หายนะมาเยือน”นักบัญชี” เผย ปปง. เตรียมชงกม.เพิ่มหน้าที่ตรวจสอบฟอกเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483333

หายนะมาเยือน”นักบัญชี” เผย ปปง. เตรียมชงกม.เพิ่มหน้าที่ตรวจสอบฟอกเงิน

12 ก.ย. 2564

อดีตกก.ผู้ช่วยรมต. เผยหายนะกำลังมาเยือน”นักบัญชี” ปปง.เตรียมชงกม. กำหนดให้ “นักบัญชี”และนักวิชาชีพสอบบัญชี รวมทั้งสำนักงานบัญชีมีหน้าที่ในการตรวจสอบเกี่ยวกับการฟอกเงินและรายงานให้กับ ปปง.ส่อขัดต่อกม.การบัญชี

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 64  นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) ได้นำเสนอบทความ เรื่อง “นักบัญชีกำลังจะป่วน”  โดยใช้นามปากกา สิริอัญญา   ออกมาแสดงความเป็นห่วงกรณีของ”นักบัญชี” ที่จะต้องปรับตัวรับความเสี่ยง  ตามร่างกฎหมายปปง.ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) 

นายไพศาล พืชมงคล หรือ “สิริอัญญา”  นำเสนอเนื้อหาไว้ดังนี้  

หายนะมาเยือน"นักบัญชี" เผย ปปง. เตรียมชงกม.เพิ่มหน้าที่ตรวจสอบฟอกเงินหายนะมาเยือน”นักบัญชี” เผย ปปง. เตรียมชงกม.เพิ่มหน้าที่ตรวจสอบฟอกเงิน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)กำลังเตรียมการที่จะแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงิน ในครั้งนี้จะเพิ่มเนื้อหาสาระที่สำคัญคือจะกำหนดให้นักวิชาชีพทำบัญชีและนักวิชาชีพสอบบัญชี รวมทั้งสำนักงานบัญชีมีหน้าที่ในการตรวจสอบเกี่ยวกับการฟอกเงินและรายงานให้กับ ปปง. ทราบด้วย

ดูเหมือนว่าเป็นหลักการที่น่าสนใจ แต่แท้จริงเป็นหลักการที่ขัดต่อกฎหมายการบัญชี กฎหมายสภาวิชาชีพบัญชี และกฎหมายว่าด้วยความคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเป็นการเพิ่มหน้าที่ให้กับผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่และเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยที่ผู้ทำหน้าที่ไม่ได้ประโยชน์สิ่งใดเลยนอกจากความรับผิด ซึ่งแท้จริงแล้วควรเป็นหน้าที่ของ ปปง. โดยตรง

ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเกี่ยวข้องกับสำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการทั้งหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต้องจัดทำบัญชีและต้องมีผู้สอบบัญชี ทำให้เกิดการหวาดระแวงและเสี่ยงต่อข้อมูลที่รั่วไหลจากที่กฎหมายซึ่งควบคุมเรื่องบัญชีโดยตรงได้บัญญัติเอาไว้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประการแรก ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการทำบัญชีและการสอบบัญชีนั้นเป็นกิจกรรมอันเป็นความลับเฉพาะและมีกฎหมายคุ้มครองความปลอดภัยของความลับดังกล่าว เพราะหากรั่วไหลไปแล้ว ไม่เพียงแต่เสียหายต่อกิจการของเอกชนเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย

การไปแก้กฎหมายให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีต้องรายงานความลับของลูกค้าตามที่จะมีการกำหนดขึ้น ใครจะรับความเสี่ยงนั้นหากว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ดังเช่นกรณีการแฮกข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการแฮกข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นข้อมูลของผู้รับวัคซีนหลายล้านคน ทำให้คนเหล่านั้นเสี่ยงอยู่ในอันตรายในประการต่าง ๆ ได้

ประการที่สอง หน้าที่ของผู้ทำบัญชีตามกฎหมายการบัญชีคือการทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีและมาตรฐานการบัญชี จึงถูกกำหนดให้เป็นวิชาชีพอิสระที่ต้องดำรงความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือได้ เช่นเดียวกับผู้สอบบัญชีเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นทั้งหลายที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อให้ตรวจสอบบัญชีของกิจการว่าเป็นประการใด มีความถูกต้องทางบัญชีการเงินตามมาตรฐานการบัญชีหรือไม่ และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีหน้าที่รายงานต่อที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น จะนำข้อมูลหรือผลการตรวจสอบไปแจ้งแก่ผู้อื่นไม่ได้โดยเด็ดขาด

ดังนั้นนักวิชาชีพทำบัญชีและสอบบัญชีจึงต้องเป็นนักวิชาชีพที่ผ่านการศึกษาอบรมโดยเฉพาะและต้องห้ามมิให้ประกอบกิจการอย่างอื่นด้วย

การแก้ไขกฎหมายโดยกำหนดให้ผู้ทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีข้อสงสัยว่าจะทำการฟอกเงิน เป็นการล่วงพ้นไปจากวิชาชีพที่นักบัญชีและผู้สอบบัญชีได้เรียนรู้หรือทำการได้ เป็นการยัดเยียดสิ่งที่เขาไม่รู้ เขาไม่ถนัด ให้เป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบ การบังคับลักษณะนี้จึงส่อว่าจะละเมิดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย

ประการที่สาม ก่อนหน้าที่จะมีการรับงานทำบัญชีหรือสอบบัญชี ทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่สามารถรู้รายละเอียดข้อมูลทั้งหมดของลูกค้าได้เพราะยังเป็นบุคคลภายนอก จึงสามารถขอข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเป็นรายการที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วงเข้าไปตรวจสอบถึงคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นแต่ละคน ว่ามีสภาพครอบครัว มีสภาพธุรกิจอย่างไร หรือมีฐานะสำคัญอันถือได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อกิจการนั้นอย่างไร โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นในต่างประเทศไม่มีทางที่นักบัญชีและผู้สอบบัญชีจะขอข้อมูลได้เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

อย่าว่าแต่นักวิชาชีพทำบัญชีหรือสอบบัญชีเลย หลายครั้งที่ ป.ป.ช. หรือ ปปง. หรือ ป.ป.ส. ขอข้อมูลเหล่านี้จากบุคคลในต่างประเทศ เขาก็ไม่ให้ดื้อ ๆ ปานนั้นแล้วหน่วยงานที่ขอก็ไม่มีปัญญาที่จะดำเนินคดีอะไรได้

การที่แก้กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่จะต้องขอข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นการบังคับนอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติ และมีบทบัญญัติให้ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พ้นวิสัยที่นักวิชาชีพดังกล่าวสามารถทำได้ จึงเป็นการล่วงละเมิดสิทธิ์ผู้ประกอบวิชาชีพและส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญด้วย

นี่คือตัวอย่างบางประการที่จำเป็นต้องติติงเอาไว้เพื่อว่าเมื่อมีการเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อรัฐสภา ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้ตั้งเป็นประเด็นหาความกระจ่างและความถูกต้องให้ได้

และเพื่อให้นักวิชาชีพทำบัญชีและสอบบัญชีได้รู้ตัวไว้ล่วงหน้าว่าหายนะกำลังจะมาเยือน ความรับผิดชอบในสิ่งที่นักวิชาชีพไม่รู้ ไม่มีความชำนาญ และไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบถ้าหากการแก้ไขกฎหมายนี้สำเร็จ

ก็ได้แต่หวังว่าผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่คณะกรรมการ ปปง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คณะรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภา จะได้รับรู้รับทราบและแสวงหาข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อคุ้มครองประโยชน์แห่งชาติและผู้ประกอบการวิชาชีพดังกล่าวก่อนที่จะสายเกินการ.

“นิพนธ์” ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483329

“นิพนธ์” ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม

12 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” ควง นายกอบจ.สงขลา ลงพื้นที่เมืองสงขลาเตรียมรับมืออุทกภัย พร้อมทั้ง สำรวจการก่อสร้างสะพานลอยบันใดเลื่อน หน้ารพ.สงขลา เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา(นายก อบจ.สงขลา) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกคูคลองเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยช่วงฤดูฝน บริเวณเทศบาลตำบลพะวง และพื้นที่รอบอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง

"นิพนธ์" ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม“นิพนธ์” ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม

นายนิพนธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้มีการเตรียมแก้ปัญหาไว้ 2 ปัญหา คือ การแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณห้าแยกเกาะยอ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนี้ จะมีปัญหาน้ำท่วมขังทุกครั้ง ที่มีฝนตกลงมาสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

นายนิพนธ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เมืองสงขลา เตรียมรับมืออุทกภัยนายนิพนธ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เมืองสงขลา เตรียมรับมืออุทกภัย

ซึ่งอบจ.สงขลาได้จัดเครื่องจักรกลที่จะขุดลอก คู คลอง บริเวณริมรั้วโรงพยาบาลสงขลา เพื่อระบายน้ำลงสู่คลองวง ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา และดึงน้ำจากภูเขาเทียมดาหรือเขาเทวดาลงไปสู่ทะเลสาบสงขลาด้วย

"นิพนธ์" ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม“นิพนธ์” ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม

นอกจากนี้ได้ติดตามการเตรียมการก่อสร้างสะพานลอย (บันไดเลื่อน) บริเวณหน้าโรงพยาบาลสงขลา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้บริการผู้สูงอายุ คนเจ็บป่วย คนพิการและเด็ก รวมทั้งรถที่สัญจรไปมา ซึ่งในบริเวณดังกล่าวเกิดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 

"นิพนธ์" ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม“นิพนธ์” ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม

ทางอบจ.สงขลาจึงได้ประสานงานไปยังกรมทางหลวงในการขอใช้สะพานลอยของกรมทางหลวงนี้มาปรับปรุงให้เป็นสะพานลอยที่ใช้บันไดเลื่อน

"นิพนธ์" ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม“นิพนธ์” ลงพื้นที่เมืองสงขลา วางแผนรับมือน้ำท่วม

โดยทางอบจ.สงขลาจะเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าโครงการนี้เสร็จเรียบร้อยจะเป็นสะพานลอยบันไดเลื่อนแห่งที่ 2 ของอบจ.สงขลา ซึ่งจุดแรกคือ สะพานลอยบันได้เลื่อน หน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) ถือเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางถนนและแก้ปัญหาจราจรติดขัดไปในตัวด้วย

“อย่าตระหนก” กองทัพบกแจงเคลื่อนย้ายกำลังพล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483270

“อย่าตระหนก” กองทัพบกแจงเคลื่อนย้ายกำลังพล

12 ก.ย. 2564

กองทัพบก ออกเอกสารแถลงการเคลื่อนย้ายกำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานเข้าร่วมการฝึก 

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 64  สำนักงานเลขานุการกองทัพบกแผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ ออกเอกสารแถลงการ เคลื่อนย้ายกำลังพล 

โดยระบุว่า  กองทัพบก กำหนดแจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน โดยกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4  กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2

เพื่อออกทำการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ประจำปี 2564 ณ พื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี (ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อย่าตระหนก" กองทัพบกแจงเคลื่อนย้ายกำลังพล“อย่าตระหนก” กองทัพบกแจงเคลื่อนย้ายกำลังพล

กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2เคลื่อนย้ายกำลังพลไปพื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี 

กำหนดเคลื่อนย้าย ในวันที่ 14 ก.ย. 64 เวลา 05.00 น. เคลื่อนย้ายทางรถยนต์และทางรถไฟจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 – ถ.ทหาร – สี่แยกประดิพัทธ์  – ย่านสินค้าพหลโยธิน – ถ.พหลโยธิน – ถ.เลี่ยงเมืองสระบุรี – สี่แยกพุทธบาท จ.สระบุรี

"อย่าตระหนก" กองทัพบกแจงเคลื่อนย้ายกำลังพล“อย่าตระหนก” กองทัพบกแจงเคลื่อนย้ายกำลังพลกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2เคลื่อนย้ายกำลังพลไปพื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี 

ปลายทาง พื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2  ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 17 ก.ย. 64  ถึงที่หมายภายในเวลาประมาณ 20.00 น.

“ทีมเดียร์” พบเขตหนองจอกอ่วม วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483263

“ทีมเดียร์” พบเขตหนองจอกอ่วม วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม

12 ก.ย. 2564

“ศิริพงษ์” ทีมเดียร์พลังประชารัฐ วอน กรมชล-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม”เขตหนองจอก” หลัง ปชช.เดือดร้อนหนัก ถนนถูกตัดขาด สัญจรไม่ได้ 

ภายหลังฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย เช่นเดียวกับในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร เริ่มประสบอุทกภัยบ้างแล้ว อย่างเช่น พื้นที่เขตหนองจอก  หลายภาคส่วนระดมทีมงานเข้าไปช่วยเหลือ 

"ทีมเดียร์" พบเขตหนองจอกอ่วม  วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม“ทีมเดียร์” พบเขตหนองจอกอ่วม วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม

ล่าสุด  นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม.เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)  พร้อมด้วยนายณรงค์ รัสมี และทีมงานนางวทันยา  วงษ์โอภาสี หรือ “เดียร์” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชารัฐ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ อาหารปรุงสุก น้ำดื่ม ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายศิริพงษ์ กล่าวว่า สองอาทิตย์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในแขวงลำผักชี แขวงลำต้อยติ่ง แขวงกระทุ่มลายและ แขวงหนองจอก นาข้าวที่กำลังปลูกและเตรียมเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย ถนนสายต่างๆ

"ทีมเดียร์" พบเขตหนองจอกอ่วม  วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม“ทีมเดียร์” พบเขตหนองจอกอ่วม วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม

ไม่ว่าจะเป็น ถนนลำต้อยติ่ง ถนนวัดใหม่กระทุ่งโล้ง ถนนยังพัฒนา  ถนนลำผักชี ถนนอู่ตะเภา ถนนบึงขวาง ถนนเลียบคลองต่างๆ หลายสิบเส้นทาง ถูกตัดขาด ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ กระทบต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการออกไปทำงาน บางพื้นที่ ต้องใช้เรือสัญจร 

ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน และ กรุงเทพมหานคร ช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพราะในวันที่ 14 ก.ย.นี้ จะมีพายุเข้าอีกหนึ่งลูก

"ทีมเดียร์" พบเขตหนองจอกอ่วม  วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม“ทีมเดียร์” พบเขตหนองจอกอ่วม วอน กรมชลฯ-กทม.เร่งระบายน้ำท่วม

เท่ากับว่าน้ำเหนือ ก็จะไหลลงมา ในพื้นที่เขตหนองจากประกอบกับน้ำฝน ที่ตกลงมา ก็จะส่งผลให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วมต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมจากที่ต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 อยู่แล้ว

“ลิซ่า” ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483251

“ลิซ่า” ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย

12 ก.ย. 2564

กรณ์ จาติกวณิช มองทะลุกระแส “ลิซ่า” สัญญานที่ดีว่า “เสน่ห์ไทย ในมุมพลังสร้างสรรค์ยังขายได้ในสายตาชาวโลก เป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่มีเยอะกว่าประเทศอื่นมาพลิกโฉมประเทศไทย

นาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสความนิยมศิลปิน  “ลิซ่า” กับการโปรโมท  MV  “ลิซ่า ลลิษา” ขึ้นเทรนด์ฮอตฮิตดังไกลในระดับโลก 

โดยเฉพาะการสอดประสานความเป็นไทยให้ต่างชาติได้ประจักษ์  ซึ่งในมุมมองของกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้แสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ

ทั้งนี้ นายกรณ์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเพจ กรณ์ จาติกวณิช  โดยขึ้นต้นหัวข้อเรื่อง  #LALISA พา #SoftPower ของไทยไปอวดคนกว่า 70 ล้านวิวทั่วโลกภายใน 24 ชั่วโมง กระแสพลังบวกแห่ง Thainess ที่ไม่พูดถึงไม่ได้

"ลิซ่า" ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย“ลิซ่า” ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย

มีเนื้อหาดังนี้ กระแส LALISA ในบ้านเราเปรี้ยงปร้างขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เพราะสาวก BLINK หรือแฟนคลับลิซ่า แต่เพราะเนื้อหาใน MV ที่มีความเป็นไทยสอดแทรกไว้อย่างน่าดู และน่าชม

เป้าหมายของอัลบั้ม LALISA คือบุกตลาดอเมริกา หลังจาก BLACKPINK ตีตลาดจีน และอาเซียนไปได้แล้ว การที่โปรดิวเซอร์และทีมกลยุทธ์ตอบสนองความต้องการของลิซ่า โดยเอาความเป็นไทยใส่เข้าไปใน MV ขนาดนี้ ถือเป็นสัญญานที่ดีว่า “’เสน่ห์ไทย’ ในมุมพลังสร้างสรรค์ยังขายได้ในสายตาชาวโลก

"ลิซ่า" ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย“ลิซ่า” ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย

Soft Power คือยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการพลิกฟื้นประเทศเกาหลี และเป็นโอกาสของประเทศไทยเช่นกันที่จะใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่เรามีเยอะกว่าประเทศอื่นมากๆ มาพลิกโฉมประเทศไทย ใช้พลังสร้างสรรค์ของคนไทยให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะช่วยให้เรารอดและโตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งอุปสรรคในการผลักดันเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของ Mindset ของระบบราชการ คิดแล้วน่าเสียดายที่พอจะชูความเป็นไทยแบบสร้างสรรค์ ต้องไปดันกันนอกประเทศผ่านเพลงเกาหลี (เพราะถ้าอยากทำแบบเดียวกันในประเทศไทย มีปราสาท ชฎา สไบ คงได้เถียงกันหนักกว่านี้) กว่าจะสร้างรายได้ขายเสน่ห์ความเป็นไทย ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจ ต้องส่งเสริมให้ผลิตผลงานสร้างสรรค์ได้อย่างเสรี มากกว่ามาจี้ถาม ตรวจสอบควบคุม

"ลิซ่า" ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย“ลิซ่า” ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย

และที่สำคัญ ต้องเข้าใจผู้บริโภคว่าต้องการอะไร บางอย่างต้องปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ดีไซเนอร์ไทยทั้งคุณหมู ASAVA ที่ออกแบบชุดไทยประยุกต์ แบรนด์ Hook’s by Prapakas สำหรับรัดเกล้ายอด และเครื่องประดับดอกไม้จากแบรนด์ SARRAN ใน MV นี้เป็นตัวอย่างของการเอาความเป็นไทยไปถ่ายทอดในงานสมัยใหม่ได้สวยงามและลงตัว

ผมเชื่อว่า คนไทยมีความสร้างสรรค์ในสายเลือด แต่ยังขาดกลไกที่จะดึงออกมาสร้างผลทางเศรฐกิจ ถ้าอยากผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Thai Soft Power เป็น Creative Economy ได้อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ด้านบันเทิง ดีไซน์ กีฬา e-Sport อาหาร Wellness Events & Tourism หรืออีกหลายเรื่อง ต้องมาจากนโยบายที่เข้าใจความต้องการและคุยกับตลาดโลกให้เป็น แล้วส่งเสริมทั้งเรื่องทุน กับทักษะความรู้ของคนอย่างต่อเนื่อง

อยากเก่งเรื่องไหน ดูเลยที่ประเทศไหนเก่งแล้วส่งคนไปเรียน ไปทำงาน ไปฝังตัว ลองผิดลองถูกจนกว่าจะมีฝีมือ เจอช่องทางทำมาหากิน สนับสนุนคนเก่งให้ไปรับวิธีการและวัฒนธรรมการทำงานดีๆ กลับมา ระบบก็จะดีขึ้น คุณภาพงานก็จะดีขึ้น

ยุทธศาสตร์นี้เป็นเกมยาว เราต้องเอา 1.ทุนเดิมที่เรามีมาบวกกับ 2.การบริหารจัดการที่ดี อาจใช้เวลา 5-10 ปีถึงจะเห็นผล แต่ต้องทำ เพราะนี่คือ “โอกาสของประเทศไทย” กับขีดความสามารถใหม่ให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

"ลิซ่า" ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย“ลิซ่า” ภาพสะท้อนเสน่ห์ไทย เป็นโอกาสใช้ทุนทางวัฒนธรรมพลิกโฉมประเทศไทย

ในระยะสั้นปรากฎการณ์ LALISA จะช่วยกระตุ้นยอดขายกำลังซื้อ เสื้อผ้า งานศิลปะ สินค้าวัฒนธรรมไทยได้อีกมหาศาล ผู้ประกอบการทั้งหลายอย่าปล่อยโอกาสนี้ไปครับ ยุคแห่ง E-Commerce โปรโมท Thainess และขายของไทย ดึงสปอตไลท์กลับมาที่ประเทศไทยของเรา

#ThaiSoftPower #พลังไทยสร้างสรรค์

ชาวบ้านเฮ ที่ดินคือชีวิต “นิพนธ์” มอบโฉนดที่ดิน 19,000 แปลง ใน 4 จ.ชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483225

ชาวบ้านเฮ ที่ดินคือชีวิต “นิพนธ์” มอบโฉนดที่ดิน 19,000 แปลง ใน 4 จ.ชายแดนใต้

12 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” มอบโฉนดที่ดิน ให้ประชาชนใน 4 จ.ชายแดนใต้ หวังแก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกร สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เผย กรมที่ดิน เร่งขยายการออกโฉนดให้เร็วขึ้น เพราะที่ดินคือชีวิตของพี่น้องประชาชน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 ที่หอประชุมอำเภอสายบุรี ตำบลตะลุบัน จังหวัดปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในมอบโฉนดที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2564 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ กรมที่ดิน และส่วนราชการร่วมในการมอบฯ ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กรมที่ดินได้จัดทำโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” โดยได้ดำเนินการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส)

นายนิพนธ์  มอบโฉนดที่ดินนายนิพนธ์ มอบโฉนดที่ดิน

อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน โดยมีเป้าหมายจำนวน 15,500 แปลง โดยใช้อัตรากำลังเจ้าหน้าที่สายสำรวจ เข้าดำเนินการกระจายไปในแต่ละพื้นที่เป้าหมาย

รมช.มหาดไทย มอบโฉนดที่ดินรมช.มหาดไทย มอบโฉนดที่ดิน

นายนิพนธ์ กล่าวแสดงความยินดีกับประชาชนที่ได้รับโฉนดที่ดิน โดยในพื้นที่จังหวัดปัตตานีสามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามแผนจำนวน 2,024 แปลง เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม แก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกร ปัญหาเขตที่ดินทับซ้อนและแนวเขตพื้นที่ป่าที่ไม่ชัดเจน 

รมช.มหาดไทย มอบโฉนดที่ดินรมช.มหาดไทย มอบโฉนดที่ดิน

รวมถึงเพื่อให้โฉนดที่ดินที่ได้ เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือโดยทั่วไป ประชาชนจะมีความมั่นคงในกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน นำมาพัฒนาที่ดิน เพิ่มผลผลิตสร้างรายได้ ซึ่งกรมที่ดินได้พยายามเร่งรัดในการที่จะเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด

 โดยปีต่อๆไปจะพยายามขยายพื้นที่ ในการเดินสำรวจออกโฉนดให้ประชาชน เพราะเราถือว่า “ที่ดิน คือชีวิตของพี่น้องประชาชน” ที่ดินจะลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สำคัญคือให้พี่น้องประชาชนมีที่ทำกิน สร้างรายได้ให้กับครอบครัว กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข จะพยายามอย่างดีที่สุดในการเร่งรัดออกโฉนดที่ดินให้พี่น้องประชาชน

โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ย ที่ผ่านมา นายนิพนธ์ และคณะได้มอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ตามโครงการ “ มอบโฉนดที่ดินทั่วไทยนำสุข คลายทุกข์ให้ประชาชน” จำนวน 50 ราย 50 แปลง รวมพื้นที่ 112 ไร่ 3 งาน 86.5 ตารางวา โดยให้ศูนย์อำนวยการโฉนดที่ดินจังหวัดสงขลา-พัทลุง-สตูล นครศรีธรรมราช ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาสามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามแผนไปแล้วกว่า 2,856 แปลง

“9/11” ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483214

“9/11” ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากร

11 ก.ย. 2564

20 ปีกับเหตุการณ์ “9/11” รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการสายความมั่นคง ถ่ายทอดประสบการณ์จากการวิเคราะห์สถานการณ์ขณะนั้น และแนวโน้มในอนาคต

ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว กับเหตุการณ์วินาศกรรมสั่นสะเทือนโลก ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2011  

ช่วงเวลานั้น นักวิชาการสายความมั่นคง อย่าง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร  อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองโลกไว้อย่างน่าสนใจ 

วันนี้ ( 11 ก.ย. 64 ) ครบ 20 ปี เหตุการณ์ 9/11 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ได้นำเสนอมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองโลกอีกครั้ง 

รศ.ดร.ปณิธาน นำเสนอว่า  …ในวันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน ช่วงหัวค่ำผมกำลังทานข้าวหน้าโทรทัศน์อยู่ในห้องที่หอพักของมหาวิทยาลัย ก็เห็นภาพเครื่องบินพุ่งชนตึก World Trade จำได้ว่ายกหูโทรศัพท์ไปบอกผู้ช่วยวิจัยว่าให้เปิดโทรทัศน์ไว้และติดตามดูสถานการณ์ให้ใกล้ชิด

สถานการณ์ที่ว่านี้ จริงๆแล้วมีเค้าว่าจะเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นหลายปี มีรายงานของฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการก่อการร้ายครั้งใหญ่ในอเมริกา และมีคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯในขณะนั้นที่กำลังจะลงจากตำแหน่ง ให้หน่วยงานความมั่นคงเฝ้าระวังสถานการณ์ให้ดี แต่เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นจนได้ มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากมาย และเกิดสงครามต่อต้านการก่อการร้าย สงครามกลางเมือง และเหตุการณ์ต่างๆตามมาอีกมาก ซึ่งก็ทำให้การเมืองและความมั่นคงของโลกเปลี่ยนไป และส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯและต่อประเทศต่างๆ รวมทั้งต่อผู้คนจำนวนมากมาจนถึงทุกวันนี้อย่างที่ทุกท่านก็ทราบดี

"9/11" ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากร“9/11” ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากรรศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

รศ.ดร. ปณิธาน เล่าต่อไปว่า ผมยังจำได้ว่าหลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 ไม่กี่วัน ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ของคุณสุทธิชัย หยุ่น และอีกหลายรายการร่วมกับนักวิชาการคนอื่นๆ ซึ่งผมก็ให้ความเห็นว่าอีกไม่นานสหรัฐฯ ก็จะเข้าสู่สงครามกับอัฟกานิสถาน และจะเลยไปทำสงครามกับอิรัก ซึ่งก็จะพบกับความวุ่นวายต่างๆ อีกมาก และจะกระทบกับไทยหลายประการ รวมทั้งเราอาจจะถูกดึงเข้าไปช่วยสหรัฐฯกับพันธมิตรของเขาที่อิรักด้วย ซึ่งก็จะมีความสูญเสียเกิดขึ้นกับทหารไทยได้

"9/11" ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากร“9/11” ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากรPhoto source: https://images.app.goo.gl/CQ1RgHAWWrsmXKNv6 and from NEAT.

ในประเด็นหลังนี้ ผมยังจำได้ว่าได้ไปพูดเพิ่มเติมในรายการของคุณสำราญ รอดเพชรที่สถานีโทรทัศน์ iTV กับนายทหารและคณะที่ถือกันว่าเป็นนักคิดนักวางแผนที่เก่งของกองทัพในขณะนั้น แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับผม

รวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ตัดสินใจส่งทหารช่างของไทยไปช่วยซ่อมแซมบ้านเมืองในอิรัก ก็มีทีท่าไม่เห็นด้วยกับพวกเรานักวิชาการที่ค่อนข้างเป็นกังวลกับจุดยืนของประเทศไทยและทหารไทยในเรื่องนี้ (ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของทหารไทยที่ไปปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตในอิรักด้วยครับ)

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีบทเรียนต่างๆเกิดขึ้นมากในด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ทั้งในทางวิชาการและทางปฏิบัติ เหตุการณ์ที่คนส่วนใหญ่ไม่คิดไม่เชื่อว่าจะเกิด ก็เกิดขึ้น ความผิดพลาดหรือข้อบกพร่องหลายประการของประเทศที่พัฒนาแล้วหรือที่ว่ากันว่าเจริญแล้ว ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น ก็ได้เห็น

ประเทศที่อ่อนแอหรือกำลังพัฒนาที่ตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้งและการแทรกแซงที่คิดว่าจะดีขึ้น ก็ไม่ดีขึ้น และผู้คนจำนวนมาก ก็ยังที่ถูกผลกระทบจากสงคราม ความรุนแรงและความขัดแย้ง อย่างที่ไม่ควรจะเป็น

รวมทั้งเหตุการณ์เมื่อเร็วๆนี้ ที่สหรัฐฯต้องถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน และการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนคิดว่าคงไม่มีอะไรดีขึ้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และคงจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือมหาสงครามในอนาคตได้ยาก และมหาสงครามของมหาอำนาจที่ว่านี้ ก็คงจะปะทุขึ้นมาในทวีปเอเชียของเรา

"9/11" ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากร“9/11” ในความทรงจำ: แนวโน้มในอนาคต มุมมอง ปณิธาน วัฒนายากร

Remembering 9/11

Photo source: https://images.app.goo.gl/CQ1RgHAWWrsmXKNv6 and from NEAT.

แต่ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมานี้ เราก็ยังได้เห็นผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ หลายหลายรุ่น และหลากหลายวัย มีความหวังร่วมกันมากขึ้น ที่จะสร้างสังคมโลกให้มีสันติสุข และได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง ผ่านช่องทางใหม่ๆ ด้วยวิธีการหรือเครื่องมือสมัยใหม่ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ หากความร่วมมือร่วมใจเหล่านี้เป็นไปได้ด้วยดี ก็เชื่อกันว่าแนวโน้มอีก 20 ปีข้างหน้า จะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา

วัฒนา เชื่อ “ธรรมนัส” ยังไม่ทิ้ง พปชร. มีปัญหากับ บิ๊กตู่ ไม่เกี่ยวกับพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483211

วัฒนา เชื่อ “ธรรมนัส” ยังไม่ทิ้ง พปชร. มีปัญหากับ บิ๊กตู่ ไม่เกี่ยวกับพรรค

11 ก.ย. 2564

ประธานคณะกรรมการกฎหมายและการเมือง พรรคไทยสร้างไทย วัฒนา เมืองสุข เชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ยังไม่ทิ้ง พปชร. เพราะมีปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ

ประธานคณะกรรมการกฎหมายและการเมือง พรรคไทยสร้างไทย นายวัฒนา เมืองสุข กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ สั่งปลด “ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​” ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า หากมองในมุมของรัฐบาลเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้​เนื่องจากพลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำรัฐบาล​ มีอำนาจในการตัดสินใจ​

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน​ เกิดประโยชน์แค่กับตัวพลเอกประยุทธ์เองเท่านั้น​ ที่ทำเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้
เท่านั้น

ส่วนกระแสข่าวที่ “ร.อ.ธรรมนัส” อาจกลับไปอยู่พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคเดิมนั้น นายวัฒนา กล่าวว่า ตนลาออกจากพรรคเพื่อไทยมานานแล้ว​ จึงไม่ขอออกความเห็นต่อเรื่องนี้​

แต่ส่วนตัวเชื่อว่า “ร.อ.ธรรมนัส” น่าจะยังอยู่ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ​ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างพลเอกประยุทธ์กับ “ร.อ.ธรรมนัส” ซึ่งพลเอกประยุทธ์​ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ​​ จึงมองว่าเป็นคนละส่วนกัน​หาก “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่ได้มีปัญหากับคนในพรรคเชื่อว่ายังสามารถร่วมงานกันได้ ​

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : “ธรรมนัส”ผู้มากบารมี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี 

                          :”#ธรรมนัส” แซ่ดว่อนเน็ตดีลมีนัยกุมความลับ

                        :ทางสายใหม่”ธรรมนัส” พรรคอีสานล้านนา    

ส่วนจะมีการชักชวนมาอยู่พรรคไทยสร้างไทยด้วยกันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในสมัยหน้าหรือไม่นั้น นายวัฒนา กล่าวว่า​ไม่มีแนวคิดเรื่องนี้และเชื่อว่า “ร.อ.ธรรมนัส” ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วมีวุฒิภาวะพอ​สามารถเลือกเองได้ว่าจะไปร่วมงานกับใคร 

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน”เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า” 3 บุคคลสำคัญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483208

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน”เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า” 3 บุคคลสำคัญ

11 ก.ย. 2564

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯพระราชทาน”เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า” ฝ่ายหน้า ชั้นตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ จำนวน 3 คน

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 64  ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้น ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ จำนวน ๓ คนดังนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเซฟ ‘พ.ต.อ.ณรัชต์-มาดามแป้ง’ มหาเศรษฐี 4,690 ล้าน

โปรดเกล้าฯ’อุดมเดช’ขึ้นผบ.ทบ.-824นายพลทหาร

เปิดใจนักร้อง“คสช.”สู่ 4 บทเพลงของนายกรัฐมนตรี

1. พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์

2. พลโท ปณต แสงเทียน

3. พลโท กฤษดา สาริกา

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่  29  สิงหาคม พุทธศักราช 2564

ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พุทธศักราช 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน"เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า" 3 บุคคลสำคัญโปรดเกล้าฯ พระราชทาน”เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า” 3 บุคคลสำคัญอนึ่ง  พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง  กรรมการและเลขานุการ ใน คณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี ด้วยหัวใจ และอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์

อ่านรายละเอียดได้ที่นี่

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/B/043/T_0001.PDF

จุรินทร์ ย้ำ นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณ “ปรับ ครม.” รับอาจกระทบพรรคร่วมฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/483200

จุรินทร์ ย้ำ นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณ “ปรับ ครม.” รับอาจกระทบพรรคร่วมฯ

11 ก.ย. 2564

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ย้ำ นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณ “ปรับ ครม.” พร้อมให้กำลัง พปชร. แก้ปัญหาภายใน รับอาจกระทบพรรคร่วมรัฐบาล หากพรรคแกนนำฯยังมีปัญหา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัติย์ กล่าวถึงการกระแสการ “ปรับคณะรัฐมนตรี” หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ จากนายกรัฐมนตรี

ส่วนกระแสมีชื่อนายสาธิต ปิตุเตชะ  รมช. กระทรวงสาธารณสุข โยกไปนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ยังไม่ขอตอบเพราะยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นและการ”ปรับคณะรัฐมนตรี”ต้อง
เกิดจากนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เกิดจากคนที่อยากเป็น รัฐมนตรี เพราะหากเป็นเช่นนั้นคงมีโผจำนวนมาก

และหากมีการปรับในส่วนของประชาธิปัตย์ เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะส่งสัญญาณเพราะสามารถพูดคุยกันได้ ไม่มีม่านกั้นระหว่างนายกฯ กับพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐนั้นตนขอเป็นกำลังใจ  ให้พรรคพลังประชารัฐ แก้ไขสถานการณ์ภายในให้ดีขึ้น แต่ไม่ก้าวล่วงวิจารณ์นายกฯ

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :เลือกบัตร 2 ใบ จุดแข็ง “ประชาธิปัตย์”

                          :นายกฯ ยัน ไม่มี”ปรับ ครม.”ตอนนี้

                         :”ประมวล” ชี้ ปรับครม. ต้องเพื่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม พลังประชารัฐถือเป็นพรรคแกนหลักของพรรครัฐบาล หากยังมีปัญหาก็อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลได้