พลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484282

18 ก.ย. 2564

พี่ใหญ่สยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนประยุทธ์ อยู่ยาว ใช้ทุกองคาภยพ เร่งอุดรอยร้าว ในพรรคพลังประชารัฐ ไร้วี่แววยุบสภาในระยะเวลาอันใกล้นี้

พลังประชารัฐสยบ "คลื่นใต้น้ำ" หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวพลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

ทุกครั้ง ที่ลงพื้นที่ผมได้สัมผัสใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และข้าราชการที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน สังเกตเห็นแววตาที่มีความหวังของทุกคน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยมิตรไมตรี ยิ่งทำให้มีกำลังใจในการทำงานเพื่อคนไทยทุกคนต่อไปนี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อความในเฟสบุ๊คที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี สื่อสารกับประชาชนหลังลงพื้นที่factory sandbox ที่ชลบุรี เมื่อวานนี้ ท่ามกลางกระแสข่าว นายกฯใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ว่างลงสองเก้าอี้  ชูโรง หาแรงสนับสนุนช่วงโค้งสุดท้ายทางการเมือง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว

“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

เราได้เห็นบทบาทพี่ใหญ่ของพลเอกประวิตร จากการดำรงอยู่ของร้อยเอกธรรมนัส และนฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ในพรรคพลังประชารัฐ หลังจากพลเอกประยุทธ์ ไม่ยอมรับคำขอขมา ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยการใช้อำนาจปลดออกจากเก้าอี้รัฐมนตรี บางคนคาดหวังถึงขั้นไม่มีที่ยืนในพรรค แต่พี่ใหญ่ก็ทำให้การคาดการณ์ของหลายฝ่ายกลับตาลปัตร ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรคพลังประชารัฐจึงจัดอยู่ในจังหวะซิทคอม ใช้ทุกองคาพยภ สยบความเคลื่อนไหวภายในพรรค
ประเดิมจากการมอบตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคปลอบใจ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำสามมิตรที่ผิดหวังมาหลายครั้ง หรือแม้กระทั่ง การตั้งองค์คณะไต่สวน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วงปี44-47 ร่วมมือกับทักษิณ ชินวัตร จัดซื้อเครื่องบินการบินไทย10 ลำมูลค่ากว่าห้าหมื่นล้านก็ยังมีคำถามว่าอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของพลเอกประวิตรหรือไม่ เมื่อ ปปช.ซึ่งถูกศาลปกครองสั่งให้เปิดเผยผลสอบนาฬิกาหรูยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดไม่ได้  

พลังประชารัฐสยบ "คลื่นใต้น้ำ" หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวพลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

ปิดสมัยประชุมรัฐสภา รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ก็มีเวลาหายใจหายคอ มีเวลามากพอจะเขย่า เพื่อสยบทุกความเคลื่อนไหว ที่เป็นคลื่นใต้น้ำ 20 กันยา มีข่าวว่าจะมีการพิจารณาขยับเพดานเงินกู้เป็น70% ของจีดีพี เตรียมการไว้ตั้งแต่ยังไม่ใช้งบประมาณปี2565 หมายความว่าเงินไม่พอใช้  นี่เป็นส่วนหนึ่งที่คาร์ม็อบ ในโอกาสครบรอบ15ปีรัฐประหาร นำมาเป็นหัวข้อในการขับเคลื่อน นอกเหนือจากการเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งดังอยู่ในโลกออนไลน์

พลังประชารัฐสยบ "คลื่นใต้น้ำ" หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวพลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

ไม่มีสัญญาณใดๆจะมาซึ่งการยุบสภา ตามที่อดีตนายกฯทักษิณ คาดการว่าจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทุกความหวังที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ ไม่ว่าจะมาจากเงินกู้ หรือ การก่อหนี้ ในภาวะที่ประชาชนกำลังจะจมน้ำตาย อย่างดีก็ทำได้แค่ฝืนยิ้ม

ม็อบ “ดินแดง” ยืดเยื้อ คนการเมือง เปิดเกมมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484224

17 ก.ย. 2564

สมรภูมิ “ดินแดง” ยืดเยื้อ ชาวบ้านเดือดร้อน คนการเมือง 3 พรรค 1 กลุ่ม เปิดเกมมวลชน ปูทางสู่สังเวียนเลือกตั้งท้องถิ่น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบ “ดินแดง” ยืดเยื้อมาร่วมเดือน สถานการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมอิสระกับตำรวจ คฝ.ยังไม่มีทีท่าจะยุติลงโดยเร็ววัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านโดยรอบสมรภูมิ “ดินแดง” ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ส ได้เดินทางไป สน.ดินแดง เรียกร้องให้ตำรวจหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อคืนความสงบ

แทบทุกคืน “ดินแดง” ระงมเสียงพลุ ประทัดยักษ์ กระสุนยาง และควันแก๊สน้ำตา กระทบการดำรงชีวิตช่วงกลางคืน ชาวบ้านไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้

กรณีเหตุปะทะกันที่ “ดินแดง” ไม่ได้มีแค่มติการเมืองนอกสภา เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมอิสระต้องการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯ หากแต่ยังมีเรื่อง “การเมืองในพื้นที่” ของอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของบางพรรคการเมือง

เช้าวันที่ 17 ก.ย.2564 ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand โดยดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ทางช่อง 9 ได้เปิด

โอกาสให้ “อรพินทร์ เพชรทัต” อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ชี้แจงกรณีกรรมการชุมชนดินแดง พาดพิงว่า ตามหาตัวเธอไม่เจอ เพราะอยากให้เข้ามาดูแลความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งอรพินทร์ ได้แจกแจงว่า เธอก็มีตัวแทนอยู่ในพื้นที่ แต่ก็ไม่มีใครแจ้งข่าวมา

ครอบครัวของอรพินทร์ ทำงานการเมืองในเขตดินแดง มายาวนานกว่า 20 ปี ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล หากชาวบ้านเดือดร้อน ก็พร้อมจะช่วยเหลือทุกคน

ก่อนหน้านี้ ทางรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ได้สัมภาษณ์ประสงค์ หอมสนั่น กรรมการชุมชนดินแดง ที่ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลดความรุนแรงในการใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง ในการควบคุมสถานการณ์ชุมนุม ใกล้พื้นที่ชุมชนพักอาศัย

จริงๆแล้ว มีตัวละครการเมืองอีกคนหนึ่งที่กรรมการชุมชนดินแดงไม่ได้พูดถึง คือ “อดิศร โพธิ์อ่าน” อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอดิศร ได้ออกมาส่งเสียงให้ทางการดูแลชาวแฟลตดินแดงมาแต่แรกๆ

‘เสียงคนดินแดง’

สถานการณ์ที่ “ดินแดง” เริ่มเปลี่ยน เมื่อประชาชนในย่านแฟลตดินแดง ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจในการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม

อดิศร โพธิ์อ่าน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตห้วยขวาง-ดินแดง ได้เคลื่อนไหวผ่านเพจอดิศร โพธิ์อ่าน ดินแดง ห้วยขวาง เมื่อ 14 ก.ย.2564

“เรื่องเด็กดินแดงถูกไล่ฟัน ไล่ยิง จนตกสะพาน ถ้าเรื่องนี้ไม่เดิน ระวัง เด็กดินเเดง จะขยับแล้วจะรู้จัก คนดินแดง เป็นยังไง”

16 ก.ย.2564 อดิศรยังโพสต์อีกว่า “ผม และ เปาบุ้นจิ้น ดินแดง ลงพื้นที่ แฟลตดินแดง 1 และดินแดง 2 เล่าให้ชาวบ้านฟังว่า เด็กบ้านเรา ถูกบุคคลไม่ทราบฝ่าย ทำร้าย ไล่ยิง และไล่ฟัน จนบาดเจ็บสาหัส และไม่มีเงินค่าผ่าตัดในส่วนเกิน”

เด็กดินแดงคนนั้นชื่อ “ชนชิต” เหยื่อจากการกระทำของผู้ชุมนุมบางกลุ่ม กำลังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

“อดิศร” เป็นลูกชายคนโตของทนง โพธิ์อ่าน อดีตประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ที่ถูกบังคับให้สูญหายสมัยรัฐบาลทหาร รสช. ลงสนาม ส.ส.ครั้งแรก ได้กว่า 2.5 หมื่นคะแนน ถือว่าไม่ธรรมดาเลย

ลูกชายผู้นำสหภาพแรงงานฯ เหยื่ออำนาจเผด็จการ ยังขอเสนอตัวรับใช้พี่น้องชาวดินแดง-ห้วยขวางในการเลือกตั้งสมัยหน้า แต่ยังไม่ระบุว่า จะสังกัดพรรคไหน

‘บ้านใหญ่ดินแดง’

จะว่าไปแล้ว การเมืองที่ “ดินแดง” ก็เป็นการต่อสู้ระหว่าง 3 พรรค กับ 1 กลุ่ม เนื่องจากอดิศร โพธิ์อ่าน ไม่ได้ติดป้ายพรรคก้าวไกลเหมือนเก่า และบอกคนดินแดงว่า หากได้พรรคใหม่แล้วจะแจ้งให้ทราบ

ผลการเลือกตั้งทั่วไป 2562 ที่เขต 5 (ห้วยขวางและดินแดง) ปรากฏว่า ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เพื่อไทย ได้ 27,897 คะแนน ,อรพินทร์ เพชรทัต พลังประชารัฐ 27,667 คะแนน, อดิศร โพธิ์อ่าน อนาคตใหม่ 25,484 คะแนน และธนา ชีรวินิจ ประชาธิปัตย์ 18,711 คะแนน

ประเดิมชัย อดีต ส.ก.เขตห้วยขวาง ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก แต่ ธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส.กทม.หลายสมัย สอบตก

ที่น่าสนใจคือ ตระกูล “เพชรทัต” ถือว่าเป็นเจ้าถิ่นดินแดงตัวจริง ทั้ง ชูพงษ์ เพชรทัต และ อนงค์ เพชรทัต ก็เคยเป็น ส.ก.เขตดินแดง มาแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย ส่วนลูกสาว อรพินทร์ ได้เป็นประธานสมาชิกสภาเขตดินแดง (ส.ข.) พรรคเพื่อไทย สมัยที่แล้ว

เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ตระกูล “เพชรทัต” ย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ แต่แพ้ประเดิมชัยแบบฉิวเฉียด หลังเลือกตั้ง อรพินทร์ ได้เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) และเมื่อปี 2564 อรพินทร์ ย้ายไปรับตำแหน่งเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (ตรีนุช เทียนทอง)

เวลานี้ อรพินทร์ และทีมงานตระกูลเพชรทัต ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ก.ทั้งเขตดินแดง และห้วยขวาง เรียบร้อยแล้ว โดยอนงค์ และลูกสาว-อรพินทร์ ได้ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านช่วงโควิดทุกวัน

15 ปี 19 กันยา “ทักษิณ” เล่าเรื่องคนซื่อบื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484184

17 ก.ย. 2564

ปลุกผี 19 กันยา “ทักษิณ” เล่าความพ่ายแพ้ของคนซื่อบื้อ แตะชนชั้นนำเอาใจม็อบสามนิ้ว จุดกระแสคาร์ม็อบชนรถถัง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ใกล้ถึงวันครบรอบ 15 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 “ทักษิณ ชินวัตร” ได้ใช้พื้นที่คลับเฮาส์ของกลุ่มแคร์ เล่าความหลังให้คนรุ่นใหมฟัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ทักษิณ” เล่าเบื้องหลังรัฐประหาร 19 กันยา ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน นับแต่เขาไปลี้ภัยอยู่ต่างแดน บางครั้งให้สัมภาษณ์สื่อไทยและสื่อเทศ บางคราวก็เล่าผ่านเวทีชุมนุมใหญ่ของ นปช.

ปีนี้ กลุ่มแคร์ ได้ให้ “ทักษิณ” เล่าเรื่อง 19 กันยา เวอร์ชั่นประวัติศาสตร์จากปากพี่โทนี่ ประสานกับคาร์ม็อบ ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

เนื่องจากทีมงานกลุ่มแคร์ มองว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่เกิดในห้วงการรัฐประหาร 2549 พอจำความได้ก็เห็นแต่ความแตกแยกเสื้อเหลือง-เสื้อแดง จึงให้อยากเด็กๆ ได้ฟังเรื่องเล่าจากปาก “ทักษิณ” บ้าง

อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันเยาวชนคนรุ่นใหม่ รับรู้เรื่องรัฐประหาร 19 กันยา ที่ก้าวข้ามคณะนายทหาร และผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญไปแล้ว พวกเขามอง “โทนี่” หรือทักษิณ เป็นตัวละคร ที่ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้อยวลี “สู้ไป กราบไป” เหมือนฝันร้ายที่คอยหลอกหลอน “ทักษิณ” ดังนั้น กลุ่มแคร์ที่หวังจะรีแบรนด์โทนี่ ให้เป็นความหวังของเยาวชน Gen X Gen Z ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

‘คนซื่อบื้อ’

คืนวันอังคารที่ 14 ก.ย.2564 “ทักษิณ” ได้เล่าเรื่องลึกๆ ทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร พยายามจะแตะ “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” แต่ก็ไม่กล้าพูดทั้งหมด

“ทักษิณ” ทำได้แค่เล่าความเป็นพระเอกของตัวเองว่า “ตอนนั้นพอโดนปฏิวัติแล้ว ก็เลยบินกลับไม่ได้ เพราะเครื่องบินการบินไทยถูกล็อคไว้โดย คปค. ถ้าผมบินกลับมาสนุกแน่ สรุปผมไปลงลอนดอน หลังจากนั้นผมเคยถาม พล.อ.สนธิเล่นๆ ว่าถ้าผมอยู่ ท่านกล้าปฏิวัติมั้ย เขาบอกไม่กล้า เพราะเขารู้ว่าผมเป็นคนกล้าคอมมานด์ ผมเป็นคนไม่กลัวตาย แต่ผมเป็นนักเลงพอ จบเป็นจบ”

เดือน ก.ย.2549 ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น มีภารกิจเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ด้วยความไม่ประมาท เขาได้เขียนประกาศภาวะฉุกเฉิน ลงนามไว้เรียบร้อย โดยมอบให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ถือไว้คนละฉบับ

“คนของผม 2 คน ไปตามหารัฐมนตรีกลาโหม(พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา) วันนั้นรัฐมนตรีกลาโหมของผมถูกพาไปซ่อนที่ไหนก็ไม่รู้ 2 คนนี้ก็ไม่กล้าตัดสินใจ ก็เลยช้าไป ไปประกาศได้ครึ่งเดียว มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ถูกจี้ เขาก็ปิดทีวีช่อง 9 เลยไม่ได้อ่าน ทำให้เราประกาศภาวะฉุกเฉินไม่ทัน”

เนื้อหาคำประกาศภาวะฉุกเฉินคือ สั่งย้าย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าผู้ปฏิบัติตามประกาศภาวะฉุกเฉิน

พล.อ.เรืองโรจน์ พร้อม “หมอมิ้ง” และ “รองชิดชัย” พยายามจะตั้งกองบัญชาการต่อต้านคณะปฏิวัติที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ แต่ถูกกำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้าจับกุม

ต่อมา พล.อ.เรืองโรจน์ เข้ารายงานตัวต่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่กองทัพบก ซึ่งภายหลัง พล.อ.เรืองโรจน์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา คปค.

ทักษิณยอมรับว่าเป็นคนซื่อบื้อ ที่แต่งตั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ เป็น ผบ.สส.

‘ลับลวงพราง’

ผ่านมา 15 ปี “ทักษิณ” ทำได้แค่บอกกับคนรุ่นใหม่ว่า ตัวเองซื่อบื้อ ไม่ทันเกมอำนาจของชนชั้นนำ ทั้งที่มีอำนาจเต็มมือ แต่ก็ปล่อยให้ฝ่ายจารีตก่อการยึดอำนาจได้สำเร็จ

จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของทักษิณคือ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ เตรียมทหารรุ่นที่ 5 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ. และอดีต ผบ.สส.

ก่อนฤดูโยกย้ายปลายปี 2548 พล.อ.ชัยสิทธิ์ เกษียณอายุ ผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.เรืองโรจน์ เข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.สส. ขณะที่คู่แข่งได้แก่ พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ รอง ผบ.สส.ขณะนั้น แต่สุดท้าย พล.อ.เรืองโรจน์ ได้เป็น ผบ.สส.

ช่วงรัฐประหาร 2534 พล.อ.เรืองโรจน์ เป็นนายทหารเสนาธิการประจำตัวของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.สส.สมัยนั้น เรียกว่าเป็นนายคนสนิท “บิ๊กจ๊อด”

อีกด้านหนึ่ง คืนวันนั้น (19 ก.ย.2549) ทายาท “บิ๊กจ๊อด”อย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ยังเป็นนายทหารระดับคุมกำลัง ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) “บิ๊กแดง” ได้ปล่อยวลีเด็ดไปถึงนายทหารฝ่ายทักษิณว่า “ผมอยู่กับพี่บัง” (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ทำให้ขบวนการต้านรัฐประหารต้องจบเกม

เรื่องเล่าของคนแพ้ ยังคงจะได้เล่ากันอีกหลายครั้ง ตราบใดที่ “ทักษิณ” ยังไม่ได้กลับบ้าน และพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

พลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484147

17 ก.ย. 2564

เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองเต็มตัวเสียที สำหรับพลเอก “ประยุทธ์” จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังเริ่มลงพื้นที่ ที่มีปัญหา แต่ยังถูกจับตา เข้าหาสมัครพรรคพวกทางการเมือง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

หลังจากพูดเป็นนัยให้ผู้ว่าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังเสียงสะท้อน จากส.ส. เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่พลเอกประยุทธ์ ก็เริ่มเดินหน้า ลดช่องว่างระหว่าง ส.ส.กับนายกรัฐมนตรี ด้วยการลงพื้นที่ ติดต่อกัน เริ่มจากสมุทรปราการ ที่กำลังเผชิญกับวิกฤติน้ำมีนายกฯตู่ สะใภ้ตระกูลอัศวเหมเป็นคนดูแล   ตรวจเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท มีอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนกำกับหรือแม้แต่การ ตรวจโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดวันนี้ ที่ชลบุรี   มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สุชาติ ชมกลิ่น เป็นคนดูแล

หลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้อยเอก ธรรมนัส ยังอยู่ร่วมหัวจมท้าย ชนิดพลิกความคาดหมายของหลายสำนัก โดยมีลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรักพลเอกประวิตร รับหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรค ปรากฏการณ์นี้ ถูกณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคาร์ม็อบเปรียบเทียบว่า เสมือนฤาษีโคบุตร ได้หัวใจทศกัณฐ์คืนมาอยู่ในกำมือ  พลเอกประวิตรผู้เป็นดั่งอาจารย์ของพลเอกประยุทธ  
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การปรากฏตัวในที่ประชุม ส.ส.พรรค พปชร.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ถูกมองจาก สมชัย ศรีสุทธิยากร ผอ.ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา ม.รังสิตว่าเป็นอาฟเตอร์ช็อกของฝั่งพลเอกประยุทธ์ หลังลงดาบสังหารแต่ไม่สามารถขับธรรมนัสและนฤมล พ้นจากตำแหน่งในพรรค ยิ่งมีการปรากฏตัวในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ของอดีตคู่แข่งชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในอดีต อย่างพลเอกวิชญ์ ที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ว่า รู้จักร้อยเอกธรรมนัส มาตั้งแต่ยังทำงานให้เสธ.ไอซ์  มองยังไงก็ไม่ต่างจากการจัดไลน์ในกองทัพของพลเอกประวิตร

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

เป็นที่รู้กันว่า ภายในพรรคพลังประชารัฐ
กลุ่มร้อยเอกธรรมนัส ไม่ค่อยกินเส้นก็สามมิตร ขณะที่ซุ้มมังกรน้ำเค็มของสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ถือเป็น
ดาวรุ่งในพรรค นอกจากบ้านใหญ่ที่ต้องพึ่งบารมีนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่ผิดหวังมาสองครั้งสองครา อย่างสามมิตรใยจะไม่ใช่กลุ่มที่พลเอกประยุทธ์ อยากคบหา สามมิตรเคยพลาดเก้าอี้เลขาฯและว่ากันว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน จองตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคไว้   
ก้าวย่างของพลเอกประยุทธ์ อาจเป็นการชิมลางสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ  แต่การเดินบนเส้นทางการเมืองนับจากนี้ไป มีราคาที่ต้องจ่ายรออยู่

พลเอก "ประยุทธ์" เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้วพลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว

พลิกปูมปมคดียุค”วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์” นั่งอัยการสูงสุดก่อนอำลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484104

17 ก.ย. 2564

“วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์” อัยการสูงสุด ยื่นหนังสือลาออกไม่ขอรับราชการต่อและหากมองย้อนไปในยุคที่เขาเป็นอัยการสูงสุด มีคดีสำคัญหลายคดีเข้ามาสู่สำนักงานอัยการสูงสุดและถูกวิจารณ์

สร้างความแปลกใจไม่ใช่น้อย ที่ “วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์”  อัยการสูงสุด ซึ่งจะครบอายุเกษียณราชการ 65 ปี ในสิ้นเดือนกันยายน 2564 นี้และจะต้องไปเป็นอัยการอาวุโสตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่อ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)

โดยแจ้งความประสงค์ว่าจะไม่ขอรับราชการเป็นอัยการอาวุโสต่อไป โดยประสงค์จะเป็นข้าราชการบำนาญ ทั้งนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปโดยจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.)วันที่ 21 กันยายน 2564 นี้ด้วย 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อ 8 กันยายน 2564 “นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์”อสส. ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 0109/2564 เรื่องให้พนักงานอัยการปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการอาวุโส จำนวน 106 ตำแหน่ง

ซึ่งมีชื่อ”นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์” ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการอาวุโส สำนักงานอัยการสูงสุด รวมอยู่ด้วยโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่1ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปถือว่าเป็นการเปลี่ยนใจแบบกะทันหัน

สำหรับ”นายวงศ์สกุล” ในช่วงที่เขาเป็น อัยการสูงสุด มีคดีสำคัญหลายคดีเข้ามาสู่สำนักงานอัยการสูงสุดและถูกจับตามองจากสาธารณชนท่ามกลางเสียงวิจารณ์ 

-คดีวิคตอเรียซีเครท  คดีนี้ “นายวงศ์สกุล” เคยบอกว่าในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ระยะเวลา 2 ปี ไม่มีการพิจารณาสั่งคดีนี้ น่าจะเป็นอัยการสูงสุดคนอื่น

คดีวิคตอเรียซีเครท มีนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ นางนิภา ภรรยา  และ นายธนพล บุตรชาย ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งทั้ง 3 สามคนถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องและเป็นเจ้าของสถานบริการอาบอบนวด “วิคตอเรียซีเครท” และคดีนี้เกิดขึ้นก่อน“นายวงศ์สกุล” เป็นอัยการสูงสุดและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาค้ามนุษย์

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ต่อมานายกำพล นางนิภา และนายธนพล    ซึ่งหลบหนีคดีได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาที่สำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเมื่อถึงตอนนี้ อัยการสูงสุดเปลี่ยนมาเป็น”นายวงศ์สกุล” แล้ว  

และตามกระบวนการเมื่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาเรื่องจะไปที่ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ เป็นผู้พิจารณาและต่อมามีคำสั่งไม่ฟ้อง เฉพาะนายธนพล เพียงคนเดียว  ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ ที่จะสั่งไม่ฟ้องและเมื่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ สั่งไม่ฟ้องแล้ว ไม่ต้องเสนอเรื่องไปยังอัยการสูงสุด 

แต่ต่อมา นายกำพล นางนิภา ร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาใหม่ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ ไม่ได้สั่งคดีด้วยตัวเอง แต่เสนอขึ้นไปที่รองอัยการสูงสุด และรองอัยการสูงสุดในยุค”นายวงศ์สกุล”เป็นอัยการสูงสุด ก็มีความเห็นไม่ฟ้อง นางนิภา เพียงคนเดียว โดยการสั่งคดียุติที่รองอัยการสูงสุด ไม่ต้องเสนออัยการสูงสุด เช่นกัน 

ดังนั้นโดยสรุปการสั่งคดีไม่ฟ้องทั้งนายธนพลและนางนิภา ทั้ง 2 ครั้งเกิดขึ้นในช่วงที่อัยการสูงสุด ชื่อ”นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์” เพียงแต่กฎหมายให้อำนาจอธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ และรองอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องได้ โดยไม่ต้องเสนอมาที่อัยการสูงสุด

การกลับคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาคดีสำคัญในยุคที่นายวงศ์สกุล เป็นอัยการสูงสุดนี้เอง ทำให้นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์เพื่อช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ เด็กและสตรี  ได้ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ

ขอให้ตรวจสอบอัยการสูงสุด “วงศ์สกุล” ว่า ในฐานะอัยการสูงสุด ได้มีการปล่อยปละละเลยหรือมีส่วนร่วมในการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ทั้งนางนิภาและนายธนพล ทั้งที่ 2 คนอยู่ระหว่างการหลบหนีคดีด้วยหรือไม่ มีการกระทำความผิดหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่

ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบและเอาผิดกับบุคคลทุกระดับชั้น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งไม่ฟ้องหรือมีการเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด 

-คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา  ขับรถโดยประมาทชนดาบตำรวจถึงแก่ความตาย ที่นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด  สั่งไม่ฟ้องคดี จากเดิมที่อัยการเคยสั่งฟ้องคดี

-คดีที่ ปปง.ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายพานทองแท้ หรือ “โอ๊ค” ชินวัตร บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีต่อเนื่องแตกลูกจากคดีทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร

โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้อง ต่อมาอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็มีความเห็นแบบเดียวกัน และยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแบบมีความเห็นแย้ง

คือ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนให้ลงโทษจำคุก 4 ปีกับจำเลย (นายโอ๊ค) โดยไม่รอลงอาญา แต่ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะอีกคนให้ยกฟ้อง 

เมื่อศาลยกฟ้องแบบมีความเห็นแย้งเช่นนี้ โดยปกติอัยการต้องยื่นอุทธรณ์เพราะอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องคดีมาตั้งแต่แรก แต่อัยการกลับมีความเห็นไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ทำให้ดีเอสไอทำความเห็นแย้งกลับมา เพื่อให้อัยการยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ 

แต่สุดท้าย นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่สั่งไม่ฟ้องในคดีนายบอส อยู่วิทยา ขับรถประมาทชนคนตาย) ในฐานะรักษาการอัยการสูงสุดแทน”นายวงศ์สกุล”ลงนามในคำสั่ง “ไม่อุทธรณ์” ทำให้คดีที่กล่าวหานายพานทองแท้ ถึงที่สุด

-คดีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ที่ดีเอสไอส่งสำนวนมาพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องว่าร่วมกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ฟอกเงิน

-คดีอุ้มฆ่าบิลลี่หรือนายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ที่มี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกรวม 4 คนตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งดีเอสไอทำสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องส่งให้อัยการ 
 

แต่ต่อมาสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีในข้อหาหลักทั้งหมด คงคำสั่งฟ้องเพียงข้อหาเดียว คือ ม.157 ไม่ส่งตัว บิลลี่ ให้ตำรวจดำเนินคดีลักของป่า

พี่ใหญ่ประวิตร “ประยุทธ์” ดันรุ่นน้อง ต่อแถวยึด ทบ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484046

16 ก.ย. 2564

บูรพาพยัคฆ์ไม่สิ้น “ประยุทธ์” พี่ใหญ่ประวิตร ดันรุ่นน้อง ต่อแถว 5 เสือ ทบ. รอขยับคุมทัพบก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หากมีคนถามว่า มรดกรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มีอะไรบ้าง ตอบว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

15 ปีผ่านไป มีรัฐบาลเฉพาะกาล และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป แต่อำนาจในกองทัพ ยังอยู่ในมือ “ประยุทธ์” และพี่ใหญ่ “ประวิตร”

การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลของเหล่าทัพปีนี้ก็เช่นกัน “ประยุทธ์” ร่วมกับบอร์ดกลาโหม จัดแถวกองทัพเรียบร้อย ท่ามกลางวิกฤตโควิด

เฉพาะกองทัพบกยุค พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้นำระบบกระจายรุ่นมาจัดทัพ ให้แต่ละรุ่นมีโอกาสเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน ส่องไปที่ตำแหน่ง 5 เสือ ทบ. ประกอบด้วย พล.อ.อภินันท์ คำเพราะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. (ตท.22) ขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ. และ พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รอง เสธ.ทบ. (ตท.22) ขึ้นเป็น เสธ.ทบ.

พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาค 1 (ตท.23) ขยับขึ้น ผช.ผบ.ทบ. ,พล.ท.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ตท.24) ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ.

มีข้อน่าสังเกต ใน 5 เสือ ทบ.ข้างต้นนี้ มีอดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ถึง 2 คนคือ พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ และ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์

ช่วงปี 2558-2559 พล.ท.สันติพงศ์ เป็น ผบ.ร.2 รอ. และพล.ท.เจริญชัย เป็นรอง ผบ.ร.2 รอ. ซึ่งนักข่าวสายทหารวิเคราะห์ว่า ปี 2566 พล.ท.เจริญชัย จะได้เป็น ผบ.ทบ. สืบต่อจาก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้

หากเป็นจริงตามความคาดหมาย พล.ท.เจริญชัย ก็จะเป็น ผบ.ทบ.คนที่ 6 ซึ่งเติบโตมาจาก พล.ร.2 รอ. หรือ “บูรพาพยัคฆ์”

แม้ช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ จะไม่มี ผบ.ทบ. ที่มาจากค่ายบูรพาพยัคฆ์ แต่แม่ทัพบกเหล่านั้น ก็เป็นน้องรักของ “ประยุทธ์” และ “ประวิตร”

‘ทหารเสือ-นักรบบูรพา’

พลันที่ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สื่อมวลชนได้พูดถึงคณะนายทหารสาย “บูรพาพยัคฆ์” มากขึ้น

จากปี 2547-2558 มีแม่ทัพบก ที่มาจากนักรบบูรพา 5 คน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ,พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร และ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช

สำหรับ “บิ๊กต่อ” พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ เติบโตมาจากค่ายทหารเสือราชินี และเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) เหมือน พล.อ.ประยุทธ์

ปี 2558 พล.ท.เจริญชัย ขยับเป็น รอง ผบ.พล.2 รอ. ก่อนจะไม้ต่อจาก พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผบ.ร.2 รอ. ที่ไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1

ปี 2560 พล.ท.เจริญชัย ส่งมอบตำแหน่ง ผบ.พล.ร.2 รอ. ให้ พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รอง ผบ.พล.ร.2 รอ. ก่อนที่ “บิ๊กต่อ” จะเข้าไปรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1

ปี 2562 “บิ๊กโต” พล.ท.สุขสรรค์ ตามรุ่นพี่ๆบูรพาพยัคฆ์จาก พล.ร.2 รอ. ไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพน้อยที่ 1 ซึ่งในฤดูกาลโยกย้ายปีนี้ ได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

สำนักข่าวหลายแห่ง จึงโฟกัสไปที่ “บิ๊กโต” พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 1 เพราะเขาเป็นนายทหารที่เติบโตมาจาก พล.ร.2 รอ. และเป็นน้องรักอีกคนหนึ่งของ พล.อ.ประวิตร

แถมมีการพาดพิงถึง พล.ท.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) รองเสธ.ทบ. ลูกชายของ พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทบ. สายวงศ์เทวัญ ที่พลาดตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 แต่ก็ได้ขึ้น “พล.อ.” เป็นหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

สื่อบางสำนักที่ไม่ชอบ “3ป.” ก็ใส่สีตีไข่กรณีข้างต้นนี้ โดยมองว่า การดัน พล.ท.สุขสรรค์ ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นการกีดกันสายวงศ์เทวัญ อย่าง พล.ท.ทรงวิทย์ ลูกชายบิ๊กตุ๋ย

‘บ้านบูรพาพยัคฆ์’

นักวิชาการบางคนเชื่อว่า ตราบใดที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังเป็นรัฐมนตรีกลาโหม นักรบบูรพา ก็ต่อคิวเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ใครว่า จะสิ้นยุคบูรพาพยัคฆ์ หากดูจากการโยกย้ายในปีนี้ ก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของนายทหาร สายปราจีนบุรี

จริงๆแล้ว คำว่า “บูรพาพยัคฆ์” มีต้นตอมาจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) ค่ายทหารราบที่มีชื่อเสียงเกรียงไกร ในยุคสงครามเย็น

พี่ใหญ่ประวิตร "ประยุทธ์" ดันรุ่นน้อง ต่อแถวยึด ทบ.พี่ใหญ่ประวิตร “ประยุทธ์” ดันรุ่นน้อง ต่อแถวยึด ทบ.

นักรบบูรพาแห่งนี้ มีอาร์มเขียนว่า “บูรพาพยัคฆ์” อยู่ใต้รูปเสือกับดาบ และนี่คือ “บ้านบูรพาพยัคฆ์” ที่มีความหมายต่างจากที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่เรียกขานกัน

ต้องบันทึกไว้ด้วยว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เป็นแม่ทัพบกคนที่ 2 ซึ่งมาจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) หรือ “บูรพาพยัคฆ์” สืบต่อจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

“บิ๊กโต” พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ก็เคยเป็น ผบ.ร.2 รอ. เช่นเดียวกับ พล.อ.ธีรชัย ซึ่งเท่ากับว่า โตมาจากบ้านบูรพาพยัคฆ์ของแท้

ฤดูกาลโยกย้ายปีหน้า น่าจับตา “บิ๊กโต” จะขยับจากแม่ทัพภาคที่ 1 เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. เหมือน พล.ท.เจริญชัย หรือไม่

จบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาด เงินบำนาญหายเกลี้ยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483537

16 ก.ย. 2564

ขอเลือกแบบจบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจแห่ลาออก” ก่อนเกษียณฯเกือบพัน เมื่อไม่มีเส้นไม่มีสายอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ หากทำผิดพลาดผลคือโดนไล่ออกเงินบำนาญหายในพริบตา

-ต้องบอกว่าได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าสำหรับวิกฤติโควิดฯในครั้งนี้ เศรษฐกิจพังย่อยยับธุรกิจขาดทุนเป็นหนี้เดือดร้อนกันแสนสาหัส บริษัทห้างร้านฯหลายแห่งปิดกิจการเอาคนออกหลายคนต้องตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว!! 

 “เหยี่ยวขาว” สอบถามเพื่อน ๆ ด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าหลายคนต้องประสบเคราะห์กรรมสังเวยให้กับความอยู่รอดของนายทุน ซึ่งก็น่าเห็นใจเพราะมันคือคำตอบสุดท้ายที่เขาเลือกจะทำ.. จริงอย่างที่ว่าบริษัทเอกชนเงินดีแต่ไม่มั่นคงเหมือนข้าราชการ แต่ในความมั่นคงระบบข้าราชการเองก็มีการเปิดโครงการลาออกก่อนเกษียณฯเช่นกัน!!!

จบแต่ไม่เจ็บ "ตำรวจลาออก" อื้อ!! เปรยผิดพลาด เงินบำนาญหายเกลี้ยงจบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาด เงินบำนาญหายเกลี้ยง

-อย่างเช่นวันก่อนกองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพลเปิดรายชื่อข้าราชการ “ตำรวจลาออก” จากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล(การขอพระราชทานยศหรือเลื่อนยศสูงขึ้นเป็นกรณีพิเศษให้กับข้าราชการตำรวจที่ขอลาออกฯก่อนเกษียณอายุ)รุ่นที่ 22 ประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวนทั้งสิ้น 986 นาย ไล่ไปตั้งแต่ยศ พล.ต.ท.ถึง ด.ต.ถามว่าเกิดอะไรขึ้น!!ตำรวจถึงได้แห่เข้าโครงการฯดังกล่าวทุกปี ๆ ละเกือบพันมาอย่างต่อเนื่อง คำตอบที่ได้คือ ต้องการพักผ่อน สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์  หันไปทำอาชีพอื่น ฯลฯ!!!

จบแต่ไม่เจ็บ "ตำรวจลาออก" อื้อ!! เปรยผิดพลาด เงินบำนาญหายเกลี้ยงจบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาด เงินบำนาญหายเกลี้ยง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-จากการสอบถามพูดคุยกับตำรวจที่เข้าโครงการฯรุ่นที่ 22 คนหนึ่ง(ขอสงวนนาม) บอกเหตุผลที่ลาออกว่า อยู่ไปก็ตำแหน่งเดิม เงินเดือนตัน ไม่มีเส้นไม่มีสายวิ่งเต้นให้ดีไปกว่านี้ ผมเข้าโครงการฯลาออกไปกินบำนาญยังมีแรงหาเงินทางอื่นเพิ่มดีกว่า อีกทั้งการเลื่อนตำแหน่งสมัยนี้ความอาวุโส (senior) กับฝีมือใช้ไม่ได้แล้ว อยู่ต่อไปไม่มีประโยชน์เสี่ยงมีเรื่องผิดพลาดอย่างที่เห็นเป็นข่าวโดนไล่ออกบำนาญไม่ได้จบกัน ขอเลือกแบบจบแต่ไม่เจ็บดีกว่าครับ!!! 

จบแต่ไม่เจ็บ "ตำรวจลาออก" อื้อ!! เปรยผิดพลาด เงินบำนาญหายเกลี้ยง

-ฟังแล้วน่าท้อใจแทน “ตำรวจแห่ลาออก” ย้ำว่าทุกอาชีพ-คนทำงานทุกคนล้วนหวังถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานกันทั้งนั้น แต่ทำแล้วย่ำอยู่กับที่-ไม่มีทางก้าวหน้ามันเหนื่อยนะนาย…ตำรวจบางคนเขามุมานะอุตส่าห์หาเวลาไปเรียนจนจบปริญญาตรี หวังรอวันที่หน่วยจะเปิดสอบเลื่อนตำแหน่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เปิด บางหน่วย 7 ปีแล้วไม่มีการเปิดสอบเลื่อนตำแหน่ง..

-ส่วนหน่วยที่เปิดสอบเขาก็วางตัวคนที่ได้เอาไว้แล้ว หนีไม่พ้นลูกท่านหลานเธอ!! หนักสุดคือ เปิดรับสมัครสอบระดับวุฒิปริญญาตรีเอาบุคคลภายนอกเข้าเป็นมาเป็นนายร้อย ทั้ง ๆ ที่นายสิบของ สตช.ที่ไปเรียนจนจบวุฒิปริญญาตรีก็มีมากมาย…เห็นใจตำรวจดี ๆ ให้โอกาสพวก “มดงาน” ได้มีโอกาสก้าวหน้าบ้างเถอะครับนาย. 
 


เรื่อง…เหยี่ยวขาว

คนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483839

16 ก.ย. 2564

สำหรับคอหวย “เลขเด็ด” ล้วนเป็นความหวังบนความฝันครั้งสำคัญของชีวิต แต่บางคนก็เริ่มเลิกหวัง ทิ้งความฝันหาสถาบันการเงินเสริมสภาพคล่อง ดอกเบี้ยต่ำ

– เสียงที่คุ้นหู…

“รวยวันนี้” กับ “วันนี้รวย” ความหวังที่ผสมผสานกับความฝันของ “คอหวย” ที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังการซื้อ เลขเด็ด ครอบครอง  รวยแล้วจะทำไรน้า นานาประการ สร้างฝันและครอบครองไว้ให้นานที่สุดจวบจนนาทีสิ้นเสียง..เลขที่ออก… หรือบางคนไม่กล้าลุ้น ต้องรอให้คนบอกว่าเลขที่ออกเป็นเลขอะไร  

-เมื่อพูดถึงเลขเด็ด มักต้องนึกถึงเหล่า “Influencer” จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าอาจารย์ดัง ลามมาถึงเหล่าดารา ไม่ว่าจะเป็น “เลขเด็ด” ตามอ่างน้ำมนต์ ยันต้นไม้ ถึงตามหน้ากระดาษมงคลที่มีเลขเขียนไว้ กลายเป็นแหล่งสะสมของความสุข “ส่องเลขเด็ด” ที่ปนเปกับความหวังที่หลายคนฝันว่า วันหนึ่งเราจะรวย ได้กลายเป็นพฤติกรรมทางวัฒนธรรมอันดีของไทยที่มีต่อการสร้างรายได้ให้ทั้งคอหวย เจ้ามือหวยและรัฐบาล แบบนี้ “ไม่มีใครจน” 

มนต์สิทธิ์ คำสร้อยมนต์สิทธิ์ คำสร้อยเบิ้ล ปทุมราชเบิ้ล ปทุมราช

-ความสุขที่ต้องกักตุน 

งานวิจัยจากธนาคาร TMB เมื่อปี 2561 จัดกลุ่มคนที่ชอบเล่นลอตเตอรี่ออกเป็น 3 กลุ่ม


1.กลุ่มคนไม่รู้จะเอาเงินไปไหน ซื้อเป็นบางเดือน ซื้อตามสถานการณ์และสิ่งเร้าที่ได้ยินและที่ถูกกล่าวขาน  

2.กลุ่มชอบลองของ สนุกในตื่นเต้นและการเก็งเลข มีมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนดวงดีและมีโชคกับ “เลขเด็ด”

3.กลุ่มเล่นเปนเกมพลิกชีวิต หวังยกระดับชีวิตจากลอตเตอรี่ มีความเชื่อมั่นว่า ลอตเตอรี่จะช่วยให้ความฝันเป็นจริงได้

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-“คนจนผู้ยิ่งใหญ่”

ปรัชญาแห่งเซนบอกไว้ เจ้ารู้ไหม..ในตัวเรามีคนอยู่ “สามคน” คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น ส่วนคนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น และคนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ ดังนั้น คนเราล้วนมีความฝัน ความฝันจึงไม่ใช่สิ่งเลวร้าย คอหวยหลายคนจึงมีความสุขตั้งแต่เริ่มต้นจากซื้อ “เลขเด็ด” จนกระทั่งจุดจบ “หวยกิน” ก็ยังหัวเราะได้อย่างมีความสุข  “กูว่าแล้ว…ทำไมไม่เอาเลขนี้วะ”  และด้วยคำประโยคนี้ มันกลายเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนแห่งอนาคต “ส่องเลขเด็ด” งวดหน้า  

คนจนผู้ยิ่งใหญ่ "เลขเด็ด" ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ "เลขเด็ด" ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตาย 

-“โลกแห่งความเป็นจริง”

ใครจะไปคิดว่า เมื่อทางออกต้องมาถึงทางตัน เมื่อสภาพคล่องที่ขาดหายไปบางช่วงขณะกำลังจะมีมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด19 กำลังบานปลาย ความฝันทั้งหลายต้องกลับกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของความเครียดในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อเงินขาดกระเป๋า เงินเก่าเริ่มหมดและหร่อยหรอ ชักหน้าไม่ถึงหลัง บางคนตกงานไม่มีทางออก ธุรกิจต้องล้มครืนยิ่งกว่าโดมิโน่ ดังนั้น “เงินกู้” วันนี้จึงกลายเป็นแหล่งพึ่งพิงของหลายคนที่แห่เข้าใช้บริการ ขอยอมเป็นหนี้ชั่วคราวและหนี้ค้างนานน้านนาน  ที่มีคนคอยกระซิบข้างหูว่า ขอเป็น “คนรวยในวันนี้” ดีกว่าเป็น “คนจนผู้ยิ่งใหญ่” ในวันหน้า  แบบนี้เค้าเรียก ตอบโจทย์มาตรการที่ทางรัฐบาลในการช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับประชาชน เวลานี้

คนจนผู้ยิ่งใหญ่ "เลขเด็ด" ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตาย

คนจนผู้ยิ่งใหญ่ "เลขเด็ด" ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ "เลขเด็ด" ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตาย

คนจนผู้ยิ่งใหญ่ "เลขเด็ด" ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตายคนจนผู้ยิ่งใหญ่ “เลขเด็ด” ยอมเจ็บแบบจบ รวยวันนี้ดีกว่าอนาคต อดตาย

ศ.ดร.กนก ออกโรงเตือน เตรียมการก่อนฉีดไฟเซอร์ “วัคซีนเด็ก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484393

20 ก.ย. 2564

ศ.ดร.กนก เตือน เตรียมการ 5 ข้อ ก่อนฉีดวัคซีนไฟเซอร์ “วัคซีนเด็ก” 12-17 ปี 4 ต.ค. กระจายวัคซีนเป็นธรรม-จัดลำดับกลุ่มเสี่ยง-ให้ข้อมูลสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง-วัคซีนเป็นเงื่อนไขเข้าชั้นเรียนหรือไม่-สกัดคลัสเตอร์โรงเรียน เอาใจช่วย ศธ.ฉีดวัคซีน เปิดห้องเรียนสำเร็จ

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 64  ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการจะเริ่มต้นฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนในวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 เพื่อให้นักเรียนสามารถไปเรียนตามปกติได้ว่า  วัคซีนหลักที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขจะใช้ฉีดเด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปี คือ ชั้นมัธยม 1-6 หรือเทียบเท่า คือ วัคซีนไฟเซอร์ “วัคซีนเด็ก” ที่เป็นแบบ mRNA (Pfizer- BioNTech) จำนวน 4.8 ล้านโดส มีประเด็นที่คาดว่าจะเป็นปัญหาด้านการจัดการ ที่ขอนำมาฝากเตือนล่วงหน้า คือ

1. การกระจายวัคซีนจำนวน 4.8 ล้านโดส ใช้เกณฑ์อะไร ทั้งระดับจังหวัด และระดับโรงเรียนในแต่ละจังหวัด เพราะจํานวนนักเรียนทั่วประเทศที่อยู่ในช่วงอายุ 12-17 ปี มีจำนวนมากกว่า 4.8 ล้านคน          

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นคำถามเรื่องหลักเกณฑ์การกระจาย “วัคซีนเด็ก” ให้กับนักเรียนในทุกโรงเรียนทั่วประเทศจะเป็นเรื่องสำคัญเพราะความรู้สึกต่อ “ความเป็นธรรม” สำคัญมากต่อนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครอง

2. การคัดกรองนักเรียนที่ร่างกายหรือสุขภาพที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น โรคอ้วน, โรคทางเดินหายใจ (หอบหืด), โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคเบาหวาน เป็นต้น จนถึงการให้ความยินยอม ของพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะให้เด็กนักเรียนรับวัคซีน เนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิดเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็กนักเรียนการระมัดระวัง การทำความเข้าใจ จนถึงการเฝ้าระวังหลังการรับวัคซีนโดยครูและพ่อแม่ผู้ปกครอง       เป็นเรื่องสำคัญ 


รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ที่น่ากังวล “วัคซีนเด็ก” อีกประเด็นคือ ข้อ 3. การฉีดวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 12-17 ปีนี้ นอกจากกระทรวงศึกษาธิการจะใช้วัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer แล้ว ทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เปิดให้บริการฉีดวัคซีนชิโนฟาร์มด้วย ย่อมจะเกิดคำถามว่าวัคซีนทั้งสองนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อการคุ้มครองเด็กนักเรียน เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร การปล่อยให้   พ่อแม่ผู้ปกครองคิดเองวิเคราะห์เองโดยไม่มีข้อมูลและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจะสร้างความสับสน   และนำไปสู่การเข้าใจผิดได้

4. สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนในรอบนี้ คำถามคือพวกเขาจะได้รับวัคซีนเมื่อไร  และในขณะที่พวกเขายังไม่ได้รับวัคซีน พวกเขาจะไปโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนที่ได้รับวัคซีนได้หรือไม่ หรือจะให้นักเรียนที่ได้รับวัคซีนแล้วเท่านั้นที่ไปโรงเรียนได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นความเหลื่อมล้ำต่อการไปโรงเรียน ะเกิดขึ้นทันที และจะนำปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา กระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนมีแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

และ5. เมื่อนักเรียนได้รับวัคซีนแล้ว ไปโรงเรียนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการติดโควิด 19 จะไม่เกิดขึ้นเพราะวัคซีนเป็นเพียงยาที่ช่วยลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากไวรัสโควิดเท่านั้น มาตรการป้องกันทุกด้าน(Universal Prevention) ของโรงเรียนโดยเฉพาะในชั้นเรียนและห้องอาหารจะทำอย่างไร เราไม่อยากให้เกิดคลัสเตอร์โรงเรียน

“ผมขอฝากข้อเตือน 5 ประการ เพื่อช่วยกระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนคิด ด้วยความหวังว่า       การฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปีจะสำเร็จ และเปิดโอกาสให้นักเรียนกลับเข้าสู่ชั้นเรียนได้           ด้วยความปลอดภัย และนำคุณภาพการเรียนการสอนให้เกิดกับนักเรียนต่อไปครับ” ศ.ดร.กนก กล่าว

“แรมโบ้” ซัด อรุณี ไม่รู้ความจริงอย่าอวดฉลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484454

19 ก.ย. 2564

“แรมโบ้”ซัด อรุณี ไม่รู้ความจริงอย่าอวดฉลาด ถามกลับ รัฐบาลไหนในอดีตที่ปล่อยให้มีการโกงกินมากมายจนทำให้ประเทศมีหนี้มีสิน ถอยหลังลงคลอง ปชช.ต้องออกมาขับไล่เป็นเรือนแสน เรือนล้าน

19 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้รัฐประหาร 49 จุดเริ่มต้นทำประเทศตกหลุมดำ

โดยนายเสกสกล กล่าวชี้แจงว่า หากบ้านเมืองเป็นไปได้ด้วยดี มีความสงบสุข ผู้นำประเทศไม่โกงกินหรือหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัว การรัฐประหารก็คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ที่ผ่านมาการรัฐประหารทั้งในช่วงของนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดจากประชาชนไม่พอใจผู้นำที่เข้ามาเพื่อแสวงหาแต่ผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนมีการทุจริตต่าง ๆ มากมาย จนทำให้ประชาชน นับแสนนับล้าน ทนไม่ไหวออกมาขับไล่

สุดท้ายจะต้องรัฐประหารเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบและตัดวงจรการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นมากมายเต็มแผ่นดิน

ตนเองยังมองว่าในขณะที่นายทักษิณหรือนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนในประเทศหายยากจน มิหนำซ้ำยังทำให้ชาวนาต้องทนทุกข์ทรมานจากนโยบายรับจำนำข้าว จนชาวนาผูกคอตายไปหลายคนแล้ว

ซึ่งโฆษกพรรคเพื่อไทยต้องหัดมองอย่างรอบด้าน และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นด้วย สิ่งใดที่รัฐบาลทหารทำได้ดีก็ควรยอมรับ และควรยอมรับข้อเสียของนายใหญ่ของพรรคเพื่อไทยด้วยว่าได้ทำเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง อย่าโทษแต่คนอื่นฝ่ายเดียว ความเป็นผู้นำที่ดีต้องมองประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ประชาชนจึงจะยอมรับไม่ต้องออกมาขับไล่บนท้องถนน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

นางสาวอรุณี เพิ่งมาเป็นโฆษกพรรคไม่นาน ไม่ได้รู้สีรู้สาอะไรเลย คงไม่รู้ข้อเท็จจริงมากไปกว่า คนชื่อ แรมโบ้ เพราะตนเคยอยู่ในครอบครัวนี้ที่สร้างแต่ปัญหาให้บ้านเมืองปล่อยให้มีการทุจริตเชิงนโยบายและโกงกินมากมากมาย คนที่ได้ประโยชน์จากการบริหารประเทศจ้องกอบโกยเอาแต่ผลประโยชน์คือคนกลุ่มเดียวที่มีอำนาจในรัฐบาล

ประชาชนไม่ได้อะไรจากรัฐบาลที่ชอบอ้างว่าเสียงข้างมากมาจากประชาชน เป็นเพียงอาศัยอ้างชื่อประชาชนเพื่อแสวงหาความร่ำรวยให้ครอบครัววงศ์ตระกูลตัวเองมากกว่า จนประชาชนต้องออกมาบนท้องถนนเดินขบวนขับไล่ผู้นำที่เห็นแก่ตัวเหล่านี้ น.ส.อรุณี น่าจะมองภาพออก มิใช่นั่งเทียนหลับตานั่งแถลงข่าว แกล้งไม่รู้ความจริงในอดีตว่า เลวร้ายอย่างไร

ถ้ายังไม่มีข้อมูลหรือไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในการเป็นผู้นำของคนในเครือข่ายพรรคเพื่อไทยว่าง ๆ แวะมาคุยกับคนชื่อ แรมโบ้ได้ จะมีเรื่องเล่าให้ฟังมากมาย เพิ่งเข้ามาอยู่พรรคและเพิ่งเป็นโฆษกอย่าพูดหรือให้ข่าวตามใบสั่งใคร จะเสียภาพพจน์ของโฆษก และจะถูกมองว่า เป็นโฆษกพรรคที่ไร้วุฒิภาวะ ไร้เดียงสาไปเปล่าๆ ตนไม่อยากให้ใครมามองหรือกล่าวหาเช่นนั้น  นายเสกสกล กล่าว