พม. ร่วมประชุมภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียน ครั้งที่ 10 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/604137

พม. ร่วมประชุมภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียน ครั้งที่ 10

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.33 น.

23 กันยายน 2564 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม. นางจตุพร โรจนพานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจากนางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ให้เข้าร่วมการประชุมภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียน ครั้งที่ 10 (10th  ASEAN Social Work Consortium Conference – ASWC) ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของประเทศไทย (SOMSWD Leader of Thailand) ซึ่งกระทรวงแรงงาน คนพิการ และกิจการสังคม (Ministry of Labour, Invalids and Social Affairs – MOLISA) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในฐานะประธานการประชุม ASWC ประจำปี พ.ศ. 2563 – 2564 โดยจัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ต่อเนื่องจากวันที่ 21 กันยายน 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล

นางจตุพร กล่าวว่า การประชุมเมื่อวานนี้ (22 ก.ย. 64) ตนได้กล่าวถ้อยแถลงในนาม SOMSWD/ASWC ประเทศไทย โดยได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการประชุม ASWC ของประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทนำของประเทศเวียดนามในการจัดทำเอกสารผลลัพธ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับงานสังคมสงเคราะห์ จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาฮานอยว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมอาเซียนที่แน่นแฟ้นและตอบสนอง และแผนงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียน พ.ศ. 2564 – 2568 (ASWC Work Plan 2021 – 2025) และกล่าวถึงรายงานความสำเร็จและบทบาทนำของประเทศไทยที่มีต่อการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์ ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ตลอดจนเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียนในอนาคต ผ่านการดำเนินงานแผนงานและโครงการต่างๆ ภายใต้แผนงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียน พ.ศ. 2564 – 2568

นางจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ นายชินชัย ชี้เจริญ ในฐานะอุปนายกคนที่ 2 สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และประธานสภาสังคมสงเคราะห์ระหว่างประเทศ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก (ICSW-SEAP) และนางสาววิมลรัตน์ รัชชุกูล ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. ยังได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับร่างแผนงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมสงเคราะห์อาเซียน พ.ศ. 2564 – 2568  รวมถึงได้หารือทิศทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ASWC ในอนาคต อีกทั้งนายอโณทัย อุดมศิลป ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ได้นำเสนอเกี่ยวกับผลการประเมินความต้องการฝีกอบรมของนักสังคมสงเคราะห์จากประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านอื่นๆ  สำหรับการประชุม ASWC ปี 2565 – 2566 ประเทศฟิลิปปินส์จะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมต่อไป

-(016)

เอ็นไอเอผนึกพันธมิตรพลิกโฉมการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603907

เอ็นไอเอผนึกพันธมิตรพลิกโฉมการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดกิจกรรม AgTech Connext 2021 Demo Day เพื่อเป็นเวทีนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสตาร์ทอัพด้านการเกษตรที่จะไปแก้ปัญหาทางการเกษตรในด้านต่างๆ พร้อมทั้งเป็นการแสดงให้เห็นศักยภาพในการปรับเปลี่ยนการเกษตรของไทยให้กลายเป็นเกษตรอัจฉริยะ ด้วยแพลตฟอร์ม AgTech Connext

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA เปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม AgTech Connext จะเป็นสะพานเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วยหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าวกรมประมง กรมปศุสัตว์ หน่วยงานให้การสนับสนุนเงินทุนกับเกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หน่วยงานพร้อมสนับสนุนเงินร่วมลงทุนให้กับสตาร์ทอัพอย่างบริษัท อินโนสเปรซ (ประเทศไทย) จำกัดรวมทั้งภาคเอกชนทั้งจากบริษัท อะเมซอนเว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้มอบเครดิต AWS Cloud ให้แก่สตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือก และกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ได้สนับสนุนเงินรางวัลรวมมูลค่า 300,000 บาท ให้กับสตาร์ทอัพที่นำเสนอผลงานการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้งานจริงกับเกษตรกรได้ยอดเยี่ยม

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA กล่าวว่า “14 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการนี้เป็นสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีพร้อมใช้งาน โดยจะได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อปิดจุดอ่อนสำคัญของสตาร์ทอัพให้ประสบความสำเร็จในการขยายการเติบโตของธุรกิจและตอบโจทย์ตรงใจกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จากนั้นจึงมีการนำผลิตภัณฑ์และบริการไปใช้จริงกับเกษตรกรและผู้ใช้งาน เพื่อเป็นพื้นที่ทดสอบและเป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นSmart Agriculture รวมถึงการสร้างสังคมแห่งโอกาสและก้าวไปสู่การสร้างสรรค์สังคมเกษตรด้วยนวัตกรรมต่อไป

ดร.ชยกฤต เจริญศิริวัฒน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (เอฟไอที) เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจเอฟไอที มีเป้าหมายในการสร้างสรรค์และส่งเสริมศักยภาพของเกษตรกรและคู่ค้าผ่านโซลูชั่นที่มีนวัตกรรมและสร้างความยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของอุตสาหกรรมการเกษตรและห่วงโซ่อุปทานการเกษตรให้มีความปลอดภัย รับผิดชอบ และตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยโครงการ AgTech Connext เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างเอฟไอทีและภาครัฐที่จะส่งเสริมศักยภาพและเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพด้านเกษตรให้กับประเทศ ซึ่งหลังจากงานในครั้งนี้ ทางกลุ่มธุรกิจฯ ยังเปิดโอกาสให้ AgTech startup ที่สนใจจะเป็นพาร์ทเนอร์หรือร่วมงานกับทางเอฟไอที เพื่อเชื่อมโยงสตาร์ทอัพกับกลุ่มเกษตรกร หรือคู่ค้าของเอฟไอที ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

สำหรับผลการตัดสินสตาร์ทอัพเกษตรผู้ชนะ (ตัดสินจากคณะกรรมการ) ที่ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ ทีม SPERM SPEED : น้ำเชื้อว่องไว ผลิตภัณฑ์พลาสเตอร์ฮอร์โมนเหนี่ยวนำการเป็นสัดสำหรับวัวเนื้อและวัวนม ระบบผสมเทียมโคแบบกำหนดเวลาและน้ำเชื้อโคกระบือคัดเพศ รับเงินรางวัล 150,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ EDEN AGRITECH :อีเด็น อะกริเทค สารเคลือบยืดอายุผัก ผลไม้ และผลไม้ตกแต่ง รับเงินรางวัล 100,000 บาทและรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมALGAEBA : อัลจิบ้า เครื่องนับลูกสัตว์น้ำ รวดเร็วแม่นยำ และมีหลักฐานการนับ รับเงินรางวัล 50,000 บาท นอกจากนี้ ทางโครงการจัดให้มีรางวัล The Popular AgTech Connext 2021Award (ตัดสินจากผลการโหวตของผู้เข้าร่วมงาน)ได้แก่ ทีม EDEN AGRITECH : อีเด็น อะกริเทครับเงินรางวัล 20,000 บาท

คุณแหน : 23 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603965

คุณแหน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

●● ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับพลเอกสุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 19 อดีต ผบ.ทบ. อดีต ผบ.สส.และครอบครัวที่สูญเสีย คุณหญิงวรรณี คราประยูร จัดพิธีสวดพระอภิธรรม ที่ศาลา 7วัดโสมนัสฯ 22-24 ก.ย.18.00 น. แล้ว25 ก.ย. บรรจุ…

●● ดีไซเนอร์แถวหน้าธีระพันธ์ วรรณรัตน์ Sale เสื้อในร้านทุกชุดลดสุดๆ 70% ห้องเสื้อธีระพันธ์ ที่ ศูนย์ฯ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถ.ราชดำริ หลังจากปิดเพราะโควิดมา 3 เดือน เพราะปลายเดือน ธ.ค. 2564 นี้ ตึกจะปิดทำการ…ทุกร้านต้องย้ายออก เนื่องจากหมดสัญญาเช่ากับพระคลังข้างที่..เชิญแวะเลือกซื้อเลือกชมกันได้…

●● ธานินทร์ พานิชชีวะบิ๊กบอส DMT เดินหน้าผุดโครงการ“โทลล์เวย์รับขวด ช่วยหมอ” รับบริจาคขวดพลาสติก (PET) ที่ใช้แล้วมาอัพไซเคิลเป็นชุด PPE ส่งต่อบุคลากรด่านหน้า ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษา ผู้ติดเชื้อโควิด-19รับบริจาค 1 ต.ค. ถึง 15 ธ.ค. นี้ ผู้ที่สนใจร่วมบริจาคขวดน้ำพลาสติก (PET) ใช้แล้วแวะหย่อนลงกล่องได้ที่ด่านดินแดง และสำนักงานใหญ่ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง..

●● ผวจ.ใจบุญ รังสรรค์ ตันเจริญ และน.อ.อินทิรา ตันเจริญ พร้อมคณะ ได้ร่วมกันซ่อมแซมบ้านให้นักเรียนทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชนฯ และจัดหามือถือไว้ให้ใช้เรียนออนไลน์ด้วย…เป็นบุญของเด็กๆ โดยแท้..

●● เพื่อนๆ ร่วมยินดีกับ เจษฎา จิตรัตน์ ที่ได้เป็นว่าที่ ผวจ.สงขลา…

●● อนุโมทนาบุญกับ เริงชัย จงพิพัฒนสุข ปธ.กก.มูลนิธิเริงชัย-สุรีย์มาศ จงพิพัฒนสุขและคณะผู้บริหาร บจ.สำนักพิมพ์วัฒนาพานิชบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ รพ.เทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ รพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จำนวน 11 แห่ง..

●● เพื่อนๆ ชาว ปธพ#3 มีข่าวดีที่เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.ต.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ..

●●ชาว Digital CEO # 4 ร่วมยินดีกับ ชาตรี เวทสรณสุธี ที่ได้เป็น รอง กก.ผจก.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ (SME D bank)..

●● ชื่นชม สมาคมชาวภูเก็ตที่ได้มอบเงินบริจาคของสมาคมฯและผู้ร่วมบริจาคให้โครงการ ChulaCov19 โดยมีศ.นพ.เกียรติ รุ่งรักษ์ธรรม เป็นผู้รับมอบ..

●●เพื่อนๆ ชาว CDA#2 ร่วมแสดงความเสียใจกับ เบญจพล พาลี และครอบครัวที่สูญเสียคุณพ่อสุข พาลี ในงานพระราชทานเพลิงศพได้ ดร.วัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธี..

●● สวด จิตรดี รังควรศาลา 28 วัดธาตุทอง  21-24  ก.ย. 18.00 น.ฌาปนกิจ 25 ก.ย.12.00 น. เมรุหน้า..

●●นอกจากจะขยันออกโดนัทหน้าใหม่แล้วดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เจ้าของโดนัทสูตรลิขสิทธิ์ คริสปี้ ครีม ประเทศไทย ขยายสาขาเอาใจคริสปี้ ครีมเลิฟเวอร์ อย่างทั่วถึง ล่าสุดเปิดสาขาใหม่ 2 สาขา ณ ศูนย์การค้า The Explace  บางแค และศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน..●●

น้อง

เผยคนที่หายป่วยโควิด อาจเกิดภาวะ‘ลอง โควิด’ ได้ แนะหากมีอาการให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603900

