LIFE & HEALTH : อย่าปล่อยให้ความเครียดเล่นงานลูกน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597274

LIFE&HEALTH : อย่าปล่อยให้ความเครียดเล่นงานลูกน้อย

LIFE&HEALTH : อย่าปล่อยให้ความเครียดเล่นงานลูกน้อย

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนอาจไม่ทราบว่า เด็กสมัยนี้ก็มีความเครียดไม่แพ้ผู้ใหญ่ แต่การแสดงออกของหนูน้อยวัยใสนั้นจะแตกต่างไป ด้วยเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีพัฒนาการทางภาษายังไม่ดีพอ ไม่สามารถพูดสื่อสารความรู้สึกได้มากนัก จึงแสดงออกมาเป็นปัญหาพฤติกรรมหรืออาการทางกาย เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับฝันร้าย ขาดสมาธิ ดื้อ ก้าวร้าว ข้อมูลจาก รศ.พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เปิดเผยว่า ความเครียดเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ หรือชั่วคราว เด็กสามารถใช้ทักษะหรือความสามารถในการแก้ไขหรือจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ถ้าได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่รอบข้างจนก้าวข้ามฅปัญหาหรือความเครียดนี้ไปได้ ทำให้เกิดการเรียนรู้เรื่องความอดทน การปรับตัว การใช้สติในการแก้ไขปัญหา มีความยืดหยุ่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่หากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเครียดเรื้อรัง รุนแรงและไม่มีผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือก็จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการการเรียนรู้และความจำ โรคทางกาย โรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า ของเด็กตามมาในอนาคตได้

ในฐานะพ่อแม่จึงไม่ควรมองข้ามเรื่องเครียดของลูกน้อย และควรหมั่นสังเกตอาการของลูกดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ทั้งในเรื่องความคิด พฤติกรรม อารมณ์ และพัฒนาการ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจเกิดผลเสียในระยะยาวได้

เด็กเด็กก็เครียดเป็น

ความเครียดเป็นภาวะอารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม ซึ่งเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตามความเครียดล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ รวมถึงพัฒนาการการเรียนรู้ ผ่านทางพฤติกรรมและอุปนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอาการที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ก็คือ เด็กวัยก่อนเรียนจะมีอาการต่างๆ เช่น อารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ติดแม่มากขึ้น เจ็บป่วยบ่อยๆ ปวดท้อง ปวดศีรษะ อาเจียน นอนหลับยาก ตื่นกลางดึก ฝันร้าย นอนละเมอ ปัสสาวะรดที่นอน หรือมีพฤติกรรมที่ผิดแปลก เช่น ดูดนิ้ว ดึงผม กัดเล็บ หรือมีคำพูดแง่ลบ เช่น ไม่มีใครรัก หนูทำไม่ได้ส่วนเด็กวัยเรียนที่โตขึ้นมาหน่อยก็จะสามารถเล่าถึงความเครียดที่มีให้เราได้รับรู้มากขึ้น เนื่องจากมีความเข้าใจทางภาษาและสามารถแสดงออกทางความคิดความรู้สึกที่หลากหลายตามวัยหรืออุปนิสัยของเด็กแต่ละคน เช่น เริ่มโกหก เกเร ดื้อ การเรียนแย่ลงไม่ยอมไปโรงเรียน หรืออาจแยกตัวไปอยู่ตามลำพัง มีปัญหาสัมพันธภาพกับเพื่อน ทะเลาะกับพ่อแม่มากขึ้น หรืออาจมีอาการซึมเศร้า โดยจากเดิมเป็นคนพูดเก่งก็กลายเป็นคนพูดน้อยลง เงียบขรึมผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้จะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความรุนแรงของสถานการณ์ที่มากระตุ้น วิธีการปรับตัวของเด็ก และการมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

เรื่องเครียดๆ ของเด็กเด็ก

ความเครียดเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ลูกยังเป็นวัยทารก หากลูกหิว ผ้าอ้อมแฉะอยากให้อุ้ม หรืออยู่ในภาวะที่รู้สึกไม่สบาย และไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่หรือตอบสนองอย่างเหมาะสม เนื่องจากมารดาพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด กังวล หรือบางคนอาจจะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ส่วนใหญ่ความเครียดของเด็กโตมักจะเกี่ยวกับการเรียน ยิ่งในยุคของการแข่งขันที่สูงขึ้น เรื่องของการศึกษาจึงมักเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้เด็กรู้สึกไม่มีความสุขและเครียดจากการเรียน เช่น การบ้านที่มากเกินไป การแข่งขันในเรื่องเรียน การสอบต่างๆ หรือเกิดจากการใช้ชีวิตในโรงเรียน เช่น ครูไม่เข้าใจเด็ก เพื่อนแกล้ง โดนบูลลี่ โดนกีดกันออกจากกลุ่ม รวมถึงเรื่องของความเปลี่ยนแปลงที่ต้องปรับตัว เช่น เข้าโรงเรียนใหม่ ย้ายบ้าน พ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้งกันก้าวร้าวรุนแรงหรือเลิกรากันไป การสูญเสียคนหรือสัตว์เลี้ยงที่รัก ภัยอันตรายที่มาคุกคาม โรคระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องเรียนออนไลน์ และไม่สามารถออกไปเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านได้ นอกจากนี้อาจเกิดจากการคาดหวังและกดดันลูกเกินไปของพ่อแม่ ทั้งนี้หากลูกของคุณเป็นเด็กที่มีความวิตกกังวลได้ง่ายไวต่อการกระตุ้น มีความอ่อนไหว ก็อาจมีความเครียดได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่นที่ไม่คิดอะไรมาก รวมทั้งความเครียดของพ่อแม่ที่อาจส่งผลต่อไปยังลูกให้เครียดได้ด้วย

อย่าปล่อยให้ความเครียดเล่นงานลูก

เมื่อเกิดความเครียดขึ้น เด็กอาจจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้พ้นจากความเครียดนั้นได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรหาทางป้องกันและวิธีปฏิบัติเพื่อช่วยคลายเครียดให้แก่เด็กๆ ดังนี้

l การยอมรับในความสามารถของเด็ก พ่อแม่ไม่ควรบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่เขายังไม่พร้อม หรือกดดันลูกจนเกินไปโดยเฉพาะเรื่องการเรียน เด็กเเต่ละคนมีความสามารถ มีสิ่งที่ชอบ และความถนัดที่แตกต่างกัน หากลูกได้เรียน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและมีความสนใจเป็นพิเศษ ก็จะทำให้เขาเกิดความกระตือรือร้น มีความเข้าใจ และมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

l พูดคุยสนทนากันอย่างสร้างสรรค์ พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับการพูดคุยกันในทางบวก การชมเชยและการให้กำลังใจลูก พร้อมรับฟังความคิดเห็นของเขาด้วยความห่วงใยและเข้าใจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี อีกทั้งยังช่วยให้รู้ว่าลูกมีปัญหาหรือมีเรื่องอะไรที่กังวลใจอยู่หรือไม่ เพื่อช่วยให้ลูกได้ผ่อนคลายพร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันอย่างเหมาะสม

l ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว อย่าลืมที่จะใช้เวลากับลูกของคุณด้วยการทำกิจกรรมที่คุณและลูกชอบร่วมกันด้วยความสนิทสนม เช่น เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ท่องเที่ยว เล่นดนตรี ทำงานศิลปะ ฯลฯ นอกจากช่วยสร้างความเพลิดเพลินและทำให้เด็กๆ มีความสุขจนลืมเรื่องเครียดๆ ได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มความรัก ความอบอุ่นในครอบครัวได้อีกด้วย

l เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆ นอกจากการเรียน ควรให้ลูกได้เรียนรู้ปรับตัวด้านสังคมควบคู่กันไป โดยให้เขาได้ทำกิจกรรมอื่นและเล่นกับเพื่อนๆ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้และทดลองทำในสิ่งที่แปลกใหม่ เพื่อให้เขาได้ปรับตัวเข้ากับสังคมและรู้จักกับความผิดพลาดบ้าง เด็กๆจะได้เกิดการเรียนรู้ รู้จักปรับตัว หรืออาจมีสถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหา ฝึกความอดทนและยืดหยุ่นมากขึ้น

l การแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสม การให้ลูกเรียนรู้ที่จะแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องจำเป็น เช่น ไม่ควรตามใจเด็กมากเกินไป อาจให้เด็กร้องไห้บ้าง แล้วเมื่อเด็กหยุดร้องไห้ ก็อธิบายเหตุผลให้เด็กได้ทราบถึงข้อดีข้อเสีย เพราะในบางครั้งการได้ร้องไห้ก็เป็นการระบายความเครียดได้ดีอีกอย่างหนึ่ง และเด็กจะได้ไม่เก็บความเครียดสั่งสมเอาไว้

แม้ความเครียดไม่ใช่โรค แต่หากเมื่อไรที่แวะเวียนเข้ามาจนกัดกินความสุขและส่งผลเสียกับลูกของคุณ คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจพร้อมกับหมั่นคอยดูแล อย่าปล่อยปละละเลยและรีบหาวิธีขจัดออกไปให้เร็วที่สุด

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ครัวเคลื่อนที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน มอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597186

ครัวเคลื่อนที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน  มอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ฉีดวัคซีน

ครัวเคลื่อนที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน มอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ฉีดวัคซีน

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นผู้แทนมอบอาหารโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จัดพิธีเปิดครัวเคลื่อนที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2564 จัดเลี้ยงอาหารให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งสนับสนุนแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดฉีดวัคซีน โดยมีร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, นุชนารถประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมในงานณ ลาน Event Park A ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2564

ภายในงานมี สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, บดินทร์ เกษมศานติ์นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา,ร้อยตำรวจตรี ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา, พจนารถ สุทธิพร ประกันสังคมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปพน ด่านชัยวิโรจน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค, ดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค, นพ.ธัชชัย บำรุงสงฆ์รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา, นพ.พันธนศักย์ มหายศนันท์ แพทย์ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลราชธานี และ อุดม ขำมี สาธารณสุขอำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเชฟจิตอาสา นำโดย เชฟเอก เมืองนนท์ร่วมพิธีเปิดและร่วมกันประกอบอาหารปรุงสุก จำนวน 600 กล่อง เพื่อนำไปมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ฉีดวัคซีนร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช, นุชนารถ ประทีปธีรานันต์ มอบอาหารให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ และจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดฉีดวัคซีนร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช, นุชนารถ ประทีปธีรานันต์ มอบอาหารให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ และจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดฉีดวัคซีนนุชนารถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา ร่วมปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนนุชนารถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา ร่วมปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนนุชนารถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา

นุชนารถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยาดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์คดร.สมพล รัชตพิมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์คร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช มอบอาหารให้ประชาชน

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช มอบอาหารให้ประชาชน

‘RID GOODS’ กรมชลฯ จับมือ ‘ชาคริต’ อัพเกรดวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597266

‘RID GOODS’กรมชลฯ จับมือ‘ชาคริต’อัพเกรดวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูสุขภาพ

‘RID GOODS’กรมชลฯ จับมือ‘ชาคริต’อัพเกรดวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูสุขภาพ

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชาคริต แย้มนาม

กรมชลประทาน ผุดโครงการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นนวัตกรรมใหม่ “RID GOODS” พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร สร้างรายได้ชาวบ้านด้วยเมนูอาหารสุขภาพ เน้นพืชผักสมุนไพรท้องถิ่น สูตรของ “ชาคริต แย้มนาม”

จากการเยียวยาช่วงแรกหลังการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร จ.ชลบุรี สู่การเพิ่มศักยภาพของวัตถุดิบชุมชน เปลี่ยนจากผู้ได้รับผลกระทบให้กลายเป็นผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง ด้วยโครงการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นนวัตกรรมใหม่ “RID GOODS” โดยกรมชลประทาน ซึ่งในปีแรกนี้ ได้ดาราและเชฟคนดัง ชาคริต แย้มนาม มาร่วมสร้างสรรค์เมนูจากของดีของชุมชนรอบอ่างฯ ทั้ง ปลานิล และพืชผักสมุนไพรต่างๆ

นายมหิทธิ์ วงศ์ษา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า RID GOODS เป็นโครงการพัฒนาวัตถุดิบเชิงสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยใช้ทรัพยากรในแหล่งพื้นที่ชุมชนที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบเดิม โดยมีที่ปรึกษาและวิทยากรผู้ชำนาญการ

ถึงสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นอุปสรรค แต่ความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน กรมชลประทานจึงทลายข้อจำกัดด้วยการจัดกิจกรรมการฝึกอบรมออนไลน์เชิงปฏิบัติการ ผ่านแอปพลิเคชั่น ZOOM เพื่อลดความเสี่ยง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมี ชาคริต แย้มนาม เป็นวิทยากรสอนการทำเมนูสุดพิเศษผ่านจอกันสดๆ

“ช่วงสองปีที่ผ่านมา มีโควิด-19 ระบาด เกษตรกรกลุ่มนี้ที่เราไปส่งเสริมอาชีพก็จำหน่ายสินค้าได้น้อยลง เราก็เลยจัดโครงการ RID GOODS ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมการนำผลผลิตรอบๆ อ่างเก็บน้ำมาเพิ่มมูลค่าและคุณค่ามากยิ่งขึ้น โดยเราเลือกคุณชาคริตมาเป็นวิทยากร เพราะเป็นทั้งพระเอกและเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหาร”

ด้าน ชาคริต แย้มนาม ในฐานะเชฟกิตติมศักดิ์ที่ได้มาสร้างสรรค์เมนูพิเศษถึง 3 เมนู ให้ชาวบ้านได้นำไปต่อยอดเปิดเผยว่า ทั้ง 3 เมนูที่เขาครีเอท ได้แก่ ปลานิลคาราเกะ, ซอสมะขามสามรส และเครื่องดื่มสมุนไพรกระเจี๊ยบอบเชย ล้วนเป็นพัฒนามาจากวัตถุดิบที่มีในชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร ทั้งสิ้น

อย่างเช่น ปลานิล ซึ่งเป็นพันธุ์ปลาที่มีอยู่เดิมในบริเวณนั้น พอมีการสร้างอ่างเก็บน้ำ จึงมีการขยายพันธุ์ปลาขึ้นเป็นจำนวนมาก และประชาชนได้นำไปใช้ประโยชน์ทั้งในแง่การบริโภคและการประมง เขาจึงใส่ไอเดีย เปลี่ยนจากเมนูปลานิลธรรมดาอย่างต้ม ผัด แกง ทอด ให้เป็นอาหารสไตล์ฟิวชั่น “คาราเกะ” นอกจากจะทำง่าย รสชาติอร่อย ยังเก็บรักษาได้นาน ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง

มหิทธิ์ วงศ์ษา

“ผมรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติครับที่ได้มาช่วยสร้างสรรค์เมนูที่แปรรูปปลานิลได้จากชุมชนเกาะจันทร์แห่งนี้ แนวความคิดที่ผมนำมาสร้างสรรค์คืออยากทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้ว ผู้บริโภคที่ซื้อไปแล้วเก็บได้นาน แล้วนำมาปรุงสุกหรืออุ่นร้อนเองได้ ซึ่งก็จะเกี่ยวกับเรื่องการถนอมรักษาอาหารด้วย คือการเก็บแช่แข็งได้ เมื่ออยากกินก็นำมาอุ่นหรือทำให้สุกอีกครั้ง ก็จะปลอดภัยต่อสุขภาพด้วยครับ ผมคิดให้เข้ากับยุคสมัยนี้ที่โควิด-19 กำลังระบาด และตรงกับคอนเซ็ปต์ของเขยจันท์อยู่ด้วยที่เป็นอาหารแช่แข็งที่นำมาทำกินร้อนได้ ต้องขอบคุณกรมชลประทานมากครับที่ได้นำโครงการดีๆ อย่าง “RID GOODS”มาให้ผมได้มีส่วนร่วม”

ส่วนเมนูซอสมะขามและเครื่องดื่มสมุนไพรกระเจี๊ยบอบเชย คืออีกสองเมนูสุดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวัตถุดิบท้องถิ่นเนื่องจากการมีอ่างเก็บน้ำทำให้ชาวบ้านจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกร ผลผลิตอย่างมะขาม, กระเจี๊ยบ และอบเชย ก็เป็นของดีที่เขาต้องการนำมาต่อยอด

นางสุรีย์พร ทรายทอก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 13 ชุมชนเกาะจันทร์ บอกว่า สุดท้ายแล้วคนที่ได้ประโยชน์จากโครงการก็คือชาวบ้านเอง ที่ตอนนี้ได้ประยุกต์สิ่งใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่มีอยู่เดิมอีกหลายชนิด

“โครงการ RID GOODS เราคิดว่าพอหมดโควิด-19 เราจะได้เอาสินค้าจากการอบรมไปขายที่ตลาด ก็น่าจะโอเค เพราะยังไม่มีใครเคยทำ ปกติเราจะเห็นแค่ปลาทอด ปลาราดพริก พอเป็นปลานิลคาราเกะ ก็เป็นของแปลกใหม่ของชุมชนเรา พวกเราก็ได้ความรู้ใหม่ๆ เรื่องการสร้างสรรค์เมนูอาหารจากคุณชาคริต”

ด้าน นายวุฒิชัย นรสิงห์ ผู้อำนวยการโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง รัชชโลทร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ RID GOODS เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต่อยอดมาจากการเยียวยาผลกระทบของการสร้างอ่างเก็บน้ำจากเดิมที่ชาวบ้านเคยไปซื้ออาหารเข้ามาในราคาแพง ปัจจุบันก็ผลิตได้เอง เมื่อมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการมีน้ำอุดมสมบูรณ์ ก็มีผลิตภัณฑ์อาหารมากขึ้นทั้งสำหรับรับประทานเองและมีเหลือก็นำไปขาย รายได้แต่ละปีทำให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้ ถ้าดู GDP ของชุมชนเกาะจันทร์หลังจากมีอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ พบว่าในปี 2561 มี GDP สูงกว่าเดิม 2-3 เท่า”

สุดท้าย นายมหิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแค่อยากให้ชาวบ้านได้เอาวัตถุดิบที่เป็นผลพลอยได้ จากการพัฒนาโครงการ มานำเสนอแล้วสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือแม้แต่เกษตรกรที่อยู่บริเวณโครงการได้มีรายได้มากขึ้นยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แบบนี้ ผมว่าการจำหน่ายอาหารเป็นอาชีพก็ยังคงทำรายได้ดีอยู่ ถ้าเรามีช่องทางการพัฒนาของดีในชุมชน เพิ่มมูลค่า และต่อยอด อย่างยั่งยืนต่อไป”

ทั้งนี้ สามารถติดตามการอบรมออนไลน์เชิงปฏิบัติการ เมนูเด็ดเพื่อสุขภาพ ย้อนหลัง ได้ที่ช่องทาง YouTube : กรมชล RIDสุรีย์พร ทรายทอกสุรีย์พร ทรายทอกวุฒิชัย นรสิงห์วุฒิชัย นรสิงห์เมนูเด็ดเพื่อสุขภาพ สูตรของ ชาคริต แย้มนามเมนูเด็ดเพื่อสุขภาพ สูตรของ ชาคริต แย้มนาม

‘อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ’ ยุคโควิด อย่าลืมประคอง ‘สัมพันธภาพครอบครัว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597200

‘อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ’ยุคโควิด  อย่าลืมประคอง‘สัมพันธภาพครอบครัว’

‘อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ’ยุคโควิด อย่าลืมประคอง‘สัมพันธภาพครอบครัว’

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นับตั้งแต่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบกับผู้คนแบบเป็นลูกโซ่ นอกจากความกังวลด้านสุขภาพ กลัวจะติดเชื้อ ป่วยและเสียชีวิตแล้ว ยังมีมรสุมเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโรค ซึ่งการที่กิจการถูกทำให้เกิดปัญหาด้านการงานและเงิน นำไปสู่การเกิดสภาวะหวั่นวิตกทางจิตใจ เกิดความเครียด นอกจากนี้ “สัมพันธภาพในครอบครัว” ก็เป็นอีกประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม แม้กระทั่งครอบครัวที่ยังมีงานทำ เพียงแต่เปลี่ยนจากการทำงานในสำนักงานมาเป็นการทำงานที่บ้าน (Work from Home) แทน

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานสัมมนา (ออนไลน์) เรื่อง “ใช้ชีวิตคู่อย่างไรให้เวิร์กในยุค Work from Home” โดยมีผู้เชี่ยวชาญคือ ปิยฉัตร เรืองวิเศษ ฟินนี่ นักจิตวิทยา นักครอบครัวบำบัด ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาครอบครัว ผู้อำนวยการศูนย์ไทรศิลป์ เป็นวิทยากร ซึ่งเริ่มจากการยกตัวอย่างผลการศึกษาในต่างประเทศ อาทิ Grim Findings on Partner Violence During the Pandemic ผลงานของ Bharti Khurana พบว่า สถิติการทำร้ายร่างกายของคู่รักก่อนสถานการณ์โควิด-19 เฉลี่ยอยู่ที่ 20 คนต่อนาที

แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 (เก็บข้อมูลเดือนมี.ค.-พ.ค. 2564) พบสถิติเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 เท่า ซึ่งมีคำอธิบายว่า “การล็อกดาวน์ในต่างประเทศ บางคนอาศัยในส่วนของคอนโดมิเนียม ซึ่งพื้นที่ก็อาจไม่มากเท่าไร การอยู่ในพื้นที่แคบๆ เป็นระยะเวลานาน ผลกระทบกระทั่ง หรือวิธีจัดการแก้ปัญหาความเครียดจึงเหมือนกับน้ำเต็มแก้ว” ขณะที่ประเทศไทย ผลสำรวจออนไลน์ที่ทำกันสดๆ ร้อนๆ ในงานบรรยายครั้งนี้ พบว่า ผลกระทบในการใช้ชีวิตคู่ในช่วงการต้องทำงานที่บ้าน (Work from Home) ได้แก่

อันดับ 1 ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว เนื่องจากสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) หายไป ส่วนอันดับ 2 ต้องดูแลลูกหรือญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว อันดับ 3 ต้องทำงานหาเงินเข้าบ้าน และอันดับ 4 รับผิดชอบในหน้าที่การดูแลบ้าน เช่น “ในขณะที่พ่อแม่ต้องทำงานออนไลน์ ลูกเองก็ต้องเรียนออนไลน์ สามี-ภรรยาจะตกลงกันอย่างไรเรื่องการดูแลลูกกับการต้องทำงานหรือประชุม หรือการต้องแบ่งเวลาไปดูแลญาติผู้ใหญ่ ที่อาจจะอยู่บ้านเดียวกันหรือบ้านใกล้กัน” โดยในภาษาอังกฤษมีคำว่า Sandwich Generation หมายถึงช่วงวัยที่ต้องดูแลทั้งเด็กและผู้สูงอายุ

ปิยฉัตร ยกปัจจัยที่มีผลต่อความอ่อนไหวทางอารมณ์และอาจทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทของคู่รักในช่วงต้องทำงานที่บ้าน 1.บุคลิกภาพ หากเป็นพวกชอบแสดงออก อาจแสดงพฤติกรรมการสั่งหรือเรียกร้อง และเมื่อไม่ได้ดั่งใจก็หงุดหงิดและอาจระเบิดอารมณ์ออกมา แต่หากเป็นพวกไม่ชอบแสดงออก อาจมีพฤติกรรมคิดมาก น้อยอกน้อยใจ หรือตีความคำพูดของอีกฝ่ายผิดเพี้ยนไปจากเจตนาของผู้พูด

2.ความเครียดสะสม อาทิ จากมาตรการล็อกดาวน์จำกัดพื้นที่ทำให้ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างปกติ แต่ความเครียดสะสมอาจส่งผลต่อปฏิกิริยาที่มีต่อคนอื่นๆ ในบ้าน และหากได้รับการตอบสนองอย่างไม่เข้าใจ อาการทางจิตนั้นก็จะยิ่งแย่ลงหรือเครียดสะสมจากการวิตกกังวล กลัวเชื้อโรคฅเข้าบ้าน มีการบอกการเตือนไปจนถึงการตำหนิแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น กลับบ้านต้องฉีดแอลกอฮอล์ อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ประเด็นเหล่านี้เคยเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เมื่อสถานการณ์ไม่ปกติก็อาจกระทบกระทั่งได้หากไม่ระมัดระวัง

3.ขอบเขตความเป็นส่วนตัวหายไป จากเดิมที่คนออกไปทำงาน-ไปเรียนทั้งวันและมีเวลาช่วงเย็นถึงค่ำในการใช้ชีวิตกับครอบครัว โควิดและล็อกดาวน์ทำให้ต้องใช้เวลาด้วยกันเกือบทั้งวันทั้งคืน อาจเพิ่มโอกาสกระทบกระทั่งกันได้ง่ายขึ้น แม้ว่าจะรักกันมากเพียงใดก็ตาม ทั้งนี้ “การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญในการประคับประคอง” โดยสิ่งที่ควรมีคือการรับผิดชอบต่อคำพูดและพฤติกรรม การรับฟังอย่างเข้าใจ ยอมรับในความรู้สึกและให้กำลังใจ ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการกล่าวโทษผู้อื่น ไม่ให้ความสำคัญกับคู่สนทนา โจมตีซึ่งกันและกัน

4.ความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะการนอกใจกันของคู่รัก แต่รวมถึงการรับปากว่าจะช่วยงานต่างๆ หรือทำนั่นทำนี่ด้วยว่าพูดแล้วทำจริงหรือไม่ 5.ความรู้สึกมั่นคงหรือหวั่นไหวหากเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่น แม้เผชิญวิกฤติจะไม่แสดงอาการหวั่นไหว แต่จะเชื่อมั่นว่าสามารถฟันว่ามรสุมนั้นไปได้และขอให้ร่วมสู้ไปด้วยกัน แต่ใครจะมีความรู้สึกแบบใดก็มีที่มาจากการบ่มเพาะโดยสภาพแวดล้อมในวัยเยาว์ของแต่ละคนด้วย

และ 6.พึ่งตนเองหรือพึ่งผู้อื่นเป็นหลัก เช่น การทำงานบ้าน จากเดิมที่มีการจ้างแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาด แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ โควิด-19 พนักงานดังกล่าวติดเชื้อ หรือมีสาเหตุอื่นๆ ทำให้ไม่ได้มาทำงานอีก หากครอบครัวที่สมาชิกแต่ละคนในบ้านสามารถทำงานบ้านเองได้และช่วยกันปัญหาตรงนี้ก็จะเบาลงเมื่อเทียบกับครอบครัวที่สมาชิกต่างคนต่างเกี่ยงกัน แต่ละคนต่างรอคอยจะให้คนอื่นทำ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปมที่ฝังลึกมาแต่เดิม ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ทั้งด้วยตนเองและการหาผู้ให้คำปรึกษา

“จริงๆ ตรงนี้การที่เราย้อนกลับไปสำรวจและทำความเข้าใจกับ Disfunction Pattern (รูปแบบที่ผิดปกติ) รูปแบบเดิมๆ ที่อาจจะไม่ได้ดีกับชีวิตเราที่เราซึมซับมาจากครอบครัวดั้งเดิมของเรา แต่บางทีพฤติกรรมเหล่านั้นเราอาจจะเห็นแวบๆ ในคู่ของเรา ซึ่งศัพท์ทางจิตวิทยาจะเรียกว่า Transparental Feeling (ความรู้สึกลางๆ) หรือการที่มีเค้าโครงของความรู้สึกเดิมๆ ที่มันถูก Trigger (กระตุ้น) ฉะนั้นบางทีความเป็นคู่ สมมุติว่าทางภรรยาเป็นคนที่ค่อนข้าง Sensitive (อ่อนไหว)อาจจะเติบโตมากับครอบครัวดั้งเดิมที่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันเยอะ

แต่พอมาอยู่ในคู่เป็นสามี-ภรรยากันแล้วด้วยโควิดมันอาจจะทำให้การทะเลาะเบาะแว้งระหว่างสามี-ภรรยาคู่นี้มากขึ้น แล้วพอถึงจุดหนึ่งสามีอาจจะระเบิดอารมณ์ขึ้นมา เพราะฉะนั้นแวบแรกที่ภรรยารู้สึก ณ ตอนนั้น เป็น Reaction (ปฏิกิริยา) เช่น เหมือนพ่อเหมือนแม่ฉันเลย แล้วถ้าสมมุติเราให้พฤติกรรมมันเป็นตัว React (ตอบโต้) กลับไป มันก็อาจจะเป็นแรงกับแรงได้ แต่ถ้าเรามองและเข้าใจตัวเอง เราก็อาจมีสติในช่วงนั้นถึงแม้ว่าเราจะหวั่นไหว แต่สิ่งที่เรากำลังหวั่นไหวเพราะเหมือนกับพ่อแม่เรา แต่คนคนนี้ไม่ใช่พ่อแม่เราในอดีต เราสามารถมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่แตกต่างไปได้ เรามี Choice (ทางเลือก) ให้เลือก เพราะเราไม่ใช่เด็กน้อยต่อไปในสถานการณ์นั้น” ปิยฉัตร กล่าว

นักวิชาการด้านจิตวิทยาครอบครัวผู้นี้ กล่าวต่อไปถึงคำถามอื่นๆ ในการบรรยาย เช่น “ระหว่างคู่ที่ต้องอยู่ห่างกันในยุคโควิด ประเด็นไหนสำคัญที่สุด” พบว่าอันดับ 1 ที่ผู้รับชมส่งคำตอบเข้ามาคือ “ความไว้วางใจ” และตามมาแบบไม่ห่างกันมากนักคือ “การติดต่อสื่อสารกันสม่ำเสมอ” หรือคำถาม “คุณมีสไตล์การสื่อสารอย่างไรเวลาไม่พอใจ” ซึ่งคำตอบ 2 อันดับแรก อันดับ 1 “เงียบแล้วรอดูว่าคู่ของตนจะสังเกตเห็นหรือไม่” ส่วนอันดับ 2 คือ “ขอคุยเพื่อจะบอกว่าพฤติกรรมใดทำให้รู้สึกไม่พอใจ และแชร์จากความรู้สึกของเราเอง” รองลงมาแต่ไม่ห่างกันมากเช่นกัน

โดยประเด็นของความเงียบนั้น หากมาจากวัฒนธรรมที่บ้านเดิมหรือประเทศเดิม การตีความความเงียบนั้นอาจไม่เหมือนกัน อาทิ คนที่มาจากสังคมตะวันตกจะมีความเชื่อว่าเมื่อเกิดปัญหาควรคุยกันให้จบเพื่อที่จะได้เข้านอนโดยไม่มีความขัดแย้ง แต่คนที่มาจากสังคมเอเชียหรือสังคมตะวันออกจะมีความเชื่อว่าการเงียบบางครั้งหมายถึงการไม่อยากวู่วามหรือไม่อยากให้อารมณ์ตอบโต้เพื่อให้ทุกอย่างเย็นลงแล้วค่อยกลับมาคุยกัน

“ถ้าคู่คนหนึ่งเป็นฝั่งตะวันตกส่วนอีกคนเป็นฝั่งตะวันออกก็จะเกิดการตีความหมายผิดซึ่งอันนี้เจอบ่อยมากในการให้คำปรึกษาคนที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะฝั่งตะวันตกก็จะมองว่าเธอเย็นชา เธอ Ignore (เพิกเฉย) ทำเป็นไม่ได้ยิน มันก็ยิ่งไปสุมไฟความโกรธมากขึ้น แทนที่จะเข้าใจเจตนากันได้นั้น เขาพยายามให้คุณเย็นลงก่อนนะ ให้เขาเย็นลงก่อน

แต่พอมันมีคนกลาง ในฐานะ Therapist (นักบำบัด) เป็นกรรมการห้ามมวย พอเราถามว่าเจตนาของการที่ยังไม่ตอบโต้คือเป็นด้านบวกหรือด้านลบ คือคุณพยายามที่จะไม่ปะทะกัน หรือจริงๆ คุณเป็น Conflict Avoider (ผู้เลี่ยงความขัดแย้ง) คุณเลี่ยงเพราะไม่อยากต่อ เราจะพบว่าจำนวนหนึ่งเขาเลือกที่ยังไม่ตอบโต้ตอนนั้นเพราะเขาไม่อยากให้ปะทะกันแรงๆ ก็คือเจตนาดี แต่ด้วยวัฒนธรรมบางทีทำให้เข้าใจกันผิดแล้วเป็นประเด็นได้” ปิยฉัตร ระบุ

ปิยฉัตร ฝากถึงแนวทางการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชีวิตคู่หรือครอบครัว 1.หากสถานการณ์ตึงเครียด ให้บอกเจตนาให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยขอเวลาไปเรียบเรียงความรู้สึกก่อนแล้วค่อยกลับมาคุย ดีกว่าจะเดินหายไปตั้งแต่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ การบอกก่อนเป็นการทำให้เข้าใจว่าต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง ไม่ใช่การปฏิเสธอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของอีกฝ่าย 2.เมื่อพร้อมจะคุยภาษากายต้องเปิดกว้าง เพื่อให้อีกฝ่ายสัมผัสได้ว่าเราต้องการทำให้ปัญหานั้นจบจริงๆ ไม่ใช่บอกว่าจะคุยแต่แสดงท่าทาง เช่น นั่งกอดอกหน้าบึ้ง

3.เมื่อจะบอกความรู้สึกของตนเอง พยายามแสดงออกว่าภายใต้ความโกรธคือความเสียใจ เช่น บอกว่าที่โกรธเพราะอีกฝ่ายด่วนสรุป แล้วทำให้ตนเองรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนแม่ของตน แต่ในความโกรธนั้นก็รู้สึกเสียใจ 4.เป็นผู้ฟังที่ดี ข้อนี้มีเทคนิคคือการทวนคำพูดผู้พูดซ้ำแบบกระชับ และเพิ่มเติมการสะท้อนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเข้าไปเอาใจเขาใส่ใจเรา ลองคิดในมุมของอีกฝ่ายดู และ 5.หากอยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง ควรใช้ถ้อยคำเพื่อสร้างความเข้าใจในเจตนา ไม่ใช่การสั่งหรือเรียกร้อง

“เวลาที่เรามีคู่รักหรือคนรัก เราใช้เวลากัน เวลาดีๆ ก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราทะเลาะกัน เรานึกย้อนก่อนว่าตอนที่เวลาเราดีๆ กัน ภาษาไหน ไม่ว่าจะเป็นภาษากายหรือภาษาพูด พูดแล้วคู่รักของเราเขาอ้าแขนรับ ไม่ใช่เป็นการบ่น ไม่ใช่เป็นการสั่ง ไม่ใช่เป็นการเรียกร้อง ซึ่งจริงๆ เราก็รู้อยู่แล้วด้วยประสบการณ์ เพียงแต่ว่าบางทีในช่วงที่เรามีความตึงเครียด เรามีความขัดแย้ง มันหลุดออกไปจากสารบบของความคิด เพราะฉะนั้นพยายามเรียกตรงนั้นคืนมา แล้วใช้ภาษาที่เราคิดว่าเขาจะได้ยินจริงๆ” ปิยฉัตร ฝากข้อคิด

คุณแหน : 25 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597278

คุณแหน : 25 สิงหาคม 2564

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll 25 ส.ค. รำลึก 130 ปี พล.ต.พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ นสพ.แนวหน้า ขอนำพระประวัติมาลง เชิญอ่านได้ในหน้า 14และ 15..

ll ขอแสดงความยินดีกับบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ที่ได้เป็นว่าที่ ปลัดกระทรวงแรงงาน..

ll หลัง ต.ค.เพื่อนๆ ชาว CDA#1 เตรียมนัดกันไปนครสวรรค์ เพื่อเยี่ยม ชยันต์ ศิริมาศที่จะไปเป็น ผวจ.นครสวรรค์..

ll มิตรสหายล้วนปลื้มใจแทน ดร.ลักขณาลีละยุทธโยธิน ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุดในการเลือกตั้งคณะกก.อำนวยการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ฯ(สนจ.)ประจำปี’64-66 นี้นับเป็นสมัยที่สองแล้วที่ได้รับคะแนนเลือกมากที่สุด..

ll เตช บุนนาค รับมอบเงินบริจาคจาก ธรรมิก เอกะหิตานนท์พร้อมครอบครัวจากการร่วมทำบุญอุทิศกุศลให้ อุบล เอกะหิตานนท์รอง ปธ.กก.บมจ.สหมิตรถังแก๊ส เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างหอผู้ป่วยสนามเร่งด่วนและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รองรับผู้ป่วยโควิด-19 รพ.จุฬาลงกรณ์..

ll ช่วงโควิดนี้ จิตรลดา เฮงยศมากไปอยู่บ้านน้องสาวที่ อ.อินทรบุรี สิงห์บุรีหลายเดือนแล้วด้วยติดใจบรรยากาศธรรมชาติ..

ll รศ.ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล คณบดีพร้อมผู้แทน คณะเภสัชฯ ม.เชียงใหม่ เข้ามอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับจุดเฝ้าระวังและคัดกรอง โรคโควิด-19 เทศบาลตำบลสุเทพ..

ll ชื่นชม บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุลกก.ผจก.พิทักษ์ปาล์มออยล์ แม้จะอยู่ที่ตรังแต่ก็สั่งอาหารส่งให้ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยเป็นกำลังใจร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19..

ll ในยุคนี้เจ้าของที่ดินล้วนสนใจอยากทำเกษตรสมัยใหม่ ดร.ปรีสาร รักวาทิน จัดอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรม รุ่นที่ 3 (Chief of Digital Agro Business : CDA#3)เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ด้านเกษตรสมัยใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ สนใจสมัครได้ถึง 20 ก.ย.นี้ โทร.089-2030183 หรือ www.depa.or.th/th/cda..

ll ศักดา เด่นแดนโดม มีอาชีพใหม่ยามว่างช่วงโควิดนี้ โดยเปลี่ยนสนามที่ทำงานให้เป็นแปลงผักสวนครัว เพื่อแบ่งให้น้องๆ ในออฟฟิศ..ll อนุโมทนาบุญกับ บจ.แอลโคเทค ที่มอบเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 5 ลิตร ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ให้แก่ รพ.จุฬาภรณ์..ll

น้องใหม่

AIS ชวนคนไทยชมพิธีเปิด ‘โตเกียว พาราลิมปิก 2020’ บน AIS PLAY ฟรีทุกเครือข่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597293

AIS ชวนคนไทยชมพิธีเปิด 'โตเกียว พาราลิมปิก 2020' บน AIS PLAY ฟรีทุกเครือข่าย

AIS ชวนคนไทยชมพิธีเปิด ‘โตเกียว พาราลิมปิก 2020’ บน AIS PLAY ฟรีทุกเครือข่าย

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.45 น.

AIS ชวนคนไทยชมพิธีเปิด ‘โตเกียว พาราลิมปิก 2020’ บน AIS PLAY ฟรีทุกเครือข่าย

AIS PLAY ชวนคนไทยทุกเครือข่าย ร่วมชมพิธีเปิด มหกรรมกีฬาพาราลิมปิก โตเกียว 2020 วันที่ 24 สิงหาคม สดตรงจากสนามกีฬาแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป และร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทัพพาราลิมปิกไทย คว้าชัยในการแข่งขันครั้งนี้ โดย AIS PLAY เปิด 7 ช่องให้รับชมกันอย่างเต็มอิ่มจุใจ แบบยาวต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 5 กันยายนนี้

 พร้อมเริ่มต้นแล้ว สำหรับกีฬาระดับโลกอีกรายการ มหกรรมพาราลิมปิก โตเกียว 2020 ที่กำลังจะมีพิธีเปิดการแข่งขันในเย็นวันที่ 24 สิงหาคม นี้  AIS ในฐานะ Official Broadcaster อย่างเป็นทางการ พร้อมถ่ายทอดสดให้คนไทยได้รับชมผ่าน AIS PLAY ดูฟรีทุกเครือข่าย เหมือนเดิม

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “ภายหลังจากที่ AIS ได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดมหกรรมโอลิมปิก โตเกียว 2020 ในฐานะ Official Broadcaster อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับผลตอบรับจากคนไทยอย่างล้นหลามถึงการนำเอาความสุขมาให้คนไทยได้รับชมกันอย่างทั่วถึง และเพื่อเป็นการตอกย้ำการนำคอนเทนต์แห่งความสุขมาให้คนไทยได้รับชม และการเป็นตัวจริงด้านคอนเทนต์กีฬาระดับโลก AIS ขอชวนคนไทยรับชมการถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาพาราลิมปิก โตเกียว 2020 ผ่าน AIS PLAY แบบจัดเต็ม โดยจะเริ่มจากการถ่ายทอดสดพิธีเปิดการแข่งขัน วันที่ 24 สิงหาคม สดตรงจากสนามกีฬาแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลาไทย 18.00 น. เป็นต้นไป”

นอกจากนี้ AIS ยังขอเชิญชวนคนไทย ร่วมกันส่งกำลังใจ เชียร์ทัพพาราลิมปิกไทย คว้าชัยในการแข่งขันครั้งนี้ โดย AIS PLAY เปิด 7 ช่องให้รับชมกันอย่างเต็มอิ่มจุใจ จนถึงวันที่ 5 กันยายน นี้ และพิเศษลูกค้าเอไอเอส สามารถรับชมไฮไลท์และรับชมย้อนหลังได้ฟรี โดยสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขัน ได้ที่เว็บไซต์ https://ais.th/paralympics 

สำหรับ มหกรรมกีฬาพาราลิมปิก โตเกียว 2020 ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม – 5 กันยายน 2564 จะมีนักกีฬากว่า 4,400 คน จาก 168 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขันใน 22 ชนิดกีฬา ชิง 540 เหรียญทอง ส่วนทัพไทยได้สิทธิ์เข้าชิงชัย 74 คน ใน 14 ชนิดกีฬา จาก เทควันโด, ยิงธนู, แบดมินตัน, วีลแชร์ฟันดาบ, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, กรีฑา (ลู่-ลาน,วีลแชร์เรซซิ่ง), จักรยาน, ยิงปืน, วีลแชร์เทนนิส, บอคเซีย, ฟุตบอลตาบอด และยูโด

โดยทัพพาราลิมปิกไทย มีเป้าหมายคว้า 4-6 เหรียญทอง ซึ่งกีฬาที่ได้ลุ้น มีทั้ง วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ วรวุฒิ แสงอำภา วัชรพล วงษา สุบิน ทิพย์มะณี บอคเซีย ประเภททีม BC1, BC2 บอคเซีย ประเภทบุคคล BC1, BC2, พงศกร แปยอ วีลแชร์เรซซิ่ง 100 ม. T53, 400 ม. T53 และ 800 ม. T53, คมสัน สิงห์ภิรมย์ อานนท์ อึ้งอภินันท์ ยิงธนูทดกำลัง ทีมผสม, ขวัญสุดา พวงกิจจา เทควันโด รุ่น 44-49 กก.หญิง และ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม เฉลิมพงษ์ พันธุ์พู่ เทเบิลเทนนิส แขน-ขา TT6-7

นอกจากนี้ ยังมีกีฬาที่น่าติดตามอีกหลายรายการ เช่น ทีมฟุตบอล 5 คน โดยทีมไทย จะประเดิมสนาม   วันที่ 29 สิงหาคม พบ สเปน วันที่ 30 สิงหาคม เจอ โมร็อกโก และ วันที่ 1 กันยายน ดวล อาร์เจนตินา รวมไปถึงแบดมินตัน เป็นต้น

ร่วมส่งแรงเชียร์ และกำลังใจให้นักกีฬาหัวใจเหล็ก ในทุกช่องทางของ AIS PLAY ทั้งบนมือถือและเว็บไซต์ พร้อมคอนเทนต์พิเศษสำหรับลูกค้า AIS ที่แอปพลิเคชั่นบนมือถือ, กล่อง AIS PLAYBOX, SAMSUNG Smart TV, Apple TV และเว็บไซต์ aisplay.ais.co.th

ปัสสาวะสะดุด! อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่อมลูกหมาก ปัญหาอันดับหนึ่งของผู้ชายไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597151

ปัสสาวะสะดุด! อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่อมลูกหมาก ปัญหาอันดับหนึ่งของผู้ชายไทย

ปัสสาวะสะดุด! อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่อมลูกหมาก ปัญหาอันดับหนึ่งของผู้ชายไทย

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.31 น.

อายุที่มากขึ้นมักส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ไม่ใช่แค่ในผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายเองก็มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามวัยเช่นกัน จนส่งผลต่ออารมณ์ จิตใจและสุขภาพ โดยเฉพาะความผิดปกติของต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อระบบสืบพันธุ์และระบบปัสสาวะของเพศชาย อยู่บริเวณด้านล่างระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำหน้าที่ผลิตน้ำเมือกและน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ โดยโรคต่อมลูกหมากที่พบได้บ่อยของชายไทย คือ

1. ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostate Hyperplasia) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติจนไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่สุด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากบวมจนปัสสาวะเป็นเลือด หรือร้ายแรงถึงขั้นไตเสื่อมและไตวายได้ เป็นโรคที่พบในผู้ชายที่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และพบมากถึง 80% ในผู้ชายที่อายุมากกว่า 80 ปี

2. มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) เกิดจากความผิดปกติและการกลายพันธุ์ของเซลล์ในต่อมลูกหมาก จนก่อให้เกิดเนื้องอกและลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง ส่วนใหญ่พบในผู้ชายที่อายุ 50 ปีขึ้นไป และยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้มากขึ้น มะเร็งต่อมลูกหมากมักจะไม่แสดงอาการในระยะแรกจนกว่าเนื้องอกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมะเร็งลุกลามไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะยาก ปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่สุดและปัสสาวะบ่อย รวมทั้งยังก่อให้เกิดอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก น้ำหนักลด ขาอ่อนแรง เจ็บเชิงกรานหรือหลังส่วนล่าง หากเป็นในระยะรุนแรงเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปยังกระเพาะปัสสาวะ ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ปอด หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

แม้โรคต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย แต่การดูแลตัวเองให้ดีตั้งแต่อายุยังน้อยก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับต่อมลูกหมากได้ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นผัก ผลไม้ รวมถึงธัญพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่เหมาะกับเพศชาย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างฮอร์โมนเพศชายตามธรรมชาติและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งประกอบด้วย แอล-อาร์จีนีน ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว เสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว ,ทอรีน ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและต่อมหมวกไตในการหลั่งฮอร์โมนเพศ ,ซิงค์อะมิโนแอซิดคีเลท และซิงค์เมทไธโอนีน ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน

รวมทั้งกระตุ้นให้ฮอร์โมนและเอนไซม์ต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น ,สารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ เพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นเลือดและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพิ่มไนตริกออกไซด์และช่วยให้การแข็งตัวนานขึ้น ,โสม ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ,ไนอาซินหรือวิตามินบี 3 ช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดและบำรุงระบบประสาท ,สารสกัดจากมะเขือเทศ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และสารสกัดจากหอยนางรม ซึ่งมีแร่ธาตุสังกะสีสูงจึงช่วยเพิ่มจำนวนเสปิร์มและฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากอักเสบ มีไกลโคเจนซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย โดยสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดนี้มีรวมอยู่ใน BRAVO FIT ผลิตภัณฑ์โภชนเภสัชจากประเทศฝรั่งเศส ที่อินเตอร์ ฟาร์มา ได้นำเข้ามาตอบโจทย์ขายไทย ลดความยุ่งยากในการหาสารสกัดจากธรรมชาติจากหลายหลายที่ โดย BRAVO FIT รับประทานเป็นประจำทุกเช้าเพียงวันละ 1 เม็ด จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและระบบฮอร์โมนเพศชาย ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ

งานนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้หญิงที่ต้องดูแลสุขภาพ ผู้ชาย 2021 ก็ต้องให้ความสนใจสุขภาพเช่นกัน สนใจสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ InterpharmaStore Facebook InterpharmaThailand, Line : @interpharma และ Call center 094-956-9536

เกสรวิลเลจ จับมือกับ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจย่านราชประสงค์ จัดตั้ง ‘Vaccine Care Campaign’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596964

เกสรวิลเลจ จับมือกับ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจย่านราชประสงค์  จัดตั้ง‘Vaccine Care Campaign’

เกสรวิลเลจ จับมือกับ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจย่านราชประสงค์ จัดตั้ง‘Vaccine Care Campaign’

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) ผนึกกำลังเดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ครั้งยิ่งใหญ่ โดยร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ (Police General Hospital) เปิดให้บริการหน่วยฉีดวัคซีน สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากกว่า12 สัปดาห์ขึ้นไป ผู้มีน้ำหนักตัวเกิน100 กิโลกรัม และประชาชนทั่วไป รวมไปถึงกลุ่มคนที่ทำงาน และใช้ชีวิตในย่านราชประสงค์ ให้ได้รับบริการฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ณ บริเวณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้บริการตั้งแต่วันนี้-เดือนธันวาคม 2564 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

นายฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้จำกัด กล่าว “ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่น่าวิตกกังวลในขณะนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ และเอกชนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งครั้งนี้ทางเกษรวิลเลจมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเร่งกระจายวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง โดยร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดตั้ง Vaccine Care Campaignผ่านแนวคิด “Save Lives for Bettering Livelihood” เพื่อให้คนไทยกลับมาใช้ชีวิตที่ดีขึ้นได้ในเร็ววัน ซึ่งผู้มารับวัคซีน ณ ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า จะได้พบกับประสบการณ์ในแบบ Gaysorn Customer Experience ที่เกษรวิลเลจรังสรรค์ขึ้นทั้งในเรื่องของการอำนวยความสะดวกอันรวดเร็ว สถานที่กว้างขวาง การจัดสรรคิวไม่แออัด ไปจนถึงการดูแลความสะอาดในทุกจุดสัมผัส ซึ่งที่ผ่านมาได้รับคำชมเชยและผลตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ผู้รับวัคซีนจะได้รับการดูแลเรื่องวัคซีนครบทั้งสองโดส (Completeness) และมีการให้บริการแบบ One-Stop-Service สามารถลงทะเบียนและยืนยันนัดหมายได้ผ่านทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งภายหลังจากรับวัคซีนแล้ว ข้อมูลจะเข้าไปอยู่ในระบบหมอพร้อมโดยอัตโนมัติ (Integrated) หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ระหว่างพักคอย สังเกตอาการ ก็จะอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลตำรวจทันที และในกรณีที่ต้องการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อนำไปจัดทำวัคซีนพาสปอร์ตก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย”

จากความร่วมมือครั้งนี้ทางเกษรวิลเลจ และศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่าได้จัดเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ภายใต้มาตรการย่านราชประสงค์ปลอดภัย มั่นใจไร้ COVID-19 ครอบคลุมทั้งพื้นที่สาธารณะ ศูนย์การค้า และศูนย์อาหาร ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนรวมทั้งสิ้นแล้วกว่า 10,000 คน และตั้งเป้าหมายที่จะกระจายวัคซีนให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุด เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้คนไทยได้มีชีวิตที่ดีขึ้นในเร็ววัน โดยเริ่มเปิดบริการให้ประชาชนทั่วไปได้ฉีดวัคซีนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าการฉีดวัคซีนในครั้งนี้จะแล้วเสร็จครบทั้ง 2 โดส ภายในเดือนธันวาคมนี้ หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อเพื่อคุณและคนที่คุณรัก และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันแนวคิด “Save Lives for Bettering Livelihood” เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นโดยเร็ววันกับโครงการ Vaccine Care Campaign หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ณ The Event Space ชั้น 3ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประชาชนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทาง http://policehospital.org/pgh-co-vaccine-registration/ สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-2076000ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ

‘มูลนิธิเชฟแคร์ส’ ส่งเยาวชนถึงฝั่งฝัน หลังจบโครงการ ‘สานฝันปั้นเชฟ’ รุ่นที่ 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596942

‘มูลนิธิเชฟแคร์ส’ ส่งเยาวชนถึงฝั่งฝัน หลังจบโครงการ ‘สานฝันปั้นเชฟ’ รุ่นที่ 1

‘มูลนิธิเชฟแคร์ส’ ส่งเยาวชนถึงฝั่งฝัน หลังจบโครงการ ‘สานฝันปั้นเชฟ’ รุ่นที่ 1

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ภาพงานจบการศึกษาผ่านออนไลน์

มูลนิธิเชฟแคร์ส มอบประกาศนียบัตรให้11 เยาวชนผู้สำเร็จการศึกษาจาก “โครงการสานฝันปั้นเชฟ” หลักสูตร 5 เดือนที่มูลนิธิเชฟแคร์ส กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์วิจัยการจัดการความรู้การสื่อสารเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อมอบ “โอกาส” ให้เยาวชนที่เคยหลงผิดและเยาวชนด้อยโอกาส ได้เข้ารับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในการเป็นเชฟมืออาชีพ โดยมีเยาวชน 5 คน ได้รับโอกาสต่อเนื่องจากเชฟดังที่ร่วมเป็นอาจารย์พิเศษให้เข้าทำงานในร้านทันที ปั้นความฝันให้เป็นความจริงสมดังตั้งใจ

มาริษา เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิเชฟแคร์ส เผยว่า วันนี้เป็นวันที่โครงการสานฝันปั้นเชฟสามารถส่งน้องๆ เยาวชนถึงฝั่งฝัน เป็นวันแห่งความภูมิใจของมูลนิธิเชฟแคร์ส และน้องๆ ทุกคน เป็นความสุขใจที่ได้เห็นทุกคนเรียนจบหลักสูตร บางคนยังได้รับโอกาสจากเชฟให้เข้าทำงานในร้านอาหารของเชฟด้วย บางคนตั้งใจกลับ
บ้านเปิดร้านเล็กๆ ของตัวเอง ได้ประกอบอาชีพสุจริต มีงานทำมีรายได้ และเชื่อว่าความรู้ที่ทุกคนได้เรียนรู้จากเชฟต้นแบบจะช่วยให้สามารถเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนมีความพร้อมสำหรับชีวิตใหม่มูลนิธิเชฟแคร์สมีความยินดีอย่างมากในความสำเร็จครั้งนี้ของน้องๆ เยาวชน และจะรอดูความสำเร็จในการสานฝันของแต่ละคนต่อไป มูลนิธิเชฟแคร์สจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคมเช่นนี้ เพื่อร่วมสร้างคนคุณภาพและสังคมแห่งการให้โอกาส ซึ่งเป็นความรู้สึกร่วมของสมาชิกเชฟแคร์สทุกคน”

ด้าน เชฟนิค-ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ ร้านวังหิ่งห้อย,เชฟแดน บาร์ค ร้านเคเดนส์ บาย แดน บาร์ค และ เชฟแอนดี้ ยังร้านผัดไทย ไฟทะลุ ผู้แทนเชฟดังที่ให้โอกาสเยาวชนเหล่านี้โดยรับเข้าทำงานจริงในร้านของตน กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีใจที่มีส่วนร่วมในโครงการที่ดีและได้เห็นเยาวชนจบหลักสูตร ตลอดจนมีความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง ประกอบอาชีพในร้านอาหาร โดยขอให้เด็กๆ ตั้งใจ สั่งสมประสบการณ์ อดทน และขอให้ประสบความสำเร็จ

สมชาย (นามสมมุติ) เยาวชนจากสถานพินิจผู้ได้รับโอกาสจาก โครงการสานฝันปั้นเชฟ กล่าวว่าขอบคุณมูลนิธิเชฟแคร์ส ขอบคุณโครงการสานฝันปั้นเชฟที่ทำให้ตนมีโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิต ตลอดระยะเวลาที่อบรมได้เรียนรู้จากอาจารย์ผู้สอน ได้พบเชฟต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ และได้รับคำแนะนำในการพัฒนาตนเองในเชิงจิตวิทยา นับเป็นหลักสูตรที่เตรียมความพร้อมให้ทั้งความรู้จริงในอาชีพและความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตใหม่ ยืนยันว่าจะนำความรู้ทั้งหมดไปใช้ในการทำงานให้ดีที่สุด ไม่คิดฝันว่าจะมีวันนี้วันที่ได้โอกาสครั้งใหญ่ วันที่ได้งานทำในร้านของเชฟระดับแถวหน้าของเมืองไทย ขอบคุณมูลนิธิเชฟแคร์สและโครงการสานฝันปั้นเชฟ ที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริงครับ”

โครงการ “สานฝันปั้นเชฟ” เป็นโครงการของมูลนิธิเชฟแคร์สที่ให้โอกาสเยาวชนผู้เคยหลงผิดได้กลับตัว มีอาชีพสุจริตและสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงเยาวชนผู้ด้อยโอกาส โดยมูลนิธิเชฟแคร์สสนับสนุนทุนการศึกษา และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์เป็นผู้จัดหลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงการฝึกงานในร้านของเชฟดังซึ่งเป็นสมาชิกมูลนิธิเชฟแคร์ส ซึ่งโครงการฯ นี้ เริ่มต้นดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เพื่อส่งมอบความห่วงใยแทนคำขอบคุณให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์โควิด-19 ผ่านเมนูอาหารกลางวัน ที่รังสรรค์โดยเชฟยอดฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทยหมุนเวียนกันเสิร์ฟเมนูรสชาติดีมีคุณค่าทางโภชนาการ และได้ต่อยอดสู่การจัดตั้ง “มูลนิธิเชฟแคร์ส”ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศาสตร์แห่งอาหารไทยที่ปรุงด้วยความพิถีพิถัน ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับโลก และจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนที่รักการปรุงอาหารได้เรียนรู้และเติบโตเป็นเชฟระดับแนวหน้า และสนับสนุนวิถีอาหารไทยให้ทั่วโลกได้รู้จักในฐานะศูนย์รวมศาสตร์ของอาหารที่ดีที่สุดของเอเชียมาริษา เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิเชฟแคร์สมาริษา เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิเชฟแคร์สเชฟนิค-ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ ร้านวังหิ่งห้อยเชฟนิค-ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ ร้านวังหิ่งห้อยเชฟแอนดี้ ยัง ร้านผัดไทย ไฟทะลุเชฟแอนดี้ ยัง ร้านผัดไทย ไฟทะลุเชฟแดน บาร์ค ร้านเคเดนส์ บาย แดน บาร์คเชฟแดน บาร์ค ร้านเคเดนส์ บาย แดน บาร์ค

เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ ‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ ดีไซน์เรียบเท่สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596968

เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’  ดีไซน์เรียบเท่สำหรับผู้หญิงยุคใหม่

เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ ดีไซน์เรียบเท่สำหรับผู้หญิงยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สัมผัสสไตล์การแต่งตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจ และกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ต้องการ ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์“เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์” (M2S Signature) ในคอลเลคชั่นเปิดตัว “สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์” (Scandinavian Summer) นำเสนอแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวอันเรียบเท่ของหญิงสาวชาวสแกนดิเนเวีย ที่สอดผสานเข้ากับความโก้หรูในการออกแบบสไตล์เฟมินีน และมาสคิวลีนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ (Ready-to-wear) ดีไซน์เรียบโก้ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้เวิร์กกิ้งวูแมน ได้แก่ อภินราศรีกาญจนา, อรชุมา ดุรงค์เดช,ยุวเรต ศรุตานนท์ และ พิมดาวพานิชสมัย มาร่วมเผยถึงสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ ในแบบฉบับของตัวเอง

“เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์”(M2S Signature) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ที่ยึดมั่นในเรื่องการส่งต่อพลังให้ผู้หญิง และเป็นเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาส  ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด โมเดิร์น อิลิแกนท์(Modern Elegant) ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ที่ยังคงไว้ซึ่งความทันสมัยจากเอกลักษณ์การดีไซน์ที่ใส่ใจในรายละเอียด และการคัดเลือกวัสดุคุณภาพสูง ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์มากฝีมือ ควบคู่ไปกับการตัดเย็บอันประณีตบรรจงจากทีมช่างมากประสบการณ์ที่สามารถเสริมสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี 

สำหรับคอลเลคชั่น “สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์” (Scandinavian Summer) ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเรื่องราวการแต่งกายของหญิงสาวชาวสแกนดิเนเวียที่มีความเรียบเท่มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ พร้อมผสมผสานความเฟมินีน ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่น่าสนใจ อาทิ ผ้าลูกไม้ ผ้าซาตินและผ้าทวีต ลดทอนความหวานด้วยสไตล์มาสคิวลีน ด้วยการออกแบบซิลลูเอทให้มีความเท่และการใช้สีในโทนคลาสสิกเรียบโก้ อาทิ สีขาว, สีฟ้า, สีน้ำเงิน และสีเทา ซึ่งเป็นโทนสีที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย โดยนำเสนอผ่านผลงานการออกแบบที่สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาสที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีติดตู้เสื้อผ้า โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเบลเซอร์สีขาวตัวสั้นคัตติ้งเนี้ยบ ที่นำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการตกแต่งลูกไม้บริเวณด้านหลังเสื้อ สวมใส่คู่กับกางเกงเอวสูงเทเลอร์หรือเดรสสายเดี่ยวสไตล์มินิมอล ก็จะได้ลุคเรียบโก้ที่มีความหวานซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นลุคที่สามารถสวมใส่ได้แม้ในวันทำงาน ชิ้นต่อมาคือ ชุดเดรสคอวีดีไซน์เรียบหรู ที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บผ้าสองชนิดเข้าด้วยกันโดยตัวเดรสใช้ผ้าซาตินที่มีคุณสมบัติสวมใส่สบาย และเพิ่มความน่าค้นหาด้วยการใช้ผ้าลูกไม้ตัดเย็บเป็นบริเวณแขนเสื้อและยังมีกระโปรงซาติน ปลายเฉียงและมีดีเทลจับเดรป

อภินรา ศรีกาญจนา

ทางทีมดีไซน์ยังได้หยิบแมททีเรียลสุดคลาสสิกอย่างผ้าทวีต ที่เนื้อผ้ามีความโดดเด่นมอบสไตล์ที่หรูหรา มาใช้ออกแบบในหลากหลายไอเทม อาทิ เสื้อครอป และเดรสสั้นปลายเฉียงผ้าทวีตสีน้ำเงิน ที่มาในซิลลูเอททรงหลวม เหมาะสำหรับวันพักผ่อน และสามารถเพิ่มความโดดเด่นได้ด้วยผ้าผูกเอวที่ผูกเป็นโบว์ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งยังมีคอเสื้อที่สามารถเลือกสวมใส่ได้ถึงสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเสื้อคอปาดหรือแบบเสื้อคอวี รวมถึงเดรสยาวปลายเฉียงสไตล์เรียบหรู และเดรสสั้นผ้าทวีตสีฟ้า เป็นต้น

หนึ่งในเซเลบริตี้ อภินราศรีกาญจนา  เผยถึงคุณสมบัติของผู้หญิงเก่งที่สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบฉบับของตนเอง ผ่านสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ ว่า “ผู้หญิงทุกคนควรมีความมั่นใจ และรู้จักที่จะรักตัวเองให้เป็น ไม่ว่าเราจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน ก็ไม่ควรโทษตัวเอง เราอยากให้ทุกคนค้นหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ และมั่นใจในแบบที่ตัวเองเป็น อย่างเราเองจะเป็นคนที่ตัวเล็กมาก ถ้าวันไหนต้องใส่กระโปรงหรือเดรส ก็จะเลือกชิ้นที่ความยาวคลุมเข่า เพราะถ้าสั้นเกินไปก็จะเห็นได้ชัดว่าขาเล็ก แล้วก็จะแมทช์ด้วยเข็มขัดเพื่อช่วยขับให้สรีระมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะสไตล์การแต่งตัวที่ชอบคือแบบคลาสสิกเลย ทั้งซิลลูเอทและโทนสี แมททีเรียลที่ชอบก็จะเป็นผ้าทวีต เพราะใส่แล้วทำให้คนรูปร่างเล็กดูมีน้ำมีนวลขึ้น รวมถึงชุดสไตล์คลาสสิกที่ใช้ผ้าลูกไม้มาเพิ่มดีเทลด้วย”

ส่วน พิมดาว พานิชสมัยเล่าว่า “ผู้หญิงเก่งในความคิดของเราจะต้องเป็นผู้หญิงที่ฉลาดคิด ฉลาดเลือก มีความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้หญิงที่มีแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ และที่สำคัญต้องสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นให้กับคนรอบตัวได้สำหรับสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบก็จะเป็นสมาร์ทแคชชวล เพราะส่วนตัวเราไม่ได้เป็นคนหวาน ชิ้นที่ชอบก็จะเป็นกางเกงเอวสูง แมทช์กับเสื้อเชิ้ต เพราะเราเป็นคนตัวเล็กด้วย การใส่กางเกงเอวสูงก็จะช่วยทำให้รูปร่างสูงโปร่งขึ้น หรืออาจจะเป็นเดรสสบายๆ แมทช์กับเข็มขัด แล้วเติมเต็มลุคด้วยเครื่องประดับชิ้นโปรด อย่างต่างหู กำไล นาฬิกา”

พบกับเสื้อผ้าจากแบรนด์ “เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์”(M2S Signature) ในคอลเลคชั่น“สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์”(Scandinavian Summer) ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Instagram : @M2SSignatureLine : @M2SSignature หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่M2SSignature Line Shoppingหรือ ทางเว็บไซต์ www.shopat24.com/brands/fashion/m2s-signature/พิมดาว พานิชสมัยพิมดาว พานิชสมัยนวดี ศิริชนะชัยนวดี ศิริชนะชัย