอาหารเล็กๆ ที่ขายไม่ได้ให้ทำอาหารกล่องแจกให้คนที่ไม่มีจะกิน แม่ค้ารายย่อยมีรายได้บ้าง ทำแจกแถมเพิ่มเข้าไปบ้าง คนที่ได้รับแจกก็ซาบซึ้ง

บางคนบริจาคสมทบ ๗ บาท เท่าที่มีอยู่ทั้งเนื้อทั้งตัว แพทย์พยาบาลที่ทนไม่ไหวต่อความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ ก็ออกนอกกรอบเพื่อให้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้มากขึ้น ฯลฯ

ระบบรัฐราชการ (Bureaucracy) มีกรอบและข้อบังคับมากมายเพื่อควบคุม ซึ่งมีเหตุผลในอดีต แต่ในสังคมปัจจุบันที่ซับซ้อนและยาก กรอบทางราชการที่ว่านั้นกลับกลายเป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นศักยภาพของคนไทยในการเผชิญสถานการณ์ใหม่

ประดุจลูกไก่ที่อยู่ในใข่ เริ่มแรกเปลือกไข่หรือกรอบช่วยปกป้องลูกไก่ แต่เมื่อลูกไก่โตขึ้นจนคับไข่ เปลือกไข่กลายเป็นกำแพงที่บีบรัดลูกไก่ ถ้ามันไม่สามารถกะเทาะเปลือกไข่ออกมาสู่ภพภูมิใหม่นอกไข่ มันจะถูกรัดจนตาย

กรอบทางราชการบีบรัดสังคมไทยมานาน ทำให้คนไทยเหมือน “ไก่อยู่ในเข่ง” จิกตีกันร่ำไป แต่ถึงจิกตีกันอย่างไรๆ ก็ออกจากเข่งไม่ได้ ได้พูดกันมานานว่าโครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์ เป็นปัญหาใหญ่ของชาติ แต่ไม่มีใครแก้ได้ วิกฤตโควิดมาเปลือยให้เห็นอย่างล่อนจ้อนว่า อำนาจรัฐรวมศูนย์มีสมรรถนะต่ำในการเผชิญปัญหาที่ยากและซับซ้อน

“กระบวนการคนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์” กำลังก้าวข้ามกรอบ หรือกะเทาะเปลือกไข่ เพื่อให้ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้รวดเร็วทันสถานการณ์ โดยไม่ยอมให้มีอะไรมาขวางกั้น

“ชีวิตมนุษย์สำคัญกว่ากฎระเบียบ” ทุกคนค้นพบความจริงจากสถานการณ์คับขันต่อชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ตามปรกติข้าราชการจะยึดกฎระเบียบเป็นตัวตั้ง เพราะการทำผิดระเบียบเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ในสถานการณ์โควิดเช่นนี้ไม่มีใครมาเอาเรื่อง สถานการณ์โควิคจึงช่วยให้คนไทยกะเทาะเปลือกไข่ออกมาเติบโตในภพภูมิใหม่ได้

การร่วมต่อสู้เพื่อเอาชนะวิกฤตโควิดด้วยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเห็นพ้องว่า ประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างอำนาจ โดยกระจายอำนาจไปอย่างทั่วถึง ให้ทุกองคาพยพ มีความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy) ที่สามารถคิดเอง ทำเอง ริเริ่มปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ประดุจที่หัวใจต้องเต้นเอง ปอดต้องหายใจเอง จะรอให้ส่วนกลางมาสั่งก็จะไม่ทันการณ์และสั่งผิดสั่งถูก

โดยรัฐส่วนกลางปรับบทบาทเป็นผู้นำทิศทางนโยบายและการตั้งเป้าหมายร่วม กับเอื้ออำนวยให้ทุกภาคส่วนของสังคมสามารถปฏิบัติสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

มีการเรียกร้องมานาน ให้มีการปรับโครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์แต่ไม่เคยสำเร็จ สถานการณ์โควิคและการระเบิดตูมใหญ่ของหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ทำให้ทุกฝ่ายเห็นความจำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบแห่งกฎระเบียบทางราชการ นั่นก็คือประเทศไทยกำลังเดินไปสู่การปรับโครงสร้างอำนาจรัฐหลังโควิด

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ๒ ประการ เพราะสถานการณ์โควิด คือ

๑. การระเบิดพลังจิตสำนึกใหม่ ที่เรียกว่า “คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์”

๒. การปรับโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์

สองเรื่องนี้อันได้แก่ จิตสำนึกใหม่ และการปรับโครงสร้างอำนาจ คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนประเทศไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นวิกฤตโควิดซึ่งเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างสำคัญ ถ้าคนไทยตระหนักรู้ว่าโอกาสที่จะสร้างประเทศไทยยุคใหม่อยู่ต่อหน้าเราแล้ว ด้วยปัจจัย ๒ อย่างคือ จิตสำนึกใหม่แห่งการมีหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ และการปรับโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์ เราจะสามารถก้าวข้ามวิกฤตการณ์เรื้อรังที่ดำเนินมาเกือบ ๑๐๐ ปี ไปสู่ความเจริญที่แท้จริงได้

เรามาถูกทางแล้ว ขอให้กระบวนการคนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ เติบโต ขยายตัว เพิ่มคุณภาพจนเต็มประเทศ คนไทยจะรักกัน ชื่นชม ยินดีต่อกัน เรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ และพ้นทุกข์ร่วมกันได้

หมายเหตุ การสื่อสารเพื่อถักทอพลังบวกบนแผ่นดินไทย ควรทำงานเต็มลูกสูบ

คาร์ม็อบปูทาง “จาตุรนต์” จับมือ “ณัฐวุฒิ” เปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479531

คาร์ม็อบปูทาง “จาตุรนต์” จับมือ “ณัฐวุฒิ” เปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่

19 ส.ค. 2564

ลาก่อนทักษิณ “จาตุรนต์” ผนึกแกนนำ นปช. ตั้งพรรคเส้นทางใหม่ ใช้คาร์ม็อบนำร่องหาเสียงคนรุ่นใหม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ในที่สุด “จาตุรนต์ ฉายแสง” ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า มีการก่อตั้งพรรคการเมือง ผ่านเฟซบุ๊ค Chaturon Chaisang โดยไม่ระบุชื่อพรรค

“ผมขอถือโอกาสนี้ชี้แจงสักหน่อยครับ ผมกับเพื่อนๆร่วมกันสร้างพรรคการเมืองมาระยะหนึ่งและมีความคืบหน้าไปพอสมควร เตรียมจะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งใจว่าจะเชิญคนมาร่วมงานให้คึกคัก แต่ต้องเลื่อนมาเพราะสถานการณ์โควิด บางช่วงก็เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองอาจจะไม่ค่อยอำนวยเท่าใดนัก”

แม้ “เสี่ยอ๋อย” จะไม่บอกชื่อพรรค แต่แวดวงการเมืองก็รู้มานานแล้วว่า “พรรคเส้นทางใหม่” เป็นพรรคของนัการเมืองคนดังเมืองแปดริ้ว

“เราจะปรับแผนงานเปิดตัวเสียใหม่ให้เรียบๆง่ายๆเหมาะกับสถานการณ์และเปิดตัวในเร็วๆนี้ครับ” เสี่ยอ๋อยสรุปไว้ตอนท้ายสเตตัสว่าด้วยการเปิดตัวพรรค

แหล่งข่าวแถวปากเกร็ดทราบดีว่า “พรรคเส้นทางใหม่” จะมีการเปิดตัวภายในเดือน ส.ค.2564 แต่บังเอิญโควิดระบาดหนัก จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน

++

เดิมชื่อวิสัยทัศน์ใหม่

++

นับแต่ “พรรคไทยรักษาชาติ” ถูกยุบ กลุ่มผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคส่วนใหญ่ ไม่ได้กลับไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และในนั้น มีชื่อ จาตุรนต์ ฉายแสง รวมอยู่ด้วย

กลางปี 2562 ในงานวันเกิดของ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กลางเดือน พ.ค.2562 มีแกนนำ นปช. และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ มาร่วมงานพร้อมหน้า นัยว่า “เสี่ยอ๋อย” ได้ร่วมพูดคุยกับอดีตแกนนำ ทษช. เรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่

ถัดมา วันที่ 7 มิ.ย.2563 มีรายงานข่าวว่า “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ร่วมกับ “เสี่ยอ๋อย” เตรียมจัดตั้ง “พรรควิสัยทัศน์ใหม่” แต่ก็ได้รับการปฏิเสธข่าวจากเสี่ยอ๋อย

ว่ากันว่า มีการเตรียมก่อตั้งพรรคใหม่จริง ในเบื้องต้นว่า “ว.” เด็กของ “เฮีย พ.” จะรับบทผู้บริหารจัดการหลังม่าน ในการสร้างพรรคใหม่ เพื่อชิงลูกค้ากลุ่มเดียวกับพรรคก้าวไกล

วันที่ 20 มี.ค.2564 “เสี่ยเอ” เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ประกาศผ่านเฟซบุ๊ค ส่วนตัวเรื่องการลาออกจากพรรคเพื่อไทย และเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคเส้นทางใหม่” ต่อมา “เสี่ยเอ” ได้จัดการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคที่ร้อยเอ็ด

“เสี่ยเอ” สนิทสนมกับ “เสี่ยอ๋อย” มาตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ และตอนที่มาอยู่พรรคไทยรักไทย “เสี่ยเอ” ก็อยู่ในกลุ่มจาตุรนต์ มาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อเสี่ยเอ ได้แจ้งข่าวเรื่องพรรคเส้นทางใหม่ คอการเมืองก็รู้ได้ทันทีว่า นี่คือพรรคใหม่ของเสี่ยอ๋อย

สรุปว่า “พรรคเส้นทางใหม่” จะมีหัวหน้าพรรคชื่อ “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ

++

คาร์ม็อบหาเสียง

++

ในข้อมูลของ กกต. พรรคเส้นทางใหม่ (สทม.) หรือชื่อภาษาอังกฤษ NEW DIRECTION PARTY (NEWDP) มีที่ทำการพรรคอยู่ที่ 3/1-3/2 ถนนนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ ม.13 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช อันเป็นบ้านเกิดของ “เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

รายงานข่าวระบุว่า “เสี่ยเต้น” ได้พูดคุยกับจาตุรนต์ มาตั้งแต่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ เรื่องการตั้งใหม่ ให้เป็นพรรคทางเลือกของคนรุ่นใหม่ พรรคนี้ไม่ใช่สาขาพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคเสื้อแดง แต่จะวาง Positioning แบบเดียวกับพรรคก้าวไกล

ก้าวแรกของเสี่ยเต้นคือ การก่อตั้งสำนักข่าว UDD news ที่แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยรวบรวมแกนนำ นปช.กลุ่มหนึ่ง มาสร้างอาณาจักรใหม่ ก้าวที่สองคือ การตั้งพรรคการเมือง โดยมีสำนักงานพรรคอยู่ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

เบื้องต้น พรรคเส้นทางใหม่ จะมีผู้ก่อการประกอบด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, นพ.เหวง โตจิราการ, นิคม ไวยรัชพานิช ,วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ,ประภัสร์ จงสงวน, เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์, ฐิติมา ฉายแสง และวุฒิพงษ์ ฉายแสง

การเปิดตัวของ “เสี่ยเต้น” กับคาร์ม็อบ โดยสลัดภาพแกนนำ นปช. กระโจนลงถนนในนามเครือข่ายไล่ประยุทธ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “นายใหญ่แดนไกล”

ฉะนั้น “เสี่ยเต้น” ใช้คาร์ม็อบ เป็นดั่งกระบอกเสียงดึงคนรุ่นใหม่ให้มาอยู่ “เครือข่ายไล่ประยุทธ์” และรอเวลาให้โควิดลดความรุนแรง จึงจะเปิดตัวพรรคใหม่

“เสี่ยอ๋อย” กับ “เสี่ยเต้น” ได้เก็บรับบทเรียนจากพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต้องการยืนบนลำแข้งตัวเอง แต่ก็ยังเคารพนับถือทักษิณเหมือนเดิม

หลักเกณฑ์ขาย “ATK” ขัด “รัฐธรรมนูญ” นักกฏหมาย ยุ พิมรี่พาย ฟ้องกลับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479521

หลักเกณฑ์ขาย“ATK”ขัด“รัฐธรรมนูญ”นักกฏหมาย ยุ พิมรี่พาย ฟ้องกลับ

19 ส.ค. 2564

อดีตที่ปรึกษารองนายกฯประวิตร แนะ พิมรี่พาย ฟ้องกลับรัฐ ออกระเบียบขัดรัฐธรรมนูญ ทำประชาชนเข้าถึงชุดตรวจโควิดยาก

ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าการแจกATK ของพิมรี่พาย เป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้องค์การอาหารและยาก็ออกมายืนยันในทำนองเดียวกันโดย นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการฯยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย อย.และพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ถือว่าการจำหน่ายจ่ายแจกเป็นการกระทำเทียบเท่าเจตนาขาย เงื่อนไของค์การอาหารและยา อนุญาตATKวางจำหน่ายในร้านขายยาคลินิก สถานพยาบาลเท่านั้น 

หลักเกณฑ์ขาย“ATK”ขัด“รัฐธรรมนูญ”นักกฏหมาย ยุ พิมรี่พาย ฟ้องกลับ

ส่วนการโฆษณาต้องขออนุญาตจากอย.ก่อน    ถึงแม้จะเป็นคนที่สามารถโฆษณาขายได้เช่น ร้านขายยาจะขายผ่านออนไลน์ก็ต้องมาขออนุญาตว่าจะโฆษณาด้วยคำพูดอย่างไรที่ไม่มีการพูดเกินจริงทั้งนี้เหมือนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆจะโฆษณาก็ต้องขออนุญาตเช่นกันเรื่องนี้ทำให้มีคำถามว่า แล้วที่โฆษณาฝากร้านในเพจไทยรู้สู้โควิดของกระทรวงสาธารณสุขผ่านการพิจารณาหรือยัง

หลักเกณฑ์ขาย“ATK”ขัด“รัฐธรรมนูญ”นักกฏหมาย ยุ พิมรี่พาย ฟ้องกลับ

เรื่องนี้ดูเหมือนไม่จบง่ายๆเมื่อนักกฏหมายใหญ่อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ อย่างไพศาล พืชมงคลยุให้พิมรี่พายฟ้องกลับให้เป็นคดีตัวอย่างเพราะมองว่า การออกข้อกำหนดนี้กีดกันการเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการตรวจโควิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
หลักเกณฑ์ขาย“ATK”ขัด“รัฐธรรมนูญ”นักกฏหมาย ยุ พิมรี่พาย ฟ้องกลับ

ภาวะที่ประชาชนดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดจากโควิด อย.ขึ้นทะเบียนATKกว่าสามสิบรายการ ไพศาลแนะนำว่าต้องให้คนเข้าถึงง่าย ส่วนใครที่นำเข้าแบบผิดกฏหมายก็ต้องว่ากันไปตามกรณี ไม่ควรเหมารวมทำให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจยากแบบนี้ 

กลุ่มวัยรุ่นรวมตัว “แยกดินแดง” มุ่งราบ 1 บ้านนายกฯ ไร้ตู้คอนเทนเนอร์ขวาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479885

กลุ่มวัยรุ่น รวมตัว”แยกดินแดง” มุ่งราบ 1 บ้านนายกฯ ไร้ตู้คอนเทนเนอร์ขวาง

21 ส.ค. 2564

กลุ่มวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์นัดรวมตัวกันที่บริเวณ”แยกดินแดง” เพื่อมุ่งหน้า ราบ 1 บ้านพักนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีตู้คอนเทนเนอร์ขวางเช่นทุกวัน ขณะชาวแฟลตดินแดง ไม่ต้องการให้ที่นี่เป็นสนามรบ สุดท้ายถูกสั่งให้ปลดป้าย

21ส.ค.2564  ผู้สื่อข่าว รายงานสถานการณ์บริเวณแยกดินแดง ว่าเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ว่าเริ่มมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยายนต์มารวมตัวกันที่บริเวณแยกดินแดง นัดหมายมุ่งหน้าไปที่บ้านพักนายกรัฐมนตรี ที่ ราบ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต 

ขณะที่ก่อนหน้าที่ บริเวณหน้าแฟลตดินแดง มีการนำป้ายไวนิล เขียนข้อความว่า พวกเราชาวแฟลตดินแดง ไม่ต้องการให้ใช้พื้นที่เป็นสนามรบ  จาก คณะกรรมการแฟลต 1-17 ดินแดง 1 และกลุ่ม เรา เอ๋ อดิศร  ซึ่งต่อมา ทางการเคหะแห่งชาติได้สั่งให้นำป้ายไวนิลดังกล่าวออกแล้ว โดยให้เหตุผลว่า ชาวแฟลตดินแดง ไม่ได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้กรรมการฯปลดป้ายออก 

กลุ่มวัยรุ่น รวมตัว"แยกดินแดง" มุ่งราบ 1 บ้านนายกฯ ไร้ตู้คอนเทนเนอร์ขวาง

อย่างไรก็ตามที่บริเวณแยกดินแดง ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตู้คอนเทนเนอร์วางเป็นแนวกั้นกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้เกิดการปะทะกันบริเวณแยก ส่งผลให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ การย้ายตู้คอนเทนเนอร์ เป็นไปตามแนวทางของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  ที่ปรับยุทธวิธีในการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะบริเวณแยกดินแดงและ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติการภายในที่พักอาศัย ชุมชน หรือซอยเล็ก แต่เน้นรักษาพื้นที่บริเวณถนนเส้นหลัก ป้องกันไม่ให้มีการเผา ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และทรัพยสินของประชาชน หรือ โจมตีเจ้าหน้าที่ 

กลุ่มวัยรุ่น รวมตัว"แยกดินแดง" มุ่งราบ 1 บ้านนายกฯ ไร้ตู้คอนเทนเนอร์ขวาง


อย่างไรก็ตาม กลุ่มวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านถนนวิภาวดี และได้ใช้ระเบิดปิงปอง ปาใส่แนวรั้วของกองดุริยางค์ทหารบก ซึ่งอยู่ใกล้กับ รพ.ทหารผ่านศึก  

“สภา” ผ่าน “งบ ฯสธ.” ตำหนิจัด “งบฯ” ไม่สอดคล้องสถานการณ์ “โควิด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479871

“สภา”ผ่าน “งบ ฯสธ.” ตำหนิจัด”งบฯ”ไม่สอดคล้องสถานการณ์”โควิด”

21 ส.ค. 2564

มติ 242 ต่อ 124 เสียง สภาฯผ่านงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ตามที่คณะกรรมาธิการฯ ปรับแก้ลดงบประมาณราว 60 ล้าน จากที่เสนอขอมาทั้งหมดกว่า 37,000 ล้านบาท ตำหนิจัดงบฯไม่สอดคล้องสถานการณ์โควิด

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 242 ต่อ 124 เสียง ผ่านงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ตามที่คณะกรรมาธิการฯ ปรับแก้ลดงบประมาณราว 60 ล้าน จากที่เสนอขอมาทั้งหมดกว่า 37,000 ล้านบาท หลังใช้เวลาพิจารณาราว 4 ชั่วโมง  

โดย ส.ส.ส่วนหนึ่งได้อภิปรายตำหนิการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุข ทั้งที่เป็นหน่วยงานหัวใจสำคัญแก้ปัญหาโควิด-19 แต่กลับได้รับงบประมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และไม่มีงบที่น่าจะเพียงพอ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19

และยังมีงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ที่ควรตัดเพื่อมาใช้ในการแก้ไขสถานการณ์ พร้อมตำหนิถึงการแก้ปัญหา และการบริหารจัดการวัคซีน

รวมถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ อาทิ รายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับโครงการปลอดพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีมีจำนวนมากกว่า 695 รายการ เป็นเงินกว่า 140 ล้านบาท แต่รายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 กลับมีจำนวนน้อยและอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

จากนั้นที่ประชุม พิจารณามาตรา 26 งบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงสุดท้าย ก่อนประชุม จะเข้าสู่การพิจารณางบประมาณของหน่วยงานไม่สังกัดกระทรวง ศาล องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการประชุมว่าจะสามารถอภิปรายและจบในวันนี้หรือไม่ หลังนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ขอให้ ส.ส.เร่งรัดการอภิปราย เพื่อให้การพิจารณาจบภายในวันนี้

แต่หากไม่จบภายวันนี้ จะขอให้ที่ประชุม พักการประชุมในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) และมาประชุมต่อในวันที่ 23 สิงหาคม

ตร. เร่งสอบคลิป คฟ.ยิง “กระสุนยาง” ระยะประชิดใส่จยย.ผ่านแยกดินแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479866

ตร. เร่งสอบคลิป คฟ.ยิง”กระสุนยาง”ระยะประชิดใส่จยย.ผ่านแยกดินแดง

21 ส.ค. 2564

โฆษกนครบาล เร่งสอบ คลิป คฟ.ยิง”กระสุนยาง” ใส่รถจักรยานยนต์ในระยะประชิด ขณะผ่าน แยกดินแดง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ชี้ต้องดูเจตนา

21 ส.ค.2564  จากกรณีที่ในโซเซียล มีการแชร์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน หรือ คฟ.ใช้ปืนยิงกระสุนยาง ยิงใส่ผู้ที่ขับขี่รถจักรยายนต์ ผ่านบริเวณแยกดินแดง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ก่อนหน้าและหลังเกิดเหตุ ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงทำเช่นนั้น ซึ่งถ้าหากถ้า บช.น.ได้ภาพรวมทั้งหมดแล้วจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง แต่ตามหลักการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน จะใช้ในการยับยั้ง ห้ามปราม ระงับเหตุ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล

ส่วนการยิงระยะประชิด และช่วงตัวท่อนบนของร่างกายนั้น ต้องดูเจตนาของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการระงับเหตุหรือเป็นการป้องกันตัวเองหรือไม่  เบื้องต้นชายคนดังกล่าว ซึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นบุคคลใด และจะเรียกมาสอบสวนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรก่อน  

ส่วนคลิป ตำรวจควบคุมฝูงชน ยืนอยู่บนสะพานลอยหน้าแฟลตดินแดง และยิงกระสุนยางใส่ประชาชนบริเวณใต้แฟลตดินแดง และมีผู้หญิงถูกลูกหลงที่กลางหลังได้รับบาดเจ็บนั้น ทางบช.น.ยังไม่ได้รับรายงานคลิปดังกล่าว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่า หากตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่บกพร่องหรือมีความผิด ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็มีมาตรการดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอยู่แล้ว เหมือนที่เคยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุสลายการชุมนุมที่สะพานวันชาติ เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ตำรวจมีพฤติกรรมอาจเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงไม่ปฏิบัติตามหลักสากล โดยมีการใช้กำลังเข้าไปสลายการชุมนุม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จำนวน 18 คลิป ต้องขอใช้เวลาในการตรวจสอบว่า คลิปใดเป็นคลิปปลอม คลิปใดเป็นคลิปจริง หรือคลิปจริงที่ตัดทอนมาบางส่วน 

ในส่วนของการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณแยกดินแดง เมื่อวานนี้ พบมีความพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ และรื้อตู้คอนเทนเนอร์ โดยผู้ชุมนุมมีการขว้างปาลูกแก้ว ลูกหิน พลุเพลิง ระเบิดปิงปอง ไปป์บอมบ์ ใส่เจ้าหน้าที่ที่พยายามรักษาพื้นที่ ซึ่งตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุม 26 คน พร้อมตรวจยึดของกลางระเบิดปิงปอง ไปป์บอมบ์ และระเบิดแสวงเครื่อง 200 ลูก นำตัวส่งดำเนินคดีแล้ว โดยสรุปการดำเนินคดีในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 เป็นเวลา 2 เดือน มีจำนวนทั้งสิ้น 807 คดี มีผู้ต้องหาที่ต้องถูกดำเนินคดี 468 คน จับกุมแล้ว 211 คน