Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: September 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สวนสัตว์สงขลาฝึก ‘แมวน้ำเล่นวอลเลย์บอล’ เตรียมเปิดให้บริการเร็วๆนี้ #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599797

สวนสัตว์สงขลาฝึก 'แมวน้ำเล่นวอลเลย์บอล' เตรียมเปิดให้บริการเร็วๆนี้

สวนสัตว์สงขลาฝึก ‘แมวน้ำเล่นวอลเลย์บอล’ เตรียมเปิดให้บริการเร็วๆนี้

วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.38 น.

สวนสัตว์สงขลา ยังคงปิดให้บริการต่อไปอีก 14 วัน แต่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ยังคงทำงานอยู่ตามปกติ ขณะนี้กำลังฝึกแมวน้ำเล่นวอลเลย์บอล โดยแมวน้ำ 2 ตัวทั้ง “เจ้าป๊อกกี้”และ”เจ้าคอนเน่” ได้ทำการฝึกทุกวันอย่างตั้งใจ โดยมีครูฝึกสาวหัวหน้าชุดการแสดงแมวน้ำและนกเพนกวินติวเข้มนักกีฬาแมวน้ำทั้ง 2 ตัวมากว่า 1 เดือนแล้วเพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังจากสวนสัตว์สงขลาเปิดให้บริการในเร็วๆนี้

ที่ส่วนแสดงแมวน้ำและนกเพนกวิน สวนสัตว์สงขลา ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงที่ปิดให้บริการต่อไปอีก 14 วันตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 14 กันยายน 2564 คุณสุชาดา ศรีขวัญ หัวหน้าชุดการแสดงแมวน้ำและนกเพนกวิน พร้อมทีมงานได้ร่วมกันซักซ้อมนกเพนกวินในการแสอดงการเดินพาเหรดนกเพนกวินทุกวัน เพื่อให้นกเพนกวิน มีความพร้อม ในการแสดง เมื่อสวนสัตว์เปิดให้บริการในขณะเดียวกัน ในส่วนของแมวน้ำ 3 ตัว ประกอบด้วย เจ้าป๊อกกี้ เจ้าคอนเน่ และเจ้าปีโป้ ชึ่งคุณสุชาดาและทีมงานก็ได้นำออกมาซักซ้อมการแสดงโชว์แมวน้ำในท่าต่างๆเพื่อไม่ให้แมวน้ำทั้ง 3 ตัวจะได้ไม่ลืมในช่วงที่สวนสัตว์ปิดให้บริการไม่มีการแสดงใดๆทั้งสิ้น แต่ในส่วนของการแสดงสัตว์มีความจำเป็นต้องให้สัตว์ฝึกอย่างต่อเนื่องทุกวัน แม้ว่าสวนสัตว์จะปิดก็ตาม

โดยเฉพาะท่าใหม่ๆที่จะต้องนำมาแสดงโชว์ให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เป็นการ ซ้ำซ้อนกับค่าเดิม ซึ่งมีความคล่องแคล่วอยู่แล้ว สำหรับท่าใหม่ที่ฝึกอยู่ในขณะนี้เป็นการเล่นวอลเลย์บอล ของแมวน้ำ 2 ตัวคือเจ้าป๊อกกี้กับเจ้าคอนเน่ ส่วนเจ้าปีโป้ จะเป็นกองเชียร์คอยตบมือให้กำลังใจนักกีฬาทั้งสองทีม

สำหรับการฝึกให้แมวน้ำ 2 ตัว เล่นวอลเลย์บอลครั้งนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่สวนสัตว์สงขลาปิดให้บริการจึงสามารถใช้เวลาฝึกได้อย่างเต็มที่ ฝึกมาแล้วเป็นเวลา 1 เดือนก็สามารถให้เจ้าป๊อกกี้ และเจ้าคอนเน่ เล่นวอลเลย์บอลได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น เนื่องจากการฝึกแมวน้ำซึ่งเป็นสัตว์ที่ฝึกยาก ต้องใช้ความสามารถ ความคุ้นเคยและความพยายามกับเจ้าแมวน้ำเป็นอย่างดี จึงจะสามารถฝึกแมวน้ำให้สามารถเล่นวอลเลย์บอลได้ อย่างน่าทึ่ง!!

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นความสามารถของแมวน้ำทั้ง 3 ตัวในการโชว์การเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งเป็นการแสดงใหม่สุดๆจริงๆ ที่แมวน้ำสามารถฝึกได้โดยใช้เวลากว่า 1 เดือน เท่านั้นเอง

คุณสุชาดา ศรีขวัญ หัวหน้าชุดการแสดงแมวน้ำและนกเพนกวิน กล่าวว่า ในช่วงที่มีการปิดสวนสัตว์ไปเราก็ได้มีการฝึกซ้อมแมวน้ำตลอด เพื่อทบทวนท่าเดิมๆ รวมทั้งมีการฝึกท่าใหม่ๆด้วย เพื่อรองรับการเปิดสวนสัตว์ ที่จะเปิดในเร็วๆนี้ เพื่อให้เป็นกิจกรรมใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะได้มีอะไรที่แปลกใหม่ คิดว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นกิจกรรมใหม่ที่ฝึกยาก โดยให้แมวน้ำ 2 ตัวมาแข่งวอลเลย์บอลกัน โดยนักท่องเที่ยวสนใจ สามารถเข้าชมได้เลยในช่วงที่กำลังจะเปิดสวนสัตว์สงขลาเร็วๆนี้

ในขณะเดียวกันทางด้านนายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลากล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงของการแพร่ระบาดโควิด สวนสัตว์สงขลาก็ยังคงปิดให้บริการอยู่แต่ในสวนสัตว์สงขลาเองเราไม่ได้หยุด เรายังต้องดำเนินการดูแลสัตว์อยู่ทุกวันต้องเลี้ยงสัตว์อยู่ทุกวัน พนักงานของเราก็ยังต้องฝึกสัตว์ เพื่อให้เขาแสดงความสามารถ เตรียมพร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว ที่จะเปิดในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะอย่างเช่นแมวน้ำได้มีการฝึกให้เขาได้เล่นวอลเลย์บอลซึ่งเป็นกิจกรรมใหม่ๆที่สร้างความหลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อม ต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่ได้หยุดเรายังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้สถานการณ์โควิดของสงขลาเราก็เริ่มคลี่คลาย เบาบางลงแล้วมีผู้หายป่วยมากกว่าผู้ที่ป่วยใหม่ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดี แล้วก็มีการฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพนักงานลูกจ้างของสวนสัตว์สงขลาเอง เราได้ฉีดวัคซีนไปมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์แล้ว ในตอนนี้สวนสัตว์สงขลาพร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเร็วๆนี้ก็อยากจะขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนและถือโอกาส ได้ผ่อนคลาย ได้ออกมาท่องเที่ยวกัน เมื่อสวนสัตว์สงขลาได้เปิดบริการแล้ว กิจการต่างๆได้เปิดบริการแล้วเช่นกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชื่ออาถรรพ์ตัวตายตัวแทน! หนุ่มอุดรขับกระบะตกหนองน้ำเสียชีวิตในจุดเดียวกันเป็นศพที่ 2 #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599791

เชื่ออาถรรพ์ตัวตายตัวแทน! หนุ่มอุดรขับกระบะตกหนองน้ำเสียชีวิตในจุดเดียวกันเป็นศพที่ 2

เชื่ออาถรรพ์ตัวตายตัวแทน! หนุ่มอุดรขับกระบะตกหนองน้ำเสียชีวิตในจุดเดียวกันเป็นศพที่ 2

วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564, 10.34 น.

เกิดเหตุสลดหนุ่มรับตกแต่งบ้านขับกระบะพลัดตกหนองน้ำห้วยหินเสียชีวิตจุดเดียวกันกับที่ก่อนหน้านี้มีหนุ่มวัยเดียวกันขับรถตกหนองน้ำจมสียชีวิตมาแล้วเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเผยเห็นบัตรประชาชนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเกิดปีเดียวกันแล้วจนขนลุก เชื่อเป็นตัวตายตัวแทน

เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 3 ก.ย.64 เวลาประมาณ 19.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.กิตติกวินทร์ อุมาฐิติพงศ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักข้ามเลนตกน้ำที่หนองน้ำห้วยหิน บ้านโคกสว่างนาดี ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุพลเมืองดีช่วยนำศพออกมาจากรถยนต์ได้แล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ออกไปทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วย

หลังจากได้รับแจ้งพนักงานสอบสวนเวรได้รีบออกไปยังสถานที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งเสริมธรรมอำเภอหนองหาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมธาธรรมจุดโพนงามศรีทรงธรรม เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดสีดำ จมน้ำอยู่ในหนองน้ำห้วยหิน ทะเบียน ผน 3744 อุดรธานี และทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ชื่อนายธรรมรัตน์ เลื่อนแก้ว อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 117 หมู่ 14 ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

จากการสอบสวนนางเพชร นึกชอบ ซึ่งเป็นแม่ของผู้เสียชีวิตได้มาดูศพลูกชายและดูการกู้รถยนต์ กล่าวว่า ลูกชายของตนที่เสียชีวิตมีอาชีพทำงานรับจ้างเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ในตัวเมืองอุดรธานีจะแวะเวียนไปเยี่ยมพ่อกับแม่ตลอดโดยใช้เส้นทางนี้ ในวันก่อนเกิดเหตุลูกชายไปหาและบอกว่าจะมาขอนอนพักค้างที่บ้าน ซึ่งปกติเวลาลูกชายกลับบ้านจะไปนอนพักที่บ้านหลาน แต่เมื่อคืนวานลูกมาบอกว่าจะมาขอนอนพักที่บ้านกับพ่อแม่ ไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นลางร้ายที่เกิดขึ้นกับลูก และลูกชายนั้นมีโรคประจำตัวโรคหืดหอม

นายปุรินทร์ ศรีคำภา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 13 ต.โพนงาม กล่าวว่า ในวันเกิดตนได้รับแจ้งรีบมาที่เกิดเหตุและได้ลงไปช่วยเหลือคนขับที่ติดในรถนำขึ้นมาเสียชีวิตแล้ว สาเหตุนั้นผู้ขับขี่อาจหลับในเนื่องจากรถวิ่งเลนซ้าย ข้ามมาอีกเลนตกลงในหนองน้ำ

นายศราวุฒิ ศาลากัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมธาธรรมจุดโพนงามวัดศรีทรงธรรม กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้มาทำการช่วยเหลือในการกู้ภัยในครั้งนี้ ตนได้ถ่ายบัตรประชาชนผู้เสียชีวิตเอาไว้ และต้องตกใจอย่างมาก เพราะเมื่อ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนจมน้ำเสียชีวิตหนองห้วยหินแห่งนี้เช่นกัน ชื่อนายประจักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) เกิดวันที่ 10 ส.ค.2520 เกือบเป็นจุดเดียวกันกับวันนี้และเมื่อตนถ่ายบัตรประชาชนผู้ตายเอาไว้ ทั้ง 2 เคสคือเกิดปี พ.ศ.2520 ปีเดียวกัน คิดว่านี่คือตัวตายตัวแทนจริงๆ ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่งเสริมธรรมอำเภอหนองหานได้ช่วยกันเก็บลากรถยนต์ของผู้เสียชีวิตขี้นมาจากหนองน้ำ ได้เป็นผลสำเร็จ โดยมีชาวบ้านได้เดินทางมาดูการกู้รถขึ้นจากหนองน้ำจำนวนมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เสี่ยงภัย-ไร้หลักประกัน’ ชีวิต ‘ไรเดอร์’ ฮีโร่ยุคโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599705

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เสี่ยงภัย-ไร้หลักประกัน’  ชีวิต‘ไรเดอร์’ฮีโร่ยุคโควิด

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เสี่ยงภัย-ไร้หลักประกัน’ ชีวิต‘ไรเดอร์’ฮีโร่ยุคโควิด

วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงแรงงาน ร่วมกับหน่วยงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ศูนย์ประสานงานเพื่อการวิจัยแรงงาน และสถาบันเอเชียศึกษา และหน่วยงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ จัดเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “ไรเดอร์-ฮีโร่-โซ่ตรวน ว่าด้วยสภาพการทำงาน และหลักประกันทางสังคมของแรงงานส่งอาหารบนเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19”

ซึ่งผู้ทำการศึกษาซึ่งมีชื่อเดียวกับหัวข้อเสวนาในครั้งนี้อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิชาการศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบัน เอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า งานวิจัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจากในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้านหนึ่งพบกิจการแพลตฟอร์มส่งอาหารขยายตัวเติบโตอย่างมาก แต่อีกด้านหนึ่งก็มองเห็นปัญหาด้านสภาพการทำงานและหลักประกันทางสังคม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้พยายามศึกษาให้ครอบคลุมทั้งมุมมองด้านแรงงานและด้านธุรกิจ เพื่อลดปัญหาความไม่เข้าใจกันในมุมมองที่แตกต่างกันของทั้ง 2 ฝ่าย

งานวิจัยชิ้นนี้ใช้วิธีการแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นแรงงานส่งอาหารและผู้ประกอบการ รวม 435 คน แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 320 คน กับต่างจังหวัด 115 คน ประกอบด้วย ขอนแก่น ปัตตานี และอ่างทอง และเชิงคุณภาพ คือการสัมภาษณ์เชิงลึกแรงงานหรือครอบครัวของแรงงานที่เคยประสบอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน รวม 50 คน พบผลการศึกษาดังนี้

1.สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และมาตรการควบคุมของภาครัฐ โดยเฉพาะการห้ามรับประทานอาหารในร้านอาหาร ทำให้ธุรกิจส่งอาหารเติบโตอย่างมากเนื่องจากเป็นบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม แรงงานส่งอาหารในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต เช่น การส่งพิซซ่าของร้านพิซซ่า แม้จะเป็นพนักงานประเภทบางช่วงเวลา หรือพาร์ทไทม์ (Part Time) แต่ก็มีสัญญาจ้าง มีข้อกำหนดการทำงานที่ค่อนข้างชัดเจน รวมถึงมีสวัสดิการ ต่างจากการจ้างงานส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

2.ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มส่งอาหารไม่มีคำว่าแรงงานอยู่ในสารบบตั้งแต่ต้น โดยจัดให้ร้านอาหารและไรเดอร์อยู่ในหมวด “พาร์ทเนอร์ (Partner)” แต่คำว่าพาร์ทเนอร์นี้ไม่ได้หมายถึง “หุ้นส่วน” ที่มีอำนาจการตัดสินใจแต่จะเหมือนกับ “คู่ค้า” มากกว่า โดยแพลตฟอร์มยังมีคู่ค้าอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร ธนาคาร บริษัทดูแลระบบและฐานข้อมูลฯลฯ 3.การสมัครงานพบบางแพลตฟอร์มมีมาตรฐานไม่เท่ากัน กล่าวคือ ในขณะที่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ สามารถติดตั้งแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์แต่การติดตั้งแอปฯ เพื่อสมัครเป็นไรเดอร์ต้องใช้ระบบแอนดรอยด์เท่านั้น

นอกจากนี้ แรงงานหรือไรเดอร์ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเองในหลายเรื่อง เช่น ค่าสมัคร ค่าธรรมเนียมตรวจประวัติอาชญากรรม ค่าเปิดบัญชีธนาคาร ไปจนถึงค่าอุปกรณ์ เช่น เสื้อและกระเป๋าของแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม ค่าเสื้อและกระเป๋านั้นบางแพลตฟอร์มก็กำหนดว่าให้ไรเดอร์ออกเงินเองไปก่อนโดยจะคืนให้เมื่อวิ่งถึงจำนวนเที่ยวที่กำหนดไว้ ตลอดจนมีบทลงโทษไรเดอร์ที่ทำผิดกฎ ซึ่งดูในภาพรวมทั้งหมดแล้วเหมือนกับการทำสัญญาจ้างแรงงานมากกว่าสัญญาการเป็นคู่ค้า

4.รูปแบบการทำงานถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์ม และบางอย่างเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องทำความเข้าใจ เช่น รูปแบบการรับงาน บางงานแพลตฟอร์มจัดให้ บางงานไรเดอร์ต้องกดรับงานเอง, การรับอาหาร บางแพลตฟอร์มไรเดอร์มีหน้าที่เพียงรับอาหารไปส่งโดยร้านอาหารจะเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว แต่บางแพลตฟอร์มไรเดอร์ต้องไปยืนยันการสั่งอาหารที่ร้านอาหารเอง,บางแพลตฟอร์มแม้จะเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ร้านค้าคนละแบบก็มีรูปแบบการยืนยันคำสั่งซื้อที่ไม่เหมือนกัน เป็นต้น ประเด็นนี้ตั้งข้อสังเกตว่า การออกแบบระบบของแพลตฟอร์มอาจจะมีเน้นการสำรวจความพึงพอใจแต่ในฝั่งผู้บริโภค แต่ไม่ได้
สำรวจฝั่งของไรเดอร์มากนัก

อรรคณัฐ กล่าวต่อไปว่า 5.รายได้ที่เหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด หรือแม้แต่กรุงเทพฯ ก็ยังแบ่งเป็นเขตเมืองชั้นในกับชั้นนอก ซึ่งค่าตอบแทนต่างกันทั้งที่ลักษณะงานแบบเดียวกัน 6.การมีระบบลำดับขั้นซึ่งมีผลกับการเลือกพื้นที่และเวลาทำงาน โดยการเลื่อนขั้นขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานแต่ในทางกลับกันแพลตฟอร์มพยายามโฆษณาว่าเป็นการเลือกทำงานอย่างอิสระ

7.การรวมกลุ่มต่อรอง แม้จะมีความพยายามรวมกลุ่มแบบเข้มข้นมากขึ้น แต่ยังพบอุปสรรค คือ แพลตฟอร์มมีอำนาจสูงทำให้ไรเดอร์ส่วนหนึ่งไม่สะดวกใจที่จะรวมกลุ่ม กับยังไม่มีกฎหมายรับรองการรวมกลุ่มของแรงงานประเภทนี้ 8.ลักษณะของไรเดอร์ กลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาพบไรเดอร์เพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งเพศหญิงมีข้อจำกัดในการทำงานมากกว่าเพศชาย เช่น การทำงานในตอนกลางคืน เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย, ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่ม-สาว อายุเฉลี่ย 18-29 ปี และระดับการศึกษาเฉลี่ยคือมัธยมศึกษาตอนปลายถึงปริญญาตรี

9.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เกือบร้อยละ 80 ระบุว่า ทำงานส่งอาหารเป็นอาชีพหลัก แต่บางส่วนที่ระบุว่าทำเป็นอาชีพเสริม พบว่า อาชีพหลักทำงานอยู่ในภาคบริการ หรือบางคนเคยอยู่ในภาคบริการก่อนออกมาเป็นไรเดอร์เต็มตัว ซึ่งสะท้อนสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ธุรกิจภาคบริการได้รับผลกระทบหลายคนตกงานก่อนจะผันตัวมาทำอาชีพนี้ 10.แม้คำว่าอิสระจะถูกตั้งคำถามว่าอิสระจริงหรือไม่ แต่ไรเดอร์จำนวนมากก็พอใจกับลักษณะการทำงาน เช่น รายได้มาตามจำนวนงานที่ทำได้

11.รายได้จากการทำงานของไรเดอร์ พบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 17,000 บาทต่อเดือน เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษารถและค่าอินเตอร์เนตออกไปแล้ว ก็จะเหลืออยู่ที่ประมาณ 14,000-15,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ชั่วโมงการทำงานอยู่ที่เกือบ 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 12.ไรเดอร์จำนวนมากมีภาวะเจ็บป่วย เช่น ปวดเมื่อยหรือเป็นไข้เพราะทำงานตรากตรำกลางแดดและ “1 ใน 3 ของไรเดอร์เคยประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน” โดยผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุคือต้องหยุดทำงานเพื่อพักรักษาตัว ทำให้รายได้ลดลง

14.หลักประกันทางสังคม แพลตฟอร์มมีการกำหนดไว้แบบมีเงื่อนไข เช่น ประกันอุบัติเหตุ ต้องเป็นพนักงานที่ทำผลงานดีเท่านั้นจึงจะได้รับ และเป็นการประเมินแบบเดือนต่อเดือน หากเดือนใดผลงานลดลงก็จะไม่ได้รับ ซึ่งเรื่องนี้มีข้อเรียกร้องจากแรงงานจำนวนมากให้แพลตฟอร์มมีประกันอุบัติเหตุแบบไม่มีเงื่อนไข ส่วนการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยนั้นไม่มีสวัสดิการใดๆ นอกจากสวัสดิการของรัฐ เช่น ประกันสังคม มาตรา 33 กรณีมีอาชีพหลักในสถานประกอบการแล้วทำงานไรเดอร์เป็นอาชีพเสริม, มาตรา 39 กรณีลาออกจากงานในสถานประกอบการแล้วยังส่งเงินสมทบต่อเนื่อง, มาตรา 40 กรณีอาชีพอิสระ แต่มาตรา 40 นั้นมีคนสมัครน้อยเพราะสวัสดิการที่ได้ไม่จูงใจ นอกจากนี้ยังอาศัยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดังนั้นหากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็จะไม่นิยมไปพบแพทย์ แต่จะพักผ่อนและซื้อยารับประทานเอง และ 15.ปัญหาที่พบในการทำงาน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากแพลตฟอร์ม เช่น ระบบไม่เสถียรหรือล่ม นอกจากนี้ยังพบปัญหาจากลูกค้า คือการปักหมุดพิกัดส่งสินค้าผิดทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนของไรเดอร์ ทั้งเวลาและโอกาสในการรับงานต่อไป

“ไรเดอร์มองการทำงาน เงื่อนไขต่างๆ ที่แพลตฟอร์มให้ว่ามีเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของค่าตอบแทนที่ต่ำเกิน ในต่างจังหวัดให้ต่ำกว่าในกรุงเทพฯ บางพื้นที่เริ่มต้นที่ 20 บาท พอหักค่าคอมมิชชั่นแล้วเหลือแค่ 17 บาท แต่สภาพการทำงานโหดหินมาก แล้วเรื่องสวัสดิการที่ต้องการที่แพลตฟอร์มสามารถจัดให้ได้ ไรเดอร์ต้องการสิ่งใดเป็นอันดับหนึ่ง ก็คือเรื่องของประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ อยากจะให้มีแบบไม่มีเงื่อนไข” อรรคณัฐ ระบุ

อรรคณัฐ ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องความมั่นคงรายได้ ไรเดอร์อยากให้เพิ่มค่าตอบแทนให้มากขึ้น เพราะค่าตอบแทนที่มีอยู่ไม่เพียงพอ และไม่มีทางเลือกอื่นในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้หากมีการประกันจำนวนงานขั้นต่ำอันหมายถึงรายได้ที่จะได้รับในแต่ละวันได้ก็จะเป็นเรื่องดี ซึ่งดีกว่าการรอคอยในแต่ละวันอย่างไร้จุดหมายเพราะไม่สามารถใช้เวลาไปหารายได้ทางอื่นได้

ขณะที่ความท้าทายในส่วนของผู้ออกแบบนโยบาย คือจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายแพลตฟอร์มที่ไม่มีคำว่าแรงงานอยู่ในสารบบของธุรกิจ โดยมองไรเดอร์เป็นคู่ค้า กับฝ่ายไรเดอร์เองที่พอใจกับสถานะการเป็นแรงงานอิสระ มากกว่าแรงงานที่มีสถานะลูกจ้าง!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าอาวาสวัดโคกหม้อแจกสิ่งของช่วยชาวบ้าน-ผู้ยากไร้ช่วงโควิด – 19 #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599761

เจ้าอาวาสวัดโคกหม้อแจกสิ่งของช่วยชาวบ้าน-ผู้ยากไร้ช่วงโควิด - 19

เจ้าอาวาสวัดโคกหม้อแจกสิ่งของช่วยชาวบ้าน-ผู้ยากไร้ช่วงโควิด – 19

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 21.20 น.

วันนี้ (3 ก.ย.64) พระครูสิริสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดศิริเจริญเนินหม้อ หรือวัดโคกหม้อ นายสินาด รุ่งจรูญ นายกเทศมนตรีตำบลหลักเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี นายกุณฑล ปูรณวัฒนกุล ประธานบริหารเครือข่ายธุรกิจบิสคลับ ประเทศไทย พร้อมผู้บริหารเทศบาลตำบลหลักเมือง และเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวโอ่งมังกรราชบุรี ร่วมกันนำสิ่งของอุปโภค บริโภค ได้แก่ ข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากกระป๋อง หน้ากากอนามัย บรรจุให้ถุง รวม 100 ชุด บรรทุกใส่รถยนต์ไปตามหมู่บ้าน เพื่อไปมอบให้กับครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง  ผู้พิการ และผู้ยากไร้ในพื้นที่ ต.โคกหม้อ ต.พงสวาย เพื่อเป็นการช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิด -19 การทำมาหากินยังเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก 

ทั้งนี้ จังหวัดราชบุรียังคงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 1 ใน 29 จังหวัดของประเทศอยู่ สำหรับข้อมูลสถานการณ์โควิด -19 ของ จ.ราชบุรี วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวน 340 ราย และยังคงติดอันดับ 7 ใน 10 ของประเทศอีกด้วย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พังคำหล้า’ 89 ปีล้มป่วย! ขาดอาหารช่วงโควิด ลุกไม่ขึ้นใช้รถแม็คโครพยุงตัว #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599757

'พังคำหล้า'89ปีล้มป่วย! ขาดอาหารช่วงโควิด ลุกไม่ขึ้นใช้รถแม็คโครพยุงตัว

‘พังคำหล้า’89ปีล้มป่วย! ขาดอาหารช่วงโควิด ลุกไม่ขึ้นใช้รถแม็คโครพยุงตัว

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.55 น.

3 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ต ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากควาญช้างขอความช่วยเหลือ ช้างพังคำหล้า อายุ 89 ปี ล้มป่วย ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง จึงได้นำรถแม็คโครขนาดใหญ่เข้าพื้นที่บริเวณปางช้างอโยธยา ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การช่วยเหลือ ที่บริเวณลานดินหน้าบ้านพักควาญช้าง

เจ้าหน้าที่และควาญช้างจึงช่วยกันนำเชือกรัดบริเวณที่ลำตัว แล้วคล้องกับแม็คโคร เพื่อดึงร่างช้างพังคำหล้าให้ยืนขึ้นได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ช้างจึงสามารถทรงตัวและลุกยืนได้ แต่เนื่องจากช้างพยายามกระเสือกกะสน ดิ้นรนเพื่อที่จะลุกขึ้นยืนเอง จึงทำให้ช้างหมดแรง เจ้าหน้าที่ควาญช้างและผู้ดูแลจึงได้นำกล้วย และอาหาร ผสมน้ำผึ้ง ให้ช้างกินก่อนที่จะประสานสัตวแพทย์ช้างให้มาดูแล

จากการสอบถามนางสาว นิภาดา สุขมณี อายุ 36 ปี ผู้ดูแลช้างพังคำหล้า เล่าว่า ช้างพังคำหล้า เมื่อวานนำไปปล่อยไว้ในป่าเพื่อให้ไปหาอาหารกินเอง แต่เกิดล้มลงอยู่ในป่า จึงได้ไปช่วยกันพยุงให้ช้างลุกขึ้นเดิน หลังจากนั้นก็นำกลับมาที่พักช้าง แต่พอช่วงเช้าตื่นขึ้นมาก็เห็นเจ้าพังคำหล้า นอนล้มลงอยู่โคกดิน และส่งเสียงร้องให้คนช่วย จึงได้ประสานรถแม็คโครขนาดใหญ่ของทางเทศบาลเมืองอโยธยา ให้มาช่วยเหลือส่วนสาเหตุนั้น

ในเบื้องต้น พังคำหล้ามีอายุมากแล้ว ประกอบกับช่วงสถานการณ์โควิด19 นี้ ไม่ค่อยมีรายได้ นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเที่ยว จึงขาดอาหารในการเลี้ยงช้าง แต่ก็ยังมีผู้ใจบุญนำอาหารมาเลี้ยงอยู่บ้าง  แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากช้างมีหลายเชือก ต้องนำอาหารมาแบ่งปันกันเลยอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พังคำหล้า กินอาหารไม่เพียงพอ เพราะช้างต้องกินอาหารเยอะมาก จึงทำให้หมดแรงและล้มลงไป

จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ผู้ที่ใจบุญ ตอนนี้ต้องการหญ้าอ้อยหรือกล้วยมาเลี้ยงช้าง สามารถมาได้ที่ปางช้างอโยธยา ช่วงนี้ทางปางช้างเพิ่งจะเปิดวันแรกก็ขอเชิญนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวนั่งช้างและให้อาหารช้างเพื่อเป็นการทำบุญให้น้องๆช้างอีกทางหนึ่งด้วย

ทางด้าน ร.ต.ต ธานี โพธิ์ชีพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอโยธยา กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจึงได้รีบนำรถแม็คโคร มาทำการช่วยเหลือดึงช้างขึ้นให้มันยืนได้ และช่วงนี้สถานการณ์โควิด19 ระบาดทำให้ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้ดูแลช้างขาดทุนทรัพย์ในการซื้ออาหารช้าง จึงอยากวอนผู้ใจบุญมาช่วยเหลือ นำอาหารช้างมาเลี้ยงช้างด้วย หรือประสานผ่านมาทางเทศบาล ให้เป็นสื่อกลางก็ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กฎแรงดึงดูด’ มุมมองการพัฒนาเพื่อสังคมจากเด็กหนุ่มวัย 18 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599734

'กฎแรงดึงดูด' มุมมองการพัฒนาเพื่อสังคมจากเด็กหนุ่มวัย 18 ปี

‘กฎแรงดึงดูด’ มุมมองการพัฒนาเพื่อสังคมจากเด็กหนุ่มวัย 18 ปี

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.52 น.

หากพูดถึงสังคมหลายคนก็อาจจะต้องนึกถึงความหลากหลายมาเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน เพราะในทุกวันนี้หากเรามองไปรอบ ๆ ตัวก็สามารถสังเกตุเห็นได้ง่าย ๆ อย่างคนในสังคมที่จะมีความแตกต่างกันในหลายด้านไม่ว่าจะเป็น อายุ อาชีพ ฐานะ เพศ การศึกษาหรือแนวคิดต่าง ๆ เรียกว่าสามารถแบ่งแยกได้อย่างหลายไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว ซึ่งในเรื่องความแตกต่างนี้เองจึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สังคมของเรามีสีสันมากขึ้น หรืออาจจะเป็นสาเหตุของปัญหาในสังคมก็เป็นได้ และเพื่อให้ทุกชีวิตในสังคมได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมีคุณค่า ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแนวคิด “กฎแรงดึงดูด” ที่นำไปสู่แนวคิดที่จะพัฒนาสังคมจากเด็กอายุ 18 ปี หรือ นายธนภัทร โกมลโรจนาภรณ์ นักศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษาปีที่ 1 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ซึ่งตัวเขานั้นมองว่าสิ่งสำคัญในการในการใช้ชีวิตนั้นคือการใช้ “กฎแรงดึงดูด” ในการทํางานที่ว่าด้วยการดึงคนที่มีทัศนคติตรงกับเรามาร่วมงาน เพื่อพัฒนาสังคมไปกับเรา เพราะทุกความสําเร็จเกิดจากการขับเคลื่อนด้วยการตั้งเป้าหมายและการเริ่มทําในสิ่งที่แตกต่าง อีกทั้งการทํางานของกฏนี้คือการเอาตัวเราเองไปอยู่กับสิ่งที่เราอยากจะเป็น กับสังคมนั้นๆ เราเชื่อได้ว่าโลกใบนี้ของเรากําลังถูกเปลี่ยน ทุกอย่างจะกลับกันจากซ้ายไปขวา นั่นคือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเราเอง

จากกฎแรงดึงดูดนี้เองได้ส่งผลให้เขามีมุมมองในการทำงานในอนาคตที่ต้องการจะพัฒนาและตอบแทนสังคม เพื่อให้สังคมมีความน่าอยู่มากขึ้นและสามารถยกระดับชีวิตของผู้คนอื่น ๆ ให้ดีขึ้นผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่มอบให้สังคมโดยตรง จากประสบการณ์ทำงานต่าง ๆ เกี่ยวกับสังคม เช่น ร่วมงานกับองค์กร Unicef ในการช่วยเหลือด้านcovid 19 ที่ปรึกษามูลนิธิ makeyouasmile หรือการเป็นนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนร่วมกับองค์กรAmnesty International Thailand นอกจากนี้ก็ยังมีประสบการณ์ทางด้านการลงทุนคือ การร่วมงานกับ Bitkub online ในตําแหน่ง Products Dev. จากการสะสมประสบการณ์และต่าง ๆ ที่เขาได้รับมาทำให้เขาได้รับรู้ว่าปัญหาทางด้านความแตกต่างได้ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันและเขาเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกันผ่านองค์กรต่าง ๆ ที่ได้ทำอยู่นั่นเอง

ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมที่เกิดขึ้นในสังคมในปัจจุบันถึงแม้ยังเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขแต่ก็ไม่ใ่ช่ว่าจะไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ เราสามารถทำให้มันดีขึ้นมาได้หากทุกคนเข้าใจถึงปัญหาและมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นในทางเดียวกัน ทุกวันนี้แม้แต่เหล่าเยาวชนส่วนมากก็ยังให้ความสำคัญของปัญหาและพร้อมที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมในน่าอยู่ขึ้น หากคุณสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหรือต้องการข้อมูลและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

IG : Tanapat_official , Facebook Page : Tanapat komolrochanaporn , Clubhouse: @Tanapatofficial

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตา’ โอวาทธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599713

'คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตา' โอวาทธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

‘คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตา’ โอวาทธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.06 น.

“…เรื่องคงกระพันชาตรีนั้นทำง่าย แค่ขนลุกก็เหนียวแล้ว แคล้วคลาดยังดีกว่าเพราะไม่เจ็บตัว แต่ที่ดีที่สุดคือเมตตา เพราะแคล้วคลาดยังมีศัตรูแต่รอดพ้นได้ ส่วนเมตตานั้นมีแต่คนรักไม่มีศัตรู การเสกพระให้มีพุทธคุณทางเมตตาจึงทำได้ยากที่สุด…”  โอวาทธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิธีแปลก! เสกทองเข้ากะโหลกเสริมบารมี คนใกล้ชิด ‘อ.สุนทร-หมอปลา’ ซัดกันนัว #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599702

พิธีแปลก! เสกทองเข้ากะโหลกเสริมบารมี คนใกล้ชิด'อ.สุนทร-หมอปลา'ซัดกันนัว

พิธีแปลก! เสกทองเข้ากะโหลกเสริมบารมี คนใกล้ชิด’อ.สุนทร-หมอปลา’ซัดกันนัว

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.35 น.

รายการ โหนกระแส ในวันนี้เป็นเรื่องของหมอปลา ได้ไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นของ อาจารย์สุนทร เผือกเที่ยง อาจารย์ที่ว่ากันว่าเสกทองคำเปลวเข้ากะโหลกได้ เรื่องนี้หมอปลาไม่เชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ ประกอบกับมีผู้เสียหายคนหนึ่งบอกไปจ่ายค่าครูเพื่อจะไปเรียนวิชา แต่ปรากฏว่าไม่มีการสอนอะไรเลย ทำให้เกิดประเด็นกันขึ้นมา ทางหมอปลาจึงบุกไปที่บ้านเพื่อพิสูจน์ความจริงและขอเงินคืน 

รายการโหนกระแสวันที่  3 ก.ย. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33  จึงขอเคลียร์ทุกประเด็นกับแขกรับเชิญ หมอปลา, ตี๋ บัณฑิต (ผู้เสียหาย), ศักดิ์สิทธิ์ (คนใกล้ชิดอ.สุนทร) และ หมอปลา และ เบิ้ม นักมายากล มาพูดคุยถึงเรื่องนี้

เกิดอะไรขึ้น?

ตี๋ : “ตี๋ไปยกวิชาเรียน ก็มีค่าครูประมาณ 25,000 รู้จักกับอาจารย์จากทางเฟสบุ๊ค หลังจากนั้นก็เริ่มศรัทธา วันนั้นอาจารย์เขาไม่ได้เสก วันนั้นแกบอกว่าแกเป่าต่อไม่ไหว แต่ก็รับเราเป็นศิษย์แต่ก็ต้องขึ้นครู เขาบอกว่าเขาจะสอนทุกอย่างเลย ใช้เวลานานเหมือนกัน เลยมาเป็นปีครับ ปรากฎว่าถึงเวลาแล้วไม่สอน ซึ่งก็ได้เจออาจารย์แกแค่รอบเดียวคือรอบที่ไปจ่ายเงิน”

เราจะเรียนทำไมไม่ไปหาแกเลยล่ะ?

ตี๋ : “มันติดโควิด เลยเดินทางไปไม่ได้ เขาบอกว่าถ้าไม่เข้าใจตรงไหนให้ถาม พอผมโทรไปตามเขาบ่ายเบี่ยง เขาไม่ตอบ ผมเลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว ตัวผมอยู่ระยอง อาจารย์อยู่ที่ชัยนาทเลยไปหาไม่ได้”

คุณตลกอะไร?

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมตลกที่ว่าครอบครูเสร็จ ผมเห็นว่าติดปัญหาอะไรผมก็จะไปหาอาจารย์ ไม่ก็ไปคุย ช่วงโควิดผมก็ยังมีคนไปหาอาจารย์ อย่างคนที่ครอบก่อนก็จะมีอาจารย์เอก คนนี้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สุนทรจริงๆ แกก็อยู่กับอาจารย์มาตั้ง 2 ปีกว่า แกใกล้ชิดกับอาจารย์จริงๆ แกอยู่บ้านอาจารย์สุนทรมา 2 ปี แกก็บอกว่าอาจารย์กว่าจะสอนก็ปีนึง อาจารย์เป็นคนไม่ค่อยพูด อาจารย์เอกแกก็จะคอยขับรถไปโรงพยาบาลบ้าง ไปที่นั้นที่นี้ ด้วยความที่อาจารย์เป็นคนไม่ค่อยพูด นานๆแกจะพูดออกมาซะทีนึง อาจารย์เอกได้วิชาไปค่อนข้างเยอะ”

ที่คุณหัวเราะคุณตี๋เพราะว่าจะมาอ้างอย่างนี้ไม่ได้?

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมไม่ได้หัวเราะเยาะอะไรเขานะ แต่ผมรู้สึกว่าความคิดเขาแปลกๆ อย่างตัวผมตอนเรียนหนังสือผมก็ต้องเข้าหาอาจารย์เพื่อให้ได้ความรู้มา”

อาจารย์ไม่ไปหาคุณหรอก?

ศักดิ์สิทธิ์ : “มันไม่มีทาง”

แล้วทำไมเขาโทรไปแล้วอาจารย์ไม่รับสาย?

ศักดิ์สิทธิ์ : “โทรช่วงไหน

ตี๋ : “นานมาก พยายามติดต่อไปแต่ก็ติดต่อไม่ได้”

ศักดิ์สิทธิ์ : “คือบางทีผมโทรไปผมรู้เลยว่าเวลานี้อาจารย์พักผ่อน เวลานี้อาจารย์รับสาย คุณไม่รู้จักผม คุณต้องคุยกับอาจารย์เอง คุณจะมาถามผมได้ไง คุณรู้จักกับอาจารย์คุณก็ไปถามอาจารย์ไม่ใช่ถามผม”

ตี๋ : “มันมีอีกเครื่องนึงครับที่แกรับสาย แต่แกให้ผมติดต่อกับอาจารย์เอก ผมก็ทักอาจารย์เอกไปในเฟส พอผมทักอาจารย์เอกไป ผมก็ทักไปว่ายันต์ของพ่อสุนทรมีอะไรบ้าง พอผมเข้าไปดูอีกทีเขาบล็อคหนีผมไปแล้ว”

คุณอยากได้วิชาอะไร?

ตี๋ : “พวกลายสัก”

ศักดิ์สิทธิ์ : “เท่าที่ผมทราบคืออาจารย์เอกแกเป็นอาจารย์สักให้อาจารย์สุนทร แล้วบางวิชาของอาจารย์สุนทร อาจารย์เอกได้ไปหมดหรือเกือบหมดอันนี้ผมไม่แน่ใจนะ อันนี้ผมฟังมาจากอาจารย์เอก ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อาจารย์เอกเขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเขาไม่รู้จักคนนี้ แล้วอยู่ๆก็โทรมาขอลายยันต์ อาจารย์เอกบอกว่าเขาไม่รู้จักจะให้เขาให้ได้ยังไง”

อาจารย์เอก : “ถ้าพูดกันจริงๆคือผมไม่รู้จักเขา เขามาอ้างว่าเขาเป็นลูกศิษย์อาจารย์ เขามาขอยันต์ ผมเลยบอกว่าแล้วทำไมไม่ไปขอที่อาจารย์สุนทรล่ะ เขาบอกว่าอาจารย์ให้มาขอที่ผม ผมกำลังทำงานอยู่ ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวผมส่งรูปไปให้ อันนี้คือความคิดของผมนะ ผมคิดว่าคุณเป็นใคร ผมก็ไม่รู้จัก จะไปให้เขาได้ยังไง”

อาจารย์สุนทรไม่ได้บอกไว้เหรอว่าจะมีคนโทรไป?

อาจารย์เอก : “ไม่ได้บอกไว้ ทีแรกยังไม่ได้บอก แล้วอาจารย์แกโทรมาตอนหลัง อาจารย์แกพูดว่าใครที่มาเรียนสักยันต์ เราก็ก็ถามแกกลับ เขาก็จำชื่อไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่ามีที่มาเรียนอยู่3คน”

ตี๋ไม่ได้เรียน ไม่ได้อะไรเลยเพราะอาจารย์เพิ่งมาบอกมีหลัง?

อาจารย์เอก : “เขามาขอลายยันต์ ลูกศิษย์ที่มาเรียนแต่ละคนเขามาเรียนเพื่อมาเป่าทองอย่างเดียวไม่มีเรื่องยันต์ ส่วนตัวผมก็ถามอาจารย์ว่าพ่อมียันต์ไหม ผมชอบสักยันต์ เป่าทองมันต้องใช้ระยะเวลานาน ผมเลยคิดว่าผมจะสักยันต์ไปเรื่อยๆก่อน”

สุดท้ายตี๋ไม่ได้วิชาเลยไปขอเงินคืน?

อาจารย์เอก : “เรื่องยันต์ผมอยากให้ไปขอที่อาจารย์มากกว่ามาเอาที่ผม เราเคารพครูบาอาจารย์ ท่านยังอยู่เราก็ต้องเอาที่อาจารย์ เรื่องมาเอาที่ผมมันตอนหลัง มันนานมาแล้ว แล้วผมก็ไม่รู้จักแกด้วย”

ตี๋ : “ผมส่งรูปพิธีกรรมตอนยกครูเรียนให้แกดูเพื่อให้แกมั่นใจว่าไม่ได้แอบอ้างว่าอาจารย์สุนทรให้มาเอานะ ผมเรียนนะ ผมตัวจริง ผมก็เลยส่งรูปเข้าไปขอ หลังจากนั้นแกก็บล็อคหายไปเลย”

ตี๋ไปร้องกับหมอปลา หมอปลาว่าไง?

หมอปลา : “เรื่องนี้เราลงไปพื้นที่เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่พอลงพื้นที่แล้วเขาไม่ทำตาม เราให้เขาเป่าทองเขาก็ไม่ทำ เขาอ้างว่าสุขภาพเขาไม่ดี เป็นโรคปอดทั้งๆที่ก่อนหน้าอีกวันที่นักข่าวไปเขาไม่ได้ใส่สายนะ แต่เป็นโรคปอดอีกวันนึง มีการสูบบุหรี่ด้วย อย่างที่ลูกศิษย์เขาแถ พวกเอฟซีฝั่งเขาก็ไปโพสต์ด่าว่าคนนี้เป็นศิษย์ล้างครู ผมเลยบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ศิษย์ล้างครู แต่ครูแบบนี้มันใช้ไม่ได้ ครูมาหลอกลูกศิษย์แบบนี้มันใช้ได้เหรอ อ้างนั้นนี้ เราขอเบอร์เขาเพื่อที่จะให้เขาเป่าให้ดูเขาก็ไม่ให้ เมื่อวานขอเบอร์หมดเขาไม่ให้เลย”

อาจารย์เอก : “ต้องเป่าให้ดูเพื่ออะไร”

หมอปลา : “ไม่น่าถาม ก็คุณบอกว่าคุณเป่าทองได้ แล้วเงิน25000 คุณเอาไปเพื่ออะไร”

อาจารย์เอก : “ตอนไปเรียนอาจารย์เขาก็ไม่ได้บังคับนะ”

หมอปลา : “เขาไม่ได้บังคับแต่คุณยั่วยวนรึเปล่าล่ะ ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจคุณจะเงินตังค์เขาทำไม 25000”

อาจารย์เอก : “มันมีกลุ่มที่โพสต์ว่าอาจารย์เป่าทองได้อย่างนั้นอย่างนี้ มันคือความโลภไงครับ”

หมอปลา : “ความจริงคือคุณเป่าไม่ได้แต่คุณเอาสิ่งที่คุณเล่นมายากลมาหลอกคน เรื่องของเรื่องเลย ถ้าคุณเป่าได้ทำไมคุณไม่มาพิสูจน์เป่าให้ดูล่ะ คุณต้องมาพิสูจน์ ไม่ใช่มาอ้าง เพื่อให้รู้ว่าคุณเป่าได้จริงหรือเปล่า เสียไปแล้ว 25,000 แต่ประเด็นคือเป่าไม่ได้ แล้วอ้าง 25,000”

อาจารย์เอก : “ถามเขาว่าเคยมาหาอาจารย์บ้างไหม”

หมอปลา : “ผมไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว หลายคนอินบ๊อกซ์มา ตอนที่พวกคุณยังไม่ได้เงินพวกคุณคุยดีมาก แต่หลังจากที่พวกคุณได้เงินไปติดต่อลำบาก”

อาจารย์เอก : “ไม่จริง”

หมอปลา : “มีผู้เสียหายอยู่อีก”

อาจารย์เอก : “ตัวผมมากราบเท้าขอเรียน มันไม่ใช่จะเรียนกันง่ายๆ คนอื่นที่เขาอยากเรียนก็ทำ เขาอยากเรียน มันเรียนยากนะไม่ได้เรียนกันง่ายๆ บางคนก็เป่าได้ บางคนก็เป่าไม่ได้”

ตอนนี้คือทางอาจารย์คืนเงินมาแล้วนะ?

ตี๋ : “คืนแล้วเรียบร้อยครับ”

หมอปลา : “แต่บางคนยังไม่ได้คืน ขนาดเอาตำรวจไปก็ยังไม่ได้คืนนะ เคสนี้ไม่ได้มีผู้เสียหายแค่ตี๋คนเดียว”

ศักดิ์สิทธิ์ : “เรื่องนี้ผมไม่รู้จริงๆ”

หมอปลา : “พี่เมายากันยุงรึเปล่าพี่ถึงไม่รู้”

ศักดิ์สิทธิ์ : “คุณพูดอย่างนี้คุณหมายความว่ายังไงหมอปลา”

หมอปลา : “ก็เหมือนคนเมาพูดไง นี่คุยกันมาตั้งนานคุณไม่รู้ได้ไง”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมจะรู้ได้ยังไงผมไม่ได้อยู่กับอาจารย์ ผมรู้ว่าเขาไปเรียนกับอาจารย์ เสียเงินไป 25,000 แต่จะได้เรียนไหมผมไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง พอมีข่าวออกมาผมก็โทรไปหาอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่าคนนี้มาหาอาจารย์แล้วก็ไม่ได้มา”

อาจารย์เอก : “ประเด็นนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเป่าทองครับ มันเกี่ยวกับลายยันต์”

หมอปลา : “แต่มันเกี่ยวเนื่องกันไง ในเมื่อเป่าทองแล้วก็อยากได้ลายยันต์”

อาจารย์เอก : “จริงๆแล้วอาจารย์ตี๋แกมาเรียนแค่เฉพาะเป่าทองอย่างเดียว”

ตี๋ : “ผมไปยกเรียน ผมโทรถามก่อนว่า 25,000 อาจารย์สอนอะไรบ้าง เขาก็บอกว่าสอนทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม ทำน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ เป่าทอง ยันต์ด้วย คือทุกอย่าง”

ตกลงว่าเรื่องเป่าทองมีจริงๆ?

อาจารย์เอก : “ผมกล้าสาบานเลยว่ามีจริงครับ ผมไม่มีจริงขอให้ผมตายเลยครับ”

แล้วอาจารย์เอกทำได้ไหม?

อาจารย์เอก : “ผมพูดจริงๆเลยนะ ระยะที่ผมเรียนมาประมาณซักปีนึง ด้วยวิชาพวกนี้มันต้องค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆ มันเป็นการกลั้นลมหายใจ ตัวผมทำได้ครับ ผมเป่าทะลุกระดานเลย”

หมอปลา : “แล้วทำไมเมื่อวานถึงไม่มาทำให้ดู”

อาจารย์เอก : “หมอปลาเอย ผมจะทำไปเพื่ออะไร”

หมอปลา : “ในเมื่อคุณอ้างว่าคุณเป่าได้ก็อยากรู้ว่าคุณเป้าได้จริงหรือเปล่า ไม่งั้นผมก็พูดได้ว่าผมไปเหยียบตามทางทั้งๆที่ผมเหยียบไม่ได้ ทำไมจะพูดอะไรก็ได้เหรอ ทั้งๆที่จริงๆมันทำไม่ได้”

อาจารย์เอก : “ความคิดใครความคิดมัน มันก็เรื่องของคุณ คุณก็ศรัทธาในความคิดของคุณไง”

ศักดิ์สิทธิ์ : “เขามาว่าผมว่าผมเมายากันยุง มันเกินไปนะ”

หมอปลา : “หรือว่าเมาใบกระท่อมล่ะพี่ เดินยังแทบไม่มีแรงเดินเลยพี่เอย เขายังไม่แก่เลย”

ศักดิ์สิทธิ์ : “เขาหยาบคายกับผมนะ”

หมอปลา : “กูมึงยังไม่ได้ขึ้นเลย”

ศักดิ์สิทธิ์ : “แล้วพูดแบบนี้หมายความว่าไง”

หมอปลา : “ตายห่า”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ตายห่าใคร”

หมอปลา : “แรงเดินยังไม่มีเลยพี่ อย่ามีเรื่องเลย”

ศักดิ์สิทธิ์ : “มาว่าอย่างนี้ได้ยังไง ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่ใช่ลูกศิษย์ พอถามอะไรผมก็ไม่รู้สิ”

ถามเบิ้ม ในฐานะนักมายากลเช่ือเรื่องการเป่า?

เบิ้ม : “ส่วนตัวผมนะ ขอบอกเป็น2 กระแสเลย ถามว่าผมเคยเจอไหม ผมเคยเจอแต่อาจจะไม่เหมือนในนี้  เอ่ยถึงหลวงพ่อเลยแล้วกัน หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย ใครเล่นพระจะรู้ว่าสุดยอดจริงๆคือเป่าทองหาย เราก็ไปบอกหลวงปู่ครับหลวงปู่ทำแผ่นทองให้หายหน่อย แกบอกไม่เอาเราก็คะยันคะยอแกก็คงรำคาญ แกก็ดึงมาแผ่นนึงปิดตรงหน้าผาก ทองคำเปลวแท้เวลาถูมันก็จะหาย ถ้าใครคุ้นเคยกับการลงนะ หลวงพ่อมีแกแปะให้ผมเป็นรูปสี่เหลี่ยมแกก็ไม่ได้ลูบอะไรให้ ธรรมดาก็คิดว่าแกจะลูบให้ คุยซักพักเราก็ปาดเอง เราก็ดูมันไม่มีสะเก็ด ไม่มีแผ่นทองอะไรในมือเลย ก็เลยมองกระจกเราเห็นเป็นแผ่นเลย เราก็เลยขยี้มันก็ยังเป็นแผ่นอยู่อย่างนั้น”

หมอปลา : “ผมก็เคยเจอ มันมีพวกหลอกลวงคนเยอะ”

เบิ้ล : “อันนี้ในมุมของนักเล่นกลนะ มันมีเรื่องราวพวกนี้อยู่ด้วย (สาธิต)”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมจะเล่าให้ฟังว่าที่ผมไปทดสอบอาจารย์สุนทรด้วยตัวเอง แผ่นทองอยู่ในมือผมตลอดเวลา ผมเข้าใจที่คุณเบิ้มทำ ผมก็รู้เทคนิค แผ่นทองอยู่ในมือผม ผมถือไว้กับมือแล้วผมไปหาอาจารย์สุนทรเมื่อปี48 ผมเป็นคนจับเอง อาจารย์สุนทรไม่เคยจับเลย อาจารย์สุนทรผมทีเดียวแล้วหายไปเลย”

อาจารย์เอก : “ก็เขาบอกเล่นกลไม่ใช่เหรอ”

ถ้าเทียบกับอาจารย์สุนทรมันต่างกัน?

อาจารย์เอก : “ต่างกันครับ”

หมอปลา : “ทำไม่ได้หรอก ถ้าทำได้ทำโชว์แล้ว”

อาจารย์เอก : “พี่ศักดิ์สิทธิ์แกเป็นคนไม่เชื่ออาจารย์”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ตัวผมไม่เชื่อแกเลยเมื่อปี48  ผมก็กำทอง9แผ่นไปให้แกเป่า ผมจับเองหมดเลยทุกขั้นตอน ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนได้ แกก็เป่าแล้วผมก็คลี่ดูมันหายหมด อีกครั้งนึงเพื่อนผมเป็นข้าราชการกับวิศวกรคอมพิวเตอร์ ไปหาอาจารย์สุนทรให้อาจารย์แกเป่า ผมก็นำสบู่กลีเซอรีนใสๆไปให้อาจารย์สุนทรเป่า6ครั้ง เพื่อนผมเป็นคนถ่ายเอง ทองก็เป็นคนเอาไปเอง อาจารย์สุนทรก็เป่าจนทะลุ คือสบู่กลีเซอรีนจะฝังยังไง”

หมอปลา : “คือผมจะบอกว่าที่เขาพูดมามันคือน้ำลายทั้งหมด เราให้เขาทำแต่เขาไม่ทำจะอ้างว่ามีจริงแต่ไม่ทำให้ดู จะเชื่อได้ยังไง ใครๆก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ ลูกศิษย์เขาเราให้มาทำเขาก็ไม่มา ใครก็ได้ที่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เอามา”

 อาจารย์เอก : “ปอดแกไม่ดี ผมตามแกไปหาหมอบ่อย ผมขอคุยกับพี่ปลานะ คือการกลั้นลม แล้วปอดแกไม่ดี พอกลั้นไปแล้วมันกลั้นไม่อยู่ พอกลั้นไม่อยู่ก็ไอออกมา มันก็เป่าไม่ได้”

หมอปลา : “ให้ลูกศิษย์ทำได้ไหมล่ะ”

อาจารย์เอกทำให้เขาดูได้ไหม?

อาจารย์เอก : “นี่ผมพูดให้ฟังนะ คือขณะที่ผมทำตอนนั้น ผมไม่ได้คิดว่ามันจะต้องหายหรืออะไร เราเป่าเราก็เป่าพ่นไปกับกระดานนี่แหละ เป่าไม่เข้าก็เป่าใหม่อยู่อย่างนั้น มันเป็นวิธีการฝึกเป่าทอง มันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะไปเป่าเหมือนอาจารย์ จิตแกมันถึงแล้ว ลมปราณแกได้ แต่ถ้าไม่เชื่อมันก็แล้วแต่ ผมไม่รู้จะพูดว่าไง”

ไปทำให้ดูกันสองคนได้ไหม?

อาจารย์เอก : “โหย…พี่ปลาแกเก่ง”

เอาเป็นว่าอาจารย์เอกไม่ขอทำให้หมอปลาดูนะ?

อาจารย์เอก : “เพื่ออะไรก็ไม่รู้”

หมอปลา : “เขาไม่กล้าพิสูจน์หรอก คือเขาอ้างแต่พอให้ทำก็ทำไม่ได้ เขาอ้างเก่ง เสกสบู่ โอ้ย เพ้อเจ้อ”

ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ตี๋ยังเชื่ออยู่ไหม?

ตี๋ : “ไม่เชื่อแล้วครับ สักยันต์เป็นการอนุรักษ์ยันต์ของไทยครับ ไม่ได้สักเพื่อให้มีฤทธิ์เดช อยากจะอนุรักษ์การสักยันต์ไว้เพื่อไม่ให้สูญหาย ตอนนี้ผมไม่เชื่อแล้วครับ เพราะเห็นกับตา ผมขอพิสูจน์แล้วแต่เขาไม่พิสูจน์ ผมก็ว่าไม่มีจริง”

แต่อาจารย์สุนทรแกบอกว่าไปลบหลู่จะมีอันเป็นไปนะ?

ตี๋ : “ไม่กลัวครับ ถ้าเขาทำได้เขาทำให้ผมเห็นแล้ว”

จะพิสูจน์ต่อไหม?

หมอปลา : “ก็เขาไม่ให้พิสูจน์ต่อ ประเด็นคือทางเราให้ความเป็นธรรมกับเขา ไม่ใช่จะไปจับผิด แต่พอเราเข้าไป ขอนั้นขอนี้เขาไม่ทำให้เรา เขาอ้างเรื่องสุขภาพ ก็แล้วลูกศิษย์ล่ะ”

ศักดิ์สิทธิ์ : “จะพาหมอไปตรวจดูก็ได้ แกไม่สบายจริงๆ”

หมอปลา : “แล้วคุณป่วยไหม”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมไม่ป่วย คุณนั้นแหละป่วย”

หมอปลา : “ผมมองว่ามันไม่แตกต่าง ทำไมอาจารย์กับลูกศิษย์ทรงแนวนี้”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมไม่ใช่ลูกศิษย์”

หมอปลา : “เขาเรียกว่ายกหางตัวเอง”

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมไม่มีหางนะ ถ้าคุณมีหางก็เชิญ”

หมอปลา : “ผมสงสารคุณนะ”

ศักดิ์สิทธิ์ : “คุณไม่ต้องมาสงสารผมหรอก สงสารตัวเองเถอะ แค่เรื่องกกกอดก็น่าสงสารพอแล้ว เผาเศียรพระฤษี พ่อแก่อะไรนี่ นี่ศิษย์พ่อแก่มหาเทพ

ตี๋ : “ผมใช้ชื่อเฟซว่าตี๋ลูกพ่อแก่ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับอุทยานแกนะ ผมขออนุญาตใช้เฟซชื่อเศรษฐีลูกพ่อแก่กับอุทยานแต่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่นั่น ผมศรัทธาในบรมครูที่นั่น”

ทางศักดิ์สิทธิ์เองยืนยันว่ายังศรัทธาในตัวอาจารย์?

ศักดิ์สิทธิ์ : “ผมเห็นกับตาครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คลมหายใจ ‘แท็กซี่ สามล้อ วินจยย.’ ยุคโควิด…ได้ 300 ถือว่าฟลุ๊ค #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599685

เช็คลมหายใจ‘แท็กซี่ สามล้อ วินจยย.’ยุคโควิด...ได้300ถือว่าฟลุ๊ค

เช็คลมหายใจ‘แท็กซี่ สามล้อ วินจยย.’ยุคโควิด…ได้300ถือว่าฟลุ๊ค

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.56 น.

จับชีพจร “แท็กซี่ สามล้อ วินมอเตอร์ไซค์” ยุคโควิด อาการหนัก รายได้ไม่พอกิน หนี้สินบาน เกินครึ่งทิ้งรถกลับภูมิลำเนา วอนรัฐช่วยคุยไฟแนนซ์ พักหนี้ หาช่องลดค่าเชื้อเพลิง ด้าน “นักวิชาการแรงงาน” หนุนรวมตัวสร้างอำนาจการต่อรอง ย้ำรัฐบาลต้องดูแลให้ทุกกลุ่มอาชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี 

3 กันยายน 2564 เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาออนไลน์ “แท็กซี่ สามล้อ วินมอเตอร์ไซต์ ลมหายใจยุคโควิด-19” โดยนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานมูลนิธิเพื่อคนขับรถแท็กซี่ , นายไสว ไพรศาล ผู้แทนเครือข่ายสามล้อไทย , นายวสันต์  ศรีมาก เครือข่ายวินมอไซค์ ขับขี่ปลอดภัยใจอาสา และศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาแรงงานและการจัดการคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเสวนา

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า คนขับแท็กซี่ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด จัดเป็นอาชีพที่ค่อนข้างเปราะบาง และเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบเมื่อเจอวิกฤตใหญ่ๆ ในอดีตทั้งไข้หวัดนก ซาร์ แม้แต่ปัญหาเศรษฐกิจ ผลกระทบคิดเป็น 20% แต่การระบาดของโรคโควิด19 นั้นถือว่าหนักสุด นานสุดเท่าที่เคยเผชิญวิกฤตมา สร้างผลกระทบกับคนขับแท็กซี่กว่า 80% อย่างกรณีมีการติดเชื้อที่ประเทศจีนทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดฮวบ แท็กซี่ก็ได้รับผลกระทบ ซ้ำยังพบแท็กซี่ติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นรายแรกของประเทศ ทำให้รัฐบาลออกมาตรการมากมาย กระทบกับเราโดยตรง ทั้งงดเดินทาง ปิดสนามบิน ปิดสถานีขนส่ง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพยายามปรับตัวกันมาตลอด แต่หลายคนไปต่อไม่ไหว ทำให้คนขับแท็กซี่กว่า8.3 หมื่นคัน เลิกขับรถกลับภูมิลำเนาไป 6 หมื่นคน เหลือให้บริการ 2 หมื่นคัน ที่ยังไม่มีที่ไป จึงต้องอดทนอย่างหนัก หาเงินได้ไม่เกิน 300-400 บาทต่อวัน จากการออกมาขับรถ 10 กว่าชั่วโมง เติมแก๊ส 200 บาท เหลือ 100 บาท กินใช้ระหว่างทางทั้งวัน เหลือเข้าบ้าน 30-40 บาท ไม่สามารถใช้ชีวิตในกทม.ได้ ถ้าสถานการณ์นานกว่านี้สัก10 วันพวกเราคงเหลือจำนวนน้อยกว่านี้ เพราะสายป่านสั้น 

เมื่อเดือนที่ผ่านมาได้นำแท็กซี่ไปจอดหน้ากระทรวงต่างๆ และยื่นข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีขอให้แก้ปัญหา7ข้อ โดยข้อหลัก คือในจำนวนคนที่เลิกขับ6หมื่นคน ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อ พอส่งคืนอู่รถ อู่รถยังต้องมีภาระกับไฟแนนซ์อยู่ จึงอยากให้รัฐเจรจาไฟแนนซ์ให้พักชำระหนี้ รวมถึงให้การช่วยเหลือคนขับด้วยเพราะเดือดร้อนหนัก บางคนฆ่าตัวตายไม่มีคนรู้สาเหตุ แต่เขียนจม.บอกว่าอยากเห็นลูกบวช แต่อยู่ไม่ไหวเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน เช่าซื้อรถ ไม่มีเงินเหลือเข้าบ้าน

“นี่คือคำจำกัดความว่าลำบากขนาดไหนที่ชีวิตไปต่อไม่ได้ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะไม่ทราบเลยหากเราไม่ทำอะไรสักอย่างและสะท้อนไป วันนี้รัฐบาลรับทราบบ้างแล้ว แต่จะช่วยแค่ไหนก็อีกเรื่อง กระทรวงพลังงานเป็นหัวใจหนึ่ง วันนี้แท็กซี่หาเงินได้ 300 บาท เติมแก๊ส 200 บาท เหลือ 100 บาท ดังนั้นอยากขอให้ช่วยลดค่าเชื้อเพลิง เพื่อต่อชีวิตให้คนเหล่านี้เหลือเงินซื้อข้าวก่อนได้ไหม อย่าให้เขาอดตาย ในขณะที่ปตท.เอากำไรเข้าหลวงมหาศาล ถามว่าต้องเอาขนาดนี้เลยหรือในยามวิกฤติ ยังดีที่กระทรวงแรงงานก็ให้เข้ามาตรา40 ได้เยียวยามา 5,000 บาท และได้ถุงยังชีพ จึงพอประทังได้บ้าง” นายวิฑูรย์ กล่าว

ด้านนายวสันต์ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้เดือดร้อนกันทุกอาชีพ ส่วนตัวขับจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยหอการค้า เดิมรายได้วันละ700-800 บาทแต่ทุกวันนี้ได้ไม่ถึง 300 บาท ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาก็คิดว่าจะมีลูกค้าหรือไม่ แต่ก็ต้องออกมาวิ่ง อย่างน้อยก็ยังพอให้มีรายได้ไปใช้จ่ายในครอบครัว แค่ได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่ต้องคิดถึงเงินเก็บ เพื่อนๆ บางคนต้องปล่อยเสื้อวิน และไปขับแกร๊บ ส่งอาหาร บางคนก็กลับภูมิลำเนา บางคนเสื้อว่าง ทำให้ตอนนี้เหลือเสื้อวินเพียง 30 ตัว จากปกติ 60 ตัว แต่ก็ยอมรับว่ามีบางคนไม่ปรับตัว ยังใช้ชีวิต กินดื่มเหมือนเดิมเป็นหนี้เป็นสินเพราะไปยืมเงินมาใช้ ซึ่งจุดนี้ก็สำคัญเราต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงด้วย และในสถานการณ์ลำบากอยากเรียกร้องให้รัฐบาลลดค่าน้ำมันด้วย เพื่อเป็นการลดรายจ่ายอีกทาง

ขณะที่นายไสว กล่าวว่า สามล้อรับจ้าง ตอนนี้ย่ำแย่มาก โควิดรอบสามยังมองไม่เห็นทางเลย ถึงขั้นกลัวว่าสามล้อจะหายสาบสูญเหลือเพียงตำนาน เช่น ที่หัวลำโพงเดิมมีกว่า 50-60 คัน แต่ตอนนี้เหลือไม่ถึง 15 คัน บางคนถูกยึด บางคนส่งคืนเถ้าแก่ บางคนกลับต่างจังหวัด ส่วนตัวที่ทนอยู่เพราะมีลูกหลานทำงาน และเรียนอยู่ในกทม.เลยต้องสู้ คิดตลอดว่าออกมาแล้วจะมีลูกค้าหรือไม่ เพราะบางครั้งออกมา 3 ชั่วโมงยังไม่ได้ลูกค้าสักคน จากก่อนยุคโควิด วิ่งที่หัวลำโพงได้ขั้นต่ำ 600-700 บาท

“แต่ทุกวันนี้วันละ 200 ยังไม่ได้ ถ้าได้ 300 บาท ถือว่าฟลุ๊ค แต่ก็ต้องออกมาขับถึงเสี่ยงแต่ดีกว่าอยู่ที่บ้านแล้วไม่มีอะไรกิน ส่วนเจ้าของอู่บางรายก็ช่วยเหลือบางรายก็ไม่ช่วยเหลือ บางคนไม่คิดค่างวดรถเลย บอกว่าให้หมดโควิดค่อยคิดใหม่ ส่วนตัวอยากให้รัฐช่วยลดค่าเชื้อเพลิง แต่หากสถานการณ์แย่ลงกว่านี้คุยกับเพื่อนๆ ว่าจะกลับต่างจังหวัด การรวมตัวเพื่อเรียกร้องการช่วยเหลือนั้นอาจจะลำบากเพราะเพื่อนๆ ที่เหลืออยู่ก็ไม่มากแล้ว” นายไสว กล่าว  

ด้าน ศาสตราภิชาน แล กล่าวว่า โควิดทำให้ทุกคนลำบากหมด แต่ความลำบากของคนไม่เท่ากัน ข้าราชการ คนทำงานออฟฟิศ หรือแม้แต่ลูกจ้างรายวันถึงเป็นคนต่างด้าว แต่ถ้าเข้างานวันนั้นย่อมมีรายได้ แต่คนขับรถรับจ้าง ถึงแม้จะออกมาขับรถทุกวัน แต่รายได้ก็ไม่มาก ดังนั้นเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาภัพที่สุด ไม่มีหลักประกันอะไรเลย ปัญหาคือนอกจากขาดรายได้แล้ว รายจ่ายเดิมก็ไม่ได้ลดลง เรียกว่าขาดทุน ดังนั้นในฐานะที่เป็นพลเมืองไทย รัฐบาลจะต้องดูแลคนกลุ่มนี้ให้มีความทัดเทียมกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ แน่นอนระยะสั้นรัฐบาลเอาเข้ามาเป็นผู้ประกันตนมาตรา40 เพื่อให้ได้รับเยียวยา แต่ก็เหมือนบีบบังคับให้เข้าระบบประกันสังคม แต่จริงๆ ต้องมีอะไรที่มากกว่านั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวด้วย 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนึ่งคือคนทำอาชีพอิสระหลุดจากการคุ้มครองของรัฐ และไม่มีอำนาจจะไปต่อรอง ดังนั้นตนเห็นว่าสิ่งที่กลุ่มแท็กซี่ไปจอดที่กระทรวงต่างๆ นั้นถูกแล้ว นั่นไม่ใช่การร้องขอ แต่เป็นการต่อรอง ปัญหาคือกลุ่มอื่นๆ เอาด้วยหรือไม่ นี่ก็เพื่อการสร้างตัวตนให้รัฐบาลได้เห็นว่าเราเป็นราษฎรไทย เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้ รัฐบาลต้องดูแลให้อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี อย่างแท็กซี่ต่างประเทศไม่ใช่แค่มีกิน แต่มีอำนาจต่อรองในการกำหนดราคามิเตอร์สมเหตุสมผล ดังนั้นนอกจากเรียกร้องการลดราคาเชื้อเพลิงแล้ว ตนเห็นว่าควรมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรอง หากเข้มแข็งจะสามารถต่อรองในเรื่องต่างๆ ได้ตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ว! คาเฟ่นั่งชิวริมแม่น้ำระยอง ชมวิวพระเจดีย์กลางน้ำป่าชายเลน #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599684

เปิดแล้ว! คาเฟ่นั่งชิวริมแม่น้ำระยอง ชมวิวพระเจดีย์กลางน้ำป่าชายเลน

เปิดแล้ว! คาเฟ่นั่งชิวริมแม่น้ำระยอง ชมวิวพระเจดีย์กลางน้ำป่าชายเลน

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.46 น.

3 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2 รรท.ผบก.ภ.จว.ระยอง นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ นายอำเภอเมืองระยอง นายชรัส ลิขิตคุณวงศ์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมแสดงความยินดีและเปิดร้านเบลลินี่ เบค แอนด์ บรู สาขาระยองริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง อย่างเป็นทางการ โดยมีนายวัชรินทร์ นางรัตนา นายวสินธ์ และนายธนภัทร ล่องดุริยางค์ ผู้บริหารสาขาระยอง ริเวอร์ไซด์ ให้การต้อนรับ 

ชรัส ลิขิตคุณวงศ์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวถึงแนวคิดและจุดเด่นของร้าน เบลลินี่ เบค แอนด์ บรู (Bellinee’s Bake & Brew) ว่า “เบลลินี่ เบค แอนด์ บรู เป็นร้านเบเกอรี่เฮ้าส์ระดับพรีเมียม ที่มีความโดดเด่นด้านเบเกอรี่อบสดและอาหาร ผ่านการคิดค้นและสร้างสรรค์เมนู อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีครัวซองเฮอริเทจ ที่นำเข้าจากฝรั่งเศสมาอบเสิร์ฟทุกวัน รวมถึงเครื่องดื่ม กาแฟสดระดับพรีเมียม

ทั้งหมดนี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากแรงบันดาลใจสู่ความอร่อยและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับชื่อนักประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียน ‘Vincenzo Bellini’ ผู้ถ่ายทอดเพลงบรรเลงด้วยหัวใจ และส่งมอบความสุขให้กับผู้ฟังในทุกช่วงเวลาและเพื่อเป็นการมอบประสบการณ์แห่งความสุขและเพื่อมอบสุนทรียภาพในการรับประทานเบเกอรีและเครื่องดื่มระดับพรีเมียมให้กับพี่น้องชาวไทย”โดยล่าสุด Bellinee’s Bake & Brew (เบลลินี่ เบค แอนด์ บรู)ได้เปิดสาขาแห่งใหม่ ระยองริเวอร์ไซด์อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ เป็นสาขาที่ 2 ของจังหวัดระยอง

โดยเปิดจำหน่ายเบเกอรี่อบสด พร้อมเครื่องดื่มระดับพรีเมียม โดยเฉพาะครัวซองต์ที่ได้นำเข้าจากฝรั่งเศสมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แป้งบางกรอบ หอม ฉ่ำเนย สไตล์ต้นตำรับแท้ๆ ที่มีความแตกต่างและโดดเด่นในราคาที่จับต้องได้ เพื่อเอาใจนักชิม สายคาเฟ่ ชาวเมืองระยอง สำหรับร้านสาขาแห่งที่ 2 นี้ มีความพิเศษคือการออกแบบร้านที่แตกต่างจาก 75 สาขาทั่วประเทศ ตั้งอยู่ในจุดแลนด์มาร์คแห่งแรกในภาคตะวันออก อยู่ริมแม่น้ำระยอง มีการออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำของจังหวัดระยอง และมีส่วนที่พัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองด้วย ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา 2 ปีที่โควิด-19 รุมเร้าประเทศไทย แต่ธุรกิจของเบลลินี่ ยังเปิดได้และมีการยอมรับอย่างดี โควิดทำให้เรามีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะลูกค้ามีการเลือกสินค้าที่ปลอดภัย เบลลินี่ มีสินค้าใหม่สด ผลิตเองภายในร้าน ผลิตวันต่อวันไม่มีขบวนการต้องนำส่ง ลูกค้าจึงมั่นใจ มาอุดหนุนทุกวัน เพราะได้รับของใหม่ทุกวัน  
 

กนกอร ทิพยพรกุล ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจคัดสรร และเบลลินี่ พรีเมี่ยม กล่าวว่า เบลลินี่ มีสินค้าให้เลือกกว่า 100 รายการ  มีครัวซองอบใหม่ทุกวัน ราคาเริ่มต้นที่คนไทยเข้าถึงได้ เราต้องการยกคอนเซปต์ ในสไตล์ของ ยูโรเปี้ยนสไตล์ของร้านเบอเกอรี่เฮาส์ มาบริการควบคู่กับ บรรยากาศแลนด์มาร์คใจกลางเมืองจุดที่เป็นปอดของคนระยอง ซึ่งจะทำให้ การชิมเบอเกอรี่ การจิบเครื่องดื่ม ได้อย่างมีความสุขมีสุนทรีมากยิ่งขึ้น  จุดเด่นของสินค้า คือเรามีทีมพัฒนาสินค้า และทุกเดือนจะมีสินค้าใหม่ออกมา

ส่วนเครื่องดื่มจะมีเมนูที่สนับสนุนภาคเกษตร เช่น มะยงชิด ที่เราเหมาสวนมะยงชิดจากเกษตรกร เพื่อเสริฟความเป็นไทยสไตล์ ส่วนกาแฟ ก็มีแบรนด์พิเศษ จึงมีสไตล์เฉพาะ และกลุ่มเค๊กกลุ่มขนม เราก็มีส่วนสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าเราอยากให้เป็นศูนย์รวมในการให้โอกาส สำหรับคนท้องถิ่น ซึ่งความตั้งใจของ เรา มองว่าจะนำแบนของคนไทย ไปทั่งโลกเพื่อให้ ชื่อเสียงและฝีมือของคนไทย ดังไปทั่วโลกได้ 

ด้าน นายวสินธ์ ล่องดุริยางค์ ผู้บริหารร้าน Bellinee’s Bake & Brew (เบลลินี่ เบค แอนด์ บรู) สาขา ระยองริเวอไซด์ กล่าวว่า การลงทุนด้วยงบประมาณ กว่า 40ล้านบาท เรามีความตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานเบเกอรี่และกาแฟระดับพรีเมี่ยมให้กับพี่น้องชาวจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง  ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เพื่อรังสรรค์ให้เป็นเบเกอรี่แสนอร่อยอบสดใหม่ทุกวัน บริการพร้อมเครื่องดื่มมีทั้งกาแฟ และเมนูหลากหลาย ในบรรยากาศริมแม่น้ำระยอง แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่มีการนำงบประมาณ 400-500ล้านมาพัฒนาให้เป็นแหล่งทอ่งเที่ยว เป็นปอดที่ยิ่งใหญ่ของเมืองระยอง เราจึงมีกิจกรรมให้ลูกค้าได้นั่งเรือชมทิวทัศน์ สองฝั่งแม่น้ำระยอง ชม พระเจดีย์กลางน้ำ สะพานข้ามแม่น้ำระยองและการพายเรือคายัค  

สำหรับร้านเบลินี่ สาขาระยองริเวอร์ไซด์แห่งนี้ ได้เลือกทำเลสุดพิเศษ มอบเป็นความสุขที่จับต้องได้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำระยอง เพื่อให้ลูกค้าได้จิบกาแฟท่ามกลางธรรมชาติในบรรยากาศสบายๆ มีให้เลือกทั้งแบบ Indoor และ Outdoor พร้อมมุมถ่ายภาพไม่ซ้ำใคร โดยพร้อมให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น.ของทุกวัน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของภาครัฐในการลดความเสี่ยงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางร้านจึงได้เปิดบริการให้นั่งรับประทานในร้าน หากเป็น Indoor (ห้องปรับอากาศ)เปิดให้นั่งได้ 50% ของที่นั่ง และภายนอก Outdoor เปิดให้นั่งได้ 75% ของที่นั่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,971,940 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นายกฯ หารือปธน.เวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ จับมือและเติบโตไปด้วยกัน
'ในหลวง-พระราชินี' ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
SudoC เปิดตัว พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างเป็นทางการในไทยโดย Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health
สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมสนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม
อนุทินสั่งถอยปมตัดสิทธิพ่อแม่ ดับไฟบัตรคนจน
ติดหวานเกินไป ลดอย่างไร ไม่เกิดอาการซึม(เศร้า)
ชัชชาติ แจงยิบขั้นตอนสอบวินัย สั่งทบทวนบทลงโทษ ย้ำ ป.ป.ช. กำลังลุยสอบเส้นทางเงิน
แม่ก็คือแม่ ลูกเกด เมทินี หน้าเด็กโกงอายุ สวยฉ่ำจนสะเทือนทั้งวงการ
รัฐบาลปั้นไทยสู่ศูนย์กลางการบิน เปิดทางเครื่องบินน้ำ เชื่อมอันดามันไร้รอยต่อ
แสวง บอกกำลังใจดี ไม่กระทบการทำงาน หลังกระแสข่าว ถูกประเมินผลงานไม่ผ่าน ดีใจได้ทำงานร่วมกับ กกต.ทุกชุด

Recent Posts

  • อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ยกเลิกโควตาตั๋วฟุตบอลโลกสำหรับแฟนบอล
  • เฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” สหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ “ทรัมป์” ยันนักบินปลอดภัย
  • OpenAI ยื่นเอกสารเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามรอย Anthropic
  • ฟินแลนด์สั่งคุกอดีตซีอีโอ “Polarica” และนายหน้าหญิงไทย หลอกลวงแรงงานไทยเก็บเบอร์รีป่า
  • “Prada” จับมือ “Axiom Space” เผยโฉมชุดซับในนักบินอวกาศนาซา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d