Their Majesties donate ventilators to save lives in Bangkok #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40005305

Their Majesties donate ventilators to save lives in Bangkok


Their Majesties King Maha Vajiralongkorn and Queen Suthida on Thursday donated eight ventilators and 10 central patient monitoring systems for treatment of Covid-19 patients under Bangkok’s Department of Medicine.

Their Majesties donate ventilators to save lives in BangkokTheir Majesties donate ventilators to save lives in Bangkok

The donated medical equipment was received in a ceremony held beneath a portrait of the King and Queen by Dr Suksan Kittisupphakorn, the department’s director. He said the department is grateful for the Royal kindness and will use the equipment to help treat the rising number of Covid-19 cases in the metropolitan area.

Their Majesties donate ventilators to save lives in BangkokTheir Majesties donate ventilators to save lives in BangkokTheir Majesties donate ventilators to save lives in BangkokTheir Majesties donate ventilators to save lives in Bangkok

Bangkok reported 4,178 new infections on Thursday, taking cumulative cases in the province since April 1 to 259,155.

Their Majesties donate ventilators to save lives in BangkokTheir Majesties donate ventilators to save lives in Bangkok

Published : August 26, 2021

แผนลึก ‘ณัฐวุฒิ’ ชูเส้นทางใหม่เชื่อม ‘ทักษิณ-เยาวชน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480566

แผนลึก ‘ณัฐวุฒิ’ ชูเส้นทางใหม่เชื่อม ‘ทักษิณ-เยาวชน’

26 ส.ค. 2564

คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ “ณัฐวุฒิ” ปลุกคู่ขนานพรรคเส้นทางใหม่ สะพานเชื่อมม็อบสามนิ้วกับคนแดนไกล คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อันเนื่องจากคดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ต้องโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือนตามคำพิพากษาของศาล และได้ลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเมื่อปี 2563 ออกจากเรือนจำ แต่ก็ยังติดกำไล EM

“ณัฐวุฒิ” ถอดกำไล EM เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2564 และเขาประกาศจุดยืนทางการเมืองขอเคียงข้างอนาคตของประเทศ ขอสนับสนุนขบวนการต่อสู้ของคนหนุ่มสาว ที่ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญเข้มแข็ง

เมื่อณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ขยับเคลื่อนขบวน “คาร์ม็อบ” จึงมีเสียงตอบรับจากคนรุ่นใหม่ ต่างจากจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ชักธงไทยไม่ทนลงสู่ท้องถนน

“นี่ไม่ใช่การออกมาสู้ในนาม นปช. นี่ไม่ใช่การออกมาประกาศนำการต่อสู้โดยตัวผม ขบวนการนี้ยิ่งเดินไป นายณัฐวุฒิ ต้องยิ่งตัวเล็กลง” คำประกาศจากใจของณัฐวุฒิ

ห้วงเวลาเดียวกัน “จาตุรนต์ ฉายแสง” แถลงเดินหน้าสร้าง “พรรคเส้นทางใหม่” ที่มีเครือข่าย “ณัฐวุฒิ” เข้าร่วมด้วย จึงมีคำถามตามมา “คาร์ม็อบ” คือกระบอกเสียงของพรรคใหม่หรือไม่?

แหล่งข่าวในกลุ่มคนเสื้อแดงเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทย มีบางเรื่องที่มิอาจแสดงออกได้เช่นพรรคก้าวไกล แต่พรรคเส้นทางใหม่ อาจตอบโจทย์ของ “นายใหญ่” ในกรณีการแสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเสนอ “ทะลุเพดาน” ของเยาวชนคนรุ่นใหม่

พรรคเส้นทางใหม่ จึงมีลักษณะพรรคบางประการ คล้ายพรรคไทยรักษาชาติ แต่ก็ไม่ใช่ “บริษัทลูก” และน่าจะเป็นการร่วมลงทุน โดยให้ผู้บริหาร “เส้นทางใหม่” มีอิสระในการดำเนินกิจการ

++

ทษช.ภาคใหม่

++

ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ หัวหมู่ทะลวงฟันอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ก่อแก้ว พิกุลทอง และ เหวง โตจิราการ ได้จัดตั้ง “กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” สานต่อภารกิจหยุดการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช.

แผนลึก ‘ณัฐวุฒิ’ ชูเส้นทางใหม่เชื่อม ‘ทักษิณ-เยาวชน’

บทบาทใหม่ที่น่าจับตาของณัฐวุฒิ

ในนามกลุ่ม “ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” จาตุรนต์ และณัฐวุฒิ นำทีมไปเปิดเวทีปราศรัย 4 เวที 4 ภูมิภาค เช่น ร้อยเอ็ด, ฉะเชิงเทรา, นครศรีธรรมราช และสุโขทัย

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการก่อรูปก่อร่างสร้างพรรคการเมืองใหม่ โดยคิดอ่านตรงกันว่า จะไม่กลับพรรคเพื่อไทย

แม้วันนี้ “ณัฐวุฒิ” จะหมดสิทธิห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เพราะติดเงื่อนไขเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเพิ่งได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปี แต่ก็ไม่มีข้อห้ามสำหรับ “กองเชียร์”

จตุพร พรหมพันธุ์ และยงยุทธ ติยะไพรัช ยังแสดงบทบาทกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ อย่างสุดกำลัง “ณัฐวุฒิ” ก็ย่อมแสดงบทบาทนั้นได้เช่นกัน

ในทางนิตินัย “จตุพร-ยงยุทธ” ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ แต่ทางพฤตินัยทั้งสองคนเป็นมากกว่ากองเชียร์ ฉะนั้น ณัฐวุฒิคงไม่ต่างกัน และในวันนี้ คนวงใน นปช.ก็รู้ดีว่า “เต้นทำทุกอย่างแหละ ตัวจริงเสียงจริง”

++

สะพานเชื่อมเด็ก

++

แม้แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคเส้นทางสายใหม่บางคน จะอธิบายว่า นี่เป็นโซ่ข้อกลางในทางการเมือง ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับพรรคไทยรักไทย แต่ในแผนปฏิบัติการจริง พรรคเส้นทางใหม่คือ สะพานเชื่อม ระหว่าง “นายใหญ่” กับเยาวชนคนรุ่นใหม่เสียมากกว่า

แผนลึก ‘ณัฐวุฒิ’ ชูเส้นทางใหม่เชื่อม ‘ทักษิณ-เยาวชน’

