ก.อ.แต่งตั้ง “อัยการ” บิ๊กล็อต ระดับ รอง อสส.- รองอธิบดีฯ 917 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480498

ก.อ.แต่งตั้ง”อัยการ”บิ๊กล็อต ระดับ รอง อสส.- รองอธิบดีฯ 917 ราย

25 ส.ค. 2564

ก.อ.ประชุมแต่งตั้ง”อัยการ”ล็อตใหญ่ ระดับ รอง อสส. – รองอธิบดีฯ 917 ราย “ชาติพงษ์” มือปราบคดีทุจริต รอง อสส.เบอร์ 7 ขยับขึ้นรอง อสส.เบอร์1 “อิทธิพร” คุม อธ.คดีอาญา “โกศลวัฒน์” กลับเมืองกรุง นั่ง รอง อธ.คดีเเขวง “ประยุทธ” พุ่งขึ้นรองอธ.คดีพิเศษ

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุมก.อ. ครั้งที่ 8/2564โดยมีวาระสำคัญแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการตั้งแต่ระดับรองอัยการสูงสุด จำนวน 6 ราย, ผู้ตรวจการอัยการ 9 ราย, อธิบดีอัยการ 75 ราย, รองอธิบดีอัยการ 104 ราย

อัยการพิเศษฝ่าย 152 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 6 จำนวน 98 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 5 จำนวน 109 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 4 จำนวน 117 ราย, ข้าราชการอัยการชั้น 3 จำนวน 120 ราย, อัยการอาวุโส  21 ราย และอัยการอาวุโส (ตั้งใหม่) 106 ราย จำนวน11 บัญชี  รวม 917 ราย ซึ่งมีการพิจารณาเสร็จในช่วงบ่าย
 

โดยมีอัยการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้นับการแต่งตั้งโยกย้ายที่น่าสนใจดังนี้

นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอัยการสูงสุดอาวุโสลำดับที่ 7 เป็นรองอัยการสูงสุดลำดับที่ 1 

นายชาติพงษ์ขึ้นชื่อในฝีมือเรื่องปราบการทุจริต ฯ มีประสบการณ์มาก เคยเป็นรองอธิบดีอัยการคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงานคุมคดีสำคัญ ของสำนักงานคดีพิเศษหลายคดี

เช่น คดีบริษัท ฟิลิป มอร์ริส  นำเข้าบุหรี่โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งขณะนี้มีกรณีพิพาท ระหว่างประเทศไทยกับประเทศฟิลิปปินส์ เกี่ยวกับองค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ

คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นซึ่งเกี่ยวพันถึงคดีทุจริตฟอกเงินเครือข่ายวัดธรรมกาย  คดีทุจริตธนาคารกรุงไทย ฯ ปล่อยกู้ กลุ่มบริษัทกฤษดามหานครโดยทุจริตซึ่งมีอดีตนายกรัฐมนตรี เเละนักการเมือง นักธุรกิจ นายธนาคาร ตกเป็นจำเลย

เเละยังมีคดีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน รวมถึงคดีทุจริต การฟอกเงินในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านโดยก่อนขึ้นรอง อสส.ได้เข้ามาคุมคดีเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนถือเป็นอัยการมากฝีมือ เชี่ยวประสบการณ์ ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนเที่ยงตรง ซึ่งการเป็นรอง อสส.อันดับ1 ทำให้ได้เป็น ก.อ.โดยอัตโนมัติ

นายบัณฑูร ทองตัน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงานภาค 8 อดีตอัยการมือว่าความคดีทวงคืนหาดเลพัง มูลค่านับหมื่นล้านคืนจากกลุ่มนายทุนเป็นอธิบดีอัยการภาค8

นายสุวิช ชูตระกูล อธิบดีอัยการปกครองเพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกจากตั้งให้เป็น ก.อ. ประเภท ข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไปด้วยคะแนนสูงสุด  เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาเป็นอธิบดีอัยการภาค7

นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อธิบดีอัยการ สำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ มีผลงานในการพัฒนาปรับระบบการทำงานเพิ่มคุณภาพการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการอำนวยความสะดวกในงานคดีต่าง ๆ ซึ่งในระดับอธิบดีถือว่า นายไพรัชมีคิวอาวุโสลำดับต้นๆ เตรียมจะขึ้นรองอัยการสูงสุดในปีต่อไป 

อีกทั้งสมัยนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นอสส. ก็เคยเป็นเลขานุการมาแล้ว  ได้เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง ซึ่งมีขอบเขตอำนาจพิจารณาสั่งคดีเเขวงทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ

นายศักดา ช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองจ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญในจังหวัดใหญ่ภาคใต้เนื่องจากจ.ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวมีข้อพิพาทกับนายทุนคดีใหญ่เกี่ยวกับโรงเเรมบุกรุกป่าสงวน ซึ่งสำนักงานดังกล่าวจะมีบทบาทในการพิทักษ์ที่ของรัฐเป็นพวกที่ดินผืนป่าเเละชายทะเล จากนายทุน 

โดยนายศักดาปัจจุบันเป็นเลขาธิการสำนักอบรมศึกษาเเห่งเนติบัณฑิตยสภาหรือครูใหญ่เนฯ รวมถึงยังได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.อ. เป็นศิษย์เก่ารร.สวนกุหลาบวิทยาลัย จบปริญญาโทด้านกฎหมายจาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเเละ ปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยดีคิ่น รุ่น28 เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน

นายอิทธิพร เเก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา  

ซึ่งนายอิทธิพรถือเป็นลูกหม้อของสำนักงานอัยการคดีอาญามาอย่างยาวนานและเป็นมือแก้ต่างคดีอาญาให้กับข้าราชการทั่วประเทศที่ถูกฟ้องเพราะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงมีความเหมาะสม เเละประสบการณ์การทำงานที่จะคุมสำนักงานคดีอาญาซึ่งเเบ่งๆเป็น12กองงาน

มีคดีใหญ่สำคัญต้องรับผิดชอบเข้าในพื้นที่สำคัญจาก สถานีตำรวจในพื้นที่ตอนเหนือเป็นพื้นที่หลัก รวมถึงรับคดีจากกองปราบปรามเข้ามาพิจารณาสั่งคดีนอกจากนี้นายอิทธิพรมีคิวที่จะขึ้นถึงอัยการสูงสุดในอนาคตด้วย

นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) อดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขยับขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานก.อ.ซึ่งถือเป็นงานบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการทั้งหมด มีบทบาทสำคัญการดูเสนอบัญชี แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ 

สำหรับนายธรัมพ์ ที่ได้ขยับขึ้นในสำนักงานเดิมหมายถึงได้รับความเชื่อใจจากผู้บริหารในการจัดบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการด้วยความเป็นธรรมเเละเหมาะสม นอกจากนี้ยังเคยเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมาก่อนนี้ด้วย

นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เเละรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ขยับขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาพระโขนง

นายวิรุฬห์  ฉันท์ธนนันท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสำนวนคดี กปปส.ที่ศาลอาญาพิพากษาลงโทษเเกนนำหลายคนขึ้นเป็น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร

นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดีอัยการสำคัญคือ น.ส.นารี ตันฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย  และนายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ

ซึ่งทั้ง2คนเป็น ก.อ.ยังอยู่ในตำเเหน่งเดิม จึงไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ทั้งนี้น.ส.นารี มีคิวที่จะขึ้นเป็น อสส.หญิงคนเเรกของประเทศ ต่อจากนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน ว่าที่ อสส.คนต่อไป 

สำหรับตำแหน่งระดับรองอธิบดีอัยการที่น่าสนใจ นายโกศลวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 9 เป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง 

สำหรับนายโกศลวัฒน์ เคยดำรงตำเเหน่งผู้อำนวยการสำนักกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด บทบาทที่ผ่านมาของนายโกศลวัฒน์

ถือเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการทำงานช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสมาโดยตลอด โดยการสนับสนุนผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการมอบรางวัล “คนดีที่เรายกย่อง” เคยออกหน้าประสานงานด้านกฎหมายช่วยเหลือน้องปาล์ม เด็กหญิงที่โดนรถของรพ.แห่งหนึ่งชนจนพิการตลอดชีวิต

ซึ่งภายหลังชนะคดีได้รับค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาล เมื่อตอนโดนย้ายไปเป็นรองอธิบดีภาค9 ก็ได้รับเเต่งตั้งให้เป็นโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เเถลงผลงานการดำเนินคดีทุจริตฯในภาค พร้อมให้ความรู้กฎหมายประชาชนเเละข้าราชการเกี่ยวกับคดีทุจริตฯเพื่อเป็นเเนวทางในการปฏิบัติไม่ให้ต้องคดี ซึ่งได้รับการตอบรับชื่นชม

นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1  รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 

สำหรับนายประยุทธ มีบทบาทเป็นที่รู้จักในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยกาาสูงสุด โดยนั่งตำเเหน่งในทีมโฆษกมายาวนานถึง 3 สมัยรวม  6 ปีรับหน้าที่เเถลงข่าวคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเเละคดีใหญ่สะเทือนขวัญ

สำคัญหลายคดี จากที่เข้ามาดูคดีพิเศษ เเละเติบโตเป็นระดับรองอธิบดีที่สำนักงานนี้เเสดงว่าได้รับไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้บริหาร เพราะสำนักงานคดีพิเศษเป็นสำนักงานที่รับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และคดีป้องกันและปราบ ปรามการฟอกเงิน หรือปปง.ซึ่งรวมถึงคดีการเมืองเเละการชุมนุมของม็อบการเมืองต่างๆ

สำนักงานดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญ นายประยุทธ จบหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 59 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เคยดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดหลายจังหวัด เช่น สมุทรปราการ สระบุรี อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงอุบลราชธานี แล้วขยับเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการอยู่ 4 ปี ก่อนจะเลื่อนเป็นอัยการพิเศษฝ่ายสำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ รับผิดชอบการบริหารจัดการด้านอาคารและที่ดินของสำนักงานอัยการสูงสุด

นอกจากนี้ยังได้รับแต่งตั้งจาก รมว.ยุติธรรมให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของกระทรวงยุติธรรม และเป็นประธานพัฒนากฎหมายและอนุกรรมการพัฒนากฎหมายของหน่วยราชการอีกหลายคณะ

นายธีรวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ เลขานุการอัยการสูงสุด เป็นรองอธิบดีเเรงงานภาค2 สำหรับนายธีรวัฒน์ เป็นพนักงานอัยการรุ่น100ปีและเป็นนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 59 รุ่นเดียวกันกับนายประยุทธ  เพชรคุณ

ผลงานโดดเด่นเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนจนเกิดสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นผู้มีส่วนสำคัญในคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์และงบประมาณจนสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับจัดสรรงบประมาณบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างยอดเยี่ยมถึงสองปีซ้อน 

ในส่วนระดับฝ่ายที่น่าสนใจ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 ยังอยู่ตำเเหน่งเดิมถือเป็นอัยการมือสอบสวน ฝีมือดี เคยได้รางวัลอัยการดีเด่นจบหลักสูตรเอฟบีไอ จากสหรัฐ ฯ รุ่นเดียวกับ ‘บิ๊กดำ’ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ โดยมีผลงานสมัยอยู่สอบสวนลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายเเดนลุยคดีปล้นปืน

ล่าสุดได้รับคำสั่งให้ร่วมสอบสวนคดี ฟอกเงิน สหกรณ์รถไฟ หลังดีเอสไอร้องขอ ซึ่งนายวัชรินทร์มีคิวขึ้นระดับ รอง อธ.ปี65

ระดับอัยการอาวุโสที่น่าสนใจ อาทิ เรือโทสมนึก เสียงก้อง อัยการอาวุโสสำนักงานคดีอาญา 1 ซึ่งเคยเป็นอดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานคดีพิเศษ 1 นางอินทรานี สุมาวงศ์ อัยการอาวุโสสำนักงานคดีภาษีอากร เป็นอัยการอาวุโสสำนักงานต่างประเทศ

ส่วนบัญชีอาวุโสที่แต่งตั้งใหม่ที่น่าสนใจได้เเก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) คนปัจจุบันที่นั่งในตำเเหน่ง 2 ปีเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานอัยการสูงสุด

นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รอง อสส. เป็นอัยการอาวุโสสำนักงานวิชาการ

โดยหลังจากนี้จะมีการนำเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯเเต่งตั้งให้มีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

กำจัด จนท.เลว นายกฯ สั่งดำเนินคดี “ผู้กำกับโจ้” ถึงที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480486

กำจัด จนท.เลว นายกฯ สั่งดำเนินคดี”ผู้กำกับโจ้”ถึงที่สุด

25 ส.ค. 2564

รองโฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก เผย นายกฯ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้ดำเนินคดี “ผู้กำกับโจ้” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล กับพวกจนถึงที่สุด ให้กำจัดเจ้าหน้าที่เลวออกจากหน่วยงาน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด

กรณีพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 7 คน ได้กระทำการข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้ผู้อื่นเสียหาย ร่วมกันข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใดและร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย

ให้ทุกหน่วยงานกำจัดเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมเลวร้าย ทุจริตในหน้าที่ ออกจากหน่วยงานตามกฎหมาย การกระทำใดที่มีผลกระทบต่อสังคมและประชาชนต้องกำจัดออกไปเพื่อไม่ให้บุคคลนั้นมีโอกาสเติบโตใช้ตำแหน่งหน้าที่สร้างความเสียหายต่อส่วนรวม นายกรัฐมนตรี ย้ำ

สำหรับ  ผู้กำกับโจ้ หรือ  พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล  เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 57  เป็นที่รู้จักในแวดวงไฮโซ ในฉายา “โจ้ เฟอร์รารี่”

เนื่องจาก เป็นเจ้าของรถเก๋งสปอร์ตหรู  ลัมบอร์กินี รุ่น Aventador LP 720-4 50 Anniversario” ฉลองครบรอบ 50 ปี ผลิตออกมา 100 คันทั่วโลก ซึ่ง ผู้กำกับโจ้ เป็นเจ้าของคันแรกในประเทศไทย ซึ่งสนนราคาประมาณ  46 ล้าน  

นอกจากนี้ ยังมีสปอร์ตคาร์ อีกหลายคัน เช่น เฟอร์รารี่ จนได้ฉายาจากลูกน้องว่า ผู้กำกับโจ้ เฟอร์รารี่  

ผู้กำกับโจ้ สร้างผลงานในด้านการปราบปรามยาเสพติด จับกุมเครือข่ายยาเสพติดมาอย่างเนื่อง จนได้ติดยศ พ.ต.ท. ในฐานะตำรวจปราบปรามยาเสพติดมือฉมัง 

“พระบรมราชโองการ” แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจระดับนายพล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480471

“พระบรมราชโองการ” แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจระดับนายพล

25 ส.ค. 2564

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “พระบรมราชโองการ” ประกาศ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง และพระราชทานยศตำรวจชั้น”นายพล” 3 นาย

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.64  “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง และพระราชทานยศตำรวจชั้น”นายพล” 

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง และพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราชกิจจาฯประกาศกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดฯ

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ประธานศาลฎีกา

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายทหารหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบมาตรา ๔ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการ และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ 

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง และพระราชทานยศ   ตำรวจชั้นนายพล จำนวน ๓ นาย ดังนี้ 

๑. พลตำรวจตรี พรเทพ จันทร์ชิดฟ้า ตำแหน่ง นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์และ หน่วยปฏิบัติการยุทธ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจตรี) ดำรงตำแหน่ง นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงาน นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์และหน่วยปฏิบัติการยุทธ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจโท) และพระราชทานยศ พลตำรวจโท 

๒. พลตำรวจตรี วิมพันธุ์ ราชประดิษฐ์ ตำแหน่ง นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์  หน่วยปฏิบัติการยุทธ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจตรี) ดำรงตำแหน่ง นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์และ หน่วยปฏิบัติการยุทธ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจโท) และพระราชทานยศ พลตำรวจโท 

๓. พันตำรวจเอก ณัฐพล พงศ์พยุหะ ตำแหน่ง นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงาน นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์และหน่วยปฏิบัติการยุทธ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พันตำรวจเอกพิเศษ) ดำรงตำแหน่ง นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจ ราชองครักษ์ในพระองค์ สำนักงานนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์และหน่วยปฏิบัติการยุทธ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตำรวจตรี) และพระราชทานยศ พลตำรวจตรี 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ 

