อเล็ก บอลด์วิน จ่อถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา คดียิงกลางกองถ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2607633

อเล็ก บอลด์วิน จ่อถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา คดียิงกลางกองถ่าย

20 ม.ค. 2566 04:55 น.

อเล็ก บอลด์วิน จ่อถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา คดียิงกลางกองถ่าย

อัยการเตรียมยื่นฟ้องร้อง อเล็ก บอลด์วิน นักแสดงรุ่นใหญ่ กับผู้ดูแลเรื่องอาวุธปืนในกองถ่าย ในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา จากกรณีการยิงช่างกล้องเสียชีวิตขณะถ่ายภาพยนตร์ Rust

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ม.ค. 2566 นางแมรี คาร์แม็ค-อัลต์วีส อัยการแขวงซานตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก ประกาศในวันพฤหัสบดีว่า นายอเล็ก บอลด์วิน นักแสดงรุ่นใหญ่ชาวอเมริกัน จะโดนฟ้องร้องข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา จากกรณีที่เขายิงปืนประกอบฉากระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ‘Rust’ และกระสุนไปโดนตากล้อง ฮาลีนา ฮัตชินส์ เสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคม 2564

นอกจากนั้น ส.ส.ฮันนาห์ กูเตร์เรซ รี้ด ผู้รับผิดชอบเรื่องการจัดเตรียมอาวุธปืนสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ ก็จะถูกฟ้องร้องข้อหาเดียวกันด้วย โดยการยื่นฟ้องร้องจะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งหากคณะลูกขุนตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา บอลด์วินกับรี้ดมีโอกาสถูกจำคุกสูงสุดคนละ 18 เดือน และปรับเงินอีก 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 164,000 บาท)

ทั้งนี้ ผู้กำกับ โจเอล โซซา ก็ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ด้วย แต่อัยการระบุว่า ไม่มีการยื่นฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ขณะที่นายเดวิด ฮอลส์ ผู้ช่วยผู้กำกับ ยอมรับความผิดข้อหาปล่อยปละละเลยในการใช้อาวุธที่เป็นอันตรายถึงตาย ซึ่งเป็นความผิดอาญาลหุโทษ โดยเขาจะถูกทำทัณฑ์บนนาน 6 เดือน

ด้านสามีของนางฮัตชินส์ ผู้เสียชีวิต ออกแถลงการณ์ผ่านทนายความระบุว่า เขาสนับสนุนการฟ้องร้องในข้อหาดังกล่าว ชี้เป็นการปลอบประโลมครอบครัวของเขาว่า ในรัฐนิวเม็กซิโกไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

แต่นายลุค นิคัส ทนายความของนายบอลด์วินออกมาโต้แย้งว่า การตัดสินใจของอัยการเป็นความล้มเหลวทางความยุติธรรม “นายบอลด์วินไม่มีเหตุผลให้เชื่อได้เลยว่ามีกระสุนจริงอยู่ในปืนกระบอกนั้น หรือที่ใดก็ตามในฉากการถ่ายทำ” นายนิคัส กล่าว “เขาเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของคนที่เขาร่วมงานด้วย ผู้รับรองกับเขาว่าปืนไม่มีกระสุนจริง เราจะต่อสู้กับข้อกล่าวหานี้ และเราจะชนะ”.

ที่มา : bbc

เยอรมนียังไม่ตัดสินใจส่งรถถังประจัญบานให้ยูเครน รอสหรัฐฯ ขยับก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2607625

เยอรมนียังไม่ตัดสินใจส่งรถถังประจัญบานให้ยูเครน รอสหรัฐฯ ขยับก่อน

20 ม.ค. 2566 03:26 น.

เยอรมนียังไม่ตัดสินใจส่งรถถังประจัญบานให้ยูเครน รอสหรัฐฯ ขยับก่อน

ผู้นำเยอรมนียังไม่ตัดสินใจส่งรถถังประจัญบานของตัวเองให้แก่ยูเครน โดยคาดกันว่าพวกเขาต้องการรอให้สหรัฐฯ ส่งรถถังอับรามส์ ให้เคียฟก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ม.ค. 2566 ว่า นายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ แห่งเยอรมนี กำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ให้ส่งรถถังประจัญบาน ‘เลพเพิร์ด 2’ (Leopard 2) ที่พวกเขาเป็นคนผลิตให้ยูเครน หรืออย่างน้อยก็อนุมัติให้ประเทศที่ 3 ส่งรถถังรุ่นนี้ไปให้เคียฟ

โปแลนด์กับฟินแลนด์เป็น 2 ประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 ไปช่วยยูเครน แต่การทำเช่นนั้นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ผลิตอย่างเยอรมนีก่อน

อย่างไรก็ตาม เยอรมนียังคงหารือกับสหรัฐฯ ในเรื่องจุดยืนของพวกเขา โดยคาดกันว่าจะมีประกาศเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาหลังจากการประชุมชาติพันธมิตรตะวันตกของยูเครน ในวันศุกร์ที่ (20 ม.ค.) ที่ฐานทัพ ‘รามชไตน์’ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ซึ่งทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่

หลายรายงานจากสื่อสำนักต่างๆ เป็นไปในทางเดียวกันว่า นายชอลซ์ จะอนุมัติมอบรถถังเลพเพิร์ด 2 แก่ยูเครนก็ต่อเมื่อ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ตกลงส่งรถถังอับรามส์ให้แก่ยูเครน

แต่นายโคลิน คาห์ล หัวหน้าที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวในคืนวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ ไม่พร้อมที่จะส่งรถถังอับรามส์ตามคำเรียกร้องของยูเครน “รถถังอับรามส์เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนมาก มันมีราคาแพง ฝึกใช้งานยาก เพราะมันใช้เครื่องยนต์ไอพ่น”

แหล่งข่าวในรัฐบาลเยอรมนีคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า รายงานที่ว่าการหารือระหว่างเบอร์ลินกับวอชิงตัน เรื่องการส่งรถถังช่วยยูเครนมาถึงทางตันนั้น เป็นการกล่าวเกินจริง

ทั้งนี้ รถถังประจัญบานถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ยูเครนเอาชนะรัสเซีย หรืออย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองจากการโจมตีครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ทว่าจนถึงตอนนี้มีเพียงสหราชอาณาจักรเท่านั้นที่สัญญาจะมอบอาวุธชนิดนี้ให้ยูเครน ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงเยอรมนี, ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ส่ง หรือสัญญาว่าจะส่งเพียงรถหุ้มเกราะ, ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศ และอุปกรณ์อื่นๆ เท่านั้น ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากรัฐบาลเคียฟที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

คาดกันว่าเหตุผลที่เยอรมนีลังเลที่จะส่งรถถังประจัญบานให้ยูเครน ก็เพราะกังวลว่ามันกลายเป็นตัวเร่งให้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน มีปฏิกิริยาตอบโต้การมอบอาวุธสำหรับใช้โจมตีแก่ยูเครน หลังจากที่ผ่านมานานาชาติมอบให้แต่อาวุธเชิงป้องกันมาตลอด.

ที่มา : bbc

หนุ่มชาวเกาะรอดตาย นั่งเรือหลงกลางทะเล 24 วัน กินซอสมะเขือเทศประทังชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2607618

หนุ่มชาวเกาะรอดตาย นั่งเรือหลงกลางทะเล 24 วัน กินซอสมะเขือเทศประทังชีวิต

20 ม.ค. 2566 02:30 น.

หนุ่มชาวเกาะรอดตาย นั่งเรือหลงกลางทะเล 24 วัน กินซอสมะเขือเทศประทังชีวิต

ชายชาวเกาะในทะเลแคริบเบียนได้รับความช่วยเหลือ หลังล่องเรือใบหลงกลางทะเลนานเกือบเดือน เจ้าตัวอ้างประทังชีวิตด้วยซอสมะเขือเทศเพียงอย่างเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ม.ค. 2566 ว่า นายเอลวิส ฟรองซัวส์ ชายชาวเกาะโดมินิกา ในทะเลแคริบเบียน วัย 47 ปี ได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือของประเทศโคลอมเบีย หลังจากเขาล่องเรือใบหลงในทะเลนานถึง 24 วัน โดยเจ้าตัวระบุว่า เขากระทังชีวิตด้วยการกินเพียงซอสมะเขือเทศเท่านั้น

ข่าวระบุว่า เรือของนายฟรองซัวส์ถูกพบในน่านน้ำของโคลอมเบีย ห่างจากชายฝั่งเมืองปอร์โต โบลิวาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศราว 120 ไมล์ทะเล โดยบนเรือของเขามีการสลักคำว่า ‘Help’ เอาไว้บนลำเรือด้วย

นายฟรองซัวส์ เล่าว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มขึ้นตอนที่เขาซ่อมแซมเรือใบพาณิชย์ลำนี้ที่ท่าเรือของเกาะเซนต์ มาร์เทน ในทะเลแคริบเบียน เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน แต่จู่ๆ สภาพอากาศก็เลวร้ายลง และคลื่นซัดเรือกับเขาออกสู่ทะเล

“ผมไม่มีอาหาร บนเรือมีเพียงขวดซอสมะเขือเทศ ผงกระเทียม และซุปก้อนเท่านั้น ผมจึงผสมมันเข้าด้วยกันกับน้ำ เพื่อเอาชีวิตรอดตลอด 24 วันในทะเล” นายฟรองซัวส์กล่าวเป็นภาษาอังกฤษในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือโคลอมเบีย

นายฟรองซัวส์ เล่าอีกว่า ระหว่างลอยเคว้งคว้างอยู่นั้น เขาเห็นเรือหลายลำแล่นผ่านไป และพยายามโบกเรียกเรือเหล่านั้น เขาทำถึงขั้นจุดไฟบนเรือ แต่ก็ไม่มีใครเห็น ในขณะที่เขาต้องคอยวิดน้ำออกเพื่อไม่ให้เรือจม ก่อนจะมีเครื่องบินลำหนึ่งบินผ่านมาพบเขา และแจ้งต่อกองทัพเรือโคลอมเบีย

“ในวันท้ายๆ ประมาณวันที่ 15 ม.ค. ผมเห็นเครื่องบิน ผมมีกระจก ผมใช้มันส่งสัญญาณ” นายฟรองซัวส์กล่าว “พวกเขาบินผ่านเรือไป 2 ครั้ง ผมจึงตระหนักว่าพวกเขาเห็นผม ผมขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ผมยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้”

ทางการโคลอมเบียได้ส่งตัวนายฟรองซัวส์ให้แก่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว และจะดำเนินการส่งตัวเขากลับประเทศบ้านเกิดต่อไป.

ที่มา : cna

หิมะถล่มท่วมถนนบนเขาทิเบต ดับแล้ว 8 ศพ จนท.นับร้อยเร่งค้นหาผู้สูญหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2607601

หิมะถล่มท่วมถนนบนเขาทิเบต ดับแล้ว 8 ศพ จนท.นับร้อยเร่งค้นหาผู้สูญหาย

20 ม.ค. 2566 00:16 น.

หิมะถล่มท่วมถนนบนเขาทิเบต ดับแล้ว 8 ศพ จนท.นับร้อยเร่งค้นหาผู้สูญหาย

เกิดเหตุหิมะถล่มบนภูเขาทางตะวันออกของทิเบต ท่วมถนนหลวงสายหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ สูญหายอีกไม่ทราบจำนวน เจ้าหน้าที่กำลังพยายามค้นหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุหิมะถล่มท่วมทางออกอุโมงค์ถนนหลวงใกล้เมือง ญิงจี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทิเบต เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (17 ม.ค. 2566) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ รถยนต์จำนวนมากถูกซัดจนพลิกคว่ำ ถนนถูกปกคลุมด้วยหิมะ

หิมะถล่มเกิดขึ้นบนถนนหลวงซึ่งเชื่อมต่อเมืองปาอี ในเขตมาอินหลิง (Mainling) กับเขต เมด็อก ในทิเบต ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกของจีน โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้สูญหายในเหตุการณ์นี้เท่าไร เจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกส่งไปรับมือสถานการณ์หลายร้อยคน พร้อมกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ 30 เครื่อง เพื่อช่วยในการค้นหา

ทั้งนี้ เมืองญิงจี ตั้งอยู่ที่ความสูง 3,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทิเบต อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคภูเขาแถบนี้มักเผชิญหิมะถล่มบ่อยครั้ง เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดหิมะถล่มบริเวณเส้นทางเดินเขาบนภูเขาเทราปาดี คา ดันดา ฝั่งอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ศพ

ที่มา : bbc

สลด แฟนบอล‘เหยียบกันตาย’ในอิรัก หวังดูนัดชิง ‘อาราเบียน กัลฟ์ คัพ’ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2607386

สลด แฟนบอล‘เหยียบกันตาย’ในอิรัก หวังดูนัดชิง ‘อาราเบียน กัลฟ์ คัพ’ (คลิป)

19 ม.ค. 2566 18:30 น.

สลด แฟนบอล‘เหยียบกันตาย’ในอิรัก หวังดูนัดชิง ‘อาราเบียน กัลฟ์ คัพ’ (คลิป)

แฟนบอลเหยียบกันตายที่อิรัก ขณะพยายามเข้าดูศึกฟุตบอล ‘อาราเบียน กัลฟ์ คัพ’ นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติอิรักกับโอมาน

เมื่อ 19 ม.ค.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุเหยียบกันตายสลดที่สนามกีฬาในเมืองบาสรา ทางภาคใต้ของอิรักเนื่องจากแฟนบอลจำนวนมากเกิดการเบียดเสียดกันเพื่อพยายามจะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล Arabian Gulf Cup ( อาราเบียน กัลฟ์ คัพ) นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติอิรักกับโอมาน  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยอิรักเปิดเผยกับนักข่าวอัลจาซีราว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเหยียบกันที่สนามกีฬานานาชาติในเมืองบาสราเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (19 ม.ค.) แล้วอย่างน้อย 2 ศพ และมีผู้บาดเจ็บประมาณ 80 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

มีรายงานว่า มีแฟนบอลหลายพันคน ซึ่งไม่สามารถหาซื้อตั๋วเข้าชมฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ อาราเบียน กัลฟ์ คัพได้ทัน พากันมาชุมนุมอยู่บริเวณด้านนอกสนามกีฬาในเมืองบาสรา ตั้งแต่ช่วงรุ่งเช้าแล้ว ด้วยความหวังว่าจะได้มีโอกาสเข้าไปชมฟุตบอลแมตช์สำคัญซึ่งทีมชาติอิรักเข้าชิงชนะเลิศกับทีมชาติโอมาน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์สลดถึงขั้นแฟนบอลเหยียบกันตายเพื่อพยายามจะเข้าไปในสนามกีฬา

Cr  ภาพปก: Socialmedial

ผลศึกษาใหม่ ชี้ กรีนแลนด์ ร้อนสุดในรอบ 1,000 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606990

ผลศึกษาใหม่ ชี้ กรีนแลนด์ ร้อนสุดในรอบ 1,000 ปี

19 ม.ค. 2566 17:12 น.

ผลศึกษาใหม่ ชี้ กรีนแลนด์ ร้อนสุดในรอบ 1,000 ปี

ผลศึกษาใหม่ ชี้ แกนน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ ดินแดนทางเหนือสุดของโลก มีอุณหภูมิร้อนที่สุดในรอบ 1,000 ปี ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ชัดเจนที่สุดของภาวะโลกร้อน ที่กำลังทำให้ธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว

เมื่อ 19 ม.ค. 2566 เว็บไซต์ อัลจาซีรา รายงาน ผลศึกษาใหม่ของทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องธารน้ำแข็ง แสดงให้เห็นว่า แกนน้ำแข็งของกรีนแลนด์ ดินแดนทางเหนือสุดของโลก ในมหาสมุทรอาร์กติก กำลังมีอุณหภูมิร้อนที่สุดในรอบ 1,000 ปี ซึ่งถือเป็น ‘ลายเซ็นชัดเจน’ ของภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากน้ำมือมนุษย์

ผลศึกษาใหม่โดยการเก็บตัวอย่างจากแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็งที่อยู่ในระดับลึกของกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 2.17 ล้านตารางกิโลเมตร ถูกนำมาตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ‘เนเจอร์’ (Nature) เมื่อวันพุธที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่าอุณหภูมิของแกนน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ สูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส จากค่าเฉลี่ยในศตวรรษที่ 20 นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 

‘พวกเรากำลังดูอุณหภูมิที่สูงขึ้นระหว่างทศวรรษ 1990 และ 2011’ Maria Hoerhold หัวหน้าผู้เขียนผลการศึกษา ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาสนใจเรื่องธารน้ำแข็งจากสถาบัน Alfred Wegener ในเยอรมนี กล่าว พร้อมบอกว่า ‘พวกเรามีลายเซ็นที่ชัดเจนของภาวะโลกร้อน

เดือนพฤศจิกายน 2565  มีรายงานของสหประชาชาติออกมาว่าธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบนโลกจำนวนมาก อาจหายไปในปี 2050 ขณะโลกกำลังอุ่นขึ้น โดยจากการติดตามของนักวิทยาศาสตร์ของสหประชาชาติถึงสถานการณ์ของธารน้ำแข็งกว่า 18,600 แห่งในแหล่งมรดกโลก 50 แห่ง คาดว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของธารน้ำแข็งเหล่านี้ จะหายไปในกลางศตวรรษนี้ ขณะที่ผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งคาดว่า 2 ใน 3 ของธารน้ำแข็งทั่วโลกจะหายไปในปี 2100 ซึ่งการละลายของธารน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ย่อมส่งผลให้ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น

จากรายงานระบุว่า แกนน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ สามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระยะยาว ซึ่งต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ โดยข้อมูลจากแกนน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ได้มีการวิเคราะห์ครั้งล่าสุด เมื่อปี 1995 อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ มีการชี้ว่า อุณหภูมิของกรีนแลนด์จะไม่อุ่นเร็วเท่ากับบริเวณอื่นๆ ของมหาสมุทรอาร์กติก

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแกนน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ครั้งใหม่ ซึ่งดำเนินการในปี 2011 แสดงให้เห็นว่าแกนน้ำแข็งมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่นักวิยาศาสตร์ได้นำแกนน้ำแข็งมาสร้างชาร์ต-แผนภูมิอุณหภูมิเฉลี่ยที่กรีนแลนด์ ในช่วงระยะ 1,000 ปี นับจากปี ค.ศ. 1000 จนถึงปี 2011.

วินาทีชีวิต รถชนต่อกันในจีน ผู้ประสบเหตุรอดหวุดหวิด (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606993

วินาทีชีวิต รถชนต่อกันในจีน ผู้ประสบเหตุรอดหวุดหวิด (คลิป)

19 ม.ค. 2566 13:38 น.

วินาทีชีวิต รถชนต่อกันในจีน ผู้ประสบเหตุรอดหวุดหวิด (คลิป)

เกิดอุบัติเหตุครั้งรุนแรงจากน้ำแข็งที่ปกคลุมถนนในจีนอีกครั้ง โดยมีรถชนต่อๆ กันหลายสิบคัน เคราะห์ดีที่ผู้ประสบเหตุหลายคนรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

โลกโซเชียลมีการเผยภาพจากกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ ขณะเกิดอุบัติเหตุรถชนต่อๆ กันหลายสิบคันบนทางด่วนสายปี่เจี๋ย- เหว่ยหนิง มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา โดยจะเห็นรถเริ่มชนต่อๆ กันบนถนนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งจากสภาพอากาศหนาวเย็นจัด จนทำให้ถนนลื่น โดยรถหลายคันพยายามเบรก แต่ก็เบรกไม่อยู่ จึงพุ่งชนรถคันหน้าต่อเนื่อง ซึ่งจากคลิปจะเห็นคนบนรถหลายคันทยอยลงจากรถ และรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกไปจากถนน ทำให้พวกเขารอดจากการถูกรถคันอื่นพุ่งชนอัดก๊อบปี้เพียงแค่เสี้ยววินาที

นับว่าเป็นโชคดี เพราะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้แต่อย่างใด โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่น รวมทั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลด้านการจราจรของจีนยังคงประกาศเตือนภัยให้ระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนในสภาพอากาศหนาวเย็นจนทำให้มีน้ำแข็งปกคลุมถนน รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงไปโรยเกลือเพื่อช่วยละลายน้ำแข็งและหิมะบนถนนด้วย.

ที่มา : people’s Daily china

ปธน.สี จิ้นผิง อวยพรตรุษจีนแก่ประชาชน ผ่านระบบวิดีโอทางไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606943

ปธน.สี จิ้นผิง อวยพรตรุษจีนแก่ประชาชน ผ่านระบบวิดีโอทางไกล

19 ม.ค. 2566 12:20 น.

ปธน.สี จิ้นผิง อวยพรตรุษจีนแก่ประชาชน ผ่านระบบวิดีโอทางไกล

‘สี จิ้นผิง’ ประธานาธิบดีจีน อวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน 2566 แก่ประชาชนชาวจีน ผ่านระบบวิดีโอทางไกล พร้อมปรารถนาขอให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น


เมื่อ 19 ม.ค. 2566 China Media Group (CMG) สื่อหลักของจีน รายงาน วันพุธที่ 18 มกราคม 2566 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวคำอวยพรเทศกาลตรุษจีนแก่ประชาชนชาวจีนทุกคน ผ่านระบบวิดีโอทางไกล

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในโรงพยาบาล ผู้สูงอายุที่บ้านสวัสดิการ คนงานในบ่อน้ำมันห่างไกล ผู้โดยสารและพนักงานในสถานีรถไฟความเร็วสูง พ่อค้าและลูกค้าในตลาดค้าส่ง ตลอดจนชาวบ้านในหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ของจีน ผ่านระบบวิดีโอทางไกล


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อวยพรให้ชาวจีนทุกกลุ่มชาติพันธุ์มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขในปีเถาะ และส่งความปรารถนาขอให้ประเทศจีนมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : China Media Group 

สุดระทึก หนุ่มคลั่ง ควงมีดขู่พนักงานห้าง Walmart ของสหรัฐฯ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606905

สุดระทึก หนุ่มคลั่ง ควงมีดขู่พนักงานห้าง Walmart ของสหรัฐฯ (คลิป)

19 ม.ค. 2566 11:57 น.

สุดระทึก หนุ่มคลั่ง ควงมีดขู่พนักงานห้าง Walmart ของสหรัฐฯ (คลิป)

นักช็อปในห้างวอลมาร์ตของสหรัฐฯ แตกตื่นตกใจ หลังมีหนุ่มคลั่งควงมีดพกเข้ามาข่มขู่พนักงานภายในร้าน เคราะห์ดีที่ทหารผ่านศึกรายหนึ่งอาศัยจังหวะเผลอใช้เสาตีหัวหนุ่มคลั่งระงับเหตุเอาไว้ได้

เหตุระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นภายในห้างวอลมาร์ต ในรัฐเซาท์ แคโรไลนา ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการนำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียล โดยพนักงานภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งจากคลิปภาพจะเห็นชายผิวดำสวมเสื้อมีฮู้ดสีแดง กำลังตะโกนด่าทอ และข่มขู่ขอเงินพนักงานสาวภายในร้านเป็นจำนวนเงิน 20 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับควงมีดกวัดแกว่งไปมาอย่างน่ากลัว จนลูกค้าที่มาซื้อของต่างก็ยืนดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ ขณะที่ผู้จัดการร้านพยายามเข้าเจรจาพูดคุยกับชายคนดังกล่าว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล โดยหนุ่มมือมีดยังพยายามจะกรีดใบหน้าของพลเมืองดีอีกคนที่พยายามจะเข้าไปแย่งมีดของเขาด้วย

ซึ่งในขณะที่สถานการณ์กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน พลเมืองดีรายหนึ่งได้ตัดสินใจใช้เสากั้นแถวของห้าง ตีเข้าไปที่หนุ่มคลั่ง ในจังหวะที่เขากำลังเผลอ จนเขาล้มลง ก่อนที่พลเมืองดีคนอื่นๆ จะเข้ามายึดมีดที่ตกอยู่เอาไว้ได้ จากนั้นตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวหนุ่มคลั่งคนดังกล่าวไปดำเนินคดี โดยไม่มีใครได้รับอันตราย โดยสื่อท้องถิ่นระบุว่า ฮีโร่พลเมืองดีที่เอาเสาตีหัวคนร้ายคือ นายเดมาริโอ เดวิส ทหารผ่านศึกของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเขาเปิดใจว่า เขาตัดสินใจทำแบบนั้นเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและคนอื่นๆ และยังได้ใช้ความรู้ที่เขาฝึกมาในระหว่างการเป็นทหารมาช่วยในการระงับเหตุครั้งนี้ด้วย โดยหวังว่าคนในชุมชนจะช่วยกันเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะตำรวจคงไม่สามารถดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่มีอยู่จำนวนมากได้ทั้งหมด.

ที่มา : FOXNEWS

นายกฯ นิวซีแลนด์ประกาศลาออก เผยหมดพลังที่จะไปต่อ ขอพ้นตำแหน่งก่อนเลือกตั้ง ต.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606750

นายกฯ นิวซีแลนด์ประกาศลาออก เผยหมดพลังที่จะไปต่อ ขอพ้นตำแหน่งก่อนเลือกตั้ง ต.ค.

19 ม.ค. 2566 09:25 น.

นายกฯ นิวซีแลนด์ประกาศลาออก เผยหมดพลังที่จะไปต่อ ขอพ้นตำแหน่งก่อนเลือกตั้ง ต.ค.

นายกรัฐมนตรี “จาซินดา อาร์เดิร์น” ประกาศลาออกจากตำแหน่ง มีผลเดือนหน้า และจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ หลังบริหารประเทศผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า “จาซินดา อาร์เดิร์น” นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ วัย 42 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่ง มีผลยุติการปฏิบัติงานในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากนี้ ระบุว่าเธอไม่คิดว่าตัวเองจะมีพลังพอสำหรับลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ และจะเปิดทางให้พรรคแรงงานสรรหาบุคคลมาดำรงหัวหน้าพรรคแทน 

ผู้นำนิวซีแลนด์ ระบุว่า การประกาศลาออกล่วงหน้าจะทำให้รัฐบาลได้มีการวางแผน และเตรียมการได้ทันก่อนเลือกตั้ง ด้านนายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีส ของออสเตรเลีย กล่าวชื่นชมผู้นำนิวซีแลนด์ว่าที่ผ่านมาเธอบริหารประเทศอย่างเข้มแข็งและชาญฉลาด และเธอยังเป็นมิตรแท้สำหรับเขา

ทั้งนี้ จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 40 ของนิวซีแลนด์ เป็นนายกฯ หญิงอายุน้อยที่สุดในโลก เมื่อครั้งที่เข้ารับตำแหน่งนายรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 2560 ซึ่งเธอมีอายุเพียง 37 ปี และตลอดช่วงเกือบ 6 ปีที่ผ่านมา เธอนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 เหตุโจมตีเมืองโบสถ์ไคร์สเชิร์ช เมื่อปี 2562 และภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีเดียวกัน.