เครื่องบินออสเตรเลียจอดปลอดภัย หลังเครื่องยนต์ขัดข้อง นักบินส่งสัญญาณเมย์เดย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606731

เครื่องบินออสเตรเลียจอดปลอดภัย หลังเครื่องยนต์ขัดข้อง นักบินส่งสัญญาณเมย์เดย์

19 ม.ค. 2566 08:45 น.

เครื่องบินออสเตรเลียจอดปลอดภัย หลังเครื่องยนต์ขัดข้อง นักบินส่งสัญญาณเมย์เดย์

สุดระทึก เครื่องบินโดยสารสายการบินออสเตรเลีย พร้อมผู้โดยสาร 145 คน ลงจอดอย่างปลอดภัย หลังเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้อง นักบินต้องส่งสัญญาณเมย์เดย์ ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากหอควบคุมการบิน

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2566 เครื่องบินโดยสารสายการบินแควนตัส (Qantas) หรือ ควอนตัส เที่ยวบิน “QF144” บินจากสนามบินโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมผู้โดยสาร 145 คน ลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินนครซิดนีย์ ของออสเตรเลีย เมื่อเวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่นักบินของเครื่องบินลำนี้ได้ส่งสัญญาณเมย์เดย์ ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน จากปัญหาเครื่องยนต์ 1 ใน 2 ตัวของเครื่องบินโบอิ้ง 737 เกิดขัดข้องระหว่างบินอยู่กลางทะเลแทสมัน ทำให้นักบินต้องแจ้งขอความช่วยเหลือจากหอควบคุมการบินและพยายามนำเครื่องลงจอด

รายงานข่าวระบุว่า หลังเครื่องบินลงจอด ผู้โดยสารทุกคนได้รับการส่งตัวถึงอาคารผู้โดยสารอย่างปลอดภัย ขณะที่เครื่องบินได้เข้ารับการตรวจสอบตามมาตรฐานทางการบิน ด้านผู้โดยสารระบุว่า ก่อนหน้านี้สถานการณ์บนเครื่องบินดูเป็นปกติดี แม้พวกเขาได้ยินเสียงดังแต่หลายคนสังเกตว่าอาจเป็นการตกหลุมอากาศเล็กน้อย และนักบินไม่ได้ประกาศให้ผู้โดยสารทราบเกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ขัดข้องแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ข้อมูลเรดาร์การบินแสดงให้เห็นว่าเที่ยวบิน QF144 ลดเพดานการบินและลดความเร็วลงหลังออกจากสนามบินเมืองโอ๊คแลนด์ เมื่อเวลา 14.30 น. โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึง 1 เดือนที่เครื่องบินของ Qantas ประสบเหตุฉุกเฉินกลางอากาศ โดยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมปีที่แล้ว เที่ยวบินจากสิงคโปร์ ในลอนดอนต้องลงจอดฉุกเฉินที่อะเซอร์ไบจาน หลังจากนักบินพบว่ามีควันออกมาบริเวณห้องเก็บสัมภาระ.

สุดสลด ฮ.ยูเครนตก 14 ศพ 3 บิ๊กมหาดไทยไม่รอด ชาวบ้านโดนลูกหลงอื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606678

สุดสลด ฮ.ยูเครนตก 14 ศพ 3 บิ๊กมหาดไทยไม่รอด ชาวบ้านโดนลูกหลงอื้อ

19 ม.ค. 2566 05:17 น.

สุดสลด ฮ.ยูเครนตก 14 ศพ 3 บิ๊กมหาดไทยไม่รอด ชาวบ้านโดนลูกหลงอื้อ

เหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้เนอสเซอรี่ในกรุงเคียฟ ทำให้ 3 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยยูเครน รวมถึงรัฐมนตรีว่าการ เสียชีวิต และมีคนบนพื้นโดนลูกหลงเสียชีวิตหลายศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวตกใกล้เนอสเซอรี่ ในเองโบรวารี ชานกรุงเคียฟ เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ รวมถึง นายเดนิส โมนาสตีร์สกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วัย 42 ปี, เยฟเฮน เยนิน รัฐมนตรีช่วยลำดับ 1 และ ยูรี ลุบโควิช เลขาธิการกระทรวงมหาดไทย

ผู้เสียชีวิตที่โดยสารมากับเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ยังรวมถึงนักบิน 3 ศพ จากสำนักงานบริการฉุกเฉินยูเครน, ผู้ช่วยกระทรวงมหาดไทย 3 คน ได้แก่ น.ส.เทเทียนา ชุตเชียค ผู้ช่วยของนายโมนาสตีร์สกี และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงหลายคน และ นายมิคไฮโล พาฟลุชโก หัวหน้าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกระทรวงมหาดไทย ส่วนอีกรายยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ

นอกจากนั้น ประชาชนบนพื้นโดนลูกหลงเสียชีวิตหลายศพ ทำให้เบื้องต้นสำนักงานฉุกเฉินระบุจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดไว้ที่ 18 ศพ ก่อนจะปรับลงมาเหลือ 14 ศพ โดยรวมถึงเด็กอย่างน้อย 1 ศพ เนื่องจากเหตุเกิดขณะที่ผู้ปกครองกำลังพาลูกหลานมาเนอสเซอรี่ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 25 ราย ในจำนวนนี้ 11 รายเป็นเด็ก

จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ยูเครนยังไม่เปิดเผยว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ตก แต่ระบุว่า ไม่มีข้อบ่งชี้ใดที่บอกว่าสาเหตุจะเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากอุบัติเหตุ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์หญิงคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า เธอเห็นว่านักบินพยายามหลบอาคารสูง 10 ชั้นที่เธออาศัยอยู่ ก่อนตัดสินใจนำเครื่องลงใกล้อาคารที่เล็กกว่า

เดนิส โมนาสตีร์สกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยูเครน เสียชีวิตในเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อ 18 ม.ค. 2566
เดนิส โมนาสตีร์สกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยูเครน เสียชีวิตในเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อ 18 ม.ค. 2566

ทั้งนี้ นายโมนาสตีร์สกี เป็นหนึ่งในผู้ช่วยทางการเมืองที่ทำงานให้กับ ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี มายาวนานที่สุด การเสียชีวิตของเขา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่นๆ จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรัฐบาลเคียฟ เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่สำคัญในการรักษาความมั่นคง และดูแลหน่วยงานตำรวจในช่วงสงคราม

ประธานาธิบดีเซเลนสกีส่งข้อความผ่านวิดีโอลิงก์ไปยังที่ประชุมเศรษฐกิจโลก ‘เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม’ ที่เมืองดาวอส ขอให้เหล่าผู้นำสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาทีเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกนี้ และกล่าวในภายหลังว่า “ในช่วงสงครามไม่มีอุบัติเหตุ นี่เป็นผลกระทบที่เกิดจากสงครามอย่างแน่นอน”

อนึ่ง นายไอฮอร์ คลีเมนโก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยูเครน ได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ที่มา : bbc

จำคุกแค่ 8 ปี ชายอิหร่านฆ่าตัดคอเมียวัย 17 อ้างครอบครัวเหยื่อให้อภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606671

จำคุกแค่ 8 ปี ชายอิหร่านฆ่าตัดคอเมียวัย 17 อ้างครอบครัวเหยื่อให้อภัย

19 ม.ค. 2566 04:18 น.

จำคุกแค่ 8 ปี ชายอิหร่านฆ่าตัดคอเมียวัย 17 อ้างครอบครัวเหยื่อให้อภัย

ศาลอิหร่านตัดสินจำคุกผู้ต้องหาฆาตกรรมภรรยาตัวเองด้วยการตัดศีรษะ เพียง 8 ปี โดยลดโทษให้เนื่องจากครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้อภัย

เมื่อวันพุธที่ 18 ม.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายซัจจาด เฮย์ดารี ชายชาวอิหร่านผู้ก่อเหตุฆาตกรรมและตัดศีรษะภรรยาสาววัย 17 ปี ที่เมืองอาห์วาซ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ในคดีที่ถูกเรียกว่าการฆ่าเพื่อเกียรติ จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศนั้น ถูกศาลตัดสินจำคุกเพียง 8 ปีเท่านั้น

นายมาสซูด เซตาเยชี โฆษกฝ่ายตุลาการของอิหร่าน ระบุว่า นายซัจจาดถูกตัดสินจำคุก 7 ปีครึ่ง ข้อหาฆาตกรรม และอีก 8 เดือนข้อหาทำร้ายร่างกาย

โฆษก บอกอีกว่า ศาลตัดสินลงโทษสถานเบาเช่นนี้ เป็นเพราะครอบครัวของโมนา ผู้เสียชีวิต ได้ให้อภัยแก่นายซัจจาด แทนที่จะแก้แค้น ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของอิหร่านที่ระบุว่า การฆาตกรรมโดยเจตนาต้องรับโทษประหารชีวิต เว้นแต่ว่าครอบครัวของเหยื่อให้อภัย ขณะที่พี่เขยของโมนาถูกตัดสินจำคุก 45 เดือนข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับการฆาตกรรม

อย่างไรก็ตาม บิดาของโมนาเคยพูดก่อนหน้านี้ว่า เขาไม่เคยยินยอมให้มีการสังหารลูกสาวของเขา

ทั้งนี้ โมนาแต่งงานกับนายซัจจาดตั้งแต่เธอมีอายุ 12 ปี และมีลูกชายตอนอายุแค่ 14 ปี โดยตามการเปิดเผยของสื่อในอิหร่าน ก่อนเกิดเหตุ โมนาหนีไปตุรกีหลังอ้างว่าถูกสามีใช้ความรุนแรงในครอบครัว ขณะที่ฝ่ายนายซัจจาดไม่ยอมหย่า

โมนายอมกลับมาอิหร่านในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากครอบครัวของเธอรับรองความปลอดภัยของเธอ แต่เธอกลับถูกนายซัจจาดฆาตกรรมในวันที่ 5 เดือนเดียวกัน อ้างว่าเป็นการฆ่าเพื่อเกียรติ

เหตุการณ์ที่เกิดกับโมนาจุดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านออกกฎหมายป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว และปกป้องเหยื่อความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากนั้นยังมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนเกณฑ์อายุขั้นต่ำที่เด็กสามารถแต่งงานได้ โดยปัจจุบันอยู่ที่ 13 ปีสำหรับผู้หญิง และอาจต่ำกว่านี้ได้หากพ่อแม่ยินยอม

ที่มา : bbc

ช็อก หมีขั้วโลกบุกเมืองอะแลสกา ทำร้ายผู้หญิง-เด็กเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606661

ช็อก หมีขั้วโลกบุกเมืองอะแลสกา ทำร้ายผู้หญิง-เด็กเสียชีวิต

19 ม.ค. 2566 02:55 น.

ช็อก หมีขั้วโลกบุกเมืองอะแลสกา ทำร้ายผู้หญิง-เด็กเสียชีวิต

หมีขั้วโลกบุกทำร้ายผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของรัฐอะแลสกา ทำให้ผู้หญิงและเด็กชายเสียชีวิตรวม 2 ศพ ก่อนที่มันจะถูกสังหารในเวลาต่อมา

สำนักงานตำรวจรัฐอะแลสกาเปิดเผยในวันอังคารที่ 17 ม.ค. 2566 ว่า หมีขั้วโลกตัวหนึ่งเข้ามาในเมืองเวลส์ เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกสุดของรัฐอะแลสกา และวิ่งไล่ผู้คน มีผู้หญิงกับเด็กชายคนหนึ่งถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนที่ชาวบ้านคนอื่นจะใช้อาวุธปืนยิงมันจนตาย

เมืองเวลส์เป็นเมืองชายฝั่งทางตะวันตกของรัฐอะแลสกา มีประชากรเพียง 168 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเดินทางไปยังเมืองแห่งนี้ได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

ทั้งนี้ เหตุการณ์หมีขั้วโลกทำร้ายมนุษย์เกิดขึ้นได้ยากมาก ผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่โดยองค์กร ‘The Wildlife Society’ ในปี 2560 พบว่า ระหว่างปี 2413-2557 เกิดเหตุหมีขั้วโลกทำร้ายคนเพียง 73 ครั้งเท่านั้น กระจายไปใน 5 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา, กรีนแลนด์, นอร์เวย์, รัสเซีย และสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ศพ บาดเจ็บอีก 63 ราย

แต่การละลายของน้ำแข็งเนื่องจากภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้พฤติกรรมของหมีขั้วโลกเปลี่ยนไป ทำให้พวกมันมีโอกาสพบเจอกับมนุษย์มากขึ้น

ชาวบ้านในเมืองเชอร์ชิล ในรัฐมานิโตบา ทางเหนือของแคนาดา ซึ่งถูกเรียกว่า เมืองหลวงของหมีขั้วโลก บอกกับสำนักข่า ซีเอ็นเอ็น ในปี 2564 ว่า การพบเจอหมีขั้วโลกกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น ทุกปีในฤดูใบไม้ร่วงจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาเดินทางไปยังเมืองแห่งนี้เพื่อหวังว่าจะได้เจอหมีขั้วโลก

ตามปกติแล้ว ฤดูชมหมีขั้วโลกที่เมืองเชอร์ชิลจะเข้าสู่จุดสูงสุดในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ก่อนที่อ่าว ฮัดสัน เบย์ จะกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งหมีขั้วโลกจะมารวมตัวกันบริเวณชายฝั่งเพื่ออพยพขึ้นเหนือ แต่ช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ฤดูชมหมียาวนานขึ้นเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้ทะเลเป็นน้ำแข็งช้าลงแต่ละลายเร็วขึ้น ทำให้หมีอยู่ในพื้นที่นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม เหตุหมีขั้วโลกทำร้ายมนุษย์ก็ยังเกิดขึ้นไม่บ่อย ครั้งสุดท้ายคือปี 2556 และไม่เกิดเหตุหมีขั้วโลกทำร้ายมนุษย์จนถึงแก่ชีวิตมาตั้งแต่ต้นยุค 80 แล้ว

ที่มา : cnn

ยูเครนอ้าง รัสเซียเสียทหารมากกว่าสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606658

ยูเครนอ้าง รัสเซียเสียทหารมากกว่าสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว

19 ม.ค. 2566 01:50 น.

ยูเครนอ้าง รัสเซียเสียทหารมากกว่าสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว

กองทัพยูเครนอ้าง รัสเซียสูญเสียทหารจากการต่อสู้กับพวกเขาไปแล้วเฉียด 117,000 ศพ มากกว่าจำนวนทหารที่สหรัฐฯ เสียไปในสงครามโลกครั้งที่ 1 เสียอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมแห่งประเทศยูเครนเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า รัสเซียสูญเสียทหารไปแล้ว 116,950 นาย นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเริ่มขึ้นเมื่อ 24 ก.พ. 2565 จนถึงวันที่ 17 ม.ค. 2566 โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีทหารรัสเซียถูกสังหารในยูเครน 870 ศพ

หากข้อมูลที่ฝ่ายยูเครนกล่าวอ้างนั้นถูกต้อง ตัวเลขดังกล่าวนับว่ามากกว่าจำนวนทหารที่สหรัฐฯ เสียไปในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งจำนวนอยู่ที่ 116,516 ศพ โดยในจำนวนนี้มีมากกว่า 63,000 ศพที่เสียชีวิตโดยไม่เกี่ยวกับการต่อสู้ แต่ส่วนใหญ่มาจากการเจ็บป่วย

รายงานล่าสุดจากยูเครนดูเหมือนจะสอดคล้องกับที่พลเอก มาร์ก มิลเลย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมแห่งกองทัพสหรัฐฯ พูดไว้ในเดือนพฤศจิกายนว่า จำนวนทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและบาดเจ็บในยูเครนอาจมากกว่า 100,000 ราย แต่ฝ่ายยูเครนก็อาจมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในจำนวนใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียปิดปากเงียบเรื่องความสูญเสียของกองทัพในยูเครนมาตลอด โดยจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการล่าสุดที่พวกเขาเปิดเผยออกมาอยู่ที่ไม่ถึง 6,000 ศพ แต่จำนวนดังกล่าวไม่รวมการเสียชีวิตของทหารรับจ้างจากองค์กร ‘Wagner Group’ ซึ่งเสียหายอย่างหนักในการต่อสู้หลายสมรภูมิในภาคตะวันออกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านยูเครนก็หลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยข้อมูลผู้เสียชีวิตเช่นกัน โดยจำนวนล่าสุดที่พวกเขาเปิดออกมาอยู่ที่ราว 13,000 ราย นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

ที่มา : NYPost

จำคุก 18 ปี “อัลวิน เชา” เจ้าพ่อทัวร์กาสิโนมาเก๊า ข้อหาเล่นพนันผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606636

จำคุก 18 ปี “อัลวิน เชา” เจ้าพ่อทัวร์กาสิโนมาเก๊า ข้อหาเล่นพนันผิดกฎหมาย

19 ม.ค. 2566 00:08 น.

จำคุก 18 ปี “อัลวิน เชา” เจ้าพ่อทัวร์กาสิโนมาเก๊า ข้อหาเล่นพนันผิดกฎหมาย

ศาลมาเก๊าตัดสินจำคุก อัลวิน เชา เจ้าของบริษัททัวร์เล่นการพนันรายใหญ่ที่สุดของมาเก๊า ข้อหาเล่นการพนันผิดกฎหมาย พัวพันคดีเล่นพนันใต้โต๊ะมูลค่าหลายล้านล้านบาท

เมื่อวันพุธที่ 18 ม.ค. 2566 ศาลในมาเก๊ามีคำตัดสินให้จำคุก นายอัลวิน เชา ประธานบริษัททัวร์กาสิโนรายใหญ่ที่สุดของมาเก๊าเป็นเวลา 18 ปี หลังถูกพบว่ามีความผิดจริงในหลายข้อหา รวมถึง ฉ้อโกง, เปิดบริษัทอาชญากรรม และจัดการเล่นพนันผิดกฎหมาย แต่พ้นผิดในข้อหาฟอกเงิน

นายเชา ซึ่งปัจจุบันอายุ 48 ปีแล้ว เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ซันซิตี้ กรุ๊ป (Suncity Group) ซึ่งบุกเบิกธุรกิจจัดทัวร์พามหาเศรษฐีจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปเล่นการพนันในมาเก๊า ซึ่งเป็นสถานที่เดียวในแดนมังกรที่สามารถเปิดกาสิโนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 นายเชากับผู้บริหารระดับสูงของ ซันซิตี้ กรุ๊ป หลายคนถูกจับกุม หลังทางการเมืองเหวินโจวออกหมายจับข้อหาเปิดบริษัทเล่นการพนันผิดกฎหมาย ทำให้ซันซิตี้ต้องปิดห้องวีไอพีและกาสิโนที่พวกเขาบริหารหลายแห่ง

การไต่สวนนายเชากับจำเลยร่วมอีก 20 คน เริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 2565 พวกเขาถูกอัยการตั้งข้อกล่าวหากว่า 289 กระทง ทั้งฉ้อโกง, ฟอกเงิน, และเล่นการพนันผิดกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการเดิมพันใต้โต๊ะมูลค่า 8.24 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 3.46 ล้านล้านบาท) ภายในระยะเวลาร่วม 8 ปี ฉ้อโกงรายได้จากภาษีของมาเก๊าไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง

จำเลยทั้งหมดรวมถึงนายเชา ยังถูกกล่าวหาว่า อำนวยความสะดวกในการจัดหาตัวแทนเล่นการพนันให้ลูกค้าชาวจีนสามารถวางเดิมพันทางไกลจากกาสิโนในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ซึ่งทนายฝ่ายจำเลยยอมรับว่ามีการวางเดิมพันใต้โต๊ะเกิดขึ้นในมาเก๊าจริง แต่อ้างว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงถึงนายเชา ผู้บริหาร และลูกจ้างของซันซิตี้ กรุ๊ป

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษามีคำตัดสินในวันพุธว่า นายเชา มีความผิดจริงในข้อหา ฉ้อโกง, เปิดบริษัทอาชญากรรม และจัดการเล่นพนันผิดกฎหมาย และให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 18 ปี โดยระบุว่า ซันซิตี้ภายใต้การนำของนายเชา จัดการเล่นพนันผิดกฎหมายเพื่อสร้างรายได้อย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายมานาน แต่ตัดสินให้เขาพ้นผิดในข้อหาฟอกเงิน

ด้าน นายเชา ยืนยันในชั้นศาลว่า บริษัทของเขาไม่เคยมีปัญหาทางกฎหมายมานานกว่าทศวรรษจากการเปิดห้องวีไอพีในกาสิโนทั่วโลก และไม่เข้าใจว่าเหตุใด ซันซิตี้จึงถูกจัดเป็นบริษัทอาชญากรรม ขณะที่หนึ่งในทนายความของเขากล่าวว่า คำตัดสินใจวันพุธยังมีจุดให้ยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ต้องหารือกับลูกความของเขาเพิ่มเติมก่อน

ที่มา : aljazeera

จอมปาด“ประวิตร”รุกสี่แคว ไล่บี้เด็ก“หิมาลัย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541280

ขุนน้ำหมึก

20 ม.ค. 2566

จอมปาด“ประวิตร”รุกสี่แคว ไล่บี้เด็ก“หิมาลัย”

ศึก 2 ป. “ประวิตร” ลุยสองแคว-สี่แคว ตัดหน้า “หิมาลัย” จะพาลุงตู่ ไปพิจิตร-นครสวรรค์ ลุงป้อมคว้า สจ.สาวชุมแสง ตั้งเป้าโค่น ส.ส.ที่ย้ายหนีไป รทสช.

สมฉายาจอมปาด “ประวิตร” ลุยเมืองสองแควและเมืองสี่แคว ตัดหน้า “หิมาลัย” จะพา พล.อ.ประยุทธ์ ไปพิจิตร-นครสวรรค์ ปลายเดือนนี้

“ประวิตร” ดีใจได้บ้านใหญ่พิษณุโลก ส่งลูกชายลงสนาม ส่วนที่นครสวรรค์ คว้า สจ.สาวเมืองชุมแสง หวังโค่นเด็ก “หิมาลัย”

วันที่ 20 ม.ค.2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พิษณุโลก และ จ.นครสวรรค์ โดยสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร่วมคณะไปด้วย

เป็นที่รู้กัน คิวตรวจราชการของ พล.อ.ประวิตร ในห้วงเวลานี้ ย่อมแฝงไว้ด้วยการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย

เป้าหมายแรกคือ พิษณุโลก สันติ พร้อมพัฒน์ แม่ทัพเหนือตอนล่าง ได้จับมือกับมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ 

เป้าหมายที่สองขยับลงมาพื้นที่นครสวรรค์ สันติ พร้อมพัฒน์ เพิ่งเปิดผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ที่จะลงชนกับ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 ที่จะทิ้ง พปชร.ไปอยู่ รทสช.

