LINE อาสาส่งพลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านแคมเปญ ‘WE LOVE YOU’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593559

LINE อาสาส่งพลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านแคมเปญ‘WE LOVE YOU’

LINE อาสาส่งพลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านแคมเปญ‘WE LOVE YOU’

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

LINE ประเทศไทย อาสาส่งพลังใจสนับสนุนคนไทยให้สามารถสร้างโอกาสและอนาคตท่ามกลางวิกฤติครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ/แคมเปญ “WE LOVE YOU” กับการรวบรวมหลากหลายบริการ ฟังก์ชั่นใน LINE Ecosystem ช่วยเหลือคนไทยในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการไทย กลุ่มผู้ใช้งานไลน์ทั่วไป รวมถึงภาคส่วนที่กำลังประสบความยากลำบากในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น กลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุข กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ ให้สามารถปรับตัวสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดำเนินชีวิตดำเนินธุรกิจ เดินหน้าช่วยเหลือสังคมไทยต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบในหลากหลายภาคส่วน ทำให้การดำเนินธุรกิจเกิดการชะงักหรือชะลอตัว รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันสิ่งสำคัญและจำเป็น นอกจากข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีประโยชน์ถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว หลายธุรกิจ หลายกลุ่มองค์กรยังมองหาทางรอดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจหรือกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคมต่างๆ ให้ไปต่อได้อย่างไม่สะดุด LINE ในฐานะดิจิทัลแพลตฟอร์มชั้นนำในประเทศไทย เล็งเห็นถึงโอกาสในการส่งต่อความช่วยเหลือที่ให้มากกว่าแค่กำลังใจ คือ พลังของแพลตฟอร์ม LINE ผ่านโครงการ/แคมเปญ “WE LOVE YOU” ในครั้งนี้ เพื่อเป็นตัวกลางการสื่อสารและสร้างความเป็นไปได้ในทุกภาคส่วน ด้วยการมอบความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน LINE ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด โดยวางแผนสนับสนุน 4 กลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเร่งด่วนในเบื้องต้นผ่านเซอร์วิสและฟีเจอร์ต่างๆ บน LINE Ecosystem ที่พร้อมจะสนับสนุนคนไทยทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปพร้อมกัน”

สำหรับโครงการ/แคมเปญ WE LOVE YOU นี้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://lin.ee/IjS8xtx/wcvn/PR/weloveyou ซึ่งในเบื้องต้นได้จัดกลุ่มอาสาสนับสนุนไว้ดังนี้ กลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการไทย-เร่งสร้างทักษะ การเรียนรู้ในการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ให้กับกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการไทย เพื่อเป็นโอกาสสู่
ทางรอดท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยหลากหลายกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งในรูปแบบสื่อต่างๆ ที่พร้อมให้ศึกษาเพื่อเริ่มต้นด้วยตนเอง เปิดช่องทางการค้าขายบนโลกออนไลน์ผ่านแหล่งรวมร้านค้าโซเชียลยอดฮิตอย่าง LINE SHOPPING ให้ร้านค้าสามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อทำการขายและได้รับการโปรโมทฟรีเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ผ่านแคมเปญ “Hug SMEs รักนะเจ้าร้านเล็ก” (ดูรายละเอียดแคมเปญ : https://lin.ee/eKivgBs ) อีกทั้งยังมอบเครดิตการลงโฆษณาบน LINE ฟรี สำหรับ SME ที่เปิดบัญชี LINE Ads Platform (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: https://bit.ly/3rGha8q) พร้อมเปิดออนไลน์คลินิกให้คำปรึกษา SME ไทยในการทำโฆษณาบนโลกออนไลน์ผ่าน LINE Ads Platform จากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงกำลังใจให้ SME ไทยเริ่มต้นสร้างธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ เรียนรู้การใช้แพลตฟอร์ม LINE เพื่อโอกาสบนโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

กลุ่มผู้ใช้งานไลน์-สร้างการรับรู้ให้คนไทยทั่วประเทศเข้าถึงและเข้าใจการใช้งานบริการ ฟีเจอร์ต่างๆ ใน LINE ที่สามารถช่วยเหลือตอบสนองกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทยให้สะดวก สบาย รวดเร็ว ตอบโจทย์ได้ท่ามกลางสถานการณ์ ล็อกดาวน์ ไม่ว่าจะเป็น LINE Chat ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันLINE Meeting ในการประชุมออนไลน์หรือการทำงาน และ LINE OpenChat คอมมิวนิตี้ใหญ่ที่สามารถรองรับคนจำนวนมากๆ เพื่อร่วมพูดคุยในเรื่องเดียวกัน หรือพูดคุยกับคนในองค์กรจำนวนมากๆ ได้ เป็นต้น

กลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มองค์กรด้านการแพทย์-วางแผนให้ความรู้ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบนแพลตฟอร์มLINE มาช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยกันได้แบบเรียลไทม์ ไร้ข้อจำกัด พร้อมเป็นทางเลือกใหม่ในการหาหมอด้วยระบบเทเลเมดีซีน (Telemedicine) ผ่าน LINE เพื่อลดอัตราเสี่ยงรับเชื้อเพิ่มจากการเดินทาง ลดความหนาแน่นของผู้ป่วยในโรงพยาบาล และลดปัญหาผู้ป่วยอื่นติดเชื้อซ้ำจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน

กลุ่มบุคลากรและองค์กรด้านการศึกษา-วางแผนสร้างการรับรู้ถึงฟังก์ชั่น ฟีเจอร์ต่างๆ บน LINE ที่บุคลากร ทางการศึกษา โรงเรียนต่างๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นช่องทางทำการเรียนการสอนออนไลน์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เน้นแนะนำวิธีการใช้อย่างเป็นขั้นตอนให้เข้าใจง่าย เพื่อบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศไทยสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นที่เหมาะสม นำไปสู่การเรียนการสอนออนไลน์ที่ครอบคลุมและราบรื่น เปรียบเสมือนห้องเรียนจริงๆ ผ่าน LINE Meeting และ LINE Open Chat เป็นต้น

นอกจากนี้ LINE ยังเตรียมเปิดช่องทาง “อาสาช่วยเหลือ/ศูนย์ช่วยเหลือ (Help Desk Center)” ผ่าน OpenChat คอมมิวนิตี้ เพื่อเป็นศูนย์รวมการสอบถาม พูดคุย แลกเปลี่ยน และแนะนำรายละเอียดการนำ LINE ไปใช้ในกิจกรรมด้านต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายข้างต้นรวมไปถึงกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไทยท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดนี้ โดย LINE หวังว่าศูนย์กลางช่วยเหลือแห่งนี้ จะเป็นช่องทางสำคัญในการแนะนำถึงวิธีการใช้เครื่องมือดิจิทัลบน LINE ให้อย่างครบครัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ สามารถใช้ LINE ช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มที่และรวดเร็วด้วยเช่นกัน

“LINE ประเทศไทย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนไทยท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากที่เกิดขึ้น ผ่านโครงการ/แคมเปญ “WE LOVE YOU” ด้วยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเซอร์วิสและฟีเจอร์บน LINE Ecosystem ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจและคนไทยได้อย่างตรงจุด พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการทุกระดับและคนไทยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและดียิ่งขึ้นไป” ดร.พิเชษฐ กล่าวทิ้งท้าย

เขย่าวงการแฟชั่น TRIBUTE x LUKE ISHIKAWA คอลแลปส์แคมเปญเพื่อสังคมไทยยืดหยัดสู้ภัย COVID-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593525

เขย่าวงการแฟชั่น TRIBUTE x LUKE ISHIKAWA  คอลแลปส์แคมเปญเพื่อสังคมไทยยืดหยัดสู้ภัย COVID-19

เขย่าวงการแฟชั่น TRIBUTE x LUKE ISHIKAWA คอลแลปส์แคมเปญเพื่อสังคมไทยยืดหยัดสู้ภัย COVID-19

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นับเป็นการเขย่าวงการแฟชั่นอีกครั้ง เมื่อแบรนด์แฟชั่นสัญชาติเกาหลีชื่อดัง ที่มาพร้อมกับอุดมการณ์สร้างสรรค์และพัฒนาสังคมอย่างTRIBUTE จับมือ ลุค อิชิคาว่า พลาวเด้น พระเอกหนุ่มสุดฮอตสัญชาติญี่ปุ่น-อเมริกัน และดีไซเนอร์เสื้อผ้าแนวสปอร์ตมากความสามารถของประเทศไทย ที่ต้องการให้ทุกคนในสังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติการระบาดของเชื้อ COVID-19 ไปได้ร่วมกันเกิดเป็นคอลแลปส์แฟชั่นเพื่อสังคมไทยล่าสุด “TRIBUTE x LUKE ISHIKAWA” ภายใต้คอลเลคชั่นแนวสตรีทสไตล์ชื่อว่า Stronger และเป็นดีไซเนอร์ไทยคนแรกที่ได้ร่วมงานกับ TRIBUTE นำรายได้เพื่อสมทบทุนให้กับกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน “Up for Thai” ภายใต้โครงการ“ต้องรอด” เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสภาวะการระบาดของ COVID-19

“TRIBUTE x LUKE ISHIKAWA” นับเป็นคอลแลปส์แคมเปญครั้งใหม่ที่ทางแบรนด์ TRIBUTE ได้รับเกียรติจาก ลุค อิชิคาว่า พลาวเด้น พระเอกหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่น-อเมริกัน จากซีรี่ส์เรื่อง OH MY BOSS และดีไซเนอร์แบรนด์สตรีทสปอร์ต “VOYAGE” เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบคอลเลคชั่นแฟชั่นสไตล์สตรีทสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ภายใต้ชื่อคอลเลคชั่นว่า “Stronger” โดยเชื่อมโยงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานและอุดมการณ์แฟชั่นเพื่อช่วยเหลือสังคมไทยสู้ภัย COVID-19 เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งนำรายได้เพื่อสมทบทุนให้กับกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน “Up for Thai” ภายใต้โครงการ “ต้องรอด” เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสภาวะการระบาดของ COVID-19 โดยการจัดตั้งโรงครัว การรับบริจาคเงิน และของอุปโภค-บริโภค เพื่อนำส่งไปยังพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ

ดีไซเนอร์หนุ่ม ลุค อิชิคาว่า พลาวเด้น เผยว่า เอกลักษณ์ของคอลเลคชั่น “Stronger” จะเน้นโทนสีขาวและสีดำ ประกอบไปด้วย 4 ไอเทมที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์สไตล์ที่ให้ลุคสตรีทสปอร์ตได้อย่างง่ายดาย พร้อมบ่งบอกถึงความมั่นใจและความสบายขณะสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืด (Loose T-Shirt) เสื้อฮู้ด (Hoodie) หมวกบีนนี่(Beanie) และกระเป๋ากีฬา (Bag) ในขณะที่ทุกไอเทมจะสกรีนคีย์เวิร์ดจุดเด่นสำคัญ “Stronger” ที่ได้รับการตีความจากวิสัยทัศน์และความห่วงใยของ ลุค อิชิคาว่า พลาวเด้น ที่ต้องการให้ “ทุกคนจงเข้มแข็ง แข็งแกร่งขึ้น เพื่อยืนหยัดช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พร้อมต่อสู้ร่วมกันและก้าวผ่านอุปสรรค COVID-19 ไปด้วยกัน” พร้อมด้วยสกรีนคีย์เวิร์ดสุดไอคอนิกจากสองแบรนด์ DNA เข้าด้วยกัน อย่าง VOYAGE ที่สื่อถึง “การโลดแล่นบนเส้นทางที่คุณกำหนดเองและรู้สึกดีที่ได้ทำ” คู่กับ TRIBUTE สื่อถึงการอุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่สังคมผ่านการร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่ออกแบบโดยศิลปินชื่อดังต่างๆ เมื่อทั้งสองคีย์เวิร์ดรวมกันจึงตีความใหม่ที่สื่อถึง “การอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนและรู้สึกยินดีที่ได้ทำ” นอกจากนี้ ยังเพิ่มลูกเล่นให้กับรายละเอียดของแฟชั่นไอเทมคอลเลคชั่นนี้ด้วยเทคนิคการสกรีนลวดลาย Glitch (ภาพซ้อนแบบอนาล็อก) เพื่อสื่อเชิงสัญลักษณ์ถึงโลกของเราที่กำลังเผชิญอุปสรรคและความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนกลายเป็นจุดสนใจของคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแนวสตรีทสปอร์ตสุดพิเศษนี้

TRIBUTE X LUKE ISHIKAWA แคมเปญคอลแลปส์แฟชั่นเพื่อสังคมไทย พร้อมให้สาวกแบรนด์ TRIBUTE และแฟนๆ ของ ลุค อิชิคาว่า พลาวเด้น รวมถึงเหล่าแฟชั่นนิสต้า ได้ชมและช้อป Pre-Order สินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ววันนี้-21 สิงหาคม 2564 เท่านั้น ที่เว็บไซต์ www.our-tribute.com และ Instagram @our_tribute

เพราะพวกเรา ‘ต้องรอด’ Up for Thai ระดมกำลังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593547

เพราะพวกเรา ‘ต้องรอด’ Up for Thai ระดมกำลังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโควิด-19

เพราะพวกเรา ‘ต้องรอด’ Up for Thai ระดมกำลังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชนและภาคเอกชน ในนาม Up for Thai นำโดย ดวงฤทธิ์ บุนนาค และคุณชายอดัม ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคลเปิดตัวโครงการ “ต้องรอด” ระดมกำลังกายและทุนทรัพย์ช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนจากความเดือดร้อนในภาวะการระบาดของ ไวรัสCOVID-19 โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้เกี่ยวข้องที่มีชื่อเสียงอย่างป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช และ สุกิจ เจริญมุขยนันท์

โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก อัพ (กุลทรัพย์ วัฒนผล) หัวหน้าทีมที่บุกเบิกวงการ E-Sports ในเมืองไทยและเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของคุณชายอดัม ซึ่งได้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มอาสาสมัครเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาระดับประเทศนี้

โครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai ได้จัดตั้งศูนย์รวบรวมการสนับสนุนสิ่งของจำเป็น เพื่อรับบริจาควัตถุดิบ เครื่องอุปโภค-บริโภค น้ำดื่ม รวมถึงทุนทรัพย์ และยังได้จัดตั้งโรงครัว ตั้งเป้าผลิตอาหารสำหรับ 2,000 คน ต่อมื้อ (3 มื้อต่อวัน) ในทุกๆ วัน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2564) แจกจ่ายไปยังชุมชนที่มีการกักตัวจากการเฝ้าระวังอาการ และจากการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส COVID-19

ศูนย์รวบรวมการรับบริจาคและโรงครัวเพื่อชุมชน ของ โครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai ปฏิบัติงานตามนโยบายและแนวทางมาตรการป้องกันการติดเชื้อของกรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด โดยจัดทำแผนงานการคัดกรอง COVID-19 ร่วมกับหน่วยงานปกครองในพื้นที่ และกำหนดการพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ปฏิบัติงาน (surface disinfection) ทุก 10 วัน ทางศูนย์มีการจัดแบ่งพื้นที่การทำงานของกองอำนวยการพื้นที่พักอาศัยสำหรับอาสาสมัครแบบพักค้างคืน กำหนดจุดลงทะเบียน จุดรับและจุดฆ่าเชื้อสิ่งของบริจาค มีการบริหารจัดการคลัง จัดเก็บวัตถุดิบแห้งและสดแบ่งพื้นที่เตรียมอาหาร พื้นที่ประกอบอาหารรวมไปถึงพื้นที่ลำเลียงเพื่อจัดส่ง และพื้นที่ซักล้าง

นอกเหนือจากนี้ โครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai ยังประสานงานกับหน่วยงานภาคประชาชน และเอกชนอื่นๆ เช่น บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (แบรนด์ CP) บริษัทอาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นเนล เพ็พเพอร์แอนด์ สไปซ์ (ตรามือที่หนึ่ง) บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ (แบรนด์สิงห์) บริษัท หาดทิพย์ (แบรนด์น้ำทิพย์และโค้ก) บริษัท เซ็ปเป้ (แบรนด์เซ็ปเป้และเพรียว) บริษัทไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ (ตลาดไท) ฯลฯ เพื่อสร้าง supply route ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และมีการประสานเชื่อมโยงคลังกับทาง ThaiPBS เพื่อส่งสิ่งของที่จำเป็นต่างๆผ่าน ThaiPBS ไปยังหน่วยงานอื่นๆต่อไป

ทั้งนี้ โรงครัวปลอดเชื้อของ โครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai มีกำลังการผลิตอาหารสดใหม่ประมาณ 2,000 ชุดต่อมื้อ เป้าหมายผลิต 3 มื้อต่อวัน ทุกวัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยกองกำลังอาสาสมัครผู้ผ่านการคัดกรองประวัติว่าไม่มีความเสี่ยงจาก COVID-19 จะเข้าปฏิบัติงานตั้งแต่ 04.00-18.00 น. กระจายส่งอาหารสดใหม่ น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น โดยพาหนะของศูนย์จำนวน 3 คันและประสานกับขนส่งภายนอก เช่นทีมชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รถคณะราษฎร กลุ่ม “เส้นด้าย” รถกลุ่มอาสาชุมชนพัฒนาใหม่ รถขนส่งภาคประชาชนอื่นๆไปยังจุดกระจายอาหาร ของอุปโภคบริโภคในชุมชน เช่น SOS Thailand มูลนิธิปั้นเด็กดี มูลนิธิดวงประทีป อาสาดุสิต วัดสะพาน ThaiPBS กู้ภัยสมุทรปราการ รวมถึงชุมชนที่ต้องกักตัวจากการเฝ้าระวังอาการติดเชื้อไวรัส COVID-19 กว่า 50 แห่ง และครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน อาทิ ชุมชนคลองเตย ชุมชนพัฒนาใหม่ ชุมชนริมคลองสามเสน ชุมชนร่มเกล้าชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา ชุมชนสวนอ้อยโดยทางโครงการ “ต้องรอด” ยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนจัดตั้งโรงครัว ทั้งทางด้านวัตถุดิบ องค์ความรู้ และการประสานงานพื้นที่กับกลุ่มบุคคลองค์กรและหน่วยงานต่างๆ เช่น โรงครัวเคลื่อนที่โดยสำนักพัฒนาสังคมกรุงเทพมหานคร โรงครัวชุมชนพัฒนาใหม่โรงครัววัดคลองเตยนอก เขตคลองเตยโรงครัวกลุ่มอาสาดุสิต โรงครัวชุมชนในเขตคลองสามวา

นอกจากนี้ โครงการ “ต้องรอด” มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในหลายช่องทาง ทั้ง Social Media ของกลุ่ม สำนักข่าวทั้งโทรทัศน์และออนไลน์ ผู้มีชื่อเสียง เช่น ศิลปิน/นักร้อง ไอดอล นักแสดง Influencer Streamer Youtuber รวมทั้ง Social Media ของภาคี เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนัก ความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และการทำงานของกลุ่ม Up for Thai ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการจะบริจากสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค หรือทุนทรัพย์ สามารถติดต่อได้ที่ อัญชลี ชัยชนะวิจิตร โทร.085-1552314 email : a.chaichanavijit@gmail.com หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ Facebook : upforthai, Instragam : @upforthai และ Line:@upforthai

รวมพลัง MBK SPIRIT อาสาทำดี ปันนํ้าใจสู่สังคม ส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคช่วยผู้ป่วย เอชไอวี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593530

รวมพลัง MBK SPIRIT อาสาทำดี ปันนํ้าใจสู่สังคม  ส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคช่วยผู้ป่วย เอชไอวี

รวมพลัง MBK SPIRIT อาสาทำดี ปันนํ้าใจสู่สังคม ส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคช่วยผู้ป่วย เอชไอวี

