แพทย์จุฬาฯ จัดทัพลุยงานวิจัย พร้อมเปิดตัว ‘สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก’ สร้างความมั่นคงทางสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594088

แพทย์จุฬาฯ จัดทัพลุยงานวิจัย พร้อมเปิดตัว ‘สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก’ สร้างความมั่นคงทางสุขภาพ

แพทย์จุฬาฯ จัดทัพลุยงานวิจัย พร้อมเปิดตัว ‘สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก’ สร้างความมั่นคงทางสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.44 น.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก และ ดร.เดนนิส แคร์รอล ประธานโครงการ Global Virome Project ร่วมกันเปิดตัว การจัดตั้ง สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติในระดับบัณฑิตศึกษารูปแบบใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดรับนิสิต นักศึกษาจากทุกมุมโลก จากหลากหลายศาสตร์ ที่สนใจการทำงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาท้าทายของสุขภาพโลก เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท-เอก โดยมีการเปิดตัวผ่านการถ่ายทอดสดทางแฟนเพจ Graduate Affairs Faculty of Medicine, Chulalongkorn University 

จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนา COVID-19 สะท้อนถึงความจำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และสาธารณสุข อย่างเร่งด่วน ไม่เพียงแต่โรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคเขตร้อนเท่านั้น ที่เป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของสังคม และระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก ยังมีโรคไม่ติดต่ออีกมากมาย เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต ที่เป็นปัญหาต่อเนื่องในปัจจุบัน ซึ่งก่อความเจ็บป่วย และความยากลำบากในการดำรงชีวิตของประชาชน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้เตรียมระดมคณาจารย์และนักวิจัย มาทำงานเชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ปัญหาท้าทายเหล่านี้ โดยได้จัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก (School of Global Health – SGH) ขึ้น

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้บุกเบิกการจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก กล่าวว่า ขณะนี้ โลกต้องการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ เรากำลังเผชิญกับภัยพิบัติรูปแบบที่มีความซับซ้อนและความไม่แน่นอน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สร้างบัณฑิตเพื่อรับใช้สังคมมากกว่า 70 ปี พร้อมทั้งได้สั่งสมความเข้มแข็งทางวิชาการ และมีประสบการณ์จากการทำงานจริง สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ ดังเช่น การค้นพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19 รายแรกในพื้นที่นอกประเทศจีน และการวิจัยพัฒนาวัคซีน โควิด-19 อย่างเข้มข้นในขณะนี้ เพื่อเป็นฐานความมั่นคงของประเทศ

เรามีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนต่อยอดความรู้และความเชี่ยวชาญของคณาจารย์และนักวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่พร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาสุขภาพโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย และต่อเนื่องกับผู้มีประสบการณ์ในศาสตร์ต่างๆ จากสถาบันพันธมิตรและทุกภาคส่วนทั่วโลก สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มช่องว่างและสร้างความเชื่อมโยง บูรณาการข้ามศาสตร์ เปิดเวทีการจัดการและแบ่งปันความรู้ให้เกิดประโยชน์และสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพอย่างแท้จริง

สำหรับการเปิดตัวสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก (School of Global Health – SGH) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Dr. Dennis Carroll ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกด้านโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน Leadership Board ของโครงการ Global Virome Project และเป็นกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการของสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก โดยได้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ “Preventing the Next Pandemic: The Power of Global Health Security and Collaboration” ในครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม นักวิจัยชั้นนำของประเทศไทย ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยความรู้สึกของการมาร่วมดำเนินการเป็นผู้อำนวยการ สำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลกว่า นักวิชาการและมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญมาก เราต้องก้าวและเสริมกำลังไปด้วยกัน เพื่อช่วยประเทศเตรียมความพร้อมรองรับในทุกด้าน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศน์ของการทำงานและการสนับสนุน การวิจัย และการสร้างกำลังคนที่มีความรู้และทักษะตอบสนองกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก และนี่เป็นเป้าหมายสำคัญของสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก

การจัดตั้งสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก มีเป้าหมายในการเป็นแพลตฟอร์มรวมการบริหารหลักสูตรนานาชาติ เพื่อยกระดับหลักสูตรบัณฑิตศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมทั้งผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เสริมกำลังคนที่มีสมรรถนะ และศักยภาพสูงให้ตรงกับความต้องการของสังคมในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับระบบการดูแลสุขภาวะ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังสร้างระบบและเครือข่ายทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากทุกภูมิภาคของโลก ในการตอบโจทย์ที่ท้าทายด้าน Global Health รวมทั้งความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และยังป็นแหล่งเชื่อมโยงเครือข่ายและองค์กรทั้งในระดับประเทศและนานาชาติที่เอื้อต่อการผลิตอีกด้วย

ทั้งนี้ ได้กำหนดหลักสูตรและการเรียนการสอนต่างๆ ครอบคลุมความรู้ที่เป็นปรัชญาของสถาบัน คือ โรคอุบัติใหม่และโรคเขตร้อน (Emerging Infectious Diseases and tropical medicine), โรคไม่ติดต่อ (Non-communicable Diseases) และ นโยบายสาธารณสุข (Health Systems) แบ่งเป็น …

ระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) เช่น สาขาวิชาเวชศาสตร์คลินิก, สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ สาขาวิชาการพัฒนาสุขภาพ

ระดับปริญญาเอก หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) เช่น สาขาวิชาเวชศาสตร์คลินิก, สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์และชีวเทคโนโลยี เป็นต้น โดยจะเปิดรับนิสิต นักศึกษาในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่สนใจเพื่อศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก เข้าหลักสูตรนานาชาติในแขนงต่างๆ ทางด้านสุขภาพโลก “รุ่นแรก” เดือนสิงหาคมปีนี้

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณบุณฑริกา พงษ์นิวัติเจริญ โทร. 02-2564475 ต่อ 15 อีเมล school.global.health@chula.md  หรือเว็ปไซต์ https://sgh.md.chula.ac.th และรับชมคลิปวิดีโอการเปิดตัวย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/grad.md.chula/videos/1057297041745026

กรมการศาสนา ชวนทำบุญวิถีใหม่ ‘อยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์’ ในวันธรรมสวนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594079

กรมการศาสนา ชวนทำบุญวิถีใหม่ ‘อยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์’ ในวันธรรมสวนะ

กรมการศาสนา ชวนทำบุญวิถีใหม่ ‘อยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์’ ในวันธรรมสวนะ

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.15 น.

กรมการศาสนา รวมพลังเครือข่าย นำมิติทางศาสนาบ่มเพาะเยียวยาจิตใจพุทธศาสนิกชน  “อยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์” ในวันธรรมสวนะ ภายใต้สถานการณ์ Covid-19

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พุทธศักราช 2564 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ตั้งจิตน้อมใจเป็นกุศล อยู่บ้าน สร้างบุญ ลด ละ เลิก อบายมุขตลอดพรรษา ถวายเป็นพุทธบูชา เสริมสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว ประเทศชาติ

และร่วมสืบสานวัฒนธรรมวิถีใหม่ โดยเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา “อยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์” ที่พุทธศาสนิกชนสามารถประกอบศาสนกิจได้ในรูปแบบออนไลน์ ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนสามารถทำบุญกุศลและปฏิบัติธรรมตามรูปแบบของพุทธศาสนิกชนที่เคยปฏิบัติได้ตลอดพรรษา และมีโอกาสได้ทำความดีอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้

นายเกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวงกว้าง ทำให้ในบางพื้นที่วัดไม่สามารถเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ พุทธศาสนิกชนไม่มีโอกาสได้ประกอบศาสนกิจ สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดฤดูกาลพรรษาได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น กรมการศาสนาจึงได้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน  โดยจัดกิจกรรม “อยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์” เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาศาสนธรรม ประกอบศาสนกิจได้ในรูปแบบออนไลน์ หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ภาคคณะสงฆ์ และเครือข่ายแกนนำพระธรรมวิทยากรของกรมการศาสนาจัดกิจกรรมในวันธรรมสวนะ ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ตลอดเทศกาลเข้าพรรษา  นำร่อง 15 แห่งทั่วประเทศ 

โดยพิจารณาจากวัดที่มีความพร้อมและมีพระธรรมวิทยากรที่สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างเต็มศักยภาพ  ประกอบด้วย วัดพระมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร , วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  จังหวัดเชียงใหม่ , วัดดอนชี  และวัดหนองเป็ด จังหวัดอุบลราชธานี , วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ , วัดบ่อแต้ จังหวัดพิจิตร , วัดวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว , วัดหนองไม้ไผ่  จังหวัดนครราชสีมา , วัดอัมพวันสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร , วัดป่าอุ่มจาน จังหวัดอุดรธานี , วัดสวนวาง จังหวัดพังงา , วัดหน้าพระบรมธาตุ  จังหวัดนครศรีธรรมราช , วัดหัวถนน จังหวัดสงขลา , และวัดสุนทรนิวาส จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยถ่ายทอดกิจกรรมฯ ผ่านทาง facebook หรือ youtube หรือระบบประชุมออนไลน์ (Zoom Application , Google Meet) และดำเนินกิจกรรมภายใต้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา  9 แห่งพระราชกำหนด

การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 และปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด (ศปก.จ.) รวมทั้งมาตรการแนวทางปฏิบัติ ประกาศ คำสั่ง และคำแนะนำที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดซึ่งรูปแบบของกิจกรรมอยู่บ้านสร้างบุญตลอดพรรษาออนไลน์ ประกอบด้วยภาคเช้า เริ่มทำวัตรสวดมนต์เจริญภาวนา แผ่เมตตาปฏิบัติธรรมช่วงเช้ารับศีล 8 / ศีล 5 ฟังธรรมะบรรยายจากครูบาอาจารย์ภาคบ่าย การปฏิบัติธรรมช่วงบ่าย ฟังธรรมะบรรยายจากครูบาอาจารย์ สนทนาธรรม – ถามตอบปัญหาธรรมะ เริ่มทำวัตรสวดมนต์เย็น เจริญภาวนา และบรรยายธรรม.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เชิญชมบันทึกการแสดงโขน ตื่นตานาฏศิลป์ชั้นสูงผ่านหน้าจอทีวี ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594066

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เชิญชมบันทึกการแสดงโขน ตื่นตานาฏศิลป์ชั้นสูงผ่านหน้าจอทีวี ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค.นี้

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เชิญชมบันทึกการแสดงโขน ตื่นตานาฏศิลป์ชั้นสูงผ่านหน้าจอทีวี ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.51 น.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เชิญชมบันทึกการแสดงโขน 3 ตอนสุดประทับใจ  สืบมรรคา, ศึกมัยราพณ์ และศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ ตื่นตานาฏศิลป์ชั้นสูงถึงบ้านผ่านหน้าจอทีวี ระหว่างวันที่ 11-13 ส.ค.นี้

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการอนุรักษ์ และสืบสานศิลปะการแสดงโขนให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป

ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยชมบันทึกการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ความงดงามที่รังสรรค์ขึ้นด้วยศาสตร์และศิลป์หลายแขนง ที่ได้กลับมาสร้างความประทับใจให้ผู้ชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง  โดยนำเสนอ 3 ตอนยอดนิยม ได้แก่ สืบมรรคา, ศึกมัยราพณ์ และศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ พร้อมออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ 3 ช่อง ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้ ตามรายละเอียด ดังนี้

ตอนสืบมรรคา  เรื่องราวการผจญภัยของหนุมานทหารเอก ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ กว่าจะบรรลุถึงกรุงลงกา ชื่นชมศิลปะการแสดงทรงคุณค่า พัสตราภรณ์อันวิจิตรบรรจง ศิลปกรรมฉากที่หาชมได้ยาก  โดยสามารถชมการแสดงองก์ 1 ในวันพุธที่ 11 สิงหาคม และองก์ 2 ในวันพฤหัสบดี 12 สิงหาคมนี้ เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT ช่องหมายเลข 2)

ตอนศึกมัยราพณ์ ตื่นเต้น เร้าใจกับการโรมรันต่อสู้ของมัยราพณ์และหนุมาน ชมศิลปกรรมจากงานฝีมือชั้นครูสู่ศิษย์ ที่เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคมนี้ เวลา 09.45 น.    เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS ช่องหมายเลข 3)

ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ พบกับความงดงามของนาฏศิลป์ คีตศิลป์ ฉากและเทคนิคพิเศษ  ที่เคยทำให้ผู้ชมประทับใจมิรู้ลืม ในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ 5 ช่องหมายเลข 1)

ร่วมชื่นชมความวิจิตรงดงามของสมบัติศิลป์คู่แผ่นดินที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการแสดงโขนสุดอลังการที่จะตราตรึงใจไปอีกนานแสนนาน สมดั่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่จะอนุรักษ์ และสืบสานศิลปะการแสดงโขนให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป 

ส่องประวัติ ‘พอล วาน’ นักการเงินมือฉมังแห่งเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593885

ส่องประวัติ 'พอล วาน' นักการเงินมือฉมังแห่งเอเชีย

ส่องประวัติ ‘พอล วาน’ นักการเงินมือฉมังแห่งเอเชีย

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.37 น.

ชื่อของ “พอล วาน” (Paul Wan) อาจจะยังไม่คุ้นหูคนไทย แต่สำหรับตลาดทุน และตลาดสกุลเงินดิจิทัลของเอเชียและยุโรปแล้ว  ถ้าบอกว่าเขา คือ ผู้ผลักดันความสำเร็จของเหรียญ Afin หลายๆ คนคงร้องว้าว

พอล วาน เป็นนักวาณิชธนกิจและที่ปรึกษาทางการเงินชาวสิงคโปร์ ที่ประสบความสำเร็จในการนำบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศในยุโรป  การควบรวมกิจการของบริษัทชั้นนำหลายแห่งในสิงคโปร์ จีน ไทย เวียดนาม อินเดีย ซาอุดิอาระเบียและยุโรป รวมทั้งเป็นผู้มีประสบการณ์มากมายด้านการตรวจสอบบัญชี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งของเครือข่ายผู้ตรวจสอบบัญชีระดับโลก Morison Group และเพิ่งก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานของ Morison Global เมื่อเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา

Morison Global เป็นองค์กรที่รวมเครือข่ายบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่ให้บริการบัญชี ตรวจสอบบัญชี การจัดการเกี่ยวกับภาษี ไอที การเงิน และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน  แน่นอนว่าการจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พอลเป็นหนึ่งในนักวาณิชธนกิจระดับเทพจากสิงคโปร์ซึ่งมีคอนเน็กชั่นที่แน่นหนากับบริษัทต่างๆ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังดีลทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมาย จนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าทั่วโลก พอลมักเดินทางไปพบลูกค้าในกว่า 50 ประเทศ 80 เมืองสำคัญด้วยตนเอง

กว่าจะมาเป็นประธานของ Morison Global พอลมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเติบโตของบริษัทมานาน และเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้การก่อตั้งเครือข่ายของ Morison ในเอเชีย โดยได้คัดเลือกและเชิญชวนบริษัทชั้นนำกว่า 30 แห่งเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรของ Morison  ปัจจุบัน Morison Global มีเครือข่าย 155 บริษัทอยู่ใน 75 ประเทศ  มีสำนักงานมากถึง 365 แห่ง และพนักงานรวม 11,000 คน

หนึ่งในผลงานที่ทำให้พอล วาน กลายเป็นที่จับตามอง คือ ความสำเร็จจากการเจาะตลาดทุนเกาหลีใต้ โดยเป็นครั้งแรกที่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ยอมอนุญาตให้บริษัทเกาหลีที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดมาตลอด เป็นผู้ดำเนินการทำไอพีโอให้บริษัทต่างชาติที่เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ได้  ซึ่งใครที่เคยทำงานกับเกาหลีใต้จะทราบดีว่า การจะเจาะกำแพงของกลุ่ม 4 บริษัทยักษ์ในเกาหลีใต้ได้ไม่ว่าใช่ใครก็ทำได้

และเมื่อตลาดการทุนทั่วโลกเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เทคโนโลยี Blockchain ทำให้การทำธุรกรรมออนไลน์และการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นเรื่องง่าย มีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อีกมากมาย  นักการเงินที่มีวิสัยทัศน์อย่าง พอล วาน ย่อมไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ

พอลก่อตั้ง A PLUS Fintech PTE เพื่อบุกเบิกตลาดคริปโตเคอเรนซี่ (Cryptocurrency) ที่กำลังจะกลายเป็นอนาคตของโลกการเงินยุคใหม่ เริ่มต้นจากการเข้าเทคโอเวอร์ Asian Fintech หรือ Afin บริษัทฟินเทคที่ช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ และเน้นคริปโตเคอเรนซี่ที่มี uses case จับต้องได้จริง ไม่ใช่มีมโทเคน (meme token) หรือ แฟนโทเคน (fan token)

Asian Fintech หรือ Afin เข้าไปจดทะเบียนกระดานเทรดเหรียญหลัก ๆ ของโลก คือ LATOKEN ตั้งแต่ปี 2561 รวมถึง CREX24 และ P2PB2B บริการหลักของ Afin มีถึง 6 แพลตฟอร์มคือ Wellness Reservation Platform, Auction Platform, Crypto Mining Management Platform, Finance & Leasing and Insurance Platform, Entertainment & Gaming Platform และ Real Estate & Properties Platform  เห็นได้ว่าครอบคลุมภาคธุรกิจหลักๆ เกือบทั้งหมด

ส่วนเหรียญ Afin เป็นหนึ่งในโปรดักสำคัญของบริษัท โดยเป็นสกุลเงินดิจิทัลสำหรับคนทั่วไปสามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยอาศัยบริการสนับสนุนของ Asian Fintech โดยเฉพาะแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายออนไลน์ ที่โดดเด่นใน 3 ด้าน คือ ใช้งานง่าย รวดเร็ว และวางใจได้ มีศักยภาพที่จะรองรับลูกค้าจำนวนมากและการทำธุรกรรมในปริมาณสูงพร้อมๆ กันได้ ไม่ล่ม และมีความปลอดภัยสูง

การที่มีเครือข่ายบริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 150 บริษัทที่เป็นสมาชิกของ Morison Global รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรและลูกค้าของบริษัทเหล่านั้น รวมกับลูกค้าที่ใช้บริการของ Afin อีกจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ ทำให้ชื่อของ “พอล วาน” จะกลายเป็นอีกชื่อหนึ่งที่เราน่าจะคุ้นหูคุ้นหน้ากันในอนาคต 

ยิ่งตอนนี้เขากำลังเดินหน้ามองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ประเทศไทยซึ่งมีชื่อเสียงมากในธุรกิจเวลเนส การท่องเที่ยวและบริการ ฯลฯ เพื่อต่อยอดธุรกิจโดยเฉพาะในภาคบริการไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว โรงแรม การพักผ่อนและบริการด้านสุขภาพ เชื่อว่าอีกไม่นานเราคงได้เจอกับ “พอล วาน” แน่นอน 

ประวัติ พอล วาน

  • ประธานกลุ่ม Morison Global รับตำแหน่งเมื่อพ.ศ. 2563
  • ผู้ก่อตั้งบริษัท A PLUS Fintech
  • ก่อตั้งบริษัท Paul Wan & Co. เมื่อพ.ศ. 2529 ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีระดับ Top 15 ของสิงคโปร์  มีลูกค้ากว่า 70% เป็นบริษัทลูกหรือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ จีน ฝรั่งเศส อินโดนีเซียญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา  รวมทั้งเป็นผู้นำลูกค้าหลายบริษัทเข้าจดทะเบียนในคลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา
  • สมาชิกสถาบัน Institute of Chartered Accountants (England & Wales) และ Institute of Singapore Chartered Accountants (ISCA)
  • เป็นผู้ผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้อนุญาตให้บริษัทอื่นนอกกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ 4 แห่งของเกาหลีใต้สามารถดำเนินการทำไอพีโอให้บริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้
  • สร้างเครือข่ายของ Morison ในฮ่องกง อินเดีย ดูไบ จีน ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ
  • ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระในบริษัทระดับอินเตอร์ในประเทศสิงคโปร์ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์หลายแห่ง
  • เป็นผู้บรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัย National University of Singapore และ Singapore Management University

สมาร์ททีทีซีจัดสรรพื้นที่โรงงานผลิตมิเตอร์ไฟฟ้า ตั้งโรงพยาบาลสนามเปิดรับผู้ป่วย COVID-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593716

สมาร์ททีทีซีจัดสรรพื้นที่โรงงานผลิตมิเตอร์ไฟฟ้า ตั้งโรงพยาบาลสนามเปิดรับผู้ป่วย COVID-19

สมาร์ททีทีซีจัดสรรพื้นที่โรงงานผลิตมิเตอร์ไฟฟ้า ตั้งโรงพยาบาลสนามเปิดรับผู้ป่วย COVID-19

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริหาร บริษัท สมาร์ททีทีซี จำกัดผู้ผลิตมิเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่ ร่วมเปิดบริการที่โรงพยาบาลสนาม ณ โรงงานสมาร์ททีทีซี ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 9สิงหาคมที่ผ่านมา จัดสรรพื้นที่โรงงานกว่า14,000 ตร.ม. ภายใต้พื้นที่โรงงานขนาดใหญ่กว่า 42 ไร่ ได้มาตรฐานบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2015 เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามพร้อมจัดเตรียม บุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางการแพทย์เบื้องต้น รวมถึงเครื่องอุปโภคและบริโภคบริการรองรับผู้ป่วย COVID-19 สีเหลืองในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน160 เตียง

 นางพรทิพย์ เทพตระการพรประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ททีทีซี จำกัด กล่าวว่า “ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน ที่กำลังประสบกับปัญหาการระบาด COVID-19 โดยได้จัดสรรพื้นที่ 14,000 ตร.ม. ภายในเขตโรงงานผลิตมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Meter ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 42 ไร่ และได้มาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ISO 14001 : 2015 เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากที่พักและชุมชนและป้องกันการแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นภายในครอบครัวและคนใกล้ชิด ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วย COVID-19 สีเหลืองได้ จำนวน 160 เตียง ทั้งนี้จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่
วันที่ 9 สิงหาคม2564 ไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 

โรงงานสมาร์ททีทีซี เป็นฐานการผลิตมาตรวัดไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ผลิตมิเตอร์ทุกรุ่น (จานหมุนอิเล็กทรอนิกส์และมิเตอร์อัจฉริยะ) ภายใต้มาตรฐานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง พื้นที่ภายในเขตรั้วโรงงานมีขนาดใหญ่ มีสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมเหมาะต่อการจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วย COVID-19ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจัดให้มีเตียงจำนวน 160 เตียง พร้อม บุคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ สิ่งของอุปโภคและบริโภคในเบื้องต้น ขณะนี้ มีผู้ป่วยในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้ารับการรักษา ประมาณ1,620 ราย เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 10 ราย ดังนั้น นางพรทิพย์ เทพตระการพรจึงเชื่อว่า โรงพยาบาลสนาม ณ โรงงานสมาร์ททีทีซี จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยรายใหม่ได้มีที่พำนักรักษาในเบื้องต้น อันจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลอีกทางหนึ่ง ซึ่งโรงงานสมาร์ททีทีซี ในฐานะสมาชิกหนึ่งของสังคม ยินดีที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

 นางพรทิพย์ เทพตระการพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงสถานการณ์เลวร้ายนี้ทุกคนต้องออกมาช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคนลำบาก ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ประเทศไทยได้รอดพ้นจากการระบาดที่รุนแรงในครั้งนี้โดยเร็ว ในส่วนของบริษัทสมาร์ททีทีซี จำกัด มีความยินดีที่จะร่วมแรงร่วมใจช่วยคนไทย สู้ภัย COVID-19 ในการกระจายความช่วยเหลือที่รวดเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นอีกแรงหนึ่งในการช่วยผลักดันให้สังคมโดยรวม สามารถก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ ในปัจจุบัน บริษัท สมาร์ททีทีซี จำกัด เป็นฐานการผลิตมาตรวัดไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาเกือบ 30 ปี เพื่อตอบสนองนโยบายโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะกับการพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย โดยการใช้เทคโนโลยีมิเตอร์อัจฉริยะโดยมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย มีพนักงานอยู่กว่า 100 คน ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ระบาด นางพรทิพย์ ได้ให้ความใส่ใจต่อมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด ในการดูแลสุขอนามัยของพนักงานทุกคน และภายในโรงงานอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการเกิด “คลัสเตอร์” อันเป็นการเพิ่มการระบาดและเพิ่มภาระต่อสังคม  

มอบชุดตรวจโควิด-19 ช่วยคนตาบอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593719

มอบชุดตรวจโควิด-19 ช่วยคนตาบอด

มอบชุดตรวจโควิด-19 ช่วยคนตาบอด

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้บริหารโรงพยาบาลบางมด นำโดย นายแพทย์สุรสิทธิ์ อัศดามงคล ประธานกรรมการบริหารพร้อมด้วย นายแพทย์เทวเดช อัศดามงคลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เเละแพทย์หญิงศุภวงษ์ อัศดามงคลโรงพยาบาลบางมดมอบชุดตรวจโควิด-19 ประเภทแรพิดเทสต์ (Rapid Test) ให้กับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย จำนวน 200 ชุด เพื่อการตรวจคัดกรองผู้เสี่ยงติดเชื้อในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมี นายเอกกมล แพทยานันท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหาร โครงการ ‘อว.พารอด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593737

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหาร โครงการ ‘อว.พารอด’

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหาร โครงการ ‘อว.พารอด’

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหาร แก่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหาร แก่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและคณะผู้บริหาร เข้ารับพระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหารที่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา โดย รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นผู้แทนส่งมอบเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยวัตถุดิบประกอบอาหารที่พระราชทาน สำหรับใช้ประกอบอาหารเพื่อโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในเครือข่าย อว.รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบด้วย ไข่ไก่สด จำนวน 3,000 ฟองเห็ดเข็มทอง จำนวน 300 กิโลกรัม เป็ดสดจำนวน 500 ตัว กระเทียมสดจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 20 กิโลกรัม ข้าวเกษตรอินทรีย์ จำนวน 500 ถุง ข้าวสารจากข้าวพันธุ์ดีกข 43 จำนวน 920 ถุง กุ้งขาวแวนนาไมแช่แข็ง จำนวน 190 กิโลกรัม หน่อไม้สด นึ่ง จำนวน10 ปี๊บ และผลิตภัณฑ์ตรานายประมง ได้แก่เนื้อปลาเก๋า จำนวน 176 ห่อ ปลาข้างเหลือง จำนวน 144 ห่อ และปลาไหล จำนวน36 ห่อ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้ดำเนินการโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 60 แห่งใน 46 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับโครงการ “อว. พารอด” ได้จัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนคนที่รอเป็นคนที่รอด” เป็นการรวมพลังกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สร้างเป็นเครือข่ายพันธมิตร ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ การสร้างขวัญกำลังใจและเสริมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโค วิด-19 ผ่าน HomeIsolation และ Community Isolationโดยการรวมจิตอาสาและอาสาสมัครรวมถึงผู้ป่วยที่หายดีแล้ว เข้าร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์และการปฏิบัติตัวของผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยมี “กล่อง อว.พารอด” ประกอบไปด้วยยาสมุนไพร อุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ เพิ่มเติมจากที่โรงพยาบาลมีให้ โดย อว. ได้เริ่มนำร่องจัดส่งกล่อง อว. พารอดให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลในเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2564ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และคณะผู้บริหาร เข้ารับพระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหารที่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จาก รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นผู้แทนส่งมอบศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และคณะผู้บริหาร เข้ารับพระราชทานวัตถุดิบประกอบอาหารที่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จาก รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นผู้แทนส่งมอบ

ชุดตรวจแอนติเจนของเชื้อโควิด 19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593718

ชุดตรวจแอนติเจนของเชื้อโควิด 19

ชุดตรวจแอนติเจนของเชื้อโควิด 19

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตอนนี้มีการอนุญาตให้ใช้ชุดตรวจแอนติเจนของเชื้อ (Antigen Test Kit, ATK) ได้ทั้งในสถานพยาบาล และบุคคลทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้กันเองได้แล้ว และเริ่มมีการใช้กันอย่างกว้างขวาง ก่อนที่จะใช้กันมารู้ถึงข้อดีข้อเสียของ ATK นี้ว่าเป็นอย่างไรกันก่อนนะครับ

ข้อดีของ ATK ที่สำคัญคือ ใช้เวลาไม่นาน ช่วยลดการรอคอยการตรวจพันธุกรรมของเชื้อ (RT-PCR) และถ้าใช้ชุดตรวจมีคุณภาพและตรวจได้ถูกต้อง มีผลบวกลวง (false positive) ต่ำมาก คือถ้าตรวจได้ผลบวก โอกาสเป็นโควิด 19 สูงมาก ทำให้สามารถแยกผู้ป่วยออกจากผู้ไม่ป่วยได้เร็ว ช่วยลดการกระจายเชื้อและทำให้ผู้ป่วยโควิด 19 โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการสามารถเข้ารับการรักษาโดยการกักตัวที่บ้าน (home isolation) รวมทั้งกักตัวในชุมชน (community isolation) หรือเข้า รพ.ได้ โดยทำ RT-PCR คู่ขนานได้เลย จะทำให้ผู้ป่วยโควิด 19 ได้รับการรักษาได้เร็วกว่าเดิม

ข้อเสียของ ATK ที่สำคัญคือ ถึงชุดตรวจมีคุณภาพและตรวจได้ถูกต้อง ก็ยังมีผลลบลวง (false negative) คือมีเชื้อแต่ตรวจ ATK ได้ผลลบ ค่อนข้างมากโดยเฉพาะในผู้ที่ไม่มีอาการซึ่งมีเชื้อน้อย อาจตรวจไม่พบเชื้อโดย ATK ได้ ถ้าชุดตรวจไม่ได้คุณภาพและตรวจไม่ถูกต้อง ยิ่งมีโดยโอกาสได้ผลลบลวงมากขึ้น และผู้ที่ตรวจได้ผลลบอาจชะล่าใจคิดว่าตัวเองไม่มีเชื้อโรค ทำให้ยิ่งแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายขึ้น

สิ่งสำคัญคือ ต้องใช้ชุดตรวจที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานเลขาธิการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น ในวันที่ 8 ส.ค. 2564 ทางอย.ได้รับรอง ATK 27 ยี่ห้อแล้ว โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของ อย.ก่อนซื้อมาใช้นะครับ ถ้าไม่ได้อยู่ในรายชื่อของ อย.แนะนำว่าอย่าซื้อมาใช้ ถึงแม้จะถูกมากๆ เพราะผลจะไม่น่าเชื่อถือตรวจสอบได้จาก

https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.aspx?fbclid=IwAR3_SjtFfv32J_krgbIMPKr
C0b_JS5kA943ox6x7FHou6ni6KgCIB3-jXxY หรือตาม QR Code ครับ เวลาเข้าดูในเว็บไซต์ ให้คลิกที่เขียนว่า “สำหรับใช้โดยประชาชนทั่วไป (Home use)” นะครับในเว็บไซต์นั้นจะมีวีดีโอการใช้ ATK แต่ละชนิดให้ดูประกอบก่อนการตรวจด้วย ต้องทำตามวีดีโอแนะนำด้วยโดยเฉพาะระยะเวลาในการอ่านผลตรวจ

QR เพื่อตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานเลขาธิการอาหารและยา (อย.)

พลอากาศโท นายแพทย์ อนุตตร จิตตินันทน์

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593725

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2564

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll เพื่อมวลมนุษยชาติ มหกรรมกีฬา OLYMPIC GAMES TOKYO 2020 ก็ได้จบลงอย่างที่ทุกคนเอาใจช่วยลุ้นให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งเจอทั้งปัญหามวลประชาชนญี่ปุ่นเองต่อต้าน, ปัญหาเรื่องสปอนเซอร์ค่าใช้จ่ายมหาศาล และปัญหาเรื่องโรคระบาดโควิด-19 รบกวนตีรวนไปทุกระบบ แม้กระทั่งประชาชนที่ต้องการมาทัวร์ญี่ปุ่น และชมการแข่งขันสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ต้องล้มเหลวกันไปหมด… อีกแง่มุมของประเทศรัสเซียที่เคยยิ่งใหญ่เป็นมหาอำนาจเหรียญทองของโอลิมปิกต้องเปลี่ยนไป ก็มาจากความทะเยอทะยานต้องการแผ่ขยายอาณาจักรยึดครองแผ่นดินอัฟกานิสถาน แล้วเกิดสถานการณ์พลิก รัสเซียต้องแพ้สงครามถูกขับไล่ออกจากประเทศอย่างหมดฟอร์ม เป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมของอาณาจักร จนกระทั่งถูกพวกกลุ่มชาติพันธุ์ที่รอทีอยู่แล้วเร่งเกมให้แบ่งแยก โซเวียตยูเนียน ออกเป็นถึง 13 รัฐอิสระ สำหรับโอลิมปิกเกมในปัจจุบันรัสเซียไม่เหลือความยิ่งใหญ่ จากเคยเป็นเจ้าเหรียญทอง เหลือแค่อันดับ 4 เท่านั้น…

ll โครงการ PHUKKET SANDBOX ของรัฐบาลกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็มีมนุษย์ซาตานมาทำลายล้างให้กระฉ่อนไปทั่วโลก เมื่อเกิดคดีฆาตกรรมทัวริสต์หญิงชาวสวิส วัย 57 ปี NICOLE SAUVAIN-WEISSKOPF ซึ่งไม่ใช่คนธรรมดา เพราะมีตำแหน่งทางการถึง “รองหัวหน้าฝ่ายพิธีการของรัฐสภาสวิส” เป็นเหตุให้ท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ต้องยกทีมผสมขนาดใหญ่สุดลงที่เกิดเหตุกำชับว่าต้องได้ตัวฆาตกร !!…และก็เป็นไปดังนั้น ไม่ถึง 48 ชม. ตำรวจชุดพิเศษก็สามารถออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นได้ ก็เป็นวัฒนธรรมแบบไทยๆ มีข่าวเอาใจผู้ใหญ่ตามมาติดๆ ว่าทางการจะรีบติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ในบริเวณอุทยานน้ำตกดังกล่าว…ขอให้คำแนะนำสักนิดเถิด ไม่มีอะไรที่ทัวริสต์ฝรั่งรังเกียจไปกว่าการละเมิด PRIVACY เขา ฝรั่งเขารักธรรมชาติแม้แต่ผู้ตายมีตำแหน่งสูงยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาความสงบที่ภูเก็ต เจ้าหน้าที่บ้านเมืองควรตระหนักว่าหน้าที่ท่านควรจัดระบบความปลอดภัยในพื้นที่ให้รัดกุม อีกทั้งควบคุมระบบการลงทะเบียนประวัติลูกจ้างในเกาะภูเก็ตให้สมบูรณ์แบบ…

ll ช่วงวิกฤติ COVID-19 เช่นนี้ ดอย-ศิขรินทร์ พาลูกสาวตัวน้อยมาอยู่กับคุณปู่-คุณย่า สนธิ-รัชนี เอมะรุจิที่บ้านนวธานีชั่วคราว…ทำให้บ้านที่เคยสงบเงียบกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง…

ll มีเวลาว่างไม่ผ่านเลยไป ลานทิพย์ ทวาทศิน ทำพริกดองสไตล์สิงคโปร์มีสามี คณิต ชาวสิงคโปร์แท้ๆ ช่วยชิมออกจำหน่ายเป็นการกุศล โดยมีเพื่อนรัก รุ่งนภาจักรพันธุ์ฯ อุดหนุนเป็นรายแรก…

ll ช่วงนี้มีแต่ข่าวที่น่าเสียใจ สาโรจน์ เพ็งชะอุ่ม สูญเสียพี่ชายผู้มีพระคุณดุจพี่ชายแท้ๆ วัลลภ นวะมะรัตน์ ฌาปนกิจไปแล้วเมื่อ 9 ส.ค.ที่วัดเทวสุนทร…

ll แม้ตัวจากไปแล้ว ผศ.ทรงกลด ประพิตรภา ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 1 แสนบาท มอบแก่องค์กรการกุศลและโรงพยาบาลรวม 20 แห่ง …สาธุบุญด้วย…

ll ราชินีรุ่น 65 ร่วมกับ อำภาตันรัตนวงศ์ นำกล้วยตาก 200 ถุง ไปมอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อคนป่วย COVID-19 ที่มานอนพักรักษาตัวที่นี่เมื่อวันก่อน…

ll เต็มดวง จาตุรจินดา เปิดร้านอาหาร ฮอตช็อป สุขุมวิท 41 แล้ว หลังหยุดมาระยะหนึ่ง โดยแจ้งมาว่า ระหว่าง 10-11 ส.ค. ที่ร้านมีขนมจีนน้ำพริกที่หลายคนรอคอย…สนใจโทร.02-2580652-4 หรือ Line Robinhood !!…ll

บารอนเนส

‘เพ ลา เพลิน’ บูติค รีสอร์ท หัวใจสีเขียว คว้ารางวัลโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593720

‘เพ ลา เพลิน’ บูติค รีสอร์ท หัวใจสีเขียว คว้ารางวัลโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

‘เพ ลา เพลิน’ บูติค รีสอร์ท หัวใจสีเขียว คว้ารางวัลโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่กระทบด้านการท่องเที่ยวอย่างหนัก เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่หยุดพัฒนา ล่าสุดคว้ารางวัลโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) ประจำปี 2563 ระดับเงิน หรือดีมาก จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การันตีความเป็นโรงแรมที่มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ พร้อมการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ดี มีส่วนร่วมในการสืบสานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการพัฒนาท้องถิ่น

นายประณัย สายชมภู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด ในฐานะผู้แทนขององค์กร เผยว่า แม้ในขณะนี้ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พักต่างๆ จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น แต่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนใน เพ ลา เพลิน ยังคงช่วยเหลือกันอย่างเข้มแข็งในการพัฒนาการบริการ และองค์กรอย่างต่อเนื่อง และได้ใส่ใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ลดการใช้ทรัพยากรหรือพลังงานที่สิ้นเปลืองลดการสร้างมลพิษ ซึ่งส่วนหนึ่งจะทำให้องค์กรสามารถลดรายจ่ายไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้ อีกทั้ง ยังได้ช่วยโลก ช่วยสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับการดำเนินธุรกิจได้ดียิ่งขึ้นด้วย การได้รับรางวัล Green Hotel ระดับเงิน หรือดีมาก ของ เพ ลา เพลินในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพวกเรา และเราจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวของเราทุกคน

นอกจากการพัฒนาองค์กรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว เพ ลา เพลิน ยังร่วมผลักดันกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ทั้งในด้านของ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในอนาคตต่อไปประณัย สายชมภู

ประณัย สายชมภู