Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: September 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เปิดตัว e–book ท่องเที่ยวเส้นทางบุญอดีตสู่ปัจจุบันตามรอยธรรม ‘หลวงปูมั่น ภูริทัตโต’ #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/603097

เปิดตัว e–book ท่องเที่ยวเส้นทางบุญอดีตสู่ปัจจุบันตามรอยธรรม 'หลวงปูมั่น ภูริทัตโต'

เปิดตัว e–book ท่องเที่ยวเส้นทางบุญอดีตสู่ปัจจุบันตามรอยธรรม ‘หลวงปูมั่น ภูริทัตโต’

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.14 น.

กรมการศาสนาเปิดตัว e – book ท่องเที่ยวเส้นทางบุญ อดีตสู่ปัจจุบันตามรอยธรรมหลวงปูมั่น ภูริทัตโต เนื่องในโอกาส 150 ปีชาตกาล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ วาระปี พ.ศ.2563 – 2564 

ทั้งนี้ กรมการศาสนา ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมการเฉลิมฉลองในวาระดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้หันมาสนใจศึกษาแนวทางที่พระอาจารย์มั่น ได้นำทางไว้ และจุดประกายทางปัญญาสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน โดยได้จัดทำเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางบุญ อดีตสู่ปัจจุบัน ตามรอยธรรม หลวงปูมั่นภูริทัตโต ในรูปแบบ e – book จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี สกลนคร เชียงราย และเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้สนใจรู้จักวัดและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระอาจารย์มั่น อีกทั้งได้มีโอกาสย้อนรอยดินแดนถิ่นบ้านเกิดพระอาจารย์มั่น เช่น บ้านคำบง เยี่ยมชมวัดที่องค์ท่านเคยบรรพชาเป็นสามเณร บวชเป็นพระภิกษุ จำพรรษา รวมไปถึงสถานที่ที่พระอาจารย์มั่นได้เคยมาพำนักบำเพ็ญเพียร เช่น วัดศรีบุญเรือง สำนักสงฆ์กุดเม็ก วัดภูหล่น วัดศรีอุบลรัตนาราม วัดบูรพาราม วัดเลียบ ใน จ.อุบลราชธานี เป็นต้น  

โดยผู้สนใจสามารถดาวโหลด์ e – book 6 จังหวัดได้ที่ https://pubhtml5.com/bookcase/rhgc โดยมีตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยว และแนะนำวัด สถานที่ที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมเยียนชุมชนคุณธรรม พร้อมแผนที่นำทาง ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนศึกษาเรียนรู้จากโปรแกรมนี้ด้วย – 003   

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลูกกัญชงเชียงรายตั้งเป้าปีแรก 1.6 พันไร่เพิ่มเป็นแสนไร่ใน 5 ปี #SootinClaimon.Com 

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/603068

ปลูกกัญชงเชียงรายตั้งเป้าปีแรก 1.6 พันไร่เพิ่มเป็นแสนไร่ใน 5 ปี

ปลูกกัญชงเชียงรายตั้งเป้าปีแรก 1.6 พันไร่เพิ่มเป็นแสนไร่ใน 5 ปี

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.10 น.

วันที่ 18 ก.ย.64 นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธีเปิดการปลูกกัญชงต้นแรกใน จ.เชียงราย โดยมีนายแพทย์เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา ประธานบริษัทไทยเฮมพ์ เวลเนส จำกัด ดร.เสฐียรพงศ์ แก้วสด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ พล.อ.สุทัศน์ จารุมณี และ ดร.เพิ่มศักดิ์ สุภาพรเหมินทร์ กรรมการมูลนิธิวนเกษตรอินทรีย์ นายยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ดคาราบาว” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตและศิลปินแหงชาติและผู้บริหารในเครือคาราบาวกรุ๊ป รวมทั้งเอกชนที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรเข้าร่วม ณ พื้นที่หมู่ 3 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย

สำหรับแปลงกัญชงแปลงแรกดังกล่าวมีจำนวน 5 ไร่ได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชงแล้ว โดยรายแรกเป็นแปลงของนายศิริชัย ใจแปง ตามเลขที่ใบอนุญาต ชร 171/2562 (ป) พื้นที่หมู่ 3 ต.ดงมะดะ โดยใช้เวลาเพาะปลูก 4 เดือนจึงเก็บผลิตแลจะส่งจำหน่ายให้บริษัทเพื่อนำไปสกัดสาร CBD และส่งให้กับเอกชนรายต่างๆ ที่ต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายเริ่มเก็บผลิตแปลงแรกในเดือน พ.ย.นี้และนำไปสกัดให้ได้ผลผลิตในปี 2565 ชุดแรกนำร่องประมาณ 4.5 ตันและจำหน่ายให้กับเอกชนที่จะนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ตันละประมาณ 100,000-150,000 บาท

โดยนายวีรชาติ กล่าวว่า ภาคเอกชนมีการขับเคลื่อนเชิงรุกที่รวดเร็วและเชื่อว่าการขับเคลื่อนในลักษณะนี้มาถูกทางแล้วซึ่งในนามหน่วยงานภาครัฐก็จะช่วยส่งเสริมให้ได้รับการอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อตั้งมาร่วม 125 ปีแต่เกษตรกรไทยก็ยังไม่มีรายได้แบบก้าวกระโดดดังนั้นโครงการนี้จึงถือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และเป็นต้นแบบเพื่อการนำร่องต่อไป

ด้านนายแพทย์เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า พื้นที่ จ.เชียงราย ถือเป็นแห่งแรกที่มีการปักหมุดเพื่อปลูกต้นกัญชงในเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทมีแผนจะส่งเสริมการปลูกในช่วงแรก 1,600 ไร่ก่อนจากนั้นภายใน 5 จะเพิ่มให้เป็นประมาณ 100,000 ไร่ ลักษณะเป็นการร่วมกับเกษตรกรแต่รายๆ ละประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตขายได้ไร่ละ 100,000 บาทต่อปี แต่ละปีจะปลูกได้ 2 ครั้ง จึงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดี โดยเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าผลผลิตกัญชง 1 ไร่เทียบเท่ากับข้าวโพดถึง 100 ไร่ และการปลูกข้าวโพดยังต้องเผาหลังเก็บผลผลิตจนทำให้มีปัญหามลภาวะหมอกควันเป็นประจำทุกปีอีกด้วย ขณะเดียวกันการปลูกกัญชงยังทำให้อย่างยั่งยืนเพราะเกษตรกรจะผลิตเพื่อส่งให้บริษัทที่เป็นผู้สกัดสาร CBD และบริษัทก็ส่งต่อให้กับเอกชนที่นำไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไปอย่างยั่งยืน

นายแพทย์เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า เป็นที่น่ายินดีว่าพื้นที่ทั่วประเทศไทยสามารถปลูกกัญชงได้ดีโดยเฉพาะภาคเหนือที่มีคุณภาพดินดีอย่างมาก ทั้งนี้ หลังจากได้ผลผลิตในปีแรกและปลูกได้ 1,600 ไร่แล้ว ในปีที่ 2 จะเพิ่มการปลูกเป็น 30,000 ไร่ ปี่ 4 เพิ่มเป็น 40,000 ไร่ ปีที่ 4 เพิ่มเป็น 60,000 ไร่ และปีที่ 5 เพิ่มเป็น 100,000 ไร่ดังกล่าว และเมื่อยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าสารสกัด CBD ทำให้ยังมีโอกาสขยายการปลูกออกไปได้อีกมากโดยเกษตรกรจะมีรายได้อย่างต่อเนื่องด้วยกรณีมีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละประมาณ 40 บาท ก็จะมีรายได้ต่อไร่ 50,000 บาทต่อฤดูกาลเพาะปลูกอย่างแน่นอน

ด้าน ดร.เสฐียร์พงศ์ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ว่า การนำกัญชงมาพลิกฟื้นธุรกิจนั้น เพื่อเริ่มให้กัญชงสามารถเป็นพืชเศรษกิจ เพิ่มรายได้เพื่อให้เกษตรกรจะมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการที่ให้กัญชงเข้ามามีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ เพราะ กัญชงเป็นพืชที่มีดอกและใบที่ผ่านการวิจัยสาร CBD คือสารสกัดที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะแก่การนำไปอุปโภคบริโภค และเมล็ดกัญชงสกัดนำไปผสมอาหาร เพื่อให้รสชาติและคุณประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้น

จึงมั่นใจว่าการจัดงานปลูกกัญชงต้นแรก1600 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ครั้งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานของทางบริษัท และเป็นที่รู้จักในกลุ่มเกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ทราบแนวทางของการผลักดันทางด้านของภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมรณรงค์ปลูก ผลิต สกัด และส่งออกทั้งใน และต่างประเทศ ณ ขณะนี้ มูลค่าของความต้องการกัญชง ณ ปัจจุบัน มีความต้องการ สูงถึง 6,500 ตัน/ต่อปี เชื่อมั่นปี 65 ความต้องการจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 7,500 ตัน คิดเป็นอย่างแน่นอน อีกทั้งในประเทศไทย ณ ขณะนี้ ภาครัฐ และภาคเอกชน ล้วนให้ความสนใจเพราะเป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเชิงเศรษฐกิจ พลิกวิกฤต เพิ่มรายได้ ให้กับเหล่าเกษตรกร ให้ได้เปลี่ยนวิถีชีวิต และได้รับรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลในด้านบวก พร้อมเป็นห่วงโซ่แก่ธุรกิจที่จะเป็นการเติบโตของกัญชงในเชิงพาณิชย์อย่างแน่นอน

การวิจัยกลุ่มพืชที่นับว่าเป็น กลุ่มพืชทองคำ และได้รับอนุญาตให้เพาะปลูกในปีนี้ ดร.เสฐียร์พงษ์ กล่าวต่อว่า ณ ตอนนี้กลุ่มพืชที่สามารถอนุญาตให้ทำการเพาะปลูกได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยเกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ มี 2 ชนิด คือ 1.กัญชง มี สาร CBD สูง และถูกต้องตามกฎหมายรับรอง 2.กระท่อม ภาครัฐให้การปลดล๊อคเมื่อเร็วๆนี้ มีสาร เมตาซานิน สามารถสกัดทำเป็นรูปแบบของเครื่องดื่มได้ ยังต้องวิจัยและศึกษาสารสกัดเพิ่มเติม 

โดยในเรื่องของการนำไปสกัดเพื่อผลิตเครื่องดื่ม ณ ตอนนี้ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ที่มีการร่วมเซนต์ MOU เพื่อขอใช้สารสกัดในการผลิตสินค้ากับทางบริษัท ไทยเฮมพ์ เวลเนส จำกัด มี คาราบาวแดง  SEPPE เซ็ปเป้ และกลุ่ม รพ.ยันฮี และโรงงาน OEM ทั้งกลุ่มเครื่องสำอางและอาหารเสริม ณ ตอนนี้ ทางเราจึงเร่งผลิตสารสกัดเพื่อส่งมอบให้กับองค์กรเหล่านี้ รวมทั้งบทบาทของภาครัฐ ที่กำลังร่วม MOU ในบทบาทด้านการวิจัยและศึกษาสารสกัดของกัญชง กับทางบริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส จำกัด มีมหาวิทยาลัยภาครัฐทางภาคเหนือ ให้ความสนใจกับสารสกัดกัญชงในด้านของ เคมีพฤกษศาสตร์ เป็นองค์ความรู้ และ นับเป็นการตอบรับว่า กัญชงเป็นอีก 1 พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะมีสารสกัดดีและมีประโยชน์ อีกทั้งการนำไปใช้ สู่กลุ่มธุรกิจกลุ่มอุปโภค บริโภค ยาปศุสัตว์ ได้เป็นอย่างดี

ในแง่มุมของการทำวิจัยและพัฒนากัญชง บริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส จำกัด มีการพัฒนาและวิจัยต่อเนื่องโดย ทางบริษัทฯ มีแปลงปลูกกัญชงเพื่อวิจัยโดยเฉพาะ จำนวน 53 ไร่ ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อทำการศึกษาวิจัยในด้านของ สายพันธ์ การขยายพันธ์ และ เพื่อทำการจดทะเบียนพัฒนาสายพันธ์ของกัญชง

สำหรับผู้ที่สนใจสารสกัดซีบีดี (CBD) และผลิตภัณฑ์จากกัญชง ใบสด ใบแห้ง ใบชา และสนใจร่วมปลูกกัญชง หรือพัฒนาสายพันธุ์ร่วมกับบริษัทฯ สามารถติดต่อกับทางบริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส จำกัด CONTACT 0619262466 Line at : @thaihempwellness และ ttps://www.thaihempwellness.com/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รสแซ่บ! ส้มตำบ้านฉันร้านเด็ดพิษณุโลกไฮไลท์งานเกษียณเมนู ‘เค้กข้าวเหนียว’ #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/603014

รสแซ่บ! ส้มตำบ้านฉันร้านเด็ดพิษณุโลกไฮไลท์งานเกษียณเมนู 'เค้กข้าวเหนียว'

รสแซ่บ! ส้มตำบ้านฉันร้านเด็ดพิษณุโลกไฮไลท์งานเกษียณเมนู ‘เค้กข้าวเหนียว’

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.27 น.

