ศึกชิงแบรนด์ “อุ๊งอิ๊ง” ปลุกแดงอุดรฯ สกัด “สุดารัตน์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540807

ขุนน้ำหมึก

13 ม.ค. 2566

ศึกชิงแบรนด์ “อุ๊งอิ๊ง” ปลุกแดงอุดรฯ สกัด “สุดารัตน์”

บุกอุดรธานี “อุ๊งอิ๊ง” ชักธงเพื่อไทย ชูแบรนด์ชินวัตร สกัดบ้านใหญ่สาย “สุดารัตน์” ชิงเจาะ 2 เขต ส.ส.อาวุโส เสี่ยงสอบตก ชาวบ้านเบื่อคนเก่า เอาแต่โหนกระแสคนดูไบ

ศึกคนกันเอง “อุ๊งอิ๊ง” ชักธงรบ ปกป้องอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง หวั่นหน่วยจรยุทธ “สุดารัตน์” เจาะ 2 เขต พื้นที่ ส.ส.อาวุโส เสี่ยงสอบตก 

“อุ๊งอิ๊ง” ไม่ประมาท ทั้งอุดรธานี-หนองบัวลำภู เจอกระแสพรรคสีแดงทิ้งคนเก่า หลั่งน้ำตาลาทักษิณ หันไปพึ่ง “สุดารัตน์” 

วันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค.2566 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร จะยกทัพครอบครัวเพื่อไทย ไปเยือน จ.อุดรธานี เปิดเวทีปราศรัยที่ทุ่งศรีเมือง นำโดย ส.ส.ดาวเด่นดาวดังของพรรคเพื่อไทย และเป็นครั้งแรกที่ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ขึ้นเวทีกลางแจ้ง 

ทำไมพรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในเมืองหลวงคนเสื้อแดง ถ้าพิจารณาจากคิวเดินสายของอุ๊งอิ๊งในอุดรธานี ก็พอจะได้คำตอบ 

เช้าวันอาทิตย์ หลังนั่งเครื่องบินถึงอุดรธานี อุ๊งอิ๊ง และทีมเพื่อไทย ก็เดินทางไปที่ อ.เพ็ญ และ อ.บ้านดุง เพราะเป็น 2 เขตที่สุ่มเสี่ยง พ่ายแพ้พรรคไทยสร้างไทย

ปีที่แล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยกทีมมาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองเขต ปรากฏว่า มีกระแสตอบรับดียิ่ง และข่าวแบรนด์คุณหญิงหน่อยขายได้ สะเทือนถึงดูไบ 

บวกกับสถานการณ์ล่าสุด วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พาหลานชาย ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู หลั่งน้ำตาอำลาเพื่อไทย เพราะพรรคไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า

วิชัย สามิตร โยนระเบิดว่า พรรคเลือกนายทุน ไม่เอาคนเก่าแก่ที่อยู่กับพรรคมา 20 กว่าปี และต่อมา ทางพรรคเพื่อไทยชี้แจ้งว่า เหตุที่พรรคไม่ส่งณัฐวุฒิ ลงสมัคร ส.ส.เพราะแฟนสาวของณัฐวุฒิ เป็นรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย

ทั้งอุดรธานี และหนองบัวลำภู ต่างก็มีปมมาจากความขัดแย้ง ระหว่างเพื่อไทยกับไทยสร้างไทย
 

‘ทายาทขาใหญ่’

“อุ๊งอิ๊ง” ชิงเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อุดรธานี เพราะไม่ประมาทคนกันเอง และไม่มองข้ามแบรนด์ “สุดารัตน์” 

ปัจจุบัน ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เหลืออยู่ 7 คน ประกอบด้วย  ศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี 4 สมัย ลูกเขย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ,อนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี 3 สมัย ,ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี 6 สมัย ,อาภรณ์ สาราคำ ภรรยาขาใหญ่เสื้อแดง-ขวัญชัย ไพรพนา ,จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ภรรยาเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี ,เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ส.ส.อุดรธานี 3 สมัย และเทียบจุทา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี 3 สมัย ภรรยาวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี

ส่วน จักรพรรดิ ไชยสาส์น ได้ลาออกจาก ส.ส. และพรรคเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่เพื่อไทยไม่ได้กังวลเขตนี้มากนัก

สมัยหน้า สนามเลือกตั้งอุดรธานี มี ส.ส.เพิ่มจาก 8 คน เป็น 9 คน ทางพรรคเพื่อไทย ได้เตรียมการไว้แล้ว โดยเขตใหม่ จะส่งเสี่ยก้อ-วัชระพล ขาวขำ รองนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี ลูกชายวิเชียร-เทียบจุฑา ขาวขำ ลงสนามเป็นสมัยแรก

ส่วน สจ.เบิร์ด-กรวีร์ สาราคำ ลูกชายขวัญชัย ไพรพนา จะลงสมัคร ส.ส.แทนมารดา-อาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี เขต 4

กรณี จักรพรรดิ ไชยสาส์น ลูกชายอีดี้จวบ-ประจวบ ไชยสาส์น เพื่อไทยจะส่งอีโต้อีสาน-ธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตรฯ ลงสมัครแทน ที่เขต อ.กุมภวาปี 

‘แบรนด์ขายได้’

พื้นสุ่มเสี่ยงของเพื่อไทยคือ อ.บ้านดุง และ อ.เพ็ญ “อุ๊งอิ๊ง” จึงยกทีมไปยืนยันความเป็นลูกสาวทักษิณ ชินวัตร แบรนด์ของแท้ ส่วนแบรนด์ “สุดารัตน์” ไม่ใช่พวกเดียวกัน

ปีที่แล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยกทัพใหญ่พรรคไทยสร้างไทย มาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี 2 เขต คือ อ.บ้านดุง และ อ.เพ็ญ

สำหรับ อ.บ้านดุง พรรคไทยสร้างไทย ส่ง โชคเสมอ คำมุงคุณ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง และ อ.เพ็ญ ก็ส่ง หรั่ง ธุระพล นายก อบต.เซียงหวาง ลงสนาม

 หรั่ง ธุระพล นักการเมืองท้องถิ่น อ.เพ็ญ หรั่ง ธุระพล นักการเมืองท้องถิ่น อ.เพ็ญ

ทั้งโชคเสมอ และหรั่ง เป็นนักการเมืองท้องถิ่นดาวฤกษ์ หรือบ้านใหญ่ เคยลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อภูมิใจไทย มาตั้งแต่ปี 2554 และปี 2562 ถึงจะแพ้เพื่อไทย แต่ก็ได้คะแนนหลักหมื่น

เมื่อโชคเสมอและหรั่ง ย้ายมาสวมเสื้อพรรคของคุณหญิงสุดารัตน์ ชาวบ้านพูดเป็นเสียงกันกันว่า มาถูกทางแล้ว เพราะแบรนด์คุณหญิงหน่อย ยังได้รับความนิยม ต่างแบรนด์เนวิน ที่ชาวบ้านปฏิเสธ

ขณะที่ อนันต์ ศรีพันธุ์ (อ.เพ็ญ) และขจิตร ชัยนิคม (อ.บ้านดุง) เป็น ส.ส.หลายสมัย แต่ชาวบ้านเริ่มเบื่อ เพราะทั้งคู่ไม่ขยันลงพื้นที่ และมีโอกาสจะแพ้แก่คู่ปรับเก่า

นี่คือตัวอย่างของ ส.ส.อายุเยอะ หวังโหนกระแสทักษิณ ถ้าเจอคู่แข่งได้สีเสื้อดีอย่างคุณหญิงหน่อย ก็อาจเจาะฐานเพื่อไทยได้

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก

เบื้องลึก “กำนันป้อ วีรศักดิ์” ไฟเขียวลูกหลาน ซบ “อุ๊งอิ๊ง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540773

ขุนน้ำหมึก

12 ม.ค. 2566

เบื้องลึก “กำนันป้อ วีรศักดิ์” ไฟเขียวลูกหลาน ซบ “อุ๊งอิ๊ง”

เดินเกมกลยุทธ์แกล้งตาย “กำนันป้อ วีรศักดิ์” ลาป่วยครูใหญ่เนวิน ปล่อยลูกหลานขี่กระแส “อุ๊งอิ๊ง” ลุยสนามโคราช จับตามาดามหน่อย ยลดา นำทัพแป้งมันพันล้าน

แป้งมันการเมือง “กำนันป้อ วีรศักดิ์” งัดกลยุทธ์แกล้งตาย ลาครูใหญ่เนวิน ปล่อยลูก-หลาน ขี่กระแส “อุ๊งอิ๊ง” ลุยสนามโคราช

“กำนันป้อ วีรศักดิ์” วางมือ แต่ “หน่อย ยลดา” นายก อบจ.นครราชสีมา ยังเดินหน้าพาทายาทตระกูลหวังศุภกิจโกศล ซบ “อุ๊งอิ๊ง” 

หลัง วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ในฐานะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ประกาศจะยุติบทบาททางการเมือง เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ แต่แวดวงการเมืองแถวโคราชก็รู้กันดีว่า กำนันป้อ งัดกลยุทธ์แกล้งตาย เล่นลับลวงพราง

มีรายงานข่าวว่า กงสีบ้านใหญ่แป้งมันเอี่ยมเฮง ตัดสินใจแยกทางกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ โดยเครือข่ายแป้งมันสายอุบลฯ เดินหน้าปั้นพรรคเพื่อไทรวมพลัง(พทล.) ส่งผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี

ส่วนในพื้นที่นครราชสีมา มาดามหน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา รับหน้าที่แม่ทัพใหญ่แทนกำนันป้อ

วันที่ 12 ม.ค.2566 ทุกสำนักข่าวรายงานว่า อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล กำนัน ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ลูกชายกำนันป้อ-วีรศักดิ์ และมาดามหน่อย จะลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมกับ นรเสฏฐ์ ศิริโรจน กุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา หลานชายวีรศักดิ์

สมัยที่แล้ว แต๋ง-นรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ทายาทโรงแป้งมันสำปะหลังเอี่ยมธงชัย อ.ปักธงชัย เคยลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 11 พรรคภูมิใจไทย แต่พ่ายแชมป์เก่า เสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ พันธ์เกษม พรรคพลังประชารัฐ โดยตอนนี้ สมศักดิ์ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย 

 นรเศรษฐ์ ศิริโรจนสกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา นรเศรษฐ์ ศิริโรจนสกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา

‘สไตล์แป้งมันโคราช’

ตระกูลแป้งมันพันล้านของ “กำนันป้อ วีรศักดิ์” ก็เคยส่งทายาทลงสมัคร ส.ส.โคราช ในสีเสื้อเพื่อไทย หากจะหวนมาโหนกระแส “อุ๊งอิ๊ง” ก็ไม่น่าแปลกใจ

ก่อนกำนันป้อ จะลงเล่นการเมืองระดับชาติ ตระกูลหวังศุภกิจโกศล ได้ให้การสนับสนุนแรมโบ้อีสาน-เสกสกล อัตถาวงศ์ มาแต่ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย


ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2557 กำนันป้อ วีรศักดิ์ ได้ส่งลูกชาย กฤษฎิ์หิรัญ หวังศุภกิจโกศล สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ลงสนาม ส.ส.นครราชสีมา เขต 10 เอาชนะบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย

การเมืองโคราชเวลานั้น วิรัช รัตนเศรษฐ และเสกสกล อัตถาวงศ์ ยังสังกัดพรรคเพื่อไทย ส่วนบุญจง ยังเป็นแม่ทัพใหญ่ของพรรคสีน้ำเงิน

บังเอิญว่า การเลือกตั้งปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จึงทำให้ลูกชายเสี่ยแป้งมัน ชวดการเป็น ส.ส.โคราช

‘บ้านใหญ่เสิงสาง’

เนื่องจากฐานธุรกิจแป้งมันในเครือเอี่ยมเฮง “กำนันป้อ วีรศักดิ์” เริ่มต้นจาก ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา คนในตระกูลหวังศุภกิจโกศล จึงเป็นกำนันตำบลกุดโบสถ์ มาโดยตลอด

ในบ้านใหญ่แป้งมันเอี่ยมเฮง ผู้ที่มีบทบาทการเมืองในโคราชคนแรก ๆ คือ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ภรรยาของสมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล โดยเธอเป็น ส.ส.นครราชสีมา สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ในปี 2550 ก่อนจะลงสนามในปี 2554 ในสีเสื้อภูมิใจไทย แต่ก็พ่ายน้องชายแรมโบ้อีสาน พรรคเพื่อไทย

หัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างฐานมวลชนของตระกูลหวังศุภกิจโกศล คือ มาดามหน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรม TO BE NUMBER ONE เอี่ยมเฮง 

ก่อนหน้าที่มาดามหน่อย จะลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ได้เดินสายทำกิจกรรมทางสังคมมาตลอด ส่งผลให้ชาวไร่มันสำปะหลังในพื้นที่ อ.โชคชัย, อ.หนองบุญมาก, อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จะรู้จักในนาม แม่หน่อย เอี่ยมเฮง เป็นอย่างดี

ปลายปี 2563 มาดามหน่อย-ยลดา เปิดตัวลงสมัครนายก อบจ.นครราชสีมา ผนึกกำลังพันธมิตรอย่าง วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จึงเอาชนะคู่แข่งไปได้ขาดลอย

ในวันที่กำนันป้อ ประกาศเว้นวรรคพักรบ จึงเป็นหน้าที่มาดามหน่อย ยลดา จะนำทัพแป้งมันพันล้านเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2566 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

ศึกสี่แคว “ชาดา” ผนึก “วีระกร” ทิ้งป้อมสู้อุ๊งอิ๊ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540734

ขุนน้ำหมึก

12 ม.ค. 2566

ศึกสี่แคว “ชาดา” ผนึก “วีระกร” ทิ้งป้อมสู้อุ๊งอิ๊ง

สมรภูมินครสวรรค์ “ชาดา” ผนึก “วีระกร” ตอกเสาเข็มเมืองสี่แคว พ่วงภิญโญ นิโรจน์ เสริมทัพ ภท. แม้ยกทีมทิ้งลุงป้อม แต่ก็เจอกระแสอุ๊งอิ๊ง ทีมเพื่อไทยสายบรรยิน

ยึดเหนือตอนล่าง “ชาดา” ผนึกกำลังจอมเก๋า “วีระกร” ตอกเสาเข็มปากน้ำโพ อาจพ่วงมังกรสี่แคว ภิญโญ นิโรจน์ เสริมทัพค่ายสีน้ำเงิน

ศึกสี่แคว “ชาดา” ผนึก “วีระกร” ทิ้งลุงป้อม แต่ยึดปากน้ำโพไม่ง่าย เมื่อทีมงานเสี่ยบรรยิน จัดทัพเพื่อไทย พร้อมชนทุกพรรค

ตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รับบทแม่ทัพภาคเหนือตอนล่าง พรรคภูมิใจไทย โดยเน้นพื้นที่อุทัยธานี และนครสวรรค์ ผลปรากฏว่า ได้ ส.ส.มา 3 ที่นั่ง แยกเป็นอุทัยธานี 2 ที่นั่ง (ชาดา-เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์) และนครสวรรค์ 1 ที่นั่ง (มานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4)

สมัยหน้า สมรภูมินครสวรรค์ เป็นเป้าหมายสำคัญของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่จะต้องเพิ่ม ส.ส.ให้ได้มากกว่า 1 คน เมื่อได้ วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ 8 สมัย มาร่วมงานด้วย ก็ทำให้พรรคภูมิใจไทย มีความหวังเพิ่มขึ้น


วีระกร คำประกอบ ไม่มีวี่แววว่าจะทิ้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาก่อน จู่ๆก็เผ่นไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย มิเพียงเท่านั้น ภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 ยังมีข่าวจะย้ายมาสังกัดภูมิใจไทยเช่นกัน

ส่วน ส.ส.นครสวรรค์ พลังประชารัฐ ที่เหลืออีก 2 คนคือ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 และนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ เขต 6 ก็จะย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘ทำไมทิ้งลุงป้อม’

นับเป็นความโชคดีของ “ชาดา” ที่ได้ ส.ส.จอมเก๋าอย่าง “วีระกร” มาลงสนามในสีเสื้อน้ำเงิน เพราะเพิ่งเสียเด็กปั้นให้พรรคเพื่อไทยไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ 8 สมัย มีฐานเสียงอยู่ในเขต อ.เมืองนครสวรรค์ ,อ.โกรกพระ และอ.พยุหะคีรี ซึ่งสมัยอยู่พรรคเพื่อไทย วีระกรได้ให้น้องชาย-ดิสทัต ลงสนามแทน โดยตัวเองไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

สมัยที่แล้ว วีระกร กลับมาลง ส.ส.เขต 2 โดยมีคู่แข่งคือ สจ.แป๊ะยิ้ม-ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ก็แพ้ วีระกร คำประกอบ


ช่วงเดือน ธ.ค.2565 สจ.แป๊ะยิ้ม ได้ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย ไปสังกัดพรรคเพื่อไทย เพราะหวังจะโหนกระแสอุ๊งอิ๊งเข้าสภาฯ

ส่วน ภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ 6 สมัย มีฐานเสียงอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ มีข่าวว่า กำลังจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

นัยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ภิญโญ จะส่งลูกสาว บาส-ภัทราวดี นิโรจน์ ลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 แทนตัวเอง ซึ่งตอนนี้ บาสเป็น สท.เมืองนครสวรรค์

  สมัยหน้า ส.ส.ภิญโญ นิโรจน์ อาจส่งลูกสาว ลงสนามนครสวรรค์ เขต 1 สมัยหน้า ส.ส.ภิญโญ นิโรจน์ อาจส่งลูกสาว ลงสนามนครสวรรค์ เขต 1

สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 ลูกชายกำนันคนดังย่าน อ.บรรพตพิสัย โดย ส.ส.สมัยแรกคนนี้ เป็นคนสนิท หิมาลัย ผิวพรรณ จึงจะย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน

นิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ 4 สมัย มีฐานเสียงสำคัญอยู่ใน อ.ลาดยาว และได้เป็นประธานวิปรัฐบาล เพราะเป็นญาติกับ เสธ.เก๋-พล.ท. ณัฐวุฒิ ภาสุวณิชยพงศ์ นายทหารคนสนิทของพล.อ.ประยุทธ์

นิโรจน์ มีแนวโน้มไปพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะ เสธ.เก๋ เป็นหนึ่งในทีมงานไทยคู่ฟ้าฯ ที่คอยสนับสนุนพรรคใหม่ของลุงตู่
 

‘ศึกชิงปากน้ำโพ’

พรรคคู่แข่งของ “ชาดา” แห่งภูมิใจไทย ในสมรภูมิปากน้ำโพ ก็หนีไม่พ้นพรรคเพื่อไทยพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ 

แม้วันนี้ ส.ส.นครสวรรค์ 4 คนของพรรค พปชร. จะย้ายไปอยู่พรรคอื่นหมดแล้ว แต่สันติ พร้อมพัฒน์ ได้จัดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ ชุดใหม่ไว้แล้ว 3 เขต ประกอบด้วยเขต 3  สจ.เปิ้ล-สุภัสสร คล้ายแจ้ง ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.ชุมแสง, เขต 4 จิตรา หมีทอง อดีตประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ และเขต 5 พรวิศิษฐ์ แจ่มใส 

ส่วนพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ได้จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ ครบทั้ง 6 เขต

เขต 1 ณรงค์  พนมวัน ประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ ,เขต 2 ทรงศักดิ์  ส่งเสริมอุดมชัย, เขต 3 สัญชัย  วงษ์สุนทร อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ,เขต 4 พ.ต.ท.นุกูล  แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ,เขต 5 วรภัทร ตั้งภากรณ์ ลูกชายบรรยิน และเขต 6 ชุติมา เสรีรัฐ รองประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ และ ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.ลาดยาว

เมื่อดูว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เพื่อไทย ก็ดูจะไม่ง่ายเลยสำหรับชาดา ไทยเศรษฐ์ และวีระกร คำประกอบ จะยึดเมืองปากน้ำโพ    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก 

อดีต’กกต.’ ยัน มีระเบียบให้รายงานคะแนนเลือกตั้งเรียลไทม์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540868

13 ม.ค. 2566

อดีต'กกต.' ยัน มีระเบียบให้รายงานคะแนนเลือกตั้งเรียลไทม์

งัดระเบียบคณะกรรมการการ’เลือกตั้ง’ ยืนยัน กกต. ต้องมีการรายงานผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ อิทธิพร บุญประคอง ลงนามเอง

ข้อความในไลน์ อวยพรปีใหม่ของ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ระบุช่วงหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.ในปีนี้ว่า ไม่มีแอปพลิเคชันในการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย ถึงความโปร่งใสในการทำหน้าที่

ล่าสุด สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง งัดระบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกิจจาฯ วันที่ 26 ธันวาคม 2561 ที่ลงนามโดย อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.คนปัจจุบัน

โดยมาตรา 168 เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้สำนักงานจัดให้มีแอปพลิเคชันรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต

การที่ กกต.จะมีมติ ไม่ให้สำนักงานทำระบบดังกล่าว ถือว่า เป็นการมีมติที่มิชอบ ขัดกับ ระเบียบที่ตัวเองเคยประกาศ
หากเป็นจริง  ร้อง 157 ก็เหมาะสม  ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกเรื่องหนึ่ง  จึงได้แต่หวังว่า ข่าวดังกล่าวที่ว่า กกต. จะไม่ทำระบบรายงานอย่างไม่เป็นทางการ คงไม่เป็นความจริง


ขณะที่ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาเรียกร้องว่าการจัดเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นหน้าที่ของ กกต.  หากไม่มีระบบดังกล่าว ประชาชนจะเกิดความกังวลว่าไม่เห็นคะแนนหลังปิดหีบระหว่างทาง ไม่รู้เลยว่าผลคะแนนสุดท้ายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่นการเลือกตั้ง 2562 เกิดข้อครหาเรื่องบัตรเขย่ง ผลคะแนนไม่ตรงกัน

แต่ถ้ามีการรายงานผลคะแนนต่อเนื่อง จะช่วยให้สื่อมวลชนและประชาชนเห็นความคืบหน้าการนับคะแนน ร่วมกันตรวจสอบ เปรียบเทียบระหว่างผลคะแนนที่ได้กับผลลัพธ์สุดท้ายได้ ซึ่งผลทั้งสองควรจะใกล้เคียงกัน

สติธร ธนานิติโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า สำนักงาน กกต. มีหน้าที่รายงานผลอย่างเป็นทางการเท่านั้น ระบบรายงานผลนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เป็น ของแถม ที่กฎหมายไม่ได้บังคับ

แต่เป็นของแถมที่ปกติก็ทำให้กัน เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการทำงานของตัวเอง แสดงให้ประชาชนเห็นว่า จัดการเลือกตั้งได้อย่างสุจริต และเที่ยงธรรม สมกับคำขวัญ ที่แสดงถึงความโปร่งใส ยอมให้ตรวจสอบ แต่ถ้าไม่อยากโปร่งใส ก็ไม่ต้องทำ

รายงานผลคะแนนเรียลไทม์ไม่ได้ ถือว่า’กกต.’ไม่พร้อมเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540852

13 ม.ค. 2566

รายงานผลคะแนนเรียลไทม์ไม่ได้ ถือว่า'กกต.'ไม่พร้อมเลือกตั้ง

‘เลือกตั้ง’ครั้งหน้า กกต. ต้องพร้อมกว่านี้ ก้าวไกล อัด ไม่มีระบบรายงานผลคะแนนออนไลน์ เหมือนไม่โปร่งใส ไร้ความน่าเชื่อถือ

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางแค พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณี แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ชี้แจงว่า กกต. ไม่มีระบบรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หรือการรายงานผลเรียลไทม์ กลับยืนยันด้วยปากเปล่าเพียงว่าจะรู้คะแนนเลือกตั้งประมาณ 21.00-22.00 น. หลังปิดหีบ

คล้ายกับเป็นข้ออ้างว่าองค์กรยังไม่มีแอปพลิเคชันที่พร้อมจะนำไปใช้งานในการรายงานผลแบบเรียลไทม์ซึ่งอาจสะท้อนด้วยว่า กกต. ไม่อยากให้มีระบบที่สามารถรายงานผลคะแนนได้อย่างโปร่งใสหรือไม่

ทั้งที่การจัดเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นหน้าที่ของ กกต.  หากไม่มีระบบดังกล่าว ประชาชนจะเกิดความกังวลว่าไม่เห็นคะแนนหลังปิดหีบระหว่างทาง ไม่รู้เลยว่าผลคะแนนสุดท้ายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่นการเลือกตั้ง 2562 เกิดข้อครหาเรื่องบัตรเขย่ง ผลคะแนนไม่ตรงกัน

แต่ถ้ามีการรายงานผลคะแนนต่อเนื่อง จะช่วยให้สื่อมวลชนและประชาชนเห็นความคืบหน้าการนับคะแนน ร่วมกันตรวจสอบ เปรียบเทียบระหว่างผลคะแนนที่ได้กับผลลัพธ์สุดท้ายได้ ซึ่งผลทั้งสองควรจะใกล้เคียงกัน

ณัฐพงษ์บอกว่า กกต. ต้องไม่ลืมว่าตัวเองมีชนักติดหลัง คือข้อครหาว่ามีที่มาที่ยึดโยง คสช. ดังนั้น หากต้องการพิสูจน์และปกป้องตัวเอง กกต. ต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส  ให้คำตอบประชาชนก่อนเลือกตั้งว่าจะมีระบบการรายงานผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์หรือไม่ แต่หากสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องตัดสินใจผ่านการเลือกตั้ง เลือกพรรคที่มีนโยบายร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้องค์กรอิสระทุกองค์กรยึดโยงประชาชน ในอนาคตถ้า กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างน่าสงสัยแบบที่เป็นอยู่ ประชาชนสามารถถอดถอนได้

ปดิพัทธ์ เห็นว่า กกต. ควรแสดงความพร้อมในการจัดเลือกตั้งให้มากกว่านี้ เพราะตอนนี้แม้จะใกล้วันเลือกตั้ง แต่ กกต. ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนเรื่องการแบ่งเขต ไม่มีความพร้อมเรื่องแอปพลิเคชันรายงานผล ทั้งหมดนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือขององค์กรจัดการเลือกตั้งยิ่งถดถอย

” วันนี้ประชาชนต้องการฟื้นฟูประเทศด้วยฉันทามติ โดยมีการเลือกตั้งเป็นคำตอบ เขาตระหนักรู้แล้วว่าบทเรียนเมื่อปี 2562 นำไปสู่ความล้มเหลวในกระบวนการทางรัฐสภา ดังนั้น หาก กกต. ยังนิ่งเฉย และทำเรื่องที่ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต  สังคมไทยคงไปต่อยาก “

สว.แบไต๋ เสนอ’แก้รัฐธรรมนูญ’ปลดล็อคนายกฯ8ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540838

13 ม.ค. 2566

สว.แบไต๋ เสนอ'แก้รัฐธรรมนูญ'ปลดล็อคนายกฯ8ปี

คนดี ควรอยู่เกิน 8 ปีได้ สมาชิกวุฒิสภา แบไต๋ ปลดล็อควาระดำรงตำแหน่ง’นายกฯ’ เป็นประเด็นสำคัญ ที่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ ว่า ถึงเวลาแล้ว โดยควรปลดล็อคกฎหมายหลายอย่าง ยกเว้นมาตรา 1 และ 2 ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าหากแก้กฎหมายแล้วจะต้องมาหารือร่วมกันจากสมาชิกวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี ถ้าหากจะมีการแก้รัฐธรรมนูญจริง โดยเฉพาะวาระดำรงตำแหน่งนายกฯไม่ควรจำกัดแค่ 8 ปี ดังนั้น ควรจะแก้รัฐธรรมนูญข้อนี้ด้วย หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พ้นวาระไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีเป็นคนดี ก็ไม่ควรจะจำกัดวาระการทำงาน คนดีอยู่เกิน 8 ปี ไม่เป็นไร

กิตติศักดิ์ บอกว่า หากแก้รัฐธรรมนูญข้อนี้จริง ตนไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่หรือไม่ และรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้กับพรรคการเมืองทุกคนทุกพรรค ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ใช่เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์

สำหรับรัฐธรรมนูญข้ออื่นๆ ที่ต้องการแก้ไขนั้น ต้องดูว่า ทางฝ่ายนักการเมืองต้องการในประเด็นอะไรบ้าง ตนขอเพียงอย่าแตะต้องมาตรา 1 มาตรา 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และราชอาณาจักรไทย ส่วนมาตราอื่นต้องลงรายละเอียด หรือตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตนไม่ขัดข้อง แต่เห็นด้วยที่จะแก้ธรรมนูญ

“ ส.ว. หลายท่านสนับสนุนให้แก้ไข รวมทั้งการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ที่กำลังหมดวาระ จะต้องปิดล็อกห้ามเป็น ส.ส. 2 ปีหรือไม่ นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ ส.ว. กำลังคิดและทำ ส่วนนักการเมือง ส.ส. มีประเด็นใดที่ต้องการแก้ไข ต้องร่วมมือกันหาจุดร่วมที่จะไปด้วยกันได้ ” นายกิตติศักดิ์ กล่าว.

‘นายกรัฐมนตรี’ ยืนยันสัมพันธ์ พล.อ.ประวิตร ไม่สั่นคลอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540833

13 ม.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ยืนยันสัมพันธ์ พล.อ.ประวิตร ไม่สั่นคลอน

โมโหสื่อถามถึงจดหมายเผยความในใจของพล.อ.’ประวิตร’ นายกรัฐมนตรี ยืนยัน สัมพันธ์ 40-50 ปี ร่วมเป็นร่วมตาย ไม่มีสั่นคลอน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำว่ากรณีที่รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เขียนจดหมายเปิดใจและอวยพร รวมถึงสาเหตุที่ต้องแยกทางกันเดิน ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพลเอกประวิตรยังไม่ได้ฟังและเห็นจดหมายทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างกันดีมาตลอด และอวยพรกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว  พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาพูดมาตลอด เหมือนที่พลเอกประวิตรที่พูดมาหลายรอบแล้ว ว่าไม่ได้มีปัญหากัน ไม่รู้ว่าพลเอกประวิตรจะน้อยใจเรื่องอะไร และเราก็ไม่ใช่คนใจน้อยกันอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า อยู่กับพลเอกประวิตรมานาน 40-50 ปี ร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบ อยู่ชายแดนก็อยู่ด้วยกันมาแล้ว จึงไม่มีอะไรมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ได้


ฟังเสียงพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ได้ที่นี่

ด้านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ปัญหาคุณภาพน้ำ และความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.สมุทรสงครามและสมุทรสาคร ได้แก่ โครงการแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม การก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักและระบบป้องกันน้ำท่วม ชุมชนเมืองสมุทรสงคราม (ระยะที่ 1) อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม     การก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำท่าจีน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และโครงการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำคลองอ้อมตัน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมพบปะประชาชนในพื้นที่ โดยมี ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า พลังประชารัฐ ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540830

13 ม.ค. 2566

'เลือกตั้ง' ครั้งหน้า พลังประชารัฐ ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น

หัวหน้าพรรค’พลังประชารัฐ’ ให้ความมั่นใจ เลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาจัดตั้งรัฐบาล อวยพร พล.อ.ประยุทธ์ โชคดี ในทางที่เลือก

  • บิ๊กป้อมย้ำ ขอนำพรรคพลังประชารัฐ กลับมาจัดตั้งรัฐบาล

เพจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งได้รับการยืนยันจากโฆษกกระทรวงกลาโหม ว่าเป็นเพจของพลเอกประวิตรจริง เผยแพร่ จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีเนื้อหาสำคัญ เป็นคำประกาศในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า

จะขอรับผิดชอบและจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคทุกคน ที่เคยทำงานการเมืองมาด้วยกัน และพร้อมจะเดินนำทุกคนที่มีความเชื่อมั่นในความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป เพื่อกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง

  • อวยพร พล.อ.ประยุทธ์ ประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่เลือกเดิน 

หลังจากมีความชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนทางการเมืองเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2566 ว่าจะแยกทางจากพรรคพลังประชารัฐที่เคยสนับสนุนขึ้นเป็นนายกฯ เพื่อไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตรงกับที่สื่อมวลชนไปสืบข่าวมาก่อนหน้านี้ ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์

พล.อ.ประวิตร ระบุอีกว่า ที่เคยกล่าวไว้ว่า 3 ป. Forever มาวันนี้ ก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ คงจะบอกได้เพียงว่า ขอแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ที่ได้ตัดสินใจเลือกแล้ว

‘พรรคประชาธิปัตย์’ ประกาศ พร้อมเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540826

13 ม.ค. 2566

'พรรคประชาธิปัตย์' ประกาศ พร้อมเลือกตั้ง

ทะยอยเปิดนโยบาย เลือกตั้งอย่างต่อเนื่องสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น ไม่กลัวรวมไทยสร้างชาติ ประกาศ พร้อม’เลือกตั้ง ‘

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมในการเตรียมผู้สมัครเลือกตั้ง และนโยบายในการหาเสียง ขณะที่สถานการณ์ทางการเมือง กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง อีกประมาณ 2 เดือนจะการประกาศการเลือกตั้งทั่วไป

ก่อนหน้านี้ พรรคฯ ได้มีการเปิดยุทธศาสตร์หลักไปแล้ว ได้แก่ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส ผ่านนโยบายเศรษฐกิจ ที่มีหลายนโยบายปลีกย่อย โดยเฉพาะการประกันรายได้ให้กับประเทศ // นโยบายสังคม ที่มุ่งเน้นการศึกษาทันสมัย และสาธารณสุข และสร้างชาติด้วยนโยบายการเมือง มุ่งเน้นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประชาธิปไตยสุจริต

โดยการแถลงเปิด 8 นโยบายด้านการเกษตร และการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนวันนี้ เป็นแนวนโยบายเบื้องต้น ในการสร้างฐานรากของประเทศ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ นโยบายการประกันรายได้ส่วนต่างให้กับเกษตรกร ทั้งข้าว มัน ปาล์ม ยางข้าวโพด ซึ่งต่อยอดจากการดำเนินการในปัจจุบัน

นโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน เพื่อให้เกษตรกรโคนมมีแหล่งจำหน่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตเยาวชน   นโยบายกรให้เงินอุดหนุนกลุ่มประมง 100,000 บาททุกปี ทั้ง 2,800 กลุ่ม รวมถึงการปลดล็อคประมง พาณิชย์ ภายใต้เงื่อนไข IUU    นโยบายการออกโฉนดที่ดิน 1,000,000 แปลงภายใน 4 ปี  นโยบายธนาคารหมู่บ้าน และชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครทุกชุมชน แห่งละ 2,000,000 บาท เพื่อให้ฐานรากมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เป็นต้น

ส่วนการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนั้น คาดว่า จะสามารถเปิดตัวได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และในภาคเหนือ จะสามารถเปิดตัวใดภายในสัปดาห์นี้ แต่ยืนยันว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมแล้ว และพรรคฯ ก็จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต

พรรคประชาธิปัตย์ ไม่กังวลต่อกระแสของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เปิดตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกพรรคฯ เนื่องจาก พรรคฯ เห็นว่า ไม่มีสิ่งใดใหม่ และพรรคฯ ทราบอยู่นานแล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทดแทนไว้แล้ว จึงไม่กระทบใด ๆ ทั้งสิ้น

“หัวหน้าอุทยานลำปาง” เข้าพบ ปปป. หลังมีชื่อบนซองเงิน ในห้องทำงานอธิบดีฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540792

12 ม.ค. 2566

"หัวหน้าอุทยานลำปาง" เข้าพบ ปปป. หลังมีชื่อบนซองเงิน ