ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เพชรบุรี’ภูมิเกลือทะเลไทยสู่เมืองเกลือของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603023

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เพชรบุรี’ภูมิเกลือทะเลไทยสู่เมืองเกลือของโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เพชรบุรี’ภูมิเกลือทะเลไทยสู่เมืองเกลือของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จุดถ่ายภาพนาเกลือ

จากการจัดเทศกาลสัมมนาออนไลน์“ปั้นเกลือเมืองเพชรสู่เมืองเกลือระดับโลก”(Diamond of the SALT Festival 2021) เมื่อวันที่ ๑๕-๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๔ ที่ผ่านมา โดย สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ สสปน. TCEB ร่วมกับ สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทยหรือ TIEFA และเมืองเพชรบุรีโดย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีนั้น ถือเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ ด้วยเป็นโครงการนำร่องของพื้นที่ Thailand Rivieraในการใช้งานเทศกาลเป็นเครื่องมือ “เชื่อมโยง”ทุกมิติของต้นทุนจากเมืองสู่การบูรณาการ เพื่อสร้างความยั่งยืนของงานเทศกาล โดยมีเป้าหมายที่๑ เมือง ๑ สิทธิบัตรงานเทศกาล เพื่อขับเคลื่อนเมืองสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่   

คณะวิทยากร 

จากการศึกษาพบว่า เพชรบุรีเป็นจังหวัดเก่าแก่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีมรดกด้านศิลปะ อาชีพและของดีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ถูกนำออกมาแสดงต่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “เกลือเมืองเพชรบุรี” มรดกพื้นถิ่นอันเป็นภูมิปัญญาของเพชรบุรีนั้น สามารถนำมา “ต่อยอด” สู่การปั้นเมืองเทศกาลได้หลากหลายมิติ ดังนั้นการจัดงานจึงผ่านหน่วยงานและคณะกรรมการหลากหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันระดมความคิดสร้างสรรค์และออกแบบโดยกระบวนการ Festival Design ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการจัดงานเทศกาลผ่านPlatform Online โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ของเมืองเพชรบุรี ผ่านมิติของการบูรณาการความรู้และคุณค่าของเกลือ เป็นการต่อยอดมรดกพื้นถิ่น สู่การปั้นเมืองเทศกาล และเชื่อมโยงทุกส่วนเข้าด้วยกันโดยใช้งานเทศกาลเป็นเครื่องมือซึ่งจะเป็นการสร้างรากฐานงานเทศกาลของจังหวัดเพชรบุรีในระยะยาว สืบเนื่องจากไทยนั้นมีปริมาณการส่งออกเกลือมากเป็นอันดับ ๑๖ ของโลกและเป็นอันดับที่ ๓ ของเอเชีย โดยเฉพาะเกลือจากจังหวัดเพชรบุรีนั้น เป็นแหล่งผลิตเกลือสมุทรอันดับหนึ่งของประเทศและมีชื่อเสียงมาช้านานดังนั้น ในการยกระดับอุตสาหกรรมเกลือของประเทศไทยจึงได้เลือกจังหวัดเพชรบุรี เป็นจังหวัดนำร่องในการนำ Festival Economy มาขับเคลื่อนและต่อยอดเศรษฐกิจให้กับจังหวัด ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “เกลือ” ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับคนในพื้นที่ ผ่าน ๒๐ กรณีศึกษาจาก กูรูนักคิด นักการตลาด ทั่วประเทศร่วมกันผลักดันให้จังหวัดเพชรบุรี เป็นจุดเริ่มในการสร้างสรรค์เมืองต้นแบบของงานเทศกาลได้อย่างยั่งยืนโดยเชื่อม-โยงตำนานเกลือผ่าน ศิลปะ วัฒนธรรมกีฬา สร้างรายได้เชิงเศรษฐกิจท่องเที่ยวขั้นเทพ” จาก นักสร้างแบรนด์, นักเศรษฐศาสตร์, นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ, นักวางแผนปั้นเมืองเพชรสู่UNESCO, ชุมชนเกลือและวัฒนธรรมเมืองเพชร,เจ้าของผลิตภัณฑ์ระดับโลก, เชฟชื่อดังระดับประเทศ, นักจัดงานวิ่งระดับโลก ฯลฯ ร่วมกันระดมความคิดเพื่อวางแนวทางเชื่อมโยงสินทรัพย์และรากเหง้าบนนาเกลือ สู่การสร้างมูลค่าให้เมืองเพชรบุรีเป็นเมืองเกลือระดับโลกในอนาคต

ผู้ประสานการจัดประชุม

ดังนั้นการเรียนรู้ถึง เส้นทางเกลือเมืองเพชรบุรี จากการทำนาเกลือ ซึ่งมีวิธีขั้นตอนการทำ ๓ แบบตามลำดับ จาก นาขัง คือ นาที่รับน้ำจากทะเลเข้ามาขังไว้ให้ได้ที่พอประมาณแล้วปล่อยเข้านาแผ่ นาแผ่ คือ นาที่รับน้ำมาจากนาขังโดยนำมาบ่มไว้ให้ได้ความเค็มที่กำหนด แล้วปล่อยเข้านาวาง และ นาวาง คือ นาที่รับน้ำที่เค็มได้ที่จากนาแผ่เพื่อให้ตกผลึกเป็นเกลือ ด้วยเหตุที่เกลือนั้นมีบทบาทสำคัญมาแต่โบราณ เป็นสิ่งตั้งต้นอาหารหลากหลายชนิดจนเป็นวิถีชีวิตประจำวันในอาหารการกินแล้ว เกลือยังมีส่วนเสริมเข้าไปในเครื่องยา การเกษตร การอุตสาหกรรมที่ผูกพันไปถึงแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้เกิดรายได้จากการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากเกลือ และกิจการการท่องเที่ยวเรียนรู้จากแหล่งตำนานนิทานท้องถิ่น จิตรกรรมอยุธยา ศิลปกรรมปูนปั้น ขนมหวานน้ำตาลโตนด และกลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีอยู่ก่อนแล้วเกลือสปา

เกลือสปาดอกเกลือ

ดอกเกลืออาหารที่มีเกลือประกอบ

อาหารที่มีเกลือประกอบศิลปะจากเกลือศิลปะจากเกลือโรงเกลือโรงเกลือผลิตภัณฑ์ที่มีเกลือตั้้งต้นผลิตภัณฑ์ที่มีเกลือตั้้งต้นโบราณคดีแหล่งเกลือโบราณคดีแหล่งเกลือสรุปโดยมายแมปสรุปโดยมายแมปแนวทางพัฒนาเกลือทะเล

แนวทางพัฒนาเกลือทะเลนาเกลือ-สถานท่องเที่ยว

นาเกลือ-สถานท่องเที่ยวนาเกลือบ้านแหลมนาเกลือบ้านแหลมนาเกลือนาเกลือ

‘ลุมพินี วิสดอม’ ระบุอาคารประหยัดพลังงานมาแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603043

‘ลุมพินี วิสดอม’ ระบุอาคารประหยัดพลังงานมาแรง

‘ลุมพินี วิสดอม’ ระบุอาคารประหยัดพลังงานมาแรง

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Mill Place Posri เป็นอาคารที่ได้รับ LEED 2009 ระดับ Silver ประเภท Retail New Construction พื้นที่อาคาร 3,468 ตร.ม. วัดค่าการประหยัดพลังงานได้ 206,173 kWh/year คิดเป็นเม็ดเงินที่ประหยัดการใช้พลังงานเฉลี่ย 855,617 บาทต่อปี

“ลุมพินี วิสดอม” ระบุแนวโน้มการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานมาแรง ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลภาวะในระยะยาว หลังจากกระทรวงพลังงานคลอดเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LPN Wisdom หรือ LWS) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวว่า หลังจากที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ออกกฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ BuildingEnergy Code : BEC ด้วยการกำหนดมาตรฐานหลักเกณฑ์ และวิธีการออกแบบอาคาร เพื่อให้อาคารมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2564 เป็นต้นมาโดยในปี 2564 ได้นำมาใช้กับอาคารขนาด10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ในขณะที่อาคารขนาด5,000 ตารางเมตรขึ้นไปจะมีผลในปี 2565และอาคารขนาด 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป มีผลในปี 2566 ตามลำดับ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานในประเทศมากขึ้น

จากรายงานของกระทรวงพลังงานพบว่าตั้งแต่ปี 2552-2563 มีจำนวนอาคารที่ได้รับการประเมินเป็นอาคารประหยัดพลังงานตามเกณฑ์ของ BEC จำนวน 850 อาคาร มีการประหยัดพลังงานได้ 630 ล้านหน่วย โดยกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายว่าภายใน 20 ปีนับจากปี 2561 ถึงปี 2581 การสร้างอาคารประหยัดพลังงานจะทำให้ประเทศไทยสามารถประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 13,700ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นเงินกว่า 47,000 ล้านบาทและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ไม่น้อยกว่า 7,282 ตันต่อปี

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

“การสร้างอาคารประหยัดพลังงานเป็นประโยชน์ในระยะยาวกับเจ้าของอาคารและผู้ใช้อาคาร ซึ่งนอกจากประเด็นเรื่องของการประหยัดการใช้พลังงานในระยะยาวแล้วการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานยังมีส่วนสำคัญในการสร้างสุขอนามัย (Wellbeing)ที่ดีในการอยู่อาศัย และการใช้ประโยชน์ภายในอาคาร จากการศึกษาของทีม “ลุมพินี วิสดอม” พบว่า การพัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่า เกรด Bประหยัดพลังงานขนาด 10,000 ตารางเมตร จะสามารถประหยัดพลังงานได้เฉลี่ย 270,000 กิโลวัตต์ต่อปี คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 1.12 ล้านบาทต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไม่น้อยกว่า 151,470 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่าต่อปี ในขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างอาคารประเภทนี้สูงกว่าการสร้างอาคารปกติ ประมาณ 0.6% เมื่อเทียบความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกับต้นทุนการก่อสร้างแล้ว แต่ละอาคารจะใช้เวลาในการคืนทุนจากต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นภายในระยะเวลา 4.5-5 ปี โดยเฉลี่ย โดยการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานจะให้ความสำคัญในการออกแบบ ครอบคลุมระบบเปลือกอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบผลิตน้ำร้อน และการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในอาคาร เป็นหลัก อาคารประหยัดพลังงานไม่เพียงสามารถออกแบบและพัฒนาอาคารขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาอาคารขนาดเล็ก ที่พักอาศัยทั้งอาคารชุดพักอาศัย บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ รวมถึงสามารถนำไปปรับปรุงอาคารเก่าให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานได้ โดยการนำเกณฑ์ในการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานมาใช้ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อเจ้าของและผู้ใช้งานในอาคารได้ในระยะยาว ที่ผ่านมา “ลุมพินี วิสดอม” ในฐานะที่เป็นบริษัทด้านวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้มีการให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานแล้ว 15 โครงการ ช่วยประหยัดพลังงานได้ประมาณ 135 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี ถือว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานให้กับประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงาน เพื่อเป็นประโยชน์กับส่วนรวมและการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน ประพันธ์ศักดิ์ กล่าว

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603018

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ

ตะลอนเที่ยว : หาบ้านอบอุ่นให้โคกระบือ รอผู้ใจบุญรับเลี้ยงอุปการะ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การทำบุญทำกุศลในแต่ละครั้งมักจะมีความไม่ราบรื่นเกิดขึ้นบ้าง แต่ถึงกระนั้น ผู้มีจิตกุศลที่ตั้งใจแน่วแน่แล้ว ก็ไม่เคยล้มเลิกการกระทำความดี และทำการกุศลทั้งปวง โดยถือทำนองว่า มารไม่มี บารมีไม่เกิด 

ฉันใด ก็ฉันนั้น การทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้าก็เช่นกัน แม้จะทำโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2557 จวบจนปัจจุบัน ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคให้แก้ไขเป็นระยะๆ แต่ถึงกระนั้นผู้ร่วมทำโครงการนี้ (คือหนังสือพิมพ์แนวหน้าและผู้อ่านแนวหน้า) ก็ไม่เคยคิดล้มเลิกโครงการนี้ เพราะเมื่อคิดใคร่ครวญดีแล้ว ก็พบว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มากกว่าโทษ เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ได้ช่วยให้โคกระบือกว่าร้อยชีวิตรอดพ้นการถูกฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ และที่มากกว่านั้นคือนับตั้งแต่ทำโครงการนี้มาจนถึงทุกวันนี้ เราได้ลูกโคกระบือมาแล้วมากถึง 23 ตัว 

ขอเรียนย้ำให้คุณผู้อ่านแนวหน้าทราบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้มาจวบจนปัจจุบัน เราทุกคนร่วมกันไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้ว 105 ตัว โดยแรกเริ่มนั้นก็ไถ่ชีวิตครั้งละ3-5 ตัว แล้วหลังจากนั้นก็ไถ่ชีวิตได้ครั้งละมากขึ้น เช่น 7-15 ตัว จนกระทั่งล่าสุดเมื่อต้นปี 2562 สามารถไถ่ชีวิตได้ภายในครั้งเดียวเป็นจำนวน 37 ชีวิต โดยไถ่จากโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดเชียงราย 33 ชีวิต และไถ่จากชาวบ้านที่กำลังจะนำโคกระบือไปขายโรงฆ่าสัตว์อีก 4 ชีวิต โดยโคกระบือทั้งหมดกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ดังนี้ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี นครปฐม ขอนแก่น และเชียงราย  

โคกระบือบางตัวตั้งท้อง โคกระบือบางตัวมีลูกอ่อนอายุ 3-5 เดือน พวกเราที่ร่วมทำโครงการนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องไถ่ชีวิตโคกระบือท้อง และโคกระบือแม่ลูกอ่อนออกมาก่อน แต่ถ้าหากมีเงินมากเพียงพอก็จะไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาให้มากที่สุด แม้เราจะรู้ดีว่าการไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาก็ไม่ได้ทำให้การฆ่าพวกเขาเพื่อเป็นอาหารสำหรับคนจะหมดสิ้นไปจากสังคมไทย แต่เราก็ยึดถือแนวคิดว่า ช่วยได้เท่าที่ช่วย ช่วยได้เพียงเล็กน้อย ก็ดีกว่าไม่ช่วยเหลือ และเราก็ชวนเชิญกันให้เราทุกคนไม่บริโภคเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกชนิด และหากใครสามารถวิรัติ (งดเว้น) การบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิดได้ ก็จะขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วย  

สำหรับเรื่องราวสำคัญของสัปดาห์นี้ที่อยากจะเรียนให้คุณทราบคือ มีครอบครัวหนึ่งที่รับกระบือไปเลี้ยงดู (ครอบครัวนี้อยู่เชียงราย) โดยเลี้ยงดูมาประมาณเกือบ 3 ปี แต่มาระยะหลังผู้เลี้ยงดูรายหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้เลี้ยงดูกระบือได้ไม่ดีเท่าที่ควร (แรกเริ่มได้รับกระบือไป 2 ชีวิต แล้วต่อมาตกลูกอีก  2 ชีวิต) กระบือมีชื่อว่า บุญหลาย (เพศเมีย) โชคดี (เพศผู้) มีเงิน และนำโชค สองตัวหลังเป็นเพศผู้ ผู้รับเลี้ยงเดิมต้องการจะหาบ้านใหม่ให้กระบือฝูงนี้ จึงถามกลับมายังผู้ทำโครงการว่า มีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับการหาบ้านใหม่ให้กระบือ ซึ่งล่าสุดก็กำลังสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะรับกระบือสี่ชีวิตนี้ไปเลี้ยงดูสำหรับเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้รับไปเลี้ยงดูก็คือ ต้องไม่ฆ่า ไม่ขายโคกระบือที่ได้รับไปเป็นอันขาด และไม่ฆ่าไม่ขายลูกของโคกระบือให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทำโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน สำหรับการฆ่านั้น ไม่มีการอนุญาตอย่างเด็ดขาด ส่วนการขายต่อนั้น หากมีคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมพยานอีก 3 คน ว่าไม่ได้ขายเพื่อทำเป็นอาหาร ก็อาจจะอนุญาต แต่ต้องมีการยืนยันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ซื้อเช่นกันว่าไม่ฆ่าเขาเพื่อทำเป็นอาหารอย่างเด็ดขาด 

กลับมาที่ประเด็นกระบือฝูงนี้ ขอแจ้งให้คุณที่ต้องการจะรับกระบือไปอุปการะโปรดติดต่อผู้ทำโครงการคือหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างกัน ขอเรียนย้ำว่ากระบืออยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ดังนั้นผู้ที่สนใจรับไปอุปการะต่อก็น่าจะมีภูมิลำเนาไม่ไกลจากเชียงรายมากนัก เพื่อไม่ต้องเสียค่าขนส่งในราคาที่แพงเกินความจำเป็น  

หากคุณมั่นใจว่าสามารถรับไปอุปการะได้ โปรดติดต่อ 091-7233615 ภายในวันที่ 24 กันยายน 2564 หลายคนที่ดูคอลัมน์อาจถามว่าในภาพที่นำมาประกอบนั้นมีวัวด้วย จะบริจาควัวด้วยหรือ ขอเรียนว่าไม่บริจาควัว เพราะผู้เลี้ยงรายเดิมยังคงตั้งใจเลี้ยงดูอย่างดีต่อไป

โซไซตี้ : บีทีเอส กรุ๊ปฯ มอบอาหารกล่อง-เครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ สังกัด กทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603044

โซไซตี้ : บีทีเอส กรุ๊ปฯ มอบอาหารกล่อง-เครื่องอุปโภค บริโภค  ให้แก่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ สังกัด กทม.

โซไซตี้ : บีทีเอส กรุ๊ปฯ มอบอาหารกล่อง-เครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ สังกัด กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศูนย์กีฬารามอินทรา เขตบางเขน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังคงมีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางช่วงเวลาที่ยากลำบากหน่วยงานภาครัฐบาล และเอกชน ได้ร่วมมือร่วมใจให้ “การช่วยเหลือ” ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นำโดย นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร และ สุมิตร ศรีสันติธรรมผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัทฯ ส่งมอบอาหารกล่อง น้ำดื่ม หน้ากากอนามัย พร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภคที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี เครือสหพัฒน์อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราซื่อสัตย์ ปลากระป๋องซูเปอร์ซีเชฟ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือบีเอสซีให้แก่ “ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อกรุงเทพมหานคร” โดยมี สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ตัวแทนรับมอบ พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร อมฤต สุวรรณทิพย์ผู้อำนวยการเขตสายไหม, โกศล สุนทรพฤกษ์ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสายไหม, สาโรจน์ พลฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางเขน และ สมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ร่วมรับมอบ ณ ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อวัดราษฎร์นิยมธรรม เขตสายไหม,ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อศูนย์กีฬารามอินทราเขตบางเขน และศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อโรงเรียนการไปรษณีย์หลักสี่ เขตหลักสี่

ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะยาวนานแค่ไหน บริษัทขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินงาน และเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยโควิด-19 ทุกคน ให้ร่วมกันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันโรงเรียนการไปรษณีย์หลักสี่ เขตหลักสี่โรงเรียนการไปรษณีย์หลักสี่ เขตหลักสี่ศูนย์พักคอย วัดราษฎร์นิยมธรรม เขตสายไหมศูนย์พักคอย วัดราษฎร์นิยมธรรม เขตสายไหม

DMT จัดโครงการ ‘โทลล์เวย์ รับขวด ช่วยหมอ’ #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603040

DMT จัดโครงการ ‘โทลล์เวย์ รับขวด ช่วยหมอ’

DMT จัดโครงการ ‘โทลล์เวย์ รับขวด ช่วยหมอ’

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังรุนแรงต่อเนื่อง ธานินทร์ พานิชชีวะ บิ๊กบอสบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด(มหาชน) หรือ DMT เดินหน้าผุดโครงการ “โทลล์เวย์ รับขวด ช่วยหมอ” รับบริจาคขวดพลาสติก (PET) ที่ใช้แล้วมาอัพไซเคิลเป็นชุด PPE ส่งต่อบุคลากรด่านหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษา ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รับบริจาค ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-15 ธันวาคม 2564ผู้ที่สนใจร่วมบริจาคขวดพลาสติกใช้แล้ว แวะหย่อนลงกล่องได้ที่ด่านดินแดงและสำนักงานใหญ่บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ที่ทีมงานจัดทำกล่องเตรียมไว้แล้ว โครงการดีๆ แบบนี้ นอกจากจะได้ช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังช่วยลดปริมาณขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย คุณผู้อ่านจะขึ้นโทลล์เวย์ อย่าลืมพกขวดเพทมาทิ้งแถมได้ทำบุญไปด้วยกัน

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603058

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต

Science Update : อากาศสุดขั้วทำผู้คนกลัวอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยบาธในสหราชอาณาจักร สำรวจและรวบรวมข้อมูลผู้คนอายุระหว่าง 16-25 ปี ราว 10,000 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก มีทั้งฝั่งสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ เพื่อสำรวจหนึ่งในทัศนคติที่ของคนหนุ่มสาวเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ผลปรากฏว่าคนรุ่นใหม่ 3 ใน 4 จาก 10 ประเทศที่ทำการสำรวจความคิดเห็นยอมรับพวกเขารู้สึกกลัวกับอนาคตข้างหน้า เพราะปัญหาโลกร้อน บางส่วนถึงขั้นลังเลที่จะสร้างครอบครัวหรือมีบุตร

ผู้ตอบคำถามบอกว่า ร้อยละ 83 ปัญหาโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวน เกิดผู้คนไม่ใส่ใจดูแลโลก ร้อยละ 75 ของผู้ตอบคำถามยอมรับว่าอนาคตเป็นเรื่องน่ากลัวและน่ากังวล และเกินกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 56 ของผู้ตอบคำถาม บอกว่าโลกร้อนเป็นวาระชี้ชะตามนุษยชาติเลยทีเดียว

ขณะที่ธนาคารโลกศึกษาผลกระทบของปัญหาโลกร้อนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลางโดยเฉพาะ ให้ตัวเลขว่าภายในปี 2050 หรืออีกราว30 ปีต่อจากนี้ พื้นที่บริเวณใต้ทะเลทรายซาฮาราของทวีปแอฟริกาจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ จะมีประชากรถึงราว 86 ล้านคน ที่ถูกผลักออกจากถิ่นที่อยู่ของตน ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกคือ 49 ล้านคน และเอเชียใต้ 40 ล้านคน

Health News : ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีสูงเป็นสถิติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603059

Health News : ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีสูงเป็นสถิติ

Health News : ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีสูงเป็นสถิติ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของญี่ปุ่นเผยว่า ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 51 ผลสำรวจตามทะเบียนราษฎรพบว่า ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปมากถึง 86,510 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6,060 คน ในจำนวนนี้ มีผู้สูงวัยผู้หญิง 76,450 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 88 และมีผู้สูงวัยผู้ชาย 10,060 คน ทั้งนี้ผู้สูงวัยผู้หญิงที่มีอายุมากที่สุดในญี่ปุ่น คือ ทานากะ คาเนะ วัย 118 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองฟุกุโอกะและผู้สูงวัยผู้ชายที่มีอายุมากที่สุด คือ อุเอดะ มิกิโซ วัย 111 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองนารา

ขณะเดียวกัน จังหวัดชิมาเนะของญี่ปุ่นยังคงมีอัตราผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปสูงสุดของประเทศที่ 134 คนต่อประชากร 100,000 คน ทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ตามมาด้วยจังหวัดโคชิที่มี 126 คน และจังหวัดคาโงชิมะที่มี 118 คน ส่วนจังหวัดไซตามะมีอัตราผู้สูงวัยที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปน้อยสุดเพียง 42 คนต่อประชากร 100,000 คน ตามมาด้วยจังหวัดไอจิที่มี 44 คน และจังหวัดชิบะที่มี 49 คน

คุณแหน : 19 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603038

คุณแหน

คุณแหน : 19 กันยายน 2564

วันอาทิตย์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll “วันนี้อยู่ในขั้นตอนเยียวยาแต่อนาคตข้างหน้าจะพลิกโฉมประเทศ จากรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงให้ได้ ต้องทำทุกอย่างทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน จะต้องร่วมมือกับรัฐบาลเข้าใจซึ่งกันและกันจะไปได้ ผมดูแลข้าราชการ และให้ความเป็นธรรมเพื่อให้ทำงานและมีวิสัยที่ดี สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล” ท่านนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา …

ll และท่านประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย “อย่าแปลกใจที่มีบางยุคบางสมัยที่เราคิดว่าใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีประชาธิปไตยแต่กลายเป็นยุคสมัยที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด ป.ป.ช. เจ้าของหลักสูตรควรจะนำคดีเหล่านี้มาให้นักศึกษาได้ศึกษา ทำไมคนระดับนั้นตั้งแต่ นายกฯ รัฐมนตรี ลงมาถึงข้าราชการ ตั้งแต่ภาครัฐถึงเอกชน ทำไมต้องมีคนติดคุกอย่างนั้น เราจะได้เข้าใจว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อาจจะเป็นบทเรียน เป็นวิธีป้องกัน ไม่ให้คนของเราหรือตัวเราเองต้องอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้น”…

ll ส่วน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯกล่าวกลางที่ประชุม “อย่ามีกลุ่มมีก๊วนจะมีแต่กลุ่มหัวหน้าพรรค ห้ามไปตั้งก๊วน ตั้งมุ้ง ส่วนมุ้งต่างๆ ที่เคยดูแล สส.กันอยู่ขอให้หยุด ต่อไปถ้าจะดูแลมาเอาที่ผมผมรับผิดชอบคนเดียวเอง” คงไม่ต้องแปลกันอีก…

ll ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า“ตอนแรกผมจะไม่อยู่ ใจอยากกลับไปที่บ้านทำธุรกิจเป็นราษฎร ธรรมดามากกว่าทำการเมืองถ้าท่านประวิตร อยู่ ผมก็ยินดีจะอยู่ต่อผมเกิดจากพรรคนี้ก็พร้อมจะอยู่ตรงนี้ ถ้าจะจบชีวิตการเมืองขอให้จบที่ พรรคพลังประชารัฐยึดที่นี่เป็นที่พึ่งพิง ขอให้พลังประชารัฐเป็นบ้านสุดท้ายของผม”…

ll ป่านนี้ดวงวิญญาณของ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ทมยันตีศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ๒๕๕๕คงสู่สุคติแล้ว และได้มีพระราชทานเพลิงเรียบร้อยแล้ว R.I.P. …

ll หลังจากนักเทนนิสรัสเซีย ดานิล เมดเวเดฟ ชนะ โนวัค ยอโควิช ในรายการ ยูเอส โอเพ่น๓ เซตรวด ผู้แพ้ได้กล่าว ขอแสดงความยินดีกับ ดานิล นี่เป็นแมทช์ที่น่าทึ่งจริงๆ ถ้าจะมีใครสักคนที่เหมาะสมที่จะชนะรายการระดับแกรนด์สแลม คือคุณ .. นี่แหละสุภาพบุรุษนักกีฬาที่แท้จริง…

ll เจนนิเฟอร์ คิ้มโพสต์ ว่า มันน่าเศร้าที่การแสดงความเคารพรักและเทิดทูน พ่อหลวง ร.๙ ในทุกวันนี้กลายเป็นความผิด จนหลายคนไม่กล้าแสดงออกแต่ก็ไม่วายมีคนที่ไม่เห็นด้วยพูดจาต่างๆในทางตรงกันข้าม ทำให้เจ้าตัวต้องไปแจ้งความกลับ กับสนง.ตำรวจแห่งชาติคอยดูกันต่อไปจะลงเอยแบบไหน…ll

น้องนิ่ง…นิ่ง..

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน จับมือ ซีพีเอฟ ช่วยอาหารจากใจถึงมือพี่น้องแรงงานข้ามชาติสู้วิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602877

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน จับมือ ซีพีเอฟ  ช่วยอาหารจากใจถึงมือพี่น้องแรงงานข้ามชาติสู้วิกฤตโควิด-19

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน จับมือ ซีพีเอฟ ช่วยอาหารจากใจถึงมือพี่น้องแรงงานข้ามชาติสู้วิกฤตโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลุ่มแรงงานข้ามชาติ เป็นเรี่ยวแรงที่สำคัญของภาคการผลิตของไทย หนึ่งในเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อได้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ที่ยังยืดเยื้อและกระจายในวงกว้าง ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มพี่น้องแรงงานข้ามชาติ ที่หลายคนต้องหยุดงาน ขาดรายได้ ต้องการสิ่งของอุปโภค-บริโภคจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยดำรงชีวิตในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากได้

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ มูลนิธิ LPN (Labour Protection Network) จับมือกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นอีกหนึ่งพลังที่เดินหน้าช่วยแรงงานข้ามชาติและกลุ่มคนเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิ LPN รับมอบไข่ไก่สด 45,000 ฟองภายใต้โครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” จากตัวแทนของซีพีเอฟ เพื่อนำจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายให้แก่แรงงานชาวข้ามชาติและครอบครัว รวมถึงพี่น้องแรงงานคนไทยและกลุ่มเปราะบางให้ได้รับการดูแลอย่างเสมอภาคตามหลักมนุษยธรรม และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้

สมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิ LPN กล่าวว่า แม้ว่าทุกวันนี้จะมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือแรงงานต่างชาติและครอบครัวมากขึ้น ช่วยให้สถานการณ์พี่น้องแรงงานทั้งคนไทยและแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในวันนี้ดีขึ้นมาก แต่ยังมีแรงงานต่างชาติ และคนไทยกลุ่มเปราะบางที่ยังประสบความยากลำบากไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือและการบริการสาธารณสุขในหลายพื้นที่ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการ LPN Hand to Hand Humanitarian Assistance for Migrant Workers เพื่อช่วยเหลือให้พี่น้องแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านได้มีอาหารและของใช้จำเป็น และเข้าถึงการรักษาพยาบาล โชคดีที่ มูลนิธิฯได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรมากมาย รวมถึง ซีพีเอฟที่ช่วยสนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็น แก่มูลนิธิฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การระบาดระลอกแรก ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการพี่น้องแรงงานต่างชาติ รวมถึงกลุ่มคนเปราะบางได้มีอาหารและสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ สามารถประคับประคองผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือให้แรงงานเหล่านี้อยู่ในประเทศอย่างปลอดภัยและพร้อมกลับมาเป็นเรี่ยวแรงสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยต่อไป

“ขอบคุณซีพีเอฟ ที่สนับสนุน ไข่ไก่สดมาอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 2.5 แสนฟอง ซึ่งช่วยตอบโจทย์เรื่องความอิ่มท้องให้แก่พี่น้องแรงงานต่างชาติได้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องแรงงานต่างชาติและคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งสนับสนุนการปรุงอาหารพร้อมทานสำหรับผู้ป่วยเป็นแรงงานต่างชาติที่พักอยู่ในโรงพยาบาลสนามในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย นับเป็นธารน้ำใจของคนไทยที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทุกคนอยู่ในประเทศไทยอย่างมั่นคงและปลอดภัย”สมพงค์กล่าว

มูลนิธิ LPN ได้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือพี่น้องแรงงานต่างชาติและคนไทย เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากลำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งการช่วยเหลือเรื่องอาหารและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับยังชีพตลอดจนเปิดสายฮอตไลน์ให้คำปรึกษาปัญหาแก่พี่น้องแรงงานต่างชาติ(Covid-19 LabourSupport Help Lines) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มแรงงานข้ามชาติได้อย่างรวดเร็ว และมูลนิธิฯได้รับความร่วมมือจากภาคีพันธมิตรภาครัฐ เอกชน เครือข่ายสังคม รวมทั้ง เครือซีพี ซีพีเอฟตั้งแต่การระบาดระลอกแรกในปี 2563ที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนมูลนิธิ LPN ทั้งอาหารสำเร็จรูปหลายหมื่นแพ็ก ไข่ไก่สดกว่า 2.5 แสนฟอง เพื่อให้มูลนิธิฯ นำไปบรรจุเป็นถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายให้แรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ และกลุ่มคนเปราะบางทั้งผู้ป่วยติดเตียงคนพิการในสังคมที่ได้รับความเดือดร้อนได้สามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัย และสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้สนับสนุนอาหาร และสิ่งของจำเป็น หน้ากากอนามัย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อาทิ สถานทูต กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานต่างๆ ให้ความช่วยเหลือถึงพี่น้องแรงงานข้ามชาติอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ในประเทศไทย ส่งมอบโซลูชั่นด้านโภชนาการที่ดีที่สุดผ่านระบบสมาชิก PCP #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/602830

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ในประเทศไทย  ส่งมอบโซลูชั่นด้านโภชนาการที่ดีที่สุดผ่านระบบสมาชิก PCP

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 ในประเทศไทย ส่งมอบโซลูชั่นด้านโภชนาการที่ดีที่สุดผ่านระบบสมาชิก PCP

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (Herbalife Nutrition) บริษัทโภชนาการระดับโลก ฉลองก้าวสู่ปีที่ 25 อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและโภชนาการที่ดีของคนไทย ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการที่หลากหลาย เตรียมเปิดตัวระบบสมาชิกรูปแบบใหม่ Preferred Customer Program (PCP) นำเสนอโซลูชั่นด้านโภชนาการที่ดีที่สุดและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในประเทศไทย เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

สุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์ 

นายสุพจน์ ฤทธิพิชัยวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กล่าวว่าในปีนี้เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว ซึ่งต้องขอบคุณแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสมาชิกฯ รวมถึงกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการที่เพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการที่หลากหลายของเรา ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคนจะสามารถค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่ช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้รวมถึงในกลุ่ม Gen Z ที่สนใจในเรื่องสุขภาพ มีความกระฉับกระเฉง เน้นการมีสุขภาพดี และมีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งนับเป็นประเด็นสำคัญที่ Gen Z ให้ความสำคัญ เราจึงต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเหล่านี้เนื่องจากเรามีผลิตภัณฑ์และแนวทางที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชั่นด้านโภชนาการที่ดีที่สุดและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในประเทศไทย ผ่านการเปิดตัวระบบสมาชิกรูปแบบใหม่เรียกว่า Preferred Customer Programหรือ PCP เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบหรือหลงใหลในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น โดยสมาชิกรูปแบบใหม่นี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ สิทธิพิเศษและส่วนลดสำหรับสินค้าเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นผู้บริโภคสินค้า แต่ไม่ต้องการทำธุรกิจหรือเป็นผู้จำหน่ายอิสระ

“ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 25 ปีของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย เรารู้สึกยินดีที่จะทำการเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์ วิตามิน มาส์ก ที่มาในรูปแบบแผ่นมาส์กชีทซึ่งได้รับการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นที่มีประสบการณ์ในด้านนี้โดยเฉพาะ ผสานศาสตร์แห่งโภชนาการที่ผ่านการรังสรรค์ด้วยเทคโนโลยีจนออกมาเป็นมาส์กที่ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพแห่งโภชนาการเพื่อผิวสวยแลดูสุขภาพดี”

เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น วิตามิน มาส์ก ที่มาในรูปแบบแผ่นมาส์กชีท ประกอบด้วย 3 สูตร ได้แก่ สูตรเพิ่มความชุ่มชื้น (Moisturizing), สูตรผิวขาวกระจ่างใส (Brightening) และ สูตรยกกระชับผิว (Firming) ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการที่แตกต่างกันได้อย่างอ่อนโยน อุดมด้วยส่วนผสมนานาชนิด อาทิ วิตามิน 12 ชนิด ว่านหางจระเข้ เกลือทะเลเกาะเจจู สารสกัดจากข้าวเกาะเจจู โปรตีนสกัดจากอโวคาโด Lupin seeds, Pearles Rosée, Omija Peptideและสารสกัดจาก Black Ginseng ที่จะช่วยในการฟื้นบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยและจุดหมองคล้ำ ตลอดจนปรับผิวหน้าให้แลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ล่าสุด วิตามิน มาส์ก ได้รับความน่าเชื่อถือถึงประสิทธิภาพและผลลัพธ์จากการใช้งานว่าเป็นสุดยอดมาส์กชีทที่อุดมด้วยโภชนาการผิวที่มีการบอกต่อมากที่สุดประจำปี จากเวที HELLO! Beauty Award 2021 จัดโดยนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ในรางวัล Editors’ Choicesสาขา The Best Vitamin Mask ซึ่งมาจากผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงามของเหล่าเซเลบริตี้และบิวตี้บล็อกเกอร์แถวหน้าของเมืองไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าวิตามิน มาส์ก มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมกับผู้ใช้ประเทศไทยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR และแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ หรือ ESG ถือว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ซึ่งได้มีการจัดตั้ง เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ฟาวน์เดชั่น (HNF) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งมั่นในการส่งมอบโภชนาการที่ดีและให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่เด็กๆ ที่ขาดแคลนทั่วโลก รวมถึงโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมูลนิธิ HNF มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ และจัดหาอาหารเพื่อสุขภาพและการศึกษาด้านโภชนาการแก่เด็กทั่วโลก

ทุกปีเฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย ระดมทุนจากผู้จำหน่ายอิสระของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น เพื่อสนับสนุนมูลนิธิพัฒนาเด็กและเยาวชนภายใต้โครงการ Casa Partner มากกว่า 200 คนในมูลนิธิเด็ก มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก และมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ซึ่งที่ผ่านมาเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย ได้สนับสนุนเด็กๆ ผ่านกิจกรรมด้านโภชนาการและสุขภาพมากมาย เช่น พัฒนาทักษะการกีฬา สอนให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับโภชนาการที่ดี โดยในปีนี้มีการวางแผนเพื่อต่อยอดแนวทางส่งเสริมโภชนาการให้กับเด็กไทย เพื่อให้หันมาใส่ใจโภชนาการทั้งด้านอาหาร และการออกกำลังกายผ่านการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้านโภชนาการสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็กให้เกิดการเรียนรู้และจดจำสาระความรู้จากสื่อการสอนที่จัดทำขึ้น รวมถึงมีกิจกรรม Asia Pacific Get Moving with Good Nutrition Virtual Run เป็นปีที่ 2 ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (HNF) เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสที่มูลนิธิพันธมิตรทั้งสามแห่งของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ในประเทศไทยต่อไป

“เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น วางแผนที่จะเพิ่มรูปแบบการเป็นสมาชิก PCP โดยขยายฐานลูกค้า Gen Z และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ วิตามิน มาส์ก เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ เรามุ่งมั่นที่จะหล่อเลี้ยงผู้คนและโลกผ่านโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามพันธกิจของเรา เราอยากให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม” นายสุพจน์ กล่าวปิดท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร สั่งซื้อสินค้า หรือความเคลื่อนไหวด้านเคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ดีได้ที่ www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial หรือผ่านทาง www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial