Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: September 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เมืองน้ำดำเดินหน้าส่งเสริมปลูกฟ้าทะลายโจรปลอดสารพิษต้านโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599583

เมืองน้ำดำเดินหน้าส่งเสริมปลูกฟ้าทะลายโจรปลอดสารพิษต้านโควิด

เมืองน้ำดำเดินหน้าส่งเสริมปลูกฟ้าทะลายโจรปลอดสารพิษต้านโควิด

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.33 น.

สหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์เดินหน้าส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์การเกษตร “สวนปันบุญ” ปลูกฟ้าทะลายโจรออร์แกนิกปลอดสารพิษ ตามนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดในการแปรรูปผลิตยาสมุนไพรไทยต้านโรคโควิด-19 สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

วันที่ 3 ก.ย.64 นายสดิษฐชัย หาญมนตรี สหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นางจิรานุช เชื้อไพบูลย์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ นางสาวภารดี รัตนมุลตรี นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับนางสุจารี ธนสิริธนากร ประธานสหกรณ์การเกษตรปันบุญ จำกัด และสมาชิกสหกรณ์การเกษตรปันบุญ รับมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร พันธุ์พิษณุโลก 5-4 และพันธุ์พิจิตร 4-4 จำนวน 10,000 ต้น จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ เพื่อนำไปปลูกในรูปแบบออร์แกนิกหรือการปลูกพืชปลอดสารพิษ โดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช ภายในแปลงสวนปันบุญ และแจกจ่ายให้กับกับสมาชิกฯได้ปลูก เพื่อให้สมุนไพรมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เตรียมป้อนเข้าสู่ตลาดในการแปรรูปผลิตยาสมุนไพรไทยต้านโรคโควิด-19 สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ตามนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์

นายสดิษฐชัย หาญมนตรี สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจรให้กับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ในการปลูกพืชหลัก หรือเป็นพืชเสริม เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และสนับสนุนผลผลิตฟ้าทะลายโจรให้เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการรักษาเสถียรภาพ ด้านปริมาณ และราคาให้เกิดความสมดุล นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้มีการใช้พืชสมุนไพรไทยเป็นทางเลือกในการบำบัด ควบคุม และรักษาโรคเพิ่มขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วยกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และสถาบันเกษตรกร ในการผลักดันให้มีการปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เพื่อให้ได้ปริมาณและมาตรฐานคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดในการแปรรูป

นายสดิษฐชัย กล่าวอีกว่า สำหรับ จ.หวัดกาฬสินธุ์ ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้นำร่องในการส่งเสริมการผลิตฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร จำนวน 2 แห่ง คือ สหกรณ์การเกษตรบ้านดงกล้วย จำกัด และสหกรณ์การเกษตรปันบุญ จำกัด รวมจำนวน 40,000 ต้น  ซึ่งในส่วนการส่งมอบต้นกล้าพันธุ์ฟ้าทะลายโจรให้กับสหกรณ์การเกษตร ปันบุญ จำกัด ครั้งนี้เป็นพันธุ์พิษณุโลก 5-4 และพันธุ์พิจิตร 4-4 โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์เป็นผู้มอบ ซึ่งจะทำการลงปลูกในรูปแบบออร์แกนิกหรือการปลูกพืชปลอดสารพิษภายในแปลงสวนปันบุญ และลงปลูกในพื้นที่ของสมาชิกสหกรณ์ จำนวน 19 ราย รวมพื้นที่ 5 ไร่ เพื่อให้สมุนไพรมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจรนั้นเป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย เนื่องจากโรคและศัตรูพืชไม่ค่อยมี และปลูกได้ทุกฤดูกาลเหมาะช่วงต้นฤดูฝน ฟ้าทะลายโจรพันธุ์ปลูกพิษณุโลก 5-4 ผลผลิต 1,774-4,187 กิโลกรัม/ไร่ และปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ 10.74-11.79 เปอร์เซ็นต์, พันธุ์ปลูกพิจิตร 4-4 ผลผลิต 1,726-3,880 กิโลกรัม/ไร่ และปริมาณสารแอน โดรกราโฟไลด์ 10.59-12 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ในการส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจรดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์จะมีการสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์ทำการเกษตรปลอดภัยและพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน GAP โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์มีแผนในการดำเนินการในเรื่องมาตรฐานอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ข้าวจี่ ‘เงินล้าน’ พลิกชีวิตฝ่าวิกฤตโควิดอาชีพมั่นคง #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599554

ข้าวจี่ 'เงินล้าน' พลิกชีวิตฝ่าวิกฤตโควิดอาชีพมั่นคง

ข้าวจี่ ‘เงินล้าน’ พลิกชีวิตฝ่าวิกฤตโควิดอาชีพมั่นคง

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.10 น.

พบสองสามีภรรยาชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ อดีตเจ้าของร้านซ่อมและจำหน่ายอุปกรณ์รถจักรยานยนต์และแม่บ้าน พัฒนาภูมิปัญญาจากการปั้นข้าวจี่ผิงไฟในฤดูหนาว มาเป็นข้าวจี่มูนขายตลอดปี โดยใช้ข้าวเหนียวเขาวงมาตรฐาน Gi ต้นทุนวันละ 100-200 บาท ขายราคาก้อนละ 5 บาท สุดปัง! รายได้วันละ 2,000 บาท หรือเดือนละ 60,000 บาท สามารถผ่อนส่งบ้านราคา 3 ล้านบาทได้สบาย

วันที่ 3 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง 2 สามีภรรยาเจ้าของร้านข้าวจี่มูนกลางเมืองกาฬสินธุ์ ยืนหยัดทำข้าวจี่ขายตลอดปี ไม่มีวันหยุด ปรับปรุงรสชาติจากสูตรดั้งเดิม โดยใช้ข้าวเหนียวเขาวงมาตรฐาน Gi ผสมน้ำกะทิ ไข่เป็ด และเกลืออนามัย เป็น “ข้าวจี่มูน” มานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันวางขายทั้งหน้าร้าน บริการส่งโดยไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า และไรเดอร์แกร็บ มีรายได้ถึงวันละ 2,000 บาทหรือเดือนละ 60,000 บาท สามารถสร้างเนื้อสร้างตัว ผ่อนส่งบ้านราคา 3 ล้านบาทได้สบาย เป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิต โดยเฉพาะในยุคสถานการณ์โควิด-19  โดยร้านปูข้าวจี่มูน อยู่บนถนนธนะผล หลังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เลขที่ 49/3 เจ้าของกิจการ 2 สามีภรรยาคือนายธวัชชัย ศรีคัดเค้า อายุ 49 ปี และนางกาญจนา ศรีคัดเค้า หรือปู อายุ 48 ปี เป็นเจ้าของร้าน กำลังให้บริการขายข้าวจี่ ให้กับลูกค้า พร้อมรับออร์เดอร์ส่งอาหารทั้งไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า  และไรเดอร์แกร็บ ที่ทยอยมารับข้าวจี่มูนอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังเข้าร่วมโครงการกับรัฐคนละครึ่ง อีกด้วย

นายธวัชชัยกล่าวว่า เดิมตนเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เช่าร้านที่อยู่ข้างร้านขายข้าวจี่ ค่าเช่าเดือนละ 6,000 บาท โดยเปิดมานานกว่า 10 ปี ขณะที่นางกาญจนาภรรยา เป็นแม่บ้าน และขายของเล็กๆน้อยๆหน้าร้าน พอมีรายได้เสริมเลี้ยงลูกและส่งเสียลูกชาย 2 คนเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี ก่อนหน้านั้นอาชีพช่างซ่อมรถจักรยานยนต์พอไปได้เรื่อยๆ เพราะร้านซ่อมมีน้อย ต่อมาระยะหลัง ร้านซ่อมตามหมู่บ้านและในเมืองผุดขึ้นมามาก อีกทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 แทบจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย เริ่มต้นจากทดลองปั้นข้าวจี่ขาย สูตรข้าวจี่มูน มาวางขายหน้าร้าน และมีสินค้าของกินต่างๆ  เช่น หมูทอดแดดเดียว กากหมูเจียว ลูกชิ้น กาแฟ น้ำผลไม้ต่างๆ ขายเป็นอาหารเสริม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ลูกค้า ซึ่งปรากฏว่าขายดีขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งมีออร์เดอร์สั่งมาเป็น 500-1,000 ก้อน ทำคนเดียวไม่ทัน ตนจึงตัดสินใจปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ มาเป็นลูกมือช่วยภรรยาทำข้าวจี่มูนขายอย่างจริงจังและเป็นอาชีหลักถึงปัจจุบันนี้

ด้านนางกาญจนา ศรีคัดเค้า หรือปู เจ้าของสูตร “ปูข้าวจี่มูน” กล่าวว่าสาเหตุที่ทำข้าวจี่มูนขายเป็นอาชีพหลักนั้น เนื่องจากชอบทำข้าวจี่หรือปิ้งข้าวจี่มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ซึ่งจะทำกันในฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่  ซึ่งจะนำข้าวเหนียวใหม่ ที่นึ่งสุกใหม่ๆ มีกลิ่นหอม มาปั้นเป็นก้อนแล้วจี่ไฟ ขณะนั่งล้อมวงผิงไฟเพื่อควายหนาวตามประสาชาวบ้านอีสาน ซึ่งพอสิ้นสุดฤดูหนาว ไม่ได้ผิงไฟ ก็จะไม่มีข้าวจี่รับประทานกัน กว่าจะได้ทานข้าวจี่อีกครั้ง ก็ต้องรอกันเป็นปีๆ ทีเดียว หรือที่เรียกว่ามีปีละครั้งเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ทานข้าวจี่กัน

นางกาญจนากล่าวอีกว่า หากนึกอยากทานข้าวจี่ในฤดูกาลอื่นๆ เช่น ช่วงหน้าร้อน หรือหน้าฝน ข้าวที่จะเอามาทำข้าวจี่ก็ไม่ใช่ข้าวใหม่ กลายเป็นข้าวเก่าไปแล้ว กลิ่นหอมของเมล็ดข้าวก็หายไป นำมานึ่งสุกหรือทำข้าวจี่ก็ไม่หอมอร่อยเหมือนข้าวใหม่ ในช่วงหน้าหนาวหรือปีใหม่ ตนจึงเกิดไอเดียที่จะทำข้าวจี่ที่สามารถทานได้อย่างอร่อยตลอดปี ก็ลองผิดลองถูกมานาน ก่อนที่จะลงตัวที่สูตร “ข้าวจี่มูน” ในปัจจุบัน โดยตั้งชื่อว่า “ปูข้าวจี่มูน”

ทั้งนี้จากคุณสมบัติพิเศษของข้าวสารเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ซึ่งอ่อนนุ่มและคงความหอมตลอดเวลา ได้รับการรับรองมาตรฐาน Gi หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ตนจึงได้นำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำข้าวจี่ โดยผสมกับน้ำกะทิ เกลืออนามัยหรือเกลือไอโอดีน และไข่เป็ด เมื่อนำส่วนผสมทั้ง 4 อย่างมารวมกันจึงเรียกว่ามูน ก็จะได้ข้าวจี่มูนดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราส่วนผสมคือ ถ้าใช้ข้าวสารเหนียวเขาวง 3 ก.ก. ต่อเกลืออนามัย 30 กรัม น้ำกะทิ 1 ก.ก.และไข่เป็ดตามความเหมาะสม เพื่อให้ผิวข้าวจี่เป็นสีเหลือง เนียนนุ่ม น่ารับประทาน

“ต้นทุนการผลิต หากคิดอัตราข้าวเหนียวเขาวง 3 ก.ก.หรือ 1 หม้อ ราคา 100 บาท ไข่เป็ดเลี้ยงเอง มะพร้าวที่นำมาทำกะทิได้จากสวน บางครั้งไม่พอก็ซื้อจากท้องตลาดบ้าง เกลือ 30 กรัม ราคา 1 บาท ถือว่าต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำ ซึ่งอัตราส่วนนี้จะได้ข้าวจี่มูน 200 ก้อน จำหน่ายก้อนละ 5 บาท ขายได้ 1,000 บาท ปัจจุบันทำวันละ 2 หม้อ ใช้ข้าวสาร 6 ก.ก.ได้ข้าวจี่มูน 400 ก้อน เฉลี่ยต้นทุนต่อวันคิดเฉพาะค่าข้าวสารประมาณ 200 บาท ขายได้ 2,000 บาท หรือเดือนละ 60,000 บาท แต่หากเป็นในฤดูหนาวจะขายดีกว่านี้ถึง 1 เท่าตัว สำหรับช่องทางจำหน่ายที่หน้าร้าน และบริการรับส่งโดยไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า และไรเดอร์แกร็บ เปิดขายทุกวันตั้งแต่ 08.00-20.00 น. หรือลูกค้ามีออร์เดอร์เข้ามา ก็จัดให้ตามความต้องการ”

ด้านนางกิ่งกนก ภูมิ่งเดือน อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 44 หมู่ 13 บ้านดงเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ลูกค้าประจำกล่าวว่า เป็นลูกค้าของร้านปูข้าวจี่มูนมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน จึงแวะเวียนมาอุดหนุนทุกวัน ข้าวจี่มูนที่นี่รักษาคุณภาพ หอม อร่อย รับประทานเป็นอาหารได้เลย ตนจึงติดใจซื้อไปทานเป็นประจำ นอกจากนี้ในโอกาสทำบุญต่างๆ ก็มาสั่งไปตั้งโรงทานบ้าง เป็นของฝากเพื่อนและญาติต่างจังหวัดบ้าง ข้าวจี่มูนจึงถือเป็นอีกหนึ่งของดีกาฬสินธุ์ ที่หากมีโอกาสเดินทางมากาฬสินธุ์ไม่ควรพลาดที่จะลองลิ้มชิมรส “ปูข้าวจี่มูน” รับรองจะติดใจ

ขายข้าวจี่มูนของครอบครัวศรีคัดเค้า ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิต สามารถเป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิต ในยุคประสบสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี โดยทุกวันนี้มีรายได้ผ่อนส่งบ้านราคา 3 ล้านบาทได้สบาย จึงมีลูกค้าประจำบางคนตั้งชื่อให้ว่า “ข้าวจี่เงินล้าน”  จึงให้ข้อคิดว่า การทำงานหรือประกบอาชีพอะไรก็ตาม ขอให้มีจุดยืน ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และต่อหน้าที่ ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่ก็มีรายได้ประจำ สามารถยึดเป็นอาชีพหลักที่มั่นคงได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สะเทือนใจ! รปภ.พบหญิงชราผอมโซ ถูกทิ้งนอนใต้สะพานหวิดจมน้ำ #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599549

สะเทือนใจ! รปภ.พบหญิงชราผอมโซ ถูกทิ้งนอนใต้สะพานหวิดจมน้ำ

สะเทือนใจ! รปภ.พบหญิงชราผอมโซ ถูกทิ้งนอนใต้สะพานหวิดจมน้ำ

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.51 น.

3 กันยายน 2564  เมื่อเวลา 13.00 น. ศูนย์วิทยุอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีหญิงแก่นอนอยู่ริมคลอง ใต้สะพานหน้าโรงพยาบาลสถาบันธัญญารักษ์ ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี หลังรับจ้างได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ําจุฬาลงกรณ์ และหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบหญิงแก่ผอมโซ นอนอยู่ใต้สะพานเกือบจะจมน้ำ และมีเครื่องใช้ส่วนตัวหมอนผ้าห่มเสื้อผ้าและยารักษาโรค โดยมีเครื่องใช้ส่วนตัวหลายอย่างสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่เดินทางไปมาพบเห็นเป็นอย่างมาก ทราบชื่อนางสาวทองอยู่ ทองนิล พักอาศัยอยู่เลขที่ 6 หมู่ 5 ตำบลนาคู อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากการสอบถามนายกัญธิชัย แก้วเกล็ด อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถาบันธัญลักษณ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในระหว่างที่ตัวเองประจำการอยู่ในช่วงเช้าเมื่อเวลาประมาณเกือบเที่ยงได้มีประชาชนคนหนึ่งได้เดินมาบอกตนว่าพบหญิงชรานอนอยู่ใต้สะพาน ริมคลองเกือบที่จะตกน้ำโดยมีรูปร่างผอมโทรม ช่วยไปดูให้หน่อยหวั่นเกิดอันตราย กลัวร่วงตกลงไปในน้ำ หลังจากที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีดังกล่าวตัวเองก็ได้เดินข้ามสะพานมาเพราะอยู่หน้าประจำการที่ตัวเองรักษาความปลอดภัยอยู่ถึงกับตะลึง เมื่อได้พบร่างของคุณยายแก่นอนอยู่ในคลองโดยมีเครื่องใช้ส่วนตัวและมีผ้าปู 

ตัวเองได้สอบถามคุณยายว่า ยายมานอนอย่างนี้ได้อย่างไร ยายก็ได้ตอบไปว่าตัวเองเดินมาเอง และมานอนที่นี่ ซึ่งตัวเองมองดูแล้วยายนั้นไม่สามารถที่จะเดินมาได้ เพราะรูปร่างของยายนั้นผอมแห้ง ขนาดลุกนั่งก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นได้ คาดว่าคงจะมีใครเอายายมาปล่อยทิ้ง 

จากการตรวจสอบดูแล้วมีบัตรรักษาโรงพยาบาลภูมิพลและมีบัตรคิวรักษาอยู่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำคุณยายส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชเพื่อทำการรักษา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคราะห์ซ้ำกรรมชัด 2 เด็กหญิงพ่อฆ่าแม่ติดคุกต้องขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599529

เคราะห์ซ้ำกรรมชัด 2 เด็กหญิงพ่อฆ่าแม่ติดคุกต้องขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

เคราะห์ซ้ำกรรมชัด 2 เด็กหญิงพ่อฆ่าแม่ติดคุกต้องขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.05 น.

เคราะห์ซ้ำกรรมชัด 2 พี่น้องเด็กหญิงต้องพากันออกขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต หลังเกิดเหตุร้ายพ่อฆ่าแม่ จนพ่อต้องติดคุกส่งผลให้เด็กหญิงทั้ง 2 คนพี่น้องต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และพากันย้ายถิ่นฐานไปอาศัยพี่ต่างบิดาอยู่ 

เคยเป็นข่าวดังเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ว่ามีเหตุการณ์นายกุลชร (ขอสงวนนามสกุล) สามีทำร้ายร่างกายนางรัศฎาพร (ขอสงวนนามสกุล) ภรรยาจนตาย เหตุเกิดที่ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ  

โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นข่าวดังที่นอกจากจะสร้างความสะเทือนใจกับผู้คนในสังคมแล้ว ยังสร้างตราบาปติดอยู่ในความทรงจำของเด็กหญิงผู้เป็นลูกทั้ง 2 คนมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะพ่อเป็นทาสยาเสพติด ทำร้ายร่างกายแม่จนตาย ชะตากรรมทำให้เด็กหญิงทั้ง 2 คนต้องกำพร้าแม่ เมื่อพ่อติดคุก ก็ต้องระหกระเหินจากจังหวัดบึงกาฬมาขออาศัยอยู่กับพี่สาวต่างบิดา ที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อาศัยขอข้าวจากเพื่อนบ้านที่เมตตาสงสารนำมาส่งให้ประทังความหิว บ่อยครั้งต้องอดมื้อกินมื้อ เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก

โดยวันนี้ (3 ก.ย.64) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 4 บ้านสร้างแก้ว ตำบลทราบมูล อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร พบ 2 เด็กหญิงกำลังกินข้าวกับไข่ต้ม ไข่เจียว ส่วนข้าวเหนียวมีชาวบ้านที่สงสารนำมาส่งให้ ทราบชื่อ เด็กหญิงกนกอร หรือน้องฟ้า อายุ 13 ขวบ และเด็กหญิงธนกร หรือน้องฝน อายุ 10 ขวบ 

สอบถามเด็กหญิงทั้ง 2 คนได้ความว่า พ่อเป็นคนโมโหร้ายมาก ชอบทำร้ายร่างกายเด็กหญิงทั้ง 2 และแม่เป็นประจำมีบ่อยครั้งที่ใช้ท่อนไม้ตีอย่างแรง โดยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 พ่อได้ตีแม่จนตาขวาช้ำ มีแผลฉีกขาดที่หน้าผาก ริมฝีปากล่างแตก ฟันหลุด ศีรษะบวม และได้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวพ่อไปฝากขัง ทำให้ตนทั้ง 2 ต้องระหกระเหิน จากจังหวัดบึงกาฬมาขออาศัยอยู่กับพี่สาวต่างบิดาที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งพี่สาว คือ นางสาวมินตรา สร้างผล อายุ 23 ปีก็ตกงานไม่มีรายได้ทุกคนต้องลำบากอาศัยขอข้าวจากเพื่อนบ้านที่เมตตาสงสารนำมาส่งให้ประทังความหิว บ่อยครั้งต้องอดมื้อกินมื้อ

เด็กหญิงกนกอร หรือ น้องฟ้า ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ตนและน้องคิดถึงแม่มากอยากกอดแม่ วันที่ 12 สิงหาคม 2564 วันแม่ที่ผ่านมา ตนและน้องนอนกอดรูปแม่แล้วร้องไห้  ถ้าหากแม่ยังอยู่เราคงไม่ลำบากแบบนี้ 

ด้านนางสาวมินตรา สร้างผล อายุ 23 ปี ผู้เป็นพี่สาวที่รับน้องทั้ง 2 คนมาอยู่ด้วย กล่าวว่า ตนเป็นพี่สาวต่างบิดากับน้องทั้ง 2 คนสมัยที่แม่มีชีวิตอยู่มักจะโทรศัพท์มาเล่าเรื่องที่นายกุลชร พ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายแม่เป็นประจำ จนครั้งล่าสุดทำร้ายร่างกายแม่จนตาย ตนเองต้องลาออกจากงานเพื่อมาดำเนินการเรื่องคดีความของแม่ ไม่มีรายได้ โดยขณะนี้นายกุลชร พ่อเลี้ยงได้ถูกผากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดบึงกาฬ 

ที่น่าเวทนายิ่งไปกว่านั้นอีก เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านที่ใกล้ชิด ได้เล่าว่า ครอบครัวนี้ถือเป็นครอบครัวที่น่าสงสารยิ่งนัก เคยมีเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงต่อเพศและร่างกายในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง คือ เด็กหญิงบุญรักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาว นางรัศฎาพร (ผู้ตาย ) ได้เสียชีวิตจากการถูกฆ่าข่มขืน เหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ.2531 ในขณะนำวัวควายออกไปเลี้ยงกลางทุ่งนา ปัจจุบันผู้ก่อเหตุได้พ้นโทษออกมาแล้วยิ่งทำให้ชาวบ้านเป็นห่วง เพราะในบ้านหลังนี้มีแต่ผู้หญิง อีกทั้งน้องฟ้าและน้องฝน กำลังจะอายุย่างเข้าสู่วัยรุ่น

สำหรับท่านผู้มีจิตเมตตา มีความประสงค์จะเยียวยาความทุกข์ยากให้เด็กหญิงทั้ง 2 คนสามารถช่วยได้โดยการโอนเข้าบัญชี ด.ญ.กนกอร พิมพ์เกษ หรือ ด.ญ.ธนกร พิมพ์เกษ เลขที่บัญชี 020367652268 ธนาคารออมสิน สาขาสว่างแดนดิน 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัดสวนแก้ว’ ตรวจโควิดคนงานซ้ำรอบ 2 ก่อนเปิดวัดขายสินค้า 4 ก.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599496

'วัดสวนแก้ว' ตรวจโควิดคนงานซ้ำรอบ 2 ก่อนเปิดวัดขายสินค้า 4 ก.ย.นี้

‘วัดสวนแก้ว’ ตรวจโควิดคนงานซ้ำรอบ 2 ก่อนเปิดวัดขายสินค้า 4 ก.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.16 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 3 ก.ย.64 ที่วัดสวนแก้ว ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังจากที่มีคนงานผู้หญิงวัดสวนแก้วไปผ่าตัดไส้ติ่ง ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า หลังผ่าตัดได้กลับมาพักรักษาตัวต่อที่ห้องพักคนงาน ปรากฎว่าทางโรงพยาบาลได้แจ้งมาว่า หญิงดังกล่าวติดเชื้อโควิด ทางโรงพยาบาลได้มารับตัวไปรักษา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอบางใหญ่ สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี มาตรวจคัดกลองให้กับคนงานและเจ้าหน้าที่ของวัดทั้งหมด 560 คน ซึ่งผลตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 49 ราย ได้แยกไปกักตัวรักษาอาคารที่พัก ส่วนผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงให้กักตัวดูอาการอีกอาคารภายในวัดสวนแก้ว ทางเทศบาลตำบลบางเลน ได้มีคำสั่งปิดวัดตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ถึงวันที่ 3 ก.ย.64 รวม 7 วันและวันนี้ครบกำหนดเปิดวัดเป็นวันแรก

โดยในวันนี้ ดร.วรพจน์ พวงแย้ม นายกเทศมนตรีตำบลบางเลน นายสายันต์ กลั่นเกษร ผู้อำนวยการ รพ.สต.บางเลน ได้นำเจ้าหน้าที่มาตรวจคัดกรองซ้ำรอบ 2 ให้กับคนงานและเจ้าหน้าที่วัดสวนแก้วจำนวน 500 คน 

นายธีรสิทธิ์ ธีรปันปัญญา ผู้อำนวยการมูลนิธิวัดสวนแก้ว กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่มาตรวจคัดกรองให้กับคนงานและเจ้าหน้าที่วัด พบมีผู้ติดเชื้อ 49 รายได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม ส่วนผู้ที่ใกล้ชิดและเสี่ยงสูงให้กักตัวในอาคารที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ โดยเทศบาลได้สั่งปิดวัดเป็นเวลา 7 วัน วันนี้วันที่ 3 ก.ย.64 ครบกำหนดจึงได้ตรวจซ้ำอีกครั้ง ในส่วนการเปิดวัดนั้นคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าทางวัดได้ในวันที่ 4 ก.ย.64 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุกซู่! สาวปวดหูกลางดึก ผงะ ‘แมลงสาบ’ มุดรูหูวางไข่ เคราะห์ดีหมอคีบออกได้ #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599493

ขนลุกซู่! สาวปวดหูกลางดึก ผงะ'แมลงสาบ'มุดรูหูวางไข่ เคราะห์ดีหมอคีบออกได้

ขนลุกซู่! สาวปวดหูกลางดึก ผงะ’แมลงสาบ’มุดรูหูวางไข่ เคราะห์ดีหมอคีบออกได้

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.03 น.

วันที่ 3 กันยายน 2564 เป็นเรื่องเตือนภัยได้เป็นอย่างดี หลังมีผู้ใช้แอปฯ TikTok @zziizteen ได้โพสต์คลิปวิดีโอเตือนภัย เผยให้เห็นภาพแมลงสาบที่อยู่ในทิชชู่ และยังขยับดิ้นอยู่ พร้อมข้อความว่า “เมื่อตอนตี 1 ตื่นมารู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในหู และปวดหูมาก ช่วงสายเลยไปหาหมอ และนี่คือสิ่งที่น่าขนลุกมาก”

ซึ่งเจ้าของคลิปแมลงสาบ ยังได้ระบุด้วยว่า “ขนลุกมาก แค่ 1 วันจะไปวางไข่แล้ว #ระวัง #แมลงสาบเข้าหู #เตือน #ขึ้นฟีด”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7001847104654134529?lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หวั่นโควิด! สมุทรสาครตรวจสอบคนเร่ร่อนยึดพื้นที่หน้าศาลากลางเป็นที่หลับนอน #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599492

หวั่นโควิด!สมุทรสาครตรวจสอบคนเร่ร่อนยึดพื้นที่หน้าศาลากลางเป็นที่หลับนอน

หวั่นโควิด!สมุทรสาครตรวจสอบคนเร่ร่อนยึดพื้นที่หน้าศาลากลางเป็นที่หลับนอน

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 10.55 น.

ศูนย์ดำรงธรรมสมุทรสาคร พร้อมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าตรวจสอบคนเร่ร่อนที่มายึดพื้นที่หน้าศาลากลางจังหวัดเป็นที่หลับนอน 3 คน ก่อนนำตัวไปตรวจโควิด-19 ก่อนส่งตัวต่อเข้ารับการคุ้มครองที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

วันนี้ (3 ก.ย.64) ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณศาลากลางจังหวัดพบคนเร่ร่อนและไร้ที่พึ่งจำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คนหญิง 1 คนพักอาศัยอยู่บริเวณทางเท้าหน้าวัดป้อมวิเชียรโชฎก ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดเข้ารับการตรวจโควิด – 19 และส่งตัวต่อเข้ารับการคุ้มครองที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตต่อไป

ต่อมาทางเทศบาลนครสมุทรสาคร ได้เข้ามาเก็บของเครื่องใช้ต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวออกไปทั้งหมดตลอดจนทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบจนเกิดความสะอาดเป็นที่เรียบร้อย เหมือนดังเดิม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

50 ปีที่รอคอย ‘ชาวโนนศิลา’ เฮ! ได้รับสัญญาเช่าที่จากกรมธนารักษ์ถูกกฎหมาย #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599485

50 ปีที่รอคอย'ชาวโนนศิลา'เฮ!ได้รับสัญญาเช่าที่จากกรมธนารักษ์ถูกกฎหมาย

50 ปีที่รอคอย’ชาวโนนศิลา’เฮ!ได้รับสัญญาเช่าที่จากกรมธนารักษ์ถูกกฎหมาย

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 10.20 น.

ชาวตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เฮหลังต้องต่อสู้เรียกร้องยาวนานกว่า 50 ปีเพื่อเป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้ฝันเป็นจริงหลังได้รับเอกสารสิทธิเช่าที่จากกรมธนารักษ์ อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ศาลาประชาคมบ้านคำคา ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายยุทธนา หยิบการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่มอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ โครงการธนารักษ์ประชารัฐ โดยมีนายอุดร สีลาพันธ์ ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ ร่วมพิธีรับมอบ ท่ามกลางความยินดีของผู้ร่วมกิจกรรม โดยได้มอบให้กับตัวแทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และด้วยความห่วงใยจากสถานการณ์โควิด 19 ยังได้นำเจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัยมอบให้แก่ชุมชน กิจกรรมธนารักษ์ประชารัฐ จัดขึ้นภายใต้มาตรการควบคุมสูงสุดป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำกัดผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เกิน 50 คน จำกัดเวลาดำเนินกิจกรรมไม่เกิน 30 นาที ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และต้องผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ อสม.

นายยุทธนา หยิบการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ได้มอบเอกสารเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กส.584  บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ จำนวน 1,163 ราย และอำเภอสามชัย 1,475 ราย รวมทั้งหมด 2,638 รายตามโครงการธนารักษ์ประชารัฐ สนองนโยบายภาครัฐที่ต้องการจะลดความเหลื่อมล้ำเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ดึงเข้าระบบอย่างถูกต้องตามระเบียบทางราชการถูกกฎหมาย แม้จะไม่สามารถทำการซื้อขายได้ แต่นำไปเป็นหลักทรัพย์ประกันเงินกู้ รวมถึงการเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐ

นายราชัน คุณาประถม กำนันตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า จากในอดีตได้เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุก เป็นกลุ่มคนผิดกฎหมาย แม้ว่าจะเป็นผู้เสียสละพื้นที่ให้มีการสร้างเขื่อนลำปาว บ้านแตกสาแหรกขาด เพราะตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนลำปาว อำเภอสหัสขันธ์ ได้อพยพย้ายถิ่นฐานไปที่ตำบลโนนบุรี เพื่อสร้างอำเภอแห่งใหม่ ขณะที่อำเภอเก่าน้ำจากเขื่อนลำปาว ได้เอ่อท่วมเป็นบริเวณกว้าง ในปี พ.ศ.2510 ถนนถูกตัดขาด ไม่มีถนนเข้าหมู่บ้านก็ต้องระดมเงินทำถนนกันเอง 

จากวันนั้นจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 54 ปี เป็นระยะเวลาได้ต่อสู้ เรียกร้องจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้หลุดพ้นหมู่บ้านชายขอบ ผิดกฎหมาย ผู้บุกรุก และตัดขาดซึ่งการช่วยเหลือจากภาครัฐ โครงการธนารักษ์ประชารัฐ ได้เข้าถึง และทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเดือดร้อนอีกต่อไป จะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐตามระบบ เป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอขอบคุณกรมธนารักษ์ และที่สำคัญคือท่านนายกประยุทธ์ฯที่ช่วยชาวบ้านให้พ้นทุกข์เสียที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599408

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กันยายน 2564

ลึกลับในสนามข่าว : 3 กันยายน 2564

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

nn…ประสบความสำเร็จไปแล้ว 1 สำหรับ 2 “ดอกเดอร์”คู่กายของ“ นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทุ่มเทสุดตัวในการปกป้อง นายกฯ จากหลากสายสารพันปัญหา ที่โจมตีเข้ามา ล่าสุด “นายกฯลุงตู่” เลยมอบตำแหน่ง “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” หรือ “โฆษกรัฐบาล”ให้ “ดร.แด๊ก” ธนกร วังบุญคงชนะ” สมใจไปแล้ว…เหลือเพียงอีกหนึ่ง ดร.คือ “ดร.แรมโบ้” เสกสกล อัตถาวงศ์ ขณะนี้ยังไม่รู้ จะได้รับสมนาคุณตำแหน่งอะไร รอติดตามดูกันต่อไป…

อย่างไรก็ดี ด้วยความคาดหวัง อยากให้“ทีมโฆษก”โดยเฉพาะตัว “โฆษกรัฐบาล”ทำงานแบบหลายมิติ ทั้งชี้แจง และตอบโต้ ก็ถือว่าเข้าทาง“ดร.แด๊ก” เลย เพราะที่ผ่านมา การทำงานก็จะเป็นลักษณะนั้นอยู่แล้ว…..

และการได้ “ดร.แด๊ก” เข้ามาทำหน้าที่ “โฆษกรัฐบาล”…เราก็คงจะได้เห็นงานในส่วนของทีมโฆษก ที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะในการทำงาน “โฆษกรัฐบาลคนใหม่”ย้ำว่า “อยากให้รวบรัด รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ เพื่อประชาชนจะได้ไม่สับสนเพราะหากชี้แจงช้า ก็อาจมีผลให้ประชาชนเข้าใจผิดและเมื่อเป็นอย่างนั้นการมาแก้ทีหลัง ก็อาจจะช้าไปแล้ว”…..

เห็นได้ชัดจากกรณีของ “อดีตผู้กำกับโจ้” ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ จนถึงต่างประเทศพร้อมกับกระแสสังคม ที่ออกมาเรียกร้องเรื่อง “การปฏิรูปตำรวจ” ที่ก่อนหน้านี้ จ่อๆจะปฏิรูปกันมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ฤกษ์เสียทีจนมาครั้งนี้ก็ออกมาเรียกร้อง ทวงถามกันอีกรอบ “ดร.แด๊ก” โฆษกรัฐบาลคนใหม่ก็รีบจัดการชี้แจงว่า ทางนายกฯเร่งเดินหน้าปฏิรูปตำรวจ พร้อมชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้เรื่องการปฏิรูปตำรวจถึงขั้นตอนไหน…ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะทันอกทันใจเหล่าบรรดาแม่ยกทั้งหลาย อย่างน้อยสังคมจะได้รู้ว่า รัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ไม่ได้นิ่งนอนใจ…แบบนี้ปรบมือสิ รออะไร5555…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : การเมืองกระตุก ‘ไนกี้’ #SootinClaimon.Com

Posted on September 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/599379

บทความพิเศษ : การเมืองกระตุก‘ไนกี้’

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.

“Go For It”

สโลแกนของ Nike บริษัท Sportswearยักษ์ใหญ่ที่ชวนให้ลูกค้าฮึกเหิม กล้าหาญ ทำในสิ่งที่อยาก ตามหา “ฝัน” จับใจยิ่งนัก โดยเฉพาะกับคนรุ่นหนุ่ม-สาว ในสากล

แน่นอนในประเทศที่รวยใหม่และบริโภคนิยมอย่างจีน เป็น “ตลาดใหม่” ที่คลั่งไคล้ Brand Names

NIKE – ADIDAS ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดประชากรท่วมโลกประเทศนี้เป็นเวลาพอสมควร

แต่ช้าก่อน “อุบัติเหตุ” ในทางการตลาด ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

เริ่มแต่ห้างยักษ์จากสวีเดน H&M แสดงความคิดเห็นต่อต้าน “ฝ้าย” จาก Xinjiang ที่ใช้ชนมุสลิมกลุ่มน้อย Uyghur เป็น “แรงงานทาส” เก็บฝ้าย

กันยายนปีที่แล้ว H&M ประกาศขึงขังจะไม่ค้ากับโรงงานที่อยู่ในเขตนั้น

“เด็กรุ่นใหม่” ของจีนทนไม่ได้ก่อน CommunistYouth League ออกมาแสดงบทบาทชวนชาวจีนต่อต้านสินค้าจาก “ตะวันตก”

ผลกระทบเกิดต่อมากับการต่อต้านสินค้าของ NIKE – ADIDAS – BURBERRY -UNIQLO และ LA COSTE แบรนด์ดังๆ ที่ต้องการ “ตลาดยักษ์จีน” ตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด

“กระแสรักชาติ” ในจีนที่ระเบิดออกมา ต้องยกเครดิตให้ท่านประธานาธิบดีสหรัฐผู้โด่งดัง Pres. Donald Trump ผู้ริเริ่มนโยบาย America First ในปี 2018 ให้คนอเมริกันใช้สินค้า Made in USA เท่านั้นไม่พอพยายามบีบจีน ทรมานจีนด้วยการเพิ่มภาษีสินค้าจีน การ Sanction การห้ามค้าขายสินค้า Technology กับจีน ฯลฯ

เดือนพฤษภาคม 2019 ประธานาธิบดี Trump กล่าวหา Huawei สมาร์ทโฟนผู้มาแรงจากจีนว่าเป็น SPY และขโมยข้อมูลความลับจากบริษัท Technology ของสหรัฐ Huawei โดน Banned

กรณี “ฝ้าย” จาก “แรงงานทาส” ใน Xinjiang

กรณี “คนตะวันตก” เข้าข้าง Hong Kong ในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย ฯลฯ รวมๆ ท้าให้ชาวจีนรักชาติยิ่งขึ้น กระแส “ชาตินิยม” ปลุกขึ้น ที่สำคัญส่งผลกับ “ธุรกิจการค้า”

China First จึงเกิดขึ้น (บ้าง) อเมริกามี America First ได้ จีนทำไมมีบ้างไม่ได้

Buy Local ซื้อสินค้า Made in China กันเถิด

จากเดิมที่ “ผู้บริโภค” ภายในประเทศจีนไม่เชื่อถือสินค้าทำในจีน ผู้คนเริ่มหันกลับมามอง “ผลิตภัณฑ์” ของตนเอง

เป็น “เวลา” ที่เหมาะสม ตอนนี้คนจะมาดูถูก “สินค้าจีน” เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว จีนได้เทคโนโลยี Know How จากบริษัทต่างชาติที่เข้าไปลงทุน (MNC) รวมทั้งจีนเองก็ได้ลงทุนใน R&D วิจัยพัฒนาสินค้าจีนจึงไม่ได้เป็น “เจ้าเงาะ” อีกต่อไป เป็น “พระสังข์ทอง”ส่งประกาย

Huawei เป็นสินค้าจีนที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศเป็นอย่างมาก เป็น Smartphone ชั้นนำของโลกและถึงโดน USA แบนสินค้ารวมทั้งการใช้ App ฉลาดๆ อย่าง Google ฯลฯ แต่ Huawei ก็ยังพัฒนา Local App มาใช้แทนกันได้ ทุกวันนี้ก็ยังคงครองความเป็นผู้นำ Smartphone ในจีน ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 40% ในตลาดโลกถึง Huawei จะตกมาเป็นอันดับ 4 แต่ Xiaomi เพื่อนร่วมประเทศก็ยังเป็นอันดับ 1 ชนะเกาหลี SAMSUNG และ I Phone สหรัฐอันดับ 2

กีฬา Tokyo Olympic 2020 ที่เพิ่งแข่งจบไป (2021) ยิ่งทำให้ผู้บริโภคฮึกเหิมเชื่อมั่นใน “สินค้าจีน”

นักกีฬาจีนเก่งเหลือเกินและเกือบจะเป็นเจ้าเหรียญทองอีกครั้ง (เคยชนะสหรัฐในปี คศ.2008)

บริษัท Sportswear Li Ning ของจีนมาแรงแย่ง Market Shares จากยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง NIKE และ ADIDAS

Brand : Li Ning กำเนิดจาก “วีรบุรุษ” ยิมนาสติกของจีนใน Olympic Games คศ.1984 ที่ Los Angeles Li Ning ชนะได้เหรียญถึง 6 เหรียญ (เป็นเหรียญทอง 3) เป็น “ขวัญใจชาวจีน” จนได้รับสมญา Prince of Gymnastics

เขาเริ่มต้นธุรกิจ Li Ning Sportswear ในปีค.ศ.1990 ธุรกิจดำเนินเรื่อยมา จนบัดนี้ได้ “กระแสลมรักชาติ” หนุนส่งจนทำให้ Sportswear ยักษ์ใหญ่จาก สหรัฐอเมริกาและเยอรมนี หัวคะมำ

ในกระแสของ Social Media อีกเช่นกัน “ดารา” ต้องระวังตัวมากในการแข่งขัน Summer Olympic ครั้งล่าสุด Yang Qian นักกีฬาความหวังยิงปืน Air Rifle 10 m ทำพลาดไปใส่รองเท้า NIKE ให้คนเห็นก่อนแข่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์

โชคดีที่เธอ “เล่น” เป็น ภายหลังได้รางวัลเหรียญทอง (ปีนี้เป็น 100 ปี พรรคคอมมิวนิสต์) เธอฉลาดพอที่จะกล่าวให้สัมภาษณ์

“ฉันมีความสุขมากที่ได้เหรียญทองนี้

ขอมอบให้เป็นของขวัญแก่ ประเทศ (ฮา)”

กฤษณ์ ศิรประภาศิริ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,971,966 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นายกฯ หารือปธน.เวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ จับมือและเติบโตไปด้วยกัน
'ในหลวง-พระราชินี' ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
SudoC เปิดตัว พิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างเป็นทางการในไทยโดย Innowaita Lab และ SMTIA ดันสู่ Health Tech เจาะตลาด Preventive Health
อนุทินสั่งถอยปมตัดสิทธิพ่อแม่ ดับไฟบัตรคนจน
สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ร่วมสนับสนุนคุณค่าทุกความต่างอย่างเท่าเทียม
ติดหวานเกินไป ลดอย่างไร ไม่เกิดอาการซึม(เศร้า)
ชัชชาติ แจงยิบขั้นตอนสอบวินัย สั่งทบทวนบทลงโทษ ย้ำ ป.ป.ช. กำลังลุยสอบเส้นทางเงิน
แม่ก็คือแม่ ลูกเกด เมทินี หน้าเด็กโกงอายุ สวยฉ่ำจนสะเทือนทั้งวงการ
รัฐบาลปั้นไทยสู่ศูนย์กลางการบิน เปิดทางเครื่องบินน้ำ เชื่อมอันดามันไร้รอยต่อ
มัลลิกา ลุยดอนเมือง ออนทัวร์รถแห่ท้าแดดเปรี้ยง พ่อค้าแม่ค้าแห่ต้อนรับอบอุ่น ชมคลิป

Recent Posts

  • อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ยกเลิกโควตาตั๋วฟุตบอลโลกสำหรับแฟนบอล
  • เฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” สหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ “ทรัมป์” ยันนักบินปลอดภัย
  • OpenAI ยื่นเอกสารเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามรอย Anthropic
  • ฟินแลนด์สั่งคุกอดีตซีอีโอ “Polarica” และนายหน้าหญิงไทย หลอกลวงแรงงานไทยเก็บเบอร์รีป่า
  • “Prada” จับมือ “Axiom Space” เผยโฉมชุดซับในนักบินอวกาศนาซา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d