ส้มตำบ้านฉัน ร้านเด็ดประจำจังหวัดพิษณุโลก ประยุกต์เมนูอาหารหลากหลาย สดใหม่ อัพเดทเมนูทุกฤดูกาลราคาจับต้องได้ เปิดได้ 8 เดือนผลตอบรับดีเกินคาด สวนกระแสสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตช่วงงานเกษียณ กับเมนู เค้กข้าวเหนียว เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี มอบให้กันในวันสำคัญ ออเดอร์สั่งจองเพียบ

พาไปชิมเมนูเด็ด ที่ร้านส้มตำบ้านฉัน เลขที่ 123/4 ม.4 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลกที่เปิดได้เพียง 8 เดือนแต่ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด สวนกระแสสถานการณ์โควิด-19 กับเมนูที่หลากหลายกว่า 100 เมนูโดยเฉพาะเมนูอาหารทะเลที่สดใหม่และเมนูอาหารตามฤดูกาล ที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับอาหาร ราคาจับต้องได้ รสชาติแซ่บถึงใจ ที่ใครมาแล้ว ต้องมาอีก โดยเฉพาะเมนูไอเดียเก๋ไก๋ที่ได้รับผลตอบรับดีมากอย่างเมนูเค้กข้าวเหนียว เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี ประยุกต์มอบให้กันในวันสำคัญ โดยเฉพาะงานเกษียณอายุ ที่เริ่มมีคิวจองมาเป็นจำนวนมาก

นางสาวผกากรอง ซุนพุ่ม อายุ 41 ปี เจ้าของร้านส้มตำบ้านฉัน เล่าถึงที่มาที่ไปว่า แต่เดิมตนยึดอาชีพขายส้มตำอยู่แล้ว แต่เปิดร้านที่บ้าน ลูกค้ามักจะบ่นว่าที่จอดรถมันคับแคบ หาที่จอดยาก เพราะบ้านอยู่ในซอย จึงเริ่มมองหาทำเล จนมาได้ที่ตรงนี้ซึ่งบริเวณกว้างและอยู่ติดถนนใหญ่ จึงย้ายร้านมาอยู่ตรงนี้ได้ประมาณ 8 เดือน ลูกค้าที่ทราบข่าวก็ตามมา ด้วยบริเวณที่กว้างและทางร้าน จัดโต๊ะห่างตามมาตรการโควิด ร้านโปร่ง อากาศถ่ายเท จึงทำให้ลูกค้าตามมาชิมเป็นจำนวนมาก สวนกระแสโควิด-19 เลยก็ว่าได้

นางสาวผกากรอง ซุนพุ่ม บอกต่ออีกว่า สมัยนี้การเปิดร้านอาหารให้อยู่รอดท่ามกลางยุคโควิด-19 นอกจากเรื่องของสถานที่แล้ว ก็คือเมนูอาหาร อาหารต้องสดใหม่ ราคาลูกค้าจับต้องได้ และที่สำคัญรสชาติ กับเมนูอาหาร เป็นเรื่องใหญ่ที่จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ สำหรับตนแล้วเป็นคนที่ชื่นชอบการทำอาหารมากๆ ชอบการผสมประยุกต์เมนูอาหาร จึงได้เมนูที่เกิดใหม่เรื่อย ลูกค้าเองก็ไม่จำเจ เพราะทางร้านมีเมนูอาหารกว่า 100 รายการ โดยตนจะยึดวัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นหลัก เช่นช่วงนี้ ฤดูฝน ก็จะรับวัตถุดิบจากชาวบ้านที่สดใหม่ เช่น กุ้งฝอย หอยขม ปลาหมอ ปูนา แล้วนำมาประยุกต์เป็นเมนูอาหารตามฤดูกาล

นอกจากนี้เรื่องอาหารทะเลต่างๆ ทางร้านจะขึ้นชื่อมาก เพราะอาหารทะเลของทางร้านจะสดใหม่ คัดเกรดอย่างดี ส่งตรงจากหน้าแพ เช่น ก้ามปูใบ้ หอยนางรมย์ ปูไข่ ปูดำ ปลาหมึก กุ้ง หอยแครง จะมาจาก สุราษฏร์ธานี สตูล มหาชัย โดยเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้านจะมีหลากหลายมาก อาทิ ไก่นาย่างน้ำปลา ก้ามปูใบ้ลวกจิ้ม ทะเลลวกจิ้ม ตำทะเล ยำส้มโอน้ำปู๋ และเมนูพื้นบ้านอย่างต้มยำปลาหมอนา รวมถึงปูนา-หอยขม ลวกจิ้ม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูขึ้นชื่อ

ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่ทางร้านส้มตำบ้านฉันขอนำเสนอก็คือ เค้กข้าวเหนียวหมูทอด ไก่ทอด ซึ่งจะเป็นเมนูพิเศษสำหรับลูกค้าที่อยากสั่งไปเป็นเค้กวันเกิดก็ได้ หรือสั่งทานที่ร้านก็ได้ แต่ต้องโทรสั่งจองออเดอร์ล่วงหน้าไว้ก่อน 1 วัน เนื่องจากทางร้านต้องเตรียมวัตถุดิบต่างๆ โดยข้าวเหนียวจะใช้เป็นข้าวเหนียวเขี้ยวงูนึ่งให้นิ่มจนเม็ดสวยน่าทาน นำมาใส่พิมพ์ขนมเค้กทรงกลมให้ได้รูป 

จากนั้นจะใส่ท็อปปิ้งที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้เอง เช่น หมูทอด หมูสามชั้นทอด หมูหวาน ปีกไก่ทอด น่องไก่ทอด เป็นต้น รสชาติถึงเครื่อง ทอดมาได้เหลืองกรอบกำลังดี กินกับข้าวเหนียวนุ่มๆ จัดว่าฟินสุดยอดเลย มีให้เลือกทั้งขนาด 1 ปอนด์ 2 ปอนด์ และ 3 ปอนด์ ก้อนใหญ่ๆ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูเน้นๆ และข้าวเหนียววางโปะ ถึง 2 ชั้น หรือ 3 ชั้น ราคาเริ่มตั้งแต่ 399 บาท ไปจนถึง 699 บาท ถือว่าได้เยอะมากคุ้มราคา กินได้อิ่มจุใจทั้งครอบครัว นอกจากนี้ทางร้านยังแถมน้ำจิ้มสูตรเด็ดให้ทานคู่กับพริกปลาร้า น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกแจ่วบอง หรือน้ำจิ้มไก่ ซึ่งทางร้านนบอกว่าคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีมีคุณภาพทำวันต่อไม่มีค้างคืนอีกด้วย

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะแวะเวียนมาชิม เมนูเด็ดของร้านส้มตำบ้านฉัน ที่ราคาเริ่มต้น อย่างเมนูส้มตำเพียง 40 บาท ยำเริ่มต้นที่ 60 บาทเท่านั้นเป็นราคาที่จับต้องได้ให้ปริมาณเยอะ ที่สำคัญ มีบริการเดลิเวอรี่จากทางร้านจัดส่งได้ถึงบ้าน ค่าส่งไม่เกิน 5 กม.เพียง 20 บาท ถ้าไกลกว่านั้นสอบถามทางร้านได้ โดยจะจัดส่งเดลิเวอรี่ได้ทุกวัน ยกเว้นวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถติดตามอัพเดทเมนูอาหาร หรือสอบถามข้อมูลได้ทางเพจ : ส้มตำบ้านฉัน หรือสอบถามเส้นทาง สั่งจองเมนูอาหาร หรือจัดเลี้ยงทาง 084-306-3245 ได้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำพริกแจ่วบองสมุนไพรบ้านทรัพย์ไพวัลย์โกอินเตอร์บินลัดฟ้าส่งขายตลาดยุโรป #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/603011

น้ำพริกแจ่วบองสมุนไพรบ้านทรัพย์ไพวัลย์โกอินเตอร์บินลัดฟ้าส่งขายตลาดยุโรป

น้ำพริกแจ่วบองสมุนไพรบ้านทรัพย์ไพวัลย์โกอินเตอร์บินลัดฟ้าส่งขายตลาดยุโรป

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.09 น.

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ รวมกลุ่มทำน้ำพริกสมุนไพร แจ่วบอง น้ำพริกแกงเผ็ด รสเด็ด ส่งบินลัดฟ้าเปิดตลาดขายต่างประเทศ ผลตอบรับดีออเดอร์ล้นมือ อยากขยายกำลังการผลิต วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแนะนำช่องทางสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

วันนี้…จะพาชิมเมนูน้ำพริกสมุนไพร แจ่วบอง น้ำพริกแกงเผ็ด เมนูทำเงินของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ ตั้งอยู่ 467 ม.7 (บ้านทรัพย์ไพรวัลย์) ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลกที่ส่งตรงบินลัดฟ้าไปขายถึงประเทศเยอรมัน ได้ผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติดีมาก จนออเดอร์ล้นมือผลิตไม่ทัน อยากขยายการผลิตวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แนะช่องทางสร้างอาชีพ เร่งผลิตสินค้าส่งออกขายตลาดยุโรปให้คนในชุมชน ได้มีอาชีพอย่างยั่งยืน

นางวาสนา เพ็งไทย อายุ 52 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนเองและสามีใช้ชีวิตอยู่ประเทศเยอรมัน โดยตนยึดอาชีพเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นั่น จนช่วงเดือนกันยายน 2562 เกิดโควิด-19 ระบาดไปทั่วประเทศ ประกอบกับสามีตนเกษียณอายุแล้ว จึงตัดสินใจบินกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลาย ที่ประเทศไทย โดยยังคงมีน้องสาว ญาติ อยู่ที่เยอรมัน ตนก็ตำน้ำพริกส่งไปให้ทานเรื่อยๆ และน้องลองแบ่งขายให้กับคนไทยและชาวต่างชาติที่เยอรมันปรากฏว่ากลับขายดีได้ผลตอบรับที่ดี ตนเริ่มทำคนเดียวไม่ไหว จึงได้มาร่วมกลุ่มกับวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 14 คนจึงเริ่มทำเมนูน้ำพริกส่งออกขาย 

ตอนนี้เมนูน้ำพริกสมุนไพร แจ่วบอง และน้ำพริกแกงเผ็ด โดยเดือนนึง ทางกลุ่มสามารถผลิตน้ำพริกส่งไปประเทศเยอรมันได้เพียง 100 กิโลกรัมโดยมีน้องสาวของตนเป็นตัวแทนขายที่นั่น จดทะเบียนการค้าในยุโรป ซึ่งตอนนี้มีความต้องการน้ำพริกเป็นจำนวนมาก แต่กลุ่มของตนติดปัญหาตรงที่ยังไม่ได้จดทะเบียน อย. อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาช่วยตรวจสอบ แนะนำขั้นตอนทุกอย่างให้ถูกต้องเพื่อที่จะสามารถพัฒนาน้ำพริกของทางกลุ่มเป็นสินค้า OTOP และสามารถส่งน้ำพริกเป็นสินค้าส่งออกได้ รวมไปถึงการเพิ่มกำลังการผลิตด้วยเครื่องจักร หรือเครื่องทุ่นแรง 

“เพราะตอนนี้สมาชิกในกลุ่มใช้วิธีการทำด้วยมือเท่านั้น ซึ่งหากแก้ปัญหา 2 จุดนี้ได้ ตลาดยุโรปมีความต้องการน้ำพริกของกลุ่มจะทำให้น้ำพริกของกลุ่มไปไกลได้ถึงตลาดยุโรป ชาวบ้านในชุมชนก็จะมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องแกง เช่น พริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ซึ่งในชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์แทบจะทุกครัวเรือน จะปลูกเครื่องแกงเหล่านี้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งหากขายตลาดน้ำพริกได้ ประชาชนในชุมชนก็จะมีรายได้ไปด้วย”

สำหรับหน่วยงานใดที่พอให้ข้อมูล คำชี้แนะ หรือแนะนำขั้นตอนต่างๆ เพื่อดันน้ำพริกให้เป็นสินค้าโอทอปเพื่อส่งขายตลาดยุโรปได้อย่างถูกต้องได้หรือประชาชนท่านใดที่สนใจน้ำพริกของทางกลุ่ม ราคาไม่แพง อย่างน้ำพริกสมุนไพร ราคากิโลกรัมละ 250 บาท/แจ่วบ่อง กิโลกรัมละ 140 บาท และน้ำพริกแกงเผ็ด กิโลกรัมละ 120 บาทก็สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ หรือโทร 095-3210302 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุงปั่นสามล้อขายไอศครีม ถูกเทศกิจยึดอุปกรณ์ทำมาหากิน เขตดินแดงชี้ทำผิดหลายครั้ง #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/603005

ลุงปั่นสามล้อขายไอศครีม ถูกเทศกิจยึดอุปกรณ์ทำมาหากิน เขตดินแดงชี้ทำผิดหลายครั้ง

ลุงปั่นสามล้อขายไอศครีม ถูกเทศกิจยึดอุปกรณ์ทำมาหากิน เขตดินแดงชี้ทำผิดหลายครั้ง

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.42 น.

วันที่ 18 กันยายน 2564 โลกออไลน์ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์กลุ่มเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ายึดอุปกรณ์ทำมาหากินของลุงปั่นจักรยานสามล้อขายไอศกรีมอยู่บนถนนแห่งหนึ่ง ละแวกสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง

คลิปดังกล่าวมาจากผู้ใช้ TikTok @Chanon_K โพสต์เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความว่า “สงสารลุงสุดๆ เตือนก่อนมั้ย ยังไม่ได้ขายเลยโดนจับซะแล้ว #ยุคโควิดเห็นใจกันหน่อยครับ ยังไงก็คนเหมือนกัน #สู้ๆนะลุง #สะเทือนใจจัง”

ซึ่งในคลิป จะเห็นภาพเจ้าหน้าที่เทศกิจจำนวน 3 คน ทำการหยิบกระป๋องที่วางอยู่บนรถขายไอศกรีม เอาไปไว้ท้ายรถกระบะของเทศกิจ ขณะที่เทศกิจอีกรายเปิดกล่องเหล็กท้ายรถสามล้อของลุงขายไอศกรีม ซึ่งลุงทำเพียงปัดมือออกและยืนจับรถจักรยานของตนเองไว้แน่น

ต่อมา สำนักงาน​เขต​ดินแดง​ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า  “ขอชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เสนอคลิปเจ้าหน้าที่เทศกิจยึดสิ่งของจากผู้ค้าบริเวณหน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง)  โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่นำกระป๋องเงินของผู้ค้าไป นั้น สำนักงานเขตดินแดง ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เทศกิจในการดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มารับการบริการวัคซีนโควิด-19 บริเวณกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 17 ก.ย.64 ซึ่งในระหว่างนั้นมีประชาชนมารอรับบริการจำนวนมากและมีผู้ค้ารถเข็นหลายรายนำสินค้ามาจำหน่าย เจ้าหน้าที่เทศกิจจึงได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไม่ให้จำหน่ายสินค้าและจอดรถกีดขวางบนถนน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจร จึงเป็นเหตุให้มีการจับกุมดังกล่าว 

ซึ่งตามภาพที่สื่อสังคม​ออนไลน์​ได้นำไปลงนั้น เจ้าหน้าที่เทศกิจ​ได้ดำเนินการกวดขันผู้ค้าไอศกรีม ซึ่งฝ่าฝืนในลักษณะนี้เป็นประจำและมีอยู่เพียงรายเดียว ที่ยังคงฝ่าฝืนมาโดยตลอด ซึ่งได้เคยประชาสัมพันธ์ตักเตือน​ไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงฝ่าฝืนขายสินค้าในบริเวณดังกล่าว ซึ่งในวันที่เกิดเหตุนั้นมีการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้เคลื่อนย้าย แต่ยังคงฝ่าฝืน

สำหรับผู้ค้าไอศกรีมที่ปรากฏตามคลิป นั้น เป็นการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดปรุงอาหาร ขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนน หรือในสถานสาธารณะ ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจพบการกระทำความผิด จึงได้ดำเนินการจับกุมพร้อมยึดของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดไปประกอบการดำเนินคดี (มาตรา 50) ทั้งนี้ ในการจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ยึดกระป๋องใส่อุปกรณ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ใส่ไอศกรีม มิใช่กระป๋องใส่เงิน และไม่ได้ยึดรถเข็นเป็นของกลางแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน​เขต​ดินแดง​ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจ​ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในภาคสนาม ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ  และหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจคุกคามต่อสภาพจิตใจของประชาชน อย่างเคร่งครัดต่อไป สำนักงาน​เขต​ดินแดง​ ขอ​ขอบพระคุณ​ที่ได้แจ้งเรื่องเข้ามา ณ โอกาส​นี้ค่ะ”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7008736946616798490?lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตลาดใบกระท่อมสงขลาคึกคักเปิดท้ายขายในตลาดนัดเหมือนพืชผักทั่วไป #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/602990

ตลาดใบกระท่อมสงขลาคึกคักเปิดท้ายขายในตลาดนัดเหมือนพืชผักทั่วไป

ตลาดใบกระท่อมสงขลาคึกคักเปิดท้ายขายในตลาดนัดเหมือนพืชผักทั่วไป

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.41 น.

ตลาดใบกระท่อมเริ่มเปิดกว้างนำมาเปิดท้ายวางขายตามตลาดนัดเหมือนกับพืชผักอื่นๆ ทั่วไป แต่คนยังมองคนขายใบกระท่อมติดภาพลบ

ที่ จ.สงขลา หลังจากที่มีการปลดล๊อกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 ปรากฏว่าขณะนี้เริ่มมีการนำใบกระท่อมออกมาวางขายกันอย่างเปิดเผยมากขึ้นไม่เว้นแม้แต่ตามตลาดนัด ซึ่งมีการนำมาเปิดท้ายรถกระบะขายกันเหมือนพืชผักทั่วๆ ไป

เช่นที่ตลาดนัดบ้านกลาง เขตเทศบาลตำบลทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผัวเมียวัยรุ่นคู่หนึ่งได้นำใบกระท่อมมาเปิดท้ายรถกระบะวางขายบริเวณหน้าตลาดนัดและชั่งกิโลมัดขายกันแบบสดๆ มีหลายราคาให้เลือกทั้งขายเป็นมัดๆ ละ 20 บาทและ 40 บาท ขายเป็นขีดๆ ละ 40 บาท หรือขายเป็นโลกรัมละ 370 บาท หรือครึ่งกิโลกรัมละ 190 บาท

แม่ค้าสาวขายใบกระท่อมบอกว่าเพิ่งนำใบกระท่อมมาลองขายที่ตลาดนัดเป็นครั้งแรกซึ่งก็พอขายได้ ตอนนี้ทำเป็นอาชีพเสริมหลังจากเสร็จจากการกรีดยางก็มาเปิดท้ายขายใบกระท่อม โดยมีเพื่อนนำมาส่งให้อีกทอดหนึ่งเป็นใบกระท่อมบ้านจาก จ.นครศรีธรรมราช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้ว่าจะสามารถเปิดขายใบกระท่อมอย่างถูกกฏหมายได้แล้ว แต่จากการสังเกตสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมายังมองมาคนที่ขายใบกระท่อมแบบแปลกๆ เหมือนกับยังไม่ยอมรับมากนัก เพราะอาจจะยังติดภาพของใบกระท่อมที่อาจจะนำไปผสมเป็นยาเสพติดของกลุ่มวัยรุ่นเหมือนที่ผ่านมา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยเหลือยายชาวเลยบ้านถูกน้ำท่วมรอบที่ 3 วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/602974

ช่วยเหลือยายชาวเลยบ้านถูกน้ำท่วมรอบที่ 3 วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

ช่วยเหลือยายชาวเลยบ้านถูกน้ำท่วมรอบที่ 3 วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 09.19 น.

วันนี้ (18 ก.ย.64) เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปช่วยเหลือคุณยายเสวย จันทะภา อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109/1 หมู่ 4 บ้านขอนแก่น ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ จ.เลย ที่อาศัยอยู่กับหลานอีก 1 คนเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่บ้านหนองผือ หมู่ 1, บ้านขอนแก่น หมู่ 4, บ้านเมี่ยง หมู่ 5,8 และ 9 พื้นที่ ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ จ.เลย โดยยายเล่าให้ฟังว่าได้เกิดน้ำท่วมที่บ้าน 3 ครั้งแล้วในรอบปีนี้ ตนมีฐานะยากจนจึงไม่มีเงินยกบ้านขึ้นสูง จึงอยากวิงวอนผู้ใจบุญให้ความช่วยเหลือด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนรุ่นใหม่’มุมมองเปลี่ยน เลิกข้อหา‘ค้าประเวณี’มีหวัง #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/602890

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนรุ่นใหม่’มุมมองเปลี่ยน  เลิกข้อหา‘ค้าประเวณี’มีหวัง

สกู๊ปพิเศษ : ‘คนรุ่นใหม่’มุมมองเปลี่ยน เลิกข้อหา‘ค้าประเวณี’มีหวัง

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.

“คนชอบรังเกียจเดียดฉันท์นะ ผมเคยพูดเชิงหยอกเชิงล้อว่าเมืองไทยเมืองพุทธ ไม่มีหรอกหญิงขายบริการ ก็ไปคลองหลอดนะแล้วให้เลี้ยวซ้าย พอเราไม่ยอมรับคนพวกนี้ก็จะกลายเป็นคนที่ชายขอบ ถูกทำให้อยู่ในมุมมืดมุมอับของสังคม ถูกตีตรา ถูกตราหน้า แต่ถ้าคุณศึกษาพุทธประวัติ คุณจะเห็นเลยว่าผู้หญิงเหล่านี้มีบทบาทมาก ในพุทธประวัติ หญิงงามเมืองต้องแย่งกันนะ คุณต้องมีเงินจริงๆ นะ ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นนคร (อ่านว่า นะ-คะ-ระ) โสเภณี ถ้าพูดภาษาไทย โสเภณีดูเหมือนมีความหมายแย่มาก แต่ถ้าเป็นภาษาบาลี คำว่าโสเภณีแปลว่าหญิงงาม นครโสเภณีแปลว่าหญิงงามเมือง คุณต้องงามจริงๆ นะถึงจะได้ตำแหน่งนี้”

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระลูกวัดแห่งวัดสร้อยทองกล่าวในช่วงหนึ่งของการไลฟ์สดหัวข้อ “คืนความสุขทุกวันศุกร์ให้กับญาติโยม” ทางช่องยูทูบ เมื่อค่ำวันที่ 10 ก.ย. 2564ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ชมส่งข้อความเข้าไปถามว่า “ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ จะมีอาชีพขายบริการทางเพศได้หรือไม่?” แล้วท่านก็อธิบายพร้อมกับยกตัวอย่างทั้งสมัยพุทธกาล รวมถึงพื้นที่บางแห่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีอาชีพดังกล่าวอยู่จริงในสังคมไทย ณ ยุคสมัยปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย การขายบริการทางเพศเพิ่งกลายเป็นอาชีพผิดกฎหมายในสมัยของนายกรัฐมนตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีการออก พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 เนื่องจาก “การค้ามนุษย์” นำพาเด็กสาวจากครอบครัวในชนบทมาขายบริการในเมือง ล่อลวงด้วยเงินก้อนใหญ่กับพ่อแม่ผู้ปกครองกำลังเป็นปัญหา ดังที่มีการใช้คำว่า “การค้าประเวณีที่กระทำโดยบุคคลที่เป็นชายซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจ” เป็นหนึ่งในเหตุผลของการออกกฎหมาย

ก่อนหน้าที่จะมี พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 “การขายบริการทางเพศเคยเป็นอาชีพถูกกฎหมายในสังคมไทย”ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันสัญจรโรค ร.ศ.127 (เทียบรัตนโกสินทร์ศก-ร.ศ. กับพุทธศักราช-พ.ศ. ปี ร.ศ.127 จะเท่ากับปี พ.ศ.2451) กฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นการจัดระเบียบทั้งผู้ขายบริการทางเพศและสถานบริการ อาทิ เรียกสถานบริการที่มีการค้าประเวณีว่า “โรงหญิงนครโสเภณี” ต้องขออนุญาตประกอบกิจการ

มีการกำหนดข้อปฏิบัติ เช่น ต้องรักษาความสะอาด สถานที่ต้องปิดมิดชิด มีสัญลักษณ์เป็นโคมไฟติดไว้หน้าสถานบริการ (ส่วนใหญ่นิยมใช้โคมสีเขียว) หญิงขายบริการต้องได้รับการตรวจโรค เป็นต้น นอกจากนี้ ยังกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง (เจ้าของสถานบริการ) และลูกจ้าง (หญิงขายบริการทางเพศ) ไว้ด้วย เช่น เสื้อผ้าเครื่องประดับ สถานบริการต้องลงทุนจัดหาและห้ามเก็บเงินย้อนหลังกับหญิงบริการ

แต่ถึงจะมีการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการและประกอบอาชีพขายบริการทางเพศได้ ในความเป็นจริงกลับพบว่าไม่ค่อยมีการไปจดทะเบียนเท่าที่ควร นั่นเพราะ “โสเภณีแม้เป็นอาชีพที่กฎหมายรับรอง..แต่ไม่ถูกต้องตามขนบจารีตสังคม” หรือก็คือเป็นอาชีพที่สังคมไทยไม่ยอมรับให้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเทียบเท่าอาชีพอื่นๆ ดังที่ กฤษณ์พชร โสมณวัตร อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกเล่าไว้ในงานเสวนา “แม่หญิง ชะนี และอีตัว : หลากมิติความเป็นหญิงในสังคมไทย” เมื่อเดือน ต.ค. 2563

“ถึงจะถูกกฎหมายแต่ก็มีการ Stigmatization หรือตีตราบาปที่รุนแรงพอสมควร แล้วมีปัญหาตามมาค่อนข้างมากเช่น ไม่มีใครอยากจะไปจดทะเบียน เพราะจดไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร แอบทำดีกว่า คนที่เป็นเจ้าของโรงโสเภณีก็ไม่ไปจดทะเบียนเช่นกัน เพราะเขารู้สึกว่าไปจดทะเบียนคือเปิดเผยข้อมูลต่อรัฐเป็นการประณามตัวเอง คือความเป็นจริงของประเทศไทย สังคมไทย ก็บีบคั้นให้เขาทำไมต้องเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่รัฐว่าเขาเป็น แล้วมันนำมาสู่การเลือกปฏิบัติบางอย่าง ฉะนั้นกฎหมายนี้จึงไม่ค่อย Function (ใช้ไม่ได้จริง)” อาจารย์กฤษณ์พชร กล่าว

กฎหมายเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศถูกแก้ไขอีกครั้ง โดยมีการออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาแทน พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 และบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังมีบทกำหนดโทษของผู้ขายบริการทางเพศ ซึ่งหากเป็นการ “ชักชวนซึ่งหน้า” จะเข้าข่าย “ผู้ใดเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนคำราญแก่สาธารณชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท” (มาตรา 5)

และหากเป็นการ “ชักชวนด้วยการโฆษณา” จะเข้าข่าย“ผู้ใดโฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือแนะนำด้วยเอกสารสิ่งพิมพ์ หรือกระทำให้แพร่หลายด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องหรือการติดต่อเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” (มาตรา 7)

อาจารย์กฤษณ์พชร ชี้ว่า “กฎหมายฉบับนี้แม้ต้องการเอาผิดบุคคลที่สนับสนุนการค้าประเวณีเพราะมองว่าแสวงหาผลประโยชน์จากผู้หญิง แต่ในทางปฏิบัตินั้นยากที่จะเอาผิดคนเหล่านี้ได้จริง” เช่น เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนด้วยวิธี“ล่อซื้อ” จนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ เจ้าของหรือผู้จัดการสถานบริการมักอ้างว่า “หญิงขายบริการกับลูกค้าพูดคุยตกลงกันเอง ทางร้านไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย” เป็นต้น

อีกด้านหนึ่ง “มีความพยายามรณรงค์ยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี (กรณีกระทำโดยสมัครใจและไม่ใช่เด็กหรือเยาวชน)” มาอย่างยาวนานของภาคประชาสังคม (NGO) เช่น มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ (Empower Foundation) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2529 จากการทำงานให้ความรู้ด้านโรคเอดส์ (HIV-AIDS) กับพนักงานบริการทางเพศ และยกระดับสู่การทำงานด้านสิทธิ เพื่อให้พนักงานบริการได้รับการยอมรับทั้งทางกฎหมายและทางสังคมเฉกเช่นอาชีพอื่นๆ

หลายครั้งในการจัดเวทีเสวนา มีการหยิบยกข้อกังวลของสังคมขึ้นมาชี้แจง เช่น หากยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี จะทำให้ไม่สามารถปกป้องเด็กและเยาวชนจากการถูกล่อลวง หรือปกป้องผู้หญิงที่ถูกบังคับ แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยก็มีกฎหมายอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยความผิดฐานพรากผู้เยาว์ (มาตรา 317-319) และหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศ (อาทิ มาตรา 277, 278, 279,282, 283, 283 ทวิ, 284 เป็นต้น) รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 อีกด้วย ซึ่งค่อนข้างครอบคลุม

การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี ยังช่วยลดปัญหา “คอร์รัปชั่น” ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะกำหนดให้การค้าประเวณีเป็นอาชีพผิดกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างรู้ดีว่าจุดไหนของแต่ละเมืองมีการขายบริการทางเพศ คำถามคือ เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่นั้นไม่รู้เรื่องจริงหรือ ดังนั้น การยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณี จะทำให้เม็ดเงินนอกระบบลดลง ตัดวงจรการเรียกรับผลประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังทำให้การควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ สามารถปฏิเสธลูกค้าที่ใช้บริการแบบไม่ปลอดภัย เช่น ไม่สวมถุงยางอนามัย หากการขายบริการทางเพศยังเป็นความผิดอาจทำให้ผู้ขายบริการไม่กล้าปฏิเสธหรือไม่กล้าไปแจ้งความ กรณีถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย นอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ขายบริการแล้วยังรวมถึงสังคมโดยรวมด้วย เพราะเท่ากับเปิดช่องให้มีกลุ่มเสี่ยงเอื้อต่อการเกิดโรคระบาด

แม้ “ศีลธรรม-ขนบจารีต” จะเป็นเหมือน “รั้วสูง-กำแพงใหญ่” ที่นักรณรงค์ด้านสิทธิของผู้ขายบริการทางเพศไม่อาจฝ่าข้ามพ้นไปได้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุด “กระแสเริ่มเปลี่ยน” ดังการเปิดเผยของ ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ตัวแทนมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ในงานสัมมนา (ออนไลน์) เรื่อง “เมื่อเราต่างต้องการ Sex worker มืออาชีพ แต่ละเลยคุณภาพชีวิตของคนทำงาน” เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ถึงมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า

“สมัยก่อนอาจจะมองเรื่องศักดิ์ศรี เรื่องความเป็นผู้หญิง เรื่องเนื้อตัวร่างกาย อะไรพวกนี้ แบบศีลธรรมจะค่อนข้างสูงกว่าแต่ตอนนี้เหมือนคนรุ่นใหม่มองเรื่องสิทธิ การเคารพสิทธิมนุษยชนการเคารพการตัดสินใจ เริ่มมาสู้ไล่ๆ กัน เราก็เลยเห็นภาพที่คนรุ่นใหม่ตามพื้นที่ทางการเมือง หรือตรงที่ม็อบอะไรต่างๆ ที่เราจะเห็นว่า มีนักศึกษา น้องๆ สนใจประเด็นเรื่องคนทำงานบริการเยอะขึ้น ให้ความสำคัญมากขึ้น เห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วง 5 ปีหลัง คนมองเรื่องสิทธิเนื้อตัวร่างกาย การเคารพการตัดสินใจ การเลือกเข้ามาทำงาน มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก” ชัชลาวัณย์ ระบุ

อนึ่ง ที่เว็บไซต์ http://www.law.go.th ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จัดทำขึ้นเพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางสำหรับรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ ทั้งที่มีอยู่เดิมและกำลังจะร่างขึ้นใหม่ กำลังมีการเปิดให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยผู้สนใจสามารถค้นหาหัวข้อ “โครงการการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙” ซึ่งจะพบ 2 ส่วน คือสำหรับเจ้าหน้าที่ (เช่น ตำรวจ) กับประชาชนทั่วไป เนื่องจากระบบได้แยกไว้สำหรับผู้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้-เสียทั้ง 2 ฝ่าย

สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 ต.ค. 2564!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คที่นี่! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยขั้นตอนเข้ารับ ‘วัคซีนซิโนฟาร์ม’ สำหรับ ‘นร.-ผู้ปกครอง’ #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/602964

เช็คที่นี่! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยขั้นตอนเข้ารับ 'วัคซีนซิโนฟาร์ม' สำหรับ 'นร.-ผู้ปกครอง'

เช็คที่นี่! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยขั้นตอนเข้ารับ ‘วัคซีนซิโนฟาร์ม’ สำหรับ ‘นร.-ผู้ปกครอง’

วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564, 21.26 น.

17 ก.ย.64 เพจเฟซบุ๊ก “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” แจ้งประชาสัมพันธ์การเตรียมตัวและขั้นตอนการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ “VACC 2 School” ซึ่งจะเริ่มฉีด 20 กันยายน 2564 นี้ เตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน ตรวจสอบ SMS ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ทางโรงเรียนได้ลงทะเบียนแจ้งเข้าระบบราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อรับทราบวัน-เวลา ในการเข้ารับวัคซีน (กรุณามาตรงตามเวลานัดหมาย) เข้าทำแบบคัดกรองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://vaccine.cra.ac.th คลิกเมนู “สำหรับเด็กและเยาวชนเข้ารับวัคซีนโครงการ VACC 2 School (ทำแบบคัดกรองและใบยินยอม)* ภายหลังจากทำเรียบร้อยจะได้รับ QR Code ให้บันทึก QR Code เพื่อนำมาใช้เช็กอิน ณ วันเข้ารับวัคซีน

*หมายเหตุ: ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถเข้าไปทำแบบคัดกรองผ่านปุ่มเมนูที่แจ้งได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

ผู้ปกครองลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมให้นักเรียนนำมาในวันรับวัคซีน ดาวน์โหลด “หนังสือแสดงความยินยอมผู้ปกครอง” (คลิก> https://bit.ly/3A25YWT)
ให้นักเรียน นอนหลับพักผ่อนก่อนวันฉีด ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากมีไข้ ไม่สบาย ให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปจนกว่าจะหายดี

วันฉีดวัคซีน เข้ารับการฉีดได้ที่ “ศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม” ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (ทีโอทีเดิม) อาคาร 9 บนถนนแจ้งวัฒนะ Google Map >> https://goo.gl/maps/vRarcR1jZRFpjnEXA

ขั้นตอนที่ 1 Check In (เข้าศูนย์ฉีดตามเวลาที่ได้รับแจ้งนัดหมาย)
– แสดงบัตรประชาชน และบัตรนักเรียน
– แสดง QR Code
– ส่งหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง

ขั้นตอนที่ 2 Covid Vaccine
– รับการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อต้นแขนข้างที่ไม่ถนัด

ขั้นตอนที่ 3 Observe
– นั่งพักสังเกตอาการ 15 นาที หากไม่มีอาการกลับบ้านได้ทันที
– หลังฉีดวัคซีน
– กลับบ้านพักผ่อนตามปกติ ไม่ควรวิ่ง หรือ ออกกำลังกายหนัก 2-3 วันหลังฉีดวัคซีน
– อาการหลังฉีดวัคซีนในเด็กมักพบได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ อาจมีโอกาสเจ็บ เลือดออก บวม ช้ำในจุดที่ฉีดยา หรือหน้ามืด การติดเชื้อบริเวณที่ฉีดยาพบได้น้อยมาก

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะมีการส่ง SMS ติดตามอาการไม่พึงประสงค์ ณ วันฉีดวัคซีน, 1 วัน , 7 วัน และ 30 วันหลังฉีด

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะมีการประสานกับทางสถานศึกษา เพื่อติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในสถานศึกษาตามแนวทางภายหลังจากนักเรียนเข้ารับวัคซีนทุก 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน หรือทันทีเมื่อมีผู้ติดเชื้อและรายงานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทราบต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 17 กันยายน 2564. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เผย ‘มะเร็งตับ’ พบมากเป็นอันดับ 1 ของคนไทย #SootinClaimon.Com

Posted on September 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/602958

แพทย์เผย 'มะเร็งตับ' พบมากเป็นอันดับ 1 ของคนไทย

แพทย์เผย ‘มะเร็งตับ’ พบมากเป็นอันดับ 1 ของคนไทย

วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.57 น.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ เผยว่า มะเร็งตับ พบมากเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งที่พบทั้งหมดในคนไทย แต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตราว 16,000 ราย

17 ก.ย.64 นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดประมาณ 139,000 ราย จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทยรายงานผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีรายใหม่ 22,213 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 16,288 ราย ซึ่งมะเร็งตับที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ มะเร็งของเซลล์ตับและมะเร็งท่อน้ำดีตับ สาเหตุของมะเร็งเซลล์ตับอาจเป็นผลมาจากการมีภาวะตับแข็ง การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี และการดื่มสุรา ส่วนสาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดีอาจเกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ รวมถึงการมีภาวะท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเกี่ยวกับอาการของมะเร็งตับว่า ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแสดงแตกต่างกัน ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่มีอาการในระยะแรก อาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรัง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดหรือเสียดชายโครงขวา อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และมีอาการบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง เป็นต้น

ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า การป้องกันโรคทำได้โดยการให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิดทุกคน ปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา รับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เช่น ไม่รับประทานปลาน้ำจืดดิบ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารที่อาจปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน หากสงสัยว่ามีความเสี่ยงต่อมะเร็งตับควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังหรือมีประวัติเป็นโรคตับอักเสบ ควรรับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อสามารถพบรอยโรคได้เร็ว ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับลงได้. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,157 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น

Recent Posts

  • เมียนมาลดโทษนักโทษทั่วประเทศ 1 ใน 6 “อองซาน ซูจี” ได้อานิสงส์ด้วย
  • นายกเทศมนตรีนิวยอร์กจี้ “คิงชาร์ลส์” คืนเพชร “โคอินัวร์” ถูกขโมยยุคอาณานิคมคืนอินเดีย
  • ศาลกัมพูชายืนโทษจำคุก 27 ปี “เขม โสกา” ผู้นำฝ่ายค้าน ข้อหากบฏ-สมคบคิดต่างชาติ
  • เกาหลีเหนือเผชิญภัยแล้งรุนแรงผิดปกติ เสี่ยงกระทบแหล่งอาหารทั้งประเทศ
  • อัยการเผยนักร้องดัง “D4vd” ฆ่าหั่นศพเด็กหญิงวัย 14 ปี ซื้ออุปกรณ์รวมถึงเลื่อยไฟฟ้าทางออนไลน์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d