เปิดรายชื่อพรรค ส.ส. หนีลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ “สภาล่ม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541263

19 ม.ค. 2566

เปิดรายชื่อพรรค ส.ส. หนีลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ "สภาล่ม"

เปิดรายชื่อพรรคและจำนวน ส.ส. ในสังกัดไม่อยู่ลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ “สภาล่ม” เปฌนประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่18ม.ค.65

หลังจากเมื่อวานนี้เกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” ช่วงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ซึ่งนับเป็นครั้งประวัติศาสตร์เนื่องจากเปิดประชุมเพียง 22 นาทีเท่านั้น ช่วงแรกมีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประกอบ 220 คน แต่เมื่อถึงช่วงลงมติ กลับเหลือเพียง 203 คน เห็นด้วย 174 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 24 เสียง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสาร พรรคการเมืองที่มีส.ส.ตั้งแต่ 10 คน ผลปรากฎ ดังนี้ 

ส.ส.พรรคเพื่อไทย 121 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 86 คน 

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 79 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 35 คน

ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 62 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 9 คน

ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 50 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 32 คน 

ส.ส.พรรคก้าวไกล 45 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 22 คน

ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา 12 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 6 คน 

ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 11 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 7 คน 

ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย 10 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 5 คน 

ประธานรัฐสภา ขอร้องร่วมกันแก้ปัญหา’องค์ประชุม’ไม่ให้สภาล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541254

19 ม.ค. 2566

ประธานรัฐสภา ขอร้องร่วมกันแก้ปัญหา'องค์ประชุม'ไม่ให้สภาล่ม

เหลือเวลาอีก 5 สัปดาห์ก่อนปิดสมัยประชุม ‘ประธานรัฐสภา’ ขอความร่วมมือแก้ปัญหาองค์ประชุม มีความรับผิดชอบ ไม่หนีปัญหา

การประชุมวิป2ฝ่าย กับ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี วันนี้ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขอความร่วมมือเรื่ององค์ประชุม โดยระบุว่าแม้จะมีสมาชิกไม่เห็นด้วยกับกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายกัญชา กัญชง สมาชิกสามารถแสดงออกความไม่เห็นด้วยโดยการ ลงมติไม่รับ

แต่หากแสดงออกด้วยการทำให้องค์ประชุมไม่ครบ แบบนี้เป็นการหนีปัญหา และต้องหนีตลอดไม่จบสิ้น กฎหมายก็ไม่ได้ผ่านการพิจารณา จึงขอร้องว่าเวลาที่เหลืออยู่ของสภาอีก 5 สัปดาห์  ให้ร่วมประชุมให้ครบ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้ได้จบ จึงขอความร่วมมือทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าเป็นภาระหน้าที่แสดงความรับผิดชอบไม่หนีปัญหา

ประธานรัฐสภาขอให้นายอนุชา แจ้งต่อรัฐบาลในฐานะเสียงข้างมาก ช่วยบอกพรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเรื่องขององค์ประชุมให้มาก ส่วนฝ่ายค้านก็ขอความร่วมมือ แม้จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนั้น แต่อยากให้ใช้วิธีการไม่รับ มากกว่าการไม่กดบัตรแสดงตนทำให้ไม่ครบองค์ประชุม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็เหมือนหนีปัญหา เช่นกันและหวังว่าคำขอร้องวันนี้จะทำให้องค์ประชุมดีขึ้น

ส่วนเรื่องการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา152 นั้น นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 1 จะนัดประชุมหารือวันที่25 ม.ค.นี้ เพื่อกำหนดวันอภิปราย และขออย่าไปกังวลว่ารัฐบาลจะหนีไม่ให้อภิปราย โดยการยุบสภา ถ้ารัฐบาลทำเช่นนั้นรัฐบาลก็พังและเสียหาย เท่ากับหนีการอภิปรายความเชื่อถือก็หมด ฉะนั้นข้อวิตกนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น

เมื่อกฎหมายหลายฉบับถ้าผ่านสภาผู้แทนฯไปแล้ว ช่วงปิดประชุมสามารถเปิดสมัยวิสามัญเพื่อให้วุฒิสภาได้พิจารณากฎหมายได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ หากไม่มีการยุบสภา

“กกต.” เปิดยอดบริจาคพรรคการเมือง “ภูมิใจไทย”สูงสุด 26 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541237

19 ม.ค. 2566

"กกต." เปิดยอดบริจาคพรรคการเมือง "ภูมิใจไทย"สูงสุด 26 ล้าน

“กกต.” เปิดยอดบริจาคพรรคการเมือง “ภูมิใจไทย”อันดับ1 จำนวน 26 ล้าน รองลงมา”เพื่อไทย” จำนวน 16 ล้าน และน้องใหม่อย่าง”รวมไทยสร้างชาติ”3ล้าน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.66 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่า มีการเผยแพร่ บัญชีรายชื่อผู้บริจาคและจำนวนเงินที่บริจาคให้กับพรรคการเมืองประจำเดือน พ.ย.2565 โดยมีทั้งหมด 14 พรรค ประกอบด้วย 

พรรคมิติใหม่ 552,500 บาท

พรรครวมไทยรักชาติ 105,150 บาท

พรรคเศรษฐกิจไทย 1,740,000 บาท

พรรครวมไทยสร้างชาติ 3,000,000 บาท

พรรคเพื่อไทย 16,000,000 บาท

พรรคไทยศรีวิไลย์ 250,000 บาท

พรรคเส้นทางใหม่ 200,000 บาท

พรรคประชาธิปัตย์ 598,000 บาท

พรรครักษ์ธรรม 21,000 บาท

พรรคประชาชาติ 50,000 บาท

พรรคกล้า 800,000 บาท

พรรคเป็นธรรม 48,000 บาท

พรรคก้าวไกล 251,239 บาท

พรรคภูมิใจไทย 26,000,000 บาท

โดยพรรคที่น่าสนใจและมียอดบริจาค 3 อันดับแรก คือ

พรรคภูมิใจไทย มียอดบริจาค 85 รายการ รวมมูลค่า 26 ล้านบาท ผู้บริจาค เช่น หจก.น้ำก่ำก่อสร้าง เอกชนรับเหมาก่อสร้าง บริจาค 10 ล้านบาท, บริษัท บีเอสซี โอเปอเรชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด 1 ล้านบาท, บริษัท ธนาวิส 2020 จำกัด 1 ล้านบาท, น.ส.ทัศนีย์ โพธารส บริจาค 2 ล้านบาท, นายกำพล อัศวโชค บริจาค 2 ล้านบาท, น.ส.สุภัทรา สอนแตง บริจาค 2 ล้านบาท, นายนรเทพ อมรางกูร บริจาค 3 ล้านบาท, นายธวัช เบญจพลชัย บริจาค 2 ล้านบาท, นายบุญส่ง ศิริมาศเกษม บริจาค 1 ล้านบาท เป็นต้น

พรรคเพื่อไทย ผู้บริจาครวม 9 รายการ รวมมูลค่า 16 ล้านบาท เช่น นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย 2 ล้านบาท, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำคนสำคัญของพรรค 4 ล้านบาท, น.ส.จุฑารัตน์ เมนะเสวต เพื่อนสนิทคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ 3 ล้านบาท, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 1 ล้านบาท เป็นต้น

พรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้บริจาครวม 3 รายการ รวมมูลค่า 3 ล้านบาท ได้แก่

– นายชัยชาญ อุปพันธ์ นักธุรกิจ เป็นกรรมการบริษัท 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท เซอร์วิส ออโต้ช๊อป จำกัด บริษัท เดอะ ทีพีเอส จำกัด หจก.เพอร์เฟค ชายน์ บริจาค 1 ล้านบาท, บริษัท เอ วาย ดับบลิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจขายเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ มี น.ส.สุมนัส มนตรีโชค เป็นกรรมการ บริจาค 1 ล้านบาท, บริษัท อี.เอ็น.ซ็อฟท จำกัด 

-นายสาวิทย์ อิทธิพงษ์ และนายธนพล ขันธหิรัญ เป็นกรรมการบริการเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับด้านวิศวกรรมบริการติดตั้งคอมพิวเตอร์พร้อมระบบซอฟต์แวร์ นายสาวิทย์ อิทธิพงษ์ 

-นายธนพล ขันธหิรัญ บริจาค 1 ล้านบาท

เลือกตั้งครั้งหน้า ‘แลนด์สไลด์’นนทบุรี ไม่ใช่เรื่องง่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541248

19 ม.ค. 2566

เลือกตั้งครั้งหน้า 'แลนด์สไลด์'นนทบุรี ไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่ง่ายเป้าหมายแลนด์สไลด์ 8 เขตเลือกตั้ง’นนทบุรี’ ครั้งหน้า พรรคก้าวไกลมีคะแนนไล่จี้ อาจถูกแซงในหลายพื้นที่

จังหวัดนนทบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่  ที่จะมีเก้าอี้ส.ส.เพิ่มอีก 2 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากดูตามจำนวนประชากรแล้ว พื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งมีจำนวนประชากรมากที่สุด อาจมีเขตเลือกตั้งเพิ่มมาอีกหนึ่งเขต โดยการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 อำเภอเมืองถูกแบ่งเป็นพื้นที่ ไปรวมกับอำเภอข้างเคียง เป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 

เจ้าของพื้นที่เป็นคนจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย ตามลำดับ  การลงพื้นที่ ของแพทองธาร และคณะเพื่อไทยก็เลือกเขตอำเภอเมืองนี้ เปิดพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง และประกาศแลนด์สไลด์ในจังหวัดนนทบุรี

แผนที่จังหวัดนนทบุรีแผนที่จังหวัดนนทบุรี

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขตเลือกตั้งที่ 1 นิทัศน์ ศรีนนท์จากพรรคเพื่อไทย แพ้ เจริญ เรี่ยวแรง จากพลังประชารัฐไม่ถึงพันคะแนน  ขณะที่จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ เขตเลือกตั้งที่2 ของพรรคเพื่อไทย เอาชนะฉลอง เรี่ยวแรงคนเคยคุ้นจากพลังประชารัฐไปด้วยคะแนน พอๆกันราวหนึ่งพันคะแนนเท่านั้น

อีกพื้นที่ ซึ่งมีจำนวนประชากรเกินเกณฑ์ส.ส.1คน คืออำเภอบางบัวทอง และบางใหญ่มีประชากรรวมกันกว่าสี่แสนคนมีพื้นที่เชื่อมต่อปากเกร็ด ซึ่งประชากรเกินเกณฑ์ส.ส. ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พื้นที่บางส่วนถูกผนวกไปเป็นเขตการเลือกตั้งที่ 2 กับพื้นที่อำเภอเมือง มีวันชัย เจริญนนทสิทธ์ เจ้าของพื้นที่เลือกตั้งเขต 5 เดิมจากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำคู่แข่งจากพรรคอนาคตใหม่และพลังประชารัฐ ราวหนึ่งพันคะแนน วันนี้ ย้ายค่าย ออกไปซบพรรคสีน้ำเงินแล้ว   

ในขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 6 ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิจากเพื่อไทย เป็นเจ้าของพื้นที่ มีผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์และอนาคตใหม่ตามมาห่างๆ

การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคเพื่อไทยคว้าส.ส.มา 5 ที่นั่งจาก 6 เขตเลือกตั้ง แบ่งให้พรรคพลังประชารัฐในเขตเลือกตั้งที่ 1  แต่แพ้ไปด้วยคะแนนไม่ถึงพันคะแนน  มีพรรคพลังประชารัฐ ตามมาในลำดับเพียง 2 เขตเลือกตั้ง  ประชาธิปัตย์ 1 เขตเลือกตั้ง อีก 3 เขตเลือกตั้ง เป็นผู้สมัคร จากพรรคอนาคตใหม่  หรือ พรรคก้าวไกลในปัจจุบัน  โดยพรรคก้าวไกล ได้เปิดตัวผู้สมัครส.ส.ไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแล้ว

ชัยวัฒน์ นำพยาน’สินบน’กรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลวันพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541231

19 ม.ค. 2566

ชัยวัฒน์ นำพยาน'สินบน'กรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลวันพรุ่งนี้

คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นัดพยานคดีสินบน’กรมอุทยานฯ’ ให้ปากคำวันพรุ่งนี้ วราวุธ ขอสองเดือนเห็นหน้าเห็นหลังแน่

ความคืบหน้าการสอบสวนเอาผิด อธิบดีกรมอุทยานฯ จากข้อกล่าวหาการเรียกรับสินบน ได้รับการเปิดเผยจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า เบื้องต้นทราบว่ามีความผิดทางวินัย ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ คาดว่าภายในเดือน สองเดือนนี้จะได้ความคืบหน้า เพราะการสอบนั้น มีข้าราชการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย แต่ได้ย้ำให้ทำด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และสังคมจับตาดูอยู่

ส่วนโทษของความผิดวินัยร้ายแรงนั้นมีหลายระดับ หนักที่สุดคือไล่ออก ปลดออก ตามระเบียบของราชการ ซึ่งจะมีโทษแตกต่างกันไป ส่วนในทางอาญาจะต้องมีการดำเนินการหลังจากการกล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน

ความคืบหน้ากรณีตำรวจ บก.ปปป. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. จับกุมอธิบดีกรมอุทยานฯ รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา พร้อมเงินสดร่วม 5 ล้านบาท ที่เรียกรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณในฐานะประธานกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง แจ้งให้ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เข้าให้ถ้อยคำ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่ง ลับ ที่3/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีกล่าวหาว่า รัชฎาสุริยกุล ณ อยุธยา มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนามทั่วประเทศเพื่อแลกกับการดำรงตำแหน่งหน้าที่เดิม

โดยหากหัวหน้าหน่วยงานแต่ละหน่วยไม่นำเงินมาจ่ายให้แก่อดีตอธิบดี จะถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในพื้นที่ห่างใกลภูมิลำเนา รวมถึงมีการเรียกเงินจากผู้ใด้บังคับบัญชาเป็นรายเดือนเพิ่มเติมอีกด้วย

คณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่าเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินการสอบสวนอาศัยอำนาจตามความในมาตรา99แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงขอให้ชัยวัฒน์นำพยานบุคคลและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงในวันที่20ม.ค.2566 ณ ห้องประชุมกองกลางชั้น4อาคารกรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยพยานที่จะเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงประกอบด้วยชัยวัฒน์และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ6แห่งหัวหน้าวนอุทยานฯ1แห่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า6แห่งและผู้อำนวยการส่วนอีก3ส่วนรวม17 นาย กรณีสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 นำเงินใส่ซองมอบให้ชัยวัฒน์ นำมาจ่ายแก่ รัชฎา ที่ห้องทำงานกรมอุทยานฯ จำนวน 3 ซอง รวมเป็นเงิน 98,000 บาท

“ธนกร”ลาออก ส.ส.และสมาชิกพปชร. เดินตาม”บิ๊กตู่”สานงานต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541227

19 ม.ค. 2566

"ธนกร"ลาออก ส.ส.และสมาชิกพปชร. เดินตาม"บิ๊กตู่"สานงานต่อ

“ธนกร”ยื่นลาออกจาก ส.ส.และสมาชิกพปชร. เตรียมสมัครเข้า”พรรครวมไทยสร้างชาติ” เพื่อทำงานต่อกับ”บิ๊กตู่” เผยท่านคนซื่อสัตย์ มีผลงานมากมาย

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เดินทาง ยื่นใบ ลาออก จากการเป็น ส.ส. เป็นที่เรียบร้อย หลังเมื่อช่วงเช้า ได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว

นายธนกร วังบุญคงชนะ ยื่นใบลาออกที่ กกต.นายธนกร วังบุญคงชนะ ยื่นใบลาออกที่ กกต.

นายธนกร กล่าวว่า ตนจะไปทำงานช่วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งขอขอบคุณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ,นายสมศักดิ์เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มอบโอกาสทำงานทางการเมือง ซึ่งช่วงที่เป็นส.ส. ตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งได้รับโอกาสและความเมตตาจากพลเอกประยุทธ์ ให้ดำรงตำแหน่งประจำรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบกับทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด

วันนี้จึงตัดสินใจที่จะไปช่วยงานกับพลเอกประยุทธ์ต่อ เพราะจากการร่วมงานกันท่านมีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ เป็นผู้นำและนักบริหาร มีผลงานมากมายเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมฉะนั้นยังมีอีกหลายสิ่งที่ตนเชื่อว่าท่านจะสานต่อและยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังค้างอยู่

ลาออกจากส.ส.ลาออกจากส.ส.หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

‘ประชาธิปัตย์’ เพิ่มทีมโฆษก สู้ศึกเลือกตั้งอีก 3 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541223

19 ม.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' เพิ่มทีมโฆษก สู้ศึกเลือกตั้งอีก 3 คน

ตั้งเป้าประชาสัมพันธุ์ผลงาน สู้การ’เลือกตั้ง’ครั้งหน้า ประชาธิปัตย์ เพิ่มทีมโฆษกเป็น 8 คน ครอบคลุมทุกพื้นที่

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แต่งตั้งทีมโฆษกพรรค เพิ่มอีก 3 คน เสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้ง รวมทีมโฆษกทั้งสิ้น 8 คน โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติม ประกอบด้วย  จักษ์ พันธ์ชูเพชร  ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก อดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ตัวแทนภาคเหนือ   ธนชาภา จันทวารา ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดอำนาจเจริญ คณะทำงานด้านสังคม เด็ก สตรี คนพิการ ตัวแทนภาคอีสาน และเมธี อรุณ หรือ เมธี ลาบานูน ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนราธิวาส ตัวแทนภาคใต้ประชาธิปัตย์

ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์หนึ่งในทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า การจัดทัพทีมโฆษกพรรค ประกอบไปด้วยคนคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลนโยบาย ผลงานและกิจกรรมพรรคไปสู่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว

เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคมีความพร้อมในการให้ข่าวสารครอบคลุมทุกมิติได้อย่างเต็มที่ เต็มประสิทธิภาพ รวดเร็ว ฉับไว เป็นทางเลือกที่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง

การแต่งตั้งรองโฆษกเพิ่มอีก 3 คน ทำให้ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์มีทั้งสิ้น 8 คน ประกอบไปด้วย ราเมศ  รัตนะเชวง เป็นโฆษกพรรคฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพังงา  ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรค  อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี  ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเยาวชน และสิทธิมนุษยชน และ ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย

‘ชาติไทยพัฒนา’ ประชุมพรุ่งนี้ แก้ข้อบังคับ ปรับนโยบายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541220

19 ม.ค. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' ประชุมพรุ่งนี้ แก้ข้อบังคับ ปรับนโยบายพรรค

รับฟัง ทำจริง นำมาแก้ปัญหา ธีมนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา ประชุมพรุ่งนี้ พร้อมปรับข้อบังคับพรรครับ’เลือกตั้ง’ครั้งหน้า

พรรคชาติไทยพัฒนา จัดการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2566 ในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค.66นี้ เพื่อพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และมีการนำเสนอนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนากับการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566  โดยรับฟังแนวนโยบาย มาจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

จากการลงพื้นที่ของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และผู้แทนราษฎรของพรรค นำมาประมวลผล รวบรวมและผลักดันออกมาเป็นแนวนโยบาย ที่จะนำเสนอให้กับประชาชน พรรคชาติไทยพัฒนาเน้น ‘รับฟัง ทำจริง’ และนำมาแก้ไข

วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่าการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ผ่านมา ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมหลายเรื่อง และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องทำ

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักปฎิบัติของพรรคชาติไทยพัฒนาตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบัน  และยังยึดถือแนวนโยบายดังกล่าวอยู่ ไม่เน้นลดแลกแจกแถม แต่เน้นถึงการทำได้จริง และแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในระยะยาว โดยพุ่งเป้าไปที่ประเด็นเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และความยั่งยืนของประเทศชาติ

ส่วนการแก้ไขข้อบังคับพรรคนั้น ก็เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายเลือกตั้งที่ออกมาใหม่เท่านั้น เช่น กติกา ค่าสมาชิก เพื่อความคล่องตัวในการทำงานให้มากขึ้นเมื่อกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมืองที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องปรับแก้ข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับกฎหมายในอนาคต

ฟิตจัด”คุณหญิงสุดารัตน์”กลับอีสาน ลุยต่อกทม. ลั่นแก้ค่าไฟแพง 34 ต่อหน่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541204

18 ม.ค. 2566

ฟิตจัด"คุณหญิงสุดารัตน์"กลับอีสาน ลุยต่อกทม. ลั่นแก้ค่าไฟแพง 34 ต่อหน่วย

“คุณหญิงสุดารัตน์” ลุยพื้นที่กทม.แนะนำผู้สมัครเขต ลาดพร้าว-วังทองหลาง ประกาศพร้อมแก้ปัญหาค่าไฟแพง เหลือ 34 ต่อหน่วย จาก 50 ต่อหน่วย เพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มเงินในกระเป๋า ปลดหนี้คนตัวเล็ก

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายสุวงค์ จินตรักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง นายชัยวัฒน์ เชื้อสกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต1 และทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณถนนโชคชัย4 จนถึงตลาดศูนย์การค้าตลาดโชคชัย 4 เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่พร้อมกับแนะนำร้านค้าเจ้าเด็ด ท่ามกลางแฟนคลับและชาวบ้านต่างให้กำลังใจ 

ระหว่างลงพื้นที่มีหนูน้อยวัย 6 ขวบ มอบดอกไม้ให้กำลังใจพร้อมกับเอ่ย “ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นะคะ”

ฟิตจัด"คุณหญิงสุดารัตน์"กลับอีสาน ลุยต่อกทม. ลั่นแก้ค่าไฟแพง 34 ต่อหน่วย

คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านเขตลาดพร้าว-วังทองหลาง ให้กับต้อนรับอย่างอบอุ่น มีร้านค้าขายของอาหารรสเด็ดจำนวนมาก แต่หลายๆร้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ซึ่งตนได้บอกให้ทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้ง และพรรคไทยสร้างไทย จะเป็นผู้แก้ไข ค่าครองชีพขั้นต่ำหรือลดค่าครองชีพให้ได้ แต่เพิ่มเงินในกระเป๋า อย่างเช่น ค่าไฟแพงกว่าปกติ มีการทำสัญญาซื้อไฟล่วงหน้าเกินความจำเป็นเกือบ 60% ซึ่งมากเกินไปทำให้ทุกบ้านต้องจ่ายค่าไฟแพง ทั้งต้นทุนและการผลิต ค่าใช้จ่ายครัวเรือน

ดังนั้นหากพรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล ประชาชนจะ ต้องเสียค่าไฟไม่เกิน 3.50 บาทต่อหน่วย ไม่ใช่ 50 บาทต่อหน่วนเหมือนปัจจุบันนี้ จากนั้นก็จะยื่นเรื่องต่อศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากเป็นสัญญาที่เสียเปรียบมาก หากทำได้จะลดเงินเฟ้อและค่าครองชีพได้ 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ประชาชนก็จะมีเงินในกระเป๋าเพิ่ม เศรษฐกิจก็ถูกกระตุ้น อย่างโครงการ 3,000 บาทจะลงไปที่ประชาชนฐานราก ขณะเดียวกันเราก็จะให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน SME ดอกเบี้ยถูก และมีเงื่อนไขผ่อนปรน คนตัวเล็กอย่าง พ่อค้า แม่ขาย ที่เป็นหนี้นอกระบบ เราจะให้กองทุนคนตัวเล็ก ซึ่งจะใช้เครดิตประชาชนค้ำไม่ต้องมีหลักทรัพย์บุคคลใดค้ำประกันหรือติดเครดิตยูโร เริ่มต้นกู้ที่ 5,000 บาท เอาที่ตัวเองค้ำก่อน หาก 6 เดือนผ่อนส่งครบ ก็จะเพิ่มวงเงินในการกู้ให้ เพื่อล้างหนี้นอกระบบและสามารถตั้งตัวได้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสุวงค์ จินตรักษ์คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสุวงค์ จินตรักษ์

สำหรับการส่งนายสุวงค์ ลงเขตนี้ เรามั่นใจเนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ เนื่องจากทำงานต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาสมควร แม้ตอนนั้นไม่ได้เป็นผู้สมัคร แต่ก็ลงพื้นที่เต็มที่และเป็นเขตที่ตนก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนด้วย

ด้านนายสุวงค์ เล่าว่า ก่อนที่จะตัดสินใจลงสนามการเมืองนั้น ก็เป็นคนในพื้นที่นี้ มองเห็นปัญหาระบบหน่วยงานราชการเวลาเรียกร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขหรือพัฒนา หรือลงมือช้ามาก สะท้อนให้เห็นว่าเสียงไม่ดังพอ จึงเกิดความอึดอัด นักการเมืองทำตัวไม่เหมือนนักการเมือง จึงเกิดความคิดว่า ตนก็เป็นคนรุ่นใหม่ อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงระบบ อยากให้ พูดและเหมือนตะโกน ไม่ใช่ตะโกนและเหมือนพูด 

 คุณหญิงสุดารัตน์ลงพื้นที่โชคชัย 4คุณหญิงสุดารัตน์ลงพื้นที่โชคชัย 4

นายสุวงค์ จินตรักษ์นายสุวงค์ จินตรักษ์พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ถนนโชคชัย 4พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ถนนโชคชัย 4

“สุวัจน์” นำทีม “ชาติพัฒนากล้า” แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541200

18 ม.ค. 2566

“สุวัจน์” นำทีม “ชาติพัฒนากล้า” แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้

“สุวัจน์” นำทีม ชาติพัฒนากล้า แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้ ระบุ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจให้ทุกคนมีโอกาส ที่จะทำให้คนไทย งานดี มีเงิน ของไม่แพง

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 24 ม.ค.นี้ เวลา09.30น.ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ถนนราชดำริ พรรคชาติพัฒนากล้า นำโดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค พร้อมแกนนำพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค ที่ปรึกษาพรรค กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวเทนพรรคชาติพัฒนากล้าประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า จะได้มีการเสนอนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ได้จัดทำขึ้น

โดยคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าต่อสื่อมวลชน เพื่อนำไปเป็นนโนบายในการหาเสียงของพรรคชาติพัฒนากล้าต่อไป โดยใช้ชื่อว่า “รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจให้ทุกคนมีโอกาส เปิดนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ที่จะทำให้คนไทย “งานดี มีเงิน ของไม่แพง”

“สุวัจน์” นำทีม “ชาติพัฒนากล้า” แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้