โอนแล้วกว่า 6 พันล้าน “นายกฯ” พอใจภาพรวม เยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477892

โอนแล้วกว่า 6 พันล้าน “นายกฯ” พอใจภาพรวม เยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33

8 สิงหาคม 2564 – 19:10 น.

“สุชาติ” เผยโอนเงินแล้วกว่า 2.4 ล้านราย วงเงินกว่า 6,085 ล้านบาท เหลือ “ผู้ประกันตนมาตรา 33” เพียง 2แสนราย กำลังเร่งดำเนินการให้ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน ให้เสร็จภายใน 9 สิงหานี้และโอนรอบเก็บต13ส.ค.

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เห็นความยากลำบากและมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

จึงมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ “ล็อกดาวน์” ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เพิ่มเติม จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา

ครอบคลุม 9 ประเภทกิจการ นั้น ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และสาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร นั้น

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ภาพรวมการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 10 จังหวัด 9 กิจการ เป็นที่น่าพอใจ จากรายงานของประกันสังคมพบว่า โอนเงินแล้ว 2,434,182 ราย เป็นเงิน 6,085,0000,000 บาท ซึ่งไม่มีอะไรติดขัด

มีเพียงผู้ประกันตนประมาณ 200,000 รายที่ยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการให้ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ เพื่อที่จะเริ่มดำเนินการโอนเงินในวันที่ 13 สิงหาคมนี้

โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม http://www.sso.go.th/eform_news/

ในส่วนของ 3 จังหวัดเพิ่มเติม ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา จะโอนเงินในวันที่ 9 สิงหาคมนี้

“ผมได้รายงานภาพรวมการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 10 จังหวัด ให้ท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว และท่านพอใจในภาพรวมที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนได้ ในระดับหนึ่ง

รวมทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในครอบครัวให้ก้าวข้ามสถานการณ์โควิดไปให้ได้ ตามนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”นายสุชาติ กล่าว

ถล่มม็อบหัวรุนแรง ภูมิใจมากไหมละเลงสีใส่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้วายชนม์ปกป้องอธิปไตยของชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477887

ถล่มม็อบหัวรุนแรง ภูมิใจมากไหมละเลงสีใส่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้วายชนม์ปกป้องอธิปไตยของชาติ

8 สิงหาคม 2564 – 17:54 น.

สุดเอือม ม็อบราษฎรปลดแอก ภูมิใจมากไหมกับสิ่งที่กระทำไป ขณะที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ร่วมกทม. ร่วมล้างข้อความความถ่อยที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก กลุ่มราษฎรปลดแอก  ม็อบ REdem  เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้กลายเป็นที่สร้างความหดหู่ให้กับประชาชน โดยมีการกล่าวถึงพฤติกรรมของผู้ชุมนุมในการพ่นสีสเปรย์ใส่พื้นผนังที่สลักชื่อ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้วายชนม์ ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564    เพจ SMART Soldiers Strong ARMY ซึ่งนำเสนอความเคลื่อนไหวของเหล่าทหาร  โพสต์ถึงม็อบที่พ่นสีใส่รายชื่อทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่สละชีพเพื่อชาติที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า โพสต์นี้ ฝากไปถึงมือพ่นสีที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวาน  นี่คือการแสดงออกถึงอะไรรายชื่อทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่สละชีพเพื่อชาติเมื่อครั้งสงครามในอดีต

#smartsoldiersstrongarmy

ทั้งสงครามอินโดจีน, สงครามมหาเอเชียบูรพา และสงครามเกาหลี เพื่อปกป้องรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของชาติไทย ที่ถูกจารึกไว้เพื่อให้ครอบครัว ลูกหลานและทายาทของพวกเขา รวมไปถึงอนุชนคนรุ่นหลังได้มารำลึกและสดุดีในวีรกรรมกล้าหาญเป็นประจำทุกปี ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับเหตุการณ์ปัจจุบัน กลับต้องมาถูกกระทำแบบนี้

ภูมิใจมากไหมกับสิ่งที่ทำลงไป

—————————————-

Cr. ภาพจากเพจ MThai

ถล่มม็อบหัวรุนแรง ภูมิใจมากไหมละเลงสีใส่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้วายชนม์ปกป้องอธิปไตยของชาติ

อย่างไรก็ตาม  เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 64 กรมยุทธศึกษาทหารบก จัดชุดปฏิบัติการ  ร่วมดำเนินการล้างสีและทำความสะอาด อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร่วมกับ จนท.ผังเมือง กทม.เพื่อให้กลับคืนสู่สภาพปกติ

ถล่มม็อบหัวรุนแรง ภูมิใจมากไหมละเลงสีใส่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้วายชนม์ปกป้องอธิปไตยของชาติ
ถล่มม็อบหัวรุนแรง ภูมิใจมากไหมละเลงสีใส่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้วายชนม์ปกป้องอธิปไตยของชาติ

ไข่ “จุรินทร์” ไม่ขาดตลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477879

ไข่”จุรินทร์” ไม่ขาดตลาด

8 สิงหาคม 2564 – 17:25 น.

จุรินทร์” ตรวจห้าง!!! สั่งพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลุยเข้มราคาสินค้า ส่วน”แม็คโคร”ยันของพอทุกที่ไม่มีขาด

เมื่อวันที่  8 ส.ค.64  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เข้าตรวจสถานการณ์ราคาสินค้า ณ ห้างแม็คโคร สาขาสามเสน บางกระบือ ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร พร้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมขบวนคาราวานรับ “ถุงน้ำใจ ปชป. ส่งผู้รอเตียง” 

ไข่"จุรินทร์" ไม่ขาดตลาด

สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น รมว.พาณิชย์  ระบุว่า เมื่อมีการล็อกดาวน์ช่วงแรกๆ ในช่วงต้นปี ประชาชนอาจจะตื่นตระหนกกังวล ทำให้สินค้าขาดไปจากชั้นวาง แต่ตอนนี้คลี่คลายลงเนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเรียนรู้และเข้าใจว่า ไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะขาดแคลนและผู้บริหารแม็คโครยืนยันว่าสินค้าสำคัญหลายชนิดสามารถเติมเต็มชั้นวางได้เพียงพอ เช่น ไข่ไก่ แม้จะมีบางช่วงที่เติมชั้นวางไม่ทัน

แต่เชื่อว่าปริมาณไข่ยังมีเพียงพอต่อความต้องการเฉลี่ยทั้งประเทศ หากในอนาคตประสบปัญหาขึ้นทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะมีมาตรการมาแก้ปัญหา นอกจากนี้เมื่อเทียบกับในช่วงหลายเดือนก่อนที่ประสบปัญหาหมูแพง ช่วงนี้ราคาก็ลดลงแล้ว 

รมว.พาณิชย์ ย้ำว่า ที่สำคัญในเรื่องปริมาณ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าวิตกกังวล และไม่ต้องซื้อตุน ตอนนี้ไข่ไก่เบอร์ 3 ฟองละ 3.50 บาท แม้จะสูงขึ้นกว่าหลายเดือนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากราคาขึ้นอยู่กับฤดูกาลว่าช่วงไหนไข่ออกน้อยออกมากเกี่ยวข้องกับกลไกตลาดและหากมีการค้ากำไรเกินควรในสินค้าตัวไหนก็ตาม ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดใช้มาตรา 29 ดำเนินการกับผู้ค้ากำไรเกินควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสินค้าจะต้องปิดป้ายแสดงราคาถ้าไม่ปิดก็ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

ไข่"จุรินทร์" ไม่ขาดตลาด

นอกจากนี้ในประเด็นภาพรวมที่เกินกำลังของกระทรวงพาณิชย์ คือเรื่องแรงงานสำหรับกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงการสัญจรเพื่อขนสินค้ากระจายไปทั่วประเทศ ที่ทุกจังหวัดต้องให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกเพื่อให้สินค้าอุปโภคบริโภคสามารถข้ามแดนจังหวัดได้โดยสะดวก เพราะหากติดขัดมากๆ ทำให้ขนส่งข้ามจังหวัดไม่ทันจะทำให้ของอาจจะเน่าเสียหรือส่งไปยังจุดกระจายสินค้าได้ช้าลง 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ขณะนี้มีห้างสรรพสินค้าที่ช่วยนำมังคุดจากปักษ์ใต้ที่มีผลผลิตออกมามากในขณะนี้มาช่วยขายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศถือว่ามีส่วนช่วยอย่างมากเพราะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยระบายตลาดภายในประเทศ และช่วยให้ราคาหน้าสวนที่เกษตรกรขายได้ราคาดีขึ้น อย่างแม็คโครรับซื้อหน้าสวนมังคุดกิโลกรัมละ 17 บาท และมีหลายฝ่ายที่ให้ความร่วมมือทางภาคเอกชน เช่น เติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท. บางจาก ได้รับแจกมังคุดฟรี 

ไข่"จุรินทร์" ไม่ขาดตลาด

นอกจากนี้ยังมีบริษัทไปรษณีย์ไทย ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยระบายมังคุดจากเกษตรกรโดยตรงส่งไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านช่องทางไปรษณีย์ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้สนับสนุนกล่องที่บรรจุให้ฟรี หากกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์รายใดต้องการกล่องบรรจุ ก็สามารถติดต่อให้ไปรษณีย์นำกล่องมาส่งที่กลุ่มหรือสหกรณ์ได้ เมื่อบรรจุแล้วสามารถนำส่งที่ไปรษณีย์ได้เลย 

รมว.พาณิชย์ระบุว่า ในเรื่องการกระจายผลไม้เพื่อตลาดภายใต้ประเทศนั้น มีหัวใจสำคัญที่สุด 2 มาตรการที่ส่งผลให้มีการรับซื้อมังคุดเพิ่มขึ้น 

มาตรการที่หนึ่ง กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการเชิงรุกนำห้างสรรพสินค้ารวมทั้งซัพพลายเออร์ต่างๆ ช่วยรับซื้อทำสัญญาล่วงหน้าเพื่อซื้อมังคุดจากเกษตรกรก่อนที่ผลผลิตจะออก ซึ่งขณะนี้ได้มีการทำสัญญาไปแล้ว 20,000 ตัน ช่วยระบายในราคาที่เกษตรกรพอใจ 

และมาตรการที่สอง การมีล้งเข้าไปรับซื้อในพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้มีปัญหามากเพราะช่วงที่มังคุดมีผลผลิตในภาคตะวันออก มีล้งอยู่ที่ภาคตะวันออกจำนวนมากและช่วยให้เกษตรกรขายมังคุดได้ราคาดี โดยมังคุดคัดเกรดกิโลละ 100-200 บาทโดยเฉลี่ย แต่เมื่อผลผลิตมังคุดปักษ์ใต้ออกในช่วงเดือนกรกฎาคม มีการประกาศล็อกดาวน์พอดี ทำให้ล้งจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ปักษ์ใต้ไม่ได้

ไข่"จุรินทร์" ไม่ขาดตลาด

“ผมจึงได้เรียกประชุมล้งทั่วประเทศ และเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร และจันทบุรีมาเข้าสายคุยกัน 3 จังหวัด เพื่อร่วมกันหาทางเคลื่อนย้ายล้งจากจันทบุรีไปปักษ์ใต้ ซึ่งขณะนี้เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานว่ามีล้งกว่า 200 รายแล้ว ทำให้การระบายมังคุดลื่นไหลขึ้น ทำให้ราคามังคุดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 5-7 บาท เป็น 13-15 บาทแล้ว ซึ่งจะเดินหน้าทำต่อไป พร้อมกับขอความร่วมมือทุกจังหวัดที่มีการขนส่งมังคุดกระจายไปยังทั่วประเทศให้อำนวยความสะดวกให้สามารถผ่านด่านได้โดยสะดวกภายใต้ปฏิบัติตามกติกาโควิดของแต่ละพื้นที่” นายจุรินทร์ กล่าว 

ด้านนางศิริพร เดชสิงห์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการสื่อสารองค์กร บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวยืนยันว่า แม็คโคร ทั้ง 39 สาขาทั่วประเทศ มีสถานการณ์ปกติโดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นสำหรับอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิตเช่นน้ำดื่ม ไข่ไก่ แม้จะมีการระดมกันซื้อตามกระแส แต่ก็ไม่ได้ขาดแคลน ยังมีปริมาณอย่างเพียงพอ รวมทั้ง อาหารแช่แข็ง   เนื้อไก่ เนื้อหมู น้ำมันปาล์ม เป็นต้น โดยเฉพาะสินค้าทุกอย่างที่ใช้ในครัวเรือนได้มีการเตรียมสต็อคไว้อย่างเต็มที่ มีความเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนคนไทยแน่นอน

หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินตรวจเยี่ยมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในห้างสรรพสินค้าแม็คโคร และทักทายกับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าอย่างเป็นกันเอง

ซุปเปอร์โพลเผย ชาวบ้านรู้ทัน “ม็อบ 7 สิงหา” ยิ่งรุนแรงยิ่งทำลายตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477874

ซุปเปอร์โพลเผย ชาวบ้านรู้ทัน “ม็อบ 7 สิงหา” ยิ่งรุนแรงยิ่งทำลายตัว

8 สิงหาคม 2564 – 16:35 น.

ซุปเปอร์โพล ฟันธง ม็อบ7สิงหา ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า เกือบร้อยเปอร์เซนต์เรียกร้องให้หยุดคุกคามสถาบันหลักของชาติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอ ผลสำรวจภาคสนามและประมวลผลข้อมูลการศึกษา เรื่อง ประชาชน รู้ทัน ม็อบ 3 นิ้ว 7 สิงหาคม กรณีศึกษา ประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ

โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 2,772 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.4 รู้ทันว่า มีขบวนการอยู่เบื้องหลัง ม็อบ 3 นิ้ว ต้องการให้ เกิดความรุนแรง ร้อยละ 97.2 รู้ทันว่า ม็อบ 3 นิ้ว 7 สิงหาคม ต้องการให้เกิดการขยายผลความแตกแยก เผชิญหน้ากันด้วยข้อความสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ระดมคนกันมาข่มขู่ คุกคามผู้อื่น ทำร้าย ผู้อื่นในโลกโซเชียล ร้อยละ 97.1 รู้ทันว่า มีความพยายามให้เกิดเผชิญหน้า ระหว่างกลุ่มคนสุดขั้ว 2 กลุ่ม คือ กลุ่มม็อบ 3 นิ้ว กับ กลุ่มปกป้องสถาบัน

ซุปเปอร์โพลเผย ชาวบ้านรู้ทัน "ม็อบ 7 สิงหา"  ยิ่งรุนแรงยิ่งทำลายตัว

ร้อยละ 97.0 รู้ทันว่า มีขบวนการออกแบบให้เกิดความรุนแรง บานปลายจากการเผชิญหน้า ดึงทหารออกมาล้อมปราบ เกิดความสูญเสีย เข้าทางเข้าเกมฝ่ายตรงข้าม และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.1 รู้ทันว่า กระแสที่ปั่นกันในโลกโซเชียลถูกปั่นจากต่างชาติและมีคนรับจ้างปั่น ยอดซ้ำแล้วซำเล่า ชี้นำผู้คนในโซเชียลมีเดียให้คล้อยตามการแบ่งขั้วสุดขั้วเพื่อเกิดการปะทะ

ที่น่าเป็นห่วงคือ ร้อยละ 99.2 กังวลต่อการเกิด คลัสเตอร์แพร่ระบาดโควิดเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมปัญหาให้ บุคลากรทางการแพทย์ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ร้อยละ 98.7 กังวลต่อข่าวความรุนแรง ด้วยระเบิด การเผาทำลายต่าง ๆ จะซ้ำเติมความบอบช้ำวิกฤตของชาติและประชาชน

ร้อยละ 97.4 เชื่อว่ามีขบวนการ ท่อน้ำเลี้ยงจากต่างชาตินักการเมือง กลุ่มนายทุน ให้กลุ่มผู้ชุมนุม ร้อยละ 97.1 ระบุ ความรุนแรงและการ สูญเสียจะทำลายงบประมาณภาษีของประชาชน และร้อยละ 97.1 เช่นกัน ระบุ กังวลต่อความรุนแรงบาน ปลายและความสูญเสีย

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.7 ระบุ ม็อบต้องหยุดคุกคามสถาบันหลักของชาติร้อยละ 98.5 ระบุ มีวิธีอื่นแก้ปัญหาชาติด้วยสันติวิธีและสร้างสรรค์ มากกว่า และ ร้อยละ 97.5 ระบุ ไม่เห็นประโยชน์ จาก การชุมนุมด้วยความรุนแรง
 

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า โพลชิ้นนี้สะท้อนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับม็อบที่ออกมา เคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐและสถาบันหลักของชาติโดยมองว่าเสี่ยงต่อการเกิดคลัสเตอร์กลุ่มใหญ่แพร่เชื้อ โควิด   ซ้ำเติมวิกฤตเดือดร้อนของประชาชนสร้างภาระความเหนื่อยยากให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการ ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น

ซุปเปอร์โพลเผย ชาวบ้านรู้ทัน "ม็อบ 7 สิงหา"  ยิ่งรุนแรงยิ่งทำลายตัว

“ที่น่าพิจารณายิ่ง คือ ม็อบนิยมความรุนแรงกำลังทำลายรากฐานของประเทศ ประชาชนไม่เห็นด้วย ต่อการล่วงละเมิดสถาบัน แสดงความหยาบคาย คุกคามสถาบันฯ คุกคามผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ไม่มีสัมมา คารวะโดยยั่วยุสร้างความเกลียดชัง อาฆาตมาดร้าย อันเป็นเหตุให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนส่วน ใหญ่และเกิดความแตกแยกสู่การเผชิญหน้าของคนในชาติสร้างความสูญเสียเข้าทางเกมแย่งชิงอำนาจของต่างชาติที่เข้ามาครอบครองทรัพยากรและผลประโยชน์ชาติของคนไทยในที่สุด” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว

ซุปเปอร์โพลเผย ชาวบ้านรู้ทัน "ม็อบ 7 สิงหา"  ยิ่งรุนแรงยิ่งทำลายตัว

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นร่วมกันถึงการปลุกปั่นกระแสความเกลียดชัง และการเผชิญหน้าด้วยการบิดเบือน ดราม่า สร้างภาพและลดทอนความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐ มุ่งหวัง ให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงขาดความน่าเชื่อถือและชอบธรรม ในการใช้อำนาจรัฐออกมาปกป้องสถาบันและ ผลประโยชน์ของชาติ

ซุปเปอร์โพลเผย ชาวบ้านรู้ทัน "ม็อบ 7 สิงหา"  ยิ่งรุนแรงยิ่งทำลายตัว

“ที่สำคัญ ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เห็นประโยชน์กับการสร้างสถานการณ์และการใช้ความรุนแรง ที่ นำมาซึ่งความเสียหายทางกายภาพและจิตใจ รวมทั้งผลกระทบทางสังคมและภาระงบประมาณ ซึ่งมีผล ซ้ำเติมกับวิกฤตเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของต่างประเทศ

นอกจากนั้นประชาชนส่วนใหญ่ ยังสะท้อนให้ เห็นถึงการต่อสู้ของม็อบที่ขัดต่ออุดมการณ์ทางการเมืองและหลักการประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะ การไม่เคารพกฏหมาย ที่เป็นกติกาของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของทุกคนในสังคม” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว

“ธนกร” ซัด “ธนาธร” แกล้งมองไม่เห็น ม็อบไม่ได้ชุมนุมสันติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477863

“ธนกร”ซัด”ธนาธร”แกล้งมองไม่เห็น ม็อบไม่ได้ชุมนุมสันติ

8 สิงหาคม 2564 – 15:30 น.

ชี้พกอาวุธเพียบ จวกทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินราชการ ย้อนหรือต้องให้เจ้าหน้าที่ห้ามป้องกันตัว ยอมถูกทำร้ายถึงจะพอใจ

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 64  นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า ม็อบ 7 สิงหาคมมามือเปล่า มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ตำรวจใช้ความรุนแรงว่า ขอถามนายธนาธรจริงๆ ว่า ม็อบมามือเปล่าจริงหรือ

ทั้งที่พกอาวุธมาเพียบทั้งมีด ดาบ หนังสติ๊ก หัวน็อต ไม่ได้ชุมนุมอย่างสันติ ตนเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศก็เห็น มีหลักฐานประจักษ์ชัดเจน มีเพียงนายธนาธรและนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าเท่านั้นที่มองไม่เห็นว่าม็อบมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำลายข้าวของราชการ เผารถตำรวจ ทำลายป้อมตำรวจ แล้วนายธนาธรยังมากล่าวหาตำรวจว่าใช้ความรุนแรงอีก

หรือเจ้าหน้าที่ต้องห้ามป้องกันตัว แล้วปล่อยให้ม็อบทำร้ายฝ่ายเดียวแบบนั้นหรือ จิตใจทำด้วยอะไร ประเทศบอบชำ้ ประชาชนกำลังเจอวิกฤตโควิด-19 แต่ม็อบก็ยังไม่สนใจ นายธนาธรยังสนับสนุนอย่างเปิดเผยโดยไม่สนใจความเดือดของประชาชน ถามจริงๆ ว่านายธนาธรเป็นคนไทยหรือเปล่า นอกจากนี้ม็อบยังเหิมเกริมจาบจ้วงสถาบันที่คนไทยรักและศรัทธา ถึงขนาดกล้าประกาศจะบุกพระมหาราชวัง ตนบอกตรงๆ ว่ารับไม่ได้จริงๆ

นายธนกร กล่าวอีกว่า อย่าโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะต้องทำตามหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าม็อบไม่มาชุมนุมแล้วตำรวจจะออกมาหรือไม่ คำตอบคือไม่ การชุมนุมของม็อบแต่ละครั้งไม่ได้สงบตามที่คณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทยพูด ซึ่งไม่มีตำรวจที่ไหนทำร้ายประชาชน มีแต่ม็อบที่พยายามยั่วยุและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจใช่หรือไม่

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ขั้นตอนการสลายการชุมนุมปฎิบัติตามหลักสากลทุกประการ ทั้งนี้ อยากให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังม็อบเห็นใจบุคลากรทางการแพทย์บ้าง ที่ต้องทำงานอย่างหนักในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 รัฐบาลเองก็ทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย วันนี้อยากให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเห็นว่า

ในขณะที่ประชาชนทั้งประเทศต่างช่วยกันแก้ปัญหาโควิด-19 แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังทำพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่อาจจะกลายเป็นคลัสเตอร์ของการระบาดได้อีกด้วย ดังนั้น เชื่อว่าประชาชนคงเห็นแล้วว่า ใครที่รักประเทศชาติแค่ลมปาก ปากพูดว่ารักชาติ อยากเห็นประชาธิปไตย แต่กลับทำได้ทุกอย่างเพื่อขอให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองโดยไม่สนใจว่าประเทศหรือประชาชนจะเดือดร้อนขนาดไหน

งงเด้ ทำไมต้องซื้อ “หมอระวี” ร้องรัฐต้องให้คนไทยตรวจ ATK ฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477830

งงเด้ ทำไมต้องซื้อ “หมอระวี” ร้องรัฐต้องให้คนไทยตรวจ ATK ฟรี

8 สิงหาคม 2564 – 13:23 น.

“หมอระวี” บอกงง ทำไมต้องซื้อ เป็นหน้าที่รัฐต้องให้คนไทย ตรวจ ATK ฟรี กันเชื้อเดลต้ากระจายในครอบครัว หลังคิวตรวจ รพ.เต็มหมด หากไม่สิทธิพิเศษก็ไม่มีโอกาสได้ตรวจ

วันที่ 8 สิวหาคม 2564 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงสถานการณ์โควิดในประเทศไทยขณะนี้ว่า การตรวจด้วยชุดตรวจรู้ผลเร็ว Antigen Test Kit หรือ ATK ในวิกฤตขณะนี้มีความจำเป็นต่อประชาชนอย่างมาก เพราะประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า

“เพราะการตรวจที่โรงพยาบาลประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ ถ้าไม่มีสิทธิพิเศษ แม้จะยินยอมเสียเงินเพื่อตรวจ แต่คิวก็เต็มไปหมด”นพ.ระวีระบุ

เพราะฉะนั้น ATK เป็นสิ่งจะช่วยประเทศในการจัดการโควิด เนื่องจากเชื้อสายพันธุ์เดลต้า มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หากประชาชนรู้สึกว่ามีอาการก็จะสามารถตรวจดัวยตัวเองได้ ทำให้เชื้อไม่กระจายไปยังคนในครอบครัว

นพ.ระวี กล่าวอีกว่า รัฐบาลประกาศให้ซื้อ ATK ผ่านร้านขายยา ซึ่งตนอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลว่า รัฐควรจะสั่งซื้อ ATK ส่งให้กับรพ.รัฐ,รพ.เอกชน,รพ.ตำบล,อนามัย หรือทุกหน่วยงานที่สามารถตรวจได้ กระจายไปทั้งประเทศฟรี

เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระเสียเงินไปซื้อ ATK มาตรวจเอง รัฐบาลมีงบพอเหลือเฟือที่จะดำเนินการเรื่องนี้

ส่วนการให้จัดจำหน่ายโดยร้านขายยา ก็เป็นคอขวด ในเรื่องราคาที่พอผ่านร้านขายยาราคาก็แพงขึ้น ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่เปิดช่องทางการเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุดโดยเร็ว

เช่นช่องทางออนไลน์  ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่สำคัญคือ ราคาต้องไม่สูงขึ้น เพราะถ้ารัฐเปิดให้มีการจำหน่ายที่แพร่หลาย ก็จะเกิดการแข่งขัน ราคาก็ไม่ถึง 200 บาทต่อเทสแน่นอน

นพ.ระวี กว่าต่อว่า ATK ไม่ใช่ชุดตรวจหาเชื้อโควิดที่ทำยาก รัฐบาลต้องดำเนินการสนับสนุนให้นักวิจัยในประเทศไทยผลิตเอง เพราะจะเหลือราคาเพียงแค่ 30-40 ต่อเทสเท่านั้น วันนี้วิกฤตที่เกิดขึ้น ยอดกว่า 2 หมื่นราย รัฐบาลต้องรีบแก้ปัญหาคอขวดให้ได้

“ถึงแม้ว่าพรรคพลังธรรมใหม่จะอยู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็ต้องพูดกันตามตรงว่า หลายๆเรื่อง การวางแผนของรัฐบาลบกพร่องอย่างมาก ฝ่ายนโยบายควรจะศึกษาให้ดีก่อนที่จะประกาศออกมาในแต่ละครั้ง

เช่น เมื่อได้วัคซีนไฟเซอร์มา รัฐบาลใช้เวลาถึง 11 วัน กว่าจะเริ่มฉีดได้ แสดงว่า การจัดการยังอยู่ในรูปแบบเดิม การอ้างว่าติดวันเสาร์อาทิตย์ ผมก็อยากทราบว่า เชื้อโควิดมันหยุดระบาดในวันเสาร์อาทิตย์หรือไม่ แผนของรัฐบาลไม่ได้ถูกวางแผนให้รอบคอบเลย”นพ.ระวี กล่าว

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนสิงหาคม 2562 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

คลิก อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

Emmeral KU23  55 Anniversary 2506-2561

๕๕ ปีที่พบกันความสัมพันธ์ไม่เสื่อมคลาย

ฉบับเดือน สิงหาคม 2562 ฉบับ วันสื่อสารแห่งชาติ(4 สค.) วันรพี(7 สค.) วันเฉลิมพระชนมพรรษพระพันปีหลวง/วันแม่แห่งชาติ(12 สค.) วันสันติภาพไทย(16 สค.) วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ(18 สค.) วันสุนัขแห่งชาติ(26 สค.)

HBDคนเกิดเดือนกรกฎาคม
เดือนนี้พิเศษที่สามี – ภรรยาเกิดเดือนเดียวกันเลยอวยพรวันเกิดให้กันและกัน
เดือนนี้มีสมาชิกมาร่วมมากเป็ นพิเศษ

รุ่นส่งทีม Bowling เข้าแข่งขันที่จัดโดยสมาคมยุวเกษตรกรสากลแห่งประเทศไทยที่มี สาคร ประไพพงศ์เป็ นนายกสมาคมเมื่อ 21 กด.62 ที่อิมพีเรียลฯ

นนทรีสโสรเมื่อค ่าวันที่ 2 สิงหาคม 2562 KU.23 ได้ส่งตัวแทนประกอบด้วยนักร้อง นักเต้น นักฟ้อนไปร่วมท าให้งานสนุกสนานรื่นเริง บันเทิงใจเป็ นอย่างยิ่ง

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

คลิก อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

นักร้องทำงาน “เรืองไกร” ร้องป.ป.ช. สอบ พิธา ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินคู่สมรส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477837

นักร้องทำงาน”เรืองไกร”ร้องป.ป.ช. สอบ พิธา ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินคู่สมรส

8 สิงหาคม 2564 – 13:00 น.

“เรืองไกร” เตรียมร้องป.ป.ช. 9 สิงหา นี้ กรณีแสดงบัญชีทรัพย์สิน ของ “พิธากับคู่สมรส” ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่เป็นไปตามม.114 หรือไม่

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ตนตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้วไกล แล้วพบหลายประเด็นที่น่าสงสัย อันเป็นเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไป

นายเรืองไกร กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่น่าสงสัย เช่น นายพิธา แจ้งว่ามีคู่สมรส และคู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่นายพิธากลับไม่แสดงรายได้ รายจ่าย หรือหุ้น ของคู่สมรสต่อ ป.ป.ช.

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า  นายพิธา ได้นำอาคารของน้องชายมูลค่า 15,000,000 บาท มาแสดงในบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งในทางบัญชีควรตรวจสอบว่า ทรัพย์สินรวมที่แจ้งสูงเกินจริง (Overstate assets) หรือไม่

นายพิธา แจ้งที่ดินรายการหนึ่งว่า เป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งแปลกมาก เพราะนายพิธา ไม่น่าจะมีกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ แม้จะไม่ได้แจ้ง เลขที่ เนื้อที่ และมูลค่าไว้ก็ตาม แต่การแสดงรายการที่ดินเช่นนี้ อาจเข้าข่ายแจ้งข้อความโดยไม่ตรงความจริง หรือไม่

นายพิธา ไม่ได้แจ้งมูลค่าที่ดินและบ้านของคู่สมรสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เห็นได้จากมีการแจ้งรายการอาคารของคู่สมรสไว้ด้วยแต่ไม่แสดงมูลค่า ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า คู่สมรสมีอาคารดังกล่าว ซึ่งควรตั้งอยู่บนที่ดิน แต่กลับไม่มีการแจ้งมูลค่าอาคารและที่ดินไว้ ทำให้มีประเด็นที่ควรตรวจสอบทางบัญชีตามมาว่า บัญชีทรัพย์สินรวมของคู่สมรส แสดงไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง (Understate assets) หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า หลักฐานทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนมาจากการตรวจสอบรายการในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่นายพิธา ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อคราวรับตำแหน่ง ส.ส. รวมทั้งข่าวในสื่อต่าง ๆ

ดังนั้น จึงมีเหตุที่ต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนายพิธากับคู่สมรส ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ไว้นั้น เข้าข่ายตามความใน พรป. ป.ป.ช. มาตรา 114 หรือไม่

อนึ่ง ตนยังได้รับข้อมูลที่ขอไว้ในชั้น กมธ.งปม.65 ว่ามี ส.ส. และ ส.ว. ยังถือครองที่ดิน ส.ป.ก. อยู่ รวม 5 ราย จึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปด้วย

นายเรืองไกรสรุปว่า จะส่งคำร้องกรณีนายพิธา รวมทั้งกรณี ส.ส. และ ส.ว. 5 ราย เป็นหนังสือไปถึง ป.ป.ช. เช้าวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.  2564 นี้ ทางไปรษณีย์ EM

หมดแล้ว “มรดกคณะราษฎร” แม้แต่ “สมศักดิ์ เจียมฯ” ยังเอือม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477845

หมดแล้ว “มรดกคณะราษฎร” แม้แต่”สมศักดิ์ เจียมฯ” ยังเอือม

8 สิงหาคม 2564 – 12:53 น.

พฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมเดินตามรอยคณะราษฎร พวกเขาไม่รู้เลยว่า ได้ขีดเขียนทำลายมรดกชิ้นสุดท้ายของคณะราษฎร์ไปแล้ว

บทสรุปจากการชุมนุมของกลุ่มหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ราษฎรปลดแอก เยาวชนปลดแอก ม็อบสามกีบ ม็อบสามนิ้ว กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา นำมาซึ่งความเสียหายวอดวาย

ทั้งเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง กลุ่มมวลชนสายฮาร์ดคอร์กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนายมีอาการสาหัส   มีการวางเพลิงรถผู้ควบคุมผู้ต้องหา 

หมดแล้ว "มรดกคณะราษฎร" แม้แต่"สมศักดิ์ เจียมฯ" ยังเอือม

แต่จุดที่ผู้คนกล่าวถึงมากอีกจุดหนึ่ง  นั่นคือ พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ”ได้มีผู้ชุมนุมพ่นสีสเปรย์ เขียนข้อความไม่เหมาะสม จาบจ้วงรุนแรง  ทาบทับลงไปบนผืนผนังอนุสาวรีย์ฯ ที่ประชาชนได้เทิดทูนรำลึกถึงวีรกรรมทหาร ตำรวจ พลเรือน ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

 โดยเกิดคำถามตามมา กลุ่มมวลชนที่ถูกปลุกปั่นจากนักการเมือง จากนักวิชาการที่ใส่ความคิดให้ผู้ชุมนุมเดินตามรอยคณะราษฎรเหล่านี้ เพราะแม้แต่ชื่อกลุ่มถึงขนาดตั้งชื่อว่า “คณะราษฎรปลดแอก”อะไรทำนองนั้น  ไม่รู้เลยหรือ ว่า ” กำลังทำอะไรลงไป”  

การเคลื่อนไหวเรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตยของคนเหล่านี้ เป็นอย่างไรกันแน่ 

รู้หรือไม่ว่า “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” คือ หนึ่งในมรดกของคณะราษฎร์ที่แทบจะไม่เหลือแล้วในปัจจุบัน 

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน

สร้างโดย พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485

วันที่ 24 มิถุนายน ก็คือวันเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ที่เปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

หมดแล้ว "มรดกคณะราษฎร" แม้แต่"สมศักดิ์ เจียมฯ" ยังเอือม

ทั้งนี้ในโลกโซเชียล มีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม  จากคุณWithawatt Cozy Tansuhaj  โดยมีการแชร์ข้อความออกไปอย่างกว้างขวาง

โดยระบุตอนหนึ่งว่า   “เมื่อคิดถึงที่มาของอนุสาวรีย์และดูภาพที่เห็น รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว กลุ่มคนพวกนี้มาเพื่อประชาธิปไตยจริงหรือไม่ มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นแค่พวกระยำกลุ่มหนึ่งที่อยากออกมากร่างเล่นเล่นเท่านั้น”

หมดแล้ว "มรดกคณะราษฎร" แม้แต่"สมศักดิ์ เจียมฯ" ยังเอือม

“ที่อยากหัวเราะใส่หน้าด้วยความสะใจที่สุดก็คือบรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ดี นักวิชาการก็ดี นักการเมืองก็ดี หรือพวกผู้ใหญ่ต่างต่างที่สนับสนุนคนเหล่านี้ เพื่อหวังจะได้ฟื้นฟูขบวนการ 2475  ถ้าเห็นภาพนี้แล้วยังไม่ท้วงติงยังนิ่งเป็นอมสาก ก็ถือว่าน่าอนาถมาก ที่แน่แน่ เจ้าคุณพหลฯกับจอมพล ป. คงกำลังนอนสะอื้นอยู่ในหลุม” 
 

หมดแล้ว "มรดกคณะราษฎร" แม้แต่"สมศักดิ์ เจียมฯ" ยังเอือม

ไม่เพียงเท่านั้น เหตุการณ์ก่อความวุ่นวาย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม   แม้แต่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ที่มักเสนอแนวความคิดจากคณะราษฎร์ในประวัติศาสตร์เผยแพร่ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่อยู่เนืองๆ  ยังได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อพฤติกรรมกลุ่มผู้ชุมนุม ว่าถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป รวมไปถึงการนัดชุมนุมครั้งใหม่ ก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ

โดยนายสมศักดิ์ โพสต์ข้อความว่า  ไม่ว่าเราจะประเมินอย่างไร (และมีความเป็นไปได้ ที่จะประเมินจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ตามแต่รสนิยม) การชุมนุมแบบ REdem นี้ ยากจะปฏิเสธว่า คงไม่อาจนำมาซึ่งชัยชนะได้ จะว่าไปแล้ว การชุมนุมแบบที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (ถ้าไม่เลิกเสียก่อน) ก็ไม่อาจจะประสบความสำเร็จเช่นกัน 

หมดแล้ว "มรดกคณะราษฎร" แม้แต่"สมศักดิ์ เจียมฯ" ยังเอือม

“นายกฯ” ชื่นชมทีม “แพทย์ชนบท” รุกคัดกรองโควิดในพื้นที่กทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/477814

“นายกฯ” ชื่นชมทีม “แพทย์ชนบท” รุกคัดกรองโควิดในพื้นที่กทม.

8 สิงหาคม 2564 – 11:30 น.

“แพทย์ชนบท 38 ทีม-ทีมอาสาภาคประชาชน” เสียสละทุ่มเทเร่งคัดกรองเชิงรุกในกทม. “นายกฯ” ขอบคุณและชื่นชม มั่นใจความสามัคคีของคนไทย จะเป็นพลังของชาติให้ไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19ได้

วันที่ 8 สิงหาคม 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชื่นชมทีมแพทย์ชนบท 38 ทีมจากทั่วประเทศ

ร่วมดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ตามแนวทางของศบค. และกระทรวงสาธารณสุข คีอเร่งตรวจหาเชื้อ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกให้เร็วที่สุด

ซึ่งผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย จะถูกจัดระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community Isolation) พร้อมจ่ายยาฟ้าทะลายโจรหรือยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ช่วยลดการแพร่ระบาด ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ทีมแพทย์ชนบท 38 ทีมจากทั่วประเทศ ประกอบด้วย ภาคเหนือ 6 ทีม ภาคกลาง 10 ทีม ภาคตะวันออก 2 ทีม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 ทีม และภาคใต้ 8 ทีม เดินหน้าตรวจเชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้

โดยเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ตรวจ ATK ไป 14,715 คน พบติดเชื้อ 1,992 คน (13.5%) วันที่ 5 ส.ค ตรวจ ATK ไป 15,692 คน สะสม ณ วันที่ 5 ส.ค. ตรวจคัดกรองแล้ว จำนวน 30,407 คน พบติดเชื้อ 3,298 คน (10.8%) และได้มีการจ่ายยาฟาวิฟิราเวียร์ไป 66,700 เม็ด

ทั้งนี้ มีเป้าหมายคัดกรองผู้ป่วย จำนวน 250,000 ราย และตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังได้ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังเพื่อให้บริการครบวงจรด้วย

“ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมความเสียสละและอุทิศตนของทีมแพทย์ชนบทที่เข้ามาสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร

รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชน ซึ่งมั่นใจว่า ความสามัคคีของคนไทย จะเป็นพลังของชาติ ให้ไทยสามารถฝ่าวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้” นายอนุชา ฯ กล่าว