แนวหน้าฟู้ดรีวิว : อธิษฐานขอพรพระจันทร์ คืนวันเพ็ญเดือนแปด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602840

แนวหน้าฟู้ด รีวิว : อธิษฐานขอพรพระจันทร์  คืนวันเพ็ญเดือนแปด

แนวหน้าฟู้ด รีวิว : อธิษฐานขอพรพระจันทร์ คืนวันเพ็ญเดือนแปด

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล 

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ที่กำลังย่างเข้าสู่เทศกาลไหว้พระจันทร์ในวันอังคารที่ 21 กันยายนนี้ ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของจีนผ่านขนมไหว้พระจันทร์เลิศรสจากแต่ละแห่งมาเริ่มกันที่

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ 8 ชิ้น ในกล่อง “โอเรียนเต็ล คลาสสิค” ราคา 818 บาทถ้วน และกล่อง “โอเรียนเต็ล ลักชัวรี่” บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 8 ชิ้น พร้อมชา TWG 1 กระป๋อง ราคา 2,588 บาทถ้วน จำนวนจำกัด 1,000 กล่องที่ ห้องอาหารเดอะ ไชน่า เฮ้าส์ โทร.02-6599000

โรงแรมอนันตรา สยาม 

โรงแรมอนันตรา สยาม ราชดำริ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ยอดนิยม 5 รสชาติ ในกล่อง 2 ดีไซน์พิมพ์ลวดลายดอกบัวสีทองและนกกระเรียนคู่ แบบลักชัวรี่มี 4 ลิ้นชัก บรรจุขนม 4 ชิ้น ราคา 1,588 บาท+ และแบบพรีเมียม บรรจุขนม 4 ชิ้น ราคา 1,088 บาท+ที่ ร้าน มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ โทร.02-1268866

โรงแรมเพนนินซูลา

โรงแรมเพนนินซูลา นำเสนอธีมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่ออร์แกนิก สูตรต้นตำรับอันเป็นเอกลักษณ์ บรรจุ 8 ชิ้น ในกล่องทรงแปดเหลี่ยมที่ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ทั้งหมด ราคา 880 บาท ที่ ห้องอาหารเหม่ยเจียง โทร.02-0202888

โรงแรมแกรนด์ไชน่า 

โรงแรมแกรนด์ไชน่า เยาวราช นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ตำรับ ห้องอาหารเซียงปิงเหลา เยาวราช 15 ไส้ยอดนิยม อาทิ ทุเรียนหมอนทอง, มันม่วง, ทองคำชาร์โคลส้มโอมือ และทุเรียน+มังคุด ราคาเริ่มต้น ชิ้นละ 120 บาท โทร.061-4136954

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ ในกล่องดีไซน์สีฟ้าอ่อนพร้อมกล่องแบบชิ้นย่อยรูปกระต่ายและพระจันทร์ บรรจุขนม 4 ชิ้น ราคา 1,288 บาทถ้วน ที่ เดอะ เลานจ์โทร.02-2077777

โรงแรมเรเนซองส์

โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษ 4 รสชาติ ในกล่อง 2 แบบ Prestigious Golden และ Imperial Red บรรจุขนม 4 ชิ้น ราคา 888 บาทถ้วน และราคา 188 บาทถ้วน/1 ชิ้น ที่ ห้องอาหารเฟยยาโทร.02-1255000

โรงแรมดิ แอทธินี 

โรงแรมดิ แอทธินี นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ 7 รสชาติ บรรจุกล่องละ 4 ชิ้นมี 2 แบบให้เลือก Athenee Hotel Signature ราคา 988 บาทถ้วน และ Bouquet Amor ราคา 1,688 บาทถ้วน รสซิกเนเจอร์ ชิ้นละ 288 บาท รสอื่นๆ ชิ้นละ 238 บาทโทร.02-6508800

โรงแรมดุสิต สวีท

โรงแรมดุสิต สวีท ราชดำริ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ต้นตำรับแบบฉบับของดุสิต 8 รสชาติ ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 165 บาท ในแพ็กเกจสวยแบบ 2, 4 และ 8 ชิ้น มีจำหน่ายที่สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ชิดลม, เอ็มควอเทียร์ และบ้านดุสิตธานี โทร.02-2009009

ฮองมิน

ฮองมิน นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับเยาวราชหลากหลายไส้ ในราคาเริ่มต้นชิ้นละ 95 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม โดยเฉพาะไส้ทุเรียนหมอนทอง ที่คัดทุเรียนหมอนทองจากกลุ่มเกษตรกรที่จังหวัดจันทบุรี ที่บูธในโซน Top Supermarket ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 18 สาขา ที่ร่วมรายการ โทร.088-2480123

My Choice

My Choice นำเสนอ “มายช้อยส์ขนมไหว้พระจันทร์” หลากรสสูตรลับเฉพาะ จากภัตตาคารเชียงการีลา ใหม่! รสส้มยูสุแมคคาเดเมีย ขนาด 170 กรัม ราคา 89 บาท และแบบรวมรส บรรจุแพ็กเกจเป็นของขวัญราคา 179 บาท ที่ ห้างท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โทร.02-8317300

Kyo Roll En

Kyo Roll En นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ Kyo Roll En X Sorn โดยเชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ และเชฟเดช คิ้วคชา จาก Kyo Roll En และ Kyo Bar บรรจุในกล่องสีแดงปั๊มลายทอง ตกแต่งภาพป๊อปอัพแบบ 3 มิติ รุ่น Limited Edition รับจองในราคากล่องละ 1,488 บาท โทร.062-2264555

Cafe Amazon

Cafe Amazon นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์4 รสชาติแสนละมุน ได้แก่ ไส้ถั่วเหลืองไข่เค็ม, ชาเขียวถั่วแดง, มอคค่าแมคคาเดเมีย และคลาสสิกโหงวยิ้ง ราคากล่องละ 299 บาท (4 ชิ้น คละรสชาติ) ที่ร้านคาเฟ่อเมซอนทุกแห่ง และศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

ขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติ ให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ ขอพร
ตามประเพณีเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือมอบเป็นของขวัญของฝากแด่
ญาติสนิทมิตรสหาย อร่อยอย่างปลอดภัยไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

ท็อปส์ ช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยสู้วิกฤตโควิด เพื่อให้ ‘คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602876

ท็อปส์ ช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยสู้วิกฤตโควิด  เพื่อให้ ‘คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้’

ท็อปส์ ช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยสู้วิกฤตโควิด เพื่อให้ ‘คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้’

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ตั้งเป้ารับซื้อตรงผลผลิตลำไยภาคเหนือ เงาะ ลองกองมังคุดจากภาคใต้เพิ่มขึ้น 35% จำหน่ายช่องทางออฟ ไลน์-ออนไลน์ เพื่อเร่งระบายผลผลิตถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุด หวังให้ “คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้”

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเกษตรกรเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ คือ รายได้ที่ลดลง มีปัญหาด้านตลาดรองรับทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ปิดตัวลง ข้อจำกัดในการเดินทางทำให้การเข้าพื้นที่ไปรับซื้อผลผลิตการขนส่งมีความยุ่งยากไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้มีผลผลิตตกค้างทำให้ราคาตกต่ำ ปัญหาดังกล่าวท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท็อปส์ ได้รับซื้อผลผลิตตรงกับเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องบรรเทาความเดือดร้อน ให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิดครั้งนี้ไปได้จึงได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการเพิ่มปริมาณการรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาลที่ประสบปัญหาจากโควิด 4 รายการ ได้แก่ ลำไย เงาะ ลองกอง มังคุด เพิ่มขึ้นจากเดิม 35% ซึ่งขณะนี้ผลผลิตมีปริมาณมาก ราคาหน้าสวนตกต่ำกว่าปีก่อน โดยทีมจัดซื้อประจำภูมิภาคซึ่งเป็นเสมือนทีมเคลื่อนที่เร็ว จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือรับซื้อตรงผลผลิตจากสวนในราคายุติธรรมพร้อมทั้งขจัดปัญหาด้านการขนส่งโดยใช้รถขนส่งสินค้าท็อปส์รับผลผลิตมายังศูนย์กระจายสินค้าอาหารสด ทำให้ลดภาระค่าขนส่ง การเดินทางและลดความเสี่ยงในการเดินทางข้ามจังหวัดของเกษตรกรด้วย โดยผลผลิตทางการเกษตรจะนำมาจำหน่ายที่ร้านท็อปส์ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ www.tops.co.th และ แอปพลิเคชั่น Grab สามารถกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ท็อปส์ได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด ลองกอง เงาะ ลำไย กว่า 1,220 ราย

ท็อปส์ ยังได้เข้าร่วมโครงการ “เกษตรกร Happy” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนความร่วมมือส่งเสริมการขายผลไม้ไทยกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรกับบริษัทได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้ สเตฟาน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์ได้ดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยมาอย่างสม่ำเสมอทั้งการลงพื้นที่ไปให้ความรู้เพื่อพัฒนาและต่อยอดสินค้า การรับซื้อตรงผลผลิตในราคายุติธรรมสนับสนุนช่องทางจำหน่ายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรไทยให้สามารถฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้ จึงอยากเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมอุดหนุน บริโภคผลไม้ไทยคุณภาพดีส่งตรงจากสวน ได้แล้ววันนี้ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์ สโตร์, ท็อปส์ เดลี่,เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท และท็อปส์ออนไลน์

คุณแหน : 18 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602874

คุณแหน

คุณแหน : 18 กันยายน 2564

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ระหว่าง 15-19 ก.ย.ที่ ถ.เยาวราช มีโครงการ “ถ.เยาวราช ปลอดโควิด 100%สู่เทศกาลกินเจ” โดยขอเชิญร้านค้า ถ.เยาวราชตลอดจนประชาชนในเขตพื้นที่สัมพันธวงศ์ ตรวจหาเชื้อโควิด-19 (ATK) ฟรี ซึ่งเป็นมาตรการการตรวจคัดกรองให้ถ.เยาวราช ปลอดโควิด-19 100% เพื่อเตรียมรับโครงการ ถ.เยาวราชสีขาว, เทศกาลกินเจ, เทศกาลปีใหม่และเทศกาลต่างๆ ในถ.เยาวราช โดยจะเป็นการสร้างความรู้สึกปลอดภัยและความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในถ.เยาวราช ด้วยความสบายใจ โดยจะทำการตรวจซ้ำในช่วงเวลา 7-14 วัน สำหรับร้านค้าและผู้ค้าที่ได้รับการตรวจและแสดงผลการรับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จะได้รับสัญลักษณ์ “ธงปลอดโควิด”ผู้สนใจสามารถเข้ามารับการตรวจ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 ก.ย. 08.00-15.00 น. ที่วัดกันมาตุยาราม ถ.เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์(จำนวน 500 คนต่อวัน)…ซึ่งถ้าหากพบผู้ติดเชื้อจะส่ง Hospitel รักษาฟรีตลอดรายการ รองรับทั้งคนไทยและต่างชาติ(ที่มีเอกสารเข้าเมืองถูกต้อง)…

ll บรรดาศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ต่างปลาบปลื้มเมื่อได้ทราบข่าวว่า เพลง “มช.รำลึก” ได้รับการยกย่องว่าเป็น เพลงมหาวิทยาลัยที่มีความไพเราะที่สุดเป็นอันดับ 1 จากการจัด10 อันดับเพลงมหาวิทยาลัยที่มีความไพเราะที่สุดในประเทศไทย มาหลายปีแล้ว…ส่วน อันดับ 2 เพลงมาร์ช มธก.- ม.ธรรมศาสตร์…3.เพลงรักน้อง – ม.มหิดล…4.เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ – ม.จุฬาฯ…5.เพลงความรู้คู่ความดี – ม.กรุงเทพ…6.เพลงเกษตรรำพัน -ม.เกษตรศาสตร์…7.เพลงแสงแรกบูรพา แสงทอง 60 ปี – ม.บูรพา…8.เพลงมอดินแดง -ม.ขอนแก่น…9.เพลงมหาวิทยาลัยพะเยา -ม.พะเยา …10.เพลงสดุดีอัสสัมชัญ-ม.อัสสัมชัญ…เมื่อได้มีโอกาสฟังทั้ง 10 เพลงของ 10 สถาบัน ยอมรับว่ามีความไพเราะมากๆ ทุกเพลงเลยทีเดียว…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ชาลี แก้ววรรณีสกุล ผู้บริหารบริษัทผลิตสื่อฯและออร์แกนไนซ์ ที่จบหลักสูตร วทบ.(วิทยาลัยกองทัพบก)แล้ว…

ll ส่วน พ.อ.ญ.ประไพพรรณ ไตรโยธี มีกิจกรรมที่ต้องแอ๊กทีฟมากขึ้น เมื่อณัฐพงศ์ พี่ชายเข้าสู่แวดวงการเมืองส่วนท้องถิ่นที่อ.อากาศอำนวย สกลนคร แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้…

ll ดีเจผู้จัดรายการทางสถานีวิทยุหลายคน อาทิ พล.ร.ต.กฤษดิ์กมล กีรติบุตร, เทวี แย้มสรวล, ผุสดี โสรัต มักมีเรื่องราวย้อนอดีตที่ดีงามมาพูดคุยในรายการฯ บ่อยๆ ได้ใจกลุ่มผู้ฟัง สว.เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเสมือนมีเพื่อนมา “คุยเรื่องเก่า เล่าความหลังให้ฟัง”…ฟังไปเพลินไป ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วคนวัยนี้…

ll ทุกครั้งที่พบอดีตหนุ่มกระทรวงวิทย์(เก่า) ธนิต วิจิตรพันธ์ุ จะพบว่า เจ้าตัวยังคงกิน Healthy Food อย่างสม่ำเสมอทุกมื้อไม่เปลี่ยนแปลง…สุขภาพกาย-ใจ แข็งแรง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับคนวัยใกล้หลักเจ็ดอีกไม่กี่ลี้…

ll เมนูใหม่ที่ ลานทิพย์ ทวาทศิน กับลูกสาว นัทธริกา จัดหาทำมาด้วยตนเองคือ“ใบกระท่อมชุบแป้งทอด” ทอดกรอบๆ กินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด กินเสร็จแดนซ์กันนิด…สนุกลืมโลกได้เหมือนกัน !!…

llชาญวิทย์ จารุสมบัติ รอง กก.ผจญ.ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมกับหอการค้า จ.ระยอง โดย พิธพร สมะลาภา ประธานหอการค้า และประเสริฐ เหล่ากาญจน์สกุล รองประธานหอการค้า มอบหน้ากากอนามัย Double A Care จำนวน 30,000 ชิ้น ให้กับศูนย์พักคอยมาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ดั๊บเบิ้ล เอ ได้ร่วมส่งต่อความห่วงใยให้คนไทยใจแข็งแรงและดูแลป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโควิด-19

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602837

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 กันยายน 2564

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 กันยายน 2564

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คริสปี้ ครีม ชวนชิม “คริสปี้ครีม สตรอว์เบอร์รี่ โดนัท” 4 สไตล์สุดคิ้วท์ ราคาชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซต ราคา 296 บาทถึง 24 ต.ค.ที่ ร้านคริสปี้ ครีมกว่า 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

เปปเปอร์ ลันช์ และ สลัดแฟคทอรี่ ชวนชิมเมนูเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย สลัดจัดเต็ม 5 เมนูสุดพิเศษ เริ่มต้นราคา 99 บาท ถึง 30 พ.ย. ที่ ร้านเปปเปอร์ ลันช์ 8 สาขาที่ร่วมรายการ โทร.1312

แมคโดนัลด์ ชวนชิมชีสเบอร์เกอร์ฉลองวันดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ ด้วยโปรโมชั่น “ซื้อ 1 ชุด ฟรี 1 ชิ้น”ในราคาเริ่มต้น 189 บาท ถึง 28 ก.ย. ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โทร.1711

ชวนชิม

Azabu Sabo ชวนชิมไอศกรีมเจลาโต้ต้นตำรับจากญี่ปุ่น ในเครือ JAO GROUP 18 รสชาติ กับโปรโมชั่นจัดส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อสั่งซื้อ “Azabu Sabo Big Cup Set” รวม 5 ควอท ราคาพิเศษ 995 บาท (กรุงเทพฯ) และ 1,195 บาท (ต่างจังหวัด) ถึง 30 ก.ย. โทร.061-6289826

Hip Cof ร้านกาแฟสโลว์บาร์ ชวนชิมกาแฟทั้ง 2 รูปแบบMokaPot และ Drip หรือลงทุนอุปกรณ์พร้อมเปิดร้านพ่วงด้วยการเรียนหลักสูตรเมนูกาแฟต่างๆ ในราคา 22,900 บาท โทร.062-2379568,090-9616698

Jamba Juice ชวนชิมเครื่องดื่มในหมวด All Fruit Smoothies ขนาด 12 ออนซ์ จำนวน 1 แก้ว รับเพิ่มอีก 1 แก้วทันที ในราคา 115 บาท ที่ “แจมบาร์ จูซ” 3 สาขา อุดมสุข, ปตท.แจ้งวัฒนะ,
ittleWalk บางนา

ชวนช็อป

ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนช็อปผลไม้ อาทิ ลำไยภาคเหนือเงาะ ลองกอง มังคุดจากภาคใต้ ในโครงการ “คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้” ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ www.tops.co.th

ยูนิโคล่ ชวนช็อปเครื่องแต่งกายกับนิตยสาร LifeWear magazine เสื้อผ้าที่เรียบง่าย สร้างสรรค์สไตล์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคลขนาด A4 รวม 124 หน้า 2 ภาษา (ไทยและอังกฤษ) รับได้ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา

ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวน “ช็อปฟินกินกระจาย” รับส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้ามากมาย ถึง 30 ก.ย.ที่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, พาราไดซ์ พาร์ค, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ โทร.1285

ชวนใช้

บจก.เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) ชวนใช้บริการ “ศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ N Health สาขากรุงเทพฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Big Lab in the City ห้องปฏิบัติการเอกชนขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนใช้ “LOVE LIFE SET” โดยมอบให้ผู้มีประกันสุขภาพกับ OCEAN LIFE ไทยสมุทร และมีผลการตรวจแบบ RT-PCR พบว่าติดเชื้อCOVID-19 ซึ่งอยู่ในระหว่างรอเข้ารับการรักษา พร้อมบริการ OCEAN LIFE TELEMED ให้ลูกค้ารับคำปรึกษาเรื่องโรค COVID-19 โทร.02-2078888

อาดิดาส ชวนช็อปรองเท้าวิ่ง 4 รุ่น คอลเลคชั่นพิเศษ “adidas X JAMES BOND” ต้อนรับภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ภาคล่าสุด NO TIME TO DIE “007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ” ราคา 6,800บาท http://www.adidas.co.th

ชวนชม

ชวนชมนิทรรศการ “Beauty and Ugliness: Aesthetic of Marsi” ผลงานภาพเขียนฝีพระหัตถ์ ของ ม.จ.มารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร ในรูปแบบดิจิทัลบนเว็บไซต์ https://artsandculture.google.com/partner/marsi-foundation?hl=th

กรมศิลปากร ร่วมกับ จังหวัดสุพรรณบุรีชวนชมอาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่ว และประวัติศาสตร์สุพรรณบุรีในรูปแบบ SMART MUSUEM ผ่านทาง www.smartmusuem.finearts.go.th พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี โทร.035-535330

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “โลกในกรอบกระจก” ในวันศุกร์ที่24 ก.ย. เวลา 17.00-17.15 น. และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอน “สารพัดพริก” ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ย. เวลา 07.52-07.57 น.ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

เคทีซีนำทัพพนักงานบริจาคโลหิต ช่วยวิกฤตขาดแคลนเลือดช่วงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602875

เคทีซีนำทัพพนักงานบริจาคโลหิต ช่วยวิกฤตขาดแคลนเลือดช่วงโควิด-19

เคทีซีนำทัพพนักงานบริจาคโลหิต ช่วยวิกฤตขาดแคลนเลือดช่วงโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จินดา ศรีธนาบุตร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ทรัพยากรบุคคล “เคทีซี”หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19ส่งผลให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ไม่สามารถจ่ายเลือดให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ได้เพียงพอเนื่องจากจำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงทุกแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งหน่วยงานยังยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เพราะอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด จึงทำให้ปริมาณโลหิตลดลงมากถึงร้อยละ 50 แต่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งมีความต้องการเลือดสูงมาก เพื่อใช้ผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือดที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่อง เคทีซีจึงได้ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม“บริจาคโลหิตช่วงวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่” โดยมีผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาเข้าบริจาคโลหิต ภายใต้มาตรการป้องกันโรค COVID-19 จำนวน 20,700 ซีซี เพื่อร่วมบรรเทาวิกฤตขาดแคลนโลหิตสำรองณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น B1อาคารสมัชชาวาณิช 2สุขุมวิท 33

คนจีนและลูกหลานจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณชั่วชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602880

คนจีนและลูกหลานจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณชั่วชีวิต

คนจีนและลูกหลานจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณชั่วชีวิต

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แผ่นดินไทยให้ความอบอุ่นร่มเย็นอย่างดีที่สุดกับชาวจีนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น พูดได้เลยว่าไม่มีประเทศไหนในโลกให้ความร่มเย็นกับชาวจีนเหมือนแผ่นดินไทย ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณกิตติพงษ์เตรัตนชัย นายกกิตติมศักดิ์เกียรติคุณถาวร สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ถึงประเด็นการกตัญญูรู้คุณแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย

l ขอเรียนถามประวัติสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ก่อนครับ ทราบว่ามีอายุ 150 ปีมาแล้ว

คุณกิตติพงษ์ : สมาคมนี้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่แรกๆ ไม่ได้ใช้ชื่อสมาคม แต่เป็นสถานที่สำหรับประชุมหารือเพื่อช่วยเหลือคนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินในสยาม
เพราะในยุคนั้นคนจีนหนีร้อนมาพึ่ง มาแบบเสื่อผืนหมอนใบ เข้ามารับจ้างทำงานต่างๆ โดยใช้สถานที่บนถนนทรงวาด เพราะเป็นจุดศูนย์ร่วมของชาวจีนในยุคนั้น เนื่องจากคนจีนในกรุงเทพฯมักทำมาหากินกันในย่านเยาวราชและทรงวาด นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนจีนที่เข้ามาทำมาหากินในสยามแล้ว ก็ยังตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไทยเชื้อสายจีนที่ต้องการความช่วยเหลือด้วย ครั้นเมื่อได้พบปะหารือกันบ่อยๆ เป็นประจำ สุดท้ายก็ตั้งเป็นสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ดังปรากฏในปัจจุบัน เมื่อสมาคมฯ มีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นก็เริ่มทำธุรกิจส่งของออกจากไทยไปจีน แล้วนำเข้าของจากจีนมาไทย ผู้ก่อตั้งสมาคมในยุคแรกๆนั้นส่วนใหญ่เป็นคนจีนแต้จิ๋วมาจากซัวเถา เมื่อสมาคมเติบโตมากขึ้นก็ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นโดยส่งสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ และเกาะฮ่องกง แต่ในปัจจุบันก็ทำมาค้าขายกับหลายประเทศทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป สมาคมฯเน้นการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ไม่ได้จำกัดเฉพาะจีนเท่านั้น

l ธุรกิจส่วนตัวที่คุณกิตติพงษ์ทำในปัจจุบันคือด้านใดครับ

คุณกิตติพงษ์ : ด้านอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ครับ เช่น อุปกรณ์สำหรับควบคุมระบบไฟฟ้าในโรงงาน และอุปกรณ์ด้าน Wiring (สายไฟสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่) ผมทำธุรกิจด้านนี้มา 50 ปีแล้วครับ ชื่อบริษัท ธีรชัยไพศาล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยุคแรกเริ่มนั้นนำเข้าสินค้าจากไต้หวัน แล้วต่อมาก็นำเข้าสินค้าด้านนี้จากประเทศต่างๆ จากยุโรป เช่น อิตาลี และจากจีนด้วยครับ บริษัทนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของไต้หวันเพียงแห่งเดียวในไทยมานานถึง 50 ปีแล้วครับ

l ทราบมาว่าสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีนให้ความช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากในประเทศไทยมาโดยตลอด ช่วยกรุณาเล่างานด้านสังคมสงเคราะห์ของสมาคมฯ ให้ทราบด้วยครับ

คุณกิตติพงษ์ : ใช่ครับ สมาคมฯ เน้นการช่วยเหลือสังคมตลอดมา และในช่วงที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ เป็นเวลา 4 ปี สมาคมฯ ทำทั้งธุรกิจและช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไป ในด้านธุรกิจนั้น สมาคมฯ ดูแลด้านการค้าการขายระหว่างประเทศ จัดหาข้อมูลสำคัญให้กับสมาชิกฯ เพื่อให้ทำธุรกิจได้สะดวก เพื่อนำเงินตราเข้าประเทศไทย และส่งเสริมเรื่องการแสดงสินค้าบนเวทีการค้าระหว่างประเทศ ส่วนในด้านช่วยเหลือสังคม สมาคมฯ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะถือเป็นการแสดงความมีมนุษยธรรม สมาคมฯ ช่วยผู้ประสบภัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น เมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวที่เนปาล สมาคมฯ ก็ส่งความช่วยเหลือไปทันที แม้กระทั่งเมื่อเกิดน้ำท่วมที่เมืองจีนสมาคมฯ ก็ส่งความช่วยเหลือไปให้ด้วย สำหรับการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน เราให้ทุนการศึกษากับลูกหลานของตำรวจ ทหาร โดยเฉพาะตำรวจ ทหารชั้นผู้น้อย และให้ทุนการศึกษากับลูกคนยากคนอื่นๆ ด้วย แล้วยังให้การช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น อาหารยารักษาโรค เป็นต้น ทุกวันนี้ นายกสมาคมฯคนปัจจุบันก็ยังให้การช่วยเหลือชุมชนที่ประสบปัญหาโควิด-19 เป็นประจำ และบริจาคเครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ด้วย ขออนุญาตเล่าในช่วงที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9สวรรคต สมาคมฯ จึงขออนุญาตจากสำนักพระราชวังเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสสวรรคตครบ 100 วัน แล้วในช่วงครบ 1 ปีของวันสวรรคต สมาคมฯ ก็จัดงานเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลอีกครั้ง ณ วัดเล่งเน่ยยี่ซึ่งในครั้งนั้นตัวผมเองในนามนายกสมาคมฯ รวมถึงทุกคนในสมาคมฯ ถือว่าเป็นเกียรติมาก เพราะได้จัดงานอย่างสมพระเกียรติเพื่ออุทิศถวายแด่พระองค์ท่าน เพราะเราคนจีนบนแผ่นดินไทยถือว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนทุกคนบนแผ่นดินนี้อย่างเสมอเหมือนและเท่าเทียมกัน เราทุกคนทำถวายด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด พวกเราทุกคนในสมาคมฯ เชื่อตรงกันว่า การที่เราได้เกิด ได้อยู่ ได้อาศัยทำมาหากินบนแผ่นดินไทยจนพวกเรามีความสุขความเจริญก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ในหลวงทุกพระองค์พระราชทานให้เราทุกคน ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสทำความดีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เราจึงเต็มใจทำเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล 

l ในสภาวการณ์ปัจจุบันสังคมไทยประสบวิกฤตโควิด-19 อย่างรุนแรง ภาคธุรกิจซบเซา ประชาชนขาดรายได้ ในฐานะที่คุณกิตติพงษ์อยู่ในสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน สมาคมเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือประชาชน และสังคมในช่วงวิกฤตโควิด-19 อย่างไรบ้างครับ 

คุณกิตติพงษ์ : สมาคมฯ และสมาชิกของสมาคมฯ ทุกคนเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือสังคมให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ จึงให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ กับประชาชน หน่วยงานรัฐ วัด โรงพยาบาล เป็นประจำ กล่าวได้ว่าเมื่อสมาคมฯ ทราบว่าที่ใดขาดแคลนสิ่งของ ขาดแคลนอาหาร เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน สมาคมฯ ก็ให้ความช่วยเหลือทันที เช่น เมื่อช่วงก่อตั้งโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี สมาคมฯ ไปบริจาคเจลแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดมือ ซึ่งในวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับมอบ นอกจากนั้นสมาคมฯก็ไปมอบเจลแอลกอฮอล์ให้เรือนจำหลายแห่ง เพราะทราบว่ามีปัญหาการติดเชื้อโควิด-19กันมาก และยังไปมอบให้กระทรวงยุติธรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้สมาคมฯ มอบเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ให้กระทรวงสาธารณสุขด้วยโดยรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้สมาคมฯ มอบเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช หลายแห่งโดยมอบผ่านท่านองคมนตรี นายแพทย์เกษมวัฒนชัย แล้วเมื่อไม่นานมานี้ สมาคมฯ ก็ได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุวัฒน์แจ้งยอดสุข เพื่อช่วยโครงการตรวจหาเชื้อโควิด-19เชิงรุกให้กับตำรวจ โดยมอบ Rapid Testจำนวน 15,000 ชุดให้ และจัดหารถเอกซเรย์เคลื่อนที่ให้อีกด้วย การตรวจเชิงรุกครั้งนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงคนในครอบครัวของตำรวจด้วย และยังมอบยาฟ้าทะลายโจร และยาแก้ไข ให้อีกด้วย โดยมูลค่าของยาที่มอบให้ตกประมาณ 3 ล้านกว่าบาท สิ่งที่สมาคมฯ ทำทั้งหมดนี้ ก็ด้วยความคิดที่ว่าต้องการมีส่วนช่วยเหลือสังคมให้รอดพ้นจากวิกฤติโควิด-19 

l คุณกิตติพงษ์พูดเสมอๆ ว่า เกิดเป็นคนต้องกตัญูญูต่อแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย คนจีนสอนลูกสอนหลานเสมอว่า ต้องไม่ลืมบุญคุณบ้านเกิดเมืองนอน ขอเรียนถามว่าแนวคิดนี้ยังคงเข้มข้นในครอบครัวคนจีนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทยไหมครับ 

คุณกิตติพงษ์ : ใช่ครับ เราต้องกตัญญูต่อบ้านเกิดเมืองนอน ครอบครัวผมและครอบครัวคนจีนเราเน้นเรื่องนี้มาก ในฐานะที่ผมเป็นลูกหลานจีนที่เติบโตบนแผ่นดินไทย ผมได้รับการสั่งสอนจากบรรพบุรุษผมตลอดเวลาว่า ประเทศไทยให้ความร่มเย็น ความอบอุ่นกับคนจีนที่อพยพหนีร้อนมาพึ่งเย็นดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย หรือกล่าวได้เลยว่าทั่วโลก ไม่มีประเทศไหนดีกับคนจีนเท่ากับแผ่นดินไทย คนไทยดีกับคนจีนเสมอมา ให้ความช่วยเหลือตลอดมา เหมือนกับที่บอกว่าไทยจีนพี่น้องกัน (กากี่นั้ง) ไม่มีเส้นแบ่งแยกระหว่างคนไทยกับคนจีน พ่อแม่ผมสอนผมตลอดว่าต้องคิดถึงบุญคุณของแผ่นดินไทย คิดถึงบุญคุณของในหลวงทุกพระองค์ที่พระราชทานให้คนจีน จนทำให้คนจีนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวมีฐานะมั่นคงได้ทุกวันนี้ โดยเฉพาะในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระเมตตาต่อคนทุกคนบนแผ่นดินไทยอย่างเสมอเหมือนกัน ผมจึงระลึกเสมอว่าหากผมมีโอกาสทำความดีเพื่อทดแทนพระคุณของแผ่นดินไทย และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผมและครอบครัวจะกระทำโดยทันที และผมมั่นใจว่าคนจีนทุกคนบนแผ่นดินไทยก็คิดไม่ต่างจากผม คนจีนสอนลูกสอนหลานว่าต้องกตัญญูต่อแผ่นดินและต่อผู้มีพระคุณ เพราะคนกตัญญูจะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ทำมาค้าขึ้น มีแต่ความสุขความเจริญ ซึ่งผมก็เชื่อเช่นนั้นมาโดยตลอด 

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น.ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี

‘คิริน โฮลดิ้งส์’ เผยผลวิจัย ‘อาหาร’ สามารถระงับอาการที่คล้ายไข้เลือดออกได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602858

‘คิริน โฮลดิ้งส์’ เผยผลวิจัย 'อาหาร' สามารถระงับอาการที่คล้ายไข้เลือดออกได้

‘คิริน โฮลดิ้งส์’ เผยผลวิจัย ‘อาหาร’ สามารถระงับอาการที่คล้ายไข้เลือดออกได้

วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.09 น.

การทดลองทางคลินิกยืนยันว่าพลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis ของ คิริน โฮลดิ้งส์ มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสที่ไม่มีทางรักษาหายและไม่มีวัคซีนป้องกัน

17 กันยายน 2564  การทดลองร่วมทางคลินิกยืนยันว่า การใช้พลาสมาสายพันธุ์จาก Lactococcus lactis (LC-Plasma)1 ของบริษัท คิริน โฮลดิ้งส์ จำกัด (คิริน โฮลดิ้งส์) อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือนจะช่วยลดจำนวนวันที่เป็นไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และปวดกระบอกตา ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนเป็นอาการสำคัญของไข้เลือดออก LC-Plasma เป็นสารอาหารเฉพาะด้าน (Functional Ingredient) เดียวกันกับที่ใช้ใน IMMUSE ที่มีความเสถียรของคิริน โฮลดิ้งส์ ซึ่งช่วยรักษาระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษานี้ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยกลางของคิริน (Kirin Central Research Institute)  โดยได้รับความร่วมมือจาก ศาสตราจารย์ ดร. ซาซาลีย์ อาบู บาการ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและการศึกษาโรคติดเชื้อเขตร้อน (TIDREC) มหาวิทยาลัยมาลายา

ไม่มีทางรักษาไม่มีวัคซีน…แต่ความหวังที่จะลดอาการเหล่านี้กลับเพิ่มขึ้นด้วยการใช้อาหาร

โลกของเรายังไม่มีการรักษาหรือวัคซีนที่เป็นที่แน่ชัดในการรักษาโรคไข้เลือดออก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า เรายังคงมีความหวังที่จะจัดการกับอาการต่าง ๆ ได้ การทดลองทางคลินิกยืนยันถึงผลการต้านอาการที่มีความคล้ายคลึงกับอาการของไข้เลือดออกจากการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยและไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จที่ก้าวล้ำและมีศักยภาพในการแก้ปัญหาสังคมทั่วโลกในส่วนของโรคไข้เลือดออก ผลการวิจัยนี้ได้มีการนำเสนอในการประชุมประจำปีครั้งที่ 25 ของสมาคมการท่องเที่ยวและสุขภาพแห่งประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา

เนื่องจาก LC-Plasma ทำให้ศูนย์สั่งการของระบบภูมิคุ้มกันต้านไวรัสทำงาน จึงแสดงให้เห็นว่ามันมีส่วนช่วยในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสหลากหลายชนิดที่นอกเหนือไปจากไวรัสไข้เลือดออก*2 ในอนาคตนี้ คิริน โฮลดิ้งส์ และมหาวิทยาลัยมาลายาจะเร่งดำเนินการวิจัยร่วมกันโดยมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบฤทธิ์ต้านไวรัสของ LC-Plasma ต่อไวรัสโรคเขตร้อนอื่น ๆ นอกเหนือจากไวรัสไข้เลือดออก

คิริน โฮลดิ้งส์ รายงานว่า LC-Plasma แสดงผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันในการป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อไวรัสผ่านการกระตุ้นเซลล์ Plasmacytoid Dendritic*3 ในการทดลองที่ไม่ใช่ทางคลินิกและทางคลินิก และ LC-Plasma สามารถลดอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่*4 ได้ในการทดสอบทางคลินิก ด้วยความร่วมมือกับ TIDREC ซึ่งเป็นศูนย์ความร่วมมือเพื่อการอ้างอิงและวิจัยอาร์โบไวรัสขององค์การอนามัยโลก ความร่วมมือของเราจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบถึงผลกระทบของ LC-Plasma ต่อโรคติดเชื้อเขตร้อนอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวต่อไปเนื่องจากภาวะโลกร้อน ควบคู่กันไปนั้น คิริน โฮลดิ้งส์ จะทำให้ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเข้าถึง LC-Plasma ได้มากขึ้นผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรและการขยายธุรกิจ ซึ่งจะมอบทางออกให้กับปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

-(016)

รู้จักสภาวะ Long Covid พร้อมวิธีรับมือ ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมที่’รักษ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602801

รู้จักสภาวะLong Covid พร้อมวิธีรับมือ ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมที่'รักษ'

รู้จักสภาวะLong Covid พร้อมวิธีรับมือ ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมที่’รักษ’

วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.26 น.

จากการศึกษาวิจัยของ “โรงพยาบาลฮูสตัน เมธอดิสต์” สหรัฐฯ พบว่า 80% ของผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 บางรายยังต้องเผชิญกับสภาวะ “Long Covid” (Long-Term Effect of Coronavirus) ซึ่งก็คืออาการหลงเหลือหลังจากหายโควิด อาทิ รู้สึกเหนื่อยล้า หายใจลำบาก ปวดตามข้อ ปวดศีรษะ สมาธิสั้น ซึมเศร้า วิตกกังวล ฯลฯ ซึ่งอาจมีผลแตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละคน แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้นการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพอย่างตรงจุดโดยศาสตร์แพทย์แบบองค์รวม จะสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี สร้างสมดุลให้ร่างกายและจิตใจให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“รักษ” (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม แห่งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชีย เผยว่า สภาวะ “Long Covid” เป็นผลกระทบจากการติดเชื้อ ซึ่งแม้ว่าจะหายจากโควิดแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยของโรคไว้อยู่ กล่าวคือ กลไกของร่างกายเมื่อมีการติดเชื้อ เม็ดเลือดขาวจะถูกกระตุ้นเพื่อไปต่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้เกิดอาการอักเสบในร่างกาย ทั้งปอด หัวใจ ตับ อีกทั้งในการรักษาจำเป็นต้องใช้ยาปฎิชีวนะในการช่วยต้านเชื้อ ซึ่งส่งผลให้ไตและม้ามทำงานหนักไปด้วย  กลไกเหล่านี้กระทบต่อความสมดุลของร่างกายองค์รวม จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “Long Covid” (Long-Term Effect of Coronavirus) ในผู้ป่วยบางรายที่หายจากอาการติดเชื้อ

ดังนั้นการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพหลังหายจากเชื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีสุขภาพที่ดี  โดยที่รักษมีการใช้ศาสตร์แพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับแพทย์แผนทางเลือก อาทิ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน แพทย์แผนอินเดีย (อายุรเวท)  มาผสมผสานเพื่อออกแบบโปรแกรมสุขภาพที่ช่วยฟื้นฟูพร้อมปรับสมดุลให้กับร่างกายให้เหมาะกับอาการและร่างกายของแต่ละบุคคล

นางสาวดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงไลฟ์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ “รักษ” กล่าวว่า “ความแตกต่างของรักษ คือเราเน้นการดูแลแบบเฉพาะเจาะจง เพราะร่างกายและสุขภาพของแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้นที่รักษ จึงให้ความสำคัญมากกับการทำความรู้จักและเข้าใจสภาพของร่างกายและจิตใจเป็นรายบุคคล เป็นเหตุผลที่ทุกคนจะต้องพบคุณหมอและทีมแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนเข้ารับบริการ เพื่อวิเคราะห์ประเมินพื้นฐานร่างกาย อาการและความกังวลด้านสุขภาพที่เกิดขึ้น โดยทั้งคุณหมอและทีมแพทย์แต่ละศาสตร์จะนำข้อมูลที่ได้มาประชุมร่วมกันเพื่อออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ผสมผสานกับแพทย์แผนทางเลือกอย่างเหมาะสมและปลอดภัย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะพบกับสภาวะลองโควิด และงานวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มเสี่ยงยังมีค่อนข้างน้อย ดังนั้นจึงเป็นการดูแลตามอาการและพื้นฐานสุขภาพของแต่ละบุคคล อาทิ 

สำหรับคนที่ต้องการดูแลเรื่องการหายใจ เราก็จะใช้ทรีทเมนต์ของการฝึกการหายใจให้ปอดแข็งแรง การหายใจขณะอยู่ในเครื่อง ไฮเปอร์แบริค แชมเบอร์ เพื่อรับออกซิเจนบริสุทธิ์ หรือการเผายา เพื่อไล่ความชื้นในปอดและปรับสมดุลร่างกายในแบบแพทย์ศาสตร์ไทยโบราณ ฯลฯ ดังนั้น ทุกขั้นตอนการรักษาจะขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล’’

ด้าน นางสาวปิยรัตน์ ตัญจพัฒน์กุล Wellness Director โครงการรักษ กล่าวเสริมว่า “ทางศาสตร์แพทย์แผนทางเลือกพบว่า อาการ Covid และ อาการ Long Covid ต่างเป็นผลมาจากธาตุในร่างกายเสียสมดุล ทำให้มีอาการหายใจไม่เต็มปอด เหนื่อยง่าย อ่อนแรง หรือมีสภาวะเจ็บข้อกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น ดังนั้นโปรแกรมการดูแลที่รักษ จึงเป็นการเน้นปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ตามศาสตร์แพทย์แผนไทย จีน และอินเดีย ที่จะให้ความสำคัญกับธาตุประจำตัวเป็นอย่างมาก ด้วยมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งแต่ละธาตุจะมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป โดยแพทย์ทางเลือกแต่ละแผนจะเป็นผู้ประเมินธาตุพื้นฐานและอาการเบื้องต้นก่อนทุกครั้ง แล้วจึงนำข้อมูลตรงนี้มาปรับใช้ในการฟื้นฟูและปรับสมดุลของร่างกายให้ดีขึ้น นอกจากนี้การดูแลจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับการดูแลร่างกายภายนอก ศาสตร์พลังงานบำบัด จึงเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่นำมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจและความเครียดหลังผ่านสภาวะ Covid และ Long Covid”

สำหรับโปรแกรมพิเศษที่แนะนำสำหรับผู้ที่ผ่านการติดเชื้อโควิด-19 คือ “Covid-19 Health Rejuvenating Package” เพื่อบำบัดฟื้นฟูปอดและระบบทางเดินหายใจในแบบองค์รวม โดยใช้ศาสตร์ดั้งเดิมไปจนถึงวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ตั้งแต่ การบำบัดดั้งเดิมด้วยการนวดและวิธีการดูแลแบบธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของพลังงานในร่างกายด้วยสมุนไพรยาและน้ำมันยาเฉพาะบุคคล หลังจากนั้นเลือดและปอดจะถูกเติมด้วยออกซิเจนและวิตามินต่างๆ ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมอวัยวะที่เสียหายเป็นต้น โดย “Covid-19 Health Rejuvenating Package” เป็นโปรแกรมแบบ 3 คืน ในราคา 78,000 บาท/ท่าน ภายในแพ็กเกจประกอบด้วย ห้องพักการ์เด้นวิลล่าสำหรับ 3 คืน, อาหารเพื่อสุขภาพที่ผ่านการคัดสรรจากนักโภชนาให้เหมาะกับร่างกาย 3 มื้อ ต่อวัน, ชุดน้ำชาและของว่างเพื่อสุขภาพ 3 ชุด, โปรแกรมฟิตเนสและกิจกรรมเพื่อเสริมสุขภาพ, โปรแกรมธาราบำบัด, ห้องอินฟาเรด ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ห้องอบสมุนไพร สระแช่ตัวน้ำอุ่นสลับน้ำเย็น รวมทั้งโปรแกรมทรีทเมนต์อื่น* ที่เหมาะกับร่างกาย

“ทั้งนี้เป้าหมายของ “รักษ” คือต้องการให้ทุกคนเข้าใจร่างกายตนเองได้ดียิ่งขึ้น เพื่อปรับวิถีการดูแลตัวเองได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม รวมถึงการสังเกตร่างกายและจิตใจตัวเอง เพื่อใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุข และก่อให้เกิดการสุขภาพที่ดีและแข็งแรงได้อย่างยั่งยืน” นางสาวดุษฎี กล่าวทิ้งท้าย  

แพทย์สถาบันประสาทฯ ไขข้อสงสัยเรื่อง ‘ผีๆ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602776

แพทย์สถาบันประสาทฯ ไขข้อสงสัยเรื่อง ‘ผีๆ’

แพทย์สถาบันประสาทฯ ไขข้อสงสัยเรื่อง ‘ผีๆ’

วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.59 น.

สถาบันประสาทวิทยา โดยกรมการแพทย์ ชี้แจงประเด็นด้านความเชื่อเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ สิ่งลี้ลับ ไสยศาสตร์ ที่คนทั่วไปเชื่อว่าไม่สามารถหาข้อพิสูจน์หรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้นั้น แท้จริงแล้วมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบประสาท และโรคทางจิตเวช ซึ่งสามารถหาสาเหตุ และอธิบาย อันจะนำไปสู่แนวทางการบำบัดรักษาได้

นพ.ชลภิวัฒน์ ตรีพงษ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยาอธิบายถึงการทำงานของสมองว่า สมองของคนเรานั้นทำหน้าที่สลับซับซ้อนมาก บางส่วนทำหน้าที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบประสาทสัมผัส การรับรู้ ซึ่งสามารถอธิบายสิ่งที่ผู้ป่วยรับรู้ผิดปกติไปได้ เช่น เห็นภาพ ได้ยินเสียง ได้กลิ่น สัมผัส ทั้งที่ไม่มีสิ่งกระตุ้นนั้นอยู่จริง เรียกรวมว่ากลุ่มอาการประสาทหลอน (Hallucination) กล่าวคือ สมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็นจะอยู่ด้านหลัง สมองส่วนที่ทำหน้าที่ได้ยินจะอยู่ที่ขมับ และสมองส่วนรับกลิ่นจะเหนือโพรงจมูกลึกเข้าไปเมื่อสมองส่วนใดก็ตามทำงานผิดปกติ แม้ไม่มีสิ่งกระตุ้นอยู่จริง สมองก็เกิดการแปลผลแบบผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเสมือนได้เห็นภาพหรือมองเห็นภาพผิดปกติ เสมือนได้รับกลิ่นหรือได้กลิ่นแปลกเสมือนได้ยินเสียง เป็นต้น แนวทางการตรวจวินิจฉัยก็จะพิจารณาจากการทำงานของสมองส่วนต่าง ๆ ตามอาการทางประสาทสัมผัสของคนไข้ ซึ่งสามารถมีได้มากกว่าหนึ่งอาการ ยกตัวอย่างเช่น เห็นภาพพร้อมกับได้ยินเสียง หรือได้กลิ่นร่วมด้วย ก็เป็นไปได้ว่าสมองทำงานผิดปกติมากกว่าหนึ่งส่วน เมื่อวินิจฉัยจนได้คำตอบว่าสมองส่วนใดที่ผิดปกติ ก็จะเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป

อีกอาการที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ คืออาการเห็นผิด (Illusion) คือการเห็นสิ่งที่มีอยู่จริง แต่สมองแปลผลผิดจากความเป็นจริง เช่น เห็นสายยางเป็นงู หรือเห็นสุนัข เป็นเสือ กล่าวคือมองเห็นวัตถุ สิ่งของที่มีอยู่จริง แต่ภาพที่ผู้ป่วยเห็นนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเนื่องมาจากสมอง และมีอีกอาการที่เรียกว่า อาการหลงผิด ที่เรียกว่า อาการหลงผิด (Delusion) โดยจะเห็นจากกรณีตัวอย่างคือข่าวเหตุฆาตกรรมในครอบครัว ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่างถูกผีสั่งให้ทำ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอาการทางจิตเวช

และอีกอาการที่ไม่ได้เกิดการรับรู้จากตัวผู้ป่วย แต่เป็นการตีความจากผู้พบเห็นที่บอกว่าผู้ป่วยคนนั้น ๆ มีอาการ “ผีเข้า” เช่น เมื่อเห็นผู้ป่วยมีอาการตาเหลือกขวาง ก็สรุปเอาว่าผู้ป่วยนั้นถูกผีเข้า ในขณะที่การ อุปทานหมู่ (Mass Hysteria) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิตสังคมซึ่งเกิดขึ้นกับบุคคลตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ในกรณีที่กลุ่มบุคคลนั้นมีความคิดความเชื่อว่าตนเจ็บป่วยเป็นโรคเดียวกันหรือเผชิญปัญหาเดียวกัน จึงแสดงอาการออกมาแบบเดียวกัน เช่น หลายคนออกอาการเหมือนผีเข้า หลายคนส่งเสียงกรีดร้องโดยไม่มีเหตุผล บางรายเห็นภาพหลอน แสดงกิริยาก้าวร้าวออกมาเป็นต้นพบได้บ่อยจากการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมของกลุ่มเปราะบาง เช่นนักเรียน หรือวัยรุ่นหมู่มาก ที่สามารถส่งต่อความรู้สึกจนกระทั่งมีอารมณ์ร่วมได้ง่าย

อีกหนึ่งเรื่องที่พบได้บ่อย อย่างเช่น ข่าวของผู้ป่วยรายหนึ่ง ที่มีอาการปวดท้องและเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัด และปรากฏว่าพบเส้นผม เล็บ ฟัน ในช่องท้อง เหตุการณ์เหล่านี้อาจจะมีคนคิดว่าโดนคุณไสย แต่สามาถอธิบายได้จากความผิดปกติของการแบ่งเซลล์ที่มีมาตั้งแต่ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน แล้วเซลล์อวัยวะอย่าง ผิว ผม เล็บ ซึ่งควรจะเจริญเติบโตภายนอก กลับมีการเจริญเติบโตผิดที่ และสามารถพบอวัยวะเหล่านี้ในช่องท้องได้ โดยส่วนมากพบในคนไข้เพศหญิง ซึ่งโดยทั่วไปเรามักเรียกกันอย่างติดปากว่า “เนื้องอก” นั่นเอง

อีกอาการที่คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับการถูกผีเข้า คือภาวะสมองอักเสบเนื่องจากภูมิคุ้มกันผิดปกติเช่น สมองอักเสบจากแอนติบอดี้ NMDA มักเริ่มจากอาการไข้ จากนั้นคือบุคลิกภาพเริ่มแปลกไปจากเดิม บางคนก้าวร้าว กรีดร้อง ตาเหลือก จนในที่สุดมีอาการซึม แน่นิ่งไปซึ่งอาการที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ญาติหรือผู้พบเห็นคิดว่าผู้ป่วยถูกผีเข้า แต่ในทางการแพทย์มีโรคชนิดนี้อยู่จริง สามารถให้การตรวจรักษาได้  จะรักษาด้วยวิธีการภูมิคุ้มกันบำบัด ให้ยากดภูมิคุ้มกัน ร่วมกับฟอกน้ำเหลืองเพื่อนำเอาภูมิคุ้มกันที่มีความผิดปกติออกไป

โดยลักษณะของเครื่องฟอกน้ำเหลืองจะเหมือนกับเครื่องฟอกไตหรือบางคนมีอาการที่คล้าย ๆ กัน อาจจะเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน หากแพทย์ตรวจพบความผิดปกติที่หลอดเลือดสมอง ก็ให้การตรวจรักษาด้วยกระบวนการใส่สายสวนหลอดเลือด หรือ หากตรวจพบมีก้อนเนื้องอก ก็สามารถให้การรักษาด้วยการผ่าตัดได้  แต่ในบางรายไปพบแพทย์แล้วอาการปกติดี เนื่องจากอาการทางระบบประสาทสามารถเกิดขึ้นแบบชั่วคราว และเมื่ออาการหยุดไปผู้ป่วยก็จะเหมือนคนปกติได้ แพทย์จึงจำเป็นต้องซักประวัติเพื่อค้นหาสาเหตุและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป เช่น อาการของ “โรคลมชัก” ผู้ป่วยอาจจะมีอาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัว เกร็ง กระตุกบางส่วน หรือควบคุมร่างกายไม่ได้ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงช่วงสั้น ๆ เคี้ยวปาก ขย้ำมือ สวดมนต์ กรีดร้อง แลบลิ้น เลียริมฝีปาก ตาเหลือก ได้กลิ่นแปลก ๆ เช่นกลิ่นธูป กลิ่นศพ เป็นต้น อาจจะเป็นอาการของโรคลมชักที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น จนทำให้เข้าใจผิดว่า เป็นอาการผีเข้าได้

ในขณะที่อาการขนลุก ซึ่งปกติเป็นการทำงานระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งคนทั่วไปจะมีอาการเวลาอากาศเย็น เวลาปวดท้องเข้าห้องน้ำ หรือเวลากลัวจริง ๆ แต่ก็มีโรคทางระบบประสาทที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการขนลุกเป็นพัก ๆ โดยไม่มีเหตุได้ เช่น อาการขนลุกจากโรคลมชัก อาการขนลุกจากสมองอักเสบเนื่องจากภูมิคุ้มกันผิดปกิ เป็นต้น

นอกเหนือจากคำอธิบายจากโรคทางระบบประสาทและสมองแล้ว อาการแปลก ๆ เหล่านี้ทั้งหมดบางอย่างที่เป็นกลุ่มอาการทางจิตเวช ยังสามารถอธิบายจากโรคทางจิตเวชได้เช่นกัน ซึ่งยังมีกลุ่มโรคที่หลากหลาย ซึ่งในบางครั้งอาจจะแยกจากกันได้ยาก แพทย์เฉพาะทางด้านโรคสมองและระบบประสาท จึงอาจจะต้องประสานงานเพื่อร่วมในการรักษาด้วย

“สุดท้ายแล้วสิ่งที่แพทย์มักจะแนะนำแก่ผู้ป่วยหรือคนรอบข้างคือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและมีความผิดปกติ สามารถหาสาเหตุและสามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ หากผู้ป่วยหรือญาติเชื่อว่าความเจ็บป่วยนั้นเกิดจากภูตผีปีศาจ หรือสิ่งลี้ลับ แล้วละทิ้งการเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่ ยิ่งทิ้งระยะเวลาไปนานเท่าไร โอกาสในการรักษาให้หายหรือกลับมาเป็นปกติก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ แต่หากยังมีความกังวลว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ ก็สามารถขออนุญาตจากแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อให้พระ หมอผี ได้ร่วมคลายความทุกข์ความกังวลให้กับผู้ป่วยและญาติไปพร้อม ๆ กันได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากจะรักษาด้วยวิธีที่แปลกประหลาดอันอาจจะเป็นอันตราย ก็จะได้มีคนช่วยสอดส่องได้ 

ทั้งนี้ สิทธิของประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคประกันสังคม สิทธิข้าราชการ สามารถนำมาใช้ในกระบวนการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาด้วย ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นภาระต่อฐานะทางเศรษฐกิจแน่นอน และฝากถึงสื่อมวลชนที่มีบทบาทอย่างมากในการนำเสนอประเด็นเหล่านี้ สามารถช่วยชี้นำครอบครัวและสังคม ให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษากับการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมด้วยกับการรักษาตามความเชื่อได้ คำว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม อาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกกรณี เพราะบางครั้งผู้ป่วยหรือผู้ชม อาจจะไม่พร้อมสำหรับการใช้วิจารณญาณด้วยต้นเองได้ สื่อจึงมีบทบาทสำคัญที่จะสนับสนุนให้สังคมพบทางออกที่ดีได้”นพ.ชลภิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

GISTDA สุดปลื้มคว้า ‘เลิศรัฐ’ 2 รางวัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602769

GISTDA สุดปลื้มคว้า ‘เลิศรัฐ’ 2 รางวัล

GISTDA สุดปลื้มคว้า ‘เลิศรัฐ’ 2 รางวัล

วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.23 น.

16 กันยายน 2564 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รับมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานในพิธี และ GISTDA ได้ 2 รางวัลจากรางวัลบริการภาครัฐระดับดี ประเภทนวัตกรรมการบริการ ผลงาน “ระบบชี้จุดไฟป่าเพื่อการลด PM 2.5 ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ” และรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมระดับดี ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ผลงาน “พัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการมีส่วนร่วมตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ”

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งและครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ GISTDA ได้รับรางวัลประเภทนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา GISTDA ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยงานขึ้นมา รางวัลในครั้งนี้ยิ่งช่วยตอกย้ำได้ว่าผลงานของ GISTDA ได้เป็นที่ประจักษ์ในสังคมสามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างแท้จริง และนำความภาคภูมิใจในส่วนนี้ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนในการทำ ทุ่มเทแรงกายแรงใจและมีส่วนในการคิด ให้โครงการนี้ได้ไปต่อ รวมถึงช่วยในการผลักดันให้ทั้ง 2 โครงการประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการแรก ระบบชี้จุดไฟป่าฯ เป็นในเรื่องของนวัตกรรมบริการ ประการแรกเลย จะเห็นได้ว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อชุมชน ต่อประเทศและต่อสังคมโดยตรง เพราะสามารถทำให้การบริหารจัดการเรื่องไฟป่าสามารถลดมลภาวะทางอากาศในพื้นที่นั้นๆได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้แล้วยังเป็นการสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญถึงผลกระทบจากไฟป่า หรือผลกระทบจากการวางแผนการกำจัดพื้นที่ การเผาในพื้นที่โล่งจำพวกนี้ จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาในพื้นที่ตรงจุดนั้นให้ได้มากที่สุด การร่วมด้วยช่วยกันจึงเกิดขึ้นในภาคสังคม ภาคประชาชน เกิดการมีส่วนร่วมในการใช้บริการระบบและชี้จุดที่ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากไฟป่าได้ ประการที่ 2 จะเป็นการช่วยสังคมในเรื่องของการสร้างองค์ความรู้จากระบบบริหารจัดการ และประการที่ 3 จะเป็นการช่วยภาครัฐในการบริหารจัดการเรื่องไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนโครงการที่ 2 เป็นโครงการที่ทำในเรื่องของการมีส่วนร่วมของสังคม พัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีฯ เป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนได้รู้จักกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง กับภูมิสารสนเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ของตนเองรวมไปถึงใช้ในการบริหารจัดการในเรื่องต่างๆ ทั้งในเรื่องของการรู้จัก GPS และเครื่องมือทางด้าน GIS ทั้งหลาย ทำให้คนในชุมชนมีองค์ความรู้และใช้ในการต่อยอดในการประกอบอาชีพได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่า ทุกงาน ทุกโครงการที่ GISTDA กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ นอกเหนือจากภารกิจหน้าที่แล้ว ยังมีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งของแต่ละโครงการเพื่อนำมาปรับแก้และประยุกต์ใช้ในเกิดประโยชน์สูงสุด

อีกทั้งยังมีการดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CG&CSR ทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อสังคมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นโยบายที่จะเกิดขึ้นในปี 65 และปีต่อๆไป เป้าหมายคือจะต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลระบบที่มีอยู่และใช้ประโยชน์ได้สูงสุดต่อไป ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

-(016)