วันนี้ของทักษิณ ที่ขอขยับใกล้เยาวชน

เดิมที ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว เป็นที่มั่นใหญ่ของ นปช. พลันที่ “ณัฐวุฒิ” เลือกพรรคไทยรักษาชาติ และ “จตุพร” เล่นเกมพรรคเพื่อชาติ ก็เห็นรอยแยกของ นปช. 2 กลุ่มชัดเจน

26 ธ.ค.2561 แกนนำ นปช.กลุ่มที่แยกวงไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ อย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ และก่อแก้ว พิกุลทอง จึงหอบข้าวหอบของออกจากอิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปเปิดสำนักข่าว “ยูดีดีนิวส์” (UDD News) ที่อาคารเอเวอรี่ มอลล์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ใกล้แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี

ช่วงปลายปีที่แล้ว “ยูดีดีนิวส์” ได้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับ “ม็อบสามนิ้ว” เต็มรูปแบบ ทุกการเคลื่อนไหวของแกนนำสามนิ้ว จะถูกถ่ายทอดผ่านยูดีดีนิวส์ตลอดเวลา

เมื่อ “ณัฐวุฒิ” หวนคืนท้องถนนในรูปแบบ “คาร์ม็อบ” ก็ได้ใช้สำนักข่าวยูดีดีนิวส์ เป็นสถานที่แถลงข่าว และประสานงานกับเครือข่ายไล่ประยุทธ์ทั่วประเทศ

สำนักข่าวยูดีดีนิวส์ ไม่ใช่องค์การกุศล แต่มีการดำเนินการในรูปบริษัท ที่มีมิตรสหายของณัฐวุฒิดำเนินการ และไม่น่าแปลกใจที่สำนักงานพรรคเส้นทางใหม่ จะอยู่ไม่ห่างไกลจากแยกแครายมากนัก

ปิดแนวรบ ‘ทักษิณ’ เคลื่อนม็อบแคร์-คาร์ม็อบ ไล่ประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480477

ปิดแนวรบ ‘ทักษิณ’ เคลื่อนม็อบแคร์-คาร์ม็อบ ไล่ประยุทธ์

25 ส.ค. 2564

แนวรบ 2 ขาเจ้าเก่า “ทักษิณ” ดีเดย์ ไล่ประยุทธ์ เพื่อไทยถล่มในสภา กลุ่มแคร์-คาร์ม็อบลุยนอกสภา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ พรรคเพื่อไทย เดินเกม 2 ขาคือ ในสภา ส่งดาวสภาซักฟอกเต็มที่ แต่นอกสภา ก็เปิดแคมเปญ “ลงมติประชาชน รวมพล #ไล่ประยุทธ์” ร่วมลงชื่อโหวตไม่วางใจรัฐบาล ผ่านเวบไซต์ change

แกนนำพรรคเพื่อไทย ประเมินว่า พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลแน่ โดยเฉพาะค่ายบุรีรัมย์ เมื่อเล่นเกมต่อรองได้ผลประโยชน์แล้ว ก็ร่วมหัวร่วมจมท้ายกันต่อไป

ปิดแนวรบ ‘ทักษิณ’ เคลื่อนม็อบแคร์-คาร์ม็อบ ไล่ประยุทธ์

เพื่อไทย ขอมตินอกสภาฯ

ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จึงพลิกเปิดเกม “ลงมติประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์” ให้รู้ว่า จำนวน “มือ” ในสภา หรือจะสู้มติมหาชน และถือเป็นการโหมโรงเก็บแต้ม

อีกด้านหนึ่ง ข้อครหา “ดีลลับ” ไม่ยื่นอภิปรายฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นเรื่องคาใจเอฟซีชินวัตร ดังนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทย จึงต้องแอ๊คชั่นให้ประชาชนเห็นว่า ไม่มีดีลลับกับใคร และเดินหน้าไล่รัฐบาลประยุทธ์ ทั้งในและนอกสภา

มีข้อน่าสังเกตว่า การเคลื่อนไหวไล่ประยุทธ์ ของพรรคเพื่อไทย ,กลุ่มแคร์ และคาร์ม็อบของณัฐวุฒิ ล้วนสอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า “ทักษิณ ชินวัตร” เดินหน้าเขย่ารัฐบาลประยุทธ์ทุกทิศทุกทาง

++

แคร์ม็อบ

++

ที่น่าจับตา กลุ่มแคร์ ภายใต้การดูแลของ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ได้ใช้แพลตฟอร์ม “CARE คิด เคลื่อน ไทย” เคลื่อนไหว “ขับไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่ง” คืนความสุขที่แท้จริงให้ประชาชน และให้ได้มาซึ่งรัฐบาลตามวิถีทางประชาธิปไตย

ปิดแนวรบ ‘ทักษิณ’ เคลื่อนม็อบแคร์-คาร์ม็อบ ไล่ประยุทธ์

กลุ่มแคร์ ขอลุยด้วย

กลุ่มแคร์ เดินเกมคู่ขนานพรรคเพื่อไทย อาศัยจังหวะสัปดาห์หน้า จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ จึงกางแผนไล่รัฐบาล

1.ร่วมลงมติประชาชนผ่านเวบไซต์ change หรือแสกน QR Code เพื่อขับไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำพาความย่อยยับมาสู่ประเทศของเรา

2.ร่วมแต่งชุดดำ ติดโบว์ดำ ปักธงดำ อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้ กลุ่มแคร์มีภารกิจหลักคือ รีแบรนด์ทักษิณ ผ่าน “โทนี่ วู้ดซั่ม” ที่จะมาพบประชาชนทางคลับเฮาส์ ทุกสัปดาห์ (อังคารเว้นอังคาร)

ที่ผ่านมา แกนนำกลุ่มแคร์ ก็คือ “คนเดือนตุลา” ในวัย 60-70 ปี พยายามจะเป็นกองเชียร์ม็อบสามนิ้วอยู่ห่างๆ และเปิดตัวกลุ่ม “OCTDEM” เรียกร้องปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังในคดีการเมือง เพื่อทอดสะพานไปหาเยาวชนคนรุ่นใหม่

++

คาร์ม็อบ

++

วันที่ 26 ส.ค.2564 ที่สำนักงานยูดีดี นิวส์ แยกแคราย นนทบุรี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ “บก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ มีนัดแถลงข่าว “Car Mob – Call Out 29 สิงหา”

คาร์ม็อบนัดส่งท้าย ก่อนศึกซักฟอกรัฐบาลประยุทธ์ “เต้น” ยังยันสันติวิธี ไม่บวก ไม่ลุย ไม่ปะทะ และจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ให้ได้

หนที่แล้ว คาร์ม็อบของเต้น เจอเหตุการณ์ปะทะกันที่สามเหลี่ยมดินแดง เต้นต้องขยับเข้าไปช่วยเจรจาลดดีกรีความร้อนแรง จึงไม่ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ แต่หนนี้ เต้นคงวางแผนที่จะเปิดปราศรัยใหญ่ให้ได้

แม้ว่าวันนี้ “เต้น” กำลังร่วมมือกับ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ตั้งพรรคเส้นทางใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เต้นตัดขาดกับเครือข่าย “คนแดนไกล” หากในความเป็นจริงทางการเมือง “เสี่ย พ.” คนสนิทนายใหญ่ ยังเป็นสปอนเซอร์พรรคใหม่ของ “เต้น-อ๋อย” อยู่

คาร์ม็อบของแกนนำ นปช.สายแยกแคราย เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณไปถึง “เยาวรุ่น” ทั้งม็อบทะลุฟ้า หรือม็อบทะลุแก๊ส ว่า “เราเป็นพวกเดียวกัน”

สรุปว่า ยุทธการไล่ประยุทธ์ทุกช่องทาง ทุกรูปแบบ เป็นเดิมพันครั้งใหม่ของ “ทักษิณ” ที่จะมีคำตอบอยู่ผลการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า

ใช่มีแต่ ‘ผู้กำกับโจ้’ ย้อนรอย ‘ฉลามดำ’ ตำรวจน้ำดีนครสวรรค์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480437

ใช่มีแต่ ‘ผู้กำกับโจ้’ ย้อนรอย ‘ฉลามดำ’ ตำรวจน้ำดีนครสวรรค์

25 ส.ค. 2564

กำจัดนิ้วร้าย “ผู้กำกับโจ้” พลิกตำนานฉลามดำ ตำรวจมือปราบนครสวรรค์ วันนี้ ยึดการเมืองท้องถิ่น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

นับแต่ “ผู้กำกับโจ้” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ถูกกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วยการใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะ เพื่อเรียกรับเงิน 2 ล้านบาท จนผู้ต้องหาเสียชีวิต ความฉาวโฉ่ของ “ตำรวจปากน้ำโพ” กลุ่มหนึ่ง สร้างความอัปยศให้แก่แวดวงตำรวจไทยอย่างร้ายแรงที่สุด

แน่นอน ผู้เจ็บปวดกับกรณีอุ้มฆ่าครั้งนี้อีกคนหนึ่ง ก็คือ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ (นายก อบจ.นครสวรรค์) ซึ่งเคยเป็น “นายตำรวจมือปราบ” น้ำดีแห่งโรงพักปากน้ำโพ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ใช่มีแต่ ‘ผู้กำกับโจ้’ ย้อนรอย ‘ฉลามดำ’ ตำรวจน้ำดีนครสวรรค์

พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ เยี่ยมบ้านเก่าโรงพักนครสวรรค์

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2564 พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ พร้อมคณะผู้บริหาร อบจ. ได้เข้าเยี่ยมชมสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ โดยมี “ผู้กำกับโจ้” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายก อบจ.นครสวรรค์ ได้เยี่ยมชมสวนหย่อม “จันทะพิงค์” ที่ได้การสนับสนุนการจัดทำด้วยงบประมาณส่วนตัวของ พล.ต.อ.สมศักดิ์ และภาคเอกชน

นายก อบจ.นครสวรรค์ มีความผูกพันกับโรงพักปากน้ำโพแห่งนี้ ซึ่งเคยมีทีมเฉพาะกิจสืบสวนปราบปรามชื่อ “ฉลามดำ” อันเลื่องลือไปทั้งสี่แคว โดยทีมฉลามดำปราบปรามคนพาล อภิบาลคนดี ตราบเท่าทุกวันนี้ ชาวนครสวรรค์ก็ยังจดจำชื่อกลุ่มฉลามดำ ในฐานะตำรวจน้ำดี

ผลพวงแห่งการเป็น “มือปราบฉลามดำ” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.สมศักดิ์ ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ. เมื่อปลายปีที่แล้ว

++

ตำนานฉลามดำ

++

ต้นตำรับมือปราบภูธรเจ้าของฉายา “ฉลามดำ” คือ พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4

ปี 2522 “พล.ต.ท.สมพงษ์” เป็นหัวหน้าสถานี ที่สมัยนั้นเรียกกันว่า สภ.ต.ปากน้ำโพ ทำหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ส่วนนอกเขตเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.อ.เมืองนครสวรรค์ ตำแหน่งคือสารวัตรใหญ่

ปี 2526 พล.ต.ท.สมพงษ์ กลับมาดำรงตำแหน่ง หน.สภ.ต.ปากน้ำโพ ครั้งที่ 2 ได้จัดตั้งทีมปราบปรามชุด “ฉลามดำ” โดยมีตำรวจคู่ใจทั้งตำรวจสัญญาบัตรและชั้นประทวน อาทิ ร.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ (พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์), ร.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ,ร.ต.ต.ต่อศักดิ์ พิมพิสุทธิ์ เเละ ร.ต.ท.ชัยยันต์ เบญจาทิกุล ,จ.ส.ต.จำเริญ วรทอง เป็นทีมงาน

“ฉลามดำ” หมายถึงนักล่าที่มีฟันแหลมคม โจมตีศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ชุดฉลามดำ มีนโยบายว่า “ต้องปราบปรามคนชั่ว อย่าทำร้ายคนดี”

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 40 ปี สติกเกอร์รูปฉลามดำ และคำขวัญ “เราชอบคนรักกัน”ยังพบเห็นอยู่ทั่วไป ตามรถจักรยานยนต์ กระจกหน้า-หลังรถยนต์ และสำนักงาน

++

ฉลามดำ-การเมือง

++

พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ไม่ใช่คนนครสวรรค์โดยกำเนิด เขาเกิดที่เชียงใหม่ แต่มารับราชการตำรวจที่นครสวรรค์ เริ่มจากเป็นผู้หมวดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรชุมแสง วนเวียนอยู่ปากน้ำโพ ก่อนได้เข้าร่วมทีมเฉพาะกิจ “ฉลามดำ” ของ พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์

ปี 2561 พล.ต.อ.สมศักดิ์ ลาออกจากราชการตำรวจ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรค ตั้งแต่ยุค พล.ต.อ.วิโรจน์ เปาอินทร์ จนถึงยุคสมพงษ์ อมรวิวัฒน์

ปี 2562-2563 พล.ต.อ.สมศักดิ์ ออกเดินสายไปทั่วภาคเหนือ ทำกิจกรรมการเมืองในนาม “กลุ่มพลเมืองร่วมใจ” ซึ่งก่อการโดยยงยุทธ ติยะไพรัช

ปลายปี 2563 อดีตมือปราบฉลามดำ พล.ต.อ.สมศักดิ์ ได้รวบรวมชาวยุทธ์แห่งแดนมังกรปากน้ำโพ มาอยู่ใต้ร่มธง “นครสวรรค์บ้านเรา” ประกาศตัวลงสมัครนายก อบจ.นครสวรรค์

นัยว่า กลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.นครสวรรค์ ทั้ง 3 พรรคคือ พลังประชารัฐ,เพื่อไทย และภูมิใจไทย

ใช่มีแต่ ‘ผู้กำกับโจ้’ ย้อนรอย ‘ฉลามดำ’ ตำรวจน้ำดีนครสวรรค์

พล.ต.อ.สมศักดิ์ อดีตมือปราบฉลามดำ ในเวทีการเมือง

ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นปากน้ำโพ ก็เป็นไปตามคาด พล.ต.อ.สมศักดิ์ กวาดแต้ม 2 แสนกว่าคะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งขาดลอย

วันนี้ ฉลามดำโลดแล่นบนคลื่นการเมืองท้องถิ่น แม้เป็นคนต่างถิ่นต่างที่ แต่บารมี “ฉลามดำ” ก็เป็นต้นทุนให้ พล.ต.อ.สมศักดิ์ ประสบความสำเร็จ

ข้อสั่งการนายกฯ ไม่ขลัง “ATK” ได้ตามคำขู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480406

ข้อสั่งการนายกฯ ไม่ขลัง “ATK” ได้ตามคำขู่

25 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/embed/bh1ZEEnxYaE

พลิกข้อสั่งการนายกฯ “ATK” ไม่ต้องผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก เตรียมนำเข้า LEPU องค์การเภสัชกรรมได้ตามคำขู่

ข้อสั่งการนายกฯ ไม่ขลัง "ATK" ได้ตามคำขู่

การแถลงข่าวว่ามีการกลับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดซื้อชุดตรวจ ATK อาจเป็นตลกร้าย หลังมีข่าวว่าบริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด บริษัทผู้นำเข้าชุดตรวจ LEPU ส่งหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนข้อสังการดังกล่าว ที่ระบุให้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ต้องผ่านการรับรองจาก WHO โดยอ้างว่าใน TOR ที่ใช้ในการประมูลชุดตรวจ ATK ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขข้อนี้ไว้ และย้ำว่าชุดตรวจ LEPU ผ่านการรับรองโดย อย.ไทย และผ่านมาตรฐานของหลายประเทศ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ATK พิสูจน์ค่า รัฐบาล บริหารตามเสียงด่า ตัดสินใจตามคำขู่
เสียดายภาษี”ชมรมแพทย์ชนบท” ซัด “ATK LEPU” เว็บ Alibaba ขายเพียง 33 บาท

การแก้ไขข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ได้รับคำอธิบายว่ามาจากทีมเลขาฯศบค.ที่ได้กลับไปพิจารณาข้อสั่งการเมื่อวันที่17สิงหาคมอีกครั้งจนได้ข้อสรุปล่าสุดจัดซื้อชุดตรวจATKซึ่งข้อความที่สำคัญต้องผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หายไปจากข้อสั่งการเดิม ทำให้มีคำถามว่า นายกรัฐมนตรี รู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อสั่งการนี้หรือไม่

ข้อสั่งการนายกฯ ไม่ขลัง "ATK" ได้ตามคำขู่

สปสช.ในฐานะเจ้าของงบประมาณ แต่ไม่มีอำนาจในการจัดหา ต้องพึ่งพาองค์การเภสัชกรรม ทำให้มีคำถามว่า ตกลงTOR ที่สปสช.กำหนด ต้องการให้ใครเป็นคนใช้ เป็นบุคคลากรด่านหน้า ตามที่แพทย์ชนบทให้เหตุผลว่าต้องมีความแม่นยำ ไม่นำมาซึ่งขั้นตอนที่ซับซ้อนต้องตรวจซ้ำด้วย RT PCR หรือไม่ หรือ หากเป็นชุดตรวจโฮมยูส เพื่อแจกจ่ายประชาชนนำไปตรวจด้วยตัวเอง ก็ยังมีราคาแพงกว่าท้องตลาดเกือบเท่าตัว   ยังมีข้อสงสัยเรื่องประสิทธิภาพของชุดตรวจที่ชนะการประมูล

ข้อสั่งการใหม่ของนายกรัฐมนตรี ยังมีข้อสังเกตว่า การระบุให้สธ.เร่งดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้อง เพื่อให้สามารถนำเข้าชุดตรวจ ATK ได้โดยเร็ว หมายถึงอะไร หากคุณสมบัติชุดตรวจที่จะนำเข้ามา มีราคาแพงกว่า สปสช.ต้องออกมายืนยัน เหตุผลของการจัดหา ตามทีโออาร์ที่กำหนดไว้ ใครเป็นคนใช้ชุดตรวจนี้ 
แต่หากเปลี่ยนเงื่อนไข ซึ่งถูกระบุว่า ดำเนินการโดยองค์การเภสัชกรรม องค์การเภสัชกรรมก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมยี่ห้อที่ชนะการประมูล จึงมีราคาแพงกว่าชุดตรวจโฮมยูสยี่ห้ออื่น ตามข้อมูลของชมรมแพทย์ชนบท

ข้อสั่งการนายกฯ ไม่ขลัง "ATK" ได้ตามคำขู่

การเปลี่ยนแปลง สาระสำคัญในข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี อาจทำให้มีปัญหาตามมาอย่างที่นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบทยกเป็นอุทธาหรณ์ว่า ต่อไปหากมีข้อสั่งการใดๆ หน่วยราชการยังไม่ต้องรับลงมือทำ รอสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์ อาจมีข้อสั่งการใหม่ที่ ชัดเจน และจำเป็นต้องทำมากกว่าและดูเหมือนว่าท่าทีที่กลับไปกลับมา ทำให้ข้อครหา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจตามคำขู่ บริหารตามเสียงด่า ดูมีราคาขึ้นมาทันที 

ป่วนแก้ รธน. ‘อนุทิน’ กอดสูตรมีชัย ขวางบัตร 2 ใบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480309

ป่วนแก้ รธน. ‘อนุทิน’ กอดสูตรมีชัย ขวางบัตร 2 ใบ

24 ส.ค. 2564

แก้รัฐธรรมนูญส่อแท้ง ‘อนุทิน’ ขวางสุดตัว พรรคภูมิใจไทยงดออกเสียง คว่ำบัตร 2 ใบ กับดักพรรคใหญ่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ส.ส. เป็น “บัตร 2 ใบ” ส่อแววไม่ไปรอด เพราะชั้นกรรมาธิการ ได้แก้เกินหลักการ พรรคก้าวไกลเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ และพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วย เล่นบท “งดออกเสียง” และ “งดใช้เสียง”

ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 24-25 ส.ค.2564 มีระเบียบวาระสำคัญเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา ว่าด้วยเรื่องระบบเลือกตั้ง ประเมินแล้ว พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ อาจผิดหวัง เพราะความไม่ช่ำชองเรื่องกฎหมาย

วันที่ 24 ส.ค.2564 พรรคภูมิใจไทย โดย ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ที่มีการเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งเป็น 2 ใบ และจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มีมติ 2 งด คือ งดออกเสียง และงดใช้เสียง

หลังการประชุมภายในของพรรคภูมิใจไทยที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.2564 มีข่าวว่า ค่ายเซราะกราวจะโหวตไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งวาระ 2 และวาระ 3 แต่อาจมีการต่อรองกันของผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีมติแค่ “งดออกเสียง”

อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้งมาแต่แรก เพราะระบบเดิม บัตรใบเดียว-จัดสรรปันส่วนผสมนั้น ดีอยู่แล้ว

นับแต่รัฐประหาร 2549 มีการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และกำหนดระบบเลือกตั้งแบบพิสดาร คือ บัตร 2 ใบ ส.ส.เขตนั้นเลือกแบบพวงใหญ่ ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบสัดส่วนแต่ละภาค แทนที่ระบบบัตร 2 ใบ ในรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เอื้อต่อพรรคใหญ่

ป่วนแก้ รธน. ‘อนุทิน’ กอดสูตรมีชัย ขวางบัตร 2 ใบ

ทีมคนหนุ่ม ค่ายสีน้ำเงินขวางแก้เป็นบัตร2ใบ

ปี 2554 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง เป็นบัตร 2 ใบ คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ปี 2560 ระบบเลือกตั้งก็เปลี่ยนเป็น “บัตรใบเดียว” จัดสรรปันส่วนผสม

ว่ากันตามตรง การออกแบบกติกาข้างต้น เพื่อสกัดการเติบใหญ่ของพรรคการเมืองในเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร แต่ผลเลือกตั้งทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จะแก้กติกาอย่างไร พรรคของทักษิณก็ชนะ ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง

++

ใบเดียวตอบโจทย์

++

หากดูผลเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และมีบัตรใบเดียว เป็นกติกาที่ตอบโจทย์พรรคภูมิใจไทยมากที่สุด

ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ได้รับทราบว่า ไม่ชนะไม่เป็นไร แต่ขอให้ทำแต้ม “เขตละ 1 หมื่นคะแนน” หากใครทำยอดได้ “2 หมื่นคะแนน” มีโบนัสให้

ผลเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล)

ภาคอีสาน ได้ ส.ส.เขต เป็นกอบเป็นกำจากสนามบุรีรัมย์เท่านั้น นอกนั้นเก็บเล็กผสมน้อย ทั้งนครราชสีมา,ศรีสะเกษ,สุรินทร์ และเลย รวมแล้ว มี ส.ส.อีสาน 16 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้ 84 คน

ภาคกลาง มี ส.ส.เขต 15 คน ส่วนใหญ่ก็เป็นฐานเสียง “บ้านใหญ่” ไม่ว่าจะเป็นปราจีนบุรี และอุทัยธานี

ภาคใต้ ได้สร้างปรากฏการณ์พิเศษ มี ส.ส.ถึง 8 คน ตรงข้ามกับภาคเหนือ ที่ไม่มี ส.ส.เลย เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร

ดังนั้น หากกลับไปใช้กติกา “บัตร 2 ใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2540 พรรคภูมิใจไทย จะเสียเปรียบ อาจกลายเป็นพรรคขนาด 20 ที่นั่งเท่านั้น

++

แค่ตัวทำแต้ม

++

นาทีนี้ พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส. 61 คน เพราะได้ ส.ส.มาเพิ่มอีก 10 คน จากพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล (แยกเป็น ส.ส.เขต 8 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน)

ป่วนแก้ รธน. ‘อนุทิน’ กอดสูตรมีชัย ขวางบัตร 2 ใบ

เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของค่ายสีน้ำเงิน

ว่ากันตามจริง ส.ส.เขต 8 คน ที่มาจากค่ายสีส้ม หากประเมินกันตามความเป็นจริง โอกาสชนะในครั้งต่อไป ถือว่ายากมาก

แม้แต่อีก 3 ส.ส.เขต ค่ายสีส้มที่เตรียมตัวจะย้ายซบภูมิใจไทย อย่าง พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย ,เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ก็เสี่ยงต่อการสอบตกทั้งนั้น

ดังนั้น ส.ส.เก่าจากค่ายสีส้ม คงเป็นตัวช่วยทำแต้ม เพื่อหวังได้เก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มเท่านั้น เมื่อมองโดยภาพรวมแล้ว “เสี่ยหนู” จึงเลือกที่จะเอาระบบเลือกตั้งแบบเดิม

ฉากชีวิต ‘ผู้ว่าฯปู’ เลือดอ่างทอง ทายาทแสงศรีโฟโต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480276

ฉากชีวิต ‘ผู้ว่าฯปู’ เลือดอ่างทอง ทายาทแสงศรีโฟโต้

24 ส.ค. 2564

ย้อนรอย “ผู้ว่าฯปู” เกิดอ่างทอง ลูกชายร้านถ่ายรูปแสงศรี เด็กหัวก้าวหน้าแห่งตลาดศาลเจ้าโรงทอง วิเศษชัยชาญ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เช้าวันที่ 24 ส.ค.2564 ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค “เอก ประทุมรัตน์” ติดแฮชแท็ก #คืนปูสู่อ่างทอง ตามด้วยข้อความว่า “ขอต้อนรับว่าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ลูกอ่างทอง เลือดอ่างทองบ้านเรา นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผมเชื่อว่า อาเจ็กปูไม่มาพักแน่นอน วัดวาอาราม 202 วัด เตรียมแสงศรีดรามาได้เลย”

ก่อนหน้านั้น “เอก ประทุมรัตน์” อัพสเตตัส เพลง “บ้านเรา” ขับร้องโดยสุเทพ วงศ์กำแหง เหมือนส่งสัญญาณว่า “ผู้ว่าฯปู” ได้กลับบ้านเกิดแน่

“บ้านเรา แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา..” และ “..เมฆจ๋า ฉันว้าเหว่ใจ ขอวานหน่อยได้ไหม ลอยล่องไปยังบ้านเขา จงหยุดพัก แล้วครวญรักฝากกับสาว ว่าฉันคืนมาบ้านเก่า ขอยึดเอาไว้เป็นเรือนตาย”

“เอก ประทุมรัตน์” นักธุรกิจหนุ่ม ที่สนิทสนมกับ “ผู้ว่าฯปู” มายาวนานในฐานะคนบ้านเดียวกันคือ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

++

แสงศรีโฟโต้

++

“ผู้ว่าฯปู” วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เกิดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2504 ที่ตลาดศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง โดยครอบครัวเปิดร้านถ่ายรูปชื่อ “แสงศรี” อยู่กลางตลาด

หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คนบ้านเดียวกันกับ “ผู้ว่าฯปู” กำลังเรียนอยู่ที่ ม.รามคำแหง ตั้งพรรคสัตยาเคราะห์ ทำกิจกรรมต้านเผด็จการทหาร ได้กลับมารวบรวมเยาวชนหัวก้าวหน้า แถววิเศษชัยชาญ ทำกำแพงข่าวโฆษณาแนวคิดประชาธิปไตย

เวลานั้น “ผู้ว่าฯปู” เรียนชั้นมัธยม รักการอ่าน ชอบเขียนกลอน และชอบทำกิจกรรม จึงรับหน้าที่เขียนข่าวในกำแพงข่าว เมื่อเกิด 6 ต.ค.2519 ฝ่ายปกครองเมืองอ่างทอง ก็มาไล่จับเด็กๆ เลยต้องหลบกันไปพักใหญ่

ฉากชีวิต ‘ผู้ว่าฯปู’ เลือดอ่างทอง ทายาทแสงศรีโฟโต้

ทายาทร้านถ่ายรูปแสงศรี ตลาดศาลเจ้าโรงทอง

ด้วยความเป็นคนบ้านเดียวกัน เมื่อปี 2538 “เฮียตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล มีตำแหน่งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา มีความจำเป็นที่จะหาคนเขียนสคริปต์ข่าวสาร รวมถึงคำปราศรัยต่างๆ “เฮียตือ” จึงนึกถึง “ผู้ว่าฯปู” ซึ่งตอนนั้น รับราชการเป็นพัฒนาชุมชนอยู่แถวสพรรณบุรี

“ผู้ว่าฯปู” มาช่วยราชการที่สำนักนายกฯ อยู่พักหนึ่ง เมื่อ “เฮียตือ” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ผู้ว่าฯปู ก็ตามไปช่วยเขียนสคริปต์ให้อีก 2 ปี ระหว่างนั้น เฮียตือได้แนะนำให้ผู้ว่าฯปู ไปเข้าโรงเรียนนายอำเภอ จนเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตข้าราชการ จากกรมการพัฒนาชุมชน มาอยู่กรมการปกครอง

ดังนั้น “ผู้ว่าฯปู” กับเฮียตือ จึงมีความรักและผูกพันกันยิ่งนัก วันที่ผู้ว่าฯปู ไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เมื่อปี 2559 “เฮียตือ” ยังนำชาวบ้านแถวอ่างทอง ตามไปไปส่งถึงจวนผู้ว่าฯ

++

คนดนตรี

++

ปี 2522 “วีระศักดิ์” ลูกชายเจ้าของร้านถ่ายรูปแห่งตลาดศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้เข้าเรียนที่คณะศิลปศาสตร์ (มนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยบูรพา (มศว.บางแสน) ด้วยความรักในการเล่นดนตรี การอ่าน และการเขียนหนังสือมาแต่สมัยเรียนมัธยมฯ เขาจึงรวบรวมเพื่อนร่วมคณะ ตั้งวงดนตรีโฟล์คซอง ‘กอไผ่’ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน

วงกอไผ่ บางแสน เป็นวงโฟล์คซองแนวเพื่อชีวิต ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงเพื่อชีวิตยุคแรก หลัง 6 ตุลา 2519 วงดนตรีเพื่อชีวิตอย่าง คาราวาน, กรรมาชน, กงล้อ, รวมฆ้อน, โคมฉาย, คุรุชน และต้นกล้า ต้องหลบหนีภัยเผด็จการไปอยู่ในเขตป่าเขา

ช่วงต้นปี 2522 สถานการณ์การเมืองเริ่มผ่อนคลาย วงเพื่อชีวิตยุคที่ 2 ในรั้วมหาวิทยาลัยเริ่มปรากฏ อย่างวงน้ำค้าง, ประกายดาว, พิราบ, หยาดฝน, ทานตะวัน,ฟ้าสาง รวมถึงวงกอไผ่ (มศว.บางแสน)

ฉากชีวิต ‘ผู้ว่าฯปู’ เลือดอ่างทอง ทายาทแสงศรีโฟโต้

สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รุ่นพี่ที่คอยเกื้อหนุน “ผู้ว่าฯปู” มาโดยตลอด

ทั้งหมดนี้เป็นเสี้ยวชีวิตของนักปกครองชื่อ “วีระศักดิ์” ลูกชายเจ้าของร้านถ่ายรูป “แสงศรี” ตลาดศาลเจ้าโรงทอง ที่ได้รับอิทธิพลทางความคิดการเมืองยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน(ช่วงสั้นๆ) จากรุ่นพี่นักกิจกรรมหัวก้าวหน้า

1 ปีที่เหลืออยู่ในชีวิตราชการ ผู้ว่าฯปู ได้กลับมาทำงานที่บ้านเก่า และคนที่ดีใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “เฮียตือ” นักการเมืองรุ่นใหญ่แห่งตลาดศาลเจ้าโรงทอง

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480223

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ

24 ส.ค. 2564

ก้าวไกล ยื่นญัตติด่วน ขวาง แก้รัฐธรรมนูญ เกินหลักการ อ้างผิด ข้อบังคับการประชุม รัฐสภามาตรา124 แต่ กรรมาธิการ ไม่ให้ราคา

วันที่24-25สิงหาคมรัฐสภาจะพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ  พรรคก้าวไกลยื่นญัตติด่วนให้รัฐสภาพิจารณาก่อนการพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาวาระ2 ว่า มีการแก้ไขเกินหลักการแก้ไขเพียงสองมาตราในวาระแรก แต่พบว่ามีการแก้ไขในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณามี9 มาตราที่ถูกแก้ไข

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ

เนื้อหาสำคัญ คือการแก้ไขมาตรา 83 ว่าด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จากเดิมสส.เขต 350คน บัญชีรายชื่อ150คน แก้ไขเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนแบ่งเขต400 คน มีบัตรเลือกตั้งสองใบเหมือนการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี2540 แยกคะแนนเป็นเอกเทศทั้งสส.เขตแลละบัญชีรายชื่อ ไม่นำคะแนนทั้งสองส่วนมารวมกัน เพื่อหาจำนวน สส.พึงมี ตามการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา  

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ

ที่มาของสส.แบบแบ่งเขตคำนวนจากจำนวนราษฎรตามทะเบียนราษฎร์ก่อนมีการเลือกตั้ง หารด้วยจำนวน สส.เขต  ผลลัพธ์เท่ากับจำนวนราษฎรต่อสส.1คน  จังหวัดใดมีจำนวนราษฎรต่ำกว่าผลลัพธ์ดังกล่าว ให้มีสส.เขตได้1คน จังหวัดใดมีจำนวนราษฎรเกินเกณฑ์ให้มีสส.เขตเพิ่มอีก1คน หากรวมทั้งสองกรณีแล้ว ได้สส.เขต ไม่ถึง400 คน ให้จังหวัดที่มีเศษเหลือมากที่สุด มีสส.เขตเพิ่มได้อีก1คน และใช้วิธีการเดียวกันนี้ ในจังหวัดใดๆที่เหลือเศษในลำดับรองลงมา จนกว่าจะได้ สส.เขต ครบ400 เขต  จังหวัดใดมีสส.เขตมากกว่า1คน ให้แบ่งเขตเลือกตั้ง ตามจำนวนสส.ของจังหวัดนั้น โดยการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องแบ่งพื้นที่เขตที่ติดต่อกันแต่ละเขตมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน 

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ

 เขตเลือกตั้งใด ที่มีจำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมากกว่า คะแนนของผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้ง ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งรายเดิม ไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่นั้น  

ส่วนการคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้งให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นสส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ตามสัดส่วนคะแนนต่อสส.บัญชีรายชื่อ 1คนคะแนนที่คำนวณได้เรียงตามลำดับหมายเลขผู้สมัครในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น  

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ

การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา83และมาตรา91 ทำให้ต้องแก้ไขมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายมาตรา เป็นที่มาการยื่นญัตติด่วนของพรรคพรรคก้าวไกลแต่หากไปดู ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่124 วรรคสาม ระบุไว้ว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น

ถก แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้ ก้าวไกล ขวาง แก้ไขเกินหลักการ

นี่เป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่า ทำไมประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขฯรัฐธรรมนูญ ไพบูลย์ นิติตะวัน จึงไม่ยี่หระต่อญัตตินี้

“เศรษฐา ทวีสิน” ซีอีโอแสนสิริ มีคำตอบเรื่องการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480161

“เศรษฐา ทวีสิน” ซีอีโอแสนสิริ มีคำตอบเรื่องการเมือง

23 ส.ค. 2564

เอาจริงมั้ย “เศรษฐา ทวีสิน” บอสใหญ่แสนสิริ หอมกลิ่นการเมือง จะเลือกเพื่อไทยหรือ Call Out รายวัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โลกยุคดิจิตอล มีนักธุรกิจใหญ่ในเมืองไทยไม่กี่คน ที่กระโจนเข้ามาเล่นโซเชียล และแสดงความเห็นทางการเมือง แม้อาจจะดูสุ่มเสี่ยงกับการถูกมองว่า อยู่ฟากฝั่งการเมืองสีไหน

สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” ซีอีโอบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย ได้สื่อสารเรื่องราวขององค์กร ,เศรษฐกิจ,สังคม,ไลฟ์สไตล์,กีฬา และการเมือง ผ่านทวิตเตอร์ @Thavisin ทุกวัน

นับแต่ปลายปีที่แล้ว “เศรษฐา” ได้ใช้โชว์จุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชนบนท้องถนน และวิจารณ์การแก้วิกฤตการเมืองของรัฐบาลประยุทธ์ต่อเนื่อง กระทั่ง เกิดการระบาดของโควิดรอบใหม่ เจ้าของอาณาจักรแสนศิริ ได้ออกมากระทุ้งรัฐบาลบ่อยครั้ง

“เศรษฐา ทวีสิน” ซีอีโอแสนสิริ มีคำตอบเรื่องการเมือง

ทวิตเตอร์ของ เศรษฐา ทวีสิน

อย่างเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 เศรษฐา ทวีตข้อความว่า “เศรษฐกิจ-การเมืองต้องไปด้วยกัน เศรษฐกิจโตแต่การเมืองไม่ดี ประเทศก็ไม่สงบ ผมขอ Call Out ให้รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญและจริงใจแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง คนตัวเล็กเข้าไม่ถึงวัคซีนล้มตายมากมาย พวกท่านไม่เห็นหรือ ต้องฟังเสียงประชาชนบ้าง อย่าฟังแต่เสียงเยินยอที่อยากได้ยิน”

มิเพียงเท่านั้น ท่ามกลางความสิ้นหวังของผู้คน เศรษฐา ได้ขายฝันแนวทางการสร้าง “เศรษฐกิจไทย” ยุคหลังโควิด ผ่านสื่อออนไลน์หลายสำนัก มาถึงวันนี้ มีคนเริ่มจับตามองการขยับตัวของเขา ว่าจะเข้าสู่การเมืองหรือไม่?

++

เรื่องบังเอิญ

++

ชีวิตส่วนตัวของ เศรษฐา ทวีสิน วัย 58 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท (บริหารธุรกิจ-การเงิน) Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ อภิชาติ จูตระกูล และ วันจักร์ บุรณศิริ ซึ่งถือเป็น 3 ทหารเสือที่นำพาบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ให้ขับเคลื่อนในวงการอสังหาริมทรัพย์

10 ปีที่แล้ว ชื่อของ “เศรษฐา” ตกเป็นข่าวดังพาดพันกับการเมืองไทย แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธว่า ไม่เคยคิดจะเล่นการเมือง ต่างจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางคนที่เปิดหน้าแสดงตัวว่า ฝักใฝ่ฝ่ายไหน

ช่วงวิกฤตโควิด เศรษฐา ได้จัดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนในหลายด้าน พร้อมเขียนบทความมองข้ามช็อตเตรียมความพร้อมหลังมรสุมลูกนี้จบ พร้อมข้อเสนอ 8 ข้อ ให้รัฐบาลและทุกภาคส่วนช่วยกันพิจารณา

ตรงจุดนี้แหละ ที่หลายฝ่ายจับตามองตัวเขามากขึ้น และโยงไปหา “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังหา “ผู้นำ” มาเป็นจุดขายใหม่ของพรรคเพื่อไทย

บังเอิญเหลือเกิน ช่วงเดือน ก.ค.2564 จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ได้ประสานงานช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่ขยายโรงพยาบาลสนาม ซึ่ง ส.ส.จิราพร โพสต์เฟซบุ๊ค ขอบคุณภาคเอกชนรายหนึ่ง ที่ส่งเตียงสนามให้โรงพยาบาลพนมไพร และโรงพยาบาลโพนทราย และโรงพยาบาลหนองฮี

ภาคเอกชนรายนั้น ก็คือ “เศรษฐา ทวีสิน” ซีอีโอแสนสิริ ที่ทวีตข้อความว่า “แสนสิริซื้อเตียงกระดาษ ส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่ต่างจังหวัด ครั้งนี้ส่งไปสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ เพื่อส่งต่อไปที่ รพ.สนามที่ขาดแคลนเตียง…”

รูปธรรมข้างต้นนี้ มองว่างานช่วยเหลือสังคมก็ได้ หรือจะข้ามช็อตไปถึงเส้นทางการเมืองของ “เศรษฐา ทวีสิน” ก็ได้เช่นกัน

++

ไม่เป็นนายกฯ

++

สุดสัปดาห์ที่แล้ว “เศรษฐา” ไปร่วมวงเสวนาทางข่าวสด-Clubhouse ว่าด้วยเรื่องโควิด สุขภาพและเศรษฐกิจไทย แต่ก็ถูกถามว่า มีเสียงเชียร์ให้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม มีความสนใจบ้างหรือไม่

เศรษฐา ตอบว่า “ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน ตอนนี้ผมมั่นใจว่าผมยังไม่สามารถที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้..ผมว่ามันไม่ใช่ เพราะต้องแบกภาระของประชาชน 70 ล้านคนไว้ ถ้าเราทำไม่ได้มันไม่ใช่เราพังคนเดียว มันพังทั้งประเทศ”

“เศรษฐา ทวีสิน” ซีอีโอแสนสิริ มีคำตอบเรื่องการเมือง

เศรษฐา ทวีสิน

นอกจากนี้ เศรษฐายังเสนอว่า “ผมเชื่อว่ามีผู้ใหญ่หลายท่านที่มีความสามารถ มีความเหมาะสม มีความพร้อมมากกว่า นักการเมืองก็ไม่ใช่หมายความว่าจะใช้ไม่ได้ ก็มีหลายท่านหลายพรรคที่เสนอตัวอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ และไม่ใช่ว่านาย ก นาย ข หรือจะเป็นนายเศรษฐามานั่งได้ ผมว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ”

นี่คือท่าทีของซีอีโอแสนศิริ ต่อข้อสงสัยของหลายคนว่า เขาจะลงมาลุยการเมืองหรือไม่? เนื่องจากระยะนี้ เขาได้แสดงบทบาทผู้นำทางความคิดในการแก้ไขวิกฤตชาติบ่อยครั้ง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “บิ๊กโจ๊ก” สู่ตำแหล่งสูงสุดในชีวิตปี 65 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/480129

ซินแสเข่ง ผ่าดวง ” บิ๊กโจ๊ก ” สู่ตำแหล่งสูงสุดในชีวิตปี65

23 ส.ค. 2564

“บิ๊กโจ๊ก” ดวงชะตาถูกกับดวงเมือง เป็นคนทะเยอทะยาน กล้าได้กล้าเสีย มีดวงราชาให้มั่นคง สมพงษ์กับอาชีพตำรวจสูง เคยรุ่งโรจน์แล้วร่วง ปลายปีนี้แจ่มใส่ สู่ตำแหน่งสูงสุดในชีวิตปี65

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึก “บิ๊กโจ๊ก” ว่าที่ ผช. ผบ. ตร. พล.ต.ท. สุรเชษฐ หักพาล

ซินแสเข่ง ผ่าดวง " บิ๊กโจ๊ก " สู่ตำแหล่งสูงสุดในชีวิตปี65

เกิดเมื่อวันที่ 29 เดือนตุลาคม ปี 2513 ปีจอ ธาตุทอง มีดวงชะตาที่สมพงษ์กับอาชีพตำรวจสูง เป็นคนที่ไม่นิ่งอยู่ที่ ทะเยอทะยาน กล้าได้กล้าเสีย

ดวงชะตา“บิ๊กโจ๊ก” ถูกกับดวงเมือง และดวงผู้นำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา แต่อาจจะมีขัดใจกับผู้ใหญ่บางคน ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ

แต่ด้วยพลังแห่งกำลังธาตุ ทำให้ผ่านมรสุมชีวิตตนเองมาแล้วกว่าสองปี มาถึงปีนี้ 2564 เป็นช่วงเปลี่ยนถ่าน

เมื่อดาวแห่งความสำเร็จเมื่อดวงดาวโคจรส่งผลเสริมดวงชะตา ให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่การงาน ให้ประสพความสำเร็จ 

แต่ “บิ๊กโจ๊ก” ยังมีดาวอุปสรรคทียังมีเหตุให้เกิดขึ้น ปัญหาจุกจิก เรื่องไม่เป็นเรื่อง ไร้สาระ ให้อึดอัดใจบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย ทุกอย่างคลี่คลายแจ่มใสขึ้นในปลายปีนี้ และจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสูงสุด ในปี 2565 และ 2566

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ดวงของ “บิ๊กโจ๊ก” หรือ พล.ต.ท. สุรเชษฐ หักพาล เป็นบุคคลที่ให้ความจริงใจ มีดวงที่มีกำลังธาตุที่เสริมอำนาจบารมีให้มีตำแหน่งสูงสุด

และมีดวงชะตาที่มีความสมพงษ์เหมือนได้นั่งเก้าอี้สามขามาเกิด มีดวงอุปถัมภ์ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ถึงแม้นจะมีมรสุมบ้าง แต่ทุกอย่างจะผ่านพ้น อุปสรรคทำอะไรไม่ได้

เพราะมีดวงราชาให้มั่นคง อย่าเครียดวิตกกังวลมากนัก หมั่นปฏิบัติตนทางศาสนาบ้าง เมื่อปฎิบัติแล้ว จะทำให้สำเร็จได้ดั่งใจที่ตนเองปราถนา