ศรีสุวรรณบุก กสม. จี้สอบม็อบ 7 สิงหา ชุมนุมอย่างสันติ สร้างสรรค์จริงหรือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477927

ศรีสุวรรณ บุก กสม. จี้สอบ ม็อบ7 สิงหา ชุมนุมอย่างสันติ สร้างสรรค์จริงหรือ

9 สิงหาคม 2564 – 08:10 น.

ศรีสุวรรณ บุกสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) จี้สอบม็อบ 7 สิงหา ชุมนุมอย่างสันติสร้างสรรค์หรือ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้                  ( 9 ส.ค. 64 )  เวลา 10.00 น.  ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ฝั่งทิศใต้ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่  นายศรีสุวรรณ  จะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อสอบถามว่า การชุมนุมทางการเมือง เมื่อ 7 ส.ค. 64 เป็นไปโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์จริงหรือไม่

ศรีสุวรรณ บุก กสม.  จี้สอบ ม็อบ7 สิงหา ชุมนุมอย่างสันติ สร้างสรรค์จริงหรือ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก มีกลุ่มการเมืองและนักการเมืองบางคนออกมาแถลงการณ์กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ยั่วยุ ทั้งที่ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์

แต่ข้อเท็จจริงที่ที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนรายงาน ได้มีเหตุปะทะเกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และรถฉีดน้ำสกัดการเคลื่อนตัวของม็อบ

ศรีสุวรรณ บุก กสม.  จี้สอบ ม็อบ7 สิงหา ชุมนุมอย่างสันติ สร้างสรรค์จริงหรือ

ขณะเดียวกัน ปรากฏผู้ชุมนุมมีการใช้หนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกหิน ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการใช้พลุ ประทัด ตะไล ขวดน้ำมันเพื่อใช้เป็นระเบิดเพลิงในการตอบโต้เจ้าหน้าที่ รวมถึงมีการเผารถคุมขังนักโทษเสียหาย 1 คัน ทั้งนี้ กสม. ได้จัด จนท. ลงพื้นที่สังเกตการณ์ตามที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกได้ยื่นหนังสือร้องขอ

ศรีสุวรรณ บุก กสม.  จี้สอบ ม็อบ7 สิงหา ชุมนุมอย่างสันติ สร้างสรรค์จริงหรือ

ดังนั้น กสม. ต้องมีข้อสรุปว่า ผู้ชุมนุมได้ดำเนินการชุมนุมเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ไปด้วยสองมือเปล่าจริงหรือไม่ และปฏิบัติการของรัฐในการควบคุมฝูงชนเป็นไปตามหลักสากล หลักความจำเป็น และได้สัดส่วนกับสถานการณ์หรือไม่ อย่างไร

“สิระ” ชม “เพนกวิน” เป็นลูกผู้ชาย ทำผิดกล้ายอมเดินเข้าคุก ซัด “ทักษิณ” ดูเป็นตัวอย่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477926

“สิระ”ชม”เพนกวิน”เป็นลูกผู้ชาย ทำผิดกล้ายอมเดินเข้าคุก ซัด “ทักษิณ”ดูเป็นตัวอย่าง

8 สิงหาคม 2564 – 21:52 น.

“สิระ”ชม”เพนกวิน”ยังเป็นลูกผู้ชาย ทำผิดกล้ายอมเดินเข้าคุก ซัด “ทักษิณ”ดูไว้เป็นตัวอย่าง ขอให้อายเด็ก เย้ย เป็นแค่อาชญากรหนีคุก

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำม็อบราษฎรมาแสดงตัวที่ สตช.หลังมีหมายจับกรณีชุมนุมหน้า บก.ตชด.ว่า ครั้งนี้ตนต้องขอชื่นชมนายพริษฐ์ ที่ไม่หลบหนีหมายจับ ยังมีความเป็นลูกผู้ชาย ทำผิดยังกล้ายอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากนี้ไปก็ถือเป็นขั้นตอนการพิจารณาของผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นศาลหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตนก็ขอให้พิจารณาการกระทำของนายพริษฐ์ ให้รอบคอบ ครบทุกมิติว่า หากนายพริษฐ์ยังได้รับการประกันตัวอีก จะเหมาะสมหรือไม่กับการปลุกปั่นเยาวชนให้ออกมาก่อจลาจลให้ประเทศไม่รู้จักจบสิ้น ซึ่งขอฝากถึงบรรดาแกนนำที่มีหมายจับติดตัวทุกคน ให้เอานายพริษฐ์เป็นแบบอย่างด้วย 

“ผมไม่เคยชมเชยในการกระทำของนายพริษฐ์ ที่ใช้ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ในครั้งนี้ต้องขอชื่นชมจากใจที่เยาวชนอย่างนายพริษฐ์ ยังมีความคิด เคารพในกระบวนการยุติธรรมของไทย ยอมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ความผิด แม้ไม่รู้ว่าจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างนายทักษิณ ชินวัตร ได้ทราบข่าวของนายพริษฐ์จะมีความรู้สึกกระดากอายหรือไม่ เด็กมันทำผิดยังกล้าเดินไปคุก แต่คนที่อ้างว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดในประเทศไทย หนีหัวซุกหัวซุน”นายสิระ กล่าว 

นายสิระ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนไม่เข้าใจว่านายทักษิณ เอาความมโนมาจากไหน สถานะของนายทักษิณคือ อาชญากรข้ามประเทศ พยายามสร้างเครดิตให้ตัวเอง โยนขี้ให้รัฐบาล พูดเหมือนตัวเองมีดี เก่งกาจในทุกเรื่องตนจะบอกให้ว่า ตนยอมรับว่านายทักษิณเก่งมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องสร้างภาพ

“นายทักษิณควรจะหุบปากเหม็น ๆ ของตัวเองได้แล้วหยุดโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียที คนไทยเขามองออกอยู่แล้ว”นายสิระ กล่าว 

ล่ามือเผารถควบคุมผู้ต้องหา คนขับปิ๊กอัพสารภาพจ้างขนคนครั้งละสองพัน ร่วมชุมนุมม็อบ 7 สิงหา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477915

ล่ามือเผารถควบคุมผู้ต้องหา คนขับปิ๊กอัพสารภาพจ้างขนคนครั้งละสองพัน ร่วมชุมนุมม็อบ7 สิงหา

8 สิงหาคม 2564 – 21:25 น.

คนขับปิ๊กอัพสารภาพสิ้ัน คนขนมาชุมนุมม็อบ 7 สิงหา ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 พัน เผย สื่อมวลชนและประชาชนส่งภาพชัดมัดมือเผารถควบคุมผู้ต้องหา

เมื่อวันที่  8 ส.ค. 64 พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.)และโฆษก บช.น.แถลงสรุปผลการชุมนุมของที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 14 คน คืนที่ผ่านมามีผลการจับกุมเพิ่มเติมของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนคนบาลสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1 พร้อมด้วยรถยนต์กระบะนาวาร่า สีชมพู ที่มีภาพมาร่วมชุมนุมและรถกระบะคันนี้เป็นรถรับจ้างนำส่งคนมาร่วมชุมนุม

ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลหนึ่งเพื่อจะขนคนมายังที่ชุมนุม อัตราค่าจ้างครั้งละ 1,200 บาท เมื่อวานนี้รับจ้างขนคนมาส่งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและรอรับกลับ ขากลับถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว

ส่วนอาการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ส.ต.ต.นิตินัย ครองสม ผบ.หมู่ร้อย 3 กองกำกับการควบคุมฝูงชน กองบังคับการควบคุมฝูงชน แพทย์ ได้ทำการผ่าตัดนำหัวกระสุน ที่เมื่อวานสงสัยว่าเป็นหัวน็อตหรือลูกแก้ว วันนี้แพทย์ผ่าตัดนำหัวกระสุนออกมาแล้ว

เบื้องต้นคาดว่าเป็นหัวกระสุนจากอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ กระสุนอยู่ในกล้ามเนื้อติดหลอดลมโชคดีที่เส้นเลือดไม่ฉีกขาด ต่อมไทรอยด์บางส่วนฉีกขาด ขณะแพทย์ได้เย็บต่อมไทรอยด์บางส่วนและทำการรักษาคนเจ็บรักษาตัวที่ห้องไอซียู รพ.ตำรวจ อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยแล้ว

ล่ามือเผารถควบคุมผู้ต้องหา  คนขับปิ๊กอัพสารภาพจ้างขนคนครั้งละสองพัน ร่วมชุมนุมม็อบ7 สิงหา

รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า สำหรับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์หรือเพนกวิน ที่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจได้ควบคุมตัวพร้อมพวก 4 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี

ส่วนผู้ที่ร่วมก่อเหตุเผารถยนต์ควบคุมผู้ต้องขัง เราได้หลักฐานเป็นภาพจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นภาพที่ชัดเจนมาก

ล่ามือเผารถควบคุมผู้ต้องหา  คนขับปิ๊กอัพสารภาพจ้างขนคนครั้งละสองพัน ร่วมชุมนุมม็อบ7 สิงหา


เบื้องต้นทำการพิสูจน์ทราบว่าเป็นใครอยากให้ประชาชนหรือสื่อมวลชนที่มีข้อมูลแจ้งมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ แล้วเราจะนำไปตรวจพิสูจน์นำเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

ขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่แจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ทำให้ตำรวจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายการชุมนุมครั้งต่อไปว่า ได้เตรียมกำลังเพียงพอกับการรักษาความสงบเรียบในทุกๆครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ผ่านมา ได้มีการเตียมกำลังให้เพียงพอกับการข่าวในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามหน้าที่ของเรา

“ไผ่ ดาวดิน” ประกาศ มอบตัวพรุ่งนี้ ลั่นเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477916

“ไผ่ ดาวดิน”ประกาศ มอบตัวพรุ่งนี้ ลั่นเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบ

8 สิงหาคม 2564 – 21:18 น.

“ไผ่ ดาวดิน”ประกาศ มอบตัวพรุ่งนี้ ลั่นเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบ

8 ส.ค. 2564 นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จะเดินทางไปมอบตัวที่สน.ทุ่งสองห้อง ในวันพรุ่งนี้ พร้อมยืนยันหากได้ประกันตัว เดินหน้าต่อต้านรัฐบาลทุกแบบ ถ้าไม่ได้ประกันก็ต้องฝากพ่อแม่พี่น้องสู้ต่อด้วย

"ไผ่ ดาวดิน"ประกาศ มอบตัวพรุ่งนี้ ลั่นเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบ

วันพรุ่งนี้ ผมจะไปมอบตัวตามหมายจับ ที่ สน ทุ่งสองห้อง  เวลา 09.00 น ถ้าได้ประกันก็สู้กันต่อ ถ้าไม่ได้ประกันก็ต้องฝากพ่อแม่พี่น้องสู้ต่อด้วยเราจะแสดงออกในการต่อต้านรัฐบาลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบีบแตรขับไล่ ออกมาชุมนุม แสดงจุดยืนในสังคมออนไลน์ ด่ามันทุกวัน ไล่มันทุกวัน ฟ้องร้องมัน ประจานความล้มเหลวของรัฐที่ทำให้ประชาชนล้มตาย ขอให้มีความหวังในการเปลี่ยนแปลง ขอให้มีแรงในการสู้ต่อ ขอให้ไม่ท้อหากยังไม่ถึงฝัน 

เช่นเดียวกัน นายภาณุพงศ์ จาดนอก  ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันจะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า ในวันจันทร์ที่ 9 ส.ค. นี้   จากกรณีที่ไปกลุ่มผู้ชุมนุม ไปที่ บก.ตชด.เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว ไผ่ ดาวดิน กับพวกเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน , นายณัฐชนน หรือ ไพโรจน์ , นายพรหมศร หรือ “ฟ้า” วีระธรรมจารี ถึงเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อมอบตัว และหลังจากที่ไม่รับการประกันตัว ในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปที่ บก.ตชด. ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เตรียมตัวส่งศาลธัญบุรี ในวันพรุ่งนี้ 

“แม่เพนกวิน” ตั้งข้อสงสัย มอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477924

“แม่เพนกวิน” ตั้งข้อสงสัย มอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับ

8 สิงหาคม 2564 – 21:15 น.

“แม่เพนกวิน” ตั้งข้อสงสัย “นายณัฐชนน” เข้ามอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับก่อนเพื่อน ที่สำคัญเป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคน

จากรณี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน พร้อมด้วย นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า และ นายสิริชัย นาถึง หรือ นิว เข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับกรณีทำกิจกรรมหน้า ตชด.ภาค 1 เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภาค 1) โดยที่ นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ “แม่ของเพนกวิน” ได้เดินทางตามลูกชายไปด้วย

"แม่เพนกวิน" ตั้งข้อสงสัย มอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับ

โดย “แม่ของเพนกวิน” ให้สัมภาษณ์ที่ สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ว่า เจ้าหน้าที่พาตัว “เพนกวิน” พร้อมเพื่อนที่ถูกหมายจับไปสอบปากคำ ซึ่ง “เพนกวิน” ฝากมาบอกว่า ที่เข้ามอบตัวเพราะแสดงเจตนาสุจริต ไม่หลบหนี ขอให้ประชาชนช่วยจับตาดูความปลอดภัยของทุกคนที่ถูกนำตัวมา 

“แม่ของเพนกวิน” บอกอีกว่า จะไม่ยอมปล่อยให้ทุกคนไปอยู่ในที่ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนเรื่องทนายความจะขอยื่นประกันตัวเมื่อไหร่ยังไม่ได้พูดคุยกัน และที่ เพนกวิน ยอมมาที่ บก.ตชด.ภาค 1 เพราะทราบว่า นายณัฐชนน ไพโรจน์ ถูกนำตัวมาจึงรู้สึกเป็นห่วง

"แม่เพนกวิน" ตั้งข้อสงสัย มอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับ
"แม่เพนกวิน" ตั้งข้อสงสัย มอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับ

นอกจากนี้ “แม่ของเพนกวิน” ยังตั้งคำถามว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจับ นายณัฐชนน ไปก่อนทั้งที่มามอบตัวเหมือนกัน และทำไมยังต้องคุมตัวทุกคนไปที่ ตชด.ทั้งที่ไม่ได้หลบหนี

"แม่เพนกวิน" ตั้งข้อสงสัย มอบตัวแล้ว ทำไมต้องจับ

บิ๊กตู่ ดัน “เสธ.ไก่” นั่งเก้าอี้ “เลขาธิการสมช.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477902

บิ๊กตู่ ดัน “เสธ.ไก่ ” นั่งเก้าอี้ “เลขาธิการสมช.”

8 สิงหาคม 2564 – 20:51 น.

“บิ๊กตู่” จัดโผบัญชีนายทหารระดับนายพล ดัน เสธ.ไก่ ขึ้นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ฤดูการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวงมีความเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจ  อย่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงและผู้ว่าราชการจังหวัด ไปแล้ว 

เมื่อมาพิจารณาในส่วนการโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2564 มีความเกี่ยวโยงไปถึงตำแหน่งระดับสูงของสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย นั่นคือ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาตกเป็นของนายทหารระดับสูง

ล่าสุด  การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2564  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เห็นชอบชื่อ พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม (ตท.22) เสนาธิการทหาร เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ และเตรียมนำชื่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ เตรียมนัดประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารประจำปี โดยมีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ตามกำหนดเวลาที่ต้องจัดส่งภายใน 16 ส.ค. ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์อยากให้เหล่าทัพดำเนินการให้ได้ข้อยุติในทุกตำแหน่งก่อนจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการฯพิจารณา

บิ๊กตู่ ดัน "เสธ.ไก่ " นั่งเก้าอี้ "เลขาธิการสมช."

พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม (ตท.22) เสนาธิการทหาร ว่าที่เลขาธิการสมช.

โดยเฉพาะตำแหน่งระดับบน เช่น ปลัดกระทรวงกลาโหม ,ผบ.ทร. และผบ.ทอ. ท่ามกลางกระแสข่าวคนมีชื่อเป็นแคนดิเดตต่างรอลุ้นในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ซึ่งเบื้องต้นตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ยังคงเป็นชื่อของพล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เสนาธิการทหารบก (ตท.20)

ส่วนตำแหน่งผบ.ทร. ยังไม่ได้ข้อยุติ แม้พล.ร.อ.ชาติชาย จะยึดตามธรรมเนียม โดยเสนอชื่อบุคคลในไลน์ของกองทัพเรือ ซึ่งมีความอาวุโสสูงสุด คือพล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ (ตท.21) เป็น ผบ.ทร. แต่ที่มองข้ามไม่ได้คือ การคืนความชอบธรรมให้กับ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดกระทรวงกลาโหมอาวุโสสูงสุด (ตท.20) ที่ถูกโยกออกมาจากกองทัพเรือก่อนหน้านี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วพล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจเลือก

เช่นเดียวกับตำแหน่ง ผบ.ทอ. แม้จะมีแนวโน้มว่า พล.อ.อ.สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร (ตท.21) ผบ.คปอ.

เด็กพปชร.ชง “บิ๊กตู่” ถึงเวลาต้องปรับครม.เรียกความเชื่อมั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477899

เด็กพปชร.ชง “บิ๊กตู่” ถึงเวลาต้องปรับครม.เรียกความเชื่อมั่น

8 สิงหาคม 2564 – 20:25 น.

เด็กพลังประชารัฐเคลื่อนไหวเสนอ นายกฯ ปรับครม.เรียกความเชื่อมั่น ดันบิ๊กป๊อก นั่งกระทรวงสธ.

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงแนวทางสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในขั้นรุนแรงว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานในตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลใหม่

เด็กพปชร.ชง "บิ๊กตู่" ถึงเวลาต้องปรับครม.เรียกความเชื่อมั่น

โดยให้มีการสลับตำแหน่งระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข (สธ.) คนปัจจุบัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์การควบคุมโควิด-19 ที่จะต้องรัดกุม และเด็ดขาด ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โดยผู้ที่ความเหมาะสม

เด็กพปชร.ชง "บิ๊กตู่" ถึงเวลาต้องปรับครม.เรียกความเชื่อมั่น

ขอเสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็น รมว.สาธารณสุข เนื่องจากด้วยบุคลิกการทำงานที่เป็นผู้นำ มีความเด็ดขาดในแบบฉบับของอดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะสามารถสั่งการทั้งเรื่องของควบคุมการแพร่ระบาดโควิด การตรวจเชื้อเชิงรุก และการจัดสรรวัคซีน และทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายไปได้

“นายอนุทินเหมาะสมที่จะเป็น รมว.มหาดไทย เนื่องจาก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานได้ รวมทั้งประสบการณ์ของนายอนุทิน ซึ่งเคยบริหารบริษัทเอกชนมาแล้ว จะสามารถนำมาปรับใช้กับรูปแบบการบริหารในส่วนของการปกครองที่จะต้องกระจายอำนาจให้กับส่วนภูมิภาคได้”

“หมอธีระวัฒน์” ประชดใส่ “ชุดประดาน้ำ” มี “เซ็กซ์” หมดเรื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477901

“หมอธีระวัฒน์” ประชดใส่”ชุดประดาน้ำ” มี “เซ็กซ์” หมดเรื่อง

8 สิงหาคม 2564 – 20:24 น.

“หมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา” โพสต์เชิงประชด ลำบากนัก ใส่”ชุดประดาน้ำ”มี “เซ็กซ์” หมดเรื่อง หลังจากก่อนหน้านี้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแนะนำ 9 ข้อ หากมี “เพศสัมพันธ์”ช่วง”โควิด”

นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ออกมาจากกระทรวงมิใช่เฟคนิวส์  ลำบากนักใส่”ชุดประดาน้ำ” หมดเรื่อง

"หมอธีระวัฒน์" ประชดใส่"ชุดประดาน้ำ" มี "เซ็กซ์" หมดเรื่อง

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้กรมอนามัย แนะนำว่า คู่รักหรือสามีภรรยาหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

1) ล้างมือ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่ ทั้งก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์

2) งดการจูบปากหรือแลกน้ำลายเนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ปนเปื้อนในน้ำลาย

3) งดการทำออรัลเซ็กส์หรือมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ปนเปื้อนในอุจจาระ

4) ใช้ถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัย (Dental Dams) ถุงมือยาง ช่วยลดการสัมผัสกับน้ำลายหรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ

5) สวมหน้ากากผ้าทับ หน้ากากอนามัย ปิดจมูกและปากระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อผ่านการหายใจหอบหนัก

“ข้อปฏิบัติถัดมาคือ 6) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในท่าทางที่หันหน้าเข้าหากัน ป้องกันการสัมผัสแบบใกล้ชิดบริเวณใบหน้า ช่วยลดการสัมผัสกับน้ำลายหรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ ระหว่างมีเพศสัมพันธ์และใช้เวลาอยู่ร่วมกันให้น้อยที่สุด

7) งดการมีเพศสัมพันธ์แบบกลุ่มหรือการสลับคู่นอน

8) ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้าขาว เช็ดหรือทำความสะอาดบริเวณที่นอนหรือพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางเพศ

และ 9) ทิ้งถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัย (Dental Dams) ถุงมือยางที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด

จับตาแต่งตั้งโยกย้ายแวดวงตราชั่ง ส่อแวววุ่นหลายเก้าอี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477897

จับตาแต่งตั้งโยกย้ายแวดวงตราชั่ง ส่อแวววุ่นหลายเก้าอี้

8 สิงหาคม 2564 – 20:16 น.

จับตาการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาและตำแหน่งอื่นๆประจำปี 2564 หลายตำแหน่งส่อวุ่น

แหล่งข่าวจากกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม(ก.ต.)รายหนึ่ง  แจ้งว่า   ในเร็วๆนี้จะมีการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา และตำแหน่งอื่นๆประจำปี2564 หลังจากตำแหน่งหลักเช่นประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ตามบัญชี1 และบัญชี2ไปแล้ว และปรากฏข่าวล่าสุดจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่า นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ได้ประกาศลาออกกลางที่ประชุม เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของ อ.ก.ต. เสียงข้างมาก ในการแต่งตั้งผู้พิพากษารายหนึ่ง ให้ เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา  ซึ่งโดนร้องเรียนว่ามีส่วนเข้าไปพัวพันกับการแทรกแซงกระบวนการต่อสู้คดีข้อพิพากษาที่ดินจำนวน 46 แปลง ระหว่างบริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งกับคู่กรณี ซึ่งมีคดีฟ้องร้องกันจำนวนหลายคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง จนกระทั่งบริษัทต้องยอมจ่ายเงินชดเชยจำนวน 400 ล้านบาท โดยกรณีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนเเละเตรียมสรุปเเละจัดส่งสำนวนให้สำนักงานปปช.ดำเนินการต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า เรื่องนี้น่าสนใจเพราะที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารศาลยุติธรรมบางเรื่องไม่ค่อยโปร่งใส และยังไม่มีข้อชี้แจงออกมาให้กระจ่าง และน่ากังวลกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมปีนี้ว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่  โดยกรณีที่นายประสิทธิ์อ้างไว้ล่าสุด เมื่อเทียบกับกรณีที่นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์   อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค 1 ปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ยื่นฟ้อง นายอนุวัตร มุทิกากร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, น.ส.มรกต วัฒนรุ่งเรืองยศ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายนรินทร์ ทองคำใส รองเลขานุการศาลฎีกา เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.157

รวมทั้งยื่นฟ้องประธานศาลฎีกาเป็นจำเลยหมายเลขคดีดำที่ อท.93 /2564 ต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้นายปรเมษฐ์ไปปปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1    

โดยต้องติดตามว่าในปีนี้นายปรเมษฐ์จะได้ขยับเป็นผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการ ก.ต. พิจารณามีมติเห็นชอบคุณสมบัติของนายปรเมษฐ์ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2560แล้ว แต่ทราบว่ามีการย้อนกลับมาให้อนุกรรมการ กต. พิจารณากรณีนายปรเมษฐ์ขึ้นมาใหม่ก่อนส่งให้ที่ประชุมกต.พิจารณาอีกครั้ง เพราะกรณีนายปรเมษฐ์นั้นยังไม่มีบทสรุปที่แน่ชัดออกมาจากการสอบสวนของสำนักงานศาลยุติธรรมและการวินิจฉัยของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

แหล่งข่าวกล่าวว่า รวมทั้งกรณีเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ซึ่งนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญการพิเศษ และอดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้ทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาและสำนักงานปปช.โดยอ้างว่าในช่วงกลางเดือนเม.ย.64 ที่ผ่านมา เรื่อง “ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่า ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ”ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เพราะก.ต.ชุดปัจจุบันจะมีส่วนในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำปีนี้ด้วย 

แหล่งข่าวกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่5ก.ค.ที่ผ่านมานายศิษฎ์ กรรณวัฒน์  ได้ยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยยื่นฟ้องนส.ปิยกุล  บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์และนายศุภณัฐ ยิ่งวิริยะ  ผู้พิพากษาศาลแพ่งใต้ ข้อหาผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยระบุเบื้องต้นว่า นส.ปิยกุลและนายศุภณัฐวินิจฉัยคดีหมายเลขดำที่ ผบ231/2564และคดีหมายเลขแดงที่ ผบ 233/2564 ซึ่งนายศิษฎ์ฟ้องร้องธนาคารกรุงเทพ ในคดีสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนองว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งขัดกับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่วินิจฉัยคดีหมายเลขแดงที่ ผบ 300/2562 ที่วินิจฉัยในคดีลักษณะเดียวกันว่าเป็นคดีผู้บริโภค  ซึ่งการวินิจฉัยดังกล่าวของนส.ปิยกุลขัดกับแนวฎีกา  โดยนส.ปิยกุลจะรับตำแหน่งประธานศาลฎีกาต่อจากนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่30ก.ย.

แหล่งข่าว กล่าวว่า รวมทั้งกรณีพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงผู้พิพากษาบางท่าน ที่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดออกมาสร้างความวุ่นวายให้สังคม(แกนนำกลุ่มสามนิ้วบางคนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว) ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมหลายคนกังวลใจเพราะศาลเป็นผู้ตัดสินในกระบวนการยุติธรรมชั้นสุดท้าย เมื่อเหตุการณ์ต่างๆข้างต้นปรากฏขึ้นก็กังวลว่าจะเกิดวิฤตตุลาการจากบุคลากรในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมและกระแสจากสังคมภายนอกอีกด้วย

“หมอยง” ชี้ไทยต้องฉีด “วัคซีน” เพิ่มเป็น 85% สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หยุดสายพันธุ์ “เดลตา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477893

“หมอยง” ชี้ไทยต้องฉีด”วัคซีน”เพิ่มเป็น 85% สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หยุดสายพันธุ์”เดลตา “

8 สิงหาคม 2564 – 19:23 น.

“ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” เปิดสูตรคำนวณฉีด”วัคซีน”เร่ง”สร้างภูมิคุ้มหมู่” ต้องฉีดให้ครอบคลุมคนไทยให้ได้”ร้อยละ 85 “ของประชากร เพื่อหยุดการระบาดของ”โควิด”สายพันธุ์เดลตาได้ 

วันนี้ (8 ส.ค.64) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอธิบายถึงโควิด 19 ภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ที่ต้องการเพื่อหยุดยั้งการระบาด โดยระบุว่า ถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันป้องกันโรค เป็นจำนวนมาก ปัญหาการระบาดก็จะทุเลาลงและจะสามารถควบคุมได้ หรืออัตราการตายต้องน้อยลง 

ภูมิคุ้มกันหมู่ที่ต้องการ เราคำนวณมาจากความสามารถในการกระจายโรค แต่เดิมสายพันธุ์อู่ฮั่นการกระจายโรคจาก 1 คนติดไปสู่ผู้อื่นประมาณ 2-3 คน การคิดภูมิคุ้มกันหมู่ เรามีสูตร 1 – 1/อํานาจการกระจายโรค ถ้าอํานาจการกระจายโรคเป็น 3 ภูมิคุ้มกันหมู่ที่ต้องการยุติโรค 1-1/3หรือเท่ากับ 66% เราจึงคิดจะให้วัคซีนกับประชากรไทยให้ครอบคลุมให้ได้ 70% หรือประมาณ 50 ล้านคน ต้องใช้วัคซีน 100 ล้านโดส 

แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปไวรัสตับตัวจากสายพันธุ์อู่ฮั่น ให้การกระจายโรคเท่ากับไข้หวัดใหญ่อยู่ที่ 2 ต่อมาเป็นสายพันธุ์ G ติดง่ายขึ้น สมมติเป็น 1.5 เท่า และต่อมาเป็นสายพันธุ์ Alpha (อังกฤษ) ก็ติดต่อได้ง่ายขึ้นอีก สมมติเป็น 1.5 เท่าอีก และเมื่อมาเป็นสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ก็ติดได้ง่ายขึ้นอีกสมมุติเป็น 1.5 เท่าอีก เมื่อเป็นเช่นนี้การกระจายโรคตั้งแต่อยู่ที่จีนถ้ามีค่าเท่ากับ 2 

เมื่อมาถึงสายพันธุ์เดลตาหรืออินเดีย ก็จะเท่ากับ 2X1.5X1.5X1.5 คือ 6.75 หรือกล่าวว่าผู้ป่วย 1 คนสามารถกระจายโรคไปให้ผู้อื่นได้ 7 คน จึงทำให้เห็นโรคนี้ติดต่อกันง่ายมากขึ้น หาต้นต่อการติดต่อไม่ได้เลย ภูมิคุ้มกันหมู่ที่ต้องการ ก็จะเปลี่ยนไปเป็น 1-1/7 หรือเท่ากับ 85% แสดงว่าเราต้องการให้วัคซีนในประชากรเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 85% 

และถ้าทั่วโลกต้องการเพิ่มกันหมดทุกประเทศ ในการควบคุมการระบาดของโรค ปริมาณวัคซีนที่ขณะนี้ก็มีไม่เพียงพออยู่แล้วก็จะยิ่งไม่เพียงพอใหญ่และบางประเทศจะเริ่มให้เข็ม 3 อีก ก็จะทำให้ยิ่งขาดแคลนมากขึ้น 

ประเทศสหรัฐอเมริกา เจอสายพันธุ์ที่ติดง่ายขึ้น เดลต้าแบบที่เราเจอ ก็มีผู้ป่วยร่วมแสนต่อวัน ฝรั่งเศส อังกฤษ ประชากรใกล้เคียงกับไทยมีการติดเชื้อต่อวัน ไม่น้อยกว่าประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะฉีดวัคซีนมากกว่าประเทศไทยมาก อัตราตายที่เกิดจากการฉีดวัคซีนแล้วจะน้อยกว่า 

ศ.นพ.ยง ยังระบุด้วยว่า ประชากรเด็กจะเป็นประชากรอีกกลุ่มหนึ่ง ที่จะต้องกระตุ้นให้มีภูมิต้านทานเกิดขึ้นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่มีอาการมาก แต่ก็จะแพร่กระจายเชื้อได้เป็นอย่างดี ถ้าต้องการให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามเป้าหมาย และวัคซีนในยุคต่อไปจะต้องพัฒนาให้ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาดใหญ่อยู่ตลอดเวลา