เผยคนที่หายป่วยโควิด อาจเกิดภาวะ‘ลอง โควิด’ ได้  แนะหากมีอาการให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมควบคุมโรคเผยผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายไม่มีเชื้อไวรัสในร่างกายแล้ว อาจมีอาการหลงเหลืออยู่ที่เรียกว่า “ลอง โควิด” ได้ในช่วง1-3 เดือนแรกพบได้ร้อยละ
30-50 ของผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มป่วยรุนแรง อาการแตกต่างกันเช่น มีไข้ ปวดศีรษะ การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติลดลง หายใจไม่อิ่ม ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดสะสม แนะให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายรายวันมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ สะท้อนถึงคุณภาพระบบการดูแลรักษา ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงวันนี้รวม 1,405,374 ราย หลายรายแม้จะหายป่วยและตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกายแล้ว อาจจะยังมีอาการหลงเหลืออยู่ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization:WHO) เรียกอาการที่เกิดขึ้นนี้ว่า “ภาวะลอง โควิด” (Long COVID) หรืออาการหลงเหลือของเชื้อโควิด-19 ระยะยาว ซึ่งสามารถพบภาวะนี้ได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่จะมีอาการหลังจากหายป่วยในช่วง1-3 เดือนแรก พบได้ร้อยละ 30-50 ของผู้ป่วยโรคโควิด-19 จึงไม่ต้องตกใจหรือกังวลใจแต่อย่างใด

ทางด้าน นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่าอาการของ“ภาวะลอง โควิด”แสดงออกได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกัน ไม่มีลักษณะตายตัวเช่น ไอ มีไข้ ปวดศีรษะ การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติลดลงเจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยล้า ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ ท้องเสีย เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง และบางรายอาจมีอาการทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล สมาธิสั้นลงหรือซึมเศร้าร่วมด้วยโดยผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีแดงหรือผู้ป่วยที่มีอาการป่วยรุนแรง จะมีโอกาสเกิดภาวะ ลอง โควิดสูงกว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการน้อย เนื่องจากอาจมีปัจจัยเรื่องความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงป่วยเป็นโรคโควิด-19จึงส่งผลต่อเนื่องอาจยาวนาน 3-6 เดือนได้กว่าจะกลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะลอง โควิดด้วย เช่น อายุโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เรื่องเพศโดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ด้วยเช่น โรคหอบหืด และผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ที่หายป่วยแล้วไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด

นายแพทย์จักรรัฐ กล่าวต่ออีกว่า หากผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วยังมีอาการที่กล่าวมา แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากบางรายอาจเป็นผลจากตัวยาที่ใช้ในการรักษา หรือบางรายอาจจะมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วยจึงต้องมีการตรวจเพิ่มเติมและทำการรักษาให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น และยังมีความเป็นไปได้ในผู้หายป่วยแล้วบางรายอาจจะติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ต่างไปจากสายพันธุ์เดิม แต่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน ดังนั้นผู้ป่วยโควิด-19 แม้หายป่วยแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ เช่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาแม้อยู่บ้านหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% และไม่ไปในแหล่งชุมชนแออัด หรือสถานที่อากาศไม่ถ่ายเท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวรนายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์

นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์

พิธีอัญเชิญดวงพระเนตร พระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต) ประดิษฐานหน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร เขตพระนคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603919

พิธีอัญเชิญดวงพระเนตร พระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต)  ประดิษฐานหน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร เขตพระนคร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง ถือฤกษ์งามยามดีมหามงคลตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 จัดพิธีอัญเชิญดวงพระเนตร พระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต) วัดอินทรวิหารพระอารามหลวง เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และเพื่อเข้าถึงแห่งปัญญาญาณทั้งปวง เปิดแสงสว่างแห่งชีวิตขจัดอุปสรรคทั้งปวง เป็นนิมิตหมายแห่งแสงสว่างแห่งธรรมและความเจริญ โดยช่วงเช้า เวลา 08.19 น. ประกอบพิธีบวงสรวงองค์หลวงพ่อโต และเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เบิกฤกษ์มหามงคล)พร้อมอัญเชิญดวงพระเนตรขึ้นประดิษฐาน โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธชมหาเถร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยาราม กทม.เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานอุปถัมภ์โครงการบูรณะดวงพระเนตร, ธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง และพุทธศาสนิกชนร่วมในพิธี ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง เขตพระนครกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการบูรณะดวงพระเนตร ถวายรายงานความเป็นมาของโครงการดังนี้ ด้วย พระศรีอริยเมตไตรย (องค์หลวงพ่อโต)วัดอินทรวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนทรงอุ้มบาตรขนาดใหญ่ สูง 16 วา กว้าง 5 วา 2 ศอก ริเริ่มสร้างโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมฺรํสี) เมื่อปีพ.ศ.2410 การก่อสร้างพระโต ได้ดำเนินไปถึงพระนาภี(สะดือ) ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ก็ได้ถึงมรณภาพ จากนั้นพระสงฆ์ผู้มีศรัทธา และอดีตเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร ได้มีวิริยะ อุตสาหะ ดำเนินการสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จ ในปี 2470 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าอยู่หัว

พระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต) วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง เขตพระนคร

วัดอินทรวิหาร เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา เสด็จฯทรงเป็นประธานประกอบพิธีเปิดงานประจำปี และทรงประดับโมเสกทองคำ ณ พระพักตร์องค์หลวงพ่อโต ในปี 2507 และปี พ.ศ.2510 และเมื่อปี 2521 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) เสด็จแทนพระองค์อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุบนยอดพระเกตุมาลา (เส้นผม) พระศรีอริยเมตไตรย หรือหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่รัฐบาลของประเทศศรีลังกามอบให้ ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปีพ.ศ.2560 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อโต ด้วยการประดับโมเสกทองคำจากประเทศอิตาลี ในส่วนของพระพักตร์ (ใบหน้า) และในส่วนพระบาท โดยงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีและมีกรมศิลปากร เป็นผู้รับผิดชอบในการบูรณปฏิสังขรณ์

ศุภมัสดุ ลุปีพุทธศักราช 2564 เพื่อให้เป็นองค์หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญประจำกรุงรัตนโกสินทร์เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และเป็นโบราณสถานที่มั่นคงถาวรต่อไป คณะสงฆ์วัดอินทรวิหาร มี พระโสภณธรรมวงศ์เป็นประธานดำเนินการฝ่ายสงฆ์ คณะกรรมการ โดยมี เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด เป็นประธานอุปถัมภ์ฝ่ายคฤหัสถ์ ร่วมกับพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย มีมติให้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์องค์หลวงพ่อโตในส่วนของ “ตาขาว” เป็นเปลือกหอยมุก ของประเทศอินเดีย ในส่วนของ “ตาดำ” เป็นนิลแท้จากจังหวัดกาญจนบุรีโดยมีเจ้าหน้าที่ชำนาญการ กรมศิลปากร เป็นที่ปรึกษาควบคุมการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดและคณะกรรมการได้ดำเนินการประกอบวัสดุ ดวงพระเนตรองค์หลวงพ่อโตเป็นที่เรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว จึงขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมเพื่อบังเกิดความสรรพสิริมงคลแก่ประเทศชาติพระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ สถิตเป็นพระคู่บ้าน คู่เมือง แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สืบต่อไปเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมฺรํงสี) ทรงริเริ่มก่อสร้าง พระศรีอริยเมตไตรย (องค์หลวงพ่อโต) เมื่อพ.ศ.2410เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมฺรํงสี) ทรงริเริ่มก่อสร้าง พระศรีอริยเมตไตรย (องค์หลวงพ่อโต) เมื่อพ.ศ.2410ดวงพระเนตรหลวงพ่อโต “ตาขาว” เป็นเปลือกหอยมุก ของประเทศอินเดีย และในส่วนของ “ตาดำ” เป็นนิลแท้จาก จ.กาญจนบุรี
ดวงพระเนตรหลวงพ่อโต “ตาขาว” เป็นเปลือกหอยมุก ของประเทศอินเดีย และในส่วนของ “ตาดำ” เป็นนิลแท้จาก จ.กาญจนบุรี

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง ประธานคณะ กก.ดำเนินงานโครงการบูรณะดวงพระเนตร, เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานอุปถัมภ์โครงการบูรณะดวงพระเนตร ประกอบพิธีอัญเชิญดวงพระเนตรขึ้นประดิษฐานเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง ประธานคณะ กก.ดำเนินงานโครงการบูรณะดวงพระเนตร, เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานอุปถัมภ์โครงการบูรณะดวงพระเนตร ประกอบพิธีอัญเชิญดวงพระเนตรขึ้นประดิษฐานธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง, ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี, จิรัฏฐ์ณิชชา กิติยาภัณฑ์, สส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงองค์หลวงพ่อโต และเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เบิกฤกษ์มหามงคล)ธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง, ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี, จิรัฏฐ์ณิชชา กิติยาภัณฑ์, สส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงองค์หลวงพ่อโต และเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เบิกฤกษ์มหามงคล)เอมอร ศรีวัฒนะประภา ประธานอุปถัมภ์โครงการฯ น้อมถวายเครื่องสักการะดอกไม้ธูป-เทียนแพ แด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีเอมอร ศรีวัฒนะประภา ประธานอุปถัมภ์โครงการฯ น้อมถวายเครื่องสักการะดอกไม้ธูป-เทียนแพ แด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีผาณิต พูนศิริวงศ์ ถวายพวงมาลัยแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีผาณิต พูนศิริวงศ์ ถวายพวงมาลัยแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีจิรัฏฐ์ณิชชา กิติยาภัณฑ์, ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี, ธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง และ สส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติจิรัฏฐ์ณิชชา กิติยาภัณฑ์, ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี, ธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง และ สส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติพล.ต.ต.สุรพงษ์ พงษ์อร่าม, กัญชนัท ตันติศิริวัฒน์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, จามรี วัฒนสุนทร และ ดร.พัฒนพงศ์ โรจนวิภาตพล.ต.ต.สุรพงษ์ พงษ์อร่าม, กัญชนัท ตันติศิริวัฒน์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, จามรี วัฒนสุนทร และ ดร.พัฒนพงศ์ โรจนวิภาต(ขวา) ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธาน บจ.นสพ.แนวหน้า และ พัชรา มาดล เก็บภาพบริเวณด้านหน้าองค์หลวงพ่อโต(ขวา) ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธาน บจ.นสพ.แนวหน้า และ พัชรา มาดล เก็บภาพบริเวณด้านหน้าองค์หลวงพ่อโตพระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง ประกอบพิธีบวงสรวงองค์หลวงพ่อโตและเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง ประกอบพิธีบวงสรวงองค์หลวงพ่อโตและเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์พุทธศาสนิกชนพร้อมเพรียงกัน ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต กราบสักการะพระบารมีพระศรีอริยเมตไตรยเพื่อความเป็นสิริมงคลความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นพุทธศาสนิกชนพร้อมเพรียงกัน ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต กราบสักการะพระบารมีพระศรีอริยเมตไตรยเพื่อความเป็นสิริมงคลความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นพุทธศาสนิกชนพร้อมเพรียงกัน ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต กราบสักการะพระบารมีพระศรีอริยเมตไตรยเพื่อความเป็นสิริมงคลความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นพุทธศาสนิกชนพร้อมเพรียงกัน ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต กราบสักการะพระบารมีพระศรีอริยเมตไตรยเพื่อความเป็นสิริมงคลความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นพุทธศาสนิกชนพร้อมเพรียงกัน ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต กราบสักการะพระบารมีพระศรีอริยเมตไตรยเพื่อความเป็นสิริมงคลความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นพุทธศาสนิกชนพร้อมเพรียงกัน ณ มณฑลพิธีหน้าองค์หลวงพ่อโต กราบสักการะพระบารมีพระศรีอริยเมตไตรยเพื่อความเป็นสิริมงคลความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้น

foodpanda สานต่อแคมเปญให้ร้านค้าพันธมิตร ถ่ายภาพอาหารให้ฟรี เพิ่มยอดสั่ง ปังทุกด้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603910

foodpanda สานต่อแคมเปญให้ร้านค้าพันธมิตร  ถ่ายภาพอาหารให้ฟรี เพิ่มยอดสั่ง ปังทุกด้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

foodpanda ผู้นำด้านการให้บริการสั่งซื้อและจัดส่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชั่นในภูมิภาคเอเชียและประเทศไทย สานต่อแคมเปญบริการถ่ายภาพอาหารให้ร้านค้าพันธมิตร โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเพิ่มยอดเข้าชมโปรไฟล์ร้าน จำนวนออเดอร์ และผลประกอบการของร้านค้าพันธมิตรที่เข้ารับบริการ รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น โดยแต่ละร้านต้องงัดเอาเมนูเด่นและบริการออกมานำเสนอผู้บริโภค โดย
ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าภาพถ่ายอาหารที่สวยงามนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูด และกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจเลือกซื้ออาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่การสั่งอาหารแบบดิลิเวอรี่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย หลายท่านน่าจะเคยท้องร้องหลังเลื่อนดูฟีดบนโซเชียลมีเดีย แล้วเจอภาพอาหารที่ชวนหิวจนสามารถจินตนาการรสชาติได้ บางคนก็ถึงขั้นทนไม่ไหว กดสั่งเมนูนั้นผ่านทาง foodpanda ทันที

ไม่ใช่แค่รูปอาหาร แต่คือจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชื่อหัวข้อว่า “You eat with your eyes first” จากวารสาร Physiology and Behavior เมื่อปี 2012 ระบุว่า ภาพอาหารที่มีรายละเอียดชัดเจน ดูมันวาว องค์ประกอบดี สัดส่วนและรูปทรงลงตัว สามารถทำให้นักชิมจินตนาการถึงรสชาติและกลิ่นของอาหารดังกล่าวได้ ทั้งยังมีผลวิจัยว่าภาพอาหารที่สวยงามดูดีน่าทานสามารถเพิ่มระดับฮอร์โมน “เกรลิน” ที่ทำหน้าที่ควบคุมความหิวในร่างกายมนุษย์ได้จริง ถ้ารูปดูดีก็น่าชิม แต่ถ้าดูไม่น่ารับประทาน ก็มีโอกาสถูกเลื่อนผ่านไปง่าย ๆ เช่นกัน

แล้วต้องถ่ายภาพอาหารอย่างไรให้ดูน่ากินล่ะ? foodpanda ขอแชร์วิธีง่าย ๆ อย่างแรกเลย แนะนำว่าให้ใช้แสงธรรมชาติก็จะดีกว่าแสงประดิษฐ์ ส่วนการใช้มุมกล้อง 45 หรือ 90 องศานั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเมนู ที่สำคัญคือการจัดองค์ประกอบของภาพให้สมดุล มีจุดเด่นและจุดรองของภาพ หากจัดวางให้มีสี
ที่ดูตัดกันก็จะเพิ่มความน่าสนใจ อีกอย่างหนึ่งการมีแอ๊กชั่นกับอาหาร เช่น หั่น ตัด เท หรือจุ่ม เป็นต้น ก็ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ภาพได้

ถ่ายภาพอาหารให้ฟรี เพิ่มยอดสั่ง ปังทุกด้าน foodpanda ลุยแคมเปญ “ถ่ายภาพอาหารให้ฟรี บริการดีๆ จาก foodpanda” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าพันธมิตร และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานแอปฯ ผ่านภาพเมนูอาหารโดนใจ สำหรับร้านค้าที่สนใจรับบริการ สามารถคลิกลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/ HYPERLINK “https://bit.ly/3yqfMsp”3 HYPERLINK “https://bit.ly/3yqfMsp”yqfMsp โดยแคมเปญดังกล่าวมีขั้นตอนดังนี้ 1.ลงทะเบียนรับบริการที่ https://bit.ly/ HYPERLINK “https://bit.ly/3yqfMsp”3 HYPERLINK “https://bit.ly/3yqfMsp”yqfMsp 2.จากนั้นทาง foodpandaจัดการทุกกระบวนการถ่ายภาพให้กับร้านค้าที่ลงทะเบียน 3.ช่างภาพติดต่อเพื่อขอนัดหมายวันและเวลาในการเข้าไปถ่ายภาพ โดยจะมีการยืนยันเมนูและจำนวนเมนูที่ร้านต้องเตรียม เพื่อการถ่ายภาพ โดยต้องมี 10 เมนูขึ้นไป 4.ร้านอาหารเตรียมเมนูสำหรับถ่ายภาพในวันที่นัดหมาย5.foodpanda อัพโหลดรูปภาพเมนูต่างๆ ของร้านบนแอปฯ foodpanda

ร้านอาหารที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ทันที เพราะโควตาแคมเปญ “ถ่ายภาพอาหารให้ฟรี บริการดีๆ จาก foodpanda” มีจำนวนจำกัด นี่คืออีกหนึ่งบริการที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของร้านค้าพันธมิตรของ foodpanda ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่เสียค่าใช้จ่าย ง่าย และสะดวกรวดเร็ว ซึ่งในปีที่ผ่านมา foodpanda นำร่องให้บริการถ่ายภาพอาหารฟรีกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 30,000 ร้าน ผลปรากฏว่า มียอดการเข้าชมโปรไฟล์ของร้านเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ขณะที่จำนวนครั้งในการสั่งอาหารเพิ่มขึ้นกว่า80 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันคอนเทนต์คือสิ่งสำคัญfoodpanda ได้ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของร้านค้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนด้านการโปรโมทร้าน และมาร่วมลงทะเบียนรับบริการถ่ายภาพอาหารที่ดูดีกับฟู้ดแพนด้า

foodpanda ขอเชิญชวนร้านค้าพันธมิตรทั่วประเทศ โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กถึงขนาดกลางในชุมชน ร่วมรับการบริการนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตลาด ในขณะเดียวกัน ลูกค้าที่ใช้บริการแอปฯ ก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น และที่สำคัญยังช่วยให้ไรเดอร์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ foodpandaมีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย โดยร้านค้าพันธมิตรที่เข้าร่วมแคมเปญสามารถเลือกให้ foodpanda ทำการอัพโหลดรูปภาพขึ้นบนแพลตฟอร์มให้ หรือเลือกอัพโหลดรูปภาพด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากร้านค้าพันธมิตรต้องการไฟล์รูปภาพ สามารถสอบถามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล HYPERLINK “mailto:dishphotos@foodpanda.co.th”dishphotos@foodpanda.co.th

ส่งต่อน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ‘โครงการข้าวกล่องปันสุข’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603916

ส่งต่อน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ‘โครงการข้าวกล่องปันสุข’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทุกภาคส่วน แต่คนไทยก็ไม่เคยทิ้งกัน จะเห็นว่าประชาชน หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ยังคงเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ในส่วนที่พอจะช่วยกันได้เช่นเดียวกับ บริษัท แอพเพิล ออโต้ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ศูนย์ประมูลรถยนต์มือสองครบวงจรได้มาตรฐานสากล ธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค ได้ส่งต่อน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 อย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ได้ร่วมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้แก่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อสโมสรกรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุดผนึกพลังกับ ชมรมรถสวยศรีนครินทร์ จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ (Sparkling heart) Apple Day (Sparkling heart) สนับสนุน โครงการข้าวกล่องปันสุข โดย อนุชาติดีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด และพนักงาน ร่วมกันทำข้าวกล่อง จำนวน 250 ชุด พร้อมทั้งนำขนมและน้ำดื่ม ไปช่วยเหลือชุมชนย่านบางนาที่รับผลกระทบ โควิด-19 และศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ โรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่เขตบางนา

ด้าน อนุชาติ ดีประเสริฐ กล่าวว่า รู้สึกชื่นใจที่ได้แบ่งปันสุขให้กับผู้ที่ต้องการอาหาร นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีก็เลยช่วยกันในยามเดือดร้อน ใครเดือดร้อนเรามีกำลังที่พอจะช่วยได้เราก็ช่วย ขอบคุณชมรมรถสวยศรีนครินทร์ ที่เชิญบริ ษัทฯ มาเป็นส่วนร่วมในโครงการนี้

เมื่อพลังเล็กๆ รวมกันแล้ว มักจะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่เสมอ เหมือน “พลังน้ำใจคนไทย” ที่ไม่เคยหายจากสังคม เพราะทุกคนล้วนจุดหมายเดียวกัน คือ ช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ผ่านช่วงยากลำบากครั้งนี้ไปให้ได้ เหมือนความตั้งใจของ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์)จำกัด ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ทุกคนในช่วงวิกฤตโควิด-19 และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Airbnb เผย ‘หัวหิน’ รั้งอันดับ 1 ที่คนไทยอยากไปพักมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603905

Airbnb เผย ‘หัวหิน’ รั้งอันดับ 1 ที่คนไทยอยากไปพักมากที่สุด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากการผ่อนปรนมาตรการการเดินทางข้ามจังหวัดและสายการบินต่างๆ เริ่มกลับมาให้บริการอีกครั้ง คนไทยต่างกำลังเริ่มวางแผนการเดินทางเพื่อออกไปเปิดประสบการณ์สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ กันมากขึ้นข้อมูลล่าสุดของ Airbnb ระบุว่า “หัวหิน” รั้งอันดับ 1Wishlist จุดหมายปลายทางที่ผู้ใช้ Airbnb ชาวไทยต้องการไปพักมากที่สุด โดยที่พักใกล้ชายหาดหัวหินติดอันดับท็อปฮิตถึง 7 แห่งจากที่พัก Wishlist ทั้งหมด10 อันดับที่คนไทยอยากเข้าพัก

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม Airbnb การสร้าง Wishlist เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการวางแผนท่องเที่ยวและการคัดเลือกที่พักสุดพิเศษที่คุณชื่นชอบจากหลายล้านที่พักบน Airbnb มารวมกันไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถสร้าง Airbnb Wishlists หลายประเภทโดยแบ่งตามหมวดหมู่ต่างๆ ไม่ว่าจะแบ่งเป็นภูมิศาสตร์ ธีม ราคา ความเด่นของที่พักที่คุณชื่นชอบ เป็นต้น

สุดยอดที่พักในหัวหินทั้ง 7 แห่งติดอันดับใน Wishlist ของผู้เข้าพักชาวไทย (ข้อมูลเดือนมิ.ย. 2564) มีดังนี้ 1.Seahouses Hua Hin Pool Villa บ้านพักสไตล์โมเดิร์นรีสอร์ทพร้อมสระว่ายน้ำกลางเมืองหัวหิน 2.Seahouses Private Pool Villa บ้านพักส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำกลางเมืองหัวหิน 3.Chelona Greece Beachfront Stay ที่พักติดชายหาดหัวหิน 4.Cool Home With Garden Near The Sea บ้านพักสุดคูลพร้อมสวยเขียวขจีใกล้กับทะเลหัวหินออกแบบโดยสถาปนิก 5.Cool House With Roof Terrace Near The Sea บ้านพักพร้อมระเบียงดาดฟ้าใกล้กับทะเลหัวหินออกแบบโดยสถาปนิก 6.Cozy Stylish Pool Villaลักซูรีพูลวิลล่า และสุดท้าย 4 Bedroom City Center Stay บ้านพัก 4 ห้องนอนในกลางเมืองหัวหิน

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Airbnb ได้เปิดตัวฟีเจอร์และฟังก์ชั่นที่ได้มีการอัพเกรดใหม่มากกว่า 100 รายการที่จะช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับวันหยุดในอนาคตได้อย่างคล่องตัวมากกว่าเดิม โดยการอัพเกรดดังกล่าวรวมถึง ฟีเจอร์ Wishlist ที่ airbnb.com/Wishlists โดย Airbnb ได้รวบรวมรายการที่พักและเอ็กซ์พีเรียนซ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถนำไปใช้อ้างอิงเมื่อวางแผนสำหรับการท่องเที่ยวในทริปต่อไป ตอนนี้ทุกคนสามารถจัดการรายการที่พักได้เองและสามารถแชร์รายการที่พักที่คุณสร้างไว้ใน Wishlist ให้เพื่อนๆ และครอบครัวได้อย่างง่ายดาย

สำหรับวิธีการสร้าง Wishlist รายการที่พักที่คุณสนใจด้วยตัวเอง 1.เข้าแอปฯ Airbnb เพื่อเลือกดูที่พักกดไอคอนรูปหัวใจบนที่พักที่คุณสนใจอยากเข้าพัก จากนั้นกด “สร้าง Wishlist ใหม่” หรือกดเพิ่มที่พักเข้าไปยัง Wishlist เดิมที่คุณสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 2.การ “สร้าง Wishlist ใหม่”สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการตั้งชื่อให้กับรายการที่พักนั้นๆ(เช่น วิลล่าติดชายหาดสุดโปรด) จากนั้นกด “สร้าง” 3.คุณสามารถกดเข้าไปดูรายการที่พักใน Wishlist หรือเพิ่มรายการ หรือสร้าง Wishlist อันใหม่ได้เสมอ 4.หากคุณอยากปรึกษากับเพื่อนร่วมทริปว่าจะพักที่ไหนดี คุณสามารถกด “ส่งคำเชิญ” และคุณสามารถแชร์ Wishlist ของคุณไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE, Whatsapp, และอื่นๆ อีกมากมาย ง่ายๆ เพียงเท่านี้เอง

SIRIVANNAVARI BANGKOK สืบสานภูมิปัญญาไทย กับ‘S’Craft Craftsmanship 2021 คอลเลคชั่นพิเศษกระเป๋าผ้าไหมไทยทรงออกแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603967

SIRIVANNAVARI BANGKOK สืบสานภูมิปัญญาไทย  กับ‘S’Craft Craftsmanship 2021 คอลเลคชั่นพิเศษกระเป๋าผ้าไหมไทยทรงออกแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชวนร่วมชื่นชมความงดงามของกระเป๋าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จาก SIRIVANNAVARI BANGKOK นำเสนอ “S’Craft Craftsmanship 2021” คอลเลคชั่นกระเป๋าสุดพิเศษ จากพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยครั้งนี้ เพื่อยกระดับผ้าไหมไทยนำผลงานจากช่างฝีมือไทยท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล เชิดชูงานศิลปะและเอกลักษณ์ไทยอันงดงาม โดยนำมาให้ชื่นชมและจำหน่ายที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4ไอคอนสยาม

ในวันเปิดงานคับคั่งไปด้วยเซเลบริตี้คนดัง เข้าร่วมชมและสัมผัสความงดงามของคอลเลคชั่นกระเป๋า “S’Craft Craftsmanship 2021” อาทิ หม่อมหลวง ทรงลักษณ์สวัสดิวัตน์, รติรส จุลชาต, พาสินี ลิ่มอติบูลย์ประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, กุลวิทย์ เลาสุขศรี, ณิชกุล กิตยานุพงษ์,พัชรินรุจา จันทโรนานนท์, ธันย์ชนก ฟักอุดม, ศมภู อังสนันท์ เจ้าของแบรนด์ Galerie de himmapa, นิรันดร์ ไทรเล็กทิม กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา เป็นต้น

ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ และ รติรส จุลชาต

ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่ง SIRIVANNAVARI BANGKOK ทรงมีพระดำริในการออกแบบโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ศึกษางานฝีมือจากชุมชนต่างๆ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยมาโดยตลอด และในโอกาสพิเศษครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา พระราชทานผ้าไหมไทยส่วนพระองค์ โดยทรงคัดเลือกผ้าไหมไทยลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ และทรงออกแบบกระเป๋าในรูปทรงต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์สรรสร้างขึ้นทีละใบด้วยฝีมืออันประณีตบรรจงของเหล่าช่างฝีมือท้องถิ่น ตกแต่งประดับประดาด้วยงานฝีมือชั้นครูจากสถาบันศิลปะการเย็บปักและแฟชั่น Sirivannavari Embroidery Atelier and Academy เพื่อยกระดับผลงานผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลอีกทั้ง ยังได้ช่วยเหลือชุมชนกลุ่มผู้ทอผ้าต่างๆ ทั่วประเทศ สนับสนุน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆ อีกด้วย

คอลเลคชั่นพิเศษกระเป๋าผ้าไหมไทยทรงออกแบบใน S’Craft Craftsmanship 2021 นี้ รังสรรค์มาจากผ้าไหมไทยส่วนพระองค์ที่เป็นผ้าไหมพื้นเมืองจากกลุ่มผู้ทอผ้าต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กลุ่มชุมชนผู้ทอผ้า นำเสนอในหลากหลายรูปแบบดีไซน์กระเป๋า อาทิ Bag with Tassle, Pyramid Bag และ Signature Bag พร้อมทั้งในคอลเลคชั่นนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบพิเศษเป็นกระเป๋าแฟชั่นรูปแบบผสมที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน โดยรูปทรงของกระเป๋าถูกพัฒนาจากกระเป๋าถือทรงตะกร้าโบราณกับกระเป๋าถัง(BUCKET BAG) เพิ่มความโดดเด่นจากงานฝีมือชั้นเยี่ยมจาก SIRIVANNAVARI EMBROIDERY ATELIER AND ACADEMY ด้วยงานปักแบบฝรั่งเศส ตราสัญลักษณ์นกยูงของแบรนด์และตัวอักษร “S” สัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างประณีตถือว่าเป็นการเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทอผ้าไหมพื้นเมืองของไทยที่ผสมผสานกับศิลปะงานปักแบบฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว 

กุลวิทย์ เลาสุขศรี และ ณิชกุล กิตยานุพงษ์

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษ โดยไอคอนคราฟต์ ได้ยกย่องเชิดชูเหล่าศิลปินผู้สร้างสรรค์งานผ้าไทยมรดกแห่งภูมิปัญญา เพื่อจัดแสดงและจำหน่าย
ชิ้นงานผ้าไทย รังสรรค์โดยศิลปินครูศิลป์ของแผ่นดิน ผู้ปลุกชีวิตผ้าไทยในครั้งนี้ ซึ่งได้รับเกียรติจาก อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทยครูศิลป์ของแผ่นดิน ผ้าทอไหมยกทอง และหัวหน้ากลุ่ม “ผ้าทอยกทองจันทร์โสมา” จากจังหวัดสุรินทร์ นำผลงานมาให้ได้ชื่นชมและจำหน่ายที่ไอคอนคราฟต์ และอีกหนึ่งงานดีไซน์ที่ทรงคุณค่า แบรนด์ แกลเลอรี เดอ หิมพานต์ (Galerie de himmapan) นำเสนอผลงานจากผ้าไหม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและเพิ่มมูลค่าสินค้าจากผ้าไหมไทย โดยนำผ้าไหมไทยสีต่างๆ จัดทำเป็นชิ้นงานพิเศษ เช่น หมอนอิงกระเป๋าถือ และผ้าคลุมไหล่ เสริมเติมแต่งชิ้นงานด้วยเทคนิคการปักอย่างราชสำนักอีกทั้ง ยังมีการนำลวดลาย “ขอเจ้าฟ้าฯ”ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานไว้มาดัดแปลงทำเป็นชิ้นงานพัดจีบเขียนลายอย่างไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จำหน่ายในงานอีกด้วย

ร่วมเชิดชูและภาคภูมิใจกับมรดกแห่งภูมิปัญญาไทย พร้อมสัมผัสกับความพิเศษจาก SIRIVANNAVARI BANGKOK ได้แล้วที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม พร้อมมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตามประกาศจากทางภาครัฐสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ Facebook : ICONCRAFTพาสินี ลิ่มอติบูลย์ และผู้บริหารไอคอนคราฟต์พาสินี ลิ่มอติบูลย์ และผู้บริหารไอคอนคราฟต์ศมภู อังสนันท์ เจ้าของแบรนด์ Galerie de himmapan

ศมภู อังสนันท์ เจ้าของแบรนด์ Galerie de himmapanนิรันดร์ ไทรเล็กทิม กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมานิรันดร์ ไทรเล็กทิม กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา

A|X Armani Exchange คอลเลคชั่นฉลอง 30 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/603928

A|X Armani Exchange คอลเลคชั่นฉลอง 30 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เรื่องราวของ A|X Armani Exchange เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว กับภาพของนอตและสลักเกลียวที่ทั้งดึงดูดทุกสายตาและยังสื่อความหมายถึงวัสดุชิ้นเล็กๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกการก่อสร้าง จุดเชื่อมต่อของส่วนประกอบต่างๆ และยังเป็นหลักการที่ไกด์ให้แบรนด์เดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างสรรค์แบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ดูเท่และสามารถนำมาสวมใส่แบบมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างหลากหลายตามแต่บุคลิกของผู้สวมใส่

ปี 1991-2021 : สามทศวรรษให้หลัง A|X Armani Exchange ยังคงหลักการเดียวกันในเรื่องของการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายสบายๆ ไว้ ทว่าได้เพิ่มเรื่องของความตระหนักในประเด็นสิ่งแวดล้อม และการเลือกวัสดุที่มีความยั่งยืนมากขึ้น รีไซเคิลได้และก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

และเพื่อฉลองวาระครบ 30 ปี A|X Armani Exchange เลือกนำเสนอเสื้อผ้าที่มาพร้อมลวดลายกราฟิกสุดปราดเปรียวและยังคงไว้ซึ่งพลังงานของอดีตที่ถูกนำมาต่อยอดสู่ปัจจุบัน เป็นชิ้นงานที่มากด้วยประโยชน์ใช้สอย สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ดี และไม่มีข้อกำหนดว่าสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเพศใดโดยเฉพาะ โดยมีให้เลือกทั้งเสื้อพาร์กาและแจ๊กเกตผ้าไนลอนรีไซเคิลสเวตเชิ้ต เสื้อโปโล และเสื้อยืดผ้าฝ้ายออร์แกนิก เสื้อพูลโอเวอร์ผ้าฝ้ายออร์แกนิกผสมแคชเมียร์ ชุดว่ายน้ำไลครารีไซเคิลและไนลอนรีไซเคิล ซึ่งสีสันที่ถูกเลือกใช้ในคอลเลคชั่นนี้มีความคลีนและชัดเจน โดยมีทั้งสีขาว สีดำ และโทนสีแดง อีกทั้งดีไซน์กราฟิกต่างๆ ยังเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเติมเต็มความโดดเด่นต่อสายตา ทั้งยังอ้างอิงกลับไปยังปี 1991 ด้วยลวดลายนอตและสลักเกลียว รวมถึงโลโก้ของแบรนด์

แม้ทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่จิตวิญญาณและตัวตนคงแบรนด์ยังคงอยู่ และถูกส่งต่อจนถึงปัจจุบัน พบกับ A|X Armani Exchange ได้ที่ สยามดิสคัฟเวอรี่, ดิ เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ LINE Official : @ax_th