“ไผ่ ดาวดิน” โดนศาลอาญาทุจริตฯ ให้ถอนประกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484031

16 ก.ย. 2564

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกคำร้อง สน.ทุ่งสองห้อง ขอเพิกถอนประกัน 17 ผู้ชุมนุมปิด บช.ปส.ยกเหตุไปกดดันที่สน.ทุ่งสองห้องต่อ ศาลชี้ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงมีส่วนเกี่ยวข้อง เเต่ให้ถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน”

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 64 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาที่ 1,4,7,11,13,15,19,21,23,24,26-29 รวม 17 คน
ในคดีที่พนักงานสอบสวน ยื่นฝากขัง นายจิตริน พลาก้าน กับพวกรวม 29คน (มีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” เป็นผู้ต้องหาที่ 27)
ในความผิดฐาน ร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 

จากกรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 2 ส.ค.64 ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต เเละบริเวณ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครต่อเรื่องกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยศาลพิจารณาตามคำร้องฉบับลงวันที่4 เเละ5 ส.ค.64  แต่ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนพ.ต.ต.วิศรุต ภูมิชูประยูร ได้ความเพียงว่าหลังจากศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา 29 คนในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดจากสถานที่ควบคุมตัวมาที่สน.ทุ่งสองห้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการปล่อยตัวและเสียค่าปรับเพื่อให้คืนรถที่ถูกยึดไว้ จากนั้นมีกลุ่มคนจำนวนมากมาให้กำลังใจมีรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้ง17 มีส่วนร่วมในการนำป้ายผ้าที่มีคำว่าประยุทธออกไปมาติดไว้ที่สน.ทุ่งสองห้อง สาดสีที่ป้ายสน.ทุ่งสองห้องและนำแผงกั้นเหล็กไปทำเป็น ประติมากรรม
เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่าผู้ต้องหาทั้ง17 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว จึงยังรับฟังไม่ได้ตามคำร้อง 

แต่สำหรับผู้ต้องหาที่ 27 (ไผ่ ดาวดิน) ขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดกลาง จึงให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ 27 ออกหมายขัง ผู้ต้องหาที่ 27 ในคดีนี้สำหรับผู้ต้องหาอื่นให้ยก

“ประชาธิปัตย์” เชียร์เลิก “เคอร์ฟิว” หลังผู้ประกอบการรายย่อยช้ำหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484010

16 ก.ย. 2564

ทีมเศรษฐกิจ “พรรคประชาธิปัตย์” เชียร์เลิก”เคอร์ฟิว” หลังผู้ประกอบการรายย่อยช้ำหนัก จากการกำหนดเวลาเปิดปิดต่อเนื่อง

นาย “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย “พรรคประชาธิปัตย์” นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายพันธ์พิสุทธิ์ นุราช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบึงกุ่ม ปชป. นำตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร และร้านค้ารายย่อย รวมถึงหาบเร่แผงลอย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา เรียกร้อง ศบค. ยกเลิกเคอร์ฟิว หรือขยายเวลาเคอร์ฟิวเพิ่มเติมจาก 21.00 น. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยให้กลับมาดำเนินกิจการต่อได้ เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว

นาย “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กล่าวว่าผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านค้า ธุรกิจกลางคืน และหาบเร่แผงลอย เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 และได้มีความพยายามที่จะปรับตัวตามมาตรการการบริหารของภาครัฐมาโดยตลอด แม้ปัจจุบันจะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการและนั่งทานในร้านได้แล้ว แต่ยังคงมีปัญหาในเรื่องของการกำหนดระยะเวลาเคอร์ฟิวตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ให้เปิดบริการได้ไม่เกิน 21.00 น. ซึ่งไม่เพียงพอต่อการหารายได้ในแต่ละวัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เริ่มดำเนินการในช่วงเย็น ที่จะต้องเตรียมตัวปิดร้านหลังเวลาเปิดได้ไม่นาน ทำให้เสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ในขณะเดียวกัน ประชาชนทั่วไปก็ไม่ได้รับความสะดวกสบายในการรับประทานอาหารด้วยเช่นกันเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะ Work from home หรือเลือกทานอาหารได้ในช่วงเวลาจำกัด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. เข้าใจความเดือดร้อนดังกล่าวของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงอยากให้ศบค. พิจารณาผ่อนปรนมาตรการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยผู้ประกอบการให้ประคองธุรกิจผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นคืนในเร็ววัน โดยนายปริญญ์เน้นย้ำในตอนท้ายว่า “เวลา” ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ไม่ควรนำมาใช้ตีกรอบการประกอบอาชีพของประชาชน 
 

ด้านนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย กล่าวเพิ่มเติมว่าวันนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะให้มาตรการด้านสาธารณสุขกับมาตรการทางด้านเศรษฐกิจเดินไปควบคู่กัน เพราะอย่างไรก็ตามประเทศก็มีความจำเป็นที่จะต้องผ่อนคลายมาตรการบางอย่างเพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐจัดทำ Good Practice ให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท เช่นเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรมที่มี Good Factory Practice เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้เตรียมพร้อมกับการเตรียมเปิดประเทศ 

“หากวันนี้ยังไม่เตรียมการทำอะไรเพิ่มเติม เชื่อว่าในวันที่รัฐบาลเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ อาจไม่เหลือผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายย่อย ที่จะมารองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศมาในอนาคตได้” นางดรุณวรรณ กล่าว

ประกาศแล้ว โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “วุฒิศักดิ์” นั่งอธิการบดี ม.รามคำแหง คนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484014

16 ก.ย. 2564

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้ง “วุฒิศักดิ์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง คนใหม่แล้ว หลังอว. พิจารณาข้อร้องเรียนเห็นว่า การดำเนินการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับ

ราชกิจจาฯเผยแพร่ พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง” คนใหม่แล้ว มีผลตั้งแต่ 12 กันยายน  64 เป็นต้นไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.64 ที่ผ่านมา  ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง “นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2559 ตามประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 มีนาคม 2559  นั้น

ประกาศแล้ว โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง "วุฒิศักดิ์" นั่งอธิการบดี ม.รามคำแหง คนใหม่ประกาศแล้ว โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “วุฒิศักดิ์” นั่งอธิการบดี ม.รามคำแหง คนใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เนื่องจาก นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ได้ดำรงตำแหน่งมาครบกำหนดตามวาระแล้ว และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งที่ 15/2563 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

แต่โดยที่ได้มีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้พิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวแล้วเห็นว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มา ซึ่งผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง

นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงนายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงขอให้นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความ กราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2564   

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี

อ่านรายละเอียดที่นี่…

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง [นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่] 

เปิด “ร่าง พ.ร.บ. อุ้มหาย” หลังสภารับหลักการเสียงท่วมท้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484009

16 ก.ย. 2564

สภาฯมติ 368 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย- เปิด “ร่าง พ.ร.บ. อุ้มหาย”จนท.รัฐ ผู้สมรู้ร่วมคิดเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เข้าข่ายการทรมาน จับ ขัง ลักพา บังคับให้บุคคลสูญหาย และกระทำโหดร้าย ย่ำยีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ มีความผิด โทษหนัก

วันที่ 16 ก.ย.-ที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายหรือ “ร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย” จำนวน 4 ฉบับโดยผลลงมติเห็นด้วย368 เสียงไม่เห็นด้วย 0 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1 ซึ่งมีหลักการคล้ายกันทั้ง 4 ฉบับ

จากนั้นมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. จำนวน 25 คน  พร้อมกำหนดเวลาแปรญัตติ 7 วัน และจะใช้ร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลักในการพิจารณาในวาระ 2 ต่อไป

สำหรับร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ”ร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย” ทั้ง 4 ฉบับ มีสาระสำคัญใกล้เคียงกัน 

โดยสรุปดังนี้  มีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้สมรู้ร่วมคิดไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เข้าข่ายการทรมาน จับ ขัง  ลักพา หรือกระทำประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย บังคับให้บุคคลสูญหาย และกระทำโหดร้าย ย่ำยีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์  เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือคำรับสารภาพจากผู้ถูกกระทำหรือบุคคลที่สามมีความผิด

มีการกำหนด บทลงโทษ ทางอาญาของผู้ที่กระทำผิด โดยจะเพิ่มอัตราโทษให้สูงขึ้น หากผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ชีวิต หรือผู้ถูกกระทำเป็นเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการทางจิตใจ หรือผู้ดูแลตัวเองไม่ได้

-กำหนดบทลงโทษของ ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ต้องรับโทษด้วยกึ่งหนึ่ง หากไม่สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ทำผิดกฎหมาย

-กำหนด อายุความ ของคดีที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ไว้ ตั้งแต่ 50 ปีจนถึงไม่มีอายุความ โดยแตกต่างกันไปแต่ละร่าง

     อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

“ร่าง พ.ร.บ. อุ้มหาย”   ถูกบรรจุในวาระการประชุมสภามาแล้วหลายครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็มักมีเหตุให้ไม่ได้เข้าสู่การประชุม 

จนกระทั่งเกิดกรณีตำรวจ สภ. เมืองนครสวรรค์ ทรมานผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา และเกิดคดี “ผู้กำกับโจ้” กับพวกซึ่งเป็นตำรวจ ทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วยการเอาถุงดำคลุมศีรษะจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจึงได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 17 ส.ค.  2564 เสนอร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งร่างโดยกระทรวงยุติธรรมและผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน

“เนชั่น” มีจรรยาบรรณ นักวิชาการยืนยัน ไม่ใช่สื่อเลือกข้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484003

16 ก.ย. 2564

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ เอาหัวเป็นประกัน นักข่าวภาคสนาม “เนชั่น” มีจรรยาบรรณ หลังเปลี่ยนผู้บริหารและพิธีกร ที่มีทัศนะติดลบกับผู้ชุมนุมหมดแล้ว

"เนชั่น" มีจรรยาบรรณ นักวิชาการยืนยัน ไม่ใช่สื่อเลือกข้าง“เนชั่น” มีจรรยาบรรณ นักวิชาการยืนยัน ไม่ใช่สื่อเลือกข้าง

*ขอบคุณภาพ The matter มาเถอะจะคุย

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระและผู้ดำเนินรายการ ว๊อยซ์ทีวี พูดคุยในรายการthe matter มาเถอะจะคุย ว่าปัญหาการทำงานของสื่อในการรายงานสถานการณ์ผู้ชุมนุมว่า เกิดจากรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ต้องการควบคุมการทำงานของสื่อ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นสำนักไหน โดยลืมไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้อำนาจตามกรอบกฏหมาย ไม่สามารถห้ามสิทธิการรายงานขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะสื่อได้ มองว่าเจ้าหน้าที่ตกอยู่ในสถานะเมาหมัดเพราะเผชิญกับสถานการณ์มาเดือนกว่าแล้ว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 ผู้เสียหาย เข้าร้องเรียน “ผบ.ตร.” ถูก “คฝ.” ทำร้ายบาดเจ็บ

ทนายด่างเตรียมยื่นประกัน “ศาลอาญา” นำตัว “เพนกวิน” ออกจากคุก พรุ่งนี้

“ศาล”อนุญาต ให้ประกัน “เพนกวิน ” – ไมค์ ภานุพงศ์ 5 แกนนำม็อบ พร้อมเงื่อนไข ติด EM

ส่วนเรื่องความหมั่นไส้ที่ผู้ชุมนุมมีต่อสื่อย่านบางนา ซึ่งเคยมีภาพลักษณ์มีพิธีกร ที่มีมุมมองเป็นลบต่อ ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ต้องขออธิบายว่า ปัจจุบันสื่อค่ายบางนาเปลี่ยนผู้บริหารแล้ว พิธีกรที่เคยมีภาพลักษณ์ดังกล่าว ไม่ได้อยู่แล้ว จะไปมองว่า สื่อค่ายบางนา นักข่าวที่มาจากค่ายบางนามีปัญหาไม่ได้

ในฐานะที่อยู่ภาคสนามพอสมควรรู้จักนักข่าวภาคสนาม กล้าการรันตีว่า นักข่าวภาคสนามของเนชั่น โดยเฉพาะที่ทีมที่ลงพื้นที่ วิภาวดี เป็นทีมที่ดี  เป็นนักข่าวที่มีจรรยาบรรณ และเขาไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริหารชุดเก่าหรือทีมพิธีกรชุดเก่า ทำไว้แล้วทำให้คนไม่สบายใจ ขอเอาหัวการันตีว่าทีมภาคสนามเนชั่นฯเป็นทีมที่ดี ไม่ใช่นักข่าวที่จะไปชี้หน้าด่าว่าเขาเป็นสลิ่มได้  อย่าไปคุกคามเขา เพราะหมั่นไส้องค์กรเขาเพราะว่าผู้บริหารชุดเก่า ไม่ได้อยู่ในองค์กรเขาแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว 

พลิกปูม.. เสธ.ต้อง “พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” โฆษกกลาโหม ขึ้นชั้น พลเอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483917

16 ก.ย. 2564

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกฯ เรื่อง พระราชทานยศทหารชั้นนายพลจำนวน 563 ราย หนึ่งในนั้นมี “พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้เลื่อนยศขึ้นชั้นเป็น พลเอก รวมอยู่ด้วย.. เมื่อพลิกปูมย้อนดูประวัติและเส้นทางราชการ นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 64 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารชั้นนายพล

โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารชั้นนายพลวาระตุลาคม  2564 ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกระทรวงกลาโหมซึ่งรับราชการมาด้วยความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ทางราชการ จำนวน  563 ราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

เมื่อไล่สายตาไปตามรายชื่อปรากฏว่ามีชื่อของ”พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” โฆษกกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของผู้คนทั่วไป ได้เลื่อนชั้นยศขึ้นเป็น พลเอก รวมอยู่ด้วย

เมื่อมองย้อนไปพบว่านับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาควบคุมการบริหารบ้านเมือง “พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” หรือ เสธ.ต้อง กระบอกเสียงฝ่ายความมั่นคง  ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง 

ตอนนั้นยังเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและได้รับแต่งตั้งให้เป็นโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ)ต่อมาคสช.มอบหมายให้ทำหน้าที่ชี้แจงในเรื่องของการสร้างความปรองดองคนในชาติด้วย

ในยุคสังคมโซเชียลมีเดียพายุข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามปล่อยข่าวโจมตีกองทัพ สร้างข้อมูลบิดเบือน  รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงจึงต้องรีบนำข้อมูลที่ถูกต้องมาอธิบายชี้แจงอย่างรวดเร็ว และผู้ที่ได้รับมอบความไว้วางใจรับมือต่อการชี้แจง ก็หนีไม่พ้นโฆษกกลาโหม 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง 

เขาเกิดวันที่ 21 ธ.ค. 2505 ปัจจุบัน อายุ 59 ปี ศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย (OSK99) เตรียมทหารรุ่น 23 และโรงเรียนนายร้อย จปร. รุ่น 34

เส้นทางราชการ ติดยศร.ต. ตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

ผู้ฝึกทหารใหม่ผลัด 2/2531 กองร้อยฝึก ร.1 พัน.2 รอ.   ก่อนเป็นฝ่ายเสนาธิการ พล.1 รอ. และนายทหารยุทธการ ร.1 รอ.

ออกนอกหน่วยมาเป็น ผอ.กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แล้วเป็นรองเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ปี 2559 เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม และเป็นโฆษกกระทรวงกลาโหม 

ทั้งเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

ด้วยผลงานที่โดดเด่นในระดับดีเยี่ยมในการโต้ตอบ ประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ เขาจึงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่โฆษกกระทรวงกลาโหมเรื่อยมายาวนานถึง 5 ปี ตั้งแต่ปี2559 จนถึงปี 2564 

และสุดท้ายก็ได้เลื่อนยศขึ้นชั้นเป็น พลเอก

“ทายาทพงศกร” ห่วงยาเสพติดระบาดเด็กเยาวชนหนัก จี้ รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483915

16 ก.ย. 2564

“ทายาทพงศกร” ห่วงยาเสพติดระบาดเด็กเยาวชนหนัก จี้ รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชี้ เป็นหัวใจสำคัญแก้ยาเสพติด หวั่น ยกระดับจากผู้เสพเป็นผู้ขาย มีแนวโน้มอายุน้อยลง

“นายพชรกร” อรรณนพพร รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดยาเสพติด มีความน่ากังวลเป็นอย่างมาก

จากตัวเลขการปราบปรามของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในปี 2563 มีการจับกุมดำเนินคดีกว่า 200,000 รายและเพิ่มขึ้นปีละ 10% จาก 5 ปีย้อนหลัง ยังไม่นับผู้ที่ไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการปัญหายาเสพติดของรัฐบาล 


การแพร่ระบาดยาเสพติด มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เพราะเด็กและเยาวชน สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะยาบ้าที่ราคาเฉลี่ยอยู่ 40-50 บาทต่อเม็ด

และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ เด็ก และเยาวชน ที่มีแนวโน้มจะยกระดับจากผู้เสพเป็นผู้ขายรายย่อย ซึ่งกลุ่มที่พบเป็นผู้ขายรายย่อยที่มีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น”

การแพร่ระบาดยาเสพติด มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เพราะเด็กและเยาวชน สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะยาบ้าที่ราคาเฉลี่ยอยู่ 40-50 บาทต่อเม็ด และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ เด็ก และเยาวชน ที่มีแนวโน้มจะยกระดับจากผู้เสพเป็นผู้ขายรายย่อย ซึ่งกลุ่มที่พบเป็นผู้ขายรายย่อยที่มีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น

"ทายาทพงศกร" ห่วงยาเสพติดระบาดเด็กเยาวชนหนัก จี้ รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ“ทายาทพงศกร” ห่วงยาเสพติดระบาดเด็กเยาวชนหนัก จี้ รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ “นายพชกร” กล่าวเพิ่มเติมว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องยกระดับความเข้มข้นมาตราการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเปลี่ยนจากผู้เสพ เป็นผู้ป่วย เพื่อให้ได้รับการบำบัด ฟื้นฟู กลับเข้าสู่สังคมโดยเร็วที่สุด

รวมถึงต้องกำจัดวงจรอุบาทว์ เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เครือข่ายผู้มีอิทธิพลใช้ยาเสพติดมาดำเนินการทุจริตด้วยการดำเนินนโยบายยาเสพติด ที่มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

การฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติด เพราะตนเชื่อว่าไม่มีใครที่ต้องการเป็น อาชญากรรมกระทำผิดกฎหมาย แต่สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันในยุคโควิด บีบบังคับทำให้คนไม่มีงาน ไม่มีเงิน ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยเร็ว และส่งเสริม และสนับสนุน เด็กและเยาวชนในการสร้างอนาคตของพวกเขาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แรมโบ้ โต้ “ทักษิณ” ไม่มีมูลหมาไม่ขี้ โจรที่กลัวความผิดมักจะกินปูนร้อนท้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483914

15 ก.ย. 2564

แรมโบ้ โต้ “ทักษิณ” ไม่มีมูลหมาไม่ขี้ โจรที่กลัวความผิดมักจะกินปูนร้อนท้อง เอาตัวรอดเสมอ ย้ำประชาชนไม่ลืมว่าเคยสร้างความเสียหายอะไรไว้บ้าง

15 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนาย”ทักษิณ” ชินวัตรหรือโทนี่ วู้ดซั่ม กล่าวใน CARE Talk x CARE ClubHouse ถึงการรวม
เสียงส.ส.ของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ต้องการโหวตไม่ไว้วางใจ นายกฯและมีการปล่อยข่าวว่าตนเองเอาเงิน2,000 ล้านไปทำเพื่อดีลล้มนายกฯแต่ไม่สำเร็จ

พร้อมบอกว่าคนอย่าง”ทักษิณ” ไม่โง่ทำแบบนั้นโดยระบุว่า เรื่องนี้จะปล่อยหรือไม่ปล่อยข่าว ไม่มีใครทราบ นอกจาก”นายทักษิณ”เองแต่อยากเตือนสติให้สังคมได้รับรู้และยกภาษิตของไทยมาให้นึกคิดกันอีกครั้งนี้ ถ้าไม่มีมูล หมามันไม่ขี้   

นายเสกสกล ระบุว่า เมื่อการดีลล่มการจะพูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้นแต่”นายทักษิณ” อย่าลืมว่าประชาชนคนไทยเขารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร การเมืองในบ้านเราที่ยังคงวุ่นวายเพราะอะไร ก็เพราะยังมีคนที่แค้นใจ ทำให้ตัวเองต้องระเห็จระเหเร่ร่อนไปอยู่ต่างประเทศ ไม่มีโอกาสให้กลับแผ่นดินไทย ที่เป็นแผ่นดินเกิด 

ดังนั้นใครทำอะไรก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ “นายทักษิณ” เป็นถึงอดีตนายกฯ ไม่คิดที่จะทำอะไรเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณประเทศหรือตอบแทนเพื่อลบล้างในสิ่งที่ตัวเองทำความผิดกับประเทศมาบ้างหรือประเทศชาติที่เสียหายมาจนถึงทุกวันนี้เพราะอะไร

และนายกฯประยุทธ์ ต้องมาเก็บกวาดทุกอย่างที่พวกพ้องนายโทนี่ทำไว้กับประเทศชาติประชาชนที่เสียหายมากมาย

เรื่องที่เกิดขึ้นนายกฯ รู้ดี ถึงได้ตัดสินใจดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะนายก ฯ ได้ย้ำอยู่เสมอว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องที่ไม่ดีหรือไม่ถูกต้องขึ้นเด็ดขาดนายกฯ

และรัฐบาลกำลังพยายามแก้ปัญหาทุกอย่าง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข นายกฯไม่เคยลอยตัวอยู่เหนือปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง ที่นายกฯเองก็พยายามลงมาคลุกคลีรับฟังปัญหาจาก ส.ส.มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.จากฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 

  • อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

และยืนยันว่านายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นที่จะต้องแจกกล้วยเหมือนที่นาย”ทักษิณ” บอกด้วยเพราะนายกฯทำทุกอย่างด้วยใจและมีความจริงใจ ไม่ได้หวังผลทางการเมืองหรืออะไรเดินหน้าแก้ปัญหาที่ประชาชนต้องประสบความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

โดยเฉพาะกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ที่ระบาดหนักไปทั่วโลก จนขณะนี้การดำเนินการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์  โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักในการดำเนินการลุล่วงไปอย่างดี ผลเป็นที่น่าพอใจ การระบาดลดลง ยอดการติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตลดลง 

ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมที่จะเปิดประเทศในระยะเวลาอันใกล้นี้แล้ว ซึ่งประชาชนเองก็ใจจดจ่อ รอลุ้นอยากให้เปิดประเทศ ทุกคนจะได้กลับมาทำมาหากินกันได้ตามปกติ  

ทางที่ดีสิ่งที่”นายทักษิณ”จะสามารถช่วยคนไทยและประเทศไทยที่เป็นแผ่นดินเกิดของตัวเองได้ก็คือหยุดพูด หยุดแซะ หยุดให้ร้ายคนโน้น คนนี้เสียที ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังก็ตาม แค่ก็จะก็เป็นการช่วยประเทศและประชาชนได้มากแล้ว

“อย่าพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นว่า ไม่มีความคิดโง่ๆที่จะใช้เงิน2,000 ล้านดีลล้มนายกฯ  นายโทนี่อาจจะไม่ได้ลงมือทำ แต่อาจจะมีเจ้ ด.สั่ง นักการเมืองชื่อ ว. มาดีลก็ได้ใครจะไปรู้ ยังไงตนก็ขอย้ำ “ไม่มีมูล หมาไม่ขี้” สุภาษิตโบราณมักบอกเสมอว่า “โจรส่วนใหญ่ที่กลัวความผิด มักจะกินปูนร้อนท้องเสมอ”

“ราชกิจจาฯประกาศ”โปรดเกล้าฯยศนายพล เผย “คงชีพ ตันตระวาณิชย์” ขึ้นชั้นพลเอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483879

15 ก.ย. 2564

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ”พระราชทานยศทหาร”ชั้นนายพล ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับราชการมาด้วย ความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ทางราชการ 563 ราย เผย”พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” ขึ้นชั้น”พลเอก”

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 64  ที่ผ่านมา “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “พระราชทานยศทหารชั้นนายพล”

โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารชั้นนายพล วาระ ตุลาคม ๒๕๖๔ ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับราชการมาด้วย ความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ทางราชการ จำนวน  563 ราย ดังต่อไปนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

"ราชกิจจาฯประกาศ"โปรดเกล้าฯยศนายพล เผย "คงชีพ ตันตระวาณิชย์" ขึ้นชั้นพลเอก“ราชกิจจาฯประกาศ”โปรดเกล้าฯยศนายพล เผย “คงชีพ ตันตระวาณิชย์” ขึ้นชั้นพลเอก

"ราชกิจจาฯประกาศ"โปรดเกล้าฯยศนายพล เผย "คงชีพ ตันตระวาณิชย์" ขึ้นชั้นพลเอก“ราชกิจจาฯประกาศ”โปรดเกล้าฯยศนายพล เผย “คงชีพ ตันตระวาณิชย์” ขึ้นชั้นพลเอก

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔  กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ตรวจรายชื่อทั้งหมดได้ที่นี่ ….

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารชั้นนายพล [จำนวน ๕๖๓ ราย ๑. พลโท ธนภัทร ณิยกูล ฯลฯ]

ทนายด่างเตรียมยื่นประกัน “ศาลอาญา” นำตัว “เพนกวิน” ออกจากคุก พรุ่งนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483869

ทนายด่างเตรียมยื่นประกัน “ศาลอาญา” นำตัว “เพนกวิน” ออกจากคุก พรุ่งนี้

15 ก.ย. 2564

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือ ทนายด่างเตรียมยื่นประกัน “ศาลอาญา” นำตัว “เพนกวิน “ออกจากคุกพรุ่งนี้ หลังถูกศาลอาญาถอนประกันตัว

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 กันยายน 64 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว 5 เเกนนำราษฎร ว่าวันนี้หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวและศาลจังหวัดธัญบุรีได้ออกหมายปล่อยแล้วก็ได้ทำสัญญาประกันตัวเสร็จไปเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆวันนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แต่ตัว นายพริษฐ์ หรือ “เพนกวิน” ชิวารักษ์ ยังถูกขังอยู่ที่เรือนจำธัญบุรีในเรือนพยาบาลเนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยซึ่ง ตนได้ทำเรื่องขอย้ายสถานรักษาพยาบาลของ นายพริษฐ์ มาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต แต่ว่ายังไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ตนยังต้องทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลอาญาเพราะนายพริษฐ์ยังมีคดีที่ศาลอาญาถอนประกัน โดยจะไปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ 

สำหรับวันนี้จำเลยอื่นๆ ได้รับการปล่อยตัวไปหมดแล้วไม่มีพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจอื่นมาขออายัดตัวแต่อย่างใดและเดินทางกลับบ้านไปหมดแล้ว