แก้ผ้าลุงแซม : ฟลอริดาลูกบ้าเที่ยวล่าสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595334

แก้ผ้าลุงแซม : ฟลอริดาลูกบ้าเที่ยวล่าสุด

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำหรับคนอเมริกัน ฟลอริดา เหมือนสวรรค์บนดินเลยก็ว่าได้เพราะเป็นรัฐที่ใครๆ อยากไปอยู่ อากาศดี ไม่หนาวเกินไปเป็นรัฐที่อเมริกันที่อาศัยในรัฐเขตหนาวอยากย้ายไปอยู่มากที่สุดเพราะเบื่อหน่ายกับความหนาวเหน็บเจ็บกระดูกทุกฤดูหนาวแถมยังชายหาดสะสวยให้น่าไปเที่ยวฟลอริดาจึงเป็นรัฐที่น่าอยู่สำหรับคนอเมริกันบางคนตั้งใจว่าจะขายทุกสิ่งอย่างแล้วไปอยู่ฟลอริดาในบั้นปลายชีวิต

สำหรับคนไทยนั้นไม่ต้องพูดถึงใครได้อยู่ฟลอริดาถือว่าอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ปลูกผักหญ้าผลไม้เมืองร้อนก็ขึ้น เรียกได้ว่าไม่มีอดไม่เหมือนรัฐเขตหนาวที่อดอยากปากแห้งตลอดทั้งปีทั้งชาติอากาศหรือก็ร้อนชื้นแบบเมืองไทยไม่ต้องห่มคลุมหลายชั้นเหมือนโซนหนาว

แต่ตอนนี้ฟลอริดากลายเป็นรัฐยอดป่วยโควิดพุ่งสูงลิ่วตอนเกิดการระบาดครั้งแรกปีกลายฟลอริดาก็ติดอันดับหนึ่งในห้าของรัฐที่มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสูงสุดพอเกิดการระบาดอีกรอบ ปรากฏว่าหนนี้หวยออกที่ฟลอริดาอีกหนแถมสาหัสกว่าบรรดารัฐที่เคยเต็งห้ามาด้วยกันเสียด้วยเห็นยอดป่วยแต่ละวันต้องยกมือทาบอกแม้จะไม่สูงโด่งเท่ายอดการระบาดรอบแรก แต่ก็น่าวิตกกังวลไม่ใช่น้อย

มาดูสถานการณ์ทั่วไปในอเมริกาสัปดาห์นี้กันมีการรายงานข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกให้โลกจนหลายคนคิดว่าเป็นข่าวปลอม แต่ล่าสุดซีดีซียอมรับว่านี่คือข่าวจริงนั่นคือสายพันธุ์เดลต้าสามารถติดต่อได้ง่ายพอๆ กับโรคอีสุกอีใสสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วและติดง่ายกว่าไข้หวัดสามารถแพร่กระจายเชื้อได้แม้กระทั่งจากคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว

นอกจากนี้ซีดีซียังเผยแพร่ข้อมูลที่น่าตกใจอีกเรื่องนั่นคือผลการวิจัยหนึ่งซึ่งศึกษาการแพร่ระบาดในรัฐแมสซาชูเซตส์ พบว่า 3 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อ เป็นกลุ่มคนที่ฉีดวัคซีนแล้วแม้การระบาดรอบนี้ระบาดหนักในรัฐทางใต้ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นลุยเซียนา อาร์คันซอ และฟลอริดา แต่ดูเหมือนว่าฟลอริดาจะนำโด่งอย่างไม่มีรัฐไหนแซงได้และคงไม่มีรัฐไหนอยากแซงอันดับในเรื่องยอดป่วยโควิด

ส่วนรัฐอื่นๆ ก็ลุกขึ้นสะบัดเนื้อตัวพรึ่บพรั่บเตรียมตัวรับสถานการณ์สายพันธุ์เดลต้าผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์บังคับพนักงานด้านการขนส่งเจ้าหน้าที่เรือนจำ บุคลากรตามโรงพยาบาลต่างๆ และเจ้าหน้าที่ประจำบ้านพักคนชราต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ก็ต้องเข้ารับการตรวจเชื้อเป็นประจำนายกเทศมนตรีเมืองเดนเวอร์บังคับฉีดวัคซีนลูกจ้างของเมืองที่มีมากกว่า11,000 คน

อาทิตย์ก่อนเล่าถึงความเบียวของผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ทั้งๆ ที่ยอดป่วยพุ่งปริ๊ดขนาดวันละสองหมื่นกว่าพี่แกก็ยังไม่ยอมออกคำสั่งใส่หน้ากาก แถมคัดค้านการให้ประชาชนสวมหน้ากากและฉีดวัคซีน

คือค้านทั้งใส่หน้ากากและฉีดวัคซีนว่างั้น แถมห้ามไม่ให้โรงเรียนต่างๆ บังคับให้นักเรียนใส่หน้ากากไปเรียนด้วย ..นั่น..เอาเข้าไปโดยให้เหตุผลว่าควรให้บรรดาผู้ปกครองควรเป็นคนตัดสินใจแทนเด็กๆ ในเรื่องนี้

หนักหนาสาหัสกว่านั้นเจ้าหน้าที่เคาน์ตี้ไหนให้นักเรียนสวมหน้ากากไปโรงเรียน รอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา สังกัดพรรครีพับลิกันขู่ฟ่อว่าจะตัดเงินงบประมาณทั้งที่ยอดผู้ป่วยท่วมโรงพยาบาลแล้วเวลานี้ สาหัสขนาดไหนคิดดูสิว่ายอดคนไข้โควิดในโรงพยาบาลที่ฟลอริดา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของคนไข้โควิดทั้งประเทศแถมตอนนี้คนป่วยไม่ใช่เป็นคนสูงอายุอีกต่อไปแล้วแต่ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวหลายโรงพยาบาลในฟลอริดาประกาศงดรับเคสคนไข้อื่นงดให้บริการผ่าตัดที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน เพื่อเอาเตียงคนไข้ให้ผู้ป่วยโควิด

ท่านผู้ว่าการรัฐฟลอริดาให้เหตุผลที่แม้แต่หมอเฟาซีฟังแล้วยังต้องปากอ้าตาค้าง พี่แกบอกว่าไอ้ที่เห็นว่ายอดป่วยเพิ่มสูงขึ้นนะ เป็นเพราะอากาศร้อนจนทำให้คนหลบแต่ในบ้าน พอเปิดแอร์ เชื้อโรคเลยกระจายอยู่ในบ้านทำให้ไวรัสหมุนเวียนในอากาศ เอ๊ะ..นี่เรียนจบมาทางไหนเนี่ย พี่หมอเฟาซียังอาย

ทั้งที่ระบาดกันระเบิดระเบ้อขนาดนี้จนมีการให้กลับมาสวมหน้ากากอีกครั้งหลายแห่งบังคับให้ทุกคนแสดงบัตรฉีดวัคซีนอย่างเมืองนิวยอร์กบังคับแสดงหลักฐานพิสูจน์ผ่านการฉีดวัคซีนโควิด หากต้องการเข้าไปในร้านอาหาร สถานออกกำลังกาย และธุรกิจอื่นๆ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นไล่พนักงานออก 3 คนเพราะไม่ได้ฉีดวัคซีนเช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ในนั้นรวมถึงเฟซบุ๊คและกูเกิลเผยว่าจะบังคับพนักงานฉีดวัคซีน สายการบินหลักๆ อย่างเดลตาแอร์ไลน์ส และยูไนเต็ด แอร์ไลน์สต่างบังคับพนักงานแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน งานนี้คงฟ้องยากเพราะรัฐบาลสหรัฐฯระบุว่าเป็นเรื่องชอบธรรมตามกฎหมายสำหรับนายจ้างที่จะบังคับพนักงานที่เข้ามาในสถานที่ทำงาน ฉีดวัคซีนโควิด

แทนที่คนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนจะไปฉีดวัคซีนแต่โดยดีซึ่งไม่ได้ยากอะไรแค่เดินไปที่ร้านขายยาหรือซูเปอร์มาร์เก็ตก็ฉีดได้ทันทีแต่พวกนี้กลับไม่ฉีด จนมีเคสแปลกๆ เกิดขึ้นทั่วอเมริกา

มาดูเคสนี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาไม่ยอมฉีดวัคซีนแต่หาทางออกด้วยการจะไปซื้อใบฉีดวัคซีนปลอม

ยุคแรกนี่ได้ยินว่าขายกันใบละ 20 ดอลล์ (600 บาท) นะตอนนี้มีพัฒนาการ..ขายกันสูงถึง 200 ดอลล์ (6,000 บาท) แบบนี้ยูไปฉีดวัคซีนไม่ดีกว่าเหรอ ง่ายกว่าแถมฟรีด้วย

อีกเคส ผู้โดยสารอเมริกันบินไปแคนาดา แต่ไม่ยอมฉีดวัคซีนเลยต้องหาทางออกเพราะสายการบินบังคับให้ทุกคนต้องแสดงบัตรฉีดวัคซีนทางออกของคู่นี้คือไปซื้อบัตรฉีดวัคซีนปลอมมายื่นให้แต่เจ้าหน้าที่สนามบินแคนาดาจับได้ ผลคือถูกปรับเงินคนละเกือบ 16,000 ดอลลาร์ หรือราว 5 แสนบาท

อย่างที่บอกแหละว่า พวกที่ไม่ยอมใส่หน้ากากและไม่ฉีดวัคซีนส่วนมากเป็นกลุ่มพวกสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เตือนว่าบัตรรับรองปลอมการฉีดวัคซีนว่อนสื่อสังคมออนไลน์และเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มคนต่อต้านวัคซีนและบรรดาผู้สนับสนุนของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเขียนคำแนะนำวิธีทำบัตรวัคซีนปลอมเอาไว้อย่างดิบดี เช่น ควรใช้กระดาษที่มีความหนาเท่าไหร่ ถึงจะเหมือนใบฉีดวัคซีนจริง

กระทรวงยุติธรรมอเมริการวบตัวหมอรายหนึ่งในแคลิฟอร์เนียเพราะทำบัตรฉีดวัคซีนปลอมให้คนไข้ว่าผ่านการฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาแล้วนี่ขนาดโควิดระบาดจนป่วยกันวันละแสนกว่าเข้าไปแล้วเกือบแตะระดับเดียวกับช่วงที่พีคสุดๆ เมื่อปีกลายบรรดาอเมริกันก็ยังทำหน้ามึนไม่สนวัคซีนทั้งที่คนไทยบูชาเทพไฟเซอร์ เทพโมเดอร์นากันอย่างหนักน่าเสียดายและเสียของจริงๆ

ความร้ายกาจของเดลต้านี่เจาะเกราะแตกทุกด้านและทุกด่านใช้เวลาแค่ 9 เดือนเองในการแพร่เชื้อจากเดือนพฤศจิกายนมีคนป่วยรายวันเฉลี่ยวันละแสนรายจนพุ่งไปถึงสองแสนห้าหมื่นรายในเดือนมกราคม พอวัคซีนมาคนเริ่มไปฉีด ยอดเลยลดลงในเดือนมิถุนายนเหลือแค่หมื่นคนต่อวัน

ตอนนี้ไต่ระดับมาแบบจัดหนัก แค่ 6 อาทิตย์แตะเพดานวันละแสนกว่าอีกแล้วบอกตรงๆ เลยว่า นาทีนี้ยังไม่รู้ว่าภาวะการระบาดของโรคจะจบลงตรงไหนจะหยุดที่เดลต้าหรือจะมีพันธุ์ใหม่เมดอินยูเอสเอกลายพันธุ์ระบาดขึ้นมาอีกหากเกิดการกลายพันธุ์ กลัวว่าวัคซีนที่มีอยู่ในตอนนี้จะต้านไม่อยู่ซ้ำอเมริกันยังไม่ยอมทำตามกฎระเบียบไม่รักษาระยะห่างไม่ใส่หน้ากากอะไรทั้งนั้น นี่หมายถึงความหายนะอย่างแท้จริง

คุณแหน : 17 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595332

คุณแหน : 17 สิงหาคม 2564

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll TALK-OF-THE-TOWN ข่าวสะพัดไปทั่วโลกเมื่อ FBI เผยพ่อค้าอาวุธไทยบงการให้ชาวพม่า 2 คน ลอบสังหาร เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็น จอ โม ตุน ณ นครนิวยอร์ก สาเหตุคาดว่า
มาจากการที่ท่านทูตขัดขืนคำสั่งของผู้กุมอำนาจ…ในสังคมไทยบ้างก็สงสัยว่า พ่อค้าอาวุธไทย จะมีกึ๋นทำงานข้ามชาติขนาดนั้นเชียวหรือ ขอบอกว่าไม่ต้องกังขา ในอดีตในเมืองไทยการค้าอาวุธกับกองทัพเป็นเรื่องของอิทธิพลจนถึงขั้นพัฒนาเป็นระบบโมโนโพลี… ใหญ่ที่สุดคือ โนวี่ (ชื่อใช้ในหมู่ผู้ใกล้ชิด) เขาสามารถบันดาลได้ทุกอย่างบนงบประมาณปีละหลายหมื่นล้านบาท เฉพาะในท้ายรถโรลส์-รอยซ์ เขาบรรทุกเงินสดวันละหลายสิบล้านบาท, ไวน์รอธส์ไชลด์เงินล้านหลายสิบลัง, กล่องกำมะหยี่บรรจุทองคำแท่งสวิสเตรียมไว้เป็นของฝากคนสำคัญได้ทุกเมื่อ จวบจนหมดยุคโนวี่แล้ว วงการค้าอาวุธจึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบ CARTEL ที่มีผู้ค้ารายใหญ่หลายรายเข้ามาต่อกรคานอำนาจกัน…

ll สถาบันมืออาชีพเขาทำงานกันอย่างนี้ OLYMPIC GAMES TOKYO ผ่านไปหยกๆ โดยมีกรุงปารีสมารับลูกเป็นเจ้าภาพใน 3 ปีข้างหน้า บอร์ดโอลิมปิกก็อนุมัติให้ดำเนินการจัดเหรียญผู้ชนะการแข่งขันในทันที รู้กันดีว่าฝรั่งเศสเป็นเอกอุในด้านการสร้างสรรค์งานใหญ่ระดับโลกอยู่แล้ว เฉพาะที่เกี่ยวกับเมืองไทย… 1) ออกแบบจัดสร้างเหรียญที่ระลึกเสด็จประพาสยุโรป โดย LA MONET โรงกษาปณ์รัฐวิสาหกิจฝรั่งเศส พ.ศ.2440… 2) พระบรมรูปทรงม้า ณ โรงหล่อซูสแฟร์ปารีส พ.ศ.2450 ซึ่งพระองค์เสด็จฯทอดพระเนตรด้วยองค์เอง… ครั้งนี้ฝรั่งเศสโชว์ความเหนือชั้นออกแบบเป็นเหรียญ “4-IN-1” คือหนึ่งเหรียญทองจะมีลูกคู่รวมเป็น 4 เหรียญ โดยมีวิธีใช้A) ประกบกันเป็นหนึ่งเหรียญอย่างหนา หรือ B) แยกเป็น 4 ชิ้นเหรียญทอง ฉะนั้นน้อง พาณิภัควงศ์พัฒนกิจ ต้องจองไว้ให้ได้ ครั้งหน้าจะได้สนองพระคุณกันครบถ้วนบริบูรณ์ กล่าวคือ…1) เกียรติศักดิ์มอบไว้แก่ตัว…2) มอบให้คุณพ่อผู้มีพระคุณ… 3) โค้ชเช ใจเพชร… 4) ท่านนายกสมาคมฯผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ผู้อุปถัมภ์ตลอดกาล…

ll ขอแสดงความเสียใจ ที่วงการเพลงยุค 60 ต้องสูญเสีย นักจัดรายการ เทวัญ วนะภูติ ด้วยวัย84 ปี เพราะโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ก่อน…คุณอาเทวัญได้รับการชักชวนจาก พล.ร.ต.กฤษฎิ์กมล กับ ธนษร กีรติบุตร ให้กลับมาจัดรายการ Young atheart คลื่น FM93.5 เมื่อหลายปีมาแล้ว จัดแต่เพลงสากลยุค 60 ล้วนๆ…

ll เพียงฤทัย ตันติธีรวิทย์ ได้รับข่าวดีในวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค.ว่า ลูกชายคนเล็ก “ณธีร์ธง” จะเดินทางไปรับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญยูนิเซฟ ประจำสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐฯเร็วๆนี้…

ll ส่วน ท่านอัครราชทูตที่ปรึกษา สถานทูตไทย ณ กรุงอังการาชา ครีย์นรทิพย์ เสวิกุล นำทีมเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยไปเยี่ยมเยียนพี่น้องคนไทยในนครอิสตันบูล นอกจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบแล้ว ยังไปให้ข้อมูลและตอบคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ โควิด-19 รวมถึงให้บริการกงสุลสัญจร พร้อมมอบของฝากเป็นหน้ากากผ้าที่สถานทูตฯจัดทำเพื่อพี่น้องคนไทย หน้ากากอนามัย สารสกัดฟ้าทะลายโจร แคปซูล ที่กระทรวงการต่างประเทศส่งมาให้โดยเฉพาะ และเจลล้างมือ…สร้างความอบอุ่นใจให้แก่คนไทยในตุรกีเป็นที่ยิ่ง…และทำให้รู้ว่า เราคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะไม่มีวันทิ้งกันเป็นอันขาด !!…ll

บารอนเนส

เซเลบริตี้ชวนปันบุญตอบแทนพระคุณแม่ ส่งต่อลมหายใจให้น้องมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595335

เซเลบริตี้ชวนปันบุญตอบแทนพระคุณแม่  ส่งต่อลมหายใจให้น้องมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ

เซเลบริตี้ชวนปันบุญตอบแทนพระคุณแม่ ส่งต่อลมหายใจให้น้องมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น้ำอบ-ม.ล.อรณิช กิติยากร และคุณแม่

เดือนสิงหาคมนี้ เป็นเดือนแห่งความรักที่ลูกๆ ทุกคนจะได้แสดงออกถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ต่อพระคุณแม่ ผู้หญิงที่มีหัวใจน่ากราบที่สุดในโลก แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่เราได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ไม่หยุดยั้งความรักระหว่างแม่และลูกได้ ดังนั้น ของขวัญพิเศษที่ลูกๆ ต่างเตรียมให้คุณแม่คือ การทำบุญ อย่างเช่น การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการโควิด-19

หนึ่งในเซเลบริตี้ใจบุญ น้ำอบ-ม.ล.อรณิช กิติยากร กล่าวว่า “โดยปกติทุกๆ ปี พอถึงวันแม่น้ำอบจะมีพวงมาลัยกราบคุณแม่และพาคุณแม่และครอบครัวไปรับประทานอาหารด้วยกัน หรือบางปีจะพากันออกไปเที่ยวต่างจังหวัดก็มี แต่ปีนี้ด้วยข้อจำกัดที่ต้องลดการเดินทาง เลยวางแผนไว้ว่าจะทำบุญด้วยการบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศล และมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เพราะเป็นอีกองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้พิการ น้ำอบทราบมาว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่นานนับปี ส่งผลกระทบต่อการทำงานของมูลนิธิฯ ทำให้ต้องหยุดชะงักไป การทำบุญในวันแม่ด้วยการบริจาคเงินในครั้งนี้ จะส่งผลให้มูลนิธิดำเนินงานได้ต่อไป ซึ่งน้ำอบจะโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร บริจาคในนามคุณแม่ค่ะน้ำอบเชื่อว่าคุณแม่ต้องปลื้มกับของขวัญชิ้นนี้ของน้ำอบแน่ๆ ค่ะ”

ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์ และคุณแม่

เช่นเดียวกับหนุ่มหล่อ ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์ กล่าวว่า “คุณแม่ เป็นผู้หญิงในดวงใจที่ผมรักมากที่สุด พระคุณแม่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดบนโลกนี้ วันแม่แล้วจะไม่มีของขวัญพิเศษให้ผู้หญิงที่ผมรักได้อย่างไรครับ ปีนี้เราคุยกันว่าจะไปบริจาคที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในขณะนี้เนื่องจากขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ เป็นอย่างมาก เพราะต้องดูแลผู้พิการที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิกว่า 800 คน ผมว่าจำเป็นนะที่เราคนไทยจะต้องช่วยกัน ผม คุณแม่ และครอบครัวเราเองก็เป็นอีกคนที่เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นต่างๆ ของมูลนิธิฯ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมต่อลมหายใจให้น้องๆ ผู้พิการเหล่านี้ร่วมฝ่าฟันผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ครับ”

ทั้งนี้ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นองค์กรที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยตรง เนื่องจากเป็นองค์กรสาธารณกุศลด้านคนพิการดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่ามากว่า 40 ปี เพื่อให้คนพิการได้พึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ผ่านมาได้ให้ความช่วยเหลือผู้พิการเป็นจำนวนมากจนเป็นที่ประจักษ์ในด้านการจัดการศึกษา การฝึกอาชีพ บริการจัดหางานรณรงค์ด้านการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของคนพิการ ซึ่งให้ความช่วยเหลือเยาวชนคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากที่โควิด-19 ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อมูลนิธิโดยตรง

เดือนสิงหา-วันแม่ปีนี้ จึงอยากเชิญชวนให้ลูกๆ ได้บริจาคช่วยเหลือผู้พิการกับทางมูลนิธิฯเพื่อร่วมทำบุญตอบแทนความรักที่มีต่อคุณแม่ เนื่องจากมีสถาบันศึกษาในการดูแลเป็นการให้บริการแบบประจำที่มูลนิธิฯ ต้องดูแลทั้งเรื่องที่พัก อาหาร การจัดการศึกษาและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง คนพิการส่วนใหญ่มีฐานะยากจน นักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการทั้งสิ้น รวมทั้งบุคลากรและครูกว่า 800 คน ซึ่งทั้งหมดมูลนิธิฯ ได้จัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้บริการช่วยเหลือคนพิการในทุกมิติหรือทุกเรื่อง เพื่อให้พวกเขามีอาชีพและช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยั่งยืน

สามารถบริจาคได้โดยโอนเงินผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชีมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้โทร. 02-5724042 ต่อ 8100 มือถือ099-3944795

‘ควีนนี่-เบญจรัตน์’ มิสซูปราฯ ไทยแลนด์ 2021 เข้ารอบ TOP 5 MISS TALENT #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595393

‘ควีนนี่-เบญจรัตน์’ มิสซูปราฯ ไทยแลนด์ 2021 เข้ารอบ TOP 5 MISS TALENT

‘ควีนนี่-เบญจรัตน์’ มิสซูปราฯ ไทยแลนด์ 2021 เข้ารอบ TOP 5 MISS TALENT

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.36 น.

เข้าท็อป 5!! – ‘ควีนนี่-เบญจรัตน์’ มิสซูปราฯ ไทยแลนด์ 2021 เข้ารอบ TOP 5 MISS TALENT  เตรียมโชว์บรรเลงเปียโนบทเพลง “ลาวดวงเดือน” อวดเอกลักษณ์ไทยบนเวทีโลก 18 ส.ค. นี้

16 สิงหาคม 2564 ควีนนี่ – เบญจรัตน์ อัครวณิชศิลป์ เอบิ Miss Supranational Thailand 2021 สร้างผลงานก้าวสำคัญ ให้ชาวไทยได้ชื่นใจ ประเดิมเวทีซูปราฯ 2021 ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบ Top 5 Miss Talent จากการแสดงเปียโน พร้อมขับร้องบทเพลง “ลาวดวงเดือน” ที่ถ่ายทอดเนื้อเพลงไทยด้วยความไพเราะจับใจก่อนจะมีการแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษในช่วงท้ายเพื่อให้ทั่วโลกได้เข้าใจความหมายอันงดงามของเพลงลาวดวงเดือน..โดยรางวัล Miss Talent นี้ ทางกองประกวดได้นำคลิปสั้นๆ จากผลงานความสามารถพิเศษรอบ Talent Entry ของผู้เข้าประกวดทุกประเทศเผยแพร่ทางยูทูปและเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกโหวตผ่านแอพฯ Supranational เพื่อเก็บคะแนนและคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายได้นำความสามารถพิเศษนี้ขึ้นไปแสดงจริงบนเวที ในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 เพื่อตัดสินรางวัล Miss Talent อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สำหรับแรงบันดาลใจในการแสดงพรสวรรค์พิเศษของควีนนี่ เป็นการนำเสนอบทเพลง “ลาวดวงเดือน” อีกหนึ่งเพลงไทยอันแสนงดงามและมีตำนานมามากกว่าร้อยปี ผสานกับสิ่งที่ควีนนี่รัก ผูกพัน และใช้เป็นเครื่องเยียวยาจิตใจ เปลี่ยนความเศร้า เป็นความสุขด้วยเสียงเพลง ทั้งในยามที่ตนเองเคยผ่านบททดสอบอันหนักหน่วงของชีวิตในอดีต และยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คืนกลับสู่สังคมด้วยการใช้เยียวยาจิตใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่กำลังประสบปัญหา ต้องการกำลังใจ จนเกิดเป็นโครงการ From The Ground Up อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของควีนนี่ที่ตัดสินใจเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ เพื่อนำสิ่งที่ตนเองรัก และมุ่งมั่นทำเพื่อสังคมมาตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ในประเทศไทย ขยายพลังบวกสร้างความสุขให้กว้างไกลไปถึงการประกวดระดับโลกในครั้งนี้

ร่วมชมและเชียร์การแสดงสุดพิเศษจากหัวใจของควีนนี่ พร้อมเปียโนจาก YAMAHA Music Thailand ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญของควีนนี่ ในค่ำวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ผ่านไลฟ์ของกองประกวดส่งตรงจากประเทศโปแลนด์ และร่วมกันส่งกำลังใจให้ ควีนนี่ และ ต้นกล้า ผ่านการโหวตบนแอพพลิเคชั่น Supranational ในหมวด Fan Vote เพื่อให้เป็นผู้มีคะแนนสูงสุดที่จะได้รับฟาสต์แทร็กในการเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย เพื่อนำโครงการ From The Ground Up ที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสังคมไทย ให้ขยายใหญ่ไปเป็นระดับโลก หรือส่งคะแนนโหวตในหมวด Talent Entry และชมคลิปผ่านแฟนเพจ และยูทูป ของกองประกวด Mister Supranational และ Miss Supranational เพื่อส่งให้มีโอกาสไปแสดงความสามารถบนเวทีใหญ่ให้โลกได้ประจักษ์ ได้ทาง https://youtu.be/2upTlSTXlek และ  https://youtu.be/Bt4qh84hS04 พร้อมร่วมส่งแรงเชียร์ให้แก่ ควีนนี่ ผ่านการถ่ายทอดสดบนแฟนเพจ Miss Supranational รอบไฟนอลในวันที่ 22 สิงหาคม 2564 เวลา 1:00 น. เป็นต้นไป และ ต้นกล้า ผ่านการถ่ายทอดสดบนแฟนเพจ Mister Supranational  รอบไฟนอลในวันที่ 22 สิงหาคม 2564 เวลา 21:00 น. เป็นต้นไป

Onitsuka Tiger เปิดตัวสนีกเกอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595292

Onitsuka Tiger เปิดตัวสนีกเกอร์

Onitsuka Tiger เปิดตัวสนีกเกอร์

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.39 น.

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่นจะปล่อยสนีกเกอร์ลิมิเต็ด อิดิชั่นที่เกิดจากการร่วมมือกับภาพยนตร์ของ Amazon Prime Video เรื่อง Cinderella

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เรื่องราวดั้งเดิมของซินเดอเรลล่าได้ถูกนำเสนอในมุมมองที่ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้น โดยได้นักร้องชื่อดังระดับโลกอย่าง Camila Cabello (คามิล่า คาเบลโญ) มารับบทนำเป็นซินเดอเรลล่าคนใหม่ที่มีความทะเยอทะยานและทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่และการสื่อสารความหลากหลายที่ได้รับการสนับสนุนในภาพยนตร์เรื่องนี้ Onitsuka Tiger จึงได้สร้างสรรค์สนีกเกอร์ขึ้นโดยอิงจากการตีความใหม่ของรองเท้าแก้วในนิยาย ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถเป็นตัวเอกได้ในทุกสถานการณ์โดยไม่มีข้อจำกัด

สนีกเกอร์รุ่นที่นำมาปรับปรุงสำหรับงานคอลลาบอเรชั่นครั้งนี้ คือ รุ่น P-TRAINER PRZM™ จากคอลเล็กชั่น Contemporary ของ Onitsuka Tiger โดยได้ใช้สีปริซึมกับตัวรองเท้าเพื่อสร้างเอฟเฟกต์มันวาวเหมือนกระจก ชวนให้นึกถึงรองเท้าแก้ว และยังมีดีไซน์ที่เข้ากันได้ดีกับการแต่งตัวทั้งแบบลำลองหรือเป็นทางการ

ในส่วนของพื้นรองเท้าที่โดดเด่นนั้นตกแต่งด้วยลาย Onitsuka Tiger Stripes อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ และ  มีรูปมงกุฏที่เป็นสัญลักษณ์จากภาพยนตร์เรื่องนี้ตกแต่งอยู่บริเวณส้นรองเท้า ส่วนโลโก้ของ Onitsuka Tiger และ   ชื่อภาพยนตร์ประดับอยู่ที่ป้ายลิ้นรองเท้าและพื้นรองเท้าด้านใน

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้ผลิตกล่องรองเท้าและถุงช็อปปิ้งตกแต่งด้วยงานกราฟฟิกดีไซน์จากภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษโดยจะวางจำหน่ายทั่วโลกในจำนวนจำกัดเพียง 800 คู่ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ที่ร้าน Onitsuka Tiger และที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ (P-TRAINER PRZM™ ราคา 7,500 บาท) และบนเว็บไซต์ทางการของ Amazon Japanร้านค้าออนไลน์:www.onitsukatiger.com/th/en-th/p/cinderella

‘วิคตัส’ ส่งต่อความห่วงใยมอบเครื่องฆ่าเชื้อโรค Super UVC ให้โรงพยาบาลศิริราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595231

‘วิคตัส’ ส่งต่อความห่วงใยมอบเครื่องฆ่าเชื้อโรค Super UVC ให้โรงพยาบาลศิริราช

‘วิคตัส’ ส่งต่อความห่วงใยมอบเครื่องฆ่าเชื้อโรค Super UVC ให้โรงพยาบาลศิริราช

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.07 น.

16 สิงหาคม 2564 บริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด (ViktasAeternum Co., Ltd.) ผู้นำด้านการจำหน่ายและผลิตเครื่องมือแพทย์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงมานานกว่า 20 ปีนำโดย คุณพีบงค์ภัค ธนมาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการและ คุณฐวีชัย รตนสิริวิทย์ผู้จัดการทั่วไปบริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด ได้ส่งมอบหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค Super UVC รุ่น Apollo จำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 5,000,000 บาท และในโอกาสเดียวกัน คุณศิริพงษ์ รุ่งโรจน์กิติยศ และคุณวรรณา เรามานะชัยได้บริจาคหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรครุ่นเดียวกันจำนวน 3 เครื่องมูลค่า 7,500,000 บาท  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรคนไทย ผลิตในประเทศไทย ภายใต้โรงงานที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีระดับโลก ให้แก่คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยมี รศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ฆ่าเชื้อโรคภายในโรงพยาบาลศิริราชให้สามารถต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค Super UVC เป็นเทคโนโลยี UVC สายเลือดไทยสุดล้ำที่พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรคนไทย ผลิตในประเทศไทยในโรงงานอันทันสมัยและใช้เทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด ตอบโจทย์การรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดปัจจุบันได้อย่างดี ช่วยให้ทุกธุรกิจและทุกพื้นที่ปลอดเชื้อโรคและเดินหน้าได้อย่างปลอดภัย ด้วยประสิทธิภาพที่ล้ำหน้าของ Super UVC ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ใช้งานง่าย สะดวกไม่ต้องเตรียมห้องหรือย้ายของออก ใช้เวลาฆ่าเชื้อโรคทั้งห้องเพียงแค่ 5-15 นาทีปลอดภัยต่อคน สัตว์ และสิ่งของ ไม่ทิ้งสารเคมีที่เป็นอันตรายตกค้างหลังการใช้งาน และมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งต่ำ นอกจากนั้น ยังช่วยลดมลพิษและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศอีกด้วย มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Apollo, Hercules และ Sapphire ทุกรุ่นได้มาตรฐานการรับรองจาก CE Mark, MASCI, ISO9001

ทั้งนี้ แสง UVC  หรือ รังสีอัลตราไวโอเลตชนิด C เป็นรังสีที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มีพลังงานมากสามารถทำลาย DNA และ RNA ของเชื้อโรคต่างๆ ทำให้แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อโรคนานาชนิดไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ โดยมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ารังสี UVC เป็นรังสีที่สามารถกำจัดเชื้อโควิด-19ได้ ปัจจุบันการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UVC เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมถึงประเทศยักษ์ใหญ่ที่สามารถจัดการกับวิกฤตการแพร่ระบาดcovid-19 ได้ดีอย่าง ประเทศจีน, สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน, สิงคโปร์และฮ่องกง

รศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช  กล่าวว่า “โรงพยาบาลศิริราชเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับการดูแลผู้ป่วยโควิด-19จำนวนมาก สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตลอดเวลาคือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เราจึงมีความจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่มากำจัดเชื้อ ซึ่งเครื่อง Super UVC ของ บริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัดที่เราเลือกใช้ เป็นเครื่องที่เราเชื่อมั่นว่า สามารถฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UVC ได้ในระดับสูง และจะช่วยโรงพยาบาลในการเตรียมสถานที่ในการรับผู้ป่วยใหม่ และสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติงาน”

ด้าน คุณพีบงค์ภัค ธนมาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการบริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง ได้เลือกใช้เครื่อง Super UVC ของบริษัทฯ   เทคโนโลยี UVC สายเลือดไทยที่ผลิตโดยคนไทย และเป็นนวัตกรรมที่เราภูมิใจ ซึ่งเรามั่นใจว่า Super UVC จะตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบันเพื่อการฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่าวิธีการแบบเดิม”

สำหรับ บริษัทวิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด เป็นบริษัทฯผู้นำด้านการจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงสัญชาติไทย ที่มีประสบการณ์มายาวนาน ก่อตั้งโดย คุณพีบงค์ภัค ธนมาประสิทธิ์ และคุณบัลลังก์ รุ่งโรจน์กิติยศสองนักคิดที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจเครื่องมือแพทย์ถึง 20 ปี โดยหลังจากที่คุณบัลลังก์สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้นำวิสัยทัศน์และความชื่นชอบการประดิษฐ์คิดค้นจับมือกับคุณพีบงค์ภัค ก่อตั้ง บริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัดสร้างสรรค์ผลงานการผลิตสินค้าเทคโนโลยีชั้นสูง (High-Technology) ที่ได้มาตรฐานระดับโลก : CE Mark สามารถช่วยบุคลากรทางการแพทย์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพประหยัดเวลา และงบประมาณ อีกทั้งเป็นสินค้าที่ใช้งานง่าย ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นสินค้านวัตกรรมที่ยกระดับสินค้าไทย ผลิตในประเทศไทย โดยคนไทยอีกด้วย

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Super UVC และ บริษัทวิคตัส เอเธอนั่มจำกัด ได้ที่เว็บไซต์ https://superuvc.viktas.com/หรือโทร. 020005959 และ 0834981666Line id: @viktas

อว.รับมอบ 10 ห้องความดันลบจาก ส.อ.ท. ให้ รพ.ธรรมศาสตร์สู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595084

อว.รับมอบ 10 ห้องความดันลบจาก ส.อ.ท. ให้ รพ.ธรรมศาสตร์สู้โควิด-19

อว.รับมอบ 10 ห้องความดันลบจาก ส.อ.ท. ให้ รพ.ธรรมศาสตร์สู้โควิด-19

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) โดยมี สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. รับมอบ

ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จำนวน 10 ห้องมูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ โดยมีสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. เป็นผู้ส่งมอบให้กับ รศ.เกศินี วิฑูรย์ชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2564 ณ อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

โดย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยถือว่ายังหนัก มีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่สูงขึ้น เฉพาะผู้ป่วยใน จ.ปทุมธานี มีจำนวนหลายร้อยคนต่อวันและ 1 ใน 3 คนจะมารักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ส่วนผู้มาตรวจหาเชื้อในแต่ละวันก็มีเป็นจำนวนมาก และกว่าร้อยละ 30 จะถูกตรวจพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อและโรงพยาบาลก็ต้องรับมาดูแลรักษาต่อ ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ของธรรมศาสตร์ ได้กลายเป็นผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 150 คน จากทั้งหมด 3.5 พันคน แม้เทียบสัดส่วนดูเหมือนจำนวนจะไม่มาก แต่การติดเชื้อของแต่ละคน ส่งผลกระทบต่อการทำงานมาก เพราะเราจะต้องกักตัวคนสัมผัสใกล้ชิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มีจำนวนกว่า 1 พันคนแล้ว วันนี้ทุกหน่วยในโรงพยาบาลจึงทำงานหนักมาก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อทุกเวลา ที่สำคัญขณะนี้ผู้ป่วยที่เป็นทั้งโรคไตและโควิด-19 มีเพิ่มจำนวนมากขึ้นและจะต้องทำการฟอกไตครั้งละกว่า 4 ชั่วโมง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ต้องใช้เวลาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันตามไปด้วย การที่ อว.ร่วมกับ ส.อ.ท. นำห้องความดันลบมามอบให้ รพ.ธรรมศาสตร์ จึงเป็นความช่วยเหลือที่มาถูกที่ถูกเวลา ตรงกับเป้าหมายเพราะเราต้องรบกับโควิด -19 บุคลากรทางการแพทย์ต้องการอุปกรณ์ป้องกัน นอกเหนือจากหน้ากาก ชุด PPE หรืออื่นๆ ดังนั้น ห้องความดันลบจึงจำเป็นมาก เพราะจะทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยมากขึ้น

ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) โดยมี สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. รับมอบ

ด้าน ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวว่า การส่งมอบห้องความดันลบให้ รพ.ธรรมศาสตร์ถือเป็นงานสำคัญและมีความหมายต่อ อว.เป็นอย่างยิ่ง เพราะมันหมายถึงเรายังอยู่ในสงคราม ยังต่อสู้ ยังไม่ยอมแพ้ และต้องยืนหยัดต้านให้ได้ แม้สถานการณ์ตอนนี้ยังหนักหน่วง แต่พวกเรายังมีกำลังใจตอนนี้ ถ้าเปรียบว่า “ดิน” หมายถึงประชาชน รู้ว่าเรากำลังทำงานอย่างหนักแต่ “ฟ้า” ซึ่งหมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงรับรู้เช่นกัน จึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์มาให้ รพ.สนามของ อว.เป็นจำนวนถึง 18.9 ล้านบาท เพื่อให้พวกเราทั้งหมดได้มีกำลังใจ และ อว.จะกระจายเงินจำนวนนี้ไปยังโรงพยาบาล 60 แห่งทั่วประเทศนี่คือสิ่งที่อยากจะส่งสารว่าพวกเราพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน ผู้บริหาร อว. พร้อมไปเยี่ยมให้กำลังใจทุกที่แม้จะเป็นพื้นที่เสี่ยงหรือลำบากก็พร้อมไป โควิด-19 ทำให้เราเห็นโอกาสใหม่ได้เร็วขึ้น เศรษฐกิจของประเทศกำลังจะเปลี่ยนไปหลังจากนี้ประเทศไทยมีขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสูงกว่าที่เราคิด อว.ก็มีงานวิจัย มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ที่พร้อมให้ภาคธุรกิจนำไปต่อยอด เพื่อพาประเทศไทยออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หลังโควิด-19 ผมยินดีเปิด อว.ให้ภาคเอกชนเข้ามาเลือกผลงานวิจัย นวัตกรรมนำไปต่อยอดใช้ในเชิงพาณิชย์”เยี่ยมชมห้องความดันลบแบบ Modular Unit

เยี่ยมชมห้องความดันลบแบบ Modular Unit

‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ ผนึกกำลังพันธมิตรเอกชน หนุนศูนย์พักคอย 4 มุมเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595105

‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ผนึกกำลังพันธมิตรเอกชน หนุนศูนย์พักคอย 4 มุมเมือง

‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ผนึกกำลังพันธมิตรเอกชน หนุนศูนย์พักคอย 4 มุมเมือง

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง โดย มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ เดินหน้าสนับสนุนศูนย์พักคอย (Community Isolation)4 มุมเมือง เสริมกำลังแกร่งด้วยพันธมิตรเอกชนกว่า10 ราย ช่วยคนไทยสู้วิกฤติโควิด-19 พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงาน และ ผู้ป่วย

เมื่อเร็วๆ นี้ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ.เมืองไทยประกันภัย และประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการจัดตั้งศูนย์ นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ เข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยมีผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ ประธานกรรมการโรงพยาบาลมิตรประชา ร่วมพูดคุยให้ข้อมูลการบริการประชาชนและระบบการทำงานต่างๆ เพื่อสานต่อความช่วยเหลือในระยะต่อไปแก่ศูนย์ฯ สามารถดูแลผู้ป่วยได้แบบ 360 องศา โดยได้ให้กำลังใจผู้ป่วยผ่านระบบ INTERCOM

ทั้งนี้ มูลนิธิมาดามแป้ง ยังได้พันธมิตรเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พักคอยทั้ง 4 มุมเมืองนี้ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรัฐอีกทาง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน), อเมริกัน อีเกิลเอาท์ฟิตเตอร์ส (American Eagle Outfitters), บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) (ฟาร์มเฮ้าส์), บริษัท ล็อคตั้น วัฒนา อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทย วี พี คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด, บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อจำกัด (มหาชน), สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ รุ่น 47 และ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด รวมถึงประชาชนจำนวนมากที่ร่วมสนับสนุนให้แก่มูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่อง

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “วันนี้พวกเราในฐานะมูลนิธิมาดามแป้ง มองว่าด้วยหนึ่งแรงช่วยเหลือคงจะน้อยนิดสำหรับความเดือดร้อนที่มีอยู่ในทุกหย่อมหญ้า การที่เราได้รับกำลังใจและแรงสนับสนุนจากพันธมิตรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางท่านไม่ได้ให้แค่เงินสนับสนุน แต่ยังช่วยส่งทรัพยากรที่มี มาร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งรถรับ-ส่ง, อาหาร,น้ำดื่ม ทำให้เราได้เห็นภาพความร่วมมือของภาคเอกชนที่ร่วมใจช่วยคนไทยในการต่อสู้วิกฤติ และขอขอบคุณเงินทุกบาทของผู้ที่มีจิตศรัทธาที่หลั่งไหลมาตลอดตั้งแต่ช่วงที่เราเตรียมความพร้อม และเริ่มเปิด CI ทั้ง 4 ศูนย์ฯ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ”

ศูนย์พักคอยวัดกำแพง (บางแวก) เขตภาษีเจริญ โดยโรงพยาบาลมิตรประชา มีขนาด 100 เตียง ซึ่งกำลังจะเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองอ่อนในพื้นที่ที่ลงทะเบียนผ่านระบบคัดกรองเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ผู้ป่วยได้เต็มจำนวนเตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

N Health ขยายขีดรองรับตรวจโควิด-19 บริการตรวจ RT-PCR และ Antigen บุคคลทั่วไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595100

N Health ขยายขีดรองรับตรวจโควิด-19  บริการตรวจ RT-PCR และ Antigen บุคคลทั่วไป

N Health ขยายขีดรองรับตรวจโควิด-19 บริการตรวจ RT-PCR และ Antigen บุคคลทั่วไป

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาเกือบสองปีที่การระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เกิดขึ้นมาถึง 4 ระลอก บริษัท เนชั่นแนลเฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health)ผู้ให้บริการด้านการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังอยู่เบื้องหลังการปฏิบัติงานการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อโควิด-19 ให้กับโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศมาโดยตลอด ปัจจุบัน N Health ได้ดำเนินการตรวจตัวอย่างในห้องปฏิบัติการอย่างเต็มขีดความสามารถที่จะรองรับได้ ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ภาครัฐและเอกชนในการสู้กับวิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งนี้ N Health จึงขยายขีดความสามารถในการรองรับบริการตรวจโควิด-19 เพิ่มเติมแก่บุคคลทั่วไป ด้วยวิธีการตรวจคัดกรองการติดเชื้อ SARS-CoV-2 หรือ COVID-19 ด้วยวิธี RT-PCR และการตรวจหา Antigen โดย Rapid Antigen Test แบบ Professional Use ซึ่งหากมีการติดเชื้อจะสามารถนำผลการตรวจยืนยัน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

ผู้ที่ต้องการเข้ารับบริการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 กับN Health สามารถลงทะเบียนเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้า1-2 วัน ก่อนเข้ารับบริการ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น N Health
LabOnline ในช่องการนัดหมาย (Appointment) หรือสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ 02-7624000 กด 1 เพื่อขอทำนัด จากนั้นจึงจะเข้ารับบริการที่จุดบริการตรวจโควิด-19 N Health สำนักงานใหญ่ ซ.ศูนย์วิจัย (ข้าง สน.มักกะสัน) ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวางกรุงเทพฯ ได้ โดยมีค่าบริการตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR ที่ 2,200 บาท โดยผู้รับบริการจะทราบผลการตรวจภายใน 24-48 ชั่วโมง และค่าบริการตรวจแบบแอนติเจน (Antigen) ที่ 700 บาท โดยรายงานผลภายใน 2-3 ชั่วโมง นอกจากนี้ทาง N Health ยังสามารถให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 แบบรู้ผลเร่งด่วน (STAT Test) โดยสามารถรายงานผลภายใน 6-8 ชั่วโมง มีค่าบริการ 4,500 บาท

สำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการตรวจโควิด-19 ผ่านทางแอปพลิเคชั่น N Health LabOnline สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android โดยกดเลือกที่ การนัดหมาย > Walk In > สำนักงานใหญ่ จากนั้นเลือกวันและเวลาเข้ารับบริการ โดยหลังทำการนัดบนแอปพลิเคชั่น จะมีเจ้าหน้าที่โทร.ติดต่อกลับเพื่อสอบถามรายละเอียดรวมไปถึงการซักประวัติเพิ่มเติม สำหรับการนัดหมายทางโทรศัพท์ ติดต่อได้ที่หมายเลข 02-7624000 กด 1 เวลาปฏิบัติงาน วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.

ทั้งนี้ การตรวจหาความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 หากทำได้รวดเร็วและรู้ผลที่แม่นยำ ย่อมเกิดผลดีต่อการรักษา และช่วยจำกัดการระบาดในวงกว้างได้ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการฉีดวัคซีน และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด คือ แนวทางหลักที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้

‘พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา’ นำทีม ‘ฅนดอยคำ’ ส่งต่อความห่วงใย แทนคำขอบคุณ 27 ปี ‘ดอยคำ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/595109

‘พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา’นำทีม‘ฅนดอยคำ’  ส่งต่อความห่วงใย แทนคำขอบคุณ 27 ปี‘ดอยคำ’

‘พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา’นำทีม‘ฅนดอยคำ’ ส่งต่อความห่วงใย แทนคำขอบคุณ 27 ปี‘ดอยคำ’

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยาหัวเรือใหญ่ “ดอยคำ”นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และพนักงาน ถือโอกาสครบรอบ 27 ปี ในเดือนสิงหาคมนี้ ส่งต่อพลังความรัก ความห่วงใย แทนคำขอบคุณจากใจ “ฅนดอยคำ” เพื่อเป็นกำลังใจให้คนไทยผ่านพ้นทุกวิกฤติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปด้วยกัน โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน “ดอยคำ”พร้อมที่จะเคียงข้างและเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาไปกับคนไทยทุกคน อีกทั้ง มุ่งมั่นที่จะ สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามศาสตร์พระราชา สู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง 

นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กล่าวว่า จากพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงต้องการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น ทรงส่งเสริมการปลูกพืชผลไม้เมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น พร้อมทรงมีพระราชดําริให้จัดตั้งสหกรณ์ชาวเขา และโรงงานหลวงอาหารสําเร็จรูปขึ้น เพื่อรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างเป็นธรรมและแปรรูปผลผลิต ภายใต้ตราสินค้า “ดอยคํา” รวมถึงจัดให้มีการค้นคว้า วิจัย และพัฒนา โดยจัดตั้งเป็นนิติบุคคลภายใต้ชื่อ “บริษัท ดอยคําผลิตภัณฑ์อาหาร จํากัด” ดําเนินกิจการในรูปแบบ “ธุรกิจเพื่อสังคม”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2537 วันแรกที่ “ดอยคำ” จัดตั้งองค์กรเป็นนิติบุคคลภายใต้ชื่อ “บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด” ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมผลไม้แปรรูป ด้วยการเป็นต้นแบบองค์กรธุรกิจที่ดำเนินกิจการตามศาสตร์พระราชา ควบคู่ไปกับการมุ่งพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนจวบจนปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “ดอยคำ”ยังคงยึดมั่นในความเป็นต้นแบบธุรกิจเพื่อสังคม ด้วยการดำเนินงานส่งเสริมการเพาะปลูกและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรมโดยนำมาผลิตและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีคุณค่าทางโภชนาการส่งผลดีต่อสุขภาพ ภายใต้กระบวนการผลิตและบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้านคือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านเศรษฐกิจ : ดอยคำ ได้กำหนดกรอบการทำงานไว้ว่า “บริษัทต้องมีกำไรพอเพียงเลี้ยงตัวเองได้” เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไป โดยผลกำไรจะถูกนำมาใช้ในการดูแล ฅนดอยคำ
รวมทั้งนำกลับมารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บางส่วนนำมาใช้ในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าคุณภาพที่ดีในราคาที่เป็นธรรม โดยบริษัทตั้งเป้าผลกำไรไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2-2.5 แต่จะไม่เกินร้อยละ 10 หากปีไหนได้ผลกำไรเกินร้อยละ 10 บริษัทจะพิจารณาทบทวนในเรื่องของการเพิ่มปริมาณการรับซื้อผลผลิตจากเกษตร การดำเนินงานในลักษณะนี้จะช่วยให้รากแก้วของสังคมและชุมชนไทยเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ด้านสังคม : ดอยคำ ดำเนินงานเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนโดยรอบพื้นที่โรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่ง เพื่อให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนตามศาสตร์ของพระราชา และโมเดลของดอยคำกว่า 2,000 ครัวเรือน ได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนาด้วยการพัฒนาวัดให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแก่คนในชุมชน ผ่านโครงการวัดของเรา วัดของชุมชน ทั้งนี้ ยังได้พัฒนาการศึกษา ด้วยการพัฒนาโรงเรียนในบริเวณโดยรอบโรงงานหลวงฯการมอบความรู้แก่เกษตรกรกับโครงการส่งเสริมความรู้ด้านพืชเกษตร การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ยุวมัคคุเทศก์ ยุวเกษตร และเยาวชนที่ช่วยเหลือสนับสนุนงานโรงงานหลวงฯ ทั้ง 3 แห่งทำให้เด็กเยาวชนได้มีโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น อีกทั้งดอยคำยังได้สร้างพื้นที่การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้านและยั่งยืน ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์พื้นที่ที่มีชีวิต (Living SITE MUSEUM) โดยจะพัฒนาโรงงานหลวงฯและพื้นที่ โดยรอบให้เป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ (A Platform for Learning Experience) เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ได้เรียนรู้ จากประสบการณ์จริงในชุมชน ซึ่งจะทำให้สังคมชุมชนเกิดความเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ด้านสิ่งแวดล้อม : ดอยคำตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน อีกทั้งเพื่อร่วมปกป้องสภาพอากาศและลดภาวะโลกร้อน ด้วยการเดินหน้าจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินกิจกรรมต่างๆ “Doikham Go Green” ได้แก่ กิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ เพื่อมุ่งสู่สังคมไร้ขยะ พลังงานทดแทน มาตรฐานอาคารเขียว บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงการปลูกป่าในใจคน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการขนส่ง ฯลฯ

นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่ปี 2562 ที่ผ่านมา “ดอยคำ” ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์แทนความห่วงใยแด่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยโควิด-19ให้กับโรงพยาบาลสนามทั้งในกรุงเทพฯ พื้นที่โรงงานอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3 แห่ง และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงร่วมบริจาค กล่องกระดาษ ทำเตียงสนามสำหรับรองรับผู้ป่วยวิกฤติโควิด-19 พร้อมสนับสนุนให้คนไทยฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

สำหรับในเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นเดือนครบรอบ 27 ปี “ดอยคำ” ขอมอบความพิเศษกับกิจกรรมดอยคำชวนรัก (ษ์) โลก มุ่งสู่สังคมไร้ขยะ 1 กล่องมีมูลค่า 1 บาท กับกิจกรรม “แกะ ล้าง เก็บ”เพียงแค่นำกล่องยูเอชที ภายใต้แบรนด์ “ดอยคำ” ทั้งขนาด 200 มล. 500 มล.และ 1,000 มล. (ผ่านขั้นตอนแกะ ล้าง เก็บอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น) ซึ่งทุกขนาดมีมูลค่า 1 บาท สามารถนำมาแลกซื้อผลิตภัณฑ์ตราดอยคำแทนเงินสดได้โดยไม่มีขั้นต่ำได้ที่ร้านดอยคำ ทุกสาขา (โดยไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้) ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2654 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

“ดอยคำยังคงมุ่งมั่นที่จะ สืบสานรักษา ต่อยอด ตามศาสตร์พระราชา สู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง และตระหนักอยู่เสมอว่าผลกำไรที่แท้จริง คือการได้เห็นคนไทยทุกระดับกินดี อยู่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะนั่นย่อมหมายถึงความสุขที่ยั่งยืนของคนไทยทุกคน” นายพิพัฒพงศ์อิศรเสนา ณ อยุธยา กล่าวในที่สุด