สธ.แนะกินแบบพอเพียงให้ถูกหลักโภชนาการช่วง WFH #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592634

สธ.แนะกินแบบพอเพียงให้ถูกหลักโภชนาการช่วงWFH

สธ.แนะกินแบบพอเพียงให้ถูกหลักโภชนาการช่วงWFH

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.แพทย์หญิงสายพิณ  โชติวิเชียร

ผอ.สำนักโภชนาการ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนกินให้ถูกหลักโภชนาการในช่วงโควิด-19 เน้นกินปริมาณพอเหมาะปรุงสุกใหม่  เลี่ยงกินสุกๆ ดิบๆ และไม่กินอาหารร่วมกับผู้อื่น     

ดร.แพทย์หญิงสายพิณ  โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน หรือทำงานที่บ้านกันมากขึ้น จึงนิยมสั่งซื้ออาหารออนไลน์เพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา จากข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้สำรวจพฤติกรรมทางออนไลน์ เรื่อง“การใช้บริการ Online Food Delivery ของคนไทย” ระหว่างวันที่5-15 มีนาคม 2563 พบว่า มีผู้ใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ถึงร้อยละ 85และอาหารที่นิยมสั่งทางออนไลน์คืออาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ดต่างๆ เช่นไก่ทอด เบอร์เกอร์ พิซซ่า ร้อยละ 61รองลงมาเป็นอาหารตามสั่งร้อยละ 47และก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารประเภทเส้นร้อยละ 41  ส่วนอาหารสำเร็จรูปมีการสำรองกักตุนไว้ ร้อยละ 69 โดยอาหารแห้งที่ซื้อมากักตุนคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เนื้อสัตว์แปรรูป เช่นหมูหยอง หมูแผ่น หมูทุบ ปลากระป๋องขนมหวาน เช่น ช็อกโกแลต เค้กคุกกี้ และอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งตามลำดับ โดยอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดที่นิยมสั่งกันนั้น มักจะมีสารอาหารประเภทไขมันและโซเดียมสูง กินมากอาจสะสมเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและเบาหวาน ความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ตามมาได้

ดร.แพทย์หญิงสายพิณ กล่าวต่อไปว่า เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ตามมา กรมอนามัยจึงแนะนำวิธีกินแบบพอเพียงช่วงโควิด-19 ดังนี้ 1.กินพออิ่มในแต่ละมื้อ ตักอาหารปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป 2. ดัดแปลงอาหารที่เหลือเป็นอาหารจานใหม่เช่น ผัดคะน้า นำมาต้มจับฉ่ายผสมกับผักอื่นๆ น้ำแกงส้มที่เหลือสามารถเติมผักเพิ่ม เช่น ถั่วฝักยาว มะละกอ แครอท ผักบุ้ง ส่วนผลไม้ที่เหลือหลายชนิด  นำมาทำเป็นสลัดผลไม้3.เรียนรู้วิธีการเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภท เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัตถุดิบต่างๆ  4. หุงข้าวผสมข้าวโพด ถั่ว เผือก มัน เพื่อเพิ่มวิตามินและยังได้สารอาหารอื่นๆ ด้วย5.เลือกวัตถุดิบคุณภาพดีราคาถูก ในการทำเมนูอาหาร เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาจใช้ ไข่ เต้าหู้ และถั่วเมล็ดแห้ง สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกับเนื้อหมู ไก่ เลือกผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาล ถัดมาคือ 6.เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของอาหารสำเร็จรูปให้มากขึ้น เช่น นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาเพิ่มวัตถุดิบอาหารที่เสริมสร้างภูมิต้านทาน ผัก และสมุนไพร เช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัดกะเพรา หรือต้มยำทรงเครื่อง ปลากระป๋องห่อไข่ 7. ลดการกินจุบ กินจิบ กินอาหารให้เป็นเวลา 8. งดการกินอาหารมื้อดึก เพราะจะสะสมเป็นไขมันแทน ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ 9.เคี้ยวอาหารช้าๆจะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่าเพราะร่างกายคนเราจะเริ่มรู้สึกอิ่มเมื่อกินอาหารไปประมาณ 20 นาที และ 10. ไม่กินทิ้งขว้าง มีวินัยในการซื้อและการกินที่ดี

ทั้งนี้ สำหรับการบริโภคอาหารของประชาชนในบางพื้นที่ที่ได้รับการช่วยเหลือจากการบริจาคขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน หากเป็นอาหารปรุงสำเร็จขอให้ผู้บริจาคเน้นย้ำสุขอนามัยในการปรุงประกอบอาหาร โดยให้เป็นอาหารที่ปรุงสุกอย่างทั่วถึง ส่วนในกรณีที่ผู้บริโภคที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นอาหารแห้ง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรนำมาปรุงให้สุกก่อนกิน โดยเทอาหารใส่จานของตนเอง และไม่กินอาหารร่วมกับผู้อื่น” ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าว

มุมนี้มีนัด : 5 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592648

มุมนี้มีนัด : 5 สิงหาคม 2564

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่

กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือNEA เชิญชวนผู้ประกอบการในภาคเหนือ วิสาหกิจชุมชน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้ส่งออกรุ่นใหม่ : Young Exporter from Loc al to Global  (YELG) ปี 3โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในระบบ Online เพื่อปูพื้นฐานความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศให้กับผู้ดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาค และเตรียมความพร้อมในการนำสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเทคนิคและกิจกรรมเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยการให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งออกชั้นนำ ทั้งนี้ การอบรมจัดขึ้นวันที่ 24-27 สิงหาคม 2564 เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่ http://bit.ly/YELG-ภาคเหนือ  โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (รับจำนวน
จำกัด เพียง 150 คน)สอบถามเพิ่มเติม ได้ทาง www.nea.ditp.go.th หรือ Facebook.com/nea.ditp โทร.081-3535214 และ 080-5974222 อีเมล entrepreneurs.nea@gmail.com

แคมเปญแรลลี่พิชิตดวง

บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน นำโดย อธิศ รุจิรวัฒน์กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด เติมความสนุกทุกการใช้จ่ายในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้านกับแคมเปญ “แรลลี่พิชิตดวง”ตั้งแต่ วันนี้ถึง 30 กันยายน 2564 เพิ่มความคุ้มค่าไปอีกขั้น กับกิจกรรมสะสมอีแสตมป์ ที่ออกแบบโดย “Benzilla”ปริญญา ศิริสินสุข ศิลปินแนวสตรีท เจ้าของผลงานคาแร็กเตอร์ มนุษย์ต่างดาว 3 ตา “LOOOK” ผ่านแอป UChoose เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 300 บาท เพียงลงทะเบียนผ่านแอปที่หน้า UChallenge เพื่อร่วมกิจกรรม และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ช่องทางออนไลน์ หรือหน้าร้านในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ปที่ร่วมรายการ 1,000 บาทขึ้นไปต่อเซลสลิป ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน,ท็อปส์, ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท,ร้านอาหารในเครือ CRG และร้านค้าในเครือ CMG และพบกับกิจกรรมสุดพิเศษบน Central The 1 Credit Card Facebook ลุ้นรับของรางวัล Limited Edition จากT1 X Benzilla ข้อมูลเพิ่มเติม www.centralthe1card.com

เคทีซี-สกู๊ตตาร์ คืนความคุ้ม

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จับมือ“สกู๊ตตาร์” (SKOOTAR) บริษัทสตาร์ทอัพ (Startup) ของไทยที่ให้บริการแมสเซ็นเจอร์ในกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑล มอบข้อเสนอพิเศษเมื่อใช้บริการเรียกแมสเซนเจอร์ออนไลน์ ส่งเอกสาร ส่งพัสดุ และส่งอาหาร ผ่าน www.skootar.com  หรือแอปพลิเคชั่น “SKOOTAR” และชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท (ยกเว้นบัตรเครดิตเคทีซี ยูเนี่ยนเพย์)ไม่กำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ โดยรับส่วนลด 5%สำหรับลูกค้าปัจจุบัน (ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ใช้บริการ)เพียงระบุรหัสส่วนลด “KTCR21” และรับส่วนลด 35 บาท(3 ครั้ง) สำหรับผู้ใช้บริการครั้งแรก เพียงระบุรหัสส่วนลด “KTCW21” ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม2564 ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktc.today/Skootar หรือติดต่อ KTC Phoneโทร.02-1235000

รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้ แม้จะเวิร์กฟรอมโฮม (WFH) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592630

รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้ แม้จะเวิร์กฟรอมโฮม (WFH)

รังสียูวีก็ทำร้ายผิวได้ แม้จะเวิร์กฟรอมโฮม (WFH)

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จึงวนไปมากับ “การอยู่บ้าน และเวิร์ก ฟรอม โฮม”  ทำให้การเดินทางไปที่ต่างๆโดยเฉพาะการทำงานนอกบ้านลดน้อยลงหลายๆ คนอาจจะคิดว่า ไม่จำเป็นต้องดูแลผิวพรรณอะไรมาก เพราะไม่ต้องผจญกับปัญหาแสงแดดที่ทำร้ายผิว แต่รู้หรือไม่ค่ะว่าถึงแม้ทำงานอยู่ที่บ้านแต่รังสียูวีจากแสงแดดก็ยังตามมาทำร้ายจนถึงในบ้านได้

ความจริงแล้ว แม้ว่าเราจะอยู่ในบ้านหรืออาคารที่มีหลังคาและกำแพงบดบังแสงแดด รังสียูวีจากแสงแดดโดยเฉพาะรังสียูวีเอ (UVA) ที่มีมากตลอดทั้งวัน สามารถทะลุผ่านกระจกเข้ามาในบ้านและทำร้ายผิวได้ ตั้งแต่เกิดการกระตุ้นเม็ดสีเมลานินให้ทำงานมากเกินไปจนทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำและเกิดจุดด่างดำขึ้น นอกจากนี้รังสียูวียังทำลายโครงสร้างผิวชั้นลึกและเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวเสียไป เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของใบหน้า ท้ายที่สุดยังทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ผิว ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ยิ่งเราชะล่าใจว่าไม่ได้ออกไปไหน ยิ่งขาดการสร้างเกราะป้องกันผิวโดยเฉพาะการทาครีมกันแดด อีกทั้งการทำงานที่บ้าน เรายังต้องได้รับแสงจากหน้า จอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ที่ต้องใช้ในการทำงานติดต่อสื่อสาร ซึ่งแสงสีฟ้าก็ส่งผลกระทบต่อผิวทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งการเกิดเม็ดสีฝ้ากระ ริ้วรอยก่อนวัย และยังส่งผลกระทบต่อการหลั่งของฮอร์โมนเมลาโตนินตามธรรมชาติ ทำให้การนอนหลับไม่เพียงพอ หลับไม่สนิท ส่งผลต่อผิวทางอ้อม

แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์

แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ (หมอออย) แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวพรรณ จาก รมย์รวินท์ คลินิก แนะนำว่า“แม้จะอยู่บ้าน ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากแสงและรังสียูวีที่ทำร้ายผิวค่ะ การดูแลป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายเบื้องต้นเริ่มได้ที่บ้าน ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ครอบคลุมไปถึงแสงสีฟ้า และควรลดหรือปรับความสว่างของหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ลงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ แต่หากว่าเกิดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งริ้วรอยที่เริ่มเด่นชัดเกินจะเยียวยาด้วยตนเอง การพึ่งพาเทคโนโลยีก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เลเซอร์ผิวใสโดยหลักการแล้วจะเน้นการทำงานเพื่อลดการสร้างเม็ดสี ปรับความไม่สม่ำเสมอของสีผิวลดความหมองคล้ำ ช่วยปรับผิวให้ดูใสมากขึ้นแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีผิวใสได้พัฒนาไปมาก อย่างโปรแกรม Smart Bright Advanced Beauty Solutions นอกจากลดรอยสิว จุดด่างดำช่วยปรับผิวเคลียร์ใสแล้ว ยังช่วยลดสาเหตุการเกิดเม็ดสีได้ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น ตัดตอนวงจรการเกิดฝ้าได้ในอนาคต ถือเป็นเทคโนโลยีผิวใสใหม่ที่ตอบโจทย์ผิวคนเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรแกรม Smart BrightAdvanced Solutions ได้ที่Facebook : Romrawin Clinic หรือ www.romrawinclinic.com

‘อว.พารอด’ ผนึกทีมหมอจิตอาสา มอบซิมติดตามอาการผู้ป่วยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592726

‘อว.พารอด’ ผนึกทีมหมอจิตอาสา มอบซิมติดตามอาการผู้ป่วยโควิด-19

‘อว.พารอด’ ผนึกทีมหมอจิตอาสา มอบซิมติดตามอาการผู้ป่วยโควิด-19

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.07 น.

“อว.พารอด” เดินหน้าเต็มที่จับมือ ทีมหมอจิตอาสา “กลุ่มอาสาพริบตา” ส่งมอบ ซิมโทรศัพท์ของ CAT จาก Uninet เพื่อใช้ในการสื่อสารติดตามอาการกับผู้ป่วยโควิด-19 ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

4 สิงหาคม 2564 ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีและโฆษกกระทรวง อว. พร้อมด้วยทีมโฆษก ณัฎฐา ชาญเลขา, ณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ ได้ทำการส่งมอบซิมการ์ด (CAT) ให้กับ กลุ่มหมอจิตอาสา “อาสาพริบตา” โดยมี แพทย์หญิง ภคมน เดชส่งจรัส ตัวแทนจากทีมคุณหมอ “กลุ่มอาสาพริบตา” มารับมอบ ซึ่งทาง โครงการ อว.พารอด พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ทีมหมอจิตอาสาในด้านอื่นๆต่อไป

การส่งมอบซิมการ์ดในวันนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับทางทีมหมออาสาพริบตา เพื่อใช้ในการติดตาม สอบถามอาการของผู้ป่วย ซึ่งมีความสำคัญมากต่อขวัญและกำลังใจของผู้ป่วย อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของทีมหมอจิตอาสาอีกด้วย

Community Isolation 4 มุมเมือง เปิดรับผู้ป่วยโควิด-19 2 แห่งแรก ‘บึงกุ่ม-วังทองหลาง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592667

Community Isolation 4 มุมเมือง เปิดรับผู้ป่วยโควิด-19 2 แห่งแรก ‘บึงกุ่ม-วังทองหลาง’

Community Isolation 4 มุมเมือง เปิดรับผู้ป่วยโควิด-19 2 แห่งแรก ‘บึงกุ่ม-วังทองหลาง’

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.12 น.

Community Isolation 4 มุมเมือง เปิดรับผู้ป่วยโควิด-19 2 แห่งแรก พร้อมส่งทีมอาสา อบรมเป็นผู้ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ประจำศูนย์

Community Isolation หรือ ศูนย์พักคอย 4 มุมเมือง ภายใต้การสนับสนุนของ “เมืองไทยประกันภัย” และ “มูลนิธิมาดามแป้ง” โดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เปิดรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวแล้ว 2 แห่งแรก ในเขตบึงกุ่มและวังทองหลาง พร้อมส่งทีมอาสากล้าใหม่เข้าอบรมเป็นผู้ช่วยร่วมทำงานกับบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับ Community Isolation เขตบึงกุ่ม ได้จัดตั้งขึ้นที่ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ด้วยขนาด 124 เตียง ขณะนี้ทดลองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวแล้ว 10 ราย และอีกเขตที่เปิดบริการเรียบร้อยแล้วคือ วิทยาลัยพาณิชยการอินทราชัย ในเขตวังทองหลาง โดยโรงพยาบาลลาดพร้าว ซึ่งมีขนาด 100 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแล้ว 14 ราย โดยทั้งสองแห่งนี้จะทยอยรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวโดยรอบชุมชน ที่ได้ลงทะเบียนตามระบบไว้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเต็มอัตราภายในสัปดาห์นี้

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ. เมืองไทยประกันภัย และในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวว่า “นอกจากการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ ได้แก่ บึงกุ่ม, วังทองหลาง, ราษฎร์บูรณะ และภาษีเจริญ แล้ว เรายังจัดส่งทีมอาสากล้าใหม่กลุ่มแรก นำร่องจำนวน 12 คน เข้าร่วมการอบรมกับทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ประจำศูนย์ต่าง ๆ ที่เปิดบริการทั้ง 4 ศูนย์ เพื่อแบ่งเบาภาระงานของแพทย์ พยาบาลในโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่มีกำลังคนไม่เพียงพอ และยังเป็นการเพิ่มทักษะให้แก่กลุ่มอาสากล้าใหม่ในการดูแลผู้ป่วยในชุมชนของตนเอง เพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ New High จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอีกด้วย”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ สามารถบริจาคและสมทบทุนได้ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 092-2-61340-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ หรือร่วมสมัครเป็นทีมอาสากล้าใหม่กับเราได้ที่ http://bitly.ws/dsfM

‘วนัช เฟิร์ส’ ร่วมกับแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลกคาร์เทียร์ เปิดตัวคอลเลคชันสุดหรู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592604

'วนัช เฟิร์ส'ร่วมกับแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลกคาร์เทียร์ เปิดตัวคอลเลคชันสุดหรู

‘วนัช เฟิร์ส’ร่วมกับแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลกคาร์เทียร์ เปิดตัวคอลเลคชันสุดหรู

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.15 น.

การจับมือกันครั้งแรกของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่น ระหว่าง ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส และ แบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลก คาร์เทียร์ที่มาร่วมถ่ายทอดผลงานคอลเลคชันใหม่ล่าสุดขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง L’officiel Wedding Thailandซึ่งครั้งนี้ทางห้องเสื้อ วนัช เฟิร์สได้เปิดตัวคอลเลคชันใหม่ล่าสุดกว่า12 ชุด ด้วยสองนางแบบชื่อดัง  อแมนด้า ออบดัมมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563  และ แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์ชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทยที่ถูกยกให้เป็นLuxury Wedding ภายใต้การกำกับดูแลของสรรค์ สุดเกตุ เจ้าของห้องเสื้อวนัช เฟิร์สและวนัช กูตูร์ โดยคอนเซปต์ของชุดที่ทางดีไซเนอร์ ได้วางเอาไว้ถ่ายแบบร่วมกับคาร์เทียร์ในครั้งนี้ ต้องการที่จะสื่อถึงความเป็นเจ้าสาวโซนเอเชีย ถึงแม้นางแบบที่เลือกใช้จะเป็นสาวไทยลูกครึ่งทั้ง อแมนด้า และแพทริเซีย แต่ทั้งสองสาวก็สามารถ่ายทอดผลงานชุดแต่งงานออกมาได้อย่างงดงาม มีความสวยหวานละมุน และโดดเด่นแบบชาวตะวันออก ซึ่งมูลค่าของชุดที่นางแบบทั้งสองใส่นั้นมีมูลค่ารวมสูงถึงหนึ่งล้านบาท เลยทีเดียว

สรรค์ สุดเกตุ ได้กล่าวถึงคอลเลคชันชุดแต่งงานในครั้งนี้ว่า “นับเป็นโอกาสที่ดีมากๆที่ห้องเสื้อของเราได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ ๆ ระดับโลกอย่าง คาร์เทียร์ ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นและหัวใจพองโตมาก ๆ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นและได้สัมผัสผลงานของเราที่พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในคอลเลคชันนี้ที่เราเน้นความพรีเมียมและหรูหราเป็นพิเศษด้วยงานปักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น คริสตัล ไข่มุก และหินต่างๆ รวมทั้งรูปแบบของชุดที่มีความหลากหลายและมีสไตล์เฉพาะตัว ดีเทลของชุดเราเน้นเลเยอร์ของผ้าและการนำผ้ามาจับเดรปหรือขยุ้มให้มีระบายเป็นสไตล์ของแฟชั่นชุดแต่งงานแบบเอเชียนลุคที่เหล่าแฟชั่นนิสต้านิยมสวมใส่ในงานแต่งงานและครั้งนี้เราได้นางแบบสาวลูกครึ่งคุณอแมนด้าและ คุณแพทริเซีย สองสาวสองสไตล์ที่สามารถถ่ายทอดผลงานออกมาได้สวยงาม ตรงคอนเซ็ปต์และตรงใจเรามากที่สุด และด้วยความเพอร์เฟคทั้งหมดนี้ทำให้ห้องเสื้อของเราได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ มากเลยทีเดียว แถมยังได้แฟนคลับมากขึ้นอีกด้วยสำหรับใครที่ชื่นชอบชุดแต่งงานของทางห้องเสื้อ วนัชเฟิร์ส และ วนัช กูตูร์ สามารถติดตามผลงานทั้งหมดได้ผ่านทาง https://www.facebook.com/Vanus-Firstและ www.facebook.com/vanuscoutureขอบคุณแฟนๆทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอมาครับ”

H&M เปิดแคมเปญหนุนเยาวชน เป็นบุคคลตัวอย่างแห่งโลกยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592397

H&M เปิดแคมเปญหนุนเยาวชน  เป็นบุคคลตัวอย่างแห่งโลกยุคใหม่

H&M เปิดแคมเปญหนุนเยาวชน เป็นบุคคลตัวอย่างแห่งโลกยุคใหม่

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

H&M เปิดตัวแคมเปญระดับโลกเพื่อส่งเสริมการเป็นบุคคลตัวอย่างในโลกยุคใหม่ของเยาวชน โดยการริเริ่มแคมเปญใหม่นี้ขึ้นมานั้นก็เพื่อค้นหาและส่งเสริมให้บุคคลตัวอย่างเหล่านี้ได้พัฒนาสังคมให้มีความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาด้านความยั่งยืนการศึกษา และอื่นๆ อีกด้วย H&M จึงต้องการเชิดชูความมุ่งมั่นพยายามของเยาวชนเหล่านี้ และสร้างความตระหนักรู้ว่าสังคมในวงกว้างของเราจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเยาวชนเหล่านี้และช่วยสมทบทุนเพื่อมอบความช่วยเหลือผ่านองค์การยูนิเซฟได้อย่างไรซึ่งเยาวชนบางคนในแคมเปญนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกไปแล้วในภาพยนตร์เปิดตัวแคมเปญจากผลงานการถ่ายทำของผู้กำกับที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วถึงสองครั้ง ไบรอันบัคลีย์ (Bryan Buckley) และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราทุกคนจะได้เรียนรู้จากเยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราร่วมกันรังสรรค์วันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งกว่าไปด้วยกัน

H&M เดินหน้าในการยกย่องและสนับสนุนนักสร้างการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ และเรารู้สึกทึ่งในสิ่งที่เยาวชนเหล่านี้สอนให้เราได้เข้าใจจนแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่อาจเทียบได้ ฤดูร้อนนี้ H&M จะมาบอกเล่าเรื่องราวของเยาวชนเหล่านี้โดยให้ความสำคัญกับแต่ละบุคคลสำหรับการเป็นตัวแทนที่แสดงถึงทัศนคติในเชิงบวก พลังแห่งการร่วมมือ และอิสรภาพทางความคิด สมกับการเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีต่อสังคมอย่างแท้จริงซึ่งเยาวชนเหล่านี้ได้แก่

ไรอัน (Ryan) อายุ 11 ปี ผู้ก่อตั้ง Ryan’sRecycling Business, กล่าวว่า “อนาคตเป็นของคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น”

คาทาริน่า (Catarina) อายุ 13 ปีนักรณรงค์ด้านภูมิอากาศ นักเซิร์ฟ และเด็กช่างพูดกล่าวว่า “เด็กที่เกิดมาพร้อมกับไฟก็จะรู้วิธีดับไฟ”

จูว์ล (Jewel) อายุ 5 ปี ผู้นำชุมชน ผู้มองโลกในแง่ดี และเด็กช่างถาม กล่าวว่า “อย่าสู้กันเอง แต่มาสู้ไปด้วยกันดีกว่า”

เฮนริค (Henrique) อายุ 12 ปี นักรณรงค์เรื่องผู้พิการ กล่าวว่า“สอนผู้ใหญ่ให้ฝันให้ไกลกว่าเดิม”

สตีเฟน(Stephen) อายุ 9 ปีวิศวกรและฮีโร่ของชุมชน กล่าวว่า “เด็กๆไม่รู้ว่าขีดจำกัดคืออะไร”

นอกจากการนำเสนอเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของบรรดาเด็กๆ เหล่านี้แล้ว H&M ยังต้องการส่งเสริมเด็กทั่วโลกผ่านการบริจาคเงินให้แก่องค์การยูนิเซฟ โดยจำนวนเงินบริจากทั้งหมดมาจาก 50% ของยอดขายเสื้อยืดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งใช้วิธีการผลิตอย่างยั่งยืนเพื่อสนับสนุนเด็กๆ ที่มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ดีกว่า เสื้อยืดลายกราฟิกเหล่านี้ออกแบบโดยทีมดีไซน์ของ H&M Kids ด้วยแรงบันดาลใจจากเยาวชนในแคมเปญ การถ่ายทอดความคิดอันเฉียบคมของพวกเขา และการเป็นกระบอกเสียงให้แก่เด็กเหล่านี้ โดยคอลเลคชั่นเสื้อยืดนี้จะวางจำหน่ายทางออนไลน์ที่ th.hm.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โซเฟีย ลอร์ฟสเตย์ (Sofia Löfstedt) หัวหน้าฝ่ายออกแบบเสื้อผ้าเด็กของ H&M กล่าวว่า “บทเรียนที่เราได้จากเด็กๆ เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อยืด และยังเป็นการเตือนให้เราระลึกไว้เสมอว่าเราทำให้โลกมีอนาคตดีขึ้นกว่านี้ได้ ดิฉันรู้สึกมีพลังและแรงบันดาลใจที่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวการสร้างการเปลี่ยนแปลงของเยาวชนทั่วโลก ทั้งในชุมชนรอบตัวและขยายวงกว้างไปกว่านั้น นอกจากนี้เรายินดีมากที่รายได้จากการจำหน่ายเสื้อยืดเหล่านี้จะนำไปสนับสนุนการทำงานขององค์การยูนิเซฟทั่วโลก”

เพอร์นิลลา บาราลท์ (Pernilla Baralt)ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศสวีเดน กล่าวว่า “เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้เพื่อนำไปช่วยเหลือและสร้างพลังให้แก่เด็กและเยาวชนทั่วโลก เด็กทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และเด็กทุกคนสามารถเป็นบุคคลตัวอย่างได้ เด็กทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในชีวิตของตนเอง มีความกล้าหาญและกล้าที่จะฝัน ถึงเวลาแล้วที่เราจะฟังเด็กๆ และให้ความสำคัญกับเสียงของพวกเขา”

อ่านเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากเยาวชนเหล่านี้ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญนี้ได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของH&M

ลอรีอัล ปารีส เปิดอบรมออนไลน์ฟรี ให้ความรู้ลดภัยคุกคามสตรีในที่สาธารณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592386

ลอรีอัล ปารีส เปิดอบรมออนไลน์ฟรี  ให้ความรู้ลดภัยคุกคามสตรีในที่สาธารณะ

ลอรีอัล ปารีส เปิดอบรมออนไลน์ฟรี ให้ความรู้ลดภัยคุกคามสตรีในที่สาธารณะ

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในโอกาสวันสตรีไทย 1 สิงหาคม ที่ผ่านมาลอรีอัล ปารีส ตอกย้ำการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีความมั่นใจและมีพลังบวกในการใช้ชีวิต เดินหน้าโปรแกรมการฝึกอบรม Stand Up ลดภัยคุกคามบนท้องถนน ให้สตรีไทยเรียนรู้วิธีการโต้ตอบอย่างปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิด หลังผลสำรวจพบว่า การล่วงละเมิดบนท้องถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญแม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย 45% ของผู้หญิงไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศอย่างน้อยหนึ่งสถานการณ์ และ 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยเห็นเหตุการณ์คุกคามทางเพศอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ โดยตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงบริบทใหม่ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลทางสังคมอย่างกว้างขวางโดย 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ผู้กระทำสามารถซ่อนตัวได้และไม่กลัวที่จะทำความผิด

นางสาวแพร โตเจริญทรัพย์ ผู้จัดการแบรนด์ ลอรีอัล ปารีส บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาแบรนด์ ลอรีอัล ปารีส มุ่งมั่นทำให้ผู้หญิงไทยมีความมั่นใจ มีพลังบวก แสดงออกได้อย่างมีอิสระ และกล้าที่จะเดินตามความฝัน แต่ด้วยภัยคุกคามบนท้องถนน ส่งผลให้ผู้หญิงต้องปรับพฤติกรรมของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดทางเพศ โดย 86% หลีกเลี่ยงสถานที่บางแห่ง 85% เลี่ยงการออกจากบ้านในเวลากลางคืน 83% ปรับการแต่งกายและ 79%หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านเพียงลำพัง เราจึงหวังว่าโปรแกรม Stand Up จะเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ให้ความรู้แก่ภาคประชาชนเพื่อสามารถช่วยกันลดภัยคุกคามในที่สาธารณะแก่สตรีไทยได้”

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า 1 ใน 4 ไม่เข้าช่วยเหลือเมื่อพบเห็นเหตุการณ์การล่วงละเมิดเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ในโปรแกรม Stand Up ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการตอบโต้อย่างปลอดภัยด้วยเทคนิค “5D’s” ของ ฮอลลาแบค!(Hollaback!) ซึ่งจะช่วยหยุดภัยคุกคามในที่สาธารณะแก่สตรีได้

การฝึกอบรมโปรแกรม Stand Up ที่ลอรีอัล ปารีส ได้จัดเตรียมไว้ในประเทศไทยมีสองรูปแบบ ได้แก่ 1.อบรมด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ standup-thailand.com หรือ 2.อบรมแบบออนไลน์ผ่านทาง Zoom โดยมูลนิธิรักษ์ไทย ซึ่งลงทะเบียนผ่านทาง standup-thailand.comโดยการอบรมทั้งสองรูปแบบใช้เทคนิค 5D’s ของ ฮอลลาแบค นอกจากนี้ การอบรมแบบออนไลน์ผ่านทาง Zoom ยังเปิดให้องค์กรที่สนใจลงทะเบียนเพื่อจัดการอบรมแก่พนักงาน โดยลอรีอัล ปารีส ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมอบรม 150,000 คนในประเทศไทยภายในระยะเวลา 1 ปี

“เพราะสำหรับเรานั้น ผู้หญิงทุกคนมีคุณค่าและคู่ควรที่จะใช้ชีวิตอย่างเห็นคุณค่าในตัวเองดั่งสโลแกน “คุณค่าที่คุณคู่ควร” ของแบรนด์ลอรีอัล ปารีส ที่ครบรอบ 50 ปี ในปีนี้ โปรแกรม Stand Up เป็นการอบรมที่เราตั้งใจดำเนินงานเป็นอย่างยิ่ง และเราหวังว่าจะได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน เพราะยิ่งคนจำนวนมากรู้จักวิธีการตอบโต้เมื่อเจอเหตุการณ์คุกคามเท่าไหร่ เราก็จะสามารถช่วยสตรีพ้นจากภัยและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในที่สาธารณะได้มากเท่านั้น” นางสาวแพร โตเจริญทรัพย์ กล่าวเสริม

Life & Health : มากินเพิ่มภูมิคุ้มกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592373

Life & Health : มากินเพิ่มภูมิคุ้มกัน

Life & Health : มากินเพิ่มภูมิคุ้มกัน

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ร่างกายคนเราต้องเผชิญกับเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไวรัสเชื้อแบคทีเรียอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นร่างกายเราต้องการมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอที่จะกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้โดยเฉพาะยุคโควิดนี้ข้อมูลจาก ดร.ไบรอัน คุณาคมแพทย์ธรรมชาติบำบัด ที่ปรึกษาด้านธรรมชาติบำบัด รพ.บำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ภูมิคุ้มกันของเราแบ่งเป็นสองชนิด คือ Innate immunity ภูมิคุ้มกันมีตั้งแต่แรกเกิดและ adaptive immunity ภูมิคุ้มกันที่เราสร้างขึ้นมาหลังจากที่เซลล์เชื้อโรคได้โจมตีร่างกายเราเป็นครั้งแรก ซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันชนิดนี้เกิดขึ้นมาได้ หลังฉีดวัคซีน ร่างกายเราจะผลิตแอนติบอดีมาเพื่อเตรียมพร้อมพบเจอกับตัวเชื้อโรค โดยแอนติบอดีนี้จะมีรูปร่างที่สามารถไปจับกับส่วนโปรตีนของไวรัสได้ทำให้ร่างกายเราตอบสนองโดยสั่งการให้เม็ดเลือดขาวไปทำลายไวรัสนั้นทันทีก่อนที่จะเกิดการอักเสบที่รุนแรง

แต่ถ้าเราขาดสารอาหารแล้วจะมีผลให้ภูมิคุ้มกันพวกนี้จะไม่สามารถถูกสร้างขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเราไปฉีดวัคซีน แต่รับประทานอาหารไม่ครบห้าหมู่ก็ไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นได้ วันนี้เราจึงจะมาเน้นเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อทำให้ภูมิคุ้มกันเราแข็งแรงได้แบบเบื้องต้น

อาหารห้าหมู่ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ อาหารหลัก (แม็คโครนิวเตรียน) ได้แก่ คือ คาร์โบไฮเดรตโปรตีนและไขมัน กลุ่มที่สองคือ สารอาหารรอง (ไมโครนิวเตรียน) ได้แก่ วิตามินและแร่ธาตุ

กลุ่มสารอาหารหลักที่สำคัญ

อาหารหลัก ประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต คือ กลุ่มตระกูลแป้งผลไม้ และน้ำตาล กลุ่มโปรตีนจะได้เจอเนื้อสัตว์ เต้าหู้ ถั่วแระญี่ปุ่น เป็นต้น กลุ่มไขมันก็คือ ไขมันจากเนื้อสัตว์หรือ น้ำมันจากพืช อาโวคาโด

สำหรับ กลุ่มไขมันและคาร์โบไฮเดรตจะเป็นพลังงานให้กับร่างกาย ส่วนกลุ่มโปรตีนจะเป็นก้อนอิฐที่จะสร้างทุกอย่างในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเอนไซม์ย่อยอาหาร คอลลาเจนในเล็บ เส้นผม ฮอร์โมน และเม็ดเลือดขาวด้วย

ในกลุ่มสารอาหารหลักที่สำคัญที่สุดในการที่จะกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง คือ โปรตีน ซึ่งต้องรับประทานให้มากพอ ปกติควรรับประทาน 0.8-1.2 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักร่างกายของเรา สำหรับผู้ที่ใช้พลังงานมาก เช่น นักเพาะกาย นักกีฬา อาจจะต้องรับประทานโปรตีนให้มากกว่านี้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยคำนวณโปรตีนมาก่อนแนะนำว่าให้เริ่มจาก 0.8 ถึง 1.2 กรัมต่อกิโลกรัมของร่างกายแล้วค่อยปรับขึ้นจากนั้น มีหลายคนที่รับประทานโปรตีนไม่เพียงพออาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำได้ เพราะไม่ว่า
เม็ดเลือดขาวหรือแอนติบอดีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจะปกป้องร่างกายเรา จะเป็นเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสต้องใช้โปรตีนทั้งนั้น แอนตี้บอดี้เป็นโครงสร้างที่ทำจากโปรตีน เพราะฉะนั้น ถ้าฉีดวัคซีนโดยที่ร่างกายมีโปรตีนไม่มากเพียงพอร่างกายก็ไม่สามารถผลิตแอนติบอดีขึ้นมาได้ครับ

ส่วนพลังงานจากกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและไขมันส่วนใหญ่แล้วเราจะเห็นคนมักรับประทานเกิน สัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต เราควรที่จะควบคุมเพราะว่าสังคมเราจะเน้นเรื่องการใส่น้ำตาลในเครื่องดื่ม และในอาหารตามสั่ง แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล การรับประทานขนมและให้เน้นเป็นผลไม้แทน การได้รับน้ำตาลพลังงานจากผลไม้ ข้อดีคือ จะได้กากใยที่จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี นอกเหนือจากนั้นอีกทั้งกากใยยังเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในระบบอาหารของเราซึ่งมีผลกระทบกับภูมิคุ้มกันเราได้ มีงานวิจัยพบว่าถ้าจุลินทรีย์ที่อยู่ในทางเดินอาหารของเราไม่สมดุล ภูมิคุ้มกันก็จะไม่สมดุลตามในทางที่กลับกันในคนที่มีจุลินทรีย์ที่ดีก็ทำให้ภูมิคุ้มกันดีเช่นกัน

ส่วนกลุ่มไขมัน มักจะได้ยินว่าให้ระมัดระวังเรื่องการรับประทานไขมันจากเนื้อสัตว์ ถ้าหลีกเลี่ยงไขมันได้เลยยิ่งดี แต่ในความจริง มีกลุ่มไขมันที่ดีซึ่งมักพบในน้ำมันที่สกัดมาจากพืชที่ไม่ได้แปรรูป น้ำมันที่ดีที่อีกกลุ่มหนึ่งคือ โอเมก้าสาม ที่เราเจอในปลา อาหารที่แปรรูปมักจะมีโอเมก้าสามน้อยแต่มีโอเมก้าหกมากกว่า การที่โอเมก้าหกมากจะทำให้เกิดอาการอักเสบเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะฉะนั้นให้เน้นน้ำมันจากโอเมก้าสาม ที่เราจะเจอในปลา ส่วนที่ได้รับจากพืชก็จะได้จาก chai seed, flax seedวอลนัท และถั่วอื่นๆ

กลุ่มสารอาหารรองที่ขาดไม่ได้

กลุ่มสารอาหารรอง (ไมโครนิวเตรียน)ได้แก่ วิตามินและแร่ธาตุ โดยกลุ่มวิตามินจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ละลายในน้ำ เช่น วิตามิน C, B และกลุ่มที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E และ K

สำหรับวิตามินที่ละลายในน้ำที่มีผลกระทบที่ดีต่อภูมิคุ้มกันของเราก็คือ วิตามิน C มีข้อแนะนำในการรับประทานมาตรฐานแต่ละวัน (RDA) คือไม่เกิน 100 มล. เพื่อช่วยไม่ให้เป็นเลือดออกตามไรฟัน แต่ต้องการให้ช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ควรรับประทานอย่างน้อย 1,000 มล.ต่อวันและควรอยู่ภายใต้ดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ วิตามิน C ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย อาหารที่มีวิตามิน C สูงเป็นกลุ่มผลไม้ที่เปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว มะขามป้อม ฝรั่งสตรอว์เบอร์รี่ ผักที่มีวิตามิน C สูง เช่น ผักปวยเล้ง ผักคะน้า บร็อคโคลี่พริกหวาน เป็นต้น วิตามิน C ในผักผลไม้ถ้าเจอแสง ความร้อนหรืออากาศจะทำให้เสื่อมได้เร็ว เพราะฉะนั้นหลังปอกผลไม้แนะนำให้รีบรับประทานทันที

วิตามินที่ละลายในไขมันที่สำคัญต่อภูมิคุ้มกันของเราก็คือกลุ่ม วิตามิน Dพบในกลุ่มเนื้อสัตว์ นม และเห็ด โดยวิตามิน D จะช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าไปอยู่ในกระดูก และสามารถช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพ พบว่าคนส่วนใหญ่ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมักจะขาดวิตามิน Dนอกจากนี้ เห็ด ก็สามารถช่วยกระตุ้นทำให้ภูมิคุ้มกันสร้าง NK เซล ขึ้นมาด้วย

แร่ธาตุที่สำคัญต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน คือ เซเลเนียมและสังกะสี สำหรับ สังกะสี มีผลต่อการสร้างเม็ดเลือดขาว โดยมักเจอในกลุ่มอาหารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารทะเล เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ปู กุ้ง หรือกุ้งมังกร ปลาซาร์ดีนปลาแซลมอน เป็นต้น และกลุ่มตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วชิกพี ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วแคชชูนัท และอัลมอนด์ ผักบางชนิดโดยเฉพาะเห็ดผักคะน้า หน่อไม้ฝรั่ง ผักกาด และมันฝรั่งสำหรับ เซเลเนี่ยม มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูนอิสระ พบในเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่วบราซิล และข้าวกล้อง หากมีปริมาณมากพอจะทำให้เม็ดเลือดขาวถูกกระตุ้นได้ดี

การรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่เพื่อกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้นได้หากปฏิบัติเบื้องต้นยังไม่ถูกต้องพอ การลงรายละเอียดที่ลึกกว่านี้ก็จะทำให้สับสนมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่ายากไปแนะนำว่าให้เริ่มจากการรับประทานโปรตีนให้มากเพียงพอก่อน และค่อยทำไปทีละขั้นตามที่แนะนำข้างต้น

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ศัลยกรรมช่วงโควิด หาข้อมูล วางแผน สร้างความมั่นใจ พลิกวิกฤติ เป็นโอกาส (สวย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592369

ศัลยกรรมช่วงโควิด หาข้อมูล วางแผน  สร้างความมั่นใจ พลิกวิกฤติ เป็นโอกาส (สวย)

ศัลยกรรมช่วงโควิด หาข้อมูล วางแผน สร้างความมั่นใจ พลิกวิกฤติ เป็นโอกาส (สวย)

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน เนื่องจากเป็นช่วงที่ต้องมีการควบคุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เน้นให้ประชาชนกักตัวอยู่บ้าน งดการสังสรรค์ พบปะผู้คน หรือไปในสถานที่สาธารณะ แต่ในอีกมุมหนึ่งช่วงเวลาเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการดูแลสุขภาพและความงาม เพราะทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงแสงแดด มลภาวะที่มีผลต่อสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังมีเวลาสำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่บางคนอาจจะมีแพลนเรื่องความสวยความงาม ตั้งใจจะทำศัลยกรรมและอาศัยช่วงจังหวะเวลานี้ ศึกษาหาข้อมูล ปรึกษาแพทย์ ดูรีวิวประกอบการตัดสินใจได้อย่างถี่ถ้วน ก่อนนัดทำการนัดหมาย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการผ่อนปรน แต่ทางโรงพยาบาลบางมด ก็ได้ปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด โดย นายแพทย์ธนัญชัยอัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด กล่าวว่า ด้วยเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ทำให้ทุกฝ่ายต่างร่วมมือเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้โดยเร็ว สำหรับมาตรการของทางโรงพยาบาลบางมดเพื่อรองรับกลุ่มคนไข้ทางโรงพยาบาลมีมาตรการเพื่อดูแลจุดนี้อย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องการบริหารจัดการการนัดคิวเพื่อเข้ารับบริการ ให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความแออัด หรือการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไข้ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิก่อนการเข้าโรงพยาบาล สำหรับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ก็มีการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างครบถ้วน รวมทั้งต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อยืนยันความเสี่ยงก่อนการทำหัตถการ

นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังมีการพูดคุยให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ข้อมูลการทำศัลยกรรมสำหรับคนไข้ประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจเข้ามารับบริการ เพื่อความปลอดภัยสำหรับคนไข้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ สามารถปรึกษาปัญหาความงามเบื้องต้นได้ที่โทร.02-8670606 ต่อ 1200, 084-4567777, 063-7700968 และ 062-2575499