มุมนี้มีนัด : 4 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592378

มุมนี้มีนัด : 4 สิงหาคม 2564

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศูนย์บริการฉีดวัคซีน ‘ซิโนฟาร์ม’

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค สนับสนุนการจัดตั้งจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับการจัดสรรจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 55,000 โดส
โดยจะเริ่มฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มเข็มแรกให้กับประชาชนทั่วไปในจังหวัดปทุมธานี ที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ LINE Official ของทาง อบจ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม-11 สิงหาคม 2564ณ บริเวณ Alive Park Hal (อะไลท์พาร์คฮอลล์) ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ทั้งนี้ การเข้ารับการฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” มีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ เริ่มจากตรวจสอบรายชื่อ และกรองข้อมูลคัดกรอง, วัดความดัน (เฉพาะอายุ 46 ปี ขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว), รอรับบริการฉีดวัคซีน 4.รับบริการฉีดวัคซีน 5.พักสังเกตอาการ 30 นาที 6.จุดตรวจสอบก่อนกลับ พร้อมรับเอกสารการปฏิบัติตัวหลังฉีดวัคซีน

‘GrabMart สดมงลง’

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ร่วมกับห้างสรรพสินค้า ดอง ดอง ดองกิ เอาใจลูกค้าทุกคนในระหว่างที่ต้องอยู่บ้านแบบนี้ ขอมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ “GrabMartสดมงลง” พบกับสินค้าราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 30% ทั้ง 13 รายการเช่น เนื้อวากิวซาทสึมะ (เนื้อสันนอกสำหรับสเต็ก), เนื้อวากิว(เนื้อสันคอสำหรับสุกี้ยากี้), ข้าวหน้าหมูฮอกไกโด, ชุดโอเด้ง set A,เค้กโรลวานิลลาครีมสด, องุ่น (เคียวโฮะ) ไร้เมล็ด, ดังโกะราดซอสหวานหนึบหนับ, ข้าวโพดหวานย่างราดซอสเทอริยากิ, ข้าวหน้าปลาดิบรวม, ซูชิฮอนมากุโระโอโทโร่, ซูชิแซลมอน เฉพาะเมื่อสั่งสินค้าของ ดอง ดอง ดองกิ ผ่านช่องทาง Grabmart ตั้งแต่วันนี้-8 สิงหาคม 2564 เท่านั้น ทั้งนี้ ดอง ดอง ดองกิ สาขา ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) เปิดให้บริการเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เวลา 09.00-20.00 น., สั่งซื้อสินค้า Takeaway และ GrabMart เปิดรับออเดอร์สุดท้ายเวลา 19.00 น.

ขนส่งมือโปร

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รุกเทรนด์บริการเดลิเวอรี่ออนไลน์โต ก้าวกระโดด จับมือ “สกู๊ตตาร์” (SKOOTAR) บริษัทสตาร์ทอัพ (Startup) ของไทยที่ให้บริการแมสเซ็นเจอร์ในกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑล สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและบุคคลทั่วไป มอบข้อเสนอพิเศษเมื่อใช้บริการเรียกแมสเซ็นเจอร์ออนไลน์ ส่งเอกสาร ส่งพัสดุและส่งอาหาร ผ่าน www.skootar.com หรือแอปพลิเคชั่น “SKOOTAR” และชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท (ยกเว้นบัตรเครดิตเคทีซี ยูเนี่ยนเพย์) ไม่กำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ โดยรับส่วนลด 5% สำหรับลูกค้าปัจจุบัน เพียงระบุรหัสส่วนลด “KTCR21” และรับส่วนลด 35 บาท(3 ครั้ง) สำหรับผู้ใช้บริการครั้งแรก เพียงระบุรหัสส่วนลด “KTCW21” ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktc.today/Skootar หรือติดต่อ KTC Phoneโทร.02-1235000

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592405

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2564

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.อุบล-ราชธานี เป็นประธานกิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการป่าและป้องกันไฟป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา..

ll ข่าวดี ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ได้เป็นประธาน กก.ในคณะ กก.ธนาคารแห่งประเทศไทยต่ออีกวาระหนึ่ง..

ll พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BDMS)ร่วมตรวจความพร้อม รพ.สนามบีดีเอ็มเอสสนามกีฬา ทอ.(ธูปะเตมีย์)ก่อนเปิดให้บริการจำนวน 100 เตียง..

ll ชื่นชม โชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธาน กก.บห.ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ได้มอบรถตู้จำนวน 2 คัน ให้ รพ.รามาธิบดี เพื่อให้นำไปใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 โดยมีศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา รับมอบ..

ll อนุโมทนาบุญกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดย เสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการ ไปมอบเงินบริจาคให้ รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สู้โควิด-19..

ll ด้วยทำงานเป็นศูนย์กลางสารสนเทศการเกษตรแห่งชาติ อัญชนา ตราโช รองเลขาธิการ สนง.เศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)ได้บรรยายออนไลน์ให้หลักสูตร CDA#2..ll ช่วงนี้เทศบาลเมืองน่านอยู่ระหว่างแจ้งปรับปรุงเบอร์โทรศัพท์เดิม ท่านที่จะติดต่องานเทศบาลเมืองน่าน สามารถติดต่อได้ที่ 054-710215 และ054-771502..

ll ผศ.ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มช. เป็นผู้แทนมอบน้ำดื่มสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากร ของ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ โดยมี ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ รับมอบ..

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวทองบริสุทธิ์ที่ ดร.เกรียงเพ็ชร ทองบริสุทธิ์ อดีตผู้ว่าการภาค 3350 โรตารีสากล ได้จากไปด้วยโรคหัวใจ..

ll ผู้มีจิตศรัทธาร่วมส่งต่อความช่วยเหลือในโครงการ“เพื่อนพึ่งพา เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกัน”ด้วยการบริจาคสมทบทุนกับ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย สามารถโอนเงินผ่าน ธ.กรุงศรีอยุธยา บช.เลขที่ 114-0-06877-9 สอบถามโทร.02-0546546..ll

น้องใหม่

เชิญร่วมบริจาค เพื่อก่อสร้างหอผู้ป่วยสนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592375

เชิญร่วมบริจาค เพื่อก่อสร้างหอผู้ป่วยสนาม

เชิญร่วมบริจาค เพื่อก่อสร้างหอผู้ป่วยสนาม

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สภากาชาดไทย ขอเชิญร่วมบริจาค เพื่อก่อสร้างหอผู้ป่วยสนามเร่งด่วนและจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ รองรับผู้ป่วย COVID-19 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยบริจาคเงินผ่านระบบ QR code E-donation รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีโดยไม่ต้องขอรับใบเสร็จ หรือบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทยชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 045-3-04637-0 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าสอบถามเพิ่มเติมโทร.02-2564440-3 หรือ 1664

ร่วมจุดประกายสร้างสรรค์ รับแรงบันดาลใจ ใน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592334

ร่วมจุดประกายสร้างสรรค์ รับแรงบันดาลใจ  ใน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564’

ร่วมจุดประกายสร้างสรรค์ รับแรงบันดาลใจ ใน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564’

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นิทรรศการ ศูนย์พัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น ผนึกพลังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาและกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัด “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564” (Isan Creative Festival 2021)เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Isan Crossing :อีสานโคตรซิ่ง” สะท้อนการผสานสินทรัพย์ทางภูมิปัญญาเเละวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบเเละนวัตกรรม แสดงศักยภาพของบุคลากรและธุรกิจสร้างสรรค์ ผ่านผลงานที่เก็บเกี่ยวและได้รับแรงบันดาลใจจากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม “อีสาน” โดยมุ่งเน้นส่งเสริม 3 อุตสาหกรรมหลักที่ชูอัตลักษณ์ถิ่นอีสาน ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิงอีสาน (Isan Entertainment Industry) อุตสาหกรรมการออกแบบและงานฝีมือ (Craft & Design Industry) และอุตสาหกรรมอาหารอีสาน (Isan Gastronomy Industry) พบกับการแสดง และกิจกรรม กว่า 200 รายการบนพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ ในจังหวัดขอนแก่นและทั่วภาคอีสาน ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สิงหาคม2564

นิทรรศการ สามัญประจำบ้าน

อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2564 จะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่างๆ ที่สามารถแสดงศักยภาพทางด้านการออกแบบ การพัฒนาทักษะ ตลอดจนเชื่อมโยงการแก้ปัญหาและการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ทั้งด้านสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม การศึกษา รวมถึงการสร้างประสบการณ์ร่วมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ คนในชุมชน และประชาชนที่สนใจทั่วไป เข้าถึงคุณค่าของการออกแบบ ยกระดับการเพิ่มมูลค่าให้กับต้นทุนทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันจะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไป ผ่าน 8 กิจกรรมหลัก ได้แก่
1.การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการ 2.เสวนา 3.เวิร์กช็อป
4.อีเว้นท์และมิวสิกโปรแกรม
5.การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
6.ตลาดนัดสร้างสรรค์ 7.โปรโมชั่น
8.กิจกรรมเปิดบ้านแดนอีสาน โดยจัดขึ้นใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ขอนแก่น-ย่านกังสดาล ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดขอนแก่น และ 19 จังหวัดภาคอีสานกว่า 200 รายการ

นิทรรศการ หลังฮ่าน ชมภาพถ่ายขาว-ดำ ที่บันทึกด้วยฟิล์ม

ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปทุกกลุ่มวัยเข้าชมในพื้นที่จัดแสดงได้อย่างทั่วถึงและปลอดความกังวลคณะผู้จัดงานได้มีการจำกัดจำนวนการเข้าชมในพื้นที่ และให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเข้าร่วมงาน และเข้าชมงานทางออนไลน์ได้ในบางกิจกรรม เช่น เสวนา การแสดงดนตรีออนไลน์ นิทรรศการและโชว์เคสในรูปแบบ Online tour ทางเฟซบุ๊คเพจ Isan Creative Festival นอกจากนี้ยังมี แพลตฟอร์มออนไลน์“คราวด์เช็ค” (Crowd Check) ที่สามารถเช็คความหนาแน่นของคนแต่ละพื้นที่ได้ ก่อนเข้าเยี่ยมชมงานให้ทุกคนอุ่นใจ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรฐานที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ด้าน ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น เผยว่า กิจกรรมที่น่าสนใจและไฮไลท์ มี กังสดาลย่านเดินเท้า, นิทรรศการ สามัญประจำบ้าน, นิทรรศการ อิ่มท้อง สมองใส,นิทรรศการ หลังฮ่าน, นิทรรศการ อีสานกางมุ้ง, นิทรรศการ สืบแซบตำบักหุ่ง,นิทรรศการโฮงทอ โฮงถัก ฮักถิ่น, นิทรรศการโต๊ะศรีจันทร์, หมอลำบาร์, ตลาดดีคัก และทัวร์เส้นทางการท่องเที่ยวอีสาน เป็นต้นนิทรรศการโฮงทอ โฮงถัก ฮักถิ่น งานฝีมือผ้าทอและงานจักสานของชาวอีสานนิทรรศการโฮงทอ โฮงถัก ฮักถิ่น งานฝีมือผ้าทอและงานจักสานของชาวอีสานตลาดดีคัก ตื่นตาตื่นใจกับตลาดนัดสร้างสรรค์ตลาดดีคัก ตื่นตาตื่นใจกับตลาดนัดสร้างสรรค์กิจกรรมทัวร์ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์กิจกรรมทัวร์ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทัวร์เส้นทางการท่องเที่ยวอีสาน ชุมชมบ้านหนองส่าน และทัวร์สินไซ ในดินแดนอารยธรรมอีสานทัวร์เส้นทางการท่องเที่ยวอีสาน ชุมชมบ้านหนองส่าน และทัวร์สินไซ ในดินแดนอารยธรรมอีสานทัวร์เส้นทางการท่องเที่ยวอีสาน ชุมชมบ้านหนองส่าน และทัวร์สินไซ ในดินแดนอารยธรรมอีสานทัวร์เส้นทางการท่องเที่ยวอีสาน ชุมชมบ้านหนองส่าน และทัวร์สินไซ ในดินแดนอารยธรรมอีสาน

ฤดูฝนมาแล้ว…ระวังภูมิแพ้ในเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592372

ฤดูฝนมาแล้ว...ระวังภูมิแพ้ในเด็ก

ฤดูฝนมาแล้ว…ระวังภูมิแพ้ในเด็ก

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่วงหน้าฝนนี้ ใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็ก อาจจะต้องรับมือหนักหน่อย เพราะโรคเหล่านี้จะมาเยือนเราบ่อยในหน้าฝน สาเหตุก็เพราะช่วงฝนตก อากาศจะมีความชื้นสูง และถ้าเจออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน และบางทีก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่เปิดแอร์เย็นๆก็อาจทำให้มีอาการแพ้ง่ายขึ้น

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์

แพทย์หญิงสิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา โรงพยาบาลนวเวช ให้ความรู้ว่า ในช่วงหน้าฝนนี้ เราควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะกับเด็กเล็กซึ่งเป็นแต่ละทีอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว

มาดูกันว่าโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง 1.โรคแพ้อากาศ หรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) เกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบขนสัตว์ ละอองหญ้า เชื้อรา สารก่อระคายเคือง เช่น ฝุ่น PM2.5 ควันไฟ ธูป บุหรี่ และมลภาวะต่างๆ โดยเฉพาะท่อไอเสีย ซึ่งเด็กๆ มักจะมีอาการคัดจมูก คันจมูก จามบ่อย มีน้ำมูกใสๆ ไอแบบคันคอ มีน้ำมูกไหลลงคอ กระแอมบ่อยๆ บางรายอาจมีอาการคันตาร่วมด้วย แต่จะไม่มีไข้ โดยอาการมักเป็นๆ หายๆ ตอนเช้าหลังตื่นนอนหรือตอนค่ำก่อนเข้านอน หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบตามมาได้

2.โรคหอบหืด (Asthma) เกิดจากหลอดลมตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้นมากกว่าปกติ เช่นเดียวกันกับการแพ้อากาศ ทำให้เกิดอาการหลอดลมหดเกร็งและบวมเนื่องจากการอักเสบ หรือเมื่อโดนฝนติดหวัด ก็อาจกระตุ้นให้หอบหืดกำเริบได้เช่นกัน ซึ่งเด็กๆ มักมีอาการไอเหนื่อย ไอเวลาวิ่งเล่นออกกำลังกาย โดยเฉพาะไอตอนกลางคืน แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกหายใจลำบาก หายใจมีเสียงดังวี้ดๆ อาการหอบเหนื่อยอาจเป็นๆ หายๆ และเรื้อรังได้

3.โรคหลอดลมฝอยอักเสบ หรือ หลอดลมไว (Bronchiolitis) มักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากการอักเสบบริเวณหลอดลมฝอย ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะ RSV (Respiratory syncytial virus) และไวรัสอื่นๆ เช่น Influenza Parainfluenza Adenovirus Enterovirus และ Humanmetapneumovirus นอกจากนี้ ยังเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma ได้ด้วย ซึ่งเด็กๆ มักจะมีอาการไข้สูง น้ำมูก ไอ คล้ายไข้หวัดนำมาก่อน 2-3 วัน จากนั้นจะมีอาการไอเหนื่อย หายใจเหนื่อยหอบ เสมหะมากขึ้น และหายใจมีเสียงผิดปกติ มีเสียงวี๊ดได้ ซึ่งเด็กๆ จำเป็นต้องรักษาด้วยการพ่นยาขยายหลอดลม ล้างจมูกดูดน้ำมูกเสมหะ จนถึงบางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ที่มีประวัติเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาจกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ จนถึงโรคหอบหืดได้

การหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ คือวิธีที่ดีที่สุด สำหรับเด็กไทยแพ้ไรฝุ่น แมลงสาบ และขนสัตว์ มากที่สุดตามลำดับ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงฝุ่นทั้งนอกบ้านและในบ้าน หลีกเลี่ยงการใช้พรมการมีตุ๊กตาหรือผ้าขนสัตว์ในบริเวณที่เลี้ยงเด็ก และรักษาความสะอาดของบริเวณบ้าน เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ แนะนำให้ล้างจมูกเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่มีอาการ

อย่างไรก็ตาม ในหน้าฝนควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ พยายามหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้นอย่างเฉียบพลัน เมื่ออากาศเย็นลงควรใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจนเกินไป หรือหากโดนละอองหรือตากฝน ควรรีบอาบน้ำสระผมด้วยน้ำอุ่น เช็ดตัวเช็ดผมให้แห้งโดยไว

อีกทั้งควรกินอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรงขึ้น และหากเพิ่งเดินผ่านอากาศร้อนจัดๆ ควรต้องยืนพักในที่ร่มก่อนจะเปลี่ยนเข้าไปในบริเวณห้องแอร์ที่มีอากาศเย็น เพื่อให้ร่างกายและจมูกปรับสภาพจะช่วยลดอาการกำเริบของภูมิแพ้ได้

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ในเด็ก สามารถขอรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวชโทร.02-4839999 หรือ www.navavej.com

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะเทคนิคสร้างความผ่อนคลายช่วง WFH #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592380

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช  แนะเทคนิคสร้างความผ่อนคลายช่วงWFH

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะเทคนิคสร้างความผ่อนคลายช่วงWFH

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์

ด้วยสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายบริษัทได้ปรับเปลี่ยนวิธีมาเป็นการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ส่งผลให้หลายคนต้องใช้เวลา
ทำงานยาวนานขึ้น และอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ ทุกวัน ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มมีอาการเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ลดทอนประสิทธิภาพในการทำงานจนนำมาสู่อาการหมดไฟในที่สุด แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ “ธัญ” (THANN) จึงเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ มาแนะ “เทคนิคสร้างความผ่อนคลายระหว่างการทำงานที่บ้านเพื่อป้องกันการเกิดภาวะหมดไฟจากการทำงาน (Burnout)” กับผลิตภัณฑ์ “ไทม์ ทู รีเฟรช”(Time to RefreshTM), “เครื่องกระจายกลิ่นหอม” (Electric aroma diffuser), “น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%” (Pure Essential Oil), “ก้านไม้หอม” (Aroma diffuser) และ “เทียนหอมไร้ควัน”(Aromatic candle) ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวยมาร่วมเผยเคล็ดลับการรับมือกับภาวะหมดไฟ อาทิ บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี, บุญญาพร ศรีอรทัยกุลและ ณัชชา ธนากิจอำนวย

แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ได้แนะแนวทางสร้างบรรยากาศผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ ป้องกันภาวะหมดไฟจากทำงาน (Burnout Syndrome) ว่า ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดจากการทำงาน (Occupational Phenomenon) แต่ไม่ใช่โรค (not a medical diagnosis) เนื่องจากการขาดสมดุลของชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) จนเกิดความเครียดสะสมเรื้อรังในสถานที่ทำงานโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ อารมณ์ และส่งผลกระทบต่อร่างกายตามมา

บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี

กลุ่มอาการภาวะหมดไฟจากการทำงาน (Burnout) มักเกิดจากภาระความรับผิดชอบในงานที่สูง รวมถึงปริมาณงานจำนวนมากที่มีความซับซ้อนและต้องทำในเวลาเร่งรีบ นอกจากนี้อาจเกิดจากปัญหาการเรียงลำดับความสำคัญของงาน การขาดอำนาจในการตัดสินใจ หรือต้องทำงานที่ตนเองไม่ถนัด เป็นต้น ส่วนการสังเกตว่าตัวเรากำลังอยู่ในภาวะหมดไฟจากการทำงานสามารถประเมินได้จาก

อาการทางกาย : เหนื่อย หมดแรง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อบ่อยไม่อยากอาหารหรือทานอาหารมากเกินไป ปวดท้องคลื่นไส้ ความสามารถในการจำและการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาการทางจิตใจ : หดหู่ เบื่อ ขาดแรงจูงใจ ไม่มีความสุขในการทำงานมองโลกในแง่ร้าย โกรธ หงุดหงิดง่าย รู้สึกโดดเดี่ยวสิ้นหวัง ไม่มีใครเข้าใจ ไม่พอใจในตัวเองและรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จ และ อาการทางด้านพฤติกรรม : พูดคุยกับคนรอบตัวน้อยลง ชอบแยกตัวไม่สุงสิงกับใคร ไม่อยากตื่นมาทำงาน มาทำงานสายแต่กลับบ้านเร็ว ขี้เกียจมากขึ้น ไม่กระตือรือร้น ไม่อยากพัฒนา เริ่มใช้สิ่งเสพติด เช่น เหล้า บุหรี่

ณัชชา ธนากิจอำนวย

เราสามารถแก้ไขภาวะหมดไฟจากการทำงานเบื้องต้นได้ด้วยการเปลี่ยนทัศนคติ ยอมรับปัญหา เปิดใจรับฟังความคิดเห็นคนอื่น ไม่ทำงานหักโหมเกินเวลา รู้จักฝึกขอความช่วยเหลือหรือฝึกทักษะการปฏิเสธอย่างเหมาะสม แบ่งเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น หาเวลาทำกิจกรรมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย เช่น แช่น้ำอุ่น ใช้เวลากับสัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ ออกกำลังกาย ที่ใช้การฝึกลมหายใจร่วมด้วย เช่น โยคะ พิลาทิส รวมถึงการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) จากน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติมาช่วยในการสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายภายในบ้านซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถบรรเทาความเครียดได้เร็วที่สุด

เมื่อจมูกได้รับกลิ่นมาเพียงไม่กี่วินาที กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น(Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System)
โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อเพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่ เอ็นโดฟิน (Endorphin)สารที่ช่วยลดความเจ็บปวด คลายความเครียด และความวิตกกังวล, เอนเคฟาลิน (Enkephalin) สารที่ช่วยลดอาการซึมเศร้า และเซโรโทนิน (Serotonin) ช่วยทำให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลายจากสภาวะเครียดได้”

หนึ่งในเซเลบริตี้ บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดีเผยเคล็ดลับการผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ตามแบบฉบับตนเอง เผยว่า “ปกติแล้วบัวจะได้แรงบันดาลใจในการทำงานจากการเดินทาง แต่พอมาเจอช่วงโควิดก็ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ พยายามทำจิตใจไม่ให้เครียดด้วยการฝึกนั่งสมาธิเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน อย่างวันไหนคิดงานไม่ออกก็จะระบายอารมณ์ด้วยการวาดภาพ หากวันไหนเริ่มรู้สึกเบื่อขาดแรงบันดาลใจก็จะเพิ่มพลังด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ โดยจะวางไว้ทุกมุมภายในบ้านโดยเฉพาะในห้องนอนก็จะวางก้านไม้หอมหรือไม่ก็จุดเทียนหอมไว้ ส่วนกลิ่นที่ชอบจะเป็นกลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด เพราะรู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่า พอร่างกายและจิตใจเราสดชื่นความคิดทางด้านบวกและแรงบันดาลใจก็จะตามมาเรื่อยๆ ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาได้”

สนใจสร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติกับผลิตภัณฑ์ “ธัญ’” (THANN) อาทิ “ไทม์ ทู รีเฟรช” (Time to RefreshTM),“เครื่องกระจายกลิ่นหอม” (Electric aroma diffuser), “น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%” (Pure Essential Oil), “ก้านไม้หอม” (Aroma diffuser) และ “เทียนหอมไร้ควัน” (Aromatic candle) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th

vivo ร่วมมือกับ National Geographic จัดการแข่งขันถ่ายภาพด้วยมือถือระดับมืออาชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592399

vivo ร่วมมือกับ National Geographic  จัดการแข่งขันถ่ายภาพด้วยมือถือระดับมืออาชีพ

vivo ร่วมมือกับ National Geographic จัดการแข่งขันถ่ายภาพด้วยมือถือระดับมืออาชีพ

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

vivo เชิญชวนผู้ที่รักการถ่ายภาพ ร่วมแข่งขัน ประกวด ภาพถ่ายระดับโลกด้วยโทรศัพท์มือถือ VISION+ Mobile PhotoAwards 2021 โดยความร่วมมือกับ National Geographic ให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์ได้อิ่มเอมไปกับความสุขจากความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนเร่งการพัฒนาและทำให้การถ่ายภาพด้วยมือถือกลายเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้นพร้อมเปิดให้ลงทะเบียนร่วมเข้าแข่งขันผ่านทุกช่องทางส่งผลงานได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564

นาย สปาร์กนี่ รองประธานและผู้บริหารฝ่ายการตลาด ของ vivo กล่าวว่า “ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของการประกวด VISION+ MobilePhotoAwards โดย vivo มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อน
นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ตลอดจนช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสนุกไปกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อรังสรรค์ผลงานที่โดดเด่นผ่านการแข่งขันนี้ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ vivo ที่เน้นผู้ใช้งาน
เป็นศูนย์กลางและเน้นความรับผิดชอบทางด้านวัฒนธรรมในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีเราจะทำให้เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพที่เป็นมืออาชีพและน่าสนุกสนานให้เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุดเพื่อให้ผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับความสุขจากความสร้างสรรค์ได้มากขึ้น”

การประกวด VISION+ Mobile Photo Awards จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 มีผลงานภาพถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือเข้าร่วมกว่า 135,000 ชิ้นและได้มอบรางวัลให้กับผู้เข้ารอบสุดท้าย จำนวน 38 รางวัล จาก 9 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปนและรัสเซีย ซึ่งเหล่าครีเอเตอร์ล้วนมาจากภูมิหลังและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันพวกเขาได้ส่งผลงานอันงดงามซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลาย และความมีชีวิตชีวาทั่วโลกประกอบไปด้วยภาพบุคคลที่มีชีวิตชีวาวิถีชีวิตพื้นบ้านที่แปลกตาและภูมิทัศน์อันงดงามและเนื่องจากมีคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์มากมายรวมถึงการตอบรับอย่างดีจากสาธารณะ vivo และ NationalGeographic ได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจัดงานประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards 2021 อย่างเป็นทางการ

โดยในปีนี้ VISION+ Mobile Photo Awards ประกอบไปด้วยคณะกรรมการตัดสินและผู้เชี่ยวชาญที่ทรงอิทธิพลด้านการถ่ายภาพ รวมทั้งนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ 6 คน จากหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่ Martin Parr ช่างภาพสารคดี Jonas Bendiksen ช่างภาพสารคดี XiaoQuan ช่างภาพถ่ายรูปบุคคล Laura Seraniภัณฑารักษ์งาน Les Rencontres d’Arles BertramHoenlinger ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพจาก ZEISS และ Michael George ที่ปรึกษาด้านภาพถ่ายNational Geographic โดยคณะกรรมการจะประเมินผลงานภาพถ่ายจากมุมมองของมืออาชีพรวมถึงแสดงความคิดเห็นและคำแนะนำเพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ที่มีความสามารถได้แสดงตัวตนของพวกเขาผ่านการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือได้ดียิ่งขึ้น

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไปกลุ่มเยาวชนและกลุ่มมืออาชีพหน้าใหม่โดย vivo ยังสนับสนุนให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบุหมวดหมู่การแข่งขันที่พวกเขาหลงใหลมากที่สุดเพื่อแสดงความสร้างสรรค์ของแต่ละคนให้ออกมาได้มากที่สุด

กลุ่มมืออาชีพประกอบด้วย 3 หมวดหมู่ ได้แก่ข่าวสารความสร้างสรรค์และสารคดี โดยมุ่งส่งเสริมช่างภาพมืออาชีพให้ตีความและแสดงความรู้สึกที่มีต่อวัฒนธรรมสมัยใหม่กระแสสังคมและช่วงเวลาสำคัญในรอบปีส่วนกลุ่มบุคคลทั่วไปและกลุ่มเยาวชนจะเน้นความงดงามในชีวิตประจำวันอารมณ์และความทรงจำของมนุษย์สำหรับกลุ่มบุคคลทั่วไปประกอบด้วย6 หมวด ได้แก่ ภาพบุคคล กลางคืน กีฬา ธรรมชาติชีวิตและภาพสถานที่ โดยที่กลุ่มเยาวชนจัดว่าเป็นกรณีพิเศษที่จะเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัว

การแข่งขันจะมี 33 รางวัลจากทุกหมวดหมู่และผู้ชนะจะได้รับรางวัลและการสนับสนุนอย่างสร้างสรรค์จาก vivo นอกเหนือจากรางวัลทั่วไปเช่น รางวัลเงินสดสมาร์ทโฟนและประกาศนียบัตรแล้ว vivo ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมให้โอกาสผู้ชนะได้ทำงานถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการถ่ายภาพกลางแจ้งรวมถึงการตีพิมพ์ผลงานการถ่ายภาพโดยเป้าหมายของ vivo คือการให้ผู้ชนะมีโอกาสพัฒนาฝีมือในระยะยาวและช่วยให้พวกเขาได้ค้นพบและชื่นชมการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม

vivo มีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าการให้คำนิยามการถ่ายภาพของแต่ละยุคสมัยไม่ได้มาจากใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่มาจากการร่วมรังสรรค์จากผู้คนทั่วโลกและจากทุกย่างก้าวของชีวิต vivo ขอเชิญชวนทุกคนให้ออกมาใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองร่วมกันแสดงออกซึ่งความสุขของมนุษยชาติผ่านการบันทึกภาพถ่ายความเป็นมนุษย์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหมายอันแสนอบอุ่นและมีพลังพร้อมหวังที่จะเป็นผู้ช่วยให้ทุกคนมีความสุขไปกับการสร้างสรรค์ผลงานในยุคที่การเป็นครีเอเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สนใจสามารถติดตามข่าวสารการประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards ได้ที่http://visionplus.vivo.com/th หรือ Facebook vivo Official Page

ถวายเป็นพระราชกุศล มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592337

ถวายเป็นพระราชกุศล มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ถวายเป็นพระราชกุศล มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในพระดำริ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพและ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เริ่มดำเนินโครงการ “เพื่อนพึ่งพา เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกัน” เฟสที่ 1 มาตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม-27 กรกฎาคม 2564 ตลอด 15 วัน มูลนิธิฯได้ช่วยเหลือสนับสนุนด้วยการสั่งซื้ออาหารปรุงสุกพร้อมทานจากร้านอาหารเล็กๆ ในแขวงรองเมือง ที่ขาดรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 เป็นจำนวนมากกว่า 50 ร้านค้า เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันละ 2 มื้อ วันละกว่า 4,000 กล่อง รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนกว่า 60,000 กล่อง ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้รับการสนับสุนอย่างดีจากสำนักงานเขตปทุมวัน ในการนำอาหารไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่เดือดร้อน 10 ชุมชน ในพื้นที่แขวงรองเมือง และแคมป์คนงานก่อสร้างอีก 4 แห่ง ในพื้นที่เขตปทุมวัน

ทั้งนี้ มูลนิธิฯได้ขยายระยะเวลาเพื่อส่งมอบน้ำใจไปกับอาหารปรุงสุกโดยโครงการฯ ในเฟส 2 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม-12 สิงหาคม 2564 ซึ่งมีการขยายพื้นที่ในการแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง แขวงวังใหม่ แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินี และกระจายรายได้ไปสู่ร้านอาหารรายเล็กเพิ่มขึ้น เป็นมากกว่า 70 ร้านค้า ณ ขณะนี้ ผู้มีจิตศรัทธาที่อยากร่วมแบ่งปันน้ำใจในโครงการ “เพื่อนพึ่งพา เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกัน” สามารถบริจาคสมทบทุนโดยสแกน QR Code ในภาพสุดท้าย หรือโอนเงินผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเภทกระแสรายวัน เลขบัญชี 114-0-06877-9ชื่อบัญชี มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผจก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนมอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผจก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนมอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 6,900 กล่อง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19การแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง, แขวงวังใหม่, แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินีการแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง, แขวงวังใหม่, แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินีการแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง, แขวงวังใหม่, แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินีการแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง, แขวงวังใหม่, แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินีการแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง, แขวงวังใหม่, แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินีการแจกจ่ายอาหาร เพิ่มเป็น 4 แขวงในเขตปทุมวัน ได้แก่ แขวงรองเมือง, แขวงวังใหม่, แขวงปทุมวัน และแขวงลุมพินี

ชวนคนไทยให้คำมั่นไม่ซื้อไม่ครอบครอง เครื่องรางจากงาช้างและเสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592379

ชวนคนไทยให้คำมั่นไม่ซื้อไม่ครอบครอง  เครื่องรางจากงาช้างและเสือ

ชวนคนไทยให้คำมั่นไม่ซื้อไม่ครอบครอง เครื่องรางจากงาช้างและเสือ

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ความต้องการผลิตภัณฑ์จากงาช้างและเสือที่เพื่อทำเครื่องรางนับได้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายเพื่อร่วมแก้ไขปัญหานี้แคมเปญ “Mercy is Power-พลังที่แท้จริงเกิดจากความเมตตาชีวิตช้างและเสือ”รณรงค์ให้คนไทยทุกคนร่วมให้คำมั่นสัญญาพร้อมกับดาราและผู้มีชื่อเสียงในโลกโซเชียล เช่น เชอร์รี่-เขมอัปสร และ วรรณสิงห์ประเสริฐกุล ว่าจะไม่ซื้อไม่ครอบครองเครื่องรางจากงาช้างและเสือ เพื่อปกป้องและอนุรักษ์ช้างและเสือ

แคมเปญ “Mercy is Power-พลังที่แท้จริงเกิดจากความเมตตาชีวิตช้างและเสือ” เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเครือข่ายเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่าและพืชป่า หรือ TRAFFIC ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก

การรณรงค์นี้ต้องการที่จะท้าทายความเชื่อของคนไทยว่าการซื้อและครอบครองเครื่องรางจากงาช้างและเสือมีผลทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือ เพราะตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า ล้วนเกิดขึ้นจากความพยายามและความมุ่งมั่นของตนหาใช่มาจากการครอบครองเครื่องรางที่ทำขึ้นจากการฆ่า แต่การละเว้นและเมตตาชีวิตสัตว์ป่าคือพลังที่แท้จริง โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ซื้อ ไม่ครอบครองเครื่องรางจากงาช้างและเสือได้ที่ www.mercyispower.com และรับยันต์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคำมั่นดังกล่าว

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ภารกิจหลักของกรมอุทยานฯคือการอนุรักษ์ปกป้องและฟื้นฟูชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า ผมเชื่อว่าแคมเปญ “Mercy is Power” จะประสบความสำเร็จในการกระตุ้นเตือน รวมทั้งเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการใช้เครื่องรางที่ทำจากงาช้างและเสือ จะสร้างแรงหนุนให้การค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายลดน้อยลงได้”

ในปัจจุบันการครอบครองผลิตภัณฑ์จากงาช้างนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายเว้นแต่ผู้ครอบครองจะขึ้นทะเบียนภายในปีพ.ศ.2558 หรือก่อนหน้านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะรัฐบาลไทยได้ยกระดับพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งการยกระดับนี้รวมไปถึงการเพิ่มบทลงโทษทั้งจำและปรับ

นางดารารัตน์ วีระพงษ์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส TRAFFIC กล่าวว่า “แนวทางที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ช้างและเสือในระยะยาวได้นั้นคือการใช้เครื่องมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง
ทางสังคมและพฤติกรรม (Social and Behavioral Change)ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยแคมเปญ “Mercy is Power” ได้ใช้พลังผลักดันทางสังคม และการเล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์มาใช้เพื่อเปลี่ยนความเชื่อที่ว่าการพรากชีวิตมาทำเป็นเครื่องรางสามารถทำให้โชคดีและเสริมบารมีเรารู้สึกตื่นเต้นที่แคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนรวมถึงพระภิกษุ ดารา ผู้มีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งองค์กรพันธมิตรต่างๆ ที่ร่วมกันผลักดันให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ”

TRAFFIC รายงานว่าเฉพาะในประเทศไทย จากปี พ.ศ.2543 ถึงปี พ.ศ. 2561 มีคดีเกี่ยวกับเสือที่จับได้จำนวน 49 คดี และยึดเสือของกลางได้มากถึง 369 ตัว และจนถึงปี พ.ศ.2563 ได้มีการบุกจับเพิ่มขึ้นอีก 6 ครั้ง และสามารถยึดเสือของกลางได้เพิ่มอีก 24 ตัว นอกจากนี้TRAFFIC ยังได้มีการติดตามการค้างาช้างออนไลน์ และพบว่าในการสำรวจเพียงแค่ 5 วัน ในปี พ.ศ.2562 ประเทศไทยมีการขายผลิตภัณฑ์จากงาช้างจำนวนกว่า 1,000 รายการ

“บรรทัดฐานทางสังคมที่มีต่อเครื่องรางจากงาช้างและเสือนั้นเปลี่ยนแปลงไปคนจำนวนมากเริ่มเข้าใจว่าการซื้อหรือการครอบครองเครื่องรางจากงาช้างและเสือส่งผลลบต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การลดความต้องการครอบครองผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าสามารถยุติการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายและช่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ได้ การเปิดตัวแคมเปญ “Mercy is Power” โดยความร่วมมือกับ TRAFFIC และกรมอุทยานฯ สามารถตอกย้ำแนวคิดเชิงบวกนี้ และหวังว่าจะสามารถยุติการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายได้ตลอดไป” ม.ร.เรอโนด์ เมเยอร์ ผู้แทน UNDP ประจำประเทศไทย กล่าว

แคมเปญนี้ยังได้นำเสนอคลิปวีดีโอสั้น3 ชุด ที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook และ YouTube โดยคลิปสั้นนั้นมีสาระเตือนใจจาก พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยร่วมให้คำมั่นว่าจะไม่ซื้อและไม่ครอบครองเครื่องรางจากงาช้างและเสือ โดยสามารถดาวน์โหลดยันต์อิเล็กทรอนิกส์ได้จาก www.mercyispower.com และใช้แฮชแท็ก #MercyisPower #ยัน(ต์)ว่าดียัน(ต์)ว่าได้บุญ#ละเว้นชีวิตช้างเสือคือพลัง

ทั้งนี้ มีเหล่าผู้มีชื่อเสียงและรักษ์สิ่งแวดล้อมมากมายกว่า 20 คน เช่น เชอร์รี่-เข็มอัปสร, แพทริเซีย กู๊ด, นุ่น-ศิรพันธ์, ท็อป-พิพัฒน์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุลและ มารีญา พูลเลิศลาภ ได้เข้าร่วมและสนับสนุนแคมเปญนี้ผ่านทางสื่อออนไลน์ของแต่ละคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแคมเปญ “Mercy is Power-พลังที่แท้จริงเกิดจากความเมตตาชีวิตช้างและเสือ” ได้ที่ www.mercyispower.com

ส่อง 6 แฟชั่นแบรนด์พรีเมียมระดับโลก รวมไว้ที่เดียวบนโลกออนไลน์ที่ช้อปปี้ พรีเมียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592339

ส่อง 6 แฟชั่นแบรนด์พรีเมียมระดับโลก รวมไว้ที่เดียวบนโลกออนไลน์ที่ช้อปปี้ พรีเมียม

ส่อง 6 แฟชั่นแบรนด์พรีเมียมระดับโลก รวมไว้ที่เดียวบนโลกออนไลน์ที่ช้อปปี้ พรีเมียม

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.21 น.

เพราะ สไตล์ไม่เข้าใครออกใคร แต่ละคนมีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเอง ทั้ง เรียบ หรู หวาน ขรึม เปรี้ยว ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป และการลุกขึ้นมาแต่งตัว มิกซ์แอนด์แมทช์ ก็เป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี แม้ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เราไม่ได้ออกไปแฮงเอาท์กันได้ตามสะดวก แต่ถ้ามีไอเทมตัวเด็ดเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่น อัพลงโซเชียลก็ดีต่อใจ ปั๊วะปังได้สุดเช่นกันฉะนั้นช้อปปี้ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวันในฐานะจุดหมายปลายทางของสินค้าแฟชั่นสำหรับนักช้อปทุกเพศทุกวัย เล็งเห็นถึงพฤติกรรมนักช้อปสายแฟทั้งหลาย ทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงมอบประสบการณ์ช้อปออนไลน์เหนือระดับกับ ช้อปปี้ พรีเมียม ราวกับยกห้างสรรพสินค้าที่ครบครันด้วยที่สุดของแบรนด์พรีเมียมทั้งไทยและเทศมารวมไว้บนแพลตฟอร์มโดยช้อปปี้เดินหน้าแท็กทีม แฟชั่นแบรนด์ดังระดับตำนานบน ช้อปปี้ พรีเมียม นำทัพความปังโดย Polo Ralph Lauren, Calvin Klein, Rado, Moschino, COCCINELLE, VALENTIER พร้อมส่งไอเทมในคอลเลคชั่นสุดเลอค่ามาเอาใจนักช้อปสายแฟทุกสไตล์ ให้สนุกไปกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ เสื้อผ้า แอคเซสเซอรี่ผ่านแคมเปญ  Shopee 8.8 Crazy  Flash Sale ลดเดือดที่ขนทัพแบรนด์แฟชั่นชั้นนำบน ช้อปปี้ พรีเมียม และร้านค้าชั้นนำที่มาพร้อมดีลสุดหรูโปรสุดปัง ตั้งแต่วันที่ 5 – 8 สิงหาคม 2564

ส่อง 6 แบรนด์แฟชั่นระดับตำนาน เช็คลุคไหน ใช่ตัวคุณ บน ช้อปปี้ พรีเมียม

Polo Ralph Lauren

เริ่มต้นกันด้วยแบรนด์ Polo Ralph Laurenแบรนด์ดังระดับโลกในตำนาน รังสรรค์ความพิถีพิถันโดยโปโล ราฟ ลอเรนซ์ ดีไซเนอร์แบรนด์สัญชาติอเมริกันถือกำเนิดในปี 1967 ด้วยเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ซึ่งเน้นสไตล์เรียบง่าย แต่คงความคลาสสิคตลอดกาล ไม่ว่าจะออกคอลเลคชั่นไหนมา ก็เป็นที่ถูกใจเหล่าคลาสสิคเลิฟเว่อร์เป็นอย่างมาก และสำหรับไอเทมที่ Polo Ralph Lauren  แนะนำในช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าแฟนๆต้องหลงใหลกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าลินิน เอกลักษณ์ตามสไตล์ Polo Ralph Laurenพิมพ์ stripe สีเทา พร้อมด้วยโลโก้ Pony บริเวณหน้าอกเสริมลุคหล่อ สุขุมไปอีกขั้น

Calvin Klein

Calvin Klein ของดีไซเนอร์แบรนด์ชาวอเมริกันที่ โด่งดังมาจากการออกแบบเสื้อผ้า ทั้งเสื้อผ้าฃสไตล์สปอร์ต ยีนส์ ชุดสูท รวมทั้งชุดชั้นใน ก่อตั้งในปี 1968 ซึ่งเป็นที่โดดเด่นจากการออกแบบชุดชั้นในที่มีขอบ เป็น Font Logo CalvinKlein  รวมทั้งยังปฏิวัติวงการยีนส์ในช่วงยุคการออกแบบยีนส์ ทรงเข้ารูป พร้อมกับสโลแกนที่ว่า “Nothing between me and my Calvin” เห็นแบบนี้แล้วหนุ่มๆสายแฟสุดเท่ต้องมียีนส์เดนิมดีๆ อย่าง กางเกงยีนส์ผู้ชายCalvin Klein Slim Fit ก็เป็นไอเทมฮิตที่หนุ่มๆต้องมีติดตู้ไว้

Rado

Rado (ราโด้) เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีชื่อเสียงในด้านการดีไซน์ ด้านนวัตกรรมและการใช้วัสดุเชิงปฏิวัติเพื่อสร้างนาฬิกาที่สวยและทนทานที่สุดในโลก นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1917 ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งเป็นหนึ่งแบรนด์ดังที่ครองใจหนุ่มสาวอย่างแพร่หลาย โดยคอลเลคชั่นนาฬิกาที่หนุ่มๆ ห้ามพลาดเพราะถือเป็นคอลเลคชั่นใหม่ เน้นความหล่อสปอร์ต สุดหรู อย่าง RADO Captain Cook High-Tech Ceramic นาฬิกาข้อมือ รุ่น R32127162 ให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างมีระดับ เมื่อ DNA ของ RADO อยู่บนข้อมือคุณ โดยรุ่นนี้นำนวัตกรรมไฮเทคเซรามิกมาหล่อเป็นตัวเรือนแบบชิ้นเดียว คุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ส่วนภายในมาพร้อมกลไกระดับพรีเมี่ยมของแบรนด์ อย่าง คาลิเบอร์(Calibre) R734 และขดลวดขนาดเล็ก Nivachron™️ Hairspring ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมอันยอดเยี่ยมของ Rado เพราะมีคุณสมบัติช่วยปกป้องนาฬิกาจากสนามแม่เหล็กรอบๆ ตัวในชีวิตประจำวันของเราได้อีกด้วย

VALENTIER

สาวแฟชั่นนิสต้า ห้ามพลาดกับ “VALENTIER”แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ผสมผสานความหวาน ความเซ็กซี่ และความสมาร์ทอย่างลงตัว ที่จะช่วยเติมเต็มคุณให้สวยในทุกๆโอกาส และสำหรับคอลเลคชั่นที่ทาง “VALENTIER” เนรมิตให้คุณสวยหวานยิ่งขึ้น ด้วยLily Of The Valley Chiffon Blouseเสื้อแขนยาวผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกลิลลี่แห่งหุบเขา แต่งระบายช่วงแขน ดีเทลโบว์ผูกข้อมือ ช่วงไหล่และปลายแขนตัดต่อผ้าลูกไม้ทอบางผ้านิ่ม ลื่น ใส่สบาย เหมาะกับหลายโอกาส จะใส่ในวันสบายๆหรือจะใส่ออกงานก็ได้เช่นกัน เห็นแบบนี้แล้วสาวๆไม่ควรพลาดที่จะมีไว้มาประดับตู้เสื้อผ้า มีโอกาสใส่เมื่อไหร่รับรองเสริมลุคสวยดุจเจ้าหญิงอย่างแน่นอน

Moschino

Moschino (มอสชิโน่) อีกหนึ่งแบรนด์พรีเมียมชั้นนำสัญชาติอิตาเลียน ที่สาวๆ หลายคนหลงใหล ด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ที่หรูหราและยังแฝงไปด้วยเอกลักษณ์ความสร้างสรรค์สนุกสนานและขี้เล่น จึงทำให้แบรนด์โดดเด่นและเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้ โดยไอเทมที่นักช้อปสายแฟขาดไม่ได้เลย คือ แว่นกันแดด Moschino Round Frame จากคอลเลคชั่น Teddy Bear ที่ผสมผสานความมีเสน่ห์และความขี้เล่นของแบรนด์ได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ของโครงโลหะที่มีน้ำหนักเบา ทำให้สวมใส่สบายและยังทนทาน มาพร้อมกับแมสคอตตุ๊กตาหมี Teddy เสริมเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

COCCINELLE

อีกหนึ่งแบรนด์กระเป๋าหนังสุดหรูครองใจสาวๆ อย่าง COCCINELLE (ค็อกชิเนลเล่แบรนด์เครื่องหนังคุณภาพจากอิตาลี ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานนวัตกรรมใหม่รวมกับความประณีตดั้งเดิม ตลอดจนการค้นคว้าวัสดุและเทคนิคการผลิตใหม่ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งบรรดาเจ้าแม่แฟชั่นแห่งวงการก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยดีไซน์ และคุณภาพของการใช้งานใช้ได้กับหลากหลายโอกาส เป๊ะ ปัง มากที่สุด วันนี้เราจึงแนะนำกระเป๋าที่ทุกคนต้องมี อย่าง COCCINELLE ALBA 150101  คอลเลคชั่นใหม่ที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมสายหนังที่มีการตัดเย็บอย่างดี ขนาดกระทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในทุกวัน     

นักช้อปสายแฟคนไหน อดใจไม่ไหวกับสินค้าแบรนด์ดังระดับพรีเมียมที่ช้อปปี้พามาส่องแล้วอยู่บ้านคุณก็สามารถเข้าช้อปปี้มาช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังได้ก่อนใคร กดใส่ตระกร้า เตรียมตัวให้พร้อม ออกจากบ้านเมื่อไหร่ เป็นอันว่าเรา สวย หล่อสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์กันเลยทีเดียว งานนี้นอกจากช้อปปี้พาชมแบรนด์ดังและคอลเลคชั่นสุดปังแล้ว ก็ยังมีดีลสุดคุ้มค่าจากแบรนด์ดังทั้งไทยและเทศ บน ช้อปปี้ พรีเมียมอาทิPolo Ralph Lauren, Calvin Klein, Rado, Moschino, COCCINELLE, VALENTIER, FURLA, Ray-Ban, TOMMY HILFIGER, Patinya และอีกมากมายที่จะขนกองทัพไอเทมเด็ดมามอบให้นักช้อปสายแฟแบบจัดเต็ม ตั้งแต่วันที่5 – 7 สิงหาคม 2564 พบกับส่วนลดสูงสุด 80% [1]พร้อมเก็บโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 2,600[2]และ โค้ดรับเงืนคืน 20% coins [3]เพื่อเตรียมช้อปในวันที่ 8 เดือน 8

เช็ค เอ้าท์ แคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ลดเดือดที่ส่งดีลลดสุดโหดมาให้นักช้อปชาวไทยได้เพลิดเพลินสินค้าครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ด้วย โปรโมชั่น Flash Deals ลดสูงสุด 88%[4]โค้ดลดสูงสุด 888 บาท[5]และโปรโมชั่นส่งฟรี ขั้นต่ำ 0 บาท[6]พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/8-8

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันช้อปปี้ได้ฟรีจากApp Store,Google Play StoreและApp Gallery