“ยิงแก๊สน้ำตา” สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484448

19 ก.ย. 2564

ภายหลังม็อบ19 กันยา ยุติการชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีมวลชนบางส่วนเคลื่อนมาก่อเหตุปาประทัดยักษ์ ทำลายทรัพย์สินราชการ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ตัดสินใจ”ยิงแก๊สน้ำตา” สลายมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 19.30 น. ภายหลังกลุ่มมวลชนคาร์ม็อบได้ยุติการชุมนุมรำลึก 15 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว 

"ยิงแก๊สน้ำตา" สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ“ยิงแก๊สน้ำตา” สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ

อย่างไรก็ตาม  เมื่อเวลา 19.55 น.  ยังมีมวลชนบางกลุ่ม   รวมตัวกันอีกครั้ง และเคลื่อนตัวมาใต้สะพานลอย ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพาณิชยการพระนคร มีการวางเพลิงป้อมจราจรแยกนางเลิ้ง จุดประทัด จุดพลุ ปาใส่แนวเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ต่อเนื่อง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

"ยิงแก๊สน้ำตา" สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ“ยิงแก๊สน้ำตา” สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ

ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.)  เริ่มยิงแก๊สน้ำตา สลายกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง ที่รวมตัวอยู่บนถนนพิษณุโลก ด้านหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม และพยายามทำลายทรัพย์สินทางราชการ

"ยิงแก๊สน้ำตา" สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ“ยิงแก๊สน้ำตา” สลายมวลชนก่อเหตุปาประทัดยักษ์ทำลายทรัพย์สินราชการ

เวลา 20.10 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.)  เข้ากระชับพื้นที่บริเวณแยกนางเลิ้ง ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมถอยกลับไปที่แยกดินแดงแล้ว

“ม็อบ19กันยา” บึ้มจนได้ เกิดเสียงระเบิดระหว่างการชุมนุม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484435

19 ก.ย. 2564

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีการเกิดเสียงระเบิดขึ้นระหว่างการชุมนุม Carmob “ม็อบ 19 กันยา” ที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์ ขณะที่เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นกัน

เกิดเหตุเสียงระเบิดระหว่างการชุมนุม“คาร์ม็อบ” หรือ “ม็อบ 19 กันยา” ที่บริเวณหน้าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน มีเสียงดังคล้ายระเบิดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นกัน 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงถึงกรณีการเกิดเสียงระเบิดขึ้นระหว่างการชุมนุม Carmob ที่บริเวณหน้าศูนย์ประชุมสิริกิติ์ฯ

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 64  เวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณฝั่งตรงข้ามประตูศูนย์ประชุมสิริกิติ์ฯ  ซึ่งได้รับแจ้งจากประชาชนที่พักอาศัยใกล้เคียงว่ามีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถนนรัชดาภิเษก (อยู่กลางทางระหว่างแยกอโศกและแยกคลองเตย) ช่องทางริมฟุตบาท มุ่งหน้าแยกคลองเตย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง กลุ่มวัยรุ่นจึงได้ลงจากรถ ขึ้นไปบนฟุตบาทบริเวณใต้ต้นไม้ และเกิดเสียงระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้ง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้รีบขึ้นรถจักรยานยนต์ออกนอกพื้นที่ไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย เป็นชายอายุ 19 ปี และ 20 ปี อีก 2 คนเป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปี และ 17 ปี ซึ่งผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวไปรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และจะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในพื้นที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจอดอยู่ 1 คัน และในระหว่างการรักษาเบื้องต้นก็ได้มีตรวจพบเศษระเบิดปิงปอง จำนวน 1 ลูก เป็นเศษพลาสติกสีฟ้า ทรงครึ่งวงกลม จำนวน 2 ชิ้น

ภายในมีคราบคล้ายดินระเบิด ที่ตัวของหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลางในคดีและจะส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป จากการสอบถามพยานบริเวณใกล้เคียงสันนิษฐานว่า การระเบิดอาจเกิดจากระเบิดที่กลุ่มวัยรุ่นพกมาระเบิดขึ้นเอง

โดยในชั้นนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้หนึ่งผู้ใด เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการรักษา และยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ได้รับบาดเจ็บก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาในเรื่องของการพกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะฯ ส่วนในเรื่องการระเบิดหากมีความเชื่อมโยงกับผู้ใดก็จะแจ้งข้อหาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากมีความคืบหน้าประการใดจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

วันเดียวกัน ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายหลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำคาร์ม็อบ ประกาศยุติการชุมนุม เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นสองครั้ง ทำให้ช่วงการแยกย้ายชุมนุมเป็นไปด้วยความวุ่นวาย 

สถานการณ์ล่าสุด เวลา 18.30 น. หลังจากประกาศยุติการชุมนุม  มีเสียงดังคล้ายระเบิด กลุ่มผู้ชุมนุม เห็นผู้ต้องสงสัย วิ่งหนีไปทางด้านถนนดินสอ มุ่งหน้า ศาลากลางกรุงเทพมหานคร  จึงวิ่งติดตามกันไป แต่ไม่พบตัว จากนั้นเกิดการกระทบกระทั่งกันของกลุ่ม โรนิน ฝั่งธน และกลุ่มอาชีวะ ที่มาร่วมชุมนุมกัน ใช้เวลา พูดคุยไกล่เกลี่ยกันประมาณ 15-20 นาที ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น  
   

ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ นัดแนะเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มม็อบทะลุแก๊สกันต่อ ที่บริเวณ แยกดินแดง

แจกมาแล้ว50 จัหวัด “ชวน” ลุยเเจกหน้ากาก-ช่วยน้ำท่วมอีก10จังหวัดภาคเหนือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484431

19 ก.ย. 2564

“อิสระ” เผย ประธานชวน หลีกภัย ลุยเเจกหน้ากาก-ช่วยน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคเหนือ ปัดลงพื้นที่เพราะมีสัญญาณยุบสภาฯ ปชป.พร้อมทุกสนามเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเลขาธิการมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน นี้  นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงตน และคณะรัฐสภา เช่น นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ จะเดินทางด้วยรถยนต์ไปพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อเยี่ยมเยือนผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงแจกหน้ากากอนามัย จังหวัดละ 10,000 ชิ้น และหน้ากากเด็ก MiniMask จุดละ 2,000 ชิ้น และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับชาวบ้าน ในช่วงการเเพร่ระบาดของโรคโควิด-19  

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย  และคณะ จะเริ่มเดินทางไปตั้งต้น ที่ศาลากลางจ.อุตรดิตถ์ จากนั้นไป จ.แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง และไปจบที่ศาลากลางจังหวัดตาก

แจกมาแล้ว50 จัหวัด "ชวน" ลุยเเจกหน้ากาก-ช่วยน้ำท่วมอีก10จังหวัดภาคเหนือแจกมาแล้ว50 จัหวัด “ชวน” ลุยเเจกหน้ากาก-ช่วยน้ำท่วมอีก10จังหวัดภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม การเดินทางของและนายชวน หลีกภัย  และคณะ ของสภาฯทำเป็นประจำในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ และแจกมาแล้วกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ 

แจกมาแล้ว50 จัหวัด "ชวน" ลุยเเจกหน้ากาก-ช่วยน้ำท่วมอีก10จังหวัดภาคเหนือแจกมาแล้ว50 จัหวัด “ชวน” ลุยเเจกหน้ากาก-ช่วยน้ำท่วมอีก10จังหวัดภาคเหนือ

โดยไม่เกี่ยวกับข่าวสัญญาณที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเกิดการยุบสภา แล้วอาจจะมีการเลือกตั้งในปีหน้าแต่อย่างใด อีกทั้งส.ส.และบุคลากรของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคการเมืองทำงานหนักมาตลอด พร้อมทุกสนามเลือกตั้งอยู่แล้ว

ประมวลภาพ “ม็อบ19กันยา” ขับรถชนรถถัง ฝนกระหน่ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484421

19 ก.ย. 2564

ประมวลภาพบรรยากาศ “ม็อบ19 กันยา” เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สวมบทขับรถแท็กซี่ พุ่งชน รถถังจำลอง รำลึกเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา 2549 ก่อนเคลื่อนพลสี่แยกอโศกไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยท่ามกลางฝนตกกระหน่ำ

ผู้สื่อข่าว“คมชัดลึก” รายงานบรรยากาศการรวมตัวอีกครั้งของกลุ่มมวลชนเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้การนำของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือคนเสื้อแดง พร้อมกับ “สมบัติ บุญงามอนงค์”  หรือ บก.ลายจุด  (ชมภาพ) 

ประมวลภาพ "ม็อบ19กันยา" ขับรถชนรถถัง ฝนกระหน่ำประมวลภาพ “ม็อบ19กันยา” ขับรถชนรถถัง ฝนกระหน่ำ

ประมวลภาพ "ม็อบ19กันยา" ขับรถชนรถถัง ฝนกระหน่ำประมวลภาพ “ม็อบ19กันยา” ขับรถชนรถถัง ฝนกระหน่ำ

โดยเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 กลุ่มมวลชนเหล่านี้ ได้ใช้ชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์”(อ.ห.ต.)  นัดหมายผู้ชุมนุมมารวมตัวที่บริเวณสี่แยกอโศก ซึ่งเป็นทำเลใหม่ที่ แกนนำทั้งสองได้เคยใช้ชุมนุมในช่วงก่อนและหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ในรัฐบาล“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นำ"คิมบับ  ข้าวปั้นสาหร่ายทะเล จำนวน 100 ชิ้น มาแจกผู้ชุมนุม

แจก คิมบับ ข้าวปั้นสาหร่ายทะเล  แจก คิมบับ ข้าวปั้นสาหร่ายทะเล

กิจกรรมม็อบ 19 กันยา เล่นดนตรีข้างถนนก่อนเคลื่อน กิจกรรมม็อบ 19 กันยา เล่นดนตรีข้างถนนก่อนเคลื่อน

การรวมตัววันนี้(19 ก.ย.64 )  เป็นช่วงเวลาเดียวกับการครบรอบ 15 ปี เหตุการณ์การ“รัฐประหาร”เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดย พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน  ผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารในนาม“คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เข้ายึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนั้น เจ้าตัวอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อร่วมการประชุมขององค์การสหประชาชาติ

ม็อบ19กันยา หลบสายฝน ขณะเคลื่อนออกจากแยกอโศกไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยม็อบ19กันยา หลบสายฝน ขณะเคลื่อนออกจากแยกอโศกไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

การยึดอำนาจในช่วงปี 2549 นั้นเอง เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2549  ได้มีเหตุการณ์ “ลุงไพรวัลย์ นวมทอง”  ได้ขับรถแท็กซี่เข้าชนรถถังจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 

ม็อบ19กันยา ฝ่าสายฝนผ่านสามแยกไฟฉายม็อบ19กันยา ฝ่าสายฝนผ่านสามแยกไฟฉาย

หลังจากนั้นหนึ่งเดือน “ลุงไพรวัลย์” ได้พลีชีพด้วยการแขวนคอ บริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต    

ภายหลังกลุ่มมวลชนได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยนายณัฐวุฒิ ขับรถแทกซี่ชนรถถังจำลองแล้ว ได้เคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่ขับรถจักรยานยนต์ มุ่งไปหน้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ท่ามกลางฝนตกลงมาอย่างหนัก 

กลุ่มผู้ชุมนุมปีนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทำการแขวนป้ายประท้วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กลุ่มผู้ชุมนุมปีนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทำการแขวนป้ายประท้วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  สมบัติ บุญงามอนงค์  วรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ ปราศรัยโจมตีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนประกาศยุติการชุมนุม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมบัติ บุญงามอนงค์ วรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ ปราศรัยโจมตีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนประกาศยุติการชุมนุม

ทั้งนี้เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้นำป้ายผ้าล้อเลียนพล.อ.ประยุทธ์ไปแขวนไว้บริเวณรอบอนุสาวรีย์  จากนั้นนายณัฐวุฒิ และนายสมบัติ และนายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย สลับการปราศรัย ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. 

“ม็อบ19กันยา”แสบโชว์ขับแท็กซี่ชนรถถังจำลองรำลึก15ปีรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484409

19 ก.ย. 2564

“ม็อบ19กันยา” ภายใต้การนำของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์ จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง รำลึกครบ 15 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน49 ทิ่มแทงคณะรัฐประหารจัดแท็กซี่วิ่งชนรถถังจำลอง(ชมภาพ)


เมื่อวันที่  19 ก.ย.64 เวลา 14.00 น.  กลุ่มเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์(อ.ห.ต.) นำโดย “นายณัฐวุฒิ ใส่เกื้อ” และ “นายสมบัติ บุญงามอนงค์” หรือ บก.ลายจุด จัดกิจกรรม CarMob รำลึกครบ 15 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.49 โดยเริ่มเคลื่อนจากจุดแยกอโศก ไปหยุดที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยทางแกนนำยืนยันว่าจะยุติการจัดกิจกรรมในช่วงเวลา 18.00 น. 

สมบัติ  บุญงามอนงค์ แกนนำคาร์ม็อบ ร่วมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เหตุการณ์ 15 ปีรัฐประหาร 19ก.ย.49สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำคาร์ม็อบ ร่วมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เหตุการณ์ 15 ปีรัฐประหาร 19ก.ย.49

อีกด้านหนึ่ง  “พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผย ถึงการดูแลความปลอดภัยการชุมนุมทั้งในส่วนของคาร์ม็อบ และ “ทะลุแก๊ส” ในวันนี้ว่า  ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้ และขอฝากเตือนว่า การชุมนุมในช่วงเวลานี้ ถือเป็นความผิด ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดไปแล้วหลายราย จากหลายกรณี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)

ผู้สื่อข่าว“คมชัดลึก” รายงานว่า ที่บริเวณสี่แยกอโศก ได้มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่ถือธงสัญลักษณ์สีแดงโดยมีข้อความขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมชุมนุม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้มีไฮไลท์ของงาน ด้วยการนำรถถังจำลองที่ทำด้วยกระดาษ มาตั้งไว้บริเวณแยกอโศก จากนั้น”นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ได้เปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าขึ้นไปขับรถแท็กซี่พุ่งเข้าชนรถถังจำลอง  เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ชุมนุมเป็นระยะ

"ม็อบ19กันยา"แสบโชว์ขับแท็กซี่ชนรถถังจำลองรำลึก15ปีรัฐประหาร“ม็อบ19กันยา”แสบโชว์ขับแท็กซี่ชนรถถังจำลองรำลึก15ปีรัฐประหาร

สำหรับการจัดกิจกรรม “CAR MOB ขับรถยนต์ชนรถถัง” ในวันเพื่อขับไล่รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในโอกาสครบรอบ 15 ปี การยึดอำนาจโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เมื่อปี 2549 รถแท็กซี่ชนรถถัง

การจัดกิจกรรมดังกล่าว ยังเป็นการรำลึกถึง“ลุงนวมทอง”  อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อำเภอบางกรวย ได้ขับรถแท็กซี่ พุ่งชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะรัฐประหารและได้รับบาดเจ็บสาหัส  

ต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ปีเดียวกัน “ ลุงนวมทอง”  ได้ตัดสินใจพลีชีพด้วยการแขวนคอ บริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต  

เบื้องหลัง สภาล่ม ล้มโหวต “ร่างพ.ร.บ.การศึกษา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484389

19 ก.ย. 2564

ไม่รู้ใคร ปล่อยข่าวประธานรัฐสภาจะไม่โหวต “ร่างพ.ร.บ.การศึกษา” หลังอภิปรายฯ เสร็จสิ้น “ศ.ดร.กนก” เผยทำให้ ส.ส. ส่วนหนึ่งกลับบ้าน ส่วน ส.ว. ทยอยออกไปด้วย ทำให้ประธานฯ “ชวน หลีกภัย” เลือกปิดประชุมสภาฯแทนการลงมติ เชื่อ1 พ.ย. นี้มีโหวตรับร่างวาระที่1

ควันหลงการประชุมรัฐสภา เพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ  เมื่อศุกร์ที่17 กันยายน 2564 เป็นปมร้อนทางการเมือง เมื่อปรากฏว่าสภาล่ม  หลังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายฯเสร็จสิ้น แต่ไม่มีการโหวตหรือลงประมติ รับร่างพ.ร.บ.การศึกษา พ.ศ. ตามที่คมชัดลึกออนไลน์ได้ นำเสนอไปบางส่วนนั้น 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ที่เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ ที่ห้องประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564  เปิดเบื้องหลังการไม่ลงมติหรือไม่มีการโหวตเพื่อรับ ร่างพ.ร.บ.การศึกษา ในวาระที่1 ว่า วันนั้นเป็นวันศุกร์มีการประชุมรัฐสภา และมีสมาชิกรัฐสภาอภิปรายฯเป็นจำนวนมากถึง 70  คน  แต่ละคน มีเวลา 7 นาทีใช้เวลาประมาณอภิปรายฯนานถึง 10 ชั่วโมง

“ตอนนั้นกลุ่มพวกส.ส. เขาอยากกลับพื้นที่่พบชาวบ้าน เพราะต่างเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้”รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ทำไมการเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้  ไม่ว่ามองจากมิติไหนก็ตาม เพราะรัฐบาลเหลือวาระปีกว่า แต่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองยุบสภา การเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นแน่ ซึ่งทำให้ ส.ส.เขตไม่มีเวลาหาเสียงมากนัก 

“เวลาประมาณ 17.00 น. มีข้อมูลทำนองว่าท่านประธานรัฐสภา ได้มีการหารือกับวิปฝ่ายค้าน และวิปฝ่ายรัฐบาลแล้วว่าในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษา จะไม่มีการลงมติ หรือโหวต

เมื่อมีข่าวออกมาแบบนี้ ทั้งกลุ่ม ส.ส.และกลุ่มส.ว.ก็มีการเช็คข้อมูลกันวุ่นวายไปหมด เมื่อไม่มีการยืนยันจากฝ่ายไหนเลย ส.ส.เขตอยากกลับบ้านกันอยู่แล้ว ก็เดินออกจากห้องประชุมรัฐสภา ส่วนส.ว. ก็กลับบ้านด้วย

เมื่อทั้งส.ส. และส.ว. ต่างพูดกันว่าไม่มีการโหวตกลับไปดูทีวีหรือฟังวิทยุที่บ้านดีกว่าเพราะไม่ต่างกัน แต่นาทีนั้นไม่มีใครรู้ความจริงคืออะไร” ศ.ดร.กนก ระบุ

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. สมาชิกรัฐสภาจากพรรคฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายฯเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาขานชื่อสมาชิกลงมติร่าง พ.ร.บ.การศึกษา พ.ศ. เข้าใจเจตนาว่าต้องการให้รัฐสภาตรวจสอบว่า ช่วงเวลานั้นจะมีสมาชิกรัฐสภาท่านไหนยังอยู่ในห้องประชุมหรือไม่ 

ศ.ดร.กนก กล่าวอีกว่า แต่ประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ไม่ได้เล่นไปตามเกมของนักการเมือง เมื่อมารับหน้าที่ต่อจากประธานพรเพชร  วิชิตชลชัย จึงสั่งปิดการประชุมแบบไม่ลงมติรับร่างพ.ร.บ.การศึกษา

“ผมเข้าใจท่านชวน หลีกภัย ว่าท่านรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของสภาอันทรงเกียรติ ให้เป็นที่พึ่งของสังคมไทยได้ อีกทั้งไม่อยากประจานสมาชิกรัฐสภา แต่ไม่ได้ประนีประนอนเสียทุกครั้ง เพราะก่อนการประชุมรัฐสภาก็ย้ำกับสมาชิกให้รับผิดชอบต่อประชาชน ตามที่ได้รับความไว้วางใจเลือกตั้งเข้ามาเป็นส.ส.”

ศ.ดร.กนก กล่าวอีกว่า  เมื่อเปิดสภาฯ  วันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ร่างพ.ร.บ.การศึกษา จะต้องกลับมาลงมติเห็นชอบในวาระที่1 จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของกรรมาธิการ ต้องไปปรับปรุงแก้ไขตามข้อท้วงติงของสมาชิกรัฐสภา

ซึ่งประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันมากแยกเป็น 2 เรื่องใหญ่ คือเรื่องแรก บทบาทของครูควรให้ความสำคัญ รวมถึงโครงสร้างไม่เห็นด้วยที่อำนาจการศึกษาอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่งานล้นมือประชุมปีละครั้งไม่ทันความเปลี่ยนแปลง และมีการเสนอควรจะกลับมาที่เขตพื้นที่การศึกษา

เรื่องที่สอง สมาชิกมีการพูดถึงคุณภาพการศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ร่างพ.ร.บ.การศึกษา สิ่งสำคัญคือฝ่ายปฏิบัติหมายถึงกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จะสามารถนำไปปฏิบัติได้ตรงตามกฏหมายหมายแม่บททางการศึกษานี้หรือไม่ เพราะเจตนากฏหมายแทบทุกฉบับดีอยู่แล้ว อยู่ที่ผู้ใช้จะทำได้หรือไม่

ราชกิจจาฯออกประกาศสธ.วิธีทำลายขยะมูลฝอย”ติดเชื้อโควิด”ด้วยความร้อนสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484360

19 ก.ย. 2564

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ประกาศสธ. วิธีกำจัดมูลฝอย”ติดเชื้อโควิด” เผยการกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อโควิด ต้องทำลายด้วยความร้อนในอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 760 องศาเซลเซียส

เมื่อวันที่ 17 ก.ย64 ที่ผ่านมา “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง วิธีการกำจัดมูลฝอย”ติดเชื้อ”ด้วยวิธีอื่น พ.ศ. 2564 โดยเฉพาะขยะมูลฝอย“ติดเชื้อโควิด” ที่กำลังมีมากขึ้น 

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้เหตุผลว่า โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรค“โควิด 19” (Coronavirus Disease 2019 (COVID -19)) ของประเทศส่งผลให้เกิดมูลฝอยติดเชื้อมีปริมาณมากขึ้น จากผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์แยกกักในชุมชน (Community Isolation ) การแยกกักที่บ้าน (Home Isolation ) ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS -CoV – 2 (เชื้อก่อโรค COVID -19 ) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID -19 Antigen test self-test kits ) ที่ใช้แล้วและสถานที่อื่น ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหามูลฝอยติดเชื้อจัดเก็บไม่ถูกต้อง ตกค้างสะสม และรอการกำจัด ณ สถานที่รับกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากสถานที่กำจัดมูลฝอยติดเชื้อ มีจำนวนน้อยไม่เพียงพอแก่การกำจัดตามที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการแพร่เชื้อโรคจนควบคุม ได้ยากมากยิ่งขึ้น สมควรกำหนดวิธีการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยวิธีอื่นนอกจากที่กำหนดไว้แล้ว

ในสภาวะการณ์เร่งด่วนในการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อให้ปลอดภัยจากการแพร่กระจายของเชื้อโรค และไม่ให้ส่งผล กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเร็วที่สุด

อาศัยอำนาจตามความในข้อ (๔) ของข้อ 25 แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. ๒๕๔๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ราชกิจจาฯออกประกาศสธ.วิธีทำลายขยะมูลฝอย"ติดเชื้อโควิด"ด้วยความร้อนสูงราชกิจจาฯออกประกาศสธ.วิธีทำลายขยะมูลฝอย”ติดเชื้อโควิด”ด้วยความร้อนสูง

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง วิธีการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ ด้วยวิธีอื่น พ.ศ. 2564”

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในกรณีที่การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อไม่อาจกำจัดเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อโรคได้ ด้วยวิธีที่กำหนดไว้แล้วตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ใน (๑) (๒) และ (๓) ของข้อ ๒๕ ได้โดยเร็วนั้น ให้ดำเนินการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยวิธีการนำไปกำจัด ในสถานที่ที่สามารถ  ทำลายมูลฝอยติดเชื้อได้ด้วยความร้อนในอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๗๖๐ องศาเซลเซียส และทำลายอากาศเสียที่เกิดขึ้นด้วยความร้อนในอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ องศาเซลเซียส

การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อตามวรรคหนึ่งต้องควบคุมมาตรฐานอากาศเสียที่ปล่อยออกจากสถานที่ ดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔

สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่นี่….

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง วิธีการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยวิธีอื่น พ.ศ. ๒๕๖๔ 

ต่อพงษ์ ออกบทความ : ครบรอบ 15 ปี รัฐประหาร “19 กันยา” การสูญเสียโอกาสของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484365

19 ก.ย. 2564

ต่อพงษ์ ไชยสาส์น บทความพิเศษ : ครบรอบ 15 ปี รัฐประหาร “19 กันยา” บาดแผล ความขัดแย้ง และการสูญเสียโอกาสของไทย ถ้าไม่มีรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ประเทศไทยจะก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างไร

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พรรคไทยสร้างไทย  ออกบทความพิเศษ : ครบรอบ 15 ปี #รัฐประหาร #19กันยา บาดแผล ความขัดแย้ง และการสูญเสียโอกาสของไทย

ถ้าไม่มีรัฐประหารในวันที่ “19 กันยายน 2549” ประเทศไทยจะก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างไร

การตัดสินใจทำรัฐประหารของพลเอกสนธิ บุณยะรัตกลิน ในวันนั้น ได้เปลี่ยนประเทศไทยเข้าสู่ทศวรรษที่สูญเปล่า เป็นประเทศที่ล้มเหลว ทางการเมืองการปกครอง เผชิญหน้าความล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจ เกิดความแตกแยกของผู้คนในสังคม จนยากที่จะประสานให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันแบบเดิมได้

ปี 2549 ไทยเป็นประเทศที่มีความยั่งยืนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2540 ที่มีบทบัญญัติที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นายกฯที่ต้องเป็นผู้แทนของประชาชน มีองค์กรอิสระในการตรวจสอบ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

นับตั้งแต่ปี 2544 ที่มีการเลือกตั้งโดยใชรัฐธรรมนูญ 2540 นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีนโยบายสาธารณะที่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง 

แน่นอนว่าพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยทำให้อำนาจของ รัฐราชการ ที่เคยครอบงำ และมีบทบาทอิทธิพลเหนือระบบการเมือง ต้องลดบทบาทและถอยหลังออกจากระบบการเมืองไทย

ในเวทีโลก รัฐบาลประชาธิปไตยได้รับการยอมรับและมีบทบาทนำ ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปเอเชีย และในระดับโลก ซึ่งส่งผลต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี สามารถชำระหนี้ ที่มีต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้หมดก่อนกำหนดเวลาการชำระหนี้

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

โครงการสาธารณะขนาดใหญ่ ที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ในภูมิภาค เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ความเหลื่อมล้ำของประชาชนในชาติ ถูกลดช่องว่างลง ผ่านโอกาสทางเศรษฐกิจ

เช่น กองทุนหมู่บ้าน ,สินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล แต่ที่สาคัญ ที่สุดคือประชาชนไทยเข้าถึงบริการ สาธารณสุขในโครงการหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ

น่าเสียดายที่ระบอบประชาธิปไตยกำลังตั้งมั่นอย่างมั่นคง  ระบบเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ต้องมาหยุดชะงักจากการรัฐประหารในวันที่ “19 กันยายน 2549”

กลไกของรัฐราชการและนักการเมืองจำนวนหนึ่ง ที่พ่ายแพ้ต่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเมืองที่เปลี่ยนแปลงได้ร่วมทฤษฎีสมคบคิด ในการทำรัฐประหาร

และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ บาดแผลของการทำรัฐประหารยังฝังอยู่ในส่วนลึกของสังคมไทยอย่างไม่มีวันลืมเลือน

ในทางการเมือง ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีสิทธิเสียง มีสิทธิเสรีภาพ ได้กลายเป็นความทรงจำอันพร่าเลือน หลังจากรัฐประหารในวันนั้น ยังมีการทำรัฐประหารอีกคร้ังในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 

มีการจำกัด สิทธิ เสรีภาพของประชาชน โดยใช้มาตรา 44 อำนาจของประชาชนในการปกครองประเทศถูกยึดอำนาจไปในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ซ้ำร้ายเสียงของประชาชนก็ถูกอำนาจเผด็จการ ปิดปากและทำร้าย อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ในทางสังคม รอยร้าวความแตกแยกของความคิดทางการเมือง ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายได้ทำให้ประเทศนี้ ไม่สามารถกลับไปเป็นสังคมแห่งความสันติสุขแบบเดิม

ในทางเศรษฐกิจนับแต่วันที่ “19 ก.ย. 2549” เป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยถดถอย ลงเป็นลำดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกถูกทำลายลงโดยเฉพาะวิสัยทัศน์ของผู้นำจากการทำรัฐประหาร ที่ไม่เข้าใจ และรอบรู้ในเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

วันที่ “19 กันยายน 2564” ที่กำลังจะมาถึง จะเป็นวันครบรอบ 15 ปี ของรอยด่างประชาธิปไตยในประเทศไทยอันเกิดจากการทำรัฐประหารในปี 2549

เราขอเรียกร้องให้คืนสิทธิเสรีภาพ อำนาจของประชาชนที่ถูกริดรอนไปโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2560 และขอให้การทำรัฐประหารสิ้นสุดไปจากสังคมไทยเพราะระบอบประชาธิปไตยคือ แนวทางการแก้ไขปัญหา และหาทางออกให้กับสังคมได้อย่างดีที่สุด

อานนท์ แสนน่าน ตอก “19 กันยายน” รำลึกรัฐประหาร ไร้ค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484361

18 ก.ย. 2564

อานนท์ แสนน่าน ตอกย้ำ “19 กันยายน” รำลึกรัฐประหารไร้ค่า ถ้านักการเมืองไม่โกงกินทหารจะออกมาทำไม บีบตำรวจต้องทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ประชาชนเดือดร้อนจากม็อบรายวัน ต้องจับแล้วอย่าปล่อย

วันนี้(18 กันยายน 2564) นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า     การที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มเครือข่ายไล่ประยุทธ์  ผู้อยู่เบื้องหลังก่อตั้งพรรคเส้นทางใหม่ ปลุกระดมมวลชนออกมาจัดกิจกรรม คาร์ม็อบ 19 กันยา ขับรถยนต์ชนรถถัง ตนอยากบอกว่าไร้สาระเป็นอย่างมาก

เพราะว่าที่ผ่านมาเห็นอยู่แล้วการต่อสู้ของคนเสื้อแดง แกนนำมักหาวาทกรรมที่เกี่ยวกับทหารและอำนาจเผด็จการต่าง ๆ นานามาหลอกมวลชน

แม้ว่าจะผ่านมา 15 ปี ก็ยังเหมือนเดิมกับวาทกรรม 19 กันยายน วันรัฐประหาร คนเสื้อแดงออกไปร่วมกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่องมามากที่สุดก็จะเป็นปี พ.ศ. 2554-2555 เพราะตอนนั้นมีนายทุนเยอะ ทุกคนต่างแย่งกันเป็นเจ้าภาพให้กับกลุ่มเสื้อแดงกลุ่มต่าง ๆ บางกลุ่มงานเดียวรวยเลย

แต่เมื่อคนเสื้อแดงมารวมกัน ก็ไม่มีอะไรมีแกนนำขึ้นพูดสร้างจุดเด่นให้กับตนเอง แล้วก็ให้นักร้องขึ้นร้องเพลงให้คนเสื้อแดงออกมาเต้น ถ่ายภาพเสนอนายทุนเบิกเงินกันไปไม่มีสาระอะไร

ปีนี้ก็เช่นเดียวกันที่แกนนำออกมาโหมโรงกันอย่างหนักเพื่อต้องการจะกระทุ้งนายทุนให้จ่ายเงินมาเยอะ ๆ เพราะม็อบรายวันเริ่มเผาบ้านเผาเมือง แนวร่วมประชาชนเริ่มน้อยลง ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนกันอย่างหนัก

มิหนำซ้ำม็อบยังสร้างข่าวเท็จออกมาโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนอยากบอกว่าพอซะทีเถอะเพราะประชาชนเขารู้ทันพวกคุณหมดแล้ว อย่ามาสร้างละครตบตาหลอกเงินนายทุนกันอีกเลย เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนทุกคนก็อยากจะกลับบ้านไปหาครอบครัว 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ถ้าอยากจะจัดกิจกรรม 19 กันยายน วันรัฐประหารจริง ๆ ต้องให้แกนนำขึ้นมาพูดความจริงว่า การที่ทหารออกมารัฐประหารในแต่ละครั้งเพราะอะไร

ก็เพราะว่านักการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวง โกงบ้านโกงเมือง ไม่สนใจประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน คำว่าผู้แทนราษฏร์ ตัวแทนของประชาชนไม่มีความหมายสมคบคิดกับกลุ่มนายทุนทุจริตโกงกินโครงการต่าง ๆ นานา

นี่แหล่ะคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทหารออกมาทำการรัฐประหาร แกนนำต้องมาพูดความจริงแบบนี้ให้กับมวลชนได้รับทราบ แต่แกนนำไม่รู้จักคำว่าบาปบุญคุณโทษ ยังหลอกลวงประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งที่ประชาชนเลือกมา

และออกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างดีในสภาวะที่ประชาชนประสบกับปัญหาวิกฤติโควิด-19 ระบาดทั่วโลก พร้อมกับส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ในปัจจุบันนี้

นายอานนท์ กล่าวย้ำว่า ขอเรียกร้องให้ตำรวจที่ขึ้นชื่อว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องออกมาพิทักษ์ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากม็อบรายวัน ให้ปราบปรามกลุ่มม็อบอันธพาลป่วนเมือง เผาบ้านเผาเมืองทั้งจังหวัดขอนแก่นและในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ว่าจับแล้วปล่อย ปล่อยแล้วจับ ทำให้กลุ่มม็อบได้ใจฮึกเหิมมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเด็ดขาดมากกว่านี้

และวันที่ 19 กันยายน นี้ก็จะมีเหตุการณ์แบบเดิม ๆ รายวันที่แกนนำไม่สามารถควบคุมม็อบได้ วิ่งเผาบ้านเผาเมืองท้าทายกฎหมายเหมือนเดิม ประชาชนและคนเสื้อแดงอย่าหลงเชื่อไปร่วมกิจกรรมกันอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกเป็นเครื่องมือในการต่อรองขอเงินจากนายทุน เพราะแกนนำ สู้แล้วราย มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

แรมโบ้ ซัด “ณัฐวุฒิ” ยอมทำตัวฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง เพราะนายใหญ่สั่งให้ลุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484354

18 ก.ย. 2564

แรมโบ้ ซัด “เต้น ณัฐวุฒิ” ยอมทำตัวอารยะขัดขืนฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง เพราะนายใหญ่สั่งให้ลุย จนไม่ละอายตัวเอง

18 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์กิจกรรม “CarMob 19 กันยา ขับรถยนต์ชนรถถังว่าขอเตือน”นายณัฐวุฒิ”ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แบบไร้จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ไม่สนใจกฎหมาย เสมือนบ้านเมืองไร้ขื่อแป

ทำตัวมีอิทธิพลเหนือกฎหมายบ้านเมือง ไม่สนใจทำให้คนอื่นเดือดร้อน ขอเพียงนายใหญ่สั่งลุย ไม่ได้มีจุดยืนเพื่อประชาชน มีจุดยืนเพื่อนายใหญ่ที่หนีคดีเท่านั้นการออกมาสู้เพื่อหวังรางวัลตอบแทน สู้แล้วรวย ประชาชนเขารู้ทันกันหมดแล้ว

หมดยุคที่จะมาตบตาหลอกลวงมวลชนลงถนน ต่อให้มีคนมาจ้างเอาเงินมาให้มวลชนก็ไม่เอาและไม่อยากออกมาลงถนนขับไล่นายกฯเป็นเครื่องมือให้กับ”นายณัฐวุฒิ” ที่ยอมตายทำทุกอย่างเพื่อนายใหญ่คนเดียวเพื่อหวังผลตอบแทนให้ตัวเองเท่านั้น

การที่”นายณัฐวุฒิ”ออกมาแสดงความห่วงใยสถานการณ์การชุมนุมที่แยกดินแดงและกล่าวหาเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงนั้นตนเองมองว่า จึงเป็นการรับรู้ร่วมกันกับม็อบทะลุแก๊ส

ซึ่งหาก”นายณัฐวุฒิ”ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกับม็อบดินแดงจริง ก็ควรที่จะบอกให้กลุ่มผู้ชุมนุมทะลุแก๊สเลิกการชุมนุมมากกว่า แต่ที่ไม่บอกก็เพราะว่า”นายณัฐวุฒิ”ยังได้ประโยชน์กับกลุ่มทะลุแก๊ส ที่พกอาวุธ พกระเบิด อาวุธสารพัดชนิด ไปสร้างความรุนแรงสร้างความเดือดร้อนทำร้ายเจ้าหน้าที่ จนประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกันว่า” นายณัฐวุฒิ” รู้เห็นเป็นใจกับม็อบกลุ่มนี้อย่างแน่นอน

ที่ผ่านมาการชุมนุมของ”นายณัฐวุฒิ”เริ่มแผ่ว มวลชนรู้ทัน ประชาชนไม่เอาด้วยแล้ว และไม่มีพลังมากพอที่จะกดดันให้นายกฯลาออกได้ เพราะมวลชนรู้ดีนายกฯไม่มีความผิดอะไร เพราะนายกฯไม่เคยมีประวัติโกงกินเหมือนนายใหญ่ของ”นายณัฐวุฒิ” และก็ไม่อยากให้”นายณัฐวุฒิ”ใช้วิชามารต้มตุ๋นหลอกลวงมวลชน ออกไปชุมนุมเหมือนปี53

และก้าวข้ามศพมวลชนไปเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สที่สร้างความรุนแรง ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัส “นายณัฐวุฒิ” จึงไม่สนใจที่จะสั่งให้กลุ่มทะลุแก๊สยุติการชุมนุมเพราะตนมองว่าอาจจะรู้เห็นเป็นใจกัน แอบวางแผนกันลับๆให้ก่อความรุนแรงรายวัน จนทำให้ชาวดินแดงเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้

ตนอยากจะบอก”นายณัฐวุฒิ” นายสมบัติ บก.ลายจุดและพวกว่า ถ้ามีการใช้ม็อบมาสร้างความรุนแรงวุ่นวาย ป่วนบ้านป่วนเมืองจริงเช่นนี้ทุกวัน ก็คงไม่ใช่เหตุผลที่จะบีบให้นายกฯลาออกได้ ตรงกันข้าม มีแต่จะทำให้ประชาชนสาปแช่งเกลียดชัง

ดังนั้นควรสั่งให้ม็อบทะลุแก๊ส ยุติการชุมนุมเสียที เพราะการชุมนุมนอกจากสร้างความเดือดร้อนและผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เกิดเป็นคลัสเตอร์ขึ้นมาอีก

ขอยืนยันอีกครั้งว่าวิธีการกดดันเช่นนี้ไม่ได้ผลนายกฯไม่ลาออก ไม่ยุบสภาฯ จะอยู่จนครบเทอมแน่นอน ซึ่ง”นายณัฐวุฒิ”อย่าเสียเวลามาชุมนุมเช่นนี้ เพื่อช่วยนายใหญ่ของตัวเองอีกเลย อย่าหน้าด้านลุยช่วยนายใหญ่จนไม่ละอายใจตัวเอง น่าอับอายขายขี้หน้ามวลชนมากกว่าที่ใช้มุขเดิม ๆ มาตุ้มตุ๋นให้ม็อบลงถนนอีก นายเสกสกลกล่าว