สำหรับ ส.ส.สัญญา นิลสุพรรณ เป็นเด็กปั้นของ หิมาลัย ผิวพรรณ ซึ่งปลายเดือน ม.ค.2566 หิมาลัย ในฐานะแม่ทัพภาคเหนือของพรรค รทสช. ก็กำลังจะพา พล.อ.ประยุทธ์ มาตรวจราชการที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พิจิตร เช่นเดียวกัน

 สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ในสังกัดหิมาลัยสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ในสังกัดหิมาลัย

‘บ้านใหญ่สองแคว’

“ประวิตร” มาเยือนเมืองสองแควหนนี้ เพื่อพบกับทีม พปชร.ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก

ก่อนหน้านั้น ส.ส.พิษณุโลก พรรค พปชร. 2 คนคือ อนุชา น้อยวงศ์ ได้ย้ายไปภูมิใจไทย และมานัส อ่อนอ้าย เตรียมย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ ตามลูกพี่-หิมาลัย ผิวพรรณ

เขต 1 พิษณุโลก พรรค พปชร. ส่ง สจ.อั้ม-อดุลยวิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์ ลูกชายนายก อบจ.พิษณุโลก ลงเขต 1 ชนกับ หมออ๋อง-ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล 

ส่วนเขต 2 ส่ง ศิริชิน ญาณพิทักษ์พงษ์ ประธานสภา อบจ.พิษณุโลก ท้าชิงแชมป์ผูกขาด นพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย

อนึ่ง มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ เป็น ส.ส.พิษณุโลก 3 สมัย ในนามพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน จึงรู้จักมักคุ้นกับสันติ พร้อมพัฒน์เป็นอย่างดี

‘ล้มเด็กหิมาลัย’

พลังประชารัฐเมืองสี่แควเหมือนแพแตก “ประวิตร” จึงมอบสันติ พร้อมพัฒน์ จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ที่มาจากนักการเมืองท้องถิ่น

ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ 4 คน ที่ย้ายพรรคไปแล้ว 2 คนคือ วีระกร คำประกอบ ไปอยู่พรรค ภท. และสัญญา นิลสุพรรณ ไปพรรค รทสช.

เหลือแต่ ภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 และนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ เขต 6 ที่ยังไม่ตัดสินใจว่า จะอยู่หรือไป 

น่าจับตาดูว่า ภิญโญ นิโรจน์ จะย้ายไปค่ายบุรีรัมย์ตามข่าวลือหรือไม่ และมีข่าวเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ภิญโญ จะส่งลูกสาว บาส-ภัทราวดี นิโรจน์ ลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 แทนตัวเอง

สำหรับ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ลูกชายกำนันคนดังย่าน อ.บรรพตพิสัย โดย ส.ส.สมัยแรกคนนี้ เป็นคนสนิท หิมาลัย ผิวพรรณ 

ที่ผ่านมา สันติ พร้อมพัฒน์ วางตัวผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ในนครสวรรค์ไปแล้ว 3 คน ประกอบด้วยเขต 3  สจ.เปิ้ล-สุภัสสร คล้ายแจ้ง ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.ชุมแสง, เขต 4 จิตรา หมีทอง อดีตประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ และเขต 5 พรวิศิษฐ์ แจ่มใส

 สจ.เปิ้ล สุภัสสร ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พปชร.สจ.เปิ้ล สุภัสสร ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 พปชร.

ที่น่าสนใจคือ เขต 3 (อ.บรรพตพิสัย, อ.เก้าเลี้ยว และอ.ชุมแสง) สจ.เปิ้ล สุภัสสร จะต้องแข่งกับแชมป์เก่า สัญญา นิลสุพรรณ เด็กในสังกัดหิมาลัย

อันที่จริง หิมาลัย ผิวพรรณ ในฐานะแกนนำพรรค รทสช. มีคิวพา พล.อ.ประยุทธ์ มาลงพื้นที่นครสวรรค์ เขต 3 พื้นที่ของ สัญญา นิลสุพรรณ และพิจิตร เขต 3 พื้นที่ สุรชาติ ศรีบุษกร ช่วงปลายเดือน ม.ค.2566

เนื่องจาก 2 เขตนี้ เป็นพื้นที่เป้าหมายของหิมาลัยที่จะต้องได้ ส.ส. แต่พรรคคู่แข่งคงไม่ยอมให้ผ่านไปง่ายๆ โดยเฉพาะนครสวรรค์ เขต 3 เสี่ยสันติ คงดัน สจ.เปิ้ลให้เข้าป้ายจนได้

เมื่อทีมบ้านป่ารอยต่อฯ รู้ข่าวลุงตู่จะไปนครสวรรค์ จึงจัดคิวด่วนให้ลุงป้อมลงไปตรวจบึงบอระเพ็ดแบบเร่งรีบ อย่างนี้สื่อจึงให้ฉายาลุงป้อมว่า จอมปาด
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                   โดย … ขุนน่ำหมึก

อลวนรัก “ทักษิณ” อกหักเพียบ “เสื้อแดง”กำสรวล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541258

ขุนน้ำหมึก

19 ม.ค. 2566

อลวนรัก “ทักษิณ” อกหักเพียบ “เสื้อแดง”กำสรวล

สู้เพื่อ “ทักษิณ” อดีต ส.ส.และแกนนำ “เสื้อแดง” น้อยใจ พท. ไม่เลือกลงสมัคร ส.ส. บางคนโวย หลายคนกลืนเลือด กลับเลือกนายทุนเสื้อเหลือง และอดีต กปปส.

อกหักเพราะรัก “ทักษิณ” อดีต ส.ส. และแกนนำ “เสื้อแดง” น้อยใจเพื่อไทย ไม่เลือกลง ส.ส. บางคนโวย บางคนกลืนเลือด แดงอุดมการณ์ไม่มีอยู่จริง

สู้เพื่อ “ทักษิณ” สู้เพื่อประชาธิปไตย “เสื้อแดง” ทั้งใจและกาย สุดท้ายพรรคเลือกอดีต กปปส. อดีต ส.ส.นกหวีด อดีตนายทุนเสื้อเหลือง มาลงสมัคร ส.ส.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กำเนิดคนเสื้อแดงนั้น มาจากกลุ่มคนรักอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ก่อนที่ขบวนการ นปช.จะก่อรูปก่อร่าง  และปรากฏการณ์แดงทั้งแผ่นดินปี 2554 จึงทำให้เกิดเพื่อไทยแลนด์สไลด์ พร้อมนายกฯหญิงคนแรกของไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

พ.ศ.โน้น มี ส.ส.เสื้อแดงเกลื่อนสภาฯ อย่าง ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์, ชูชัย มุ่งเจริญพร อดีต ส.ส.สุรินทร์, พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ,วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ ฯลฯ

ตัดกลับมา พ.ศ.นี้ พรรคเพื่อไทย ยุคอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนสุดท้องของทักษิณ กำลังเจอม็อบคนเสื้อแดงก่อหวอดผลการคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ในหลายจังหวัด

ล่าสุด กรณี พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประกาศลาออกจากพรรค หลังแกนนำเพื่อไทย ตัดสินใจไม่ส่งตัวเขาลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 

“หากไม่ส่งผมลง ก็ควรบอกผมตรง ๆ จนถึงวันนี้เหมือนกัน ไม่มีหมู หมา กา ไก่ เลยที่จะมาบอกผม ควรที่จะบอกกัน และให้เกียรติกันด้วย นี่คือจุดที่ผมเสียใจมาก” สุรทิน กล่าว

 สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรฯ น้อยใจ พท. ไม่เลือกลง ส.ส.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรฯ น้อยใจ พท. ไม่เลือกลง ส.ส.

สำหรับบุคคลที่มาลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 คือ เสี่ยก้อ-วัชระพล ขาวขำ ลูกชายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี และเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี 

“ถ้าผมไปจากพรรคเพื่อไทย การเมืองร้อนแน่ ผมชอบทำให้การเมืองร้อน ผมเทหมดหน้าตัก พร้อมสู้สนามเลือกตั้ง รับรองพรรคเพื่อไทยมี ส.ส.ไม่ครบทั้ง 9 เขตแน่”

ยุคสมัยแดงทั้งแผ่นดิน พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรธานี ได้ชื่อว่า เป็นแกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ยืนแถวหน้าระนาบเดียวกับ ขวัญชัย ไพรพนา และ อานนท์ แสนน่าน 

‘โดนหักดิบมาแล้ว’

อย่างที่รู้กัน สนามเลือกตั้งภาคอีสาน ใครอยากลงสนามในนามเพื่อไทย เพราะยี่ห้อ “ทักษิณ” ยังขายได้ และแบรนด์ “เสื้อแดง” ยังขลัง

สำหรับ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ก็เคยเสนอตัวต่อทางพรรคเพื่อไทย จะลง ส.ส.เขต 4 (อ.หนองหาน) เนื่องจาก ทองดี มนิสสาร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขตนี้ เสียชีวิตเมื่อปี 2557

ขณะเดียวกัน ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร ก็เสนอชื่อภรรยา อาภรณ์ สาราคำ เข้าประกวดด้วย แต่ปลายปี 2561  มีข่าวจากพรรคแจ้งว่า พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุดรฯ เขต 4

ตอนนั้น พ.ต.ท.สุรทิน ฉลองใหญ่ แต่ขวัญชัยน้ำตาตกใน ถึงกับประกาศผ่านวิทยุชุมชนคนรักอุดรว่า จะหันหลังให้เพื่อไทย และคนแดนไกล 

29 ม.ค.2562 พรรคเพื่อไทย มีมติส่งอาภรณ์ ภรรยาขวัญชัย เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุดรธานี โดยอ้างว่า พ.ต.ท.สุรทิน ขาดคุณสมบัติ ลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้

ครั้งโน้น พ.ต.ท.สุรทิน ไม่ได้ออกมาโวยวาย ต่างจากครั้งนี้ แถลงข่าวใหญ่โต ซึ่งสุรทินเองก็น่าจะรู้ว่า ขาใหญ่ พท.อุดรฯวันนี้คือ วิเชียร ขาวขำ

‘บทเรียนนครพนม’

การเลือกตั้งปีนี้ เพื่อไทยในยุคที่ อุ๊งอิ๊งลูกสาว “ทักษิณ” เป็นผู้นำ มีการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. โดยไม่ยึดเกณฑ์แบบปี 2554 คือเสื้อแดงต้องมาก่อน

ตัวอย่างจากเขต 4 นครพนม ก็มีแรงกระเพื่อม ถึงขั้นก่อหวอดเป็นม็อบเสื้อแดงประท้วงพรรค ไม่พอใจผลการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตนี้

เดิมทีนครพนม เขต 4 (อ.นาแก) ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม 3 สมัย พรรคเพื่อไทย ถูกบีบให้ขยับไปสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงลาออกไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย

เมื่อพื้นที่เปิดกว้าง ได้มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เพื่อไทย 3 คน คือ คนแรก สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม สนับสนุนโดย มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 

คนที่สอง ชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีตำบลพระซอง อ.นาแก และปรึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษานาแก โดยการสนับสนุนของคนเสื้อแดงนาแก 

 ชาญชัย คำจำปา ผู้เสนอตัวลง ส.ส.นครพนม เขต 4 อกหัก พรรคไม่เลือก ชาญชัย คำจำปา ผู้เสนอตัวลง ส.ส.นครพนม เขต 4 อกหัก พรรคไม่เลือก

คนที่สาม ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ น้องชาย ส.ส.คันคาย หรือ อรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม 7 สมัย 

สุดท้าย ณพจน์ศกร ได้รับเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 4 ทำให้กองเชียร์เสื้อแดง ที่หนุน ชาญชัย คำจำปา ไม่พอใจก่อหวอดเรียกร้องความเป็นธรรมจากเพื่อไทย

ว่ากันว่า คนแดนไกลปิ๊งไอเดียการหาเสียงของ ณพจน์ศกร เพราะมีประสบการณ์เคยลงสมัคร ส.ส.นครพนม ในนามไทยรักไทย, ภูมิใจไทย และเพื่อคนไทย มากกว่าคนอื่น 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ            โดย … ขุนน้ำหมึก 

ก.ศึกษาธิการ “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไปไม่ถึง “เด็ก-ครู”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kure-Jam/541235

19 ม.ค. 2566

ก.ศึกษาธิการ “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไปไม่ถึง “เด็ก-ครู”

ปี2542มีกฏหมายการศึกษาเป็นกฏหมายแม่บท เกิด5 อรหันต์ มีปรับแก้ไขหลายครั้ง ได้ศธจ.-ศธภ. มี ขรก.ซี9 เต็มบ้านเมือง แต่เงินเดือนครู-อาหารกลางวันเด็ก ได้เพิ่มกี่บาท เมื่อ ก.ศึกษาธิการ “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไม่ถึง “เด็ก-ครู”

ร่างพ.ร.บ.การศึกษาการศึกษาแห่งชาติ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ มาร่วม 5 ปี เป็นร่างกฏหมายที่ถูกคัดค้านมากที่สุด ถึงการละเมิดสิทธิครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่หัวใจของกฏหมายฉบับนี้ รัฐบาลในฐานะผู้เสนอบอกเพื่อ“ปฏิการศึกษา” รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ในช่วง 1 สัปดาห์ เวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ “น.ส.ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงหลายครั้ง คือ กรณีของ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …

โดยตั้งข้อสังเกตใน 4 ประเด็น ดังนี้


1. การจัดการศึกษาโดยผู้ปกครอง (Home School) ในมาตรา 13 ควรให้ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ติดตาม ประเมินผล ตามที่คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติกำหนด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ

2.ให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล ในมาตรา 20 ควรให้สถานศึกษาเฉพาะสังกัด ศธ.เป็นนิติบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาของรัฐในแต่ละสังกัด

3.การสรรหาและคุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษา ในมาตรา 40 นั้น ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากเคยเป็นครูและรองผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว ต้องมีความรู้เรื่องบริหารการศึกษา และให้คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติเป็นผู้กำหนดแนวทางการสรรหาและพัฒนาผู้บริหาร เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีศักยภาพและไม่ทำให้เกิดภาระแก่คณะกรรมการสถานศึกษาเกินสมควร และ

4.ให้บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาได้รับเงินวิทยฐานะ ควรกำหนดให้ชัดเจน ในมาตรา 41 เพื่อมีความชัดเจนว่าบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เคยได้รับเงินวิทยฐานะอยู่แล้วในปัจจุบันยังคงได้เงินวิทยฐานะเช่นเดิม

“ส่วนประเด็นที่มีครูแต่งดำ ในวันครู เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้นั้น ดิฉันคิดว่าครูอาจมีความกังวลกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ต้องยอมรับว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดจำนวนมากจึงอาจทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความกังวลเกิดขึ้นได้”ตรีนุช ระบุ

ส่วนประเด็นการคัดค้านกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มาจากปมการเมืองนั้น ตรีนุช ระบุว่า ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น รู้แต่ว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับนี้ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการศึกษาหลายประเด็น อีกทั้งที่ผ่านมา ก.ศึกษาธิการ ได้มีความเห็นและแจ้งให้มีการทบทวนประเด็นต่างๆ ที่อาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 

“ดิฉันอยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ มีผลใช้บังคับโดยเร็ว เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษา”

ความเป็นจริง “ปฏิรูปการศึกษา” กี่ครั้งก็ยังไม่ถึงนักเรียนและครู ถกเถียงกันแค่ เรื่อง ตำแหน่ง โครงสร้าง ผลประโยชน์ เมื่อกระทบเขตพื้นที่ หรือศธจ.-ศธภ. ก็ยกพวกมากดดัน  หลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบไป

“การปฏิรูปการศึกษา” แต่ละครั้ง เหมือนคนแต่งตัวไม่เสร็จ เขียนคิ้ว แต่งหน้า ทาปาก ยังไม่ทันแต่งตัวใส่เสื้อผ้า ก็ปฏิรูปกันใหม่อีกรอบ ไปไม่สุด หยุดไม่ถูกที่ ในทุกครั้งที่ปฏิรูปการศึกษา มีแต่พูดว่า กระทรวงศึกษาธิการจะได้อะไร ครูและเด็กนักเรียนจะได้อะไรไม่เคยพูดถึง

ประถมศึกษาไปทาง มัธยมศึกษา ไปทาง อุดมศึกษาไปทาง พอจบมาก็เป็นอีกทาง  แถมยังมี สถานศึกษาเอกชน กับ โรงเรียนนานาชาติ มาอีก ต่างคนต่างเก่ง ต่างคนต่างดี

มันเป็นการศึกษาของคนมีโอกาส มือใครยาวสาวได้สาวเอา ความเท่าเทียมไม่มี คนจนก็ยิ่งโง่ คนรวย คนที่พร้อมเท่านั้นที่ได้รับการพัฒนา ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนเพิ่ม ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงอยู่

ปฏิรูปการศึกษา ได้จริงหรือ เมื่อครูและเด็กไม่ได้ประโยชน์ มีแต่เพิ่มสำนักงาน แต่สร้างโรงเรียนดีๆ ไม่ได้สักโรง ที่สอบแข่งขันกันเข้าเรียนก็เป็นโรงเรียนชื่อดังในอดีต

ควร “ปฏิรูปการศึกษา” จากฐานราก เริ่มที่ เด็ก นักเรียน ครู ผู้บริหาร สถานศึกษา ไล่เรียงมาถึงกระกระทรวงศึกษาฯ เน้น“ครู-นักเรียน” ได้ประโยชน์ จึงจะคุ้มค่ากระทรวงที่ได้ชื่อว่ารัฐทุ่มงบประมาณสูงสุด ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ นะขอบอก!

ดูดกลับ “ประยุทธ์” ฉกตัว “กุลวลี” บ้านใหญ่ราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541208

ขุนน้ำหมึก

19 ม.ค. 2566

ดูดกลับ “ประยุทธ์” ฉกตัว “กุลวลี” บ้านใหญ่ราชบุรี

ศึกชิงราชบุรี “ประยุทธ์” ยกทัพตามคว้าตัว ส.ส.แคมป์ “กุลวลี” ออกจากอกลุงป้อม ดัดหลังพี่ใหญ่ จับตาเปิดตัวกำนันน้อง-เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ขาใหญ่เมืองโอ่ง

สงครามชิงเมืองโอ่ง “ประยุทธ์” ตามล็อกตัว ส.ส.แคมป์ “กุลวลี” หลานสาวกำนันน้อง-เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แม่ทัพ รทสช.ราชบุรี

เจอพี่ใหญ่ปาดหน้า “ประยุทธ์” ยกทัพใหญ่โชว์พลัง หวังดัน “กุลวลี” ปักธงราชบุรี กำนันน้องขนนักการเมืองท้องถิ่นเสริมทัพ

เมืองโอ่งมังกรดังสะท้านวงการเมือง เมื่อพี่ 2 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดศึกแย่งชิงบ้านใหญ่ราชบุรี 

วันที่ 19 ม.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคิวตรวจราชการและเป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีนจังหวัดราชบุรี บริเวณเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ริมแม่น้ำแม่กลอง อ.เมือง จ.ราชบุรี

เจ้าภาพงานตรุษจีนราชบุรีคือ ศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี แต่เจ้าภาพฝ่ายการเมืองคือ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 

อีกหัวโขนหนึ่งของ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ เป็นกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งคนราชบุรี รู้จักเกชา หรือ “กำนันน้อง ท่าราบ” ในบทบาท ส.ว.ราชบุรี ปี 2549 และสามี เพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี ปี 2557

การเลือกตั้งปี 2562 กำนันน้อง ส่งภรรยา-เพียงเพ็ญ สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 แข่งกับหลานสาว กุลวลี นพอมรบดี ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ทำเอาคนราชบุรีโจษขานกันอึงมี่ ซึ่งกุลวลีเอาชนะน้าสะใภ้-เพียงเพ็ญขาดลอย

ตกมาถึง พ.ศ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะคว้าตัว ส.ส.กุลวลี มาสังกัด รทสช. ร่วมงานกับกำนันน้อง เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ คนเมืองโอ่งก็เฝ้ามองอย่างใกล้ชิด

‘กำนันบ้านใหญ่’

คนแถวริมน้ำแม่กลอง จับตา “ประยุทธ์” มาเยือนราชบุรี นอกจาก “กุลวลี” แล้ว จะดูด ส.ส.คนไหนเพิ่ม เพื่อปักธง รทสช.ให้ได้มากกว่า 1 เขต


สำหรับแม่ทัพใหญ่เมืองโอ่ง เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ หรือที่คนราชบุรีเรียกว่า “กำนันน้อง ท่าราบ” อดีตกำนัน ต.ท่าราบ อ.เมืองราชบุรี เป็นน้องชาย กอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี (ถูกยิงเสียชีวิตขณะที่เป็น ส.ส.ราชบุรี สังกัดพรรคไทยรักไทย)

  กำนันน้อง ท่าราบ หรือ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ อดีต ส.ว.ราชบุรี กำนันน้อง ท่าราบ หรือ เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ อดีต ส.ว.ราชบุรี

ทั้งกอบกุล และเกชา เติบโตมาในร่มเงาบ้านใหญ่ท่าราบ ที่มีบิดาเป็นกำนัน ต.ท่าราบ พี่น้องคู่นี้จึงฐานเสียงการเมืองเดียวกัน

ปี 2561 กำนันน้อง พาภรรยา-เพียงเพ็ญ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยตัวเขาลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรับหน้าที่แม่ทัพเลือกตั้งราชบุรี เขต 1 แต่พาภรรยาเข้าสภาฯไม่ได้

กลางปี 2565 กำนันน้อง ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย และเข้าร่วมการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากนั้นไม่นาน กำนันน้องได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

‘ผู้แทนสาวเมืองโอ่ง’

ส.ส.แคมป์ หรือ “กุลวลี” เดินตามรอยมารดา-กอบกุล และบิดา-มานิต อดีต ส.ส.ราชบุรี โดยเริ่มจากเป็น ส.อบจ.ราชบุรี 2 สมัย ก่อนลงสนามใหญ่


ปลายปี 2561 มานิต นพอมรบดี อดีต รมช.สาธารณสุข พาลูกสาว กุลวดี นพอมรบดี มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวกับกลุ่มสามมิตรราชบุรี ของกำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา

หลังภรรยา กอบกุลถูกยิงเสียชีวิต มานิตตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี ปี 2550 ในสีเสื้อพรรคมัชฌิมาธิปไตย และได้เป็น ส.ส.ติดต่อกันมา 2 สมัย โดยใช้ฐานเสียงเดิมของกอบกุล นพอมรบดี 

สมัยที่แล้ว มานิตทำงานหนัก เพราะจะต้องอุ้มลูกสาว กุลวลี เข้าสภาฯ ให้ได้ แถมแข่งกับคนกันเองคือ เพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์ ภรรยาของเกชา แต่โชคดีที่ราชบุรี เป็นเมืองทหารช่าง บารมีลุงตู่ จึงช่วยได้เยอะ 

นับแต่มีข่าว พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวกับพรรค รทสช. ก็มีข่าวว่า ส.ส.กุลวลี จะย้ายตามลุงตู่ มาอยู่พรรคใหม่ด้วย เนื่องจาก ส.ส.แคมป์ มีความสนิทสนมกับ ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 ส.ส.กุลวลี นพอมรบดี กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจส.ส.กุลวลี นพอมรบดี กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

สภากาแฟเมืองโอ่งวิจารณ์แซด เมื่อลุงป้อมมาเยี่ยมบ้านกำนันตุ้ย โดยมี ส.ส.ราชบุรี 4 คนไปให้การต้อนรับ แต่คล้อยหลัง ลุงป้อมกลับเข้ากรุงเทพฯ ก็มีข่าวว่า หัวหน้าพรรค พปชร. ล็อกตัวได้แค่เจ๊บุญยิ่ง และดูด สจ.เส็งไปอีกคนหนึ่งเท่านั้น

ว่ากันว่า ส.ส.แคมป์ คงจะย้ายไปซบลุงตู่ ในสายรัฐมนตรีธนกร วังบุญคงชนะ ไม่เกี่ยวกับกำนันน้อง ท่าราบ 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก