ยิงแก๊สน้ำตา “ม็อบ10สิงหา” ศาลแพ่ง ไม่ห้ามตร.ใช้กระสุนยาง แต่ต้องสลายม็อบด้วยความระมัดระวัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478194

ยิงแก๊สน้ำตา ” ม็อบ10สิงหา” ศาลแพ่ง ไม่ห้ามตร.ใช้กระสุนยาง แต่ต้องสลายม็อบด้วยความระมัดระวัง

10 สิงหาคม 2564 – 15:43 น.

“ม็อบ10สิงหา” ทำจราจรติดหนัก “ตร.”ยิงแก๊สน้ำตา ขณะที่ศาลแพ่งออกคำสั่ง ตร.สลายชุมนุมด้วยความระมัดระวัง

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก ยังดำเนินต่อไป ทั้งทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี โดยก่อนหน้านี้ ได้มีตัวแทนผู้ชุมนุมจากม็อบ 7 สิงหา รวมกับสื่อมวลชนบางสำนัก ได้ไปยื่นร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ออกคำสั่ง ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนยางต่อผู้ชุมนุม ขณะที่วันเดียวกัน( 10 ส.ค.64 ) กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ นัดหมายให้ ผู้ชุมนุมทำกิจกรรมคาร์ม็อบ 

ล่าสุด  ศาลแพ่งออกคำสั่ง กรณีที่นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์  กับพวกรวม 2 คน และตัวแทนสื่อมวลชน ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สองประเด็น คือ ให้มีคำสั่ง ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม 

ประเด็นที่สอง ขอให้มีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมฝูงชน จำกัดพื้นที่ของผู้ชุมนุม และ มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจคำนึงถึงความปลอดภัยและเสรีภาพสื่อมวลชนและประชาชน  และ มีคำสั่งห้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุมโดยขัดต่อหลักการใช้กำลังและอาวุธ และหลักการพ.ร.บ.ชุมนุมโดยสาธารณะ 

https://www.komchadluek.net/news/politic/478200

https://www.komchadluek.net/news/crime/478216

https://www.komchadluek.net/news/crime/478201

ทั้งนี้ ในส่วนคำร้องขอให้ ศาลแพ่ง ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมฝูงชน ใช้กระสุนยาง กับผู้ชุมนุม นั้น ศาลแพ่งเห็นว่า  พนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจในการสลายการชุมนุมด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง

ดังนั้น กรณีใดมีความจำเป็นการใช้อาวุธปืนกระสุนยางขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงของผู้ชุมนุมและเหตการณ์อันอาจเกิดขึ้นในแต่ละครั้งไป

ทั้งข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนไม่ปรากฎว่าเจ้าพนักงานตำรวจจงใจหรือมุ่งกระทำต่อบุคคลที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนเป็นการเฉพาะ และหาก ผู้ร้อง สื่อมวลชนมิได้กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ถูกเจ้าพนักงานตำรวจยิงด้วยกระสุนยาง ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญาโดยศาลไม่จำเป็นต้องสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอดังกล่าวอีก

ส่วนคำร้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมขัดต่อหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธนั้น  ศาลแพ่งเห็นว่า สื่อมวลชนมิได้เป็นผู้เข้าร่วมชุมนุม จึงไม่อาจร้องขอคุ้มครองชั่วคราวแทนผู้ร่วมชุมนุมได้ 

กรณีคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุกคามข่มขู่ จำกัดพื้นที่ของผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนนั้น  พบว่า ฝ่ายผู้ร้องไม่ได้เบิกความว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจำกัดพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจำกัดพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ร้องและสื่อมวลชน จึงไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม จากการไต่สวน ระบุว่า ตำรวจใช้กระสุนยาง เป็นเหตุให้สื่อมวลชนหลายรายซึ่งมิใช่ผู้ร่วมชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนยางนั้น  

ยิงแก๊สน้ำตา " ม็อบ10สิงหา" ศาลแพ่ง ไม่ห้ามตร.ใช้กระสุนยาง แต่ต้องสลายม็อบด้วยความระมัดระวัง

ข้อเท็จจริงฟังว่า  ผู้ร้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชน เป็นเหตุที่จะคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอนี้

แต่อย่างไรก็ตาม การจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย  ผู้ร้องและสื่อมวลชนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบติของสื่อมวลชนด้วย 

ภายหลังจากม็อบ 7 สิงหาได้สลายการชุมนุมไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยบรรดาแกนนำสำคัญได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ยิงแก๊สน้ำตา " ม็อบ10สิงหา" ศาลแพ่ง ไม่ห้ามตร.ใช้กระสุนยาง แต่ต้องสลายม็อบด้วยความระมัดระวัง

การเคลื่อนไหว ม็อบ 10 สิงหา ซึ่งเป็นการนัดหมายของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ให้มาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งแต่ช่วงบ่าย   ก่อนจะเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบมาเรื่อย ๆ ได้แวะทำกิจกรรม 2 จุด สำคัญ คือ หน้าตึกตึกซิโน-ไทยทาวเวอร์ และ บ้านของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ย่านพระราม9

จากนั้นเมื่อเวลา 16.30 น. ขบวนมวลชน “คาร์ม็อบ” หรือ ม็อบ10สิงหา เคลื่อนขบวนมุ่งหน้า ตึก คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยขบวนได้เคลื่อนผ่านสามเหลี่ยมดินแดง จากนั้นก็เกิดการยิงแก๊สน้ำตา ยังไม่ทราบว่าจากจุดใด 

ยิงแก๊สน้ำตา " ม็อบ10สิงหา" ศาลแพ่ง ไม่ห้ามตร.ใช้กระสุนยาง แต่ต้องสลายม็อบด้วยความระมัดระวัง

กระทั่งเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ หน้าตึกคิงเพาเวอร์ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก รายงานว่า แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมพร้อมมวลชน ได้ทำกิจกรรมสาดสี และ พ่นสีข้อความ ที่ป้ายหน้าตึกคิงเพาเวอร์ รวมไปถึงวางหุ่นที่ป้ายด้วย 

หลังจากทำกิจกรรมหน้าคิงเพาเวอร์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทางแกนนำได้ประกาศ ยุติการชุมนุม ม็อบ10สิงหาคม โดยได้ประกาศให้มวลชนทยอยกลับเดินทางกลับบ้าน และให้มวลชนระมัดระวังในการเดินทางกลับบ้าน โดยเฉพาะจุดสามเหลี่ยมดินแดง 

“เงินอุดหนุนบุตร” ประจำเดือนสิงหาคม พม.โอนแล้ววันนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478177

“เงินอุดหนุนบุตร” ประจำเดือนสิงหาคม พม.โอนแล้ววันนี้

10 สิงหาคม 2564 – 15:05 น.

“รมว.พม.” เผยเงินอุดหนุนบุตร 600 บาท สำหรับเด็กแรกเกิด-6 ขวบ เดือนสิงหาคม 2564 พร้อมโอนเข้าบัญชีผู้มีสิทธิรายเดิมและรายใหม่แล้ว ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบสถานะของผู้ลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง

วันที่ 10 สิงหาคม 2564 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผย “คมชัดลึกออนไลน์” ว่าสำหรับเงินอุดหนุนบุตรประจำเดือนสิงหาคม ปี2564นี้  มีจำนวนผู้มีสิทธิส่งเบิกทั้งหมด 2,272,185ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 1,434,528,400 บาท นั้น 

นายจุติ กล่าวอีกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามอนุมัติเงินอุดหนุนบุตรให้เด็กแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ เรียบร้อยแล้ว มีผลให้วันที่ 10 สิงหาคมนี้ผู้มีสิทธิได้รับคนละ 600 บาท  และในปีงบประมาณ 2565 กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอมนุษย์ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

“นั่นหมายความว่า  เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2564 ในงวดเดือนกันยายน ที่จะโอนเงินอุดหนุนบุตร ในวันที่่ 10 กันยายน 2564 นั้น เมื่อถึงปีงบประมาณใหม่ หรือเดือนตุลาคมนี้ เงินอุดหนุนบุตรที่ผู้มีสิทธิรายเดิมและรายใหม่ ที่มีบุตรอายุไม่เกิน 6 ขวบ ก็จะได้รับเงินอุดหนุนบุตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้ความสำคัญมาก ในภาวะที่คนไทยเผชิญกับยากลำบากเช่นนี้” นายจุติ กล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น 20 ชั่วโมง นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมฯ” ว่า“เงินอุุดหนุนบุตร” หรือ “เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด” ประจำเดือนสิงหาคม 2564 จำนวน 600 บาท โอนเข้าบัญชีในวันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2564

"เงินอุดหนุนบุตร" ประจำเดือนสิงหาคม พม.โอนแล้ววันนี้

สำหรับเงินอุดหนุนบุตรประจำเดือนสิงหาคมนี้ มีจำนวนผู้มีสิทธิส่งเบิกทั้งหมด 2,272,185ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 1,434,528,400 บาท

ทั้งนี้ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบสถานะของผู้ลงทะเบียนได้ด้วยตนเองที่

1.ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร. 0-2651-6534 / 0-2651-6920 / 0-2651-6902 / 0-2255-5850 ถึง 7 ต่อ 121, 122, 123 ,147, 152

2.โทรสายด่วน พม. 1300

3.ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของhttp://csgcheck.dcy.go.th

สำหรับการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนเงินอุดหนุนบุตรผ่านช่องทางเว็บไซต์จะมีวิธีการดังนี้

1.เข้าสู่เว็บไซต์ “ระบบตรวจสอบสถานะสิทธิ”

2.กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนผู้ลงทะเบียน

3. กรอกเลขประจำตัวประชาชนเด็กแรกเกิด

4.ระบุรหัสยืนยันรูปภาพ

5.กดค้นหาข้อมูล 

เมื่อเข้าไปตรวจสอบในระบบตรวจสอบสิทธิโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด แล้วพบว่าติดปัญหา โดยขึ้นตัวอักษร E หากยังไม่เคยได้รับเงินจะขึ้นตัวอักษร E แสดงถึงสถานะของผู้รับสิทธิได้รับเงินอุดหนุนบุตร 

ตามปฏิทินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนบุตร หรือ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดประจำปีงบประมาณ 2564 ที่ที่กำลังดำเนินการ มีประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งโอนเงินอุดหนุนวันที่ 10 สิงหาคม 2564   และวันที่ 10 กันยายน เดือนสุดท้ายของปีประงบประมาณ 2564 

ด่วน ครม.เคาะงบค่าตอบแทน “บุคลากรทางการเแพทย์” 1.2 หมื่นล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478193

ด่วน ครม.เคาะงบค่าตอบแทน “บุคลากรทางการเแพทย์” 1.2 หมื่นล้าน

10 สิงหาคม 2564 – 14:48 น.

“ครม.”อนุมัติงบค่าตอบแทน”บุคลากรทางการเแพทย์ – ด่านหน้า” กรอบวงเงิน 1.2 หมื่นล้านเศษ พร้อมอนุมัติงบค่าใช้จ่าย”ฉีดวัคซีน”นอกสถานพยาบาล 1.8 พันล้านเศษ ครอบคลุม มิ.ย.- ก.ย. 2564

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ซึ่งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม  2564 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบวงเงินไปแล้วส่วนหนึ่ง ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทเศษ เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้า

ทั้งค่าเสี่ยงภัยค่าล่วงเวลา OT ค่าตอบแทนคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาบุคคลภายนอก ค่าอำนวยการและสั่งการเชิงบูรณาการ และค่าจ้างเหมาบริการอื่น ๆ ซึ่งเดิมกำหนดระยะเวลาการจ่ายไว้ เดือนเมษายน-มิถุนายน

แต่ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขยังคงต้องปฏิบัติต่อเนื่อง ในวันนี้จะมีการอนุมัติค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อใช้ในระยะเวลาเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2564 กรอบวงเงิน 12,669,218,300 บาท โดยจะเป็นการใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางปีงบประมาณ 2564

นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติการแก้ไขการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 ในส่วนของการดำเนินการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลโดยมีการอนุมัติวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 1,877 ล้านบาทเศษ

โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องฉีดวัคซีนให้กับประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีบุคลากรเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อเป็นการสนับสนุน โดยกรอบระยะเวลา ครอบคลุมตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง กันยายน 2564

ด่วน “ครม.” อนุมัติวงเงิน 3.3 หมื่นล้าน เยียวยาผู้ประกันตน “ม.39” และ “ม.40” พื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478171

ด่วน “ครม.”อนุมัติวงเงิน 3.3 หมื่นล้าน เยียวยาผู้ประกันตน “ม.39″ และ” ม.40″ พื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม   

10 สิงหาคม 2564 – 13:57 น.

“ครม.”อนุมัติวงเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท “เยียวยา”ผู้ประกันตน “ม.39″ และ” ม.40 “ในพื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม  รวมทั้งสิ้น 6,694,201 คน  

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้เห็นชอบกรอบวงเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท เยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐตามข้อกำหนด ฯ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยช่วยเหลือค่าครองชีพคนละ 5,000 บาท รวมทั้งสิ้น 6,694,201 คน 

ซึ่งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขคืออยู่ในพื้นที่ดำเนินการ 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ระยอง ราชบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี ตาก อ่างทอง นครนายก สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี

กลุ่มเป้าหมายรวมประมาณ 6,694,201 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 1,436,171 คน และมาตรา 40 จำนวน 5,258,030 คน 

มีคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่มีสัญชาติไทย สถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคมที่มีสถานะ A (Active) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด)

หรือ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 16 จังหวัด) กรณีเป็นผู้สมัครเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคมที่มีสถานะรอชำระเงิน W (Wait) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564  

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39  และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ต้องไม่เป็นข้าราชการหรือผู้รับบำนาญของกรมบัญชีกลาง

โดยวิธีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 จะโอนเงินให้กับผู้ประกันตนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) เฉพาะที่ผูกบัญชีกับเลขประจำตัวประชาชน 

โฆษกรัฐบาลยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ครม.ยังให้กระทรวงแรงงาน เร่งตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือตามเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

รวมทั้งขอให้โอนเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนตามม. 39 และม. 40 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใน 10 จังหวัด ก่อนระยะเวลาที่กำหนด ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 ที่รุนแรงและได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ ก่อนพื้นที่อื่น ๆ

3 พี่น้อง “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” จับมือ เปิดตัว “Thaksin Official” ประตูออนไลน์ เชื่อม “คนไทย”-“ทักษิณ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478164

3 พี่น้อง “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” จับมือ เปิดตัว “Thaksin Official” ประตูออนไลน์ เชื่อม”คนไทย”-“ทักษิณ”

10 สิงหาคม 2564 – 13:24 น.

3 พี่น้อง “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” จับมือ เปิดตัว “Thaksin Official” ประตูออนไลน์เชื่อม”คนไทย”กับ “ทักษิณ”  แบ่งปันประสบการณ์มุมมอง ส่งต่อแรงบัลดาลใจ สร้างความหวังและวิสัยทัศน์ เพื่ออนาคตประเทศไทย 


นายพานทองแท้ ชินวัตร  น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์  และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เปิดเว็ปไซต์ Thaksin official เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 72 ปีให้กับคุณพ่อหรือ ดร.ทักษิณ ชินวัตร

โดยทั้งสามคนเผยว่า เว็ปไซต์นี้เกิดจากความตั้งใจของลูกทั้งสามคนที่มีความคิดอยากจะทำอะไรให้พ่อในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 72 ปี ซึ่งพ่อเป็นคนชอบเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา 

3 พี่น้อง "โอ๊ค เอม อิ๊งค์" จับมือ เปิดตัว "Thaksin Official" ประตูออนไลน์ เชื่อม"คนไทย"-"ทักษิณ"

ดังนั้นการมีเว็บไซต์จะเป็นคลังข้อมูลที่สามารถเก็บเนื้อหามุมมองต่าง ๆ วิสัยทัศน์ ความรู้และประสบการณ์ของ ดร.ทักษิณ ที่ถูกต้องสมบูรณ์มากที่สุดเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พูดคุย หาแนวความคิดใหม่ ๆ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตให้กับประเทศได้

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าโลกออนไลน์ มีข้อมูลหลากหลายและไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นการมีพื้นที่แบ่งปันแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ทักษะการบริหารอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนมุมมองในการพัฒนาประเทศตามแบบฉบับของดร.ทักษิณ ชินวัตร หรือพี่โทนี่ วูดซัม ก็เชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ได้คิด ได้ต่อยอด ได้ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง และมีความหวังกับอนาคตอยู่เสมอ

“แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็วแต่สิ่งหนึ่งที่เราสามคนพี่น้องเห็นจนชินตาคือ คุณพ่อไม่เคยหยุดเรียนรู้ หลายครั้งคุณพ่อมักจะพูดว่า พ่อเสียดายเวลาสิบกว่าปีที่อยู่ต่างประเทศ ได้เห็นทั้งความเจริญและความล้าหลังของหลายประเทศในโลกได้พูดคุยกับผู้นำประเทศทั้งปัจจุบันและอดีต ผู้นำทางธุรกิจ นักวิชาการ นักเทคโนโลยีทั่วโลก

พวกเราเชื่อว่าเรื่องราวรอบด้านมากมายที่พ่อนำมาเล่าให้ฟัง จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และท้ายที่สุดเราอยากส่งต่อความหวังของวันนี้และวันพรุ่งนี้ให้กับสังคม” น.ส.พินทองทา ตัวแทนสามพี่น้องชินวัตรกล่าว

เว็บไซต์ www.thaksinofficial.com จะประกอบไปด้วยเนื้อหา 3 ส่วนหลักดังนี้

1)คลังข้อมูลวิสัยทัศน์ที่มีต่อโลกอนาคตทั้งในรูปแบบวิดีโอสั้นและพ็อดแคสนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านอินโนเวชั่น เทคโนโลยี และทักษะสำหรับโลกอนาคต

2)คลังข้อมูลในรูปแบบบทความ นำเสนอประสบการณ์ ผลงาน และไอเดีย ในช่วงวัยเรียน วัยทำงาน ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตลอดจนปัจจุบันและในอนาคต

3)ช่องทางเปิดรับความคิดเห็นและคำถาม เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนแนวคิดและไอเดียร่วมกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้

ภารกิจสำคัญของเว็บไซต์ Thaksin Official คือการเป็นพื้นที่แบ่งปันวิสัยทัศน์ของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี ความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับโลกอนาคต ทักษะการบริหารอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนมุมมองในการพัฒนาประเทศให้แข่งขันได้ในเวทีโลก ให้คนไทยมีความรู้และมีความหวังในวันนี้ และวันพรุ่งนี้

อวสานคำสั่ง ห้ามเสนอข่าวสร้างความหวาดกลัว นายกฯลงนามสั่งยกเลิกข้อกำหนดตามมาตรา 9 พรก.ฉุกเฉินแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478161

อวสานคำสั่ง ห้ามเสนอข่าวสร้างความหวาดกลัว นายกฯลงนามสั่งยกเลิกข้อกำหนดตามมาตรา 9 พรก.ฉุกเฉินแล้ว

10 สิงหาคม 2564 – 12:55 น.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯยกเลิกข้อกำหนด”ห้ามเสนอข่าวอันสร้างความหวาดกลัว”แล้ว

อวสานข้อกำหนด เสนอข่าวอันสร้างความหวาดกลัว นายกฯ ลงนามยกเลิกข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่งพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 29 แล้ว หลังศาลสั่งแพ่งออกคำสั่งให้ระงับบังคับใช้ข้อกำหนดฉบับนี้เป็นการชั่วคราว 

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม  ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 31 ) ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดระบุว่า 

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมkได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป เป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น

โดยที่ได้มีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 29 ) ลงวันที่ 29  กรกฎาคม พ.ศ. 2564 แต่ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) (ศบค.) เห็นว่า แม้จะเป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามคำขอในเหตุฉุกเฉินซึ่งศาลยังไม่ได้กำหนดวันนัดเพื่อส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้คู่ความ เพราะอยู่ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น และคู่ความอาจยื่นคำขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งนั้นได้ตามมาตรา 267 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่เมื่อปรากฎว่าในทางปฏิบัติยังไม่ได้บังคับใช้ข้อกำหนดนั้นแก่กรณีใดและเจ้าหน้าที่อาจนำมาตรการทางกฎหมายอื่นมาบังคับใช้ได้ตามที่ศาลกล่าวถึง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9  แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดให้ยกเลิกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ 29 ) ลงวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9  สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/announce/newrkj.jsp?selectGroup=yes

อนึ่ง สำหรับข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพรก.ฉุกเฉินฉบับที่ 29 ตามที่นายกฯ ได้ออกคำสั่งไว้ จนนำมาซึ่งศาลแพ่งได้ออกคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดฉบับนี้เป็นการชั่วคราว 

พลิกดูข้อกำหนดฉบับดังกล่าว เกี่ยวกับ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป โดยระบุดังนี้ 

1. ห้ามผู้ใดเสนอข่าวจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชำชนเกิดควำมหวำดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิด ความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อควำมมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

2. ในกรณีมีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารตามข้อ 1 ในอินเทอร์เน็ต ให้ กสทช. แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทุกรายทราบ และ ให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวทุกรายมีหน้าที่ตรวจสอบว่าข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวมีที่มาจากเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ใด

หากเป็นเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ที่ตนเป็นผู้ให้บริการ ให้แจ้งรายละเอียดตามที่ สำนักงาน กสทช. กำหนด ให้ กสทช. ทราบ และให้ระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ต แก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) นั้นทันที 

ให้สำนักงาน กสทช. ส่งรายละเอียดตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเร็วเพื่อดำเนินคดีต่อไป ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ต และให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

อวสานคำสั่ง ห้ามเสนอข่าวสร้างความหวาดกลัว นายกฯลงนามสั่งยกเลิกข้อกำหนดตามมาตรา 9 พรก.ฉุกเฉินแล้ว

“สิระ” ตบปาก “กสม.หิวแสง” หนุน “สามกีบ” แค่กลัวตกขบวน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478159

“สิระ”ตบปาก” กสม.หิวแสง” หนุน”สามกีบ”แค่กลัวตกขบวน

10 สิงหาคม 2564 – 12:52 น.

“สิระ”ตบปาก” กสม.หิวแสง” หนุน”สามกีบ”แค่กลัวตกขบวน ถามแสบ หูหนวก-ตาบอดหรือไงถึงไม่ได้ยินเสียงปืน-ระเบิด ฆ่าตำรวจ ซัด ควรมี”กสม.”ผลาญภาษี ปชช.ต่อหรือไม่จ่อเชิญแจง “กมธ.กฎหมาย”ถ้ามีปากสักแต่พูด ไร้หลักฐาน เตรียมยื่น”ป.ป.ช.”ฟันต่อ 

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) กรณีเหตุชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ว่า ตนต้องการถาม กสม.ว่า หลักสากลในการสลายการชุมนุมที่ กสม.กล่าวอ้างถึงมีขั้นตอนอย่างใด

ระหว่างการชุมนุมได้ติดตามการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ในเมื่อผู้ชุมนุมมีอาวุธรุนแรงครบมือ ตำรวจพยายามอดทน อดกลั้น ยอมถูกทำร้ายและเริ่มขั้นตอนการสลายชุมนุมจากการเจรจา ขอร้องให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้านเพราะเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย นี่คือการปฎิบัติในลักษณะจากเบาไปหาหนัก กสม.รับรู้ข่าวเรื่องนี้หรือไม่ หรือเลือกฟังแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการจะรับรู้

นายสิระ กล่าวต่อว่า บ้านเมืองทุกประเทศในโลกนี้ปกครองด้วยหลักนิติรัฐ กสม.คงไม่เข้าใจว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายหรือต้องการให้ตำรวจไปกราบเท้าพวกก่อการร้ายพวกนี้ ที่ กสม.ออกแถลงการณ์เช่นนี้ ถือเป็นการให้ท้ายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ละเมิดกฎหมายใช่หรือไม่

การออกมาตัดสินเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ได้ปฎิบัติตามหลักสากล ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบใด ๆ เป็นเพราะว่า กสม.ทำงานแบบหิวแสง หรือต้องการประกาศว่า อยู่ฝั่งเดียวกับกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงอย่าง”ม๊อบสามกีบ”ใช่หรือไม่

“ถ้า กสม.หูหนวก ตาบอด ไม่เห็นการเผารถ ไม่ได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด รวมถึงไม่ได้ยินถ้อยคำจาบจ้วงสถาบัน กสม.ก็ลาออกไป อย่ามาอยู่ให้เปลืองภาษีประชาชนอีก การออกแถลงการณ์ชุ่ย ๆ ไร้ความรับผิดชอบ ทำลายขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศแบบนี้ควรหุบปากไปหรือไม่ ก็ควรพิจารณาตัวเองได้แล้วว่า ควรจะอยู่ในตำแหน่ง ล้างผลาญเงินเดือนแบบนี้ต่อไปหรือไม่

ผมเห็นว่าชอบออกมาตำหนิคนนู่น คนนี้ ว่าไม่เป็นไปตามหลักสากล ผมอยากถามว่า ที่ กสม.ชุดนี้ทำงานมั่ว ๆ ต้องได้รับการตรวจสอบว่าเป็นไปตามหลักสากลเช่นกัน ใช่หรือไม่ ในการชุมนุมครั้งต่อไปผมขอแนะนำให้ นักสิทธิฯ ทั้งหลายมายืนแนวหน้าบังตำรวจเลย จะได้เป็นพยานให้ม๊อบชั่ว ๆ พวกนี้ได้เต็มที่”นายสิระ กล่าว 

นายสิระ ยังเปิดเผยว่า ตนจะนำประเด็นนี้เสนอเข้าที่ประชุม กมธ.กฎหมาย และจะขอเชิญ กสม.มาชี้แจงให้ฟังหน่อยว่า ขั้นตอนใดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิบัติไม่ตามหลักสากล หาก กสม.ไม่สามารถชี้แจงได้ นั่นหมายความว่า กสม.ไม่รับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง ทำหน้าที่แบบมีปากก็สักแต่พูด ตนก็จะขอยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบการทำงานของ กสม.ชุดนี้ว่า ปฎิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 

ทั้งนี้ นายสิระ ระบุด้วยว่า ตนขอให้กำลังใจตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเป็นไปตามหลักสากล ตนในฐานะผู้แทนราษฎร ขอเป็นตัวแทนประชาชนทุกคน ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย เอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงกับประเทศและประชาชน

ตนขอฝากว่า ขอให้ตำรวจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไปไม่ต้องเสียกำลังใจจากคำพูดชุ่ย ๆ ขององค์กรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ต้องเกรงกลัวว่าใครจะมาลิดรอนสิทธิของพวกท่านได้

นอกจากนี้ กสม.ชุดนี้ มาเจอกับตนเป็นการส่วนตัวได้ ตนจะจูงมือไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกผู้ชุมนุมยิงปางตายระหว่างปฎิบัติหน้าที่ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างจะได้เป็นการเบิกเนตร ให้ กสม.ตาสว่าง เสียที

“ฝ่ายค้าน” ร้อง “ป.ป.ช.” เอาผิดอาญา-จริยธรรม “นายกฯ” ออกข้อกำหนด “ปิดปากสื่อ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478147

“ฝ่ายค้าน”ร้อง “ป.ป.ช.” เอาผิดอาญา-จริยธรรม”นายกฯ”ออกข้อกำหนด”ปิดปากสื่อ”

10 สิงหาคม 2564 – 11:21 น.

“ฝ่ายค้าน” ร้อง “ป.ป.ช.”เอาผิดอาญาและมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงกับ”นายกฯ” หลังออกข้อกำหนด”ปิดปากสื่อ” เชื่อ หลักฐานชัดทำ”ประยุทธ์” หลุดตำแหน่งได้ เตรียมเคาะประเด็นซักฟอก-รายชื่อ” รมต.” พรุ่งนี้ ก่อนยื่นประธานสภา 16 ส.ค. 

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยประธานวิปฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง, นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล,นายพิจารณ์  เชาวพัฒนวงศ์  หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยและนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์

นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์  เลขาธิการพรรคประชาชาติ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ร่วมยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ กรณีออกข้อกำหนดฉบับที่ 29 ควบคุมสิทธิเสรีภาพสื่อและศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครอง

โดยนายสุทิน ระบุว่า การกระทำของพลเอกประยุทธ์ เป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายและเข้าข่ายกระทำความผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 172 ฐานละเว้นปฏิบัติหรือปฏิบัติโดยทุจริต

รวมถึงผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง และหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดก็จะต้องส่งเรื่องต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองเพื่อสั่งให้นายกรัฐมนตรีปฎิบัติหน้าที่ซึ่งจะกระทบต่อสถานภาพของนายกรัฐมนตรีด้วย  

และหลังจากที่ศาลแพ่งสั่งคุ้มครอง รัฐบาลก็ยังนิ่งเฉย ทั้งที่ควรยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว นอกจากบริหารผิดพลาดยังออกกฏหมายมาปิดปาก และยังเตรียมออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมสุดซอยให้ตนเองอีก เรียกว่าไม่รับผิดชอบแล้วยังหนีความผิดแบบครบวงจร  

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวเสริมว่า แม้ศาลแพ่งคุ้มครองแต่ข้อกำหนดดังกล่าวก็ยังมีผลบังคับใช้ซึ่งถือว่า เป็นการกระทำผิดที่ชัดเจน จึงมั่นใจว่าการยื่นคำร้องวันนี้จะเป็นคุณและประโยชน์ต่อประชาชน

ทั้งนี้นายสุทิน ยังระบุเพิ่มเติมว่า ในส่วนของข้อมูลที่นำมายื่นต่อ ป.ป.ช. วันนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำเอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยโดยในวันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.) พรรคร่วมฝ่ายค้านนัดหารือร่วมกันเพื่อสรุปประเด็นและรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 5-6 คน

แต่จะเน้นหนักไปที่ตัวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหลังบริหารงานล้มเหลว ซึ่งรายละเอียดแบบสรุปจะนำแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้งในวันที่ 13 ส.ค. นี้ ก่อนนำยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวนหลีกภัย ในวันที่ 16 ส.ค. ต่อไป

เช็กด่วน “เงื่อนไข-คุณสมบัติ” เยียวยา ม.39 ม.40 “ครม.” เคาะวันนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478101

 เช็กด่วน “เงื่อนไข-คุณสมบัติ” เยียวยา ม.39 ม.40 “ครม.”เคาะวันนี้

10 สิงหาคม 2564 – 04:00 น.

 เปิด”เงื่อนไข-คุณสมบัติ” ม. 39  ม.40 ” ครม.”เคาะวันนี้ ( 10 ส.ค. )จ่าย”เงินเยียวยา” 5,000 บาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่”สีแดงเข้ม” 29 จังหวัด

วันนี้(10 ส.ค. 64 ) ลุ้น “ครม.”เคาะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาด”โควิด-19″ ในพื้นที่”สีแดงเข้ม”จำนวน 29 จังหวัด ให้กับผู้ประกันตนตาม”มาตรา 39″ และ”มาตรา 40” กับสำนักงานประกันสังคม 

คุณสมบัติและเงื่อนไข”ผู้ประกันตน ม. 39″ ดังนี้

-ลาออกจากการเป็นพนักงานเอกชนแล้ว

-เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

-ส่งเงินสมทบมากกว่า 12 เดือน

-ลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน

สิทธิประโยชน์ (นอกจากได้รับเงินเยียวยาเป็นกรณีพิเศษเนื่องจากได้รับผลกระทบ โควิด-19 จำนวน 5,000 บาท )

-เจ็บป่วย

-คลอดบุตร

-สงเคราะห์บุตร

-ทุพพลภาพ

-ชราภาพ

-เสียชีวิต 

ผู้ประกันตนมาตรา 40

-กลุ่มอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์

คุณสมบัติ

-มีสัญชาติไทย

-มีอายุ 15-65 ปีบริบรูณ์ 

-เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ  อาทิ  ค้าขาย  มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่

-ไม่เป็นลูกจ้างในบริษัท ห้างร้าน โรงงาน (ม.33)

-ไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ (ม.39)

-ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

-ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยขึ้นต้นด้วยเลข 0,6,7 (ยกเว้นขึ้นต้นด้วย 00)

-ผู้พิการที่รับรู้สิทธิ 

-ต้องจ่ายเงินสมทบเพื่อเป็นผู้ประกันตน เงินสมทบมีให้เลือก 3 ทางเลือก

โดยสำนักงานประสังคม ได้ลดเงินสมทบ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เหลือร้อยละ 60 ของเงินสมทบเดิมเป็นระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 64 – 31 ม.ค. 65

ทางเลือกที่ 1: จ่าย 42 บาทต่อเดือน จากเดิม 70 บาท  รับเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

ทางเลือกที่ 2: จ่าย 60 บาทต่อเดือน จากเดิม 100 บาท    รับเงินชดเชยกรณี เจ็บป่วย ทุพลภาพ เสียชีวิต และ ชราภาพ

ทางเลือกที่ 3: จ่าย 180 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท    รับเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วย ทุพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร

ผู้ที่สมัครประกันสังคมมาตรา 40 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมจ่ายเงินสมทบงวดแรกไม่ทัน ครม.ได้ผ่อนผันจ่ายเงินสมทบถึงวันนี้ (10 ส.ค.)

ม. 39 ม. 40 ลุ้นวันนี้ “ครม.” เคาะ “เงินเยียวยา” 5,000 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/478089

ม. 39 ม. 40 ลุ้นวันนี้”ครม.” เคาะ “เงินเยียวยา” 5,000 บาท

10 สิงหาคม 2564 – 04:00 น.

ลุ้นวันนี้ “ครม.”เคาะ “เงินเยียวยา” ม.39 ม.40 “พื้นที่สีแดงเข้ม” 29 จว. รับ 5,000 บาท คาดผู้มีสิทธิประมาณ 3.1 ล้านคน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้( 10 ส.ค.)เตรียมนำแผนมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบการแพร่เชื้อโควิด 19  จากที่ ครม.มีมติขยายพื้นที่สีแดงเข้มเพิ่มอีกจำนวน 16 จังหวัด จากเดิม 13 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 29 จังหวัด นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนครบทั้ง 29 จังหวัด เพื่ออนุมัติกรอบวงเงินจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ มาตรา 40 

หลัง ครม. อนุมัติคาดว่าจะโอนเงินเยียวยา 5,000 บาทให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ มาตรา 40 ประมาณ 3.1 ล้านคน ภายในวันที่ 24 ส.ค.นี้ โดยโอนเงินเยียวยาผ่านบัญชีพร้อมเพย์ผูกบัตรประชาชนเท่านั้นเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19

ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ได้อนุมัติขยายพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้มจากเดิม 13 จังหวัด ขยายเพิ่มเติมอีก 16 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 29 จังหวัด ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 นายจ้างลูกจ้างมาตรา 39 และ มาตรา 40

สำหรับพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด  ได้แก่

1. กรุงเทพมหานคร

2. กาญจนบุรี

3. ชลบุรี

4. ฉะเชิงเทรา

5. ตาก

6. นครปฐม

7. นครนายก

8. นครราชสีมา

9. นราธิวาส

10.นนทบุรี

11.ปทุมธานี

12.ประจวบคีรีขันธ์

13.ปราจีนบุรี

14.อยุธยา

15.เพชรบุรี

16.ปัตตานี

17.เพชรบูรณ์

18.ยะลา

19.ระยอง

20.ราชบุรี

21.ลพบุรี

22.สงขลา

23.สิงห์บุรี

24.สมุทรปราการ

25.สมุทรสงคราม

26.สมุทรสาคร

27.สระบุรี

28.สุพรรณบุรี

29.อ่างทอง

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด สำนักงานประกันสังคมได้จ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนพื้นที่ สีแดงเข้ม 10 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 4-6 ส.ค. ส่วนพื้นที่สีแดงเข้มเพิ่มเติมจำนวน 3 จังหวัดโอนจ่ายผ่านพร้อมเพย์เมื่อวานนี้ ( 9 ส.ค.)ได้รับเงินเยียวยาคนละจำนวน 2,500 บาท