แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ PCMA มอบใบประกาศนียบัตร นักวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลระดับนานาชาติ (DES) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592322

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ PCMA มอบใบประกาศนียบัตร นักวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลระดับนานาชาติ (DES)

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ PCMA มอบใบประกาศนียบัตร นักวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลระดับนานาชาติ (DES)

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.49 น.

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และสมาคมวิชาชีพการจัดการการประชุม (PCMA : The Professional Convention Management Association) ประกาศความร่วมมือ ส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอีเวนท์ ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ให้เข้าถึงคอร์สอบรมเพื่อรับใบประกาศนียบัตร นักวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลระดับนานาชาติ (DES : Digital Event Strategist) ของ PCMA โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอีเวนท์ และการประชุม จะมีโอกาสได้รับใบประกาศนียบัตร โดยการจองเข้าร่วมงานอีเวนท์ต่างๆ ของแมริออท บอนวอย ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การศึกษา และเรียนรู้เกี่ยวกับงานอีเวนท์ด้านดิจิทัลและไฮบริด พิสูจน์แล้วว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและการสร้างทักษะใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่จะทำให้การจัดอีเวนท์ในอนาคต สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น สำหรับคอร์สอบรม DES เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ภายใต้ชุดวิชา 6 คอร์ส สนับสนุนโดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจะให้ความรู้ ทักษะที่จำเป็นของแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ของงานอีเวนท์ในรูปแบบไฮบริด โดยเริ่มต้นด้วยการสอบไฟนอล

“ทุกวันนี้ ความสัมพันธ์และรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” คาเรน โบลิงเจอร์ กรรมการอำนวยการ APAC ที่ PCMA กล่าว “การทำงานร่วมกับแมริออท คือเครื่องยืนยันในความมุ่งมั่นของ PCMA ที่มีให้กับหุ้นส่วนและต่ออุตสาหกรรม เมื่อเราเดินหน้าพัฒนา และสนับสนุนการศึกษาที่จำเป็น เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่สมาชิกและลูกค้าของเรา ทั้งนี้ จากการสำรวจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นว่ามากกว่า 70% ของผู้วางแผนจัดการประชุม มองหาสถานที่ที่มีเครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดสด หรือออกอากาศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ประจำอยู่ในสถานที่นั้นๆ และ 80% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า พวกเขาจะเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานอีเวนท์ ไม่ว่าจะเป็นผู้มาร่วมงานด้วยตัวเอง หรือผ่านช่องทางออนไลน์ มีการโต้ตอบระหว่างกัน ซึ่งหมายถึงทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ธุรกิจเหล่านี้

การได้รับประกาศนียบัตร DES จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้มีเครื่องมือในการ  วางแผน การผลิต และประเมินงานอีเวนท์ในรูปแบบดิจิทัลและไฮบริดตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงสร้างรายได้จากงานอีเวนท์ดิจิทัลผ่านกลยุทธ์การกำหนดราคา และสปอนเซอร์ชิพ ตลอดจนการเลือกใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ดีที่สุด

“เมื่อเราเดินหน้าสู่การฟื้นตัวอย่างเต็มที่สำหรับอุตสาหกรรมของเรา มันเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ทำงานด้านอีเวนท์ ต้องปรับตัวและเพิ่มศักยภาพให้ตัวเองด้วยทักษะและความรู้เพื่อไปสู่ความสำเร็จ” ราเมช ดารียานานี รองประธาน ฝ่ายขายเอเชียแปซิฟิก ให้ความเห็น “แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งมั่นการสร้างสภาพแวดล้อมที่จะช่วยให้ลูกค้า “เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างมั่นใจ” มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นมาตรการสุขอนามัยที่ยกระดับสูงขึ้น, ทางออกในการจัดประชุมรูปแบบไฮบริด หรือโอกาสในการเรียนรู้ การร่วมมือกับหุ้นส่วนในอุตสาหกรรม อย่าง PCMA ทำให้เราได้ยกระดับการฝึกฝนที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและสิ่งที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรม และนำเสนอทางออกและข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นให้กับผู้ทำงานด้านอีเวนท์ในการท่องไปในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าติดตาม สามารถจัดการประชุมและงานอีเวนท์ได้อย่างประสบความสำเร็จ”

โครงการนี้เปิดตัวในช่วงต้นของปี 2021 เพื่อมอบความยืดหยุ่นให้กับนักวางแผนจัดงานอีเวนท์ และการประชุม ในการจองและจัดงานอีเวนต์ ให้ทันกับการกลับมาของการจัดประชุมและงานอีเวนท์ขนาดใหญ่ โครงการ The Time is Now คือโปรโมชั่นที่เปิดให้บริการแล้วตอนนี้ ในโรงแรมของแมริออท บอนวอย ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ร่วมรายการ โดยความร่วมมือกับ PCMA ซึ่งอนุญาตให้ลูกค้าที่มีสิทธิ์ เลือกรับใบประกาศนียบัตร นักวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัลระดับนานาชาติ((DES) ของ PCMA ในฐานะที่เป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เมื่อทำการจองการจัดอีเวนท์หรือการประชุมกับแมริออท ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด

โรงแรมและรีสอร์ทที่เข้าร่วมในประเทศไทย

1.แบงค็อก แมริออท โฮเต็ล สุขุมวิท

2.แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

3.เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่

4.เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท อะ ลักชัวรี คอลเลคชั่น โฮเต็ล กรุงเทพฯ

‘มิกิโมโต้’ มอบสัญลักษณ์แห่งความล้ำค่า ผสานสีสันแห่งคิมหันต์ ต้อนรับฤดูกาลความสดใสด้วย ‘Spring New Collection 2021’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592311

‘มิกิโมโต้’ มอบสัญลักษณ์แห่งความล้ำค่า ผสานสีสันแห่งคิมหันต์ ต้อนรับฤดูกาลความสดใสด้วย ‘Spring New Collection 2021’

‘มิกิโมโต้’ มอบสัญลักษณ์แห่งความล้ำค่า ผสานสีสันแห่งคิมหันต์ ต้อนรับฤดูกาลความสดใสด้วย ‘Spring New Collection 2021’

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.30 น.

สายลมร้อนหวนมาอีกครา ฤดูกาลแห่งความสดใสกำลังจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมรอยยิ้มแห่งความอ่อนหวาน  โอกาสนี้ มิกิโมโต้ (Mikimoto) แบรนด์เครื่องประดับไข่มุกระดับไฮเอนด์ของประเทศญี่ปุ่น พร้อมแล้วที่จะนำเสนอความงดงามจากธรรมชาติอันแสนบริสุทธ์ของ “ไข่มุก” ที่ผ่านการรังสรรค์จากช่างฝีมือชั้นสูงด้วยคอลเลคชั่น “Spring New Collection 2021” ซึ่งยังคงเปี่ยมด้วยความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นตามแบบฉบับของมิกิโมโต้

ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษ มิกิโมโต้ ได้รังสรรค์เครื่องประดับอันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา  โดยผสานอัญมณีอันล้ำค่าและนำแรงบันดาลใจจากความงดงามของธรรมชาติ เนรมิตเป็นผลงานสุดประณีต ซึ่งไม่มีที่ใดเสมอเหมือน โดยเครื่องประดับอันเลอค่าในคิมหันตฤดูนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากราชินีดอกไม้แห่งฤดูกาลคือ ซากุระ หรือ Cherry Blossom ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น และจะเบ่งบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน อันเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกซากุระที่แสดงถึงความอ่อนหวาน สะท้อนความงามของผู้หญิง ถูกนำมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับชิ้นงามในแบบต่างๆ กัน อาทิ  ต่างหูไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชร มอบความงามสง่าแก่ผู้สวมใส่ ในขณะที่ จี้ไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชร ทำจากไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวกลมเกลี้ยงเปี่ยมเสน่ห์ชวนให้หลงใหล เช่นเดียวกับ แหวนไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชร ที่มอบความพิเศษให้กับนิ้วเรียวสวยของอิสตรี

นอกจากนี้ยังมีผลงาน อาทิ เข็มกลัดไข่มุกอะโกย่าประดับเพชร  และพลอยชมพู  โดดเด่นด้วยไข่มุกอะโกย่าสีขาวกลมเกลี้ยง พร้อมแต่งแต้มความวิจิตรบรรจงด้วยกลีบดอกไม้นานาพรรณ และเสริมประกายความวับวาวด้วยเพชรและพลอยชมพู  ต่างหูไข่มุกเซาธ์ซีส์สีทองประดับเพชร หรูหราสง่างามเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับหญิงสาวได้เป็นอย่างดี  และ จี้ไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชร ที่ประดับเพชรร้อยต่อเรียงกัน ส่วน 2 ผลงานมาสเตอร์พีซที่เพิร์ลเลิฟเวอร์ต่างเทใจให้สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ได้แก่ เข็มกลัดไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชรและไพลิน  และ เข็มกลัดไข่มุกเซาธ์ซีส์สีขาวประดับเพชรและพลอยสีชมพู กลีบดอกไม้ที่ดูอ่อนหวาน แฝงไปด้วยความหรูหรา และแสดงออกถึงความประณีตจากช่างฝีมือชั้นสูงที่มิกิโมโต้มอบให้

ร่วมชื่นชมและสัมผัสความงดงามอันล้ำค่าจาก “ไข่มุก” ราชาแห่งท้องทะเลที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงเหนือกาลเวลาต้อนรับฤดูกาลแห่งความสดใส กับคอลเลคชั่น “Spring New Collection 2021” จากแบรนด์มิกิโมโต้ ได้ที่ บูติก มิกิโมโต้ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2129-4444  

รวมไอเท็มประเภทร่มที่ควรมีในช่วงฤดูฝน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592299

รวมไอเท็มประเภทร่มที่ควรมีในช่วงฤดูฝน

รวมไอเท็มประเภทร่มที่ควรมีในช่วงฤดูฝน

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.22 น.

ยินดีต้อนรับสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเป็นทางการ เราจะเห็นข่าวเกี่ยวกับพายุฝน ที่เข้ามามีอิทธิพลกับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้ในทุกๆ วันมีฝนตกลงมาอย่างหนักไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย แต่ยังรวมไปถึงประเทศใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนักเหมือนกันกับเรา เราใช้ประโยชน์จากร่มในการนำมาป้องกันฝนที่ตกลงมาในแต่ละวัน เพื่อที่จะทำให้เราไม่เปียกนั่นเอง

จุดเริ่มต้นของร่มมาจากทวีปยุโรป ในสมัยก่อนร่มจะถูกนำมาใช้งานเพียงแค่ฤดูฝนเพียงเท่านั้น ไม่เพียงแต่นำมาป้องกันฝนเพียงอย่างเดียว แต่ร่มยังเป็นตัวที่สามารถแบ่งชนชั้นวรรณะของคนในสมัยก่อนได้อีกด้วย ร่มมีประวัติความเป็นอย่างยาวนาน และถูกพัฒนามาตามกาลเวลา จนทำให้ร่มมีรูปทรงที่สวยงามมากขึ้นต่างไปจากเดิม ร่มถูกพัฒนามาอย่างเรื่อยๆ จนถึงยุคในปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่ใช้ประโยชน์จากร่มในการป้องกันฝนเพียงเท่านั้น แต่ยังนำร่มมาเพื่อป้องกันรังสี UV จากดวงอาทิตย์อีกด้วย

แต่ดูเหมือนว่าการใช้ประโยชน์จากร่มไม่เพียงแต่นำมาป้องกันตนเองจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ในสมัยนี้คนไทยส่วนใหญ่นำร่มมาเป็นของตกแต่งตามสถานที่ต่างๆ  เนื่องในโอกาสพิเศษ นอกจากนี้ร่มยังถูกพัฒนานำมาผลิตให้เป็นของพรีเมี่ยม ในรูปแบบสินค้าเพื่อการตลาด ไม่ว่าจะเป็น ของแจก ของแถม ของชำร่วย ของที่ระลึก หรือจะเป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการกับทางบริษัทของเราการผลิตร่มในรูปแบบสินค้าของพรีเมี่ยมยังสามารถเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบริษัทนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ร่มถูกผลิตขึ้นมาหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ร่มถูกผลิตออกมาเพี่อให้ตอบสนองกับความต้องการของมนุษย์เรามากขึ้น การใช้งานของร่มจึงมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนเป็นหลัก

ในปัจจุบันนี้มีโรงงานที่ผลิตร่มก่อตั้งขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จนมีการผลิตร่มออกมาวางขายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านการตลาดค่อนข้างสูง เพื่อที่จะดึงดูดให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเกิดความสนใจจนมาซื้อสินค้า จะเห็นได้ว่าร่มมีความสำคัญกับเราเป็นอย่างมาก ทุก ๆ ครัวเรือนจะต้องมีร่มไว้เพื่อนำไปใช้งาน และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ในวันนี้เราจะพาไปดูไอเท็มของร่มที่ควรมีติดตัวไว้ในฤดูฝน ว่าจะร่มประเภทไหนกันบ้างไปดูกันเลย

ร่มตอนเดียว (Single Umbrella)

ร่มตอนเดียวเป็นร่มที่มีความกว้าง และมีขนาดตั้งแต่เล็กไปถึงขนาดใหญ่ มีความแข็งแรง และคงทน ในส่วนของด้ามจับจะมีลักษณะที่โค้งงอ เมื่อหุบร่มเก็บแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับไม้เท้าลักษณะการใช้งานมักนำไปใช้ในพื้นที่โล่งกว้าง เหมาะกับการถือมากกว่าการพกพาใส่ไปในกระเป๋า ร่มประเภทนี้จะมีความแข็งแรงมากกว่าร่มพับเนื่องจากโครงร่มมีเพียงแค่ปุ่มกดเปิดปิดเท่านั้น

ร่มกลับด้าน (Reverse Umbrella)

ร่มกลับด้านเป็นร่มที่มีลักษณะแตกต่างจากร่มประเภทอื่นๆ เนื่องจากมีการหุบร่มที่ไม่เหมือนใคร ร่มกลับด้านจะหุบเอาด้านข้างในไว้ข้างนอก ส่วนด้านข้างนอกที่เป็นส่วนโดนฝนนั้น ก็จะถูกหุบกลับมาไว้ข้างใน ทำให้น้ำไม่สามารถกระเด็นโดนตัวผู้ใช้ และไม่หยดลงพื้น ยังช่วยในเรื่องของการอำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่เข้า-ออกรถยนต์ ถึงแม้ว่าร่มกลับด้านจะมีลักษณะการหุบที่ต่างจากร่มประเภทอื่น แต่ก็มีความแข็งแรง และความทนทานเป็นอย่างมาก ทำให้ร่มกลับด้านกลับเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ร่มพับ (Folding Umbrella)

ร่มพับเป็นร่มที่คนส่วนใหญ่ใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเป็นร่มที่มีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่าย ร่มพับจะมีขนาดตั้งแต่ 2 ตอน 3 ตอนไปจนถึง 5 ตอนตามความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก ลักษณะในส่วนของโครงด้ามจับจะใช้วัสดุที่มีคุณภาพ มีความแข็งแรง และทนทานต่อทุกสภาพการใช้งาน เพื่อไม่ให้ด้ามจับหักงอได้ง่าย ในส่วนของที่ป้องกันแสงแดดจะใช้วัสดุที่สามารถป้องกัน UV เพื่อไม่ให้ผิวหนังของเรามีรอยไหม้จากแสงแดด หรือเป็นอันตรายถึงขั้นเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

จะเห็นได้ร่มทั้ง 3 ประเภทนี้คนไทยส่วนใหญ่จะนิยมใช้กันมากที่สุด จนบางครั้งเกิดกระแสนิยมในการใช้งานของร่มขึ้นมาอีกด้วย ไม่เพียงแต่ร่มทั้ง 3 ประเภทนี้เท่านั้นที่ใช้ในช่วงฤดู แต่ยังมีร่มประเภทอื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ร่มใส ร่มกอล์ฟ และร่ม 16 ก้าน ซึ่งร่มแต่ละประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ มีให้เราได้เลือกทั้ง ขนาดสีรวมไปถึงรูปทรงของร่มตามแต่ละประเภท “ร่ม” สามารถนำมาใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย โดยไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานจากร่มที่ทำให้คุณจะต้องเกิดความกังวลใจร่มที่ดีจะต้องมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่มีความแข็งแรง คงทน และสามารถใช้งานได้จริง โดยที่ผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานเป็นส่วนสำคัญ ในปัจจุบันร่มสามารถทำการสั่งซื้อ หรือออกแบบเองได้ตามความต้องการของตัวคุณเอง ในรูปแบบสินค้าพรีเมี่ยม เพื่อนำไปเป็นของขวัญให้กับคนที่คุณรักเนื่องในโอกาสที่พิเศษต่างๆ ได้อีกด้วย

จัดมุม WORK FROM HOME ที่บ้าน ให้เป็นมุมทำงานที่ใช่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592293

จัดมุม WORK FROM HOME ที่บ้าน ให้เป็นมุมทำงานที่ใช่

จัดมุม WORK FROM HOME ที่บ้าน ให้เป็นมุมทำงานที่ใช่

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.09 น.

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน จำนวนยอดผู้ติดเชื้อมีเพิ่มขึ้นทุกวัน หลาย ๆ คนต้อง WORK FROM HOME กันมายาวนานตั้งแต่การแพร่ระบาดรอบแรกในปี 63 ซึ่งแน่นอนว่าเราจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ในบ้านหรือคอนโดให้กลายเป็น Office หรือห้องทำงานไปโดยปริยาย เพราะจะออกไปทำงานนอกบ้านตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ก็คงไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ในช่วงเวลานี้ บริเวณที่เราใช้ในการทำงานจึงถือเป็นพื้นที่สำคัญที่เราควรให้ความใส่ใจ เพราะเราต้องใช้เวลากับพื้นที่นั้นอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน หากนับตามเวลาทำงานปกติทั่วไปนั่นเอง ซึ่งการจัดตกแต่งพื้นที่นั้น โดยเฉพาะโต๊ะทำงาน ถือเป็นวิธีที่อาจะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข สนุกสนานมาขึ้น ช่วยให้การทำงานรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และยังทำให้เราได้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบที่เราชอบได้อีกด้วย

สิ่งแรกที่เราควรใส่ใจนั่นก็คือ โต๊ะทำงาน เราอาจเลือกซื้อโต๊ะทำงานที่เป็นรูปแบบหรือดีไซน์ที่เราชอบ มีขนาด พื้นที่ หรือฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ในแบบที่เราต้องการ เช่น โต๊ะทำงานแบบมีลิ้นชัก หรือชุดโต๊ะทำงานที่มีชั้นวางของในตัว เป็นต้น และเมื่อได้โต๊ะทำงานในแบบที่ต้องการแล้ว อันดับต่อไปคือการเลือกเก้าอี้ทำงาน ซึ่งเก้าอี้นั้นก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน บางคนอาจชอบเก้าอี้แบบมีล้อเลื่อน หมุนได้ 360 องศา หรือบางคนอาจชอบเก้าอี้ที่ไม่มีล้อก็ได้ เมื่อเราได้เฟอร์นิเจอร์หลัก ๆ แล้ว อันดับต่อไปคือการตกแต่งโต๊ะทำงานของเรานั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำของที่น่าสนใจสำหรับนำมาใช้ในการจัดโต๊ะทำงานของเรามาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1.ชั้นวางของ – แน่นอนว่าโต๊ะทำงานของแต่ละคน คงจะต้องมีของใช้อื่น ๆ อยู่เยอะแยะมากมาย อาจจะเป็นอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ เช่น ปากกา ดินสอ ปากกาเน้นข้อความ หรืออาจเป็นพวกแฟ้ม เอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรมีชั้นวางของอยู่ในบริเวณโต๊ะทำงานของเรานั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันชั้นวางของมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งชั้นวางของแบบตั้งโต๊ะ ชั้นวางของแบบติดผนัง หรือชั้นวางของแบบมีล้อเลื่อนที่สามารถวางไว้ใกล้ ๆ กับโต๊ะทำงานของเราก็ได้ นอกจากนี้ในชั้นวางของ หากมีที่เหลือพอ เราอาจจะวางของตกแต่งอื่น ๆ เพื่อช่วยให้มุมโต๊ะทำงานของเราดูสนุกได้มากขึ้นด้วย เช่นวาง กรอบรูป หรือตุ๊กตา โมเดลตัวเล็ก ๆ เป็นต้น

2.โคมไฟ – แทบจะเป็นภาพในอุดมคติไปแล้ว ที่โต๊ะทำงานส่วนใหญ่มักจะมีโคมไฟวางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมอยู่ เนื่องจากโต๊ะทำงานเป็นบริเวณที่เราต้องใช้สายตาบ่อย ๆ และยังเป็นที่ที่ควรมีแสงให้เพียงพอต่อการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งโคมไฟที่ควรเลือกมาไว้บนโต๊ะทำงานนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นไฟที่แรงจนแสบตาก็ได้ เราอาจใช้เป็นไฟที่เป็นแสงอ่อน ๆ แต่ก็ยังมีความสว่างมากพอ เพื่อให้บรรยากาศในการทำงานดู Soft ขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

3.นาฬิกาและปฏิทิน – ทั้งนาฬิกาและปฏิทิน ตามที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าสิ่งของ 2 อย่างนี้เป็นสิ่งที่ใช้ในการบอกวันและเวลา ซึ่งการมีปฏิทินและนาฬิกาตั้งโต๊ะดีไซน์สวย ๆ ในแบบที่เราชอบซักอัน ก็อาจช่วยให้โต๊ะทำงานของเราดูน่ามองมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะมีฟังก์ชันนี้อยู่ในคอมพิวเตอร์ PC โทรศัพท์มือถือ หรือ Tablet ที่เราใช้แล้วก็ตาม แต่ก็อาจเป็นความชอบของแต่ละคน บางคนอาจยังต้องการให้สิ่งของเหล่านี้อยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้ก็เป็นได้

4.หมอนพิงหรือหมอนรองหลัง – ในเวลากว่า 8 ชั่วโมงที่เราต้องนั่งทำงาน อาจทำให้เราเกิดอาการปวดหลังจากการนั่งเป็นเวลานาน หรืออาจเกิดอาการ Office Syndrome ได้ หมอนพิง หมอนรองหลังถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มของเบาะ และลดอาการปวดหลังได้ และในปัจจุบันยังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ นอกจากจะเลือกเพื่อลดการปวดหลังแล้ว ยังเลือกตามความสวยงามให้เข้ากับโต๊ะทำงานของเราได้อีกด้วย

5.ต้นไม้หรือแจกันดอกไม้ –ธรรมชาติย่อมช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ดี การมีสิ่งของที่เป็นธรรมชาติอยู่บนโต๊ะทำงาน จึงอาจช่วยให้ผ่อนคลายในเวลาทำงานได้มากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ แจกันดอกไม้ หรือหากไม่สะดวกต้นไม้ปลอมก็ยังสามารถช่วยได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วต้นไม้หรือดอกไม้บางชนิดยังช่วยในเรื่องเสริมดวงหรือความเชื่อต่าง ๆ อีกด้วย

สิ่งของต่าง ๆ ที่เลือกมาแนะนำนั้น อาจเห็นได้ว่าเป็นเพียงของทั่วไปที่มักเห็นในบริเวณพื้นที่ทำงานของหลาย ๆ คน ซึ่งสุดท้ายแล้ว ของแต่ละอย่าง แต่ละชนิด ก็จะมีรูปแบบและสไตล์มากมาย ที่เราสามารถเลือกให้เข้ากับความชอบ ความต้องการของเราได้ หากได้มีโต๊ะทำงานที่ดี อย่างเช่นโต๊ะทำงานของ  https://ofisu.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/ ที่มีขนาดและพื้นที่ที่เหมาะสม และหากเพิ่มการตกแต่งด้วยสิ่งของต่าง ๆ ที่ช่วยให้โต๊ะทำงานดูดีขึ้น เป็นระเบียบขึ้น และมีความสวยงามมากขึ้นเราก็จะมีมุมที่สร้างความสุขและความผ่อนคลายในการทำงานและโต๊ะทำงานที่ดีนั้นยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเราให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592114

คุณแหน : 3 สิงหาคม 2564

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll โชคชะตาคนเราบางครั้งเหมือนเล่นตลก ผลักดันให้เด่นดังพลันก็ล่วงผลอยลงสู่ก้นบึ้งเป็นเทวดาตกสวรรค์ ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ “โจ” ประธานบริหารหนุ่มสายการบินไทยแอร์เอเชีย วงการบินยอมรับกันว่าโจเป็นไพโอเนียร์ผู้เริ่มระบบ LOW-COST อย่างจริงจังในไทย ผู้คนต่างสถานะทางเศรษฐกิจสามารถใช้บริการการบินของเขาไปทั่วทิศจนเกิดคำขวัญว่า “ใครๆ ก็บินได้”… หลายปีก่อนกลุ่มทุนใหญ่ KING POWER ขอเข้าเทคโอเวอร์ไทยแอร์เอเชีย โดยมีข้อแม้ว่าโจต้องรั้งตำแหน่งซีอีโอ สายการบินเช่นเดิม ณ จุดนั้นถือว่าโจเป็นผู้ประสบความสำเร็จในทุกแง่มุม อีกทั้งเขายังมีกำไรจากการขายหุ้นอีกหลายพันล้านบาท แต่ต่อมาเจ้าของรายใหม่ไม่สามารถบริหารงานให้ถูกใจพนักงานของสายการบินจนมีการต่อต้านเรียกร้องให้โจกลับมาซื้อกิจการคืน วันนี้วิบัติภัยโรคโควิด-19เล่นงานจนสายการบินทั้งหมดประสบปัญหาการเงินจนบางรายต้องยอมล้มละลาย โจเองปรารภว่า ธุรกิจการบินขณะนี้มืดมน มาตรการต่างๆ ที่เคยขอความช่วยเหลือจากภาครัฐไม่เคยได้รับการตอบสนอง…

ll นักบริหารอาวุโส พัลลภ บัวสุวรรณ ไปฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกาเข็มแรกที่ รพ.บำรุงราษฎร์ ตามโปรแกรม“หมอพร้อม” ของกระทรวงสาธารณสุข นับว่าเป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย นับจากก้าวแรกถึงอาคารจะเห็นว่า รพ.มีการจัดวางระบบไว้เป็นอย่างดี มีจุดรับรองแขกตรวจเช็คด้วยระบบคอมฯอย่างรวดเร็ว ให้คำชี้แจงเบื้องต้นแล้วลำเลียงแขกขึ้นศูนย์ปฏิบัติการชั้นบนมีแพทย์มาร่วมอธิบายข้อข้องใจต่างๆ พร้อมสอบถามเพื่อไม่ให้แขกเกิดข้อกังวลใจทางเทคนิค สุดท้าย อดชมไม่ได้ว่า หมอผู้ฉีดวัคซีนวันนั้นมือเบาดีจริงๆ…

ll ทราบข่าวคุณงามความดีของคุณหมอเทวดาของชาวบ้าน-แพทย์ชนบทดีเด่น นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผอ.รพ.อุ้มผาง จ.ตาก มานานว่า ท่านได้เสียสละเงินเดือนครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือคนไข้ที่ส่วนใหญ่ยากจน ไม่มีเงินซื้อยา และค่ารถ ให้ได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม ด้วยความจริงใจที่จะดูแลคนไข้ทุกชนชั้น วรรณะ เป็นอย่างดี…แต่ด้วยงบประมาณรัฐแต่ละปีมีไม่มาก ขณะนี้ รพ.อุ้มผางขาดแคลนเรื่องอาหารเลี้ยงผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยโควิด เงินบริจาคที่มีอยู่ลดลงตามลำดับ แทบไม่พอใช้ในการซื้ออาหารเลี้ยงผู้ป่วยใน รพ. ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น…จึงขอรับความเมตตาเป็นเงินบริจาคเข้ากองทุนอาหารผู้ป่วย ผู้มีจิตศรัทธาโอนเงินได้ที่ ธนาคารออมสิน บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก สาขา 0591 สาขาอุ้มผาง ชื่อบัญชี เงินบำรุง รพ.อุ้มผาง (อาหารผู้ป่วย) บัญชีเลขที่020052275417…

ll เรื่องของผู้มีจิตเป็นกุศล…ครอบครัว พล.อ.อ.อนุพันธ์ สนิทวงศ์ฯ ช่วยกันจัดหาวัตถุดิบ ผัก ผลไม้ ไปให้ตามวัด อาทิ วัดเขียนเขต เพื่อทางวัดจะได้จัดทำอาหารถวายพระ เพราะช่วงนี้โควิดอาละวาดหนัก พระไม่สามารถออกบิณฑบาตไปเสี่ยงติดเชื้อได้…

llด้วยความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ อารีย์ กังวานเนาวรัตน์ พร้อมเพื่อนร่วมรุ่นราชินี 65และบริษัทดังกิ้น โดนัท ไปมอบ snack boxจำนวน 250 กล่อง ให้ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันก่อน…

ll บรรดา FC ของอดีตนายกฯ ดร.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งข้อสังเกตว่า หมู่นี้ท่านดูสมบูรณ์กว่าเก่า แต่ความหล่อเหลายังคงเดิม ล่าสุดไปงานเปิดตัวผลงานศิลปะของ น้องปราง ลูกสาวสุดรัก !!…ll

บารอนเนส

ภาคเอกชนร่วมสร้างรพ.สนามที่บางนา – ตราด กม.5 รับผู้ป่วยได้ 450 เตียง เปิดรับผู้ป่วยสิงหาคมนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592101

ภาคเอกชนร่วมสร้างรพ.สนามที่บางนา-ตราด กม.5 รับผู้ป่วยได้ 450 เตียง เปิดรับผู้ป่วยสิงหาคมนี้

ภาคเอกชนร่วมสร้างรพ.สนามที่บางนา-ตราด กม.5 รับผู้ป่วยได้ 450 เตียง เปิดรับผู้ป่วยสิงหาคมนี้

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายณัฐพงศ์ แตงสุวรรณ นายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว พร้อมทั้งผู้บริหารจากภาคีเครือข่าย ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสนาม เยี่ยมชมความคืบหน้าของโครงการจากการระบาดของไวรัสโควิด-19รอบที่ 3 ที่ประสบปัญหาผู้ป่วยล้น จนเตียงในโรงพยาบาลทั้งภาคเอกชน และภาครัฐรวมถึงโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถรับเพิ่มได้ ดังนั้นในยามวิกฤติเช่นนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ จึงได้จับมือกับภาคเอกชนและมูลนิธิ ได้แก่ MQDC, อีอีซี เอ็นจิเนียริ่งเน็ทเวิร์ค, ทีแอนด์บีมีเดีย โกลบอล และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์, มูลนิธิพุทธรักษา เพื่อก่อตั้งโครงการโรงพยาบาลสนามแห่งใหม่ ที่ได้มาตรฐานตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน

โรงพยาบาลสนามดังกล่าวตั้งอยู่ที่ซอยวัดปลัดเปรียง ถนนบางนา-ตราดกม.5 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการโดยตัวโรงพยาบาลจะเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวน 6 เต็นท์ รวม 450 เตียง โดยจะรับผู้ป่วยสีเขียว และสีเหลืองอ่อน และมีโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ รองรับสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเปลี่ยนเป็นหนักขึ้น โดยโรงพยาบาลได้ขยายห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มเติม สำหรับผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนาม

นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ Chief Performance Coach, Risk and Quality Officer บริษัท พริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ จำกัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ กล่าวว่า“ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนโดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือบริษัทพริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ ได้ร่วมมือกับทาง MQDC, อีอีซี เอ็นจิเนียริ่งเน็ทเวิร์ค,ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์, มูลนิธิพุทธรักษา ได้ร่วมมือกัน โดยมีเทศบาลตำบลบางแก้วและจังหวัดสมุทรปราการ ให้การสนับสนุนในการจัดตั้ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการทั้งนี้ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลสนามเพียง 5 กิโลเมตร และเรามีการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือ อีก 11 สาขาร่วมมือด้วย ทั้งด้านเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาดโดยเราติดตามอาการของคนไข้ผ่านระบบ TeleHealth อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันมีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และฮอสพิเทล มีอัตราครองเตียงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา และยังมีการพักรักษาตัวโดยแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ตามเกณฑ์ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (สีเขียว)
อีกหลายร้อยคน

ทั้งนี้เป็นการแบ่งเบาภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้การตรวจค้นหาเชิงรุกของโรงพยาบาลเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ในการแยกผู้ป่วยไม่มีอาการ หรืออาการน้อยออกมารักษาที่โรงพยาบาลสนาม หากมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือทรุดลงจะดำเนินการรับตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลทันที”

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)กล่าวว่า “ในด้านการก่อสร้างลักษณะของอาคารเป็นโครงสร้างประกอบ เพื่อทำให้สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ภายในจะมีการเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขภาพ ทั้งของผู้ป่วย และบุคลากรสนับสนุนในโรงพยาบาลสนาม อาทิ ใช้สีแบ่งโซนการใช้งานอย่างชัดเจน เช่น โซนแดง คือโซนผู้ป่วย โซนเขียว โซนปลอดภัย รองรับผู้ป่วยจำนวน 450 เตียงเน้นรับผู้ป่วยสีเขียวเป็นหลัก และได้แบ่งพื้นที่ ไว้รองรับสำหรับผู้ป่วยระดับสีเหลืองอ่อน จำนวน 20 เตียง พร้อมทั้งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ระบบ oxygen เครื่องช่วยหายใจ (Highflow) ไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก และมีอาการเชื้อลงปอด รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จัดให้มีหุ่นยนต์ส่งของ “ปิ่นโต” จำนวน 12 ตัว ทำหน้าที่รับ-ส่งยา อาหาร เครื่องดื่ม แก่ผู้ป่วย และนำระบบการสื่อสารทางไกล “ไข่ต้ม Hospital” มาช่วยในการสื่อสารและติดตามอาการผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงของบุคลากร อีกด้วย”

นายเกชา ธีระโกเมน ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อีอีซี เอ็นจิเนียริ่งเน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า “อีอีซี ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการในการออกแบบสถานพยาบาลมากกว่า 40 ปี ได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ให้มีมาตรฐาน และป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อทางอากาศ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์อย่างดีที่สุด ทั้งนี้ โถงผู้ป่วยจัดให้มีระบบปรับอากาศ ที่จ่ายลมเย็นที่เป็นอากาศที่ผ่านการกรองอากาศจากภายนอก 100% หรือ All fresh air ส่วนความดันอากาศของโรงพยาบาลได้ออกแบบให้มีความดันเป็นลบเพื่อป้องกันเชื้อไม่ให้แพร่กระจายไปพื้นที่โดยรอบ อากาศก่อนปล่อยออกภายนอกอาคารจะถูกกรองผ่าน HEPA filter ซึ่งมีประสิทธิภาพการกรอง 99.9% และฆ่าเชื้อด้วย UVGI และปล่อยออกที่ระดับสูงเหนือลมขึ้นไป ทิศทางการไหลของอากาศและความดันอากาศแต่ละพื้นที่ได้ถูกออกแบบวางผังเพื่อแยกส่วนพื้นที่อากาศสะอาดและอากาศปนเปื้อนออกจากกัน ทั้งนี้เพื่อดูแลให้บุคลากรด่านหน้าของเรามีความปลอดภัยสูงสุด”

นายเอกศิษฐ์ เฉลิมรัฐวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายผลิตและฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ทีแอนด์บีมีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทีแอนด์บีฯ และบริษัทในเครือ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนและสนับสนุนการดำเนินการขยายโรงพยาบาลสนามซึ่งทางภาครัฐกำลังเร่งจัดตั้ง โรงพยาบาลสนามแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของภาคเอกชน ที่อาสาเป็นอีกแรงหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของทางภาครัฐ เพื่อให้ประเทศไทยฝ่าวิกฤติของผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปด้วยกันให้ได้ทุกภาคส่วน”

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนาม จะเปิดรับผู้ป่วยในเดือนสิงหาคมนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และการดำเนินการ

‘โออิชิ’ จัดหนักอาหารญี่ปุ่น 100 รายการส่งตรงถึงบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592096

‘โออิชิ’ จัดหนักอาหารญี่ปุ่น 100 รายการส่งตรงถึงบ้าน

‘โออิชิ’ จัดหนักอาหารญี่ปุ่น 100 รายการส่งตรงถึงบ้าน

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดและการล็อกดาวน์ !“โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น ผนึกกำลังหลากหลายแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ เปิดครัว “โออิชิ คิทเช่น” (OISHI KITCHEN) เพิ่มเติม นำเสนอความหลากหลายของเมนูอาหาร ผสานรสชาติที่โดดเด่น พร้อมเอาใจนักกิน เจแปนนิส ฟู้ด เลิฟเวอร์ส ด้วยอาหารญี่ปุ่นสารพัด มีให้เลือกตั้งแต่ ซูชิ ซาชิมิ ดงบุริ เทะมากิ เทปปันยากิ และอีกมากมาย รวมแล้วมากกว่า 100 รายการ จากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ประกอบด้วย โออิชิ อีทเทอเรียม,โออิชิ บุฟเฟ่ต์, ชาบูชิ, โออิชิ ราเมน, คาคาชิ, รวมทั้งโฮว ยู โดยพร้อมให้บริการจัดส่งหรือเดลิเวอรี่ ครอบคลุมกว่า 90% ของพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดนอกเขตพื้นที่สีแดงทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00-19.00 น. สะดวก สั่งง่ายได้หลากหลายช่องทาง คือ “โออิชิ เดลิเวอรี่” โทร. 1773หรือสั่งซื้อออนไลน์ คลิก OISHIDELIVERY.COM นอกจากนี้ยังสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งเว็บไซต์ shopteenee.com และแอปฯ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ชั้นนำทั่วไปได้อีกด้วย ติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น : http://www.facebook.com/OishiFoodStation

ยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนการรับวัคซีนโควิด 19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592088

ยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนการรับวัคซีนโควิด 19

ยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนการรับวัคซีนโควิด 19

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศยกเลิกการวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19ในสถานที่ฉีดวัดซีนแล้ว มาดูว่าทำไมจึงไม่จำเป็นในการต้องวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19 กันนะครับ

ข้อสนับสนุนข้อเดียวของการวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19 คือ ช่วยคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาหากพบว่ามีความดันโลหิตสูง ซึ่งในเวลาที่เราต้องระดมการฉีดวัคซีนแบบนี้ ควรหาวิธีการคัดกรองความดันโลหิตโดยวิธีอื่นมากกว่า

แต่มีข้อคัดค้านการวัดความดันโลหิตก่อนรับวัคซีนโควิด 19 อยู่หลายประการ ได้แก่

ทำให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิด 19 หลายรายเสียโอกาสในการได้รับวัคซีนโควิด 19 เนื่องจากความดันโลหิตสูงขึ้น เพราะมีความเครียด กลัววัคซีน กลัวโรงพยาบาล กลัวหมอ ที่เรียกว่า white-coat hypertension ในวันที่มาตรวจ บุคลากรหน้างานจึงไม่กล้าให้รับวัคซีน

การวัดความดันโลหิต ณ จุดบริการวัคซีน ไม่สามารถทำตามมาตรฐานได้ (ตามภาพประกอบ) รวมทั้งการใช้ขนาดของถุงรัดที่เหมาะสมในผู้ป่วยร่างใหญ่ก็ไม่สามารถทำได้ จึงอาจทำให้ได้ค่าความดันโลหิตที่สูงกว่าที่เป็นในแต่ละคน

แนวทางเวชปฏิบัติการให้วัคซีนโควิด 19 แก่ผู้ใหญ่และผู้ป่วยอายุรกรรม ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กำหนดไว้ว่า ผู้ป่วย/บุคคลต่อไปนี้สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้อย่างปลอดภัย และแนะนำให้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ทันทีที่ทำได้ ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวซึ่งอยู่ในภาวะคงที่ เช่น โรคความดันเลือดสูงหรือโรคเบาหวานซึ่งไม่มีภาวะวิกฤติแม้ยังควบคุมระดับความดันเลือดหรือระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ตามเป้าหมาย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจึงสามารถที่จะรับการฉีดวัคซีนได้ ยกเว้นมีภาวะวิกฤติของความดันเลือดสูงคือโรคความดันโลหิตสูงฉุกเฉิน ซึ่งจะมีอาการหัวใจวาย ความรู้สึกตัวน้อยลง ชัก หรือมีไตวายเฉียบพลัน

เสียเวลาในการตรวจ ทำให้เกิดคอขวดในระบบบริการฉีดวัคซีน รวมทั้งต้องใช้บุคลากรเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น และทำให้มีผิวพื้นสัมผัสที่อาจเป็นแหล่งของการแพร่เชื้อโดยไม่จำเป็น

ในหลายๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย และประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ ไม่ได้มีการวัดความดันโลหิตก่อนการให้วัคซีนแต่อย่างไร

ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการฉีดวัคซีนโควิด 19กับการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิต มีเพียงรายงานพบว่าความดันโลหิตตัวล่างลดลงเล็กน้อยหลังได้รับวัคซีน เมื่อเทียบกับก่อนได้รับวัคซีน

การฉีดวัคซีนโควิด 19 ในเมืองไทยหลายล้านโดสแล้ว ยังไม่มีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขว่ามีการเกิดโรคความดันโลหิตสูงฉุกเฉินที่สัมพันธ์กับการ
ได้รับวัคซีน

พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์

ประธาน ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานอุปกรณ์การแพทย์ แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592069

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานอุปกรณ์การแพทย์  แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานอุปกรณ์การแพทย์ แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพพระราชทาน จำนวน 10 เครื่อง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพพระราชทาน จำนวน10 เครื่อง ให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายแพทย์พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้แทนรับมอบ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตลอดจน บรรเทาปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพ เป็นเครื่องเฝ้าและติดตามอาการสำหรับผู้ป่วยในภาวะวิกฤติ สามารถติดตามการทำงานของสัญญาณชีพ ประกอบด้วย การวัดความดันโลหิตแบบภายนอก,วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, อัตราการหายใจ, ปริมาณความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด เพื่อสังเกตและเฝ้าระวังความผิดปกติในผู้ป่วยวิกฤติและเร่งรักษาได้อย่างทันท่วงที

ปัจจุบัน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมีผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการเฉลี่ยวันละ 2,000 ถึง 3,000 คนรองรับผู้ป่วยในได้ 601 เตียง นับแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมีบทบาทสำคัญในการรักษาผู้ป่วย และขยายสู่การจัดสร้างโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ สามารถรองรับผู้ป่วย จำนวน470 เตียงนพ.พฤหัส ต่ออุดมผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นผู้แทนรับมอบ

นพ.พฤหัส ต่ออุดมผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นผู้แทนรับมอบ

วัคซีนเทพแล้วไง..ทำไมอเมริกันไม่ยอมฉีด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592093

วัคซีนเทพแล้วไง..ทำไมอเมริกันไม่ยอมฉีด

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตั้งแต่เริ่มการระบาดจนกระทั่งวันนี้อเมริกาไม่ได้มีความสมานฉันท์สวยงาม อย่างที่ใครหลายคนคิดแต่เต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งประเทศ ย้อนกลับไปช่วงที่ประธานาธิบดีชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเกิดการระบาดหนักมาก คนอเมริกันวันนั้นอดอยาก อาหารขาดแคลนหวาดกลัว และยากลำบากสาหัส เพราะไม่มีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคให้ใช้ทุกอย่างขาดตลาดเหมือนภาวะสงคราม ต่างยืนเข้าคิวรอเข้าห้างเพื่อซื้อกระดาษชำระและอาหารเท่าที่พอจะหาซื้อได้เพราะสินค้าเกลี้ยงชั้นทุกห้าง

ผู้นำประเทศไม่ได้สร้างความอุ่นใจเลย ซ้ำร้ายเมินเฉยต่อคำแนะนำทางการแพทย์ของทีมแพทย์อย่างหมอเฟาซี่ตัวทรัมป์เองก็ไม่ยอมใส่หน้ากาก ละเลยคำเตือนของทีมแพทย์จนทำให้กลุ่มสนับสนุนทรัมป์พากันแอนตี้การใส่หน้ากากและมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐ ถึงขั้นลากปืนยาวมาประท้วงบางรัฐประท้วงหมอพยาบาลจนหมอในโรงพยาบาลต้องออกมาขอร้องให้อย่าออกมาชุมนุม แต่คนเหล่านี้ก็อ้างวาทกรรม “ร่างกายของฉัน สิทธิของฉัน” โดยไม่สนว่าจะละเมิดสิทธิในการป้องกันโรคของคนอื่นหรือไม่

เมื่อโจ ไบเดน เข้ามารับตำแหน่งตามการเลือกตั้งก็ออกนโยบายเร่งให้คนอเมริกันฉีดวัคซีนให้มากที่สุดและเร็วที่สุดก่อนการฉลองวันชาติ 4 กรกฎาคม แต่ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ไม่มีรัฐไหนฉีดได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ตามเป้าที่วางไว้ รัฐที่ฉีดได้มากสุดคือเวอร์มอนต์แต่รัฐนี้ไม่เคยเป็นเขตระบาด เพราะคนน้อย ฉีดได้ 67 เปอร์เซ็นต์ส่วนรัฐที่ยอดฉีดน้อยสุดคือรัฐแอละบามาและมิสซิสซิปปี้ คือแค่ 34 เปอร์เซ็นต์

เรื่องการป้องกันโควิดในอเมริกามีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องรัฐไหนที่ผู้ว่าการรัฐเป็นคนพรรครีพับริกันที่สนับสนุนทรัมป์หรือฐานเสียงทรัมป์ รัฐนั้นยอดฉีดน้อยมาก รัฐไหนสนับสนุนเดโมแครตยอดฉีดจะสูงกว่ารัฐรีพับลิกัน นี่คือความจริงในสังคมอเมริกัน

หลังจากยอดป่วยลดลงแค่สองเดือน เพราะเร่งฉีดตอนนี้ดีดตัวสูงขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพราะสายพันธุ์เดลต้าบุกอเมริกาทุกรัฐและปริมาณการฉีดแผ่วลงอย่างน่าใจหาย อีกทั้งนโยบายผู้ว่าการรัฐก็สำคัญ อย่างเท็กซัสซึ่งผู้ว่าการรัฐเป็นสายรีพับลิกัน เมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาพลเมืองเพิ่งฉีดไปได้แค่ 15 เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ว่าการรัฐสายรีพับลิกัน เกร็กแอบบ็อตต์ ยกเลิกมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะและอนุญาตให้ภาคธุรกิจกลับมาเปิดเต็มรูปแบบ โดยไม่ฟังเสียงเตือนของประธานาธิบดี หมอเฟาซี่หรือแม้แต่องค์การอนามัยโลก

ตอนนี้รัฐเท็กซัสลายเป็นรัฐที่ระบาดหนักอีกรอบ แต่ผู้ว่าการรัฐก็ยังยืนยันว่าจะไม่ลงนามคำสั่งบังคับสวมหน้ากากทั่วทั้งรัฐ ถึงแม้ว่าคนป่วยจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม แถมย้ำว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะให้คนที่มีภูมิคุ้มกันต้องสวมหน้ากากอนามัย แบบนี้คงต้องบอกว่าขออภัยที่ข่าวสารจากองค์การอนามัยโลกไปไม่ถึงบ้านท่านผู้ว่าการรัฐเท็กซัส นอกจากเท็กซัสแล้วรัฐทางใต้อีกหลายรัฐที่ผู้ว่าการรัฐมาจากรีพับลิกันโดนโควิดสายพันธุ์เดลต้าถล่มจนงอมพระราม

คนอเมริกันจำนวนมากที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนคือกลุ่มเดียวกับที่ต่อต้านการใส่หน้ากากนั่นเอง และเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ จนวันนี้คนกลุ่มนี้ยังยืนกรานบอกโลกว่า โควิดเป็นเรื่องโกหกเป็นข่าวปลอมและเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา ทั้งที่ตายไปหกแสนกว่ารายแล้วในวันนี้ยอดป่วยสะสมคือ 35 ล้านกว่าๆ

หลายคนสงสัยว่าในขณะที่คนไทยบางส่วนยกย่องวัคซีนอเมริกันว่าเป็นวัคซีนโคตรเทพ แต่ทำไมคนอเมริกันถึงไม่ยอมไปฉีดวัคซีน..เรื่องนี้ตอบสั้นๆ เลยว่าเรื่องการที่คนไม่ยอมฉีดส่วนหนึ่งมาจากความคิดทางการเมืองและการเชื่อข่าวปลอม

อย่าคิดว่าอเมริกาจะไม่เต้าข่าวปล่อยข่าวปลอมคนที่ไม่อยากฉีดวัคซีนในอเมริกา ส่วนหนึ่งเพราะเชื่อข่าวปลอมประมาณต้นปีมีข่าวลือหนึ่งสร้างกระแสแพร่สะพัดในอเมริกา จนทำให้บรรดาชายอเมริกันอกสั่นขวัญแขวนไปตามกันนั่นคือ มีข่าวแพร่ออกมาว่า การฉีดวัคซีนจะทำให้เป็นหมัน

ตัวอย่างข่าวปลอมออนไลน์ที่แพร่กระจายในโลกโซเชียลในอเมริกา คือผู้ชายคนไหนที่ฉีดวัคซีนมีภูมิป้องกันแล้วหากไปอึ๊บกับสาวนางไหนก็ตาม จะทำให้สาวนางนั้นกลายเป็นหมันในพริบตา ถ้าสาวคนนั้นยังไม่ฉีดวัคซีน กับอีกข่าวคือไอ้พวกที่แล่นไปฉีดวัคซีนแล้วเนี่ย ร้อยละ 97เป็นหมันกันหมดแล้วจ้า หนักกว่านั้นคือล่อทั้งโคตรตระกูล มีการกระจายข่าวว่าการฉีดวัคซีนอาจทำให้กลายเป็นหมันกันไปหมดทั่วทั้งรุ่นอายุเอาซี้..ฟาดกันขนาดนี้เลย

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะคนอเมริกันเชื่อจริงจังมาก มีการสำรวจของมูลนิธิครอบครัวไกเซอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มไม่หวังผลกำไรที่ทำงานด้านนโยบายสาธารณสุข เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้พบว่าพวกที่บอกว่าจะไม่ยอมฉีดวัคซีนเพราะกังวลว่าจะเป็นหมันจนมีลูกไม่ได้ผู้หญิง 50% และผู้ชาย 47% อายุระหว่าง 18-49 ปีไม่อยากฉีดวัคซีนเพราะกลัวเรื่องนี้

วิทยาลัยสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาอเมริกันสมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อเมริกันและสมาคมเพื่อเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ร่วมกันออกคำแถลงร่วมยืนยันว่า

“ไม่มีหลักฐานใดๆ เลยที่ยืนยันว่าวัคซีนป้องกันโควิดสามารถนำไปสู่การเป็นหมัน”

นอกจากเรื่องฉีดวัคซีนแล้วเป็นหมัน ยังมีเรื่องแม่เหล็กในวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา อาทิตย์ก่อนนี้เองมีการแชร์คลิปหนึ่งแพร่กระจายไปในโลกโซเชียลอเมริกัน นั่นคือคลิปการสนทนาระหว่าง สตูว์ ปีเตอร์ส (Stew Peters) พิธีกรจาก Red Voice Media กับ ดร.เจน รูบี้ (Jane Ruby) จากการตรวจสอบประวัติพบว่าไม่ใช่หมอแต่อย่างใด แต่เนียนมากเพราะคนอเมริกันเชื่อว่าเป็นหมอสองคนนั้นอ้างว่าตนเป็นนักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขจากวอชิงตัน ดี.ซี.

แถมจบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาอีกต่างหาก ตอนหนึ่งในคลิปสนทนา เจน รูบี้ ที่ไม่รู้ว่าบี้จริงไหม เพราะดูทรงแล้วไม่มีอะไรจริงสักอย่างนางกล่าวเน้นว่า “มีการใช้สนามแม่เหล็กผ่านสารเคมีหลายตัว เพื่อดึง RNA เข้าไปในเซลล์ของพวกเรา”

หนักกว่านั้นนางรูบี้อ้างถึงคลิปอีกมากมายที่มีคนจำนวนหนึ่งไปฉีดวัคซีนเทพของอเมริกาแล้วกลายเป็นมนุษย์แม่เหล็ก สามารถดึงดูดเหล็กปลิวมาติดได้โอ้…พระเจ้าจอร์จ มันยอดมากเลยค่ะข่าวปล่อยแนวนี้แหละที่คนอเมริกันเชื่อสุดจิตสุดใจ แม้จะมีนักวิชาการแท้ออกมาอธิบายจนปากฉีกถึงหูก็ยังไม่เชื่อ

เอกสารนำเสนอข้อเท็จจริงจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของอเมริกาและแคนาดา ยืนยันตรงกันว่า วัคซีนป้องกันโควิดที่ทั้ง 2 ชาติใช้งานอยู่คือ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และแอสตราเซเนกา ไม่มีส่วนผสมจากโลหะใดซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับกระบวนการ magnetofection ที่รูบี้กล่าวอ้าง

ด้านคอลัมน์ Fact Check จากเว็บไซต์ข่าว USA Today ระบุชัดเจนว่าวัคซีนโควิดไม่มีส่วนประกอบใดๆ ที่สามารถก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กในบริเวณที่ฉีดได้ทุกชนิดปลอดจากโลหะ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก, นิกเกิล, โคบอลต์, ลิเธียมหรือโลหะผสมหายากต่างๆ รวมถึงไม่มีสิ่งที่ถูกผลิตขึ้นมาอย่างเช่น วงจรไฟฟ้าขนาดเล็ก (microelectronics), ขั้วไฟฟ้า(electrodes), คาร์บอนนาโนทิวบ์ หรือเซมิคอนดักเดอร์แบบสายนาโน

ไอ้ข่าวปล่อยข่าวปลอมข่าวลือพวกนี้แหละที่ทำให้คนอเมริกันยิ่งไม่อยากไปฉีดวัคซีน แถมพวกกลุ่มหนุ่มสาวไม่ยอมไปฉีด เพราะคิดว่าเป็นได้ก็หายเองได้แต่ไม่เคยคิดว่าตนเองจะเป็นพาหะแพร่เชื้อไปให้คนอื่นในสังคมด้วยเหตุนี้ทำให้คนอเมริกันบางกลุ่มจึงไม่ยอมฉีดวัคซีน ทั้งที่คนบางประเทศแห่แหนวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาประดุจเทพก็ตาม