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ธารน้ำใจหลั่งไหลมาที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดกิจกรรม “MBK SPIRIT อาสาทำดี ปันน้ำใจสู่สังคม” เปิดรับบริจาคสิ่งของ เครื่องใช้ และเวชภัณฑ์จำเป็นให้กับ วัดพระบาทน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเอชไอวี (HIV) ที่ได้รับผลกระทบจากจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยล่าสุด ศตกมลวรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่ได้รับบริจาค จากลูกค้า ผู้ประกอบการและพนักงาน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ให้แก่ สุรศักดิ์ พึ่งธรรม ประธานโครงการหัวใจสีขาว “รวมใจรณรงค์ต้านภัยเอดส์” เพื่อนำส่งให้กับวัดพระบาทน้ำพุต่อไป บริเวณ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ เมื่อวันก่อน

โดยกิจกรรม MBK SPIRIT อาสาทำดีปันน้ำใจสู่สังคม ในครั้งนี้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนสิ่งของจำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยเอชไอวี (HIV) ในวัดพระบาทน้ำพุ เนื่องด้วยสถานการ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้มีจำนวนผู้เดินทางมาบริจาคสิ่งของได้น้อยลง จึงเริ่มเปิดศูนย์กลางรับบริจาคที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้ลูกค้า ผู้ประกอบการ และพนักงานในศูนย์การค้า ได้มีช่องทางในการนำเครื่องอุปโภค-บริโภค ของใช้จำเป็นมาร่วมแบ่งปันกันได้สะดวกยิ่งขึ้นโดยในระยะเวลาจัดกิจกรรมกว่า 1 เดือนเต็ม มีผู้เข้ามาร่วมบริจาคจำนวนมาก แบ่งเป็น ข้าวสาร 975 กิโลกรัมหน้ากากอนามัย 10,931 ชิ้น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 1,187 ผืนกระดาษทิชชู่ 150 ม้วน เจลแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ 15.7 ลิตร รวมถึงอาหารแห้ง เสื้อผ้ามือสองและ ของใช้อื่นๆ อีกมากมาย โดยหวังว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นกำลังใจจากเหล่า MBK SPIRIT ถึงผู้ป่วยเอชไอวี (HIV) วัดพระบาทน้ำพุ ให้ต่อสู้กับการรักษาและร่วมผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

ผู้ที่สนใจส่งมอบความห่วงใยและความปรารถนาดีแก่ผู้ป่วยเอชไอวี (HIV) วัดพระบาทน้ำพุ สามารถติดตามช่องทางปันน้ำใจ บริจาคเพิ่มเติมได้ที่ www.phrabatnampu.org โทร.062-7518800 และ 066-1510440

เปิดแคมเปญ ‘DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT’ กระตุ้นยอดขายช่วยร้านอาหารไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593526

เปิดแคมเปญ ‘DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT’  กระตุ้นยอดขายช่วยร้านอาหารไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19

เปิดแคมเปญ ‘DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT’ กระตุ้นยอดขายช่วยร้านอาหารไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เปิดแล้วแคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” โดย โรบินฮู้ด (Robinhood) ฮังกรี้ ฮับ (Hungry Hub) จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในพื้นที่ล็อกดาวน์ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ด้วยความเข้มแข็ง มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้บริโภค เมื่อสั่งอาหารจากร้านอาหารไทยภายใต้โครงการ Thai SELECT ที่เข้าร่วมแคมเปญผ่านทั้ง 2 ช่องทางตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2564

นายสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการ “โรบินฮู้ด” (Robinhood) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่สัญชาติไทย กล่าวว่า โรบินฮู้ด พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ภายใต้โครงการ Thai SELECT ซึ่งได้รวบรวมร้านที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ด้วยการมอบโค้ดส่วนลดค่าอาหาร มูลค่า 50 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 350 บาท จากร้านค้าที่ร่วมรายการบนแอปพลิเคชั่นโรบินฮู้ดเพียงกดเพิ่มโค้ดส่วนลดแล้วพิมพ์รหัส THAISELECT นอกจากนี้ยังพิเศษเพิ่มเติมกับส่วนลดราคาอาหาร On Top 5-20% เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ และด้วยจุดยืนของของโรบินฮู้ดที่ไม่เก็บค่า GP ร้านค้าแม้แต่บาทเดียว และมีนโยบายจะไม่เก็บตลอดไปจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ร้านอาหารได้รับเงินจากการขายที่เป็นธรรม สามารถพยุงธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ได้

นายสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอปป์เซอร์เวชั่น จำกัด หรือ ฮังกรี้ ฮับ (Hungry Hub) กล่าวว่า ฮังกรี้ ฮับ มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษในแคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” ด้วยบริการเซตเมนูสุดคุ้มส่งถึงบ้าน สำหรับ 2 คนขึ้นไป ในราคา 599 บาท 999 บาท และ 1,499 บาท พร้อมโค้ดส่วนลดมูลค่า 100 บาท เพียงใส่โค้ด THAISELECT สามารถใช้ได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ฮังกรี้ ฮับ ปัจจุบัน ฮังกรี้ ฮับ มีร้านอาหารที่เข้าร่วมกว่า 600 ร้านทั้งในโรงแรมและนอกโรงแรม และมีผู้เข้ามาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มมากถึง 1 ล้าน 3 แสนคนโดยรับประกันความคุ้มค่าเมื่อลูกค้าสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มของ ฮังกรี้ ฮับ จะได้บริการเหมือนกับการไปทานที่ร้านอาหารอย่างแน่นอน

ด้าน นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มที่ต้องมีการควบคุมเข้มงวดสูงสุดจึงได้ร่วมมือกับ โรบินฮู้ด (Robinhood) แอปพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรี่สัญชาติไทย และฮังกรี้ ฮับ (Hungry Hub) แพลตฟอร์มสั่งจองร้านอาหารออนไลน์ชั้นนำ จัดแคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” ทั้งการแจกโค้ดส่วนลดรายการอาหาร ส่วนลดค่าจัดส่ง ร่วมกับโปรโมชั่นของทางร้าน คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ Thai SELECT จำนวนกว่า 60 ร้าน ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ Sale here เว็บไซต์ปันโปร ตลอดจนอินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคของประชาชนในวงกว้างมากขึ้นตลอดระยะเวลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงกลางเดือนกันยายน นี้

ผู้สนใจสามารถสั่งอาหารผ่านแคมเปญ “DBD ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” ผ่าน“โรบินฮู้ด” เพียงกดเพิ่มโค้ดส่วนลดแล้วพิมพ์รหัส THAISELECT รับส่วนลดค่าอาหาร มูลค่า 50 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 350 บาท และพิเศษส่วนลดราคาอาหาร On Top 5-20% เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ ส่วน “ฮังกรี้ ฮับ” สามารถเลือกเซตเมนูอาหารสุดคุ้มส่งถึงบ้าน สำหรับ 2 คนขึ้นไป ในราคา 599 บาท 999 บาท และ 1,499 บาท และใส่โค้ด THAISELECT รับส่วนลดมูลค่าอาหาร 100 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2564” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่โทร.02-5475158 อีเมล service@dbd.go.th สายด่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570 และ www.dbd.go.th

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่นาฬิกาเพื่อ ‘แม่’ คนพิเศษตลอดกาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593560

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่นาฬิกาเพื่อ‘แม่’คนพิเศษตลอดกาล

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่นาฬิกาเพื่อ‘แม่’คนพิเศษตลอดกาล

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หากจะพูดถึงสัญลักษณ์แทนความปรารถนาดีที่ไม่มีวันสิ้นสุดและใช้แทนค่าความรักเหนือคำบรรยายที่มีต่อ “แม่” คนพิเศษตลอดกาลได้ นาฬิกาเรือนหรูคอลเลคชั่นล่าสุดจาก Rado คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะนอกจากจะได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติแล้ว ยังประดับลวดลายดอกมะลิที่ดูคลาสสิก เหนือระดับ สะท้อนความรู้สึกทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

การที่ Rado จับมือกับ Grandi Giardini Italiani มาตั้งแต่ปีค.ศ.2017 นั้น นับว่าเป็นโอกาสสุดพิเศษที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกากับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสวนได้นำความสนใจของตนทั้งเรื่องงานออกแบบ ความงาม และธรรมชาติมาผสานเข้าด้วยกันจนได้สิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งคุณค่าของมุมมองจากสองฝั่งที่ต่างกันนี้ก่อให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ และพลังสร้างสรรค์สุดยิ่งใหญ่ที่ทั้งกว้างไกลและสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ในตอนนั้นพลังงานดีๆ จากการทำงานร่วมกันครั้งแรกจุดประกายให้เกิดคอลเลคชั่นใหม่ขึ้นมาในชื่อ Rado True Thinline Nature ซึ่งตลอดหลายปีหลังจากนั้นนาฬิการุ่นนี้ก็ได้เติบโต ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งถึงปัจจุบันที่เรากล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าถึงเวลาผลิบานออกดอกออกผลเต็มที่อีกครั้ง กับนาฬิกาสามรุ่นใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อ
เฉลิมฉลองให้การออกแบบอันยอดเยี่ยมธรรมชาติเหนือกาลเวลา และวัสดุแห่งอนาคต ภายใต้ชื่อคอลเลคชั่น Rado True x Great Gardens of the World ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประณีตและความกลมกลืนของทุกส่วน สะกดสายตาตั้งแต่แรกเห็น มีใบโอ๊คส่งเสียงกระซิบแสดงพลังของธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็มีไม้หอมอย่างดอกมะลิดึงดูดเราเข้าสู่โลกแห่งเวลาใบใหม่ที่แสนมหัศจรรย์อีกด้วย

รุ่นแรกในคอลเลคชั่นหรือ “Chapter 1” คือนาฬิกาเรือนงามที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ตัวเรือนและสายนาฬิกาทำจากเซรามิกสีเทอร์ควอยซ์ ซึ่งเป็นวัสดุที่อยู่เหนือกาลเวลาและให้ความรู้สึกที่หลากหลายในคราวเดียว ตัวเรือนสีสว่างที่หล่อขึ้นมาเป็นแบบชิ้นเดียว มีหน้าปัดเปลือกหอยมุกที่เฉดสีเข้ากันอย่างลงตัว พร้อมการตกแต่งอย่างประณีตด้วยเทคนิคพิเศษอย่างการประดับเส้นเงิน และใช้เทคนิคที่เรียกว่าคลัวซองเน่ (Cloisonné) ในการรังสรรค์ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและดอกมะลิ ฝังตัวอยู่หลังเข็มนาฬิกาสีโรสโกลด์ เติมความละเอียดอ่อนให้ตัวบอกเวลาในแต่ละตำแหน่งด้วยเพชร Top Wesselton ที่อยู่ด้านหลังคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ตัวเรือนด้านหลังทำจากไทเทเนียม และมีคริสตัลแซฟไฟร์รมดำที่เปิดให้เห็นกลไกการของสุดยอดเทคโนโลยีอย่าง Rado คาลิเบอร์ R763

นาฬิการุ่นที่สอง หรือ “Chapter 2” ให้ความรู้สึกลึกลับยิ่งขึ้น ราวกับเสียงดนตรีในป่ายามเย็นเหมือนคนพิเศษมาเยี่ยมเยียนยามค่ำคืน ตัวเรือนทำจากไฮเทคเซรามิกสีดำ เข้ากันเป็นอย่างดีกับหน้าปัดเปลือกหอยมุก และดอกมะลิที่ช่วยเพิ่มความสดใส เข็มนาฬิกาเป็นสีโรสโกลด์ โดยมีเพชร Top Wesselton ประดับบนดัชนีบอกเวลา ราวกับส่องประกายแห่งความสุขให้ท้องฟ้ายามคํ่าคืน ส่วนด้านหลังเป็นไทเทเนียมเคลือบ PVD สีดำ พร้อมคริสตัลแซฟไฟร์รมดำสำหรับเจ้าของนาฬิกาที่มีความสนใจใคร่รู้และอยากสำรวจเบื้องลึกด้านใน ซึ่งใช้กลไก Rado คาลิเบอร์ R763 เช่นเดียวกับรุ่นอื่น ที่มาพร้อมแฮร์สปริง NivachronTM ช่วยป้องกันสนามแม่เหล็ก ทำให้บอกเวลาได้อย่างแม่นยำ

รุ่นสุดท้ายคือ “Chapter 3” รุ่นแห่งความลึกลับซับซ้อนในตนเอง ให้บรรยากาศหรูหราเหมือนอยู่ในตัวเมือง ได้เดินเล่นอย่างมีความสุขขณะไปร่วมรับประทานอาหารคํ่าอันอบอุ่นหรือได้อยู่ในสวนศักดิ์สิทธิ์กับคอนเสิร์ตฮอลล์ที่สวยงามตราตรึง นอกจากนี้ยังมีเพชรที่ส่องประกายระยิบระยับยามบนหน้าปัดเปลือกหอยมุกที่เปรียบเสมือนท้องฟ้ายามราตรี บ่งบอกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า บริเวณหน้าปัดแกะสลักลายใบโอ๊คขึ้นอย่างประณีตบรรจง สะท้อนภาพธรรมชาติในชีวิตมนุษย์ ส่วนเข็มนาฬิกาที่ปัดผ่านตัวเรือนเซรามิกสุดเรียบเนียนจะมอบความสุขเหนือกาลเวลาให้ทุกคน ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เราเห็นถึงความสามารถของมนุษย์ทั้งเรื่องของนวัตกรรม เสน่ห์ และการปรับตัวได้ตลอดเวลา

Great Gardens of the World คือเครื่องยืนยันถึงพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ และสัญชาตญาณ การเอาตัวรอดตลอดหลายชั่วอายุคนที่ผ่านมา บ่อยครั้ง
ที่มนุษย์ถูกท้าทาย แต่ด้วยสองมือที่มีก็ยังแก้ไขได้อย่างราบรื่นด้วยความเอาใจใส่และความกล้าหาญ และมือคู่เดียวกันนี้เองที่ขึ้นรูปและแกะสลักชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างเชี่ยวชาญจนเกิดเป็นนาฬิกาอันวิจิตรงดงาม และสวนสวยตระการตาที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นต่อไป

กู๊ด ดอกเตอร์ เทคโนโลยี เปิดตัวบริการดูแลสุขภาพล้ำสมัย ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยมาตรฐานสูงสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593545

กู๊ด ดอกเตอร์ เทคโนโลยี เปิดตัวบริการดูแลสุขภาพล้ำสมัย  ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยมาตรฐานสูงสุด

กู๊ด ดอกเตอร์ เทคโนโลยี เปิดตัวบริการดูแลสุขภาพล้ำสมัย ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยมาตรฐานสูงสุด

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กู๊ด ดอกเตอร์ เทคโนโลยี (Good Doctor Technology : GDT) บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพระดับภูมิภาคที่ยึดมั่นในวิสัยทัศน์การให้บริการที่ว่า “หนึ่งแพทย์ต่อหนึ่งครอบครัวทั่ว SEA” ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการการันตีความเป็นมืออาชีพด้วยการได้รับใบอนุญาตการแพทย์ทางไกลจากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จากที่ได้รับการอนุญาตนี้แล้ว GDT Thailand จะเดินหน้าเปิดให้ผู้ใช้บริการรับคำปรึกษาจากแพทย์ที่ผ่านการฝึกอย่างเชี่ยวชาญมาเป็นพิเศษ เพื่อทำให้การปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยมาตรฐานสูงสุด

การแพทย์ทางไกล หรือโทรเวช ซึ่งเป็นการให้บริการทางการแพทย์ผ่านวิธีการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการเปิดให้บริการในประเทศไทยมาหลายปีแล้วภายใต้ใบอนุญาตสถานพยาบาลคลินิกเวชกรรม อย่างไรก็ตาม การเร่งออกใบอนุญาตการแพทย์ทางไกลท่ามกลางการแพร่กระจายของการติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงการที่หน่วยงานด้านสุขภาพภายในประเทศให้ความสำคัญและยอมรับการให้คำปรึกษาทางการแพทย์รูปแบบใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงของการระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้เป็นแรงผลักดันให้สถาบันสุขภาพและผู้ให้บริการทางการแพทย์อื่นๆ หันมาใช้วิธีการทางเลือกที่อยู่ในรูปแบบเสมือนจริงนี้ ท่ามกลางการระบาดที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และความพยายามในการควบคุมการระบาดให้ได้ประสิทธิภาพการแพทย์ทางไกลถือเป็นทางออกที่ทุกภาคส่วนกำลังมองหาซึ่งช่วยไม่ให้ผู้ป่วยต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเอง อีกทั้งยังเป็นการช่วยเรื่องการจัดสรรเตียงภายในโรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยกรณีร้ายแรงจะมีเตียงรักษา และได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงทีแก่ประชาชนทุกคน

นายแพทย์สุทธิชัย โชคกิจชัย หัวหน้าฝ่ายการแพทย์บริษัท กู๊ด ดอกเตอร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

GDT Thailand เริ่มดำเนินการครั้งแรกในปีพ.ศ.2563 และจัดตั้งคลินิกเวชกรรมที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเต็มรูปแบบในปีพ.ศ.2564 นับแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทได้มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งพิสูจน์แล้วในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียว่าเป็นสิ่งที่มาช่วยเติมเต็มการเข้าถึงและลดอุปสรรคด้านราคาได้สำเร็จ ด้วยใบอนุญาตการแพทย์ทางไกลที่ได้รับจากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุขนี้ GDT Thailand ได้วางแผนที่จะมุ่งให้บริการแบบบูรณาการระดับสูง ผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ อันมาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้และการให้บริการที่ไม่มีอุปสรรค ซึ่งรวมถึงการดำเนินการทางคลินิกที่ได้มาตรฐานและระบบการให้คำปรึกษาทางไกลผ่านข้อความที่มีประสิทธิภาพ

ด้วยรูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ครอบคลุมทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) ที่ไม่เหมือนใครนี้เอง หากผู้ใช้บริการต้องการการช่วยเหลือทางการแพทย์อย่าง
ใกล้ชิดหลังจากที่ได้ทำการปรึกษากับแพทย์ฝ่ายระบบออนไลน์ทางไกลแล้ว ผู้ใช้ก็สามารถทำการรักษาเพิ่มเติมที่สถานพยาบาลคลินิกเวชกรรมได้อีกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ โมเดล O2O ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีทางเลือกที่จะขอพบแพทย์คนเดียวกับที่ได้ปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ อันเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรับบริการที่ต่อเนื่องและสะดวกสบาย ด้วยการใช้แนวทางแบบองค์รวมในการดูแลการเจ็บป่วยและเพื่อสุขภาพที่ดี GDT จึงตั้งเป้าที่จะเชื่อมช่องว่างการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีอยู่ในประเทศไทย

“ในฐานะผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลระดับภูมิภาค GDT Thailand มีข้อได้เปรียบจากการเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีและประสบการณ์จากประเทศอื่นๆ ที่เราให้บริการแล้ว ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพแบบดิจิทัล เราจะสามารถให้บริการผู้ใช้บริการชาวไทยได้มากขึ้นผ่านบริการที่ล้ำสมัยเหล่านี้ จากประสบการณ์การดูแลผู้ใช้บริการเทคโนโลยีนี้กว่า 12 ล้านรายในประเทศอินโดนีเซีย ผนวกรวมกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากประเทศจีน เราจึงสามารถสร้างบริการที่ตรงตามความต้องการ อันเป็นการตอบโจทย์ด้านการดูแลสุขภาพของผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างเหมาะสม”

ด้วยการออกแบบที่ต้องการเอื้อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงเมื่อรู้สึกไม่สบาย และส่งเสริมให้พวกเขารักษาสุขภาพ คุณลักษณะต่างๆในแอปพลิเคชั่น เช่น การเตรียมจัดส่งยาที่สั่งโดยแพทย์ไปยังผู้ป่วยทันที และการอำนวยความสะดวกในการนัดหมาย เมื่อลงชื่อเข้าใช้แอปสำเร็จ ผู้ใช้จะเชื่อมต่อกับแพทย์ของ GDT ภายใน 60 วินาที เพื่อขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำด้านการรักษา พร้อมสั่งซื้อยาที่แพทย์สั่งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ร้านขายยาออนไลน์ได้ภายใน15 นาที ก่อนรับยาที่ส่งตรงถึงที่บ้านภายในเวลาไม่ถึง60 นาที ปัจจุบัน GDT Thailand ได้ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอการบริการด้านการดูแลสุขภาพให้กับพนักงาน ด้วยการบริการที่มีความเหมาะสมด้านเวลา การให้บริการการเฝ้าติดตาม COVID-19 และความสามารถในการคัดกรองที่บ้าน ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ง่ายดาย

เมลวิน หวู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับภูมิภาคของกู๊ด ดอกเตอร์ เทคโนโลยี กล่าวเสริมว่า “ด้วยการเปิดตัวบริการการแพทย์ทางไกลและบริการสุขภาพดิจิทัล
ในประเทศไทยนี้ เรามีความต้องการที่จะทำให้ผู้ใช้งานของเราทุกคน สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมแอปพลิเคชั่นที่ประกอบด้วยความรู้ด้านสุขภาพและสวัสดิภาพทางด้านการแพทย์จำนวนมาก ซึ่งผู้ใช้บริการจะสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เราหวังว่าการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการอื่นๆ ในประเทศไทย อาทิ รัฐบาล โรงพยาบาลสมาคมทางการแพทย์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักอื่นๆ จะสามารถทำให้เรามีบทบาทในการกำหนดทิศทางอนาคตของสุขภาพในรูปแบบดิจิทัลของประเทศไทยได้ต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

หยุดพฤติกรรมทำร้ายดวงตา ลดปัญหาตาอ่อนล้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593544

หยุดพฤติกรรมทำร้ายดวงตา ลดปัญหาตาอ่อนล้า

หยุดพฤติกรรมทำร้ายดวงตา ลดปัญหาตาอ่อนล้า

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดวงตา ไม่ใช่แค่หน้าต่างของหัวใจ แต่ยังเป็นโลกกว้างให้กับเราด้วย การถนอมดวงตาและใช้งานอย่างเหมาะสม รวมทั้งปกป้องดวงตาไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในยุคที่สมาร์ทโฟนเป็นเหมือนเงาตามตัว รวมถึงการ Work from Home ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจทำให้หลายคนใช้สายตามากจนดวงตาแห้งและอ่อนล้า

ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายดวงตา ดังนี้ 1.พักผ่อนน้อย การนอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน นั่นหมายความว่าเราต้องใช้สายตามากกว่าวันละ 18 ชั่วโมง ส่งผลให้ดวงตาอ่อนล้า มีอนุมูลอิสระสะสม อาจนำไปสู่โรคต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อมได้ 2.จ้องจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มักจะมีแสงสีฟ้าหรือ Blue Light คลื่นแสงพลังงานสูงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ยิ่งจ้องจอนานดวงตาก็ยิ่งได้รับแสงสีฟ้ามากขึ้น อาจทำให้ตาแห้งและเสี่ยงต่อการเกิดโรคจุดรับภาพเสื่อม ต้อกระจกรวมถึงทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง

3.ตากแดดตากลม การเผชิญกับแสงแดดหรือรังสี UV ฝุ่นละอองและลมเป็นประจำ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตา รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดต้อชนิดต่างๆ4.ใส่คอนแทคท์เลนส์เป็นประจำ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบได้ง่าย รวมทั้งยังทำให้เกิดภาวะตาแห้ง หากปล่อยไว้นานจะทำให้กระจกตาเป็นแผลอักเสบ ติดเชื้อและอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียดวงตาได้ 5.รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ ทำให้ขาดสารอาหารบำรุงดวงตา เสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือติดเชื้อที่ดวงตาได้ง่าย

นอกจากพฤติกรรมที่ทำร้ายดวงตาแล้ว ความเสื่อมตามวัยและโรคประจำตัวบางอย่างก็ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตาได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานที่เสี่ยงเกิดต้อกระจกได้มากกว่าคนทั่วไป 2-4 เท่า และต้อกระจกมีโอกาสทำให้ตาบอดได้ถึงร้อยละ 52 ส่วนในผู้สูงอายุนั้นมีโอกาสเกิดต้อกระจกมากถึงร้อยละ 95 ดังนั้น เราควรการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงและบำรุงสายตาด้วยสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งประกอบด้วย 1.ลูทีนและซีแซนทีน (Lutein and Zeaxanthin) สารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร และเป็นแคโรทีนอยด์2 ชนิดเท่านั้น ที่พบอยู่ที่จุดรับภาพของลูกตาและที่เลนส์ตา ทำหน้าที่ปกป้องเซลล์จอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย ลดอนุมูลอิสระและกรองแสงสีฟ้า ช่วยลดโอกาสเกิดต้อกระจกจอประสาทตาเสื่อมและช่วยให้การมองภาพเห็นชัดขึ้น

2.วิตามินเอ ช่วยให้การมองเห็นเป็นปกติ เพิ่มคุณภาพน้ำตาในกลุ่มคนที่ตาแห้งและช่วยคงสภาพปกติของเยื่อบุต่างๆ หากขาดวิตามินเอจะทำให้มองเห็นได้ยากในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างน้อย 3.แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารแคโรทีนอยด์อีกชนิดที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้จากการรับประทานสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระลดความเมื่อยล้าและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังดวงตา ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น 4.สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ต้านอนุมูลอิสระช่วยให้จอตาเป็นปกติ ชะลอการขุ่นมัวของเลนส์ตา เพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงดวงตา เพิ่มการปรับตัวในการมองเห็นในที่มืดและลดอาการล้าของดวงตา 5.วิตามินอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ทั้งนี้ สารอาหารทั้ง 5 ชนิดนี้ดังกล่าวมีอยู่ใน กิฟฟารีน แอล ซี วิต 3 เอกซ์ (Giffarine LZvit3X) ให้ลูทีนและซีแซนทีนมากถึง 13.15 มก. เทียบเท่าการรับประทานแครอท5 กก. ฟักทอง 1 กก. และบร็อคโคลี่ 1 กก. มาในรูปแบบแคปซูลช่วยให้รับประทานง่าย นอกจากนี้ยังควรเสริมด้วย กิฟฟารีน อควา เทียร์ (Giffarine Aqua Tear) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา บาย อัลกาเทรียมที่มี DHA แบบพิเศษ (Fish Oil by Algatrium) นำเข้าจากสเปนและได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมด้านวัตถุดิบเพื่อสุขภาพ (Best Innovation in Health Ingredients) ในงาน Health Ingredients World Exhibition 2008 โดยเป็น DHA ที่ต่างจากน้ำมันปลาทั่วไป เพราะมีโครงสร้างที่มีความคงตัวและดูดซึมได้ง่าย รวมทั้งยังมีงานวิจัยรองรับว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการตาแห้ง หากรับประทานวันละ 500 มก. ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ จะช่วยให้ตาชุ่มชื้น รู้สึกสบายตา มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น กะพริบตาง่ายไม่ฝืด ตาขาวแดงน้อยลง น้ำตาไหลจากการระคายเคืองตาลดลง และลดการใช้น้ำตาเทียม นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของวิตามินเอนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะช่วยคงสภาพปกติของการมองเห็น โดยมาในรูปแบบของแคปซูล รับประทานพร้อมอาหารวันละ 2 แคปซูล เพียงเท่านี้คุณจะได้ใส่ใจดูแลดวงตาของคุณอย่างดีที่สุดและลดปัญหาการเกิดโรคต่างๆ ได้

คุณแหน : 9 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593558

คุณแหน : 9 สิงหาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ศ.กิตติคุณเติมศักดิ์ กฤษณามระ อายุ 94 ปี เข้ารักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ด้วยโรคปอดอักเสบ น้องๆ และลูกๆ โล่งใจไปหนึ่งเปลาะ
เมื่อตรวจผลโควิดแล้วเป็นลบ…

ll ครบ 88 ปี พลตรีหญิงคุณหญิงอัสนีย์เสาวภาพ 27 ก.ค. จัดทำหนังสือต้นไม้แห่งชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง “อัตลักษณ์ความเป็นผู้นำที่แท้จริงของสตรีไทย : การวิเคราะห์อัตชีวประวัติของ พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ” หนึ่งในผู้นำสตรีไทยต้นแบบที่มีชีวิตน่าศึกษา…

ll วันที่ 8 เดือน 8 ดาติน ดร.กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ ตั้งใจจะทำบุญขึ้นบ้านใหม่หลังใหญ่ติด Lake แต่เจอพิษโควิด-19 จึงจัดสรรงบประมาณที่จะจัดงานมาจัดทำถุงยังชีพถุงใหญ่ 250 ถุง ประกอบด้วย อาทิ หมูหยอง หมูแผ่น ปลากระป๋อง ขนมปัง คุกกี้ ฯลฯ แจกลูกน้อง ญาติมิตร เป็นกุศลอีกทางหนึ่ง…

ll ชยันต์ ศิริมาศ ผวจ.ร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมจิตอาสา “มีแล้วแบ่งปัน” และกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…

ll โพธิพงษ์- ยุพา-สาระ ล่ำซำ ในนาม บมจ.เมืองไทย ประกันชีวิต ไปร่วมบริจาคเงิน 1 ล้านบาท ให้แก่รพ.ราชวิถี เพื่อจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ โดยมี นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา เป็นผู้รับมอบ…

ll อนุโมทนาบุญกับ สินชัย ลือสุขประเสริฐ บจ.มารีนโกลด์โปรดักส์ ได้บริจาคเครื่องให้ออกซิเจนผสมอากาศอัตราการไหลเวียนสูง 8 เครื่อง ให้กับหอผู้ป่วยโควิด รพ.สมุทรสาคร โดยมี ภก.ไพศาล ชอบประดิถ รอง ผอ.รพ. เป็นผู้รับมอบ…

ll ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการ กฟผ. ในนาม กฟผ. มอบหมวกป้องกันเชื้อ PAPR พร้อมชุดกรองอากาศบริสุทธิ์ และน้ำดื่มให้ รพ.อุดรธานี โดยมี พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผอ.รพ.เป็นผู้รับมอบ…

ll ครบรอบ 33 ปี วันแต่งงาน 6 ส.ค. พลเอกไพโรจน์-เกล็ดดาว พานิชสมัย นำแซนด์วิช น้ำดื่ม 100 ชุด ไปร่วมทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ ..ส่วน พัชรพิมล ยังประภากร กงสุลกิตติมศักดิ์โกตดิวัวร์และลูกๆ จัดทำอาหารไปแจกบุคลากรทางการแพทย์ที่ รพ.จุฬาฯ 100 ชุด…

ll อาม่าเจ็ง แซ่อึ้ง มารดา ประชา ทองประพาฬจากไปด้วยอายุ 102 ปี สวดพระอภิธรรม วัดสระเกศ 7-11 ส.ค. 16.00 น. และพิธีเคลื่อนศพ 9 ก.ย. …

ll การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ จึงบริจาคเงินก้อนโต ตั้งกองทุนถาวร ไว้ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯตั้งแต่ปี 2541 โดยนำเฉพาะดอกผลไปให้ทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องแก่เยาวชน ยากไร้ด้อยโอกาสที่ประพฤติดี และยังบริจาคเพิ่มกองทุนเป็นประจำ มีเยาวชนที่ได้ทุนจบการศึกษาไปแล้วหลายคน…

ll อาทิตย์ที่ผ่าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ วิ่งเข้าออกรพ.ดูแลคุณแม่ที่ป่วยอยู่ ตอนนี้ค่อยสบายใจขึ้นเพราะรับท่านกลับมาพักฟื้นที่บ้าน แล้ว ..เป็นช่วงเวลาของข่าวดีสามี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย…ll

คุณแหน

ทำกระเป๋าสั่น! ‘โฟกัส’ ไม่เล่นนะฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด รายละ 1 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593674

ทำกระเป๋าสั่น! 'โฟกัส'ไม่เล่นนะ ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด รายละ 1 ล้าน

ทำกระเป๋าสั่น! ‘โฟกัส’ไม่เล่นนะ ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด รายละ 1 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.41 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังจากที่กรณี ดาราสาว โฟกัส จีระกุล ที่ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ว่าได้รวบรวมหลักฐานทำการฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด ซึ่งเป็นบุคคลที่แสดงความคิดเห็นเข้าข่ายหมิ่นประมาทและดูหมิ่นในโซเชียลมีเดีย⁣

ล่าสุดวันนี้ 9 ส.ค.64 ทนายษิทรา ได้ยื่นฟ้องเกรียนคีย์บอดร์ดแล้ว 1 ราย ซึ่งเรียกค่าเสียหายรายละ 1 ล้านบาท ไม่เพียงเท่านั้น จะเตรียมฟ้องอีก 32 รายชื่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานอยู่