นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ “Factory sandbox” ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484140

17 ก.ย. 2564

นายกฯ ลงชลบุรี หนีบ รมว.พื้นที่ อิทธิพล – สุชาติ ตรวจ “Factory sandbox” ลั่น พร้อมเดินหน้า พลิกโฉม ปท. แม้มีปัญหาอุปสรรค ขอ ประชาชนรับฟังช่องทางสื่อสารรัฐบาล มอง สังคมโซเชียลควบคุมไม่ได้ ขอทุกคนมีภูมิต้านทาน ในการเชื่อในการอ่าน บอก ยืนยันจะทำให้บ้านเมืองสงบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ Factory Sandbox จังหวัดชลบุรี ณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โดยนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง และให้รายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล แล้วเรื่อง” Factory sandbox “ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เกิดความปลอดภัยในสถานที่ประกอบการ ตนก็ได้พูดคุยกับทางประธานไปแล้ว ว่าพร้อมที่จะส่งเสริมการลงทุนให้เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

นอกจากในเรื่องของรถปกติที่ใช้น้ำมัน ซึ่งจะมีการพัฒนาไปสู่การใช้รถพลังงานไฟฟ้า ให้มากินขึ้นใน ร้อยละ 30 ระยะเวลาข้างหน้า เพื่อลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ทั้งหมดนี้คือวาระของโลก ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักปรับตัว 

นายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่าวันนี้นำความห่วงใยจากคณะรัฐบาล ลงมายังพื้นที่ทั้งฝ่ายรัฐและผู้ประกอบการธุรกิจตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะดูแลให้ดีที่สุด   ไม่ว่าสถานประกอบการจะขนาดใหญ่ขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอยู่ในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการเพิ่มการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้นซึ่งนี่คือวาระของโลก

ในส่วนของการพัฒนาประเทศในส่วนของการลงทุนในยุคใหม่ ได้มีการเตรียมการ สู่ลงทุนที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพราะว่าหากเจอมาตรการจากต่างประเทศก็จะเจอปัญหาในการประกอบการทุกคนต้องช่วยกัน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ "Factory sandbox" ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ “Factory sandbox” ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้

ขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ตนพยายามทำอย่างเต็มที่วันนี้จำนวนเตียงที่ว่างก็มีเพิ่มขึ้น ที่จะนำคนเข้าสู่ระบบการรักษามีการตรวจคัดกรองด้วย a t k และ rt-pcr

นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ "Factory sandbox" ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ “Factory sandbox” ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้

อาจจะเห็นได้ว่าตัวเลขยังคงทรง ๆ อยู่ แต่ต้องดูตัวเลขอีกครั้งว่าในสิ่งที่ทำเชิงรุกไปมาก ๆ แต่ตัวเลขเพิ่มขึ้นไม่มากก็แสดงให้เห็นว่าแต่ก่อนตรวจเชิงรุกน้อยกว่านี้ เมื่อป่วยมากขึ้นสถิติก็สูงขึ้นไม่มากนัก สิ่งสำคัญคือต้องไปดูว่ายอดผู้ที่รักษาหายนั้นเท่าไหร่ วันนี้ก็มีการปรับผู้ป่วยเข้าสู่ระบบของ Home isolation และ community
isolation รวมไปถึง Bubble and Seal และ sandbox ต่างๆมากมาย

นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ "Factory sandbox" ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้นายก ฯ ลงชลบุรี ตรวจ “Factory sandbox” ประกาศ พร้อมเดินหน้าพลิกโฉม ปท.ให้ได้

วันนี้ต้องอยู่กับโรคนี้ไปอีกนานแต่จะอยู่อย่างไรกับเขา สิ่งสำคัญที่สุดคือมาตรการทางสังคมที่จะดูแลช่วยกันรักษาและช่วยกันเตือน ธุรกิจที่มีการปิดไปในช่วงนี้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข เพราะฉะนั้นหากทำให้พื้นที่ปลอดภัยไปเป็นพื้นที่พื้นที่ ต่อไปก็จะสามารถปลดล็อกให้ได้ในหลายกิจกรรมกิจการ ตนเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกคน แต่ต้องไปดูในพื้นที่ eec อีกนิดนึง

ในเรื่องของจิสด้า การใช้ Digital ในการทำงาน วันนี้เป็นโลกแห่ง
เทคโนโลยีและดิจิทัล ทุกคนจะต้องเรียนรู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากออนไลน์อย่างไร การค้าขายการบริหารไม่ว่าจะธุรกิจราชการหรือรัฐกำลังเดินหน้าไปสู่ การทำ Big Data ของประเทศ

การทำแพลตฟอร์มของรัฐบาลที่ให้ประชาชนเข้าถึง ส่วนการพัฒนาในพื้นที่ eec เป็นประเด็นสำคัญที่สุดคือการวางอนาคตให้กับประเทศ ว่าทำอย่างไรเพื่อให้ GDP นั้นสูงขึ้นจากการลงทุน วันนี้ส่งเสริมการลงทุนไปด้วยทั้ง boi และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมไม่ถึงสมาร์ทวีซ่าที่จะให้คนต่างประเทศเดินทางเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยี 

นายกรัฐมนตรียังระบุอีกว่า ขอยืนยันว่ารัฐบาลก็ยังเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคใดๆก็ตาม เพราะตนเองในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ก็มุ่งเน้นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลักทั้งประเทศ ความรับผิดชอบมากขนาดนั้นคงไม่ใช่เฉพาะจังหวัดชลบุรีอย่างเดียว อยากให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโควิด หรือจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างไร

พร้อมกับเน้นย้ำ Universal prevention โลกหลังยุคโควิด ไม่ใช่โลกใบเดิมของเราอีกแล้ว เราต้องอยู่อย่างนี้อีกนานและวันหน้าจนคิดว่าระบบสุขภาพของไทยดีที่สุดในโลกแล้วขณะนี้ เพราะเราทำหลายอย่างในต่างประเทศเขาไม่ได้ทำกัน

หลายประเทศที่เข้ามาพบ ตนพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตราการเปิดประเทศภูเก็ต sandbox ซึ่งต่างประเทศก็ติดตามอยู่และจะไปดำเนินการทำในประเทศของเขา นี่เป็นสิ่งที่เป็นชื่อเสียงของประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขไทย

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังขอให้รับฟังช่องทางสื่อสารของรัฐบาลด้วย เพราะวันนี้สังคมโซเชียลไม่สามารถที่จะควบคุมได้มากนัก ขอให้ทุกคนมีภูมิต้านทาน ในการเชื่อในการอ่านในการเสพ ในการโพสต์ต่ออะไรทำนองนี้ บ้านเมืองจะได้สงบเสียที

ขอยืนยันว่าจะทำให้บ้านเมืองนั้นสงบให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับใคร ขึ้นอยู่กับประชาชน ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน ส.ส.ทุกคน อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ตนอยู่ฝ่ายบริหาร ในเรื่องของความยุติธรรมเป็นอำนาจของตุลาการ 3 อำนาจ 

และนายกรัฐมนตรียังยืนยันอีกว่า จะขอทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารให้ดีที่สุด ร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติในการเดินหน้าประเทศไทยไปให้ได้ ตนใช้คำว่าจะต้องพลิกโฉมประเทศไทยให้ได้วันนี้อยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูก็ว่ากันไป

แต่ต้องวางอนาคตข้างหน้าว่าจะพลิกโฉมประเทศเราได้อย่างไรจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงให้ได้ ต้องทำทุกอย่างทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนทั้งสิ้นต้องร่วมมือกับรัฐบาลเข้าใจซึ่งกันและกัน มันจะได้ไปได้

ขอให้ทุกคนปลอดภัยทั้งที่มารับตนในวันนี้ และไม่ได้มาอยู่ที่บ้าน ฝากหัวใจไว้กับชาวชลบุรีด้วยแล้วกัน รักษาหัวใจของตนดวงนี้ไว้ให้หน่อย จะได้แข็งแรง ในการทำเพื่อประเทศชาติ

ขอยืนยันว่า ข้าราชการทุกคน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนก็ดูแล ให้ความเป็นธรรมกับเขา และให้เขาได้ทำงานมีการริเริ่มมีวิสัยทัศน์ ที่ดี คล้องกับนโยบายรัฐบาล ไม่ฉะนั้นรัฐบาลกำหนดมาก็ทำไม่ได้ ตนก็รับจะไปแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุด

ขอบคุณทุกคนขอบคุณในรอยยิ้มขอบคุณในกำลังใจที่ให้กับตน ตนจะทำให้ทุกคนให้คนไทยมีความสุขให้ได้ ซึ่งก็ต้องใช้เวลามากพอสมควรเนื่องจากปัญหาเราเยอะ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนด้วยใจจริง ช่วยรัฐบาลนิด ตนไม่ได้หมายความว่าจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรตนไม่ได้ แต่ก็คงจะตามสมควร แต่อย่าสร้างความขัดแย้งเท่านั้นเอง

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน  กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะมีผลกระทบต่อสุขภาพพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกภาคส่วนของประเทศ

โดยเฉพาะกำลังการผลิตสำคัญในโรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ และอาหารแช่แข็ง ซึ่งหากมีการแพร่ระบาดโรงงานเหล่านี้ จะเกิดผลกระทบมากมายเกี่ยวการผลิตการส่งออกของประเทศ คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงานนำเสนอโครงการ “Factory Sandbox” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แนวคิด “เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข”

โดย Sandbox มุ่งเป้าไปที่โรงงานภาคการผลิตส่งออกขนาดใหญ่ (แรงงาน 500 คนขึ้นไป)ตามมาตรการควบคุมในพื้นที่เฉพาะ โดยกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกระทรวงอุตสาหกรรม มหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุขจัดเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจหาโควิดเชิงรุกภายในโรงงาน


หากพบผู้ติดเชื้อจะนำผู้ติดเชื้อออกจากโรงงานและเข้าสู่ระบบการรักษาตามโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือประกันสังคมแบบ 100% พร้อมจัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 แบบ 100% เริ่มนำร่องก่อน 4 จังหวัด

คือ ระยะที่ 1 นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี ระยะที่ 2 อยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ พร้อมดำเนินการโครงการในโรงงาน ประเภทยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และอุปกรณ์การแพทย์ จำกัด

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จะดำเนินการภายใต้ 4 หลักสำคัญ คือ

1. ตรวจ ดำเนินการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR แรงงานในสถานประกอบการทุกคน เพื่อแยกคนป่วยไปรักษาทันทีและดำเนินการตรวจโดยชุดตรวจ ATK ทุกสัปดาห์

2.รักษา สถานประกอบการจัดให้มีสถานพยาบาลในสถานแยกกักตัว (Factory Isolation: FAI) และ Hospitel สำหรับผู้ป่วยสีเขียว โรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยสีเหลือง ICU สำหรับผู้ป่วยสีแดง

3.ดูแล ดำเนินฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ให้แรงงาน โดยเน้นกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง คนท้อง และออกใบรับรอง “โรงงานสีฟ้า” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน

4.ควบคุม ให้สถานประกอบการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ(Bubble and Seal) และมาตรการด้านสาธารณสุข (DMHTT) สำหรับโครงการ “Factory Sandbox” จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตส่งออก มีมูลค่าสูงกว่า 7 แสนล้านบาทรักษาระดับการจ้างงานในภาคผลิตส่งออกได้กว่า 3 ล้านตำแหน่ง

ป้องกันคลัสเตอร์โรงงานจากการติดเชื้อ สร้างสมดุลมาตรการด้านสาธารณสุขและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้า พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อไปได้

เอาหล่ะสิ “รถไฟญี่ปุ่นมือสอง” วิ่งบนรางรถไฟไทยไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484082

17 ก.ย. 2564

ประธาน สหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย เชื่อไทยรับ “รถไฟญี่ปุ่นมือสอง” ไม่คุ้มเพราะขนาดรางไม่เท่ากันต้องเสียค่าปรับปรุง

“นายสาวิทย์ แก้วหวาน” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.) เปิดเผย“คมชัดลึก” กรณีที่ญี่ปุ่นเตรียมบริจาค “รถไฟญี่ปุ่นมือสอง” หรือรถไฟฮอกไกโด ที่ใช้มาแล้วกว่า 40 ปี โดยฝ่ายไทยต้องเสียค่าขนส่งประมาณ 42 ล้านบาท ว่า “ความเห็นของผมการรถไฟไปรับรถไฟจากประเทศญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง  ล่าสุดจอดอยู่ที่ศรีราชา 10 คัน เป็นของ เจอาร์ฮอกไกโด 

ไทยเคยรับบริจาครถไฟ จากญี่ปุ่นมาหลายครั้ง พบ 10 คันเป็นของเจอาร์ฮอกไกโด จอดรอปรับปรุงสภาพที่ศรีราชา ชลบุรี ไทยเคยรับบริจาครถไฟ จากญี่ปุ่นมาหลายครั้ง พบ 10 คันเป็นของเจอาร์ฮอกไกโด จอดรอปรับปรุงสภาพที่ศรีราชา ชลบุรี

ขนาดทางของรถไฟญี่ปุ่นกับบ้านเรานั้นมันต่างกัน ของไทยนั้นทางกว้าง 1 เมตร ขนาดทางรถไฟแล้วแต่ประเทศไหนจะใช้กัน แต่ว่าถ้าเป็นมาตรฐานคือ 1.435 เมตร ญี่ปุ่น 1.35 เมตร ก็มี

“ส่วนที่จะรับมาคือ 1 .06 เมตร  ขนาดความกว้างเท่าไหร่ไม่ใช่ประเด็น ปัญหาคือเราจะนำมาติดรถไฟได้หรือเปล่า ถ้าติดได้ จะใช้ทางเท่าไรก็ได้ เพราะเราสร้างทางเองได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ของเรามันใช้ขนาด 1 เมตรมาโดยตลอด”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เพราะฉะนั้นเมื่อเอารถมาแล้วล้อกว้างกว่าเรา เราก็ต้องย่อความยาวของล้อรถลงมาเพื่อให้วิ่งกับทางเราได้ซึ่งมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในแง่ของการดัดแปลงให้ล้อวิ่งบนรางของเราได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงดัดแปลง

รวมทั้งเรื่องของโรงอะไหล่ เมื่อเอามาวิ่งอะไหล่ไม่ได้ขายตามท้องตลาด มันก็ต้องมีข้อผูกพันที่จะต้องซื้ออะไหล่จากญี่ปุ่นอีก

“บางคันเอามาแล้วอาจจะใช้ไม่ได้ก็อาจมาใช้เป็นอะไหล่ไปต่อคันอื่น ผมมองว่าได้มาฟรีก็จริงแต่ว่ามันจะไม่คุ้มค่าที่สำคัญคือรถใช้มา 30-40 ปีแล้ว” ประธานสหภาพแรงงานรถไฟฯ กล่าว 

นายสาวิทย์ กล่าวว่า เปรียบเทียบเป็นรถยนต์ เหล็กมีข้อจำกัดในการใช้งาน ผมคิดว่าถ้าฟังในสิ่งที่เขาพูดกันว่าจะนำมาเป็นรถท่องเที่ยว ซึ่งรถท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงมากเพราะใช้กินลมชมวิว

ประเด็นของผมคือรถของเราที่เลิกใช้การก็มีอยู่ เราก็เอามาปรับปรุงใหม่ซึ่งขณะนี้โรงงานที่มักกะสันก็ทำได้ จากที่สามารถซ่อมสร้างได้แต่นโยบายรัฐบาลให้ซื้ออย่างเดียว โรงงานที่มักกะสันก็เลยสูญเสียศักยภาพ นโยบายของรัฐบาลไม่ชัดสำหรับการพัฒนารถไฟก็เลยทำให้เราล้าหลัง จริงๆ

สภาพรถไฟ เจอาร์ฮอกไกโด ซึ่งญี่ปุ่นเคยบริจาคให้ไทย ยังจอดรอปรับปรุงที่ศรีราชาสภาพรถไฟ เจอาร์ฮอกไกโด ซึ่งญี่ปุ่นเคยบริจาคให้ไทย ยังจอดรอปรับปรุงที่ศรีราชา

โรงงานมักกะสันเป็นเขตอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศในอดีตที่ผ่านมาเกือบ 100 ปี จะสร้างใหม่ก็สามารถที่จะทำได้ เพียงแต่ขอความชัดเจนจากรัฐบาล

“เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารถเก่าที่เรามีอยู่ถ้าจะโมดิฟายด์ ทุกวันนี้ก็มีรถท่องเที่ยว รถประชุม มีการจองกันเต็ม ไม่ว่างเลย รถเก่าๆของเราก็มีแล้วไม่ต้องไปย่นล้อด้วย เจอาร์เวสต์เข้ามายังทำไม่หมดเลยอยู่ที่ศรีราชา” นายสาวิทย์ กล่าว

“ถ้าเอามาแล้วอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนผมไม่ได้ขัดข้องเลย เพียงแต่ว่าเอามาแล้วคุ้มค่าคุ้มทุนหรือไม่ ในยามที่ประเทศเรากำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เราน่าจะมองไปข้างหน้ามากกว่า รถที่ไร้มลภาวะ รถไฟฟ้า น่าจะไปพัฒนาตรงนั้นมากกว่า หรือไม่ก็ออกแบบคิดสร้างรถขึ้นมาเอง ผมคิดว่าระบบรางในอนาคตข้างหน้าจะเป็นระบบหลักในการขนส่งของประเทศ” 

เอาหล่ะสิ "รถไฟญี่ปุ่นมือสอง" วิ่งบนรางรถไฟไทยไม่ได้เอาหล่ะสิ “รถไฟญี่ปุ่นมือสอง” วิ่งบนรางรถไฟไทยไม่ได้

“ที่แน่นอนที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คือ ค่าขนย้าย บริษัทไหนก็ต้องไปดูอีก ใครจะให้ของเรา เราต้องมาดูว่าเราจะเอาไปทำอะไร มันจะคุ้มค่าไหม คุ้มทุนไหม ถ้าจะซื้อของใหม่ราคาสูงกว่าแต่ระยะเวลาในการใช้งานนานกว่า ฟังจากคนรถไฟเขาก็ไม่เห็นด้วยนะ เพียงแต่ว่าตามนโยบายก็ว่ากันไป การเอามาสมเหตุสมผลไมคุ้มทุนหรือเปล่า ประชาชนได้ประโยชน์ชัดเจนหรือเปล่า เอามาก็ต้องฝากไว้ที่ท่าเรือต้องมีค่าฝากหรือเปล่าเพราะต้องตัดแรงล้อก่อนให้วิ่งได้ ต้องดัดแปลงให้วิ่งบบนรางก่อนแล้วจึงเอามาได้ การออกแบบต้องให้สมดุลดังนั้นเมื่อเราไปตัดไปดัดแปลงมันก็จะไม่สมดุล อย่างนี้ความปลอดภัยจะมีหรือไม่ โครงสร้างมันต้องสัมพันธ์กัน”  ประธาน สร.รฟท. กล่าว

สหภาพรถไฟเผย กรมที่ดินขอ 120 วันเพิกถอนสิทธิรุกที่ดินรถไฟ”เขากระโดง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484081

17 ก.ย. 2564

สาวิทย์ แก้วหวาน เผยผลการหารือมหาดไทย กรมที่ดินเห็นพ้องให้เพิกถอนผู้บุกรุกพื้นที่รถไฟเขากระโดง กรณีออกนส3ก.ขอเวลา 120 วัน พิจารณา ส่วนที่ออกโฉนด 500-600แปลง เตรียมตบเท้าถามผู้บริหารการรถไฟจะว่ายังไง

“นายสาวิทย์  แก้วหวาน”  ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เปิดเผย “คมชัดลึก” กรณีการเข้าพบ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา”  รมว.กระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อสอบถามการดำเนินการเพิกถอนที่ดินรถไฟ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า  ทางรมว.มท. ได้มอบหมายให้นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วย มท. มาพบแทนในฐานะผู้กำกับดูแลกรมที่ดิน 

“คดีนี้เรื้อรังมานาน ที่สำคัญคือผมก็ยืนยันในเจตนารมณ์ของสหภาพไปว่าเราไม่ได้เจาะจงที่ดินเขากระโดงเพียงอย่างเดียวแต่ทำทั่วประเทศ เพียงแต่ว่าที่เขากระโดงมีข้อพิพาทมาอย่างยาวนานมาก  และที่สำคัญคือมีนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญกับประเทศไทยเข้าไปอยู่นั่นคือปมปัญหา  แล้วศาลมีคำพิพากษามาแล้ว ตามประมวลกฎหมายที่ดินทางกรมที่ดินต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เหล่านั้น ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินก็ไม่มีปัญหาเพิกถอนในส่วนที่เพิกถอนได้เลย

เช่น 35 รายที่เป็นคู่พิพาท สค.1 ก็เพิกถอนไปแล้ว ประมาณ 30 ราย ในส่วนที่เป็น นส3ก. ที่คดีเกิดขึ้นในปี 2561ศาลตัดสินว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ ต้องไปสอบแนวเขตให้ชัดแล้วการรถไฟต้องไปชี้รังวัดต่างๆถึงจะเพิกถอน

รวมทั้งที่ดินต่างๆที่ศาลพูดถึงทั้งหมดก็ต้องไปประสานกับรถไฟ การรถไฟก็ต้องไปยื่นเจตจำนงในการยื่นรังวัด ดูเขตดูแนวแล้วทำการเพิกถอนต่อไป ต้องทำร่วมกันระหว่างการรถไฟกับกรมที่ดิน ซึ่งเหตุผลก็รับฟังได้เพราะเรื่องที่ดินเราก็รับรู้มาว่ามันเป็นอย่างนี้ จะทำอะไรคู่กรณีทั้งหมดต้องมายืนยัน เพียงแต่ว่าผมก็ยังยืนยันในเจตนารมย์เดิมว่าศาลมีคำพิพากษาอย่างนี้แล้วเพื่อรักษาหลักนิติธรรม นิติรัฐต่างๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ แล้วต้องมีระยะเวลาที่ชัดเจนไม่ปล่อยยืดเยื้อไป” นายสาวิทย์ กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ประธาน สร.รฟท.” กล่าวอีกว่า ที่ดินใน 35 ราย ชุดแรก เป็น สค.1 เพิกถอนไปแล้วประมาณ 30 ราย ส่วนคดีที่ 2 ศาลตัดสินเมื่อปี 2561เป็น นส3ก. เรียกสอบแนวเขตทั้งหมด ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเรียบร้อยแล้วและจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน 

“แต่พื้นที่ยังมีโฉนดอีก 500-600 แปลงซึ่งไม่อยู่ในคำพิพากษาคู่พิพาททั้งหมด ถ้าการรถไฟต้องการยกเลิกโฉนดเหล่านั้นต้องแสดงเจตจำนง ที่ศาลบังคับ 5,083 ไร่ รถไฟต้องไปดำเนินการฟ้องเพื่อจะเพิกถอนรวมทั้งที่ดิน 2 แปลงที่เป็นปัญหากันอยู่ แล้วที่ดินก็จะดำเนินการตามคำพิพากษา กรมที่ดินบอกว่าต้องดำเนินการเป็นรายๆไป แต่ตอนนี้ระงับการออกโฉนดหมดแล้ว

เราก็ยืนยันว่าเมื่อพิพากษาทั้งแปลงแล้วกรมที่ดินน่าจะเพิกถอน ก่อนหน้านี้กรมที่ดินเคยไปขอคำแนะนำอัยการสูงสุดแล้ว ทางอัยการสูงสุดก็แนะนำให้การรถไฟฟ้องแต่รถไฟยังไม่ฟ้อง ซึ่งผมก็ต้องไปหารือกับรถไฟอีกว่าจะเอาอย่างไร 5,083 ไร่ ก็แล้วกันไปแต่ที่จะขอออกใหม่ที่เป็น สค1 นส3ก หรือโฉนด ได้ระงับไปหมดแล้ว”

“การออกโฉนดแล้วถ้าดูคำวินิจฉัยของ ปปช.เมื่อปี 2554 ในบทสรุปจะบอกไว้เป้นคดีที่สหภาพฯ กล่าวหารถไฟว่าเพิกเฉยไม่ดำเนินการ ปปช.ก็ไต่สวนมีสรุป 3-4 ข้อ ข้อแรกคือคดีที่ออกโฉนดนั้นเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ สั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน 61,62 สำหรับคดีผู้บริหารรถไฟก็ยังไม่พบว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพราะได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นการออกโฉนดโดยมิชอบนั้นมีบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องหลายส่วน ทั้งที่เป็นเจ้าพนักงานกรมที่ดิน แต่เนื่องจากรายชื่อบุคคลที่มีปรากฏนั้นบางคนได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนคุณชัย ชิดชอบ ที่มีส่วนในการสนับสนุนให้มีการออกโฉนดโดยมิชอบ ปปช.บอกว่าคดีขาดอายุความตามกฏหมาย ก่อนจะนำมาฟ้อง ปปช.การเอาผิดกับบุคคลก็ต้องตัดทิ้งไป

เหลือเพียงอย่างเดียวคือที่ดินทั้งหมดเป็นของการรถไฟ ปปช.ก็บอกให้กรมที่ดินดำเนินการ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการ ก็มาถึง 35 คนที่ไปฟ้องการรถไฟเพื่อที่จะขอออกโฉนด จนศาลตัดสินว่าออกไม่ได้ ต้องเพิกถอน คนที่เข้าไปอยู่ก็ต้องถอยออกมาแล้วจ่ายค่าเสียหายให้กับรถไฟ เมื่อพูดอย่างนี้เราก็มีความเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของกรมที่ดิน” นายสาวิทย์ กล่าว  

ทั้งนี้ นายสาวิทย์ ยังกล่าวด้วยว่า ต้องไปนำเรียนกับผู้ว่าการรถไฟ ว่ากรมที่ดินบอกอย่างนี้ การรถไฟว่าอย่างไรก็ต้องทำหนังสือไปยื่น ก็ต้องเอาความเห็นที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ไปเสนอผู้บริหารต่อไป

อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีความเชื่อว่าการเพิกถอนเป็นหน้าที่กรมที่ดิน ส่วนกระบวนการฟังแล้วเขาไม่สามารถดำเนินการที่ดินทั้งแปลงทั้งหมดได้ ดำเนินการได้ตามคำพิพากษาออกมา ส่วนที่ยังไม่มีคำพิพากษารถไฟก็ต้องไปฟ้อง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลา 

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” จี้ รบ. เร่งสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวภัยก่อการร้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484084

17 ก.ย. 2564

“ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลเร่งสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว หลังญี่ปุ่นเตือนภัยก่อการร้าย

จากกรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น สั่งให้สถานทูตญี่ปุ่นประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แจ้งเตือนชาวญี่ปุ่นให้ระมัดระวังเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพ โจมตีสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน อาทิ ร้านอาหาร โรงแรม ขนส่งสาธารณะ ตลาด สถานที่ท่องเที่ยว และศาสนสถานต่าง ๆ นั้น

พรรคไทยสร้างไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลฝ่ายความมั่นคงและยังเป็น รมว.กลาโหมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีนี้และกำชับหน่วยข่าวกรองอย่าประมาทกับคำเตือนดังกล่าว รวมถึงกำชับหน่วยงานความมั่นคงให้เข้มงวดในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของชีวิตให้กับประชาชน

และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หลังจากรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ที่กำลังจะเปิดกรุงเทพต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพราะหากนักท่องเที่ยวไม่มีความมั่นใจที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จะเกิดผลกระทบถึง แผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล และจะกระทบต่อรายได้ของพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้    เพื่อให้แผนการเปิดประเทศดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีสะดุด เพื่อให้ความคาดหวังของประชาชนหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าแม่ค้าขาย  นักดนตรี นักแสดง คนตัวเล็กทั้งหลาย ที่เฝ้ารอการเปิดเศรษฐกิจมานานแสนนานไม่พังทลายลง และเพื่อให้ประเทศสามารถฟื้นฟูจากมหาวิกฤติได้โดยเร็ว” ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวชี้แจงเมื่อวันที่13 ก.ย. ถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ส่งหนังสือเตือนถึงพลเมืองชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในอาเซียนรวมทั้งไทยให้ระมัดระวังการก่อการร้ายซึ่งสื่อมวลชนได้สอบถามเข้ามาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบเบื้องต้นกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยแล้ว ได้ความว่า

การแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นการส่งอีเมลนี้ไปยังคนญี่ปุ่นในไทย เป็นคำสั่งที่ได้รับมาจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ระบุที่มาของข้อมูลและสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นไม่ได้ทราบข้อมูลที่มากไปกว่านี้ กระทรวงการต่างญี่ปุ่นสั่งการให้ส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังคนญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคแถบนี้ ไม่ใช่เฉพาะไทย
 

สำหรับเนื้อหาใจความสำคัญของอีเมลเตือนซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นนั้น ระบุว่า ขอให้ชาวญี่ปุ่นระมัดระวังการโจมตีหรือการก่อการร้าย โดยเฉพาะการระเบิดพลีชีพตนเองในสถานที่ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก จึงขอให้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้

1.ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด

2.ปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตรการของทางการท้องถิ่น หากเกิดเหตุขึ้น

3.เมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ให้สังเกตสถานการณ์รอบ ๆ ตัว หรือใช้เวลาอยู่สถานที่เหล่านั้นให้สั้นที่สุด หากพบว่ามีความน่าสงสัยให้รีบออกจากสถานที่ดังกล่าวโดยสถานที่ที่ควรระมัดระวัง เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด

ด้านสำนักงานตำรวจ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่าถึงกรณีที่สถานทูตญี่ปุ่นแจ้งเตือนเหตุก่อการร้ายนั้น ระบุว่า จากข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พบว่ามีการแจ้งเตือนจากสถานทูตญี่ปุ่น ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนตามวงรอบ ไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีการก่อการร้าย

ขณะนี้ยังไม่มีการเฝ้าระวังสิ่งใดเป็นพิเศษและทางเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์พร้อมการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลและใช้ชีวิตตามปกติ

รองโฆษกตำรวจ ย้ำว่าทางไทยมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยเฉพาะการประสานงานด้านการข่าวฝ่ายความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ ทั้งด้านข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรอง ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยสถานที่ตั้งของสถานทูตรวมถึงสถานที่พำนักของเอกอัครราชทูตหรือเจ้าหน้าที่ทางการทูตในประเทศไทยมีการประสานงานกับตำรวจท้องที่ โดยเฉพาะตำรวจ 191 อยู่แล้วก็ดำเนินการควบคู่กันไป

รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรองตลอดเวลา และขณะนี้ไม่ได้ห่วงที่ใดเป็นพิเศษ เนื่องจากการรักษาสถานที่สำคัญและบุคคลสำคัญในประเทศก็เป็นหน้าที่ตำรวจสันติบาลร่วมกับตำรวจนครบาลหรือหากมีสถานกงสุล หรือสถานทูตตั้งอยู่ต่างจังหวัดก็มีการประสานกับตำรวจท้องที่อยู่แล้วเช่นกันตรงนี้ไม่เป็นห่วง และพร้อมให้การสนับสนุนทันทีหากมีการร้องขอมา

พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน ดำรงตำแหน่ง “อัยการสูงสุด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484065

16 ก.ย. 2564

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศวุฒิสภา พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน ดำรงตำแหน่ง “อัยการสูงสุด”

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศวุฒิสภา เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน รองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่ง “อัยการสูงสุด” สำนักงานอัยการสูงสุด

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัยการสูงสุด, พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ, สิงห์ชัย ทนินซ้อนอัยการสูงสุด, พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ, สิงห์ชัย ทนินซ้อน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา “น้ำท่วม” ด้วยเทคโนโลยี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484067

16 ก.ย. 2564

“น้ำท่วม” ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของไทยที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนชาวไทยอย่างมหาศาล ดร.เอ้ หรือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์จึงนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยเทคโนโลยี โดยได้ยกตัวอย่างแนวทางแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จมาจากประเทศสิงคโปร์


ช่วงเดือนกรกฏาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปีถือเป็นช่วงหน้าฝนของประเทศไทย ซึ่งเมื่อฤดูฝนมาเจอกับสถานการณ์ภาวะโลกร้อนจึงได้ก่อให้เกิดอุทกภัย “น้ำท่วม” ที่ทวีความรุนแรง จนเกิดเป็นความเดือดร้อนต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งชาวบ้านและชาวกรุงฯ


แม้เราได้เห็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาหลายยุคหลายสมัยและด้วยหลากหลายแนวทาง แต่เราก็ยังต้องเผชิญกับปัญหานี้ซ้ำ ๆ กันอยู่ทุกปี


แต่ปีนี้ ดร.เอ้ หรือ .ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ นายกสภาวิศวกรได้เล็งเห็นถึงปัญหา “น้ำท่วม”  จึงได้โพสท์ข้อความเสนอแนวทางแก้ไขพร้อมวีดีทัศน์บนเฟสบุ๊กเพจของตัวเอง โดยในโพสท์กล่าวว่า 

“ ฝนตกหนักทีไร น้ำท่วมทุกที!!!

ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ที่แก้แล้วแก้อีกมาเป็น 10 ปี วันนี้ทำไมยังท่วม?

แต่เชื่อไหมในหลายประเทศอย่างเช่นสิงคโปร์ที่เจอปัญหาแบบนี้แก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ และการจัดสรรพื้นที่แก้มลิงใต้ดินเพื่อรองรับน้ำรอระบาย!!

ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ยั่งยืนเสียที พี่เอ้เชื่อมั่น ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก #จะแก้ก็แก้ได้

#จะทำก็ทำได้

#คนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก ”

และใจความสำคัญของในวีดีทัศน์เป็นดังนี้

ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ประเทศไทยควรนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการมากกว่านี้ เพราะจากที่ประเทศสิงคโปร์ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้การแก้ปัญหาน้ำท่วม วันนี้ทชาวโลกเห็นแล้วว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำในการจับสัญญาณน้ำท่วมสามารถช่วยบุคลากร และช่วยให้ประเทศสิงคโปร์รับมือกับน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที


สามารถรับชมวีดีทัศน์ตัวเต็มได้ที่ลิงค์ต่อไปนี้:
https://www.facebook.com/suchatvee.ae/videos/365784661759112 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา "น้ำท่วม" ด้วยเทคโนโลยีศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา “น้ำท่วม” ด้วยเทคโนโลยี

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา "น้ำท่วม" ด้วยเทคโนโลยีศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา “น้ำท่วม” ด้วยเทคโนโลยี

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา "น้ำท่วม" ด้วยเทคโนโลยีศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา “น้ำท่วม” ด้วยเทคโนโลยี


 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา "น้ำท่วม" ด้วยเทคโนโลยีศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แนะ ไทยแก้ปัญหา “น้ำท่วม” ด้วยเทคโนโลยี​​​​​​​

ที่มาข้อมุลและรูปภาพ:
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484062

16 ก.ย. 2564

ศูนย์บริการภาครัฐ จ.ประจวบฯ บริการภาครัฐครบวงจร 9 หน่วยราชการ 25 งานบริการ สะดวก สบาย ทันสมัย รองรับ หัวหิน รีชาร์จ “สุวัจน์” มั่นใจเอกชนร่วมมือภาครัฐพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวหัวหิน เมืองแห่งความสุข

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพิธีภาคเอกชน ร่วมกับ ดร.พัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานพิธีภาครัฐ เปิดโครงการศูนย์บริการภาครัฐ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (Government Center of Prachuap Khiri Khan Province) ณ บริเวณชั้นใต้ดิน บลูพอร์ต หัวหิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยมี นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีหัวหิน นายประยงค์ จันทร์เต็ง นายอำเภอหัวหิน พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3 นางสาวอัครวรรณ เจริญผล กรรมการบริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด นายธนู ตรีวิมล ผู้จัดการทั่วไป บูลพอร์ต หัวหิน ร่วมเปิดงานในครั้งนี้

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

นายสุวัจน์ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้น่ายินดีที่มีการเปิดศูนย์ภาครัฐ เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน มีความสำคัญในการก่อให้เกิดความสำเร็จของการพัฒนาประเทศ เพราะภาครัฐเดินคนเดียว ภาคเอกชนไม่เดิน ก็เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า เอกชนอยากจะเดินแต่ภาครัฐไม่เดิน ก็ไม่ได้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเรามาหัวหินก็จะเห็นว่ามีโครงการจากภาครัฐ ที่จะมาหัวหิน รถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-นครปฐม , ชะอำ-หัวหิน หรือทางยกระดับ บนถนนธนบุรี-ปากท่อ หรือการขยายสนามบินหัวหิน เป็นสิ่งที่รัฐบาลลงทุนเป็นแสนๆล้าน การลงทุนของรัฐบาลเพื่อโครงการเอานักท่องเที่ยวมา

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

เอาเศรษฐกิจมาให้พี่น้องประชาชน เอาเมืองที่จะน่าขยายตัวต่อออกมา น่าที่จะขยายการลงทุน มาสร้าง Mall สร้างโรงแรม สร้างศูนย์การค้า หรือทำบ้านจัดสรร เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเมือง เพื่อให้เกิดการจ้างงาน เป็นหน้าที่ของเอกชน

นายสุวัจน์ กล่าวว่าการที่รัฐบาลลงทุนอะไรลงไป บางทีประชาชนคิดว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ Indirect มหาศาลในสิ่งที่รัฐบาลลงทุนไป ถ้าภาคเอกชนร่วมมือกับรัฐบาลจะเห็นว่าภาครัฐบาลวางแกนหลักแล้วเอกชนก็เอาแกนหลักที่รัฐบาลวางแล้วมาเป็นคนลงทุน ภาคเอกชนก็จะก่อให้เกิดความสำเร็จกับการพัฒนาประเทศ

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

“วันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการร่วมมือของภาครัฐกับเอกชน ก่อให้เกิดการบริการของภาครัฐ ทำให้เกิดความสะดวกสบายกับพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรื่องที่ดี

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

“สิ่งสำคัญ คือ เป็นการลดช่องว่าง ระหว่างรัฐกับประชาชน ลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารประเทศกับประชาชน และรากหญ้า ความใกล้ชิดจะเป็นยาตัวสมาน สร้างความรักความสามัคคีคนในชาติ ถ้าเราดูอดีต เวลามีปัญหา เราจะพูดถึงความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาเมืองกับการพัฒนาชนบท

 เราจะพูดถึงการขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดีคนเมืองกับคนต่างจังหวัด เราจะพูดขาดโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมสิ่งต่างๆ ทำให้เกิดช่องว่าง ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน เกิดความขัดแย้ง ความใกล้ชิดจะเป็นยาที่สมานรอยร้าว หรือสร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในชาติ” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวย้ำว่า“ศูนย์บริการภาครัฐ” เป็นการให้บริการที่ดี เป็นการหยิบยื่นมือจากภาครัฐ ที่จะใกล้ชิดประชาชน จะมีความรู้สึกเหมือนกับเป็นพี่เป็นน้อง เป็น Teamwork โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 เราต้องทำงานหนักมากกว่านี้ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของโลก

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

“หลังโควิด-19 เราไม่รู้ว่าจะจบ 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อไร แต่ตอนนี้แนวโน้มดีขึ้น เราฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบๆ 50 ล้านโดส จากเป้าหมาย 100 ล้านโดส เกือบๆ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ตัวเลขการติดเชื้อต่างๆ จาก 20,000 กว่าก็เหลือ 10,000 ต้นๆ หัวหินก็กำลังจะเปิด หัวหิน รีชาร์จ ,ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์ ก็เปิดแล้ว ซึ่งแนวโน้มต่างๆ เป็นไปในทางที่ดี”อดีตรองนายกฯ กล่าว 

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า  หลังจากโควิด มาเรื่องเศรษฐกิจ ที่ต้องฟื้นฟูกันทั้งภาครัฐและเอกชน เราต้องจับมือกันให้แน่น เพื่อฝ่าวิกฤติของคนในชาติ ภารกิจอันยิ่งใหญ่รออยู่ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลกับประชาชน ภาครัฐกับภาคเอกชน จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่ทำให้เราผ่าวิกฤตไปด้วยกัน

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

นายสุวัจน์  กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายในการเปิดประเทศ หรือการนำร่องด้วยโครงการ“ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” หรือวันที่ 1 ตุลาคม นี้ ที่จะเปิด 5 จังหวัด ร่วมทั้ง หัวหิน ในแต่ละจังหวัดก็จะมีชื่อแตกต่างกันไป แต่ที่หัวหิน มีชื่อว่า “หัวหิน รีชาร์จ” คือกลับมาใหม่ ซึ่งถ้าเราสามารถดำเนินการได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ การว่างงานต่างๆ

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

ซึ่งตอนนี้ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการฉีดวัคซีน เพราะการที่เราจะเปิดประเทศได้ เปิดการท่องเที่ยวได้ อย่างน้อยเราต้องบรรลุเป้าหมายในการฉีดวัคซีนที่จะทำให้เกิดความมั่นใจ คนที่เค้าจะเดินทางมา เราเปิดประตูบ้าน เค้าจะเข้าหรือไม่เข้าก็ต้องดูว่าเค้าเข้ามาแล้วปลอดภัยหรือเปล่า การที่เราได้เร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากรให้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยตามหลักทางการแพทย์ก็ถือว่ามีความเหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ถือว่าเป็นมาตรฐานโดยทั่วไป

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

ส่วนโครงสร้างเมืองต่างๆ ก็เรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะดึงเรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาสู่ประเทศ เช่น โครงการ “ภูเก็ต แซนด์ บ็อกซ์” หรือ“หัวหิน รีชาร์จ” เราได้เรียนรู้ และรวบรวมประสบการณ์ที่ภูเก็ต หลังจากที่เปิดว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว เพื่อนำมาปรับเพื่อให้เกิดความคล่องตัว ประตูเราก็จะมีคนเข้ามา 

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”
 

ซึ่ง ศบค.คงจะมีมาตรการรองรับเพื่อเปิดประเทศ หรือรองรับเพื่อเปิด 5 เมืองท่องเที่ยว เพื่อที่จะสนับสนุนเกิดเงื่อนไขเพื่อเอื้ออำนวยในการชักชวนให้คนต่างประเทศ กลับมาเที่ยวประเทศไทย เพื่อให้เศรษฐกิจเดินควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาโควิดได้เป็นสิ่งที่ดี

“ผู้ประกอบการ ศูนย์การค้า โรงแรมต่างๆ มีการเตรียมความพร้อมในการที่จะ Welcome back “หัวหิน รีชาร์จ” เพื่อให้ทุกคนกลับมาเที่ยวหัวหิน ทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวชาวไทย หัวหินมีชื่ออยู่แล้ว”หัวหิน เมืองแห่งความสุข ผมคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี และทุกคนก็คาดหวังว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อเศรษฐกิจของประเทศ และเมืองหัวหินด้วย” นายสุวัจน์ กล่าว

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

ด้าน ดร.พัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ศูนย์บริการภาครัฐ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (Government Center of Prachuap Khiri Khan Province) จัดตั้งขึ้นโดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ร่วมกับบูลพอร์ต หัวหิน เห็นความสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทาง พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการปฏิรูปการบริหารจัดการ เพื่อให้บริการด้านสาธารณะแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

 โดยเฉพาะอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ตลอดจนประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องได้มาตรฐาน ณ จุดเดียวกัน จึงมีการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์บริการภาครัฐจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และบริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

โดยศูนย์บริการภาครัฐ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกแบบให้มีความร่วมสมัยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานีรถไฟหัวหิน ที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรีย เป็นสถานีรถไฟที่สวยงามและคลาสสิกที่สุดในประเทศ เป็นการจำลองบรรยากาศและที่นั่งพักรอจากสถานีรถไฟมาไว้ที่นี้ โดยแบ่งพื้นที่ให้บริการเป็น 2 ส่วน 

ดังนี้ 1.ศูนย์บริการภาครัฐ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ จำนวน 9 หน่วยราชการ 25 งานบริการ สะดวก สบาย ได้มาตรฐานด้วยระบบบริการที่ทันสมัย ครบทุกงานบริการทางราชการ พร้อมเปิดให้บริการวันที่ 16 ก.ย.64 เป็นต้นไป บริเวณชั้น B ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. มีหน่วยงานที่ให้บริการภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วย

ครบจบที่เดียว "สุวัจน์" เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”ครบจบที่เดียว “สุวัจน์” เปิดศูนย์บริการภาครัฐ รองรับ “หัวหิน รีชาร์จ”

1.ที่ทำการปกครองอำเภอหัวหิน – เปิดบริการวันจันทร์ ถึงศุกร์ ให้บริการงานทะเบียนราษฎร์

2.เทศบาลเมืองหัวหิน – เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้บริการกองประปา การรับชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ

3.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อำเภอหัวหิน – เปิดบริการวันจันทร์ ถึงศุกร์ ให้บริการขออยู่ต่อระยะสั้น (ยกเว้น 3 สัญชาติ), บริการการสงวนสิทธิเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (Re-entry permit, ยกเว้น 3 สัญชาติ), บริการการรายงานตัว 90 วัน (ยกเว้น 3 สัญชาติ) และบริการแจ้งที่พักอาศัย(ยกเว้น 3 สัญชาติ)

4.สำนักงานสรรพากรพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ – เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดี ให้บริการแนะนำการยื่นแบบภาษีออนไลน์ บริการรับเอกสารกรณีขอรับภาษีคืน และให้คำแนะนำด้านกฎหมายภาษี

5.สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – เปิดบริการทุกวันเสาร์ ให้บริการรับชำระภาษีประจำปี

6.สำนักงานแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – เปิดบริการทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ บริการข้อมูลข่าวสารแรงงาน และขึ้นทะเบียนว่างงาน

7.สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – เปิดบริการทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ บริการกองทุนเงินทดแทน

8.สำนักงานประกันสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – เปิดบริการทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ บริการเงินสบทบทุนประกันสังคม

ที่ชั้นใต้ดิน (ติดกับร้านแว่นท็อปเจริญ) บลูพอร์ต หัวหิน

9.ที่ทำการไปรษณีย์ สาขาย่อย บลูพอร์ต หัวหิน เปิดให้บริการงานไปรษณีย์ครบวงจร บริการรับส่งจดหมาย พัสดุทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น. ที่ชั้นใต้ดิน บลูพอร์ต หัวหิน

“นิพนธ์” เชื่อเขื่อนป่าสักฯ ยังรองรับมวลน้ำ 2 ลูกใหญ่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484054

16 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบูรณ์ สั่งปภ. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เผย เขื่อนป่าสักฯ ยังสามารถรองรับมวลน้ำ 2 ลูกใหญ่ได้ กำชับ บริหารจัดการน้ำเก็บกักไว้ใช้ฤดูแล้งปีหน้า

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2564 ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และพื้นที่ใกล้เคียง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำป่าสักจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีฝนตกชุกมาตั้งแต่ 9 กันยายนที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นท่วมที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสัก และปริมาณน้ำในแม่น้ำป่าสักมีสูงขึ้น

นายนิพนธ์ กล่าวว่า  ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่สถานีวัดระดับน้ำที่อำเภอวิเชียรบุรี ยังคงมีปริมาณสูงแต่ยังสามารถระบายไปยังพื้นที่ด้านล่างของแม่น้ำได้ดี

นายนิพนธ์ รมช.มหาดไทย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.เพชรบูรณ์นายนิพนธ์ รมช.มหาดไทย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.เพชรบูรณ์

ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวจะเคลื่อนตัวไหลลงไปยังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในอีก 7-8 วัน โดยที่ปริมาณน้ำในเขื่อนมีอยู่ 28% ของความเก็บความจุของเขื่อน 

ขณะที่มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างอำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก จะเคลื่อนตัวถึงอำเภอวิเชียรบุรีในอีก 8-10 วันข้างหน้าและจะไหลไปยังเขื่อนป่าสักฯต่อไป

นายนิพนธ์ รมช.มหาดไทยรับรายการสถานการณ์น้ำท่วมจ.เพชรบูรณ์นายนิพนธ์ รมช.มหาดไทยรับรายการสถานการณ์น้ำท่วมจ.เพชรบูรณ์

“ซึ่งการเคลื่อนตัวของมวลน้ำทั้ง 2 มวลจะไม่เกิดการปะทะกันแต่อาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่ริมแม่น้ำที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำบ้าง”นายนิพนธ์ กล่าว 

“อย่างไรก็ตาม ก็เกิดผลดีการเก็บกักน้ำไว้ในเขื่อน ซึ่งลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งปีหน้า ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย”นายนิพนธ์ กล่าว

"นิพนธ์" เชื่อเขื่อนป่าสักฯ ยังรองรับมวลน้ำ 2 ลูกใหญ่ได้“นิพนธ์” เชื่อเขื่อนป่าสักฯ ยังรองรับมวลน้ำ 2 ลูกใหญ่ได้

นายนิพนธ์  กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังคงตกอย่างเนื่อง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ฝนตกและน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ควบคู่กับแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์น้ำ

น้ำท่วมพื้นที่จ.เพชรบูรณ์น้ำท่วมพื้นที่จ.เพชรบูรณ์

“และผมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศของหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดด้วย”นายนิพนธ์ กล่าว

“พล.อ. วิชญ์” เปิดใจ มาช่วย นายกฯ-ลุงป้อม ประสาน ส.ส.พปชร. สู้เลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484053

16 ก.ย. 2564

ประธาน กก.ยุทธศาสตร์ พปชร. บิ๊กน้อย ” พล.อ วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ” เปิดใจมาช่วย นายกฯ-ลุงป้อม ประสาน ส.ส.พปชร. กลมเกลียวรักกัน-สู้เลือกตั้ง ยอมรับไม่สันทัดการเมืองแต่มาด้วยใจ ไม่ได้หวังตำแหน่ง ปัดมาตีกัน บิ๊กตู่ ยึดพรรค

“พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธาน กก.ยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ หรือ บิ๊กน้อย  ให้สัมภาษณ์ว่า มารับตำแหน่งนี้ไม่มีอะไรจริง ๆ แค่ช่วย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะว่าเป็นพี่ที่เคารพรัก และทำงานด้วยมาตลอด ซึ่งหลังตนเกษียณราชการ ก็ยังช่วยงานอยู่

วันนี้ พล.อ. ประวิตร ขาดคนทำงานที่แบบ มองตาก็รู้ใจ จึงขอให้มาช่วย ซึ่งตนไม่ได้หวังตำแหน่งอะไรในอนาคต 

ส่วนที่มีการออกข่าวว่า ตนจะมาตีกัน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยึดพรรคพลังประชารัฐนั้น “พลเอก วิชญ์” ยืนยันว่า ไม่จริง ตนมาช่วยทั้งพลเอก ประวิตร และ พลเอก ประยุทธ์ ทำงาน ในการประสานกับ ส.ส.ในพรรคกับฝ่ายการเมือง 

ยืนยันว่า พลเอกประวิตร และ พลเอก ประยุทธ์ ยังรักใคร่กันดี เป็นพี่น้องไม่มีเรื่องของความขัดแย้งใดๆ เพราะพี่น้อง มีอะไรก็คุยกันได้ และจะร่วมมือในการทำงานทั้งในรัฐบาลและงานการเมืองด้วยกันต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ส่วนที่มีการมองว่า  “พลเอก วิชญ์” ดูจะไม่สันทัดในทางการเมือง ไม่ใช่คนในวงการการเมือง “พลเอก วิชญ์” ยอมรับว่า ใช่  แต่มาด้วยใจ  ใจที่อยากจะช่วยงาน พลเอก ประวิตร และพรรคพลังประชารัฐให้เกิดความรักใคร่กลมเกลียว เป็นหนึ่งเดียว มุ่งสู่การชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า 

สำหรับการเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคนั้น ขณะนี้กำลังร่างยุทธศาสตร์พรรค โดยจะตั้งคณะทำงานขึ้น มีเป้าหมายคือทำให้ ส.ส. ในพรรครักกัน รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งเป็นพวก กลุ่ม ก๊วน

และยังเชื่อว่าด้วยความที่ทุกคนให้ความเคารพรัก พลเอก ประวิตร ก็จะสามารถเดินหน้ากันต่อไปได้ในเป้าหมาย นั่นคือเตรียมพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งและให้ชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

ส่วนกับร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นั้น “พลเอก วิชญ์” กล่าวว่า รู้จักกันมานาน ตั้งแต่สมัย ร้อยเอก ธรรมนัส อยู่กับ เสธ.ไอซ์ พลเอก ไตรรงค์ อินทรทัต ซึ่งตนเป็นเพื่อนกับเสธ.ไอซ์ จึงทำงานด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา

อสส. “วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ “ลาออกไม่ต่ออายุนั่งอัยการอาวุโส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484038

16 ก.ย. 2564

โฆษกอัยการสูงสุด เผย อัยการสูงสุด “วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ” ที่จะเกษียณฯ อายุ 65 ปี สิ้นเดือนนี้ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ ไม่ต่ออายุนั่งอัยการอาวุโส ต่อประธาน ก.อ. แล้ว ระบุ ต้องเป็นข้าราชการบำนาญ

“นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์”อัยการสูงสุด ซึ่งจะเกษียณราชการ 65 ปี ในสิ้นเดือนกันยายน 2564 นี้ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ ต่อ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แล้ว

16 กันยายน 2564 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า “นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์”  อัยการสูงสุด ซึ่งจะเกษียณราชการ 65 ปี ในสิ้นเดือนกันยายน 2564 นี้ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการต่อ นายพชร ยุติธรรมดำรง
ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แล้ว

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

รองโฆษก อสส. เปิดเผยอีกว่า “นายวงศ์สกุล” มีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโสตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 ต่อไปอีก 5 ปี หรือจนถึงอายุ 70 ปี แต่”นายวงศ์สกุล”ประสงค์จะลาออกไปเป็นข้าราชการบำนาญ