พิรุธอื้อ “ธรรมนัส” ทำหนังสือลาออกจาก รมต.ผิดเพี้ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482896

พิรุธอื้อ “ธรรมนัส” ทำหนังสือลาออกจากรมต.ผิดเพี้ยน

10 ก.ย. 2564

โลกโซเชียลตาเป็นสัปปะรด จับพิรุธ “ธรรมนัส” ทำหนังสือลาออกจากรัฐมนตรี พบจุดผิดพลาดหลายแห่ง ตั้งข้อสังเกต รีบเขียนหนังสือลาออกจนผิดพลาดขนาดนั้นเชียวหรือ

ภายหลังราชกิจจานุเบกษาประกาศให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์  และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรมช.แรงงาน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา 

ช่วงบ่ายของวันที่ 9 ก.ย. ร.อ.ธรรมนัส ได้เปิดแถลงข่าวที่รัฐสภาว่าได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอลาออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับแสดงหนังสือลาออกให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสื่อมวลชนตรวจสอบหนังสือลาออกจากตำแหน่งรมช.กลับพบว่า มีการเขียนผิดพลาด  เช่นเดียวกับโลกโซเชียลได้ตรวจพบจุดผิดเพี้ยนอีกหลายตำแหน่งจนนำมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ดังปรากฎตามภาพ

ไม่ว่าเป็นหัวกระดาษ แทนที่ขึ้นว่าหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง แต่มีคำว่า “แบบ”หนังสือขอลาออกจากตำแหน่งติดมาด้วย 

มีการกำหนดวันที่ 8 กันยายน ซึ่งจัดวางตำแหน่งไม่ตรงกลางของหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการทั่วไป 

ถัดมา มีการใช้เครื่องหมาย ฯ หรือไปยาลน้อยนำหน้า นายกรัฐมนตรี  “ฯพณฯ” แบบไม่ครบถ้วน 

การจัดวรรคตอนระหว่างบรรทัด ไม่เสมอหรือตรงกัน เช่น คำว่า เรื่อง บรรทัดแรก ไม่ตรงกับ เรียน ที่อยู่ในบรรทัดถัดไป ควรจะมีการจัดหน้าระหว่างบรรทัดให้ตรงกัน  

สำคัญ แม้แต่ชื่อ “ธรรมนัส” ในจดหมายลาออกฉบับนี้ มีการใส่ชื่อทั้ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ขณะที่ ตอนท้ายลงนาม กับวงเล็บชื่อตนเองว่า “นายธรรมนัส พรหมเผ่า” 

นอกจากนี้ ยังขาดการเขียนคำลงท้ายว่า “ขอแสดงความนับถือ” 

(ดูตามภาพ)

พิรุธอื้อ "ธรรมนัส" ทำหนังสือลาออกจากรมต.ผิดเพี้ยนพิรุธอื้อ “ธรรมนัส” ทำหนังสือลาออกจากรมต.ผิดเพี้ยน

ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตของผู้ตรวจสอบหนังสือลาออกฉบับดังกล่าวต่างต่างนานา บ้างวิพากษ์วิจารณ์ว่า หากเป็นผู้ทำหน้าที่ในวงการราชการและจัดทำหนังสือลาออกให้“ร.อ.ธรรมนัส” ไม่น่าผิดพลาดมากมายขนาดนี้ 

หรือเป็นความตั้งใจให้ผิดพลาด หรือ รีบร้อนจัดพิมพ์เพื่อให้ทันต่อการแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา

อย่างไรก็ตาม  แม้มีความพยายามรีบออกมาแถลงข่าวและโชว์หนังสือว่าขอลาออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 9 ก.ย. แล้วก็ตาม

คงไม่ทันการณ์กับ ราชกิจจานุเบกษา ที่เผยแพร่ออกมาว่า ให้สองรมต.พ้นจากตำแหน่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.

สอดคล้องกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า “การพ้นตำแหน่งรมต.ของ ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มีผลตั้งแต่ 00.01 น. ของวันที่ 8 ก.ย.ไปแล้ว   

ปราบพยศ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ปลดพ้น รมช.แรงงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482875

ปราบพยศ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ปลดพ้น รมช.แรงงาน

09 ก.ย. 2564

เหตุผลทางการเมืองที่ทำให้ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ต้องกระเด็นตกจากเก้าอี้รัฐมนตรี คือ ถูกมองว่าร่วมเป็นเครือข่ายการล้มเก้าอี้นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ซึ่งตอนนี้กลายเป็นอดีต รมช.แรงงาน ไปแล้วหลังถูกปลดกลางอากาศ 

ชื่อเล่นว่า แหม่ม เกิดวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2516  อายุ 48 ปี ผ่านประสบการณ์ทำงานเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า และเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

ต่อมาได้รับการชักชวนจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เป็น รมว.คลัง   

งานการเมือง  (เติบโตอย่างรวดเร็ว)

“นฤมล” ได้เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 ของพรรคและได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

ต่อมาภายหลังลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

มิถุนายน 2563 “นฤมล” ได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐจนเกิดกระแสข่าวระหองระแหงกันระหว่างทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด กับทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ และเสียงวิจารณ์แทงข้างหลังทีมนายสมคิดผู้มีพระคุณ

ซึ่ง”นฤมล” ยืนยันไม่มี เป็นการตีความกันไปเองและยังเคารพนายสมคิด เหมือนเดิม  

ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รุมยี้อย่างรุนแรง ในกลุ่มบุคคลและแฟนเพจหลายแห่งที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงความเหมาะสมของ”นางนฤมล” ในการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :”พล.อ.ประวิตร” ปัดนัดกินข้าว ส.ส.บอกไม่หิว 

                           “ธรรมนัส” ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี 

                             วิษณุ ชี้ คำสั่งนายกฯสองรมต.”โดนปลด” 

 สำหรับที่มาของตำแหน่งโฆษกรัฐบาลนั้น “อาจารย์แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ได้รับคำแนะนำจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ  ให้สละเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาเป็นโฆษกรัฐบาลเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เห็นศักยภาพในระยะใกล้ตา  
  

แต่ในตำแหน่งโฆษกรัฐบาลของ ‘อาจารย์แหม่ม’ ที่ดูเหมือนใกล้แต่ยิ่งไกล พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปเรื่อย ๆ ผลงานไม่เป็นที่ประทับใจ ไม่เข้าตา ไม่สามารถประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลให้ประชาชนเห็นประจักษ์และทำให้รัฐบาลต้องตั้งรับจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม

ทำให้ต่อมา “นฤมล” เปลี่ยนไปเป็นเงาของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จนต่อมาลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

“นฤมล “ เป็นผู้หญิงคนที่ 3 ที่ได้เป็น  รัฐมนตรีแรงงาน

“นฤมล”ได้รับมอบหมายจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้ดู กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(องค์การมหาชน)

และเธอต้องการยกระดับฝีมือแรงงานและยกระดับกระทรวงแรงงานให้เป็น กระทรวงเศรษฐกิจ โดยเห็นว่ามีความสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองเศรษฐกิจที่จะต้องรองรับการแก้ปัญหาโควิด-19 และยังให้ถือโอกาสนี้ปรับและพัฒนาเพิ่มทักษะแรงงานไทยไปด้วย 

แต่ปรากฏว่าตลอดเวลา 1 ปี ของการนั่งในตำแหน่ง รมช. แรงงาน กลับไม่ปรากฏผลงานที่เข้าตาประชาชน และระยะหลังมานี้ผู้คนแทบจำไม่ได้ว่าเธอเป็นรัฐมนตรี จนเข้าข่ายเป็น รัฐมนตรีโลกลืม คนหนึ่ง

และเมื่อไปพลิกดูโปร์ไฟล์ของ”อาจารย์แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์”

พบว่าเพียบพร้อมเลิศหรู เป็นทั้ง”ดอกเตอร์”และ”ศาสตราจารย์” ซึ่งสำหรับเส้นทาง”นักวิชาการ” มีคนไม่มากนักที่ได้ครบทั้งสองอย่าง

ส่วนด้านการศึกษา -ปริญญาตรี สถิติศาสตรบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์)คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

-ปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต(คณิตศาสตร์ประยุกต์) มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ

-บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์) มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย       

-ปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การเงิน) มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

-เคยเป็นอาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า 

 ฉายาในโลกโซเชียล ของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ คือ “โฆษกบิ๊กอาย” หรือคอนแทคเลนส์ตาโต ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่นสาว ๆ ที่อยากมีดวงตากลมโตดูสดใส

สำหรับเหตุผลทางการเมือง ที่ทำให้เธอต้องหล่นจากเก้าอี้รัฐมนตรีในครั้งนี้ คือ ถูกกล่าวหาว่าร่วมเป็นเครือข่ายการล้มเก้าอี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมขบวนกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ถนนทางการเมืองของเธอ ได้จบลงแล้วหรือจะกลับมาผงาดได้อีกหรือไม่ ในรูปแบบใด  

“นิพนธ์” ถกศปถ. 25 จ.ภาคกลาง ย้ำ เมื่อคลายล็อก ต้องเข้มงวดวินัยจราจร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482870

“นิพนธ์” ถกศปถ. 25 จ.ภาคกลาง ย้ำ เมื่อคลายล็อก ต้องเข้มงวดวินัยจราจร

09 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” ถก ศปถ. 25 จ.ภาคกลาง ย้ำ เมื่อคลายล็อกโควิด -19 ต้องเข้มงวดวินัยจราจร ป้องกันไม่ให้การเสียชีวิตบนถนนเพิ่มขึ้น เผยตัวเลขปีนี้พบมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเกือบหมื่นราย

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 4 ( กรุงเทพฯและจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง 25 จังหวัด) ผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายนิพนธ์ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก

จากข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ระหว่างเดือนมกราคม – ปัจจุบัน 2564 มีผู้เสียชีวิตสะสม 9,237 ราย และบาดเจ็บสะสม 602,914 คน 

โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้นำกรอบแนวทางการดำเนินงานภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ปฏิญญาสตอกโฮล์ม และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน 

โดยมีเป้าหมายลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ให้เหลือ 12 คน ต่อประชากรแสนคนภายในปี 2570 และในปีพ.ศ. 2565 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือ 22.85 คนต่อประชากรแสนคน

นอกจากนี้ให้ดำเนินตามแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยให้ความสำคัญกับกลไกในการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.)ทุกระดับ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น

กำหนดเป็น “วาระจังหวัด” ที่จะต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในพื้นที่และให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

 เพื่อได้ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง ให้เร่งจัดตั้งศปถ.ท้องถิ่นให้ครบทุก อปท. จัดทำแผน/โครงการด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตามบริบทของสภาพปัญหาในพื้นที่ และความจำเป็นบรรจุไว้ในแผนจังหวัด แผนอำเภอ แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนปกติของหน่วยงาน เป็นต้น

 และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ลดการสูญเสียและผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างแท้จริงนำไปสู่ ”ตำบลขับขี่ปลอดภัย” เน้นให้ความสำคัญกับด่านต่างๆ เช่น ด่านโรงเรียน ด่านบ้าน ด่านโรงงาน

ซึ่งถือเป็นด่านสำคัญที่จะทำให้การขับขี่ การใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งสำรวจ จุดเสี่ยง จุดอันตราย ป้ายบอกทาง และไฟฟ้าส่องสว่าง เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ให้ถอดบทเรียนจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19 ) ของประเทศไทย และนำมาบูรณาการปรับใช้ในการตั้งด่านหรือจุดตรวจเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่และหลังจากปลดการควบคุมเข้มข้นของโรคไวรัสโควิด -19 แล้วต้องดูแลการจราจรอย่างเข้มข้นต่อไป ซึ่งขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเกือบหมื่นรายแล้ว

วิษณุ ชี้เปรี้ยง คำสั่งนายกฯสองรมต.”โดนปลด” พ้นตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482863

วิษณุ ชี้เปรี้ยง คำสั่งนายกฯสองรมต.”โดนปลด” พ้นตำแหน่ง

09 ก.ย. 2564

วิษณุ เครืองาม มือกฎหมายรัฐบาล ชี้เปรี้ยงคำสั่งนายกรัฐมนตรี “ร.อ.ธรรมนัส” -นฤมล สองรมต. “โดนปลด” พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี

มือกฎหมายของรัฐบาล วิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาแปลความราชกิจจานุเบกษา กรณี ให้สองรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งนั้น คือ “การปลดออกจากตำแหน่ง”

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยถึงกรณีที่มีพระบรมราชโองการ ให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี  ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นการปลดออกจากตำแหน่ง

เนื่องจากในตัวพระบรมราชโองการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา ส่วนวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ นั่นหมายถึง ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 ก.ย. 2564

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม เพิ่งได้ทราบข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำจดหมายลาออก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุไว้เพียงแค่ให้มีรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 36 คน

ดังนั้นจะปล่อยให้ทิ้งว่างก็ได้ เพราะเนื่องจากทั้งสองตำแหน่งนี้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) ส่วนงานในหน้าที่ของ 2 รัฐมนตรี ก็จะต้องกลับคืนสู่ รมว. เพราะอำนาจหน้าที่ของ รมช.ก็เป็นไปตามคำสั่งมอบหมายจากรมว.อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีรมช. อำนาจเหล่านั้นก็กลับคืนสู่ รมว.

เมื่อถามว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่  นายวิษณุ กล่าวว่า  ไม่มีใครคิดหรอก มีแต่สื่อที่คิด ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรในการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล

“ธรรมนัส” ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482867

“ธรรมนัส” ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา

09 ก.ย. 2564

เปิดเส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา “ธรรมนัส” จากอดีตเคยถูกจำคุกคดียาเสพติด ได้รับฉายา เทามนัส รับตำแหน่งรมช.เกษตรฯ 2 ปี ก่อนถูกปรับพ้นครม.

"ธรรมนัส" ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา“ธรรมนัส” ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา

ย้อนเส้นทางชีวิต ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐในตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2508 เป็นคนจังหวัดพะเยา สำเร็จการศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 25  และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 รุ่นเดียวกันกับ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม พ่วงใบปริญญาอีกหลายใบทั้งในและต่างประเทศ รับราชการครั้งแรกครองยศร้อยโท ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ หลังจากนั้นในปี 2536 ร.อ.ธรรมนัสต้องต่อสู้คดีในชั้นศาลออสเตรเลียข้อหาพัวพันยาเสพติดถึง 4 ปี ก่อนจะกลับมายังประเทศไทยในปี 2539 และกลับเข้ารับราชการทหารตามพระราชบัญญัติ ล้างมลทิน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2540 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชทานยศทหารกลับคืน ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2540  ก่อนถูกถอดยศ อีกครั้ง ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 ประกาศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2541และกลับมาใช้ยศ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ.2550
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ขอรับใช้คนบางกลุ่ม “ธรรมนัส” ลั่นเดินทางเดียวกับ ประยุทธ์ ไม่ได้

ด่วน “ร.อ.ธรรมนัส” แถลงลาออกจาก รมช. เกษตรฯ แล้ว

ลุ้นวินาทีสุดท้าย “โหวตวาระ3” แก้รัฐธรรมนูญ ตามใบสั่ง

"ธรรมนัส" ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา“ธรรมนัส” ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา

ร.อ.ธรรมนัส ก่อนมาร่วมงานพลังประชารัฐเริ่มต้นงานการเมืองเมื่อปี 2542 กับพรรคไทยรักไทย มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นหัวหน้าพรรค เป็นทีมงานยุทธศาสตร์เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทำงานร่วมกับปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และเป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน-พรรคเพื่อไทย เข้าใกล้ตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มากที่สุด ในการเลือกตั้งในปี 57 แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ- ถูกคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ รัฐประหารเสียก่อน และตกยู่ในบัญชีผู้มีอิทธิพล ถูก คสช.เรียกเข้าค่ายทหาร
เพราะเป็นแม่งานในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดง
นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีบารมีในวงการต่าง ๆ  มีทั้งธุรกิจรักษาความปลอดภัย ตลาดคลองเตย-ตลาดนัดจตุจักรและยังเป็น 5 เสือกองสลากมีรายได้จากการขายสลาก36 ล้านบาทต่อปี เคยเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเสธ.ไอซ์ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-นายทหารคนสนิทของทักษิณ ในฐานะกรรมการบริษัท รักษาความปลอดภัย ที.พี.การ์ด จำกัด 

นอกจากคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย เดือนสิงหาคม 2541 มีข่าวพัวพันคดีฆาตกรรม  ถูกควบคุมในเรือนจำ 3 ปี 1 เดือน และต่อสู้คดีจนกระทั้งปี 2547 ศาลชั้นยกฟ้อง-อัยการไม่อุทธรณ์ 
ปลายปี 2561 ร.อ.ธรรมนัส ถูกตำรวจกองปราบปรามออกหมายเรียกในคดีบิตคอยน์  ข้อหากระทำความผิดหลอกลวง นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ โอนเงินสกุลดิจิทัล หรือ บิตคอยน์ มูลค่า 797 ล้านบาท ซื้อหุ้นบริษัทดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสถือหุ้นอยู่ โดยอยู่ในข่ายกระทำความผิดฐานฟอกเงิน แต่ถูกกันไว้เป็นพยาน

ร.อ.ธรรมนัส มีชื่ออยู่ในโผเกียรติยศ-ได้รับรางวัล “เกียรติยศจักรดาว” ประจำปี 2564 โดยตำแหน่งในฐานะนักการเมือง ในวันที่ 27 มกราคม 2564 แต่งานถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด มีภรรยา2 คน 1ใน2มีดีกรี เป็นอดีตนางสาวไทยปี 2559 มีบุตรทั้งในและนอกสมรสรวม 7 คน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯรัฐบาลพลเอกประยุทธ์กว่า2ปี ก่อนถูกปรับพ้นตำแหน่งกวาดชัยชนะมาทุกสนามเลือกตั้งซ่อม

นายกฯ ตั้งคณะทำงานสอบ “ปมดาวเทียมไทยคมฯ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482852

นายกฯ ตั้งคณะทำงานสอบ “ปมดาวเทียมไทยคมฯ”

09 ก.ย. 2564

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ลงนาม แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการดำเนินการ”ปมดาวเทียมไทยคมฯ “ตั้ง พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นั่งประธานฯ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ

โดยมีนายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา พลเอกวิทวัส  รชตะนันทน์ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานกรรมการ นายมงคลชัย  สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ  

ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าว มีอำนาจในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ความเป็นมาและการดำเนินการต่าง ๆ ตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระหว่างกระทรวงคมนาคม และบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :ครม.ผ่าทางตัน”ดาวเทียมไทยคม”

                           จับพิรุธ “ปมดาวเทียมไทยคม4” 

รวมถึงนิติสัมพันธ์อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาดังกล่าวในสมัยรัฐบาลต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ เสนอมายังคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้

ตลอดจนให้คำแนะนำแก่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการเจรจาและดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7กันยายน 2564

การหาผู้ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่รัฐและประชาชนได้รับ และการแก้ไขปัญหาการดำเนินการภายหลังสัญญาสิ้นสุดโดยกำหนดกรอบในการเจรจาระหว่างคู่สัญญาให้ได้ข้อยุติที่เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคคลภายนอกได้

ทั้งนี้ยังให้ประธานกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ พร้อม
กับข้อเสนอแนะหรือแนวทางการแก้ปัญหาที่จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อนายกรัฐมนนตรีเป็นระยะ ๆ ด้วย

ทั้งนี้นายธนกร ยังเปิดเผยว่าเพื่อให้การตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ตามสัญญาและการเตรียมความพร้อมของภาครัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา ซึ่งสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศระหว่างกระทรวงคมนาคมและบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด

ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 30 ปี ตั้งแต่วันที่ลงนาม คือ 11 กันยายน
2534 จะสิ้นสุดภายในวันที่ 10 กันยายน 2564 นี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน ในการรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติด้วย

“ธรรมนัส” ไม่ขอรับใช้คนบางกลุ่ม ลั่นเดินทางเดียวกับ ประยุทธ์ ไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482832

“ธรรมนัส” ไม่ขอรับใช้คนบางกลุ่ม ลั่นเดินทางเดียวกับ ประยุทธ์ ไม่ได้

09 ก.ย. 2564

“ธรรมนัส” ลั่น เดินทางเดียวกับ “ประยุทธ์” ไม่ได้ ขอตัดสินใจลาออก รมช.เกษตรฯ เผย อึดอัดนานแล้ว ก่อนลงมติซักฟอก เปรย เตรียมสร้างบ้านใหม่ ลุยการเมืองเอง หากกลับมามีอำนาจจะทำเพื่อประชาชน แทงกั๊ก ร่วมเพื่อไทยหรือไม่

ร.อ.ธรรมนัส” พรหมเผ่า แถลงหลังยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมชี้แจงเหตุผลที่ลาออกลงนามตั้งเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) เพราะรู้สึกอึดอัดใจ การบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ จึงขอกลับไปอยู่จุดเดิมเป็นเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา เลือกทางเดินด้วยตัวเอง ต้องการทำการเมืองเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจริง ไม่ใช่มารองรับหรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม 

พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดว่าวันนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเส้นทางการเมืองใหม่ โดยเลือกผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และจะต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างเต็มที่

ซึ่งวันนี้ขอกราบขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถทำตามที่ได้สัญญาไว้ได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวต่อด้วยว่า หลังจากนี้จะกลับไปตั้งต้นที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดอื่น ๆ หากตนได้กลับมามีอำนาจ วาสนา อีกครั้ง ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำงานเพื่อชาติ

เมื่อถามว่าเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะทำงานกับนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้วหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ยอมรับว่า เดินไปในทิศทางเดียวกันไม่ได้ ที่จริงแล้วก่อนที่จะลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าจะลาออกแต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้

แต่ตนก็ต้องขัดคำสั่งหัวหน้าเพราะไตร่ตรองดูแล้วว่าทางเดินชีวิตผม เดินเพื่อประชาชน มันต้องเดินไปอีกไกล ดังนั้นผมตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าได้ขอโทษนายกฯ แสดงว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ยอมรับว่าไม่จบ เพราะใจของตนไม่สบายใจ เราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เรากระทำไป ซึ่งหมายความว่าเมื่อเราพูดด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์

วิธีการที่ดีที่สุดคือต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ส่วนจะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันต่อไปตนอาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ ซึ่งบ้านหลังใหม่ที่พูดถึง อาจจะหมายถึงการสร้างเอง ส่วนจะร่วมกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ยังไม่ได้ตัดสินใจ 


เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ว่าเป็นอย่างไร “ร้อยเอกธรรมนัส” เลือกที่จะตอบเพียงว่า ในส่วนความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรคยังรักเคารพเหมือนเดิม แต่ไม่ตอบความสัมพันธ์ระหว่างพลเอกประยุทธ์และพลเอกอนุพงษ์ พร้อมระบุว่า ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ตนเลือกทางเดินแล้ว

ด่วน “ร.อ.ธรรมนัส” แถลงลาออกจาก รมช. เกษตรฯ แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482814

ด่วน “ร.อ.ธรรมนัส” แถลงลาออกจาก รมช. เกษตรฯ แล้ว

09 ก.ย. 2564

รมช.เกษตรฯ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แถลงลาออกจาก รมช. เกษตรฯ แล้ว มีผล 8 ก.ย. เขียนหนังสือลาออกที่พรรคพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงลาออกจาก รมช. เกษตรฯ แล้ว มีผล 8 ก.ย. โดยเขียนหนังสือลาออกที่พรรคพลังประชารัฐ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนังสือลาออก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าหนังสือลาออก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

“พล.อ.ประวิตร” ปัดนัดกินข้าว ส.ส.บอกไม่หิว ยัน พปชร.เป็นหนึ่งเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482801

“พล.อ.ประวิตร” ปัดนัดกินข้าว ส.ส.บอกไม่หิว ยัน พปชร.เป็นหนึ่งเดียว

09 ก.ย. 2564

รองนายกฯ “พล.อ.ประวิตร” ถามกลับใครอยากย้ายไปนั่งมหาดไทย ย้ำนายกฯ ไม่ปรับครม. – ไร้กังวลกระแสข่าวช่วงนี้ ปัดนัดกินข้าวส.ส.พปชร. บอกไม่หิว ลั่นพรรคเป็นหนึ่งเดียว

“พล.อ.ประวิตร” วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ “พล.อ.ประวิตร” จะโยกย้ายไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและให้นายฉัตรชัย พรหมเลิศปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ฯ

โดย”พล.อ.ประวิตร”ได้ถามกลับสื่อมวลชนว่าใครอยากไป พร้อมระบุว่านายกรัฐมนตรีได้ยืนยันก่อนหน้านี้ว่าจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี แล้วจะมาถามอะไรอีก

ทั้งนี้”พล.อ.ประวิตร” ไม่ตอบกรณี 3 ป. ยังอยู่ที่เดิมและกลมเกลียวหรือไม่ โดยหันมาถอนหายใจใส่สื่อมวลชน และตอบว่า อ่า
 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง: เห็นชอบขยาย”พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”ต่อไปอีก 3 เดือน

                         :พล.อ.ประวิตร เริ่มโครงการ”ข้าวล้านกล่อง”

                        : “บิ๊กป้อม”อนุมัติผ่านโครงการสำคัญ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ แจกเงิน 2 ล้านบาท ที่รัฐสภาช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น “พล.อ.ประวิตร” ระบุว่า ไม่รู้และไม่รู้สึกกังวล เพราะผมไม่ได้ทำอะไรเลย ยืนยันว่าตนไม่มีนโยบายการแจกเงิน  

ส่วนข่าวการนัดกินข้าวกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่หิว พร้อมระบุอีกว่า ไม่รู้สึกลำบากใจกับกระแสข่าวในช่วงนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมบอก

และถามกลับสื่อมวลชนว่า แล้วจะมาถามอยู่ทำไม ยืนยันว่าในพรรคไม่ได้มีหลายกลุ่ม มีแต่กลุ่มผมกลุ่มเดียว ก็ดูแลอยู่ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงทิศทางการโหวตวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “พล.อ.ประวิตร” กล่าวว่า ตนไม่รู้ แล้วแต่เขา

เห็นชอบขยาย “พรก.ฉุกเฉิน” ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/482773

เห็นชอบขยาย “พรก.ฉุกเฉิน” ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดน

09 ก.ย. 2564

พล.อ.ประวิตร ประชุม กบฉ. เห็นชอบขยายเวลา “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ต่อ 3 เดือน สั่งเข้มระวังโควิดชายแดน บังคับใช้กม.ควบคู่สร้างความเข้าใจ ขอบคุณ จนท.เสียสละและปชช.ร่วมมือ แม้สถานการณ์ โควิด-19

คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ที่มีพล.อ.ประวิตร   วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบให้ขยายเวลาการประกาศ“พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”ที่มีความร้ายแรง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ออกไปอีกเป็นระยะเวลา “3 เดือน”

เมื่อ 8 ก.ย.64  พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา10.00น.  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 3/2564 โดยมี รมว.มท.และรมช.กห. เข้าร่วมประชุม ณ  ห้องประชุมวิจิตรวาทการ  ทำเนียบรัฐบาล

เห็นชอบขยาย "พรก.ฉุกเฉิน" ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดนเห็นชอบขยาย “พรก.ฉุกเฉิน” ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดน

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 64 การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เห็นชอบขยาย "พรก.ฉุกเฉิน" ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดนเห็นชอบขยาย “พรก.ฉุกเฉิน” ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการดำเนินงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้วง 20 มิ.ย.-20 ส.ค.64 ซึ่งภาพรวมสถานการณ์การก่อเหตุความรุนแรงมีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่อง ประชาชนให้ความร่วมมือด้วยดี ที่ผ่านมา

รวมถึงความคืบหน้า ผลการดำเนินการตามแผนปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และความคืบหน้า แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านการสืบสวน สอบสวน คดีความมั่นคงในพื้นที่ จชต.ของสำนักงานอัยการภาค 9  

จากนั้น กบฉ.ได้พิจารณาเห็นชอบตามที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เสนอขอขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในพื้นที่จชต. ยกเว้น อ.ไม้แก่น ,อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี  อ.เบตง ,อ.กาบัง จ.ยะลา และอ.สุไหงโก-ลก ,อ.สุคิริน ,อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่ 20 ก.ย.64 และสิ้นสุดใน 19 ธ.ค.64

โดยเป็นการขยายระยะเวลา  ครั้งที่ 65 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการดูแล รักษาความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร  ได้กำชับ ทภ.4 ,กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ให้เข้มงวดงานด้านการข่าว ,การเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และเน้นย้ำการบังคับใช้กม.ควบคู่สร้างความเข้าใจประชาชน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกนาย ที่เสียสละ ทุ่มเทการทำงาน อย่างเต็มที่

เห็นชอบขยาย "พรก.ฉุกเฉิน" ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดนเห็นชอบขยาย “พรก.ฉุกเฉิน” ต่อไปอีก 3 เดือน สั่งเข้มชายแดนเมื่อวันที่ 9 ก.ย.64  การประชุมกบฉ. 

พร้อมกันนี้ ให้เตรียมแผนการปรับลดพื้นที่ประกาศ ฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อรองรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมาย  ปลอดภัยจากภารกิจ และโควิด-19 กันทุกคน