ประกาศ ณ วันที่ ๒o  สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

"พระบรมราชโองการ" แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจระดับนายพล

"พระบรมราชโองการ" แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจระดับนายพล
อ่านรายละเอียด http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/196/T_0005.PDF

รัฐสภา เห็นชอบร่าง รธน. “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480455

รัฐสภา เห็นชอบร่าง รธน. “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ”

25 ส.ค. 2564

รัฐสภา เห็นชอบร่าง รธน. แก้ไขม.83 “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ”เสียงข้างมาก476 :70 เสียง ชินวรณ์ ชี้ หวังแก้ปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง ปรับให้มี 2 ใบ เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนต่อการใช้สิทธิเลือกส.ส.-เลือกพรรค

ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. …. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 วาระที่สองฉบับใหม่ที่กมธ.ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม

หลังจากสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายอย่างกว้างขวางแล้ว และกรรมาธิการได้ใช้สิทธิชี้แจงประเด็นที่สมาชิกรัฐสภาตั้งคำถาม

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ. เสียงข้างมาก อภิปรายชี้แจง ว่าการแก้ไขระบบเลือกตั้งตามที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอนั้นเพื่อต้องการแก้ปัญหาเรื่องบัตรเขย่งและผลเลือกตั้งที่ทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยและกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

นอกจากนั้นการปรับให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต่อการใช้สิทธิเลือกส.ส.เขต และเลือกพรรค

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนเป็นขั้นตอนที่เตรียมพร้อมไว้ เมื่อรัฐสภาเห็นพ้องสามารถใช้ช่องทางพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติได้ ทั้งนี้การตั้งข้อแม้และสร้างข้อจำกัดต่อการผ่านร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมมองว่าการเริ่มต้นให้แก้ไขจะนำไปสู่การเปลี่ยนปลงครั้งสำคัญที่เปลี่ยนบริบททางการเมือง ไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิม

ทั้งการเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านระบบบัตรเลือกตั้งสองใบจะทำให้การเมืองไม่กลับไปวังวนเดิมคือการถอดสลักทางการเมือง ชินวรณ์ กล่าว

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ. เสียงข้างมาก อภิปรายว่า การกำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ นั้นไม่เป็นการจำกัดสิทธิต่อการออกเสียงลงคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในมาตรา3แก้ไข ม. 83 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ด้วยคะแนน 476  เสียงต่อ 70 เสียง งดออกเสียง 91 เสียง เห็นด้วยกับการแก้ไขของกมธ.เสียงข้างมาก หลังจากที่ใช้เวลาพิจารณารวมกว่า 4 ชั่วโมง 30 นาที

บุกสภายื่นสิระสอบ อัยการ-ดีเอสไอ ปล่อย “คดีอ่างวิคตอเรีย” ลอยนวล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480450

บุกสภายื่นสิระสอบ อัยการ-ดีเอสไอ ปล่อย”คดีอ่างวิคตอเรีย”ลอยนวล

25 ส.ค. 2564

รณสิทธิ์ บุกสภาร้องสิระ กมธ.กม.สภาขอให้สอบสวนข้อเท็จจริง อัยการ -ดีเอสไอ ส่อสมคบคิด ปล่อย”คดีอ่างวิคตอเรีย” ลอยนวล

ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง “คดีอ่างวิคตอเรียฯ” โดยในวันพรุ่งนี้ ( 26 ส.ค.64 )  นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และสตรี จะเข้ายื่นหนังสื่อถึง นายสิระ เจนจาคะ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร  เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี นายกำพล  วิระเทพสุภรณ์ หรือ “เสี่ยกำพล วิคตอเรีย”(เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเคร็ท) กับพวก

ทั้งนี้เนื่องจาก บุคคลดังกล่าวถูกดำเนินคดีฐาน ค้ามนุษย์,ค้าประเวณี,ผิดพ.ร.บ.สถานบริการ และ ผิด พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งได้มีการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ จนอัยการกลับคำสั่งไม่ฟ้องคดี

อีกทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ  DSI มีความเห็นไม่โต้แย้งการกลับคำสั่งของอัยการ ว่าเป็นกรณีที่น่าจะมีผู้ใดผู้หนึ่งในกระบวนการยุติธรรมได้ละเว้น การปฎิบัติหรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ อันมีลักษณะคล้ายกับคดีลูกกระทิงแดง   

นายรณสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การยื่นหนังสือถึงกมธ.กม.ถือเป็นการยื่นหนังสือครั้งแรกในการร้องทุกข์ให้ตรวจสอบ อัยการและกรมสอบสวนคดีพิเศษ  เกี่ยวกับประเด็นการค้ามนุษย์ในสถานบันเทิงวิคตอเรีย ตกเป็นคดียืดเยื้อมานานกว่าสามปี จนอัยการที่ดูแลสำนวนคดีสั่งไม่ฟ้อง ขณะที่ DSI มีความเห็นไม่โต้แย้งการกลับคำสั่งของอัยการไม่ฟ้องผู้ต้องหารายสำคัญ   

จึงต้องการให้กมธ.กม.สภาฯได้ทำการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐท่านใดในทุกอันดับเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมจนทำให้เกิดผลเสียของคดีตามที่เห็นกันอยู่ เป็นการสั่งไม่ฟ้อง

“เรามีความเชื่อในพยานหลักฐานเพียงพอควรส่งฟ้องแต่สิ่งเหล่านี้ มีเจ้าหน้าที่คนใดพัวพ้นบ้าง จึงยื่นให้กมธ.กม.สภาฯตรวจสอบ”  นายรณสิทธิ์  กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้องจบก่อนเกษียณ มูลนิธิรณสิทธิ์ ร้อง ปปช. 

“สะสาง”คดีวิคตอเรียฯ”ถาม “อสส.”ยังสั่งฟ้อง”เสี่ยกำพล”หรือไม่

จี้อัยการสูงสุดชี้แจงคดีอ่างวิคตอเรียฯไม่ฟ้อง 

ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และสตรี กล่าวว่า  ตามหลักการ หลังส่งหนังสือร้องเรียนเข้าไปแล้ว ขั้นตอนแรก เรียกให้ผู้ร้องเข้ามาชี้แจงถึงเหตผู้ร้องสงสัย ได้ตรวจสอบ หลังจากนั้นกมธ.ฯอาจตั้งอนุกมธ. รวบรวมข้อมูลสรุปอีกครั้งจะเรียกพยานหลักฐานอะไรบ้าง 

“เรามีความหวังว่า จะมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมา ถ้าสมมติว่าทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง หรือใครก็ตามมีพยานหลักฐานชิ้นใหม่ ที่ไม่ใช่หลักฐานเดิมที่เคยฟ้องไปแล้วและถูกสั่งไม่ฟ้อง แต่ประเด็นสำคัญต้องการให้ตรวจสอบเจ้าหน้ารัฐที่เข้ามาพัวพันช่วยเหลือผู้ต้องหา ถ้ามี ไม่ให้เป็นแบบอย่างในคดีต่อไป” ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และสตรี   กล่าว 

“ผู้ต้องหา คือคุณกำพล  ซึ่งกำลังหลบหนีอยู่  โดยเมื่อสองปีที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้าไปพร้อมกับ ลูกกับเมียเหมือนกัน  แต่หนังสือของคุณกำพล  ติดอยู่ ด้วยเหตุที่ว่า คดีคุณกำพล เป็นคดีนอกราช จึงไม่สามารถสั่งคดี หรือ ถอนหมายจับ คุณกำพล ต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้สั่ง

อย่างไรก็ตาม  นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบันจะเกษียณอายุราชการเดือนกันยายนนี้ ทางเราเป็นห่วงว่าก่อนเกษียณจะทิ้งทวนสั่งคำสั่งอะไรที่ผิดแผกจากหลักปฏิบัติทั่วไปหรือไม่

“ไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ ซ้ำสองในคดีเดียวกัน เพราะลูกเมียถูกสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว โดยที่เราไม่รู้ข้อมูลข่าวสารอะไรเลย มาวันหนึ่งสั่งไม่ฟ้อง ถ้าวันหนึ่งสั่งไม่ฟ้อง มีการลงนามเรียบร้อยแล้วจากผู้ที่มีอำนาจสั่งไม่ฟ้องก็หมายความว่าคดีนั้นๆจะสิ้นสุดเด็ดขาด ผู้ต้องหาหลุดไปเลย เราไม่อยากให้เกิดกับผู้ต้องหารายสุดท้ายที่เป็นเจ้าของสถานบริการแห่งนี้ ไม่อยากให้เกิดขึ้นเหมือนกรณีคุณบอส อยู่วิทยา สั่งไม่ฟ้องและหลุดคดีไปเลย ถ้าจะสั่งให้ฟ้องต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม” นายรณสิทธิ์  กล่าวย้ำ   

ทั้งนี้  มูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์และสตรี จะยื่นหนังสือเพื่อให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในคดีอ่างวิคตอเรียฯ ต่อนายสิระ  เจนจาคะ  กมธ.กม.สภาฯ ในวันที่ 26 ส.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 

“แรมโบ้” จัดคดีให้ ณัฐวุฒิ – สมบัติ เพิ่มอีกหลายกระทง ปลุกระดมป่วนบ้านเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480448

“แรมโบ้”จัดคดีให้ ณัฐวุฒิ – สมบัติ เพิ่มอีกหลายกระทง ปลุกระดมป่วนบ้านเมือง

25 ส.ค. 2564

“แรมโบ้”จัดคดีให้ ณัฐวุฒิ – สมบัติ เพิ่มอีกหลายกระทง ปลุกระดมป่วนบ้านเมือง คนหนักแผ่นดินเช่นนี้ต้องเอาเข้าคุกเข้าตารางให้หมด อย่าให้มีที่ยืนในสังคมไทย

25 สิงหาคมนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นัดหมายการ
ชุมนุมแบบคาร์ม็อบวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคมโดยระบุว่าก่อนที่จะออกมาเคลื่อนไหวขอให้นายณัฐวุฒิ และนายสมบัติ มีจิตสำนึกบ้างว่าการออกมาเคลื่อนไหวจะทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายมากน้อยแค่ไหน  ประชาชนเดือดร้อนหรือไม่  

และที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าการเคลื่อนไหวสร้างแต่ความรุนแรงประชาชน ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บ

อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการระบาดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย โดยหากเกิดเป็นคลัสเตอร์ขึ้นมาแล้วยังจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์และนายณัฐวุฒิ กับนายสมบัติ จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย เพราะที่กระทำอยู่คือการสั่งการให้ทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งตัวการและผู้ร่วมกระทำการ
 

นอกจากนี้การออกมาเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิและนายสมบัติยังอยากให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นเพราะหากบ้านเมืองไม่สงบมากเท่าไรก็จะเป็นการกดดันให้นายกฯลาออกโดยเร็วขึ้น

และเพื่อที่ฝ่ายตนเองก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้นด้วย เพื่อหวังกลับมามีอำนาจรัฐ รับโบนัสกันถ้วนหน้าจากนายทุนใหญ่ที่สั่งการ
 

แรมโบ้ เสกสกล กล่าวอีกว่า ตนเองมองว่าคนอย่างนายณัฐวุฒิและนายสมบัติ หากเห็นแก่บ้านเมืองและประชาชน ก็คงหยุดการเคลื่อนไหวไปตั้งนานแล้ว แต่ที่ออกมาเคลื่อนไหว น่าจะเพราะมีใบสั่ง และคิดว่าหากทำสำเร็จจะทำให้ตัวเองร่ำรวย มีอำนาจขึ้นมาอีก โดยไม่สนใจความเป็นความตายที่อาจจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ตนเองก็ขอย้ำกับประชาชน หรือเยาวชนที่จะเข้าร่วมกับนายณัฐวุฒิ ว่ากำลังถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ และให้กระทำผิดกฎหมาย แต่นายณัฐวุฒิและนายสมบัติ ต่อสู้ชนะ เพื่อตนเองจะได้สุขสบาย เอาตัวรอด ตนห่วงแต่เยาวชนที่ออกมาก่อความรุนแรงที่ติดคุกติดตารางแทนแกนนำเหล่านี้ 

ดังนั้นตนจึงต้องตัดไฟต้นลมกับนายณัฐวุฒิและนายสมบัติ ที่คิดแต่ก่อกรรมทำเข็ญอย่างไม่รู้จักหยุดยั้ง เป็นการซ้ำเติมประเทศชาติประชาชนหนักยิ่งขึ้นทุกวัน

จึงจำเป็นต้องให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกับทั้งสองคนเพิ่มเติมในหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระ เพื่อเอาสองคนนี้ที่กำลังคิดร้ายต่อแผ่นดินไทย เข้าไปอยู่ในคุกในตารางให้ได้ มิให้ทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน คนหนักแผ่นดินเช่นนี้ เป็นภัยร้ายต่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่สมควรมีที่ยืนในสังคมนี้อีกต่อไป แรมโบ้ กล่าว

“อธิบดีกรมศิลปากร” พ่วงรองอีก 2 คน กอดคอกันเกษียณสิ้นกันยาปี 64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480440

“อธิบดีกรมศิลปากร” พ่วงรองอีก 2 คน กอดคอกันเกษียณสิ้นกันยาปี64

25 ส.ค. 2564

ปลัดวธ.เผยยอดผู้เกษียณอายุราชการปี 64 จำนวน 152 ราย ระบุ มี “อธิบดีกรมศิลปากร” รองอธิบดีกรมศิลปากร 2 ราย-ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 1 ราย และวัฒนธรรมจังหวัด 12 ราย

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ปลัดวธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้รับรายงานว่า ในเดือนตุลาคมปี 2564 นี้มีข้าราชการของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ที่ต้องพ้นจากราชการเนื่องจากครบเกษียณอายุเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปจำนวน 152 ราย อาทิ

นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร นางสาววิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร นายจารึก วิไลแก้ว รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายวิเชียร อนันตศิริรัตน์ ผู้อำนวยการกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นางแสงแข โคละทัต ผู้อำนวยการกองกิจการนักเรียน นักศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นต้น

ปลัดวธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีข้าราชการในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ วัฒนธรรมจังหวัด 12 ราย ได้แก่ 1.นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ 2.นายณพงศ์ ใบหมาดปันจอ วัฒนธรรมจังหวัดสตูล 3.นายธนิตศักดิ์ อุ่นตา วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม 

4. นายเผด็จ สุขเกษม วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย 5.นางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น 6. นางปิยนุช ศรีสุข วัฒนธรรมจังหวัดพังงา

7.นางลัดดา หงสุรพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี 8.นางสมศรี รักนุ้ย วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา 9.นายสโรช รัตนมาศ วัฒนธรรมจังหวัดน่าน

10.นางสุชาดา หิรัญภัทรานันท์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม 11.นายเสน่ห์ สายเย็นใจ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และ12.นายอนันต์ นาวิไล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก 

โดยสามารถดูรายละเอียดรายชื่อผู้เกษียณอายุราชการของกระทรวงวัฒนธรรม ได้ที่กลุ่มสรรหาและทะเบียนประวัติ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม https://www.m-culture.go.th/recruit/ewt_dl_link.php?nid=1489&filename=index

ทั้งนี้ เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรม ได้มีนโยบายสำหรับข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ โดยขอให้รวมกลุ่มกันเป็นสมาชิกชมรมข้าราชการอาวุโสของวธ.เพื่อดูแลเรื่องสวัสดิการข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไปแล้วให้ดูแลกันอย่างใกล้ชิด

รวมไปถึงเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม และคอยเป็นที่ปรึกษา พี่เลี้ยงให้กับข้าราชการ ให้กำลังใจคนรุ่นใหม่และสานต่องานวัฒนธรรมในอนาคต

ตัวแทนกลุ่มอาชีพ “เสริมความงาม” ยื่นหนังสือร้องคลายล็อก เยียวยา ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480410

ตัวแทนกลุ่มอาชีพ”เสริมความงาม” ยื่นหนังสือร้องคลายล็อก เยียวยา ฉีดวัคซีน

25 ส.ค. 2564

ไทยสร้างไทยนำตัวแทนกลุ่มอาชีพ”เสริมความงาม”ยื่นหนังสือสภาเรียกร้องคลายล็อก เยียวยา ฉีดวัคซีน หลังผู้ประกอบอาชีพเสริมความงามได้รับผลกระทบจำนวน 34,250 ร้าน 153,200 คน

วันนี้ (25 ส.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น. ที่อาคารรัฐสภา พรรคไทยสร้างไทย นำโดย ดร.ณรงค์ รุ่งธนวงศ์ ผู้อำนวยการพรรค นายเจตบัญชา อำรุงจิตชัยและ ดร.เกณิกา ตาปสนันทน์ รองโฆษกพรรค นำตัวแทนสมาคม ชมรม สถาบัน กลุ่มอาชีพเสริมความงาม ที่นำโดยนางสาวสมเพชร ศรีชัยโย เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตัวแทนกลุ่มอาชีพ"เสริมความงาม" ยื่นหนังสือร้องคลายล็อก เยียวยา ฉีดวัคซีน

กรณีขอมาตรการผ่อนปรนให้เปิดร้าน เร่งเยียวยา และฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเสริมความงาม ต่อ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน
 

โดยนายเจตบัญชา กล่าวว่า จากมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้มทำให้มีผู้ประกอบอาชีพเสริมความงามได้รับผลกระทบจำนวน 34,250 ร้าน กระทบ 153,200 คน และสร้างมูลค่าความเสียหายเกือบ 2,000 ล้านบาท

ตัวแทนกลุ่มอาชีพ"เสริมความงาม" ยื่นหนังสือร้องคลายล็อก เยียวยา ฉีดวัคซีน

“เราจึงขออาสาเป็นกระบอกเสียงแทนคนตัวเล็กในกลุ่มอาชีพเสริมความงาม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งปิดร้านที่เป็นสถาน
ประกอบการที่ให้บริการทำผมและความงาม เร่งเยียวยา และเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนอาชีพเสริมความงาม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็วที่สุด”

ตัวแทนกลุ่มอาชีพ"เสริมความงาม" ยื่นหนังสือร้องคลายล็อก เยียวยา ฉีดวัคซีน

ขณะที่ ดร.ณรงค์ ผู้อำนวยการพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางพรรคได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหลากหลายอาชีพมาก ถึงข้อเรียกร้องการเยียวยาหลังรัฐบาลออกมาตรการต่าง ๆ ในวันนี้ตัวแทนผู้ประกอบการได้ทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ในส่วนของสถานประกอบการทำผม ทำเล็บ กว่า 153,000 คน

นั่นหมายความว่า ยังส่งผลต่อครอบครัวอีกหลายสายคน NEXT NORMAL ที่พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอ คือสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งเตรียมการให้คนไทย จึงขอเน้นย้ำสิ่งที่พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการ

คือ การเตรียมการให้คนไทยได้อยู่กับโควิดได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้มีช่วงเวลาที่จำนวนผู้ติดเชื้อต่ำมากเพียงพอ ให้มีการปรับ
BUSINESS MODEL และ ECOSYSTEM ใหม่ ให้สอดคล้องกับ NEXT NORMAL เพื่อเปิดการทำมาหากิน ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุด

“ปรเมษฐ์” ขอบคุณ 7 กต. แม้ไม่ได้ไปต่อ ขอเดินหน้าสู้เพื่อความถูกต้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480408

“ปรเมษฐ์” ขอบคุณ 7 กต. แม้ไม่ได้ไปต่อ ขอเดินหน้าสู้เพื่อความถูกต้อง

25 ส.ค. 2564

“ปรเมษฐ์”ขอบคุณ”7ก.ต.”ที่ให้ความเป็นธรรมแม้ไม่ได้ไปต่อ ยันเดินหน้าใช้สิทธิสู้ต่อเพื่อความถูกต้อง เเนะรื้อกติกาใหม่

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการตุลาการ(กต.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมาไม่อนุมัติ “ปรเมษฐ์ ” เป็นผู้พิพากษาอาวุโส 1 ต.ค. โดยให้พ้นจากราชการทันทีนั้น จากการตรวจสอบพบเบื้องหลังการลงมติอย่างน่าสนใจ 

ทั้งนี้ในการประชุมกต.เมื่อวันที่ 23 ส.ค.  ก่อนการลงมตินางเมทินี ชโลทร ประธานศาลฎีกาได้ออกจากที่ประชุมเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกนายปรเมษฐ์  โตวิวัฒน์  อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต และ ประพฤติมิชอบกลาง

จากนั้น การประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.)  โดยมี นางวาสนา หงส์เจริญ รองประธานศาลฎีกา ดำเนินการเป็นประธานที่ประชุมแทนชั่วคราวเกี่ยวกับวาระการพิจารณาว่านายปรเมษฐ์จะได้ไปดำรงตำเเหน่งผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่

โดย ผลการลงมติครั้งแรก ก.ต.มีมติ 7 ต่อ 7 เสียง ทำให้ประธานในที่ประชุมต้องลงมติชี้ขาดว่า ไม่เห็นชอบ 8 ต่อ 7 ให้นายปรเมษฐ์ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ปรเมษฐ์” เตรียม ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ฟ้อง “ประธานศาลฎีกา”

ก.ต. ไม่อนุมัติ “ปรเมษฐ์ ” เป็นผู้พิพากษาอาวุโส 1 ต.ค. พ้นจากราชการทันที

จับตา ประชุมกต. ปรเมษฐ์ หวังขอ”คืนความเป็นธรรม”

นายปรเมษฐ์  เปิดเผยว่า  “ขอขอบคุณ ก.ต.7 ท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความเป็นธรรม  ส่วนก.ต.อีก 7 ท่านที่มีส่วนในการพิจารณาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสนั้น ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส ฉบับที่ 4 พ.ศ.2560 มาตรา 6/1 มาตรา8/1 และมาตรา 9

เพราะการได้รับความเสียหายเช่นนี้ ยากที่จะเยียวยาในภายหลัง โดยจะพิจารณาใช้สิทธิ์ตามกฎหมายและสิทธิทางศาลต่อไป
 

เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายดังกล่าวแล้วต้องแต่งตั้ง ให้ ข้าราชการตุลาการผู้นั้นเข้าดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส ในกรณีที่ใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องดำเนินคดี

เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 และมาตรา 4 คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สิทธิเสรีภาพได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เเละปวงชนชาวไทยได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคกัน 

ศรีสุวรรณ ร้อง ปปท. สอบแพทย์นครสวรรค์ ออก “ใบรับรองเสียชีวิต” มีพิรุธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480391

ศรีสุวรรณ ร้อง ปปท. สอบแพทย์นครสวรรค์ ออก”ใบรับรองเสียชีวิต” มีพิรุธ

25 ส.ค. 2564

ศรีสุวรรณจ่อร้อง ป.ป.ท.สอบแพทย์นครสวรรค์ออก”ใบรับรองเสียชีวิต หนุ่มถูกถุงคลุมหัวดับ ทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่

“ศรีสุวรรณ จรรยา” จับพิรุธแพทย์นครสวรรค์ออก“ใบรับรองการเสียชีวิต” ในคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหา จนเสียชีวิต 

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 64  นายศรีสุวรรณ จรรยา  เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่า จากกรณีที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะผู้กำกับโจ้ใช้ถุงคลุมศีรษะรีดเงิน 2 ล้าน ฆ่าพ่อค้ายาเสพติดจนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในขณะนี้นั้น 

ล่าสุด ในสื่อออนไลน์ต่างๆยังมีการเปิดเผยเอกสารอีกหนึ่งฉบับ คือหนังสือรับรองการตายของผู้ต้องหา ที่ออกโดยแพทย์จากโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ พร้อมระบุสาเหตุการเสียชีวิตโดย สันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาได้เสียชีวิตเพราะพิษจากสารแอมเฟตามีน ซึ่งหลังจากมีเอกสารนี้เปิดเผยออกมา จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอย่างมาก ว่าการกระทำในคลิปกับการระบุสาเหตุการตายในเอกสาร มันขัดแย้งกันหรือไม่

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน หมายจับ “ผู้กำกับโจ้” กับพวก เจอ 3 ข้อหาหนัก

บุกค้นบ้าน สารวัตรโจ้ หรือ “ผู้กำกับโจ้” ย่านรามอินทรา

ลือหึ่ง “ผู้กำกับโจ้” หนีออกนอกประเทศ ก่อนหมายจับออก 25 ส.ค.


ทั้งนี้ การเขียนสาเหตุของการตายว่า  “สันนิษฐานว่า พิษจากสารแอมเฟตามีน” ซึ่งระบุเหตุแห่งที่ตายคือการ Overdose ซึ่งตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏในคลิปวิดีโอโดยชัดแจ้ง การเขียนในลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่า เป็นการจดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการหรือไม่ ซึ่งหาพิสูจน์แล้วว่าเป็นการร่วมมือกันกับตำรวจในกรณีดังกล่าวจริง

แพทยสภาจะต้องดำเนินการถอนถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ในลำดับถัดไปด้วย เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์อย่างร้ายแรง

อย่างไรก็ตามแม้เป็นแค่หนังสือรับรองการตายหรือใบ ท.ร. ให้ญาตินำไปขอใบมรณะบัตรที่อำเภอ จะได้นำศพไปทำพิธีได้ ซึ่งหนังสือรับรองการตายมีความมุ่งหมายเพื่อเก็บสถิติการตาย ไม่เกี่ยวกับใบชันสูตรพลิกศพที่หมอจะออกมาให้ตำรวจเพื่อใช้ทำคดี

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อศพมาถึง รพ. การแอดมิทตรวจร่างกายทั่วไปว่าพบร่องรอยชัดเจนใดๆ ที่เป็นสาเหตุการตายหรือไม่ หรือทำแค่ฟังตำรวจให้ว่าเสพยาบ้ามาและช็อคหมดสติไปเท่านั้น

เพราะถ้าเป็นการตายผิดธรรมชาติตามระเบียบต้องมีการผ่าชันสูตรศพเท่านั้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา148 วรรคหนึ่งกำหนด แล้วจึงออกใบชันสูตรศพให้อีกครั้ง ว่าตายจากสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งจะนำไปสู่การไต่สวนโดยศาล ตามมาตรา 150 ว.3  และ ว.5 ต่อไป แต่ประเด็นสำคัญคือ ศพได้ผ่าจริงๆหรือไม่ เท่านั้น

กรณีดังกล่าวเป็นข้อพิรุธ ที่อาจเชื่อได้ว่าแพทย์จากโรงพยาบาลดังกล่าว อาจร่วมมือกับตำรวจในการจัดทำเอกสารใบรับรองการตายอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอันตรายต่อกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง  

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อสอบสวนเอาผิดนายแพทย์คนดังกล่าว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสที่ 26 ส.ค. 64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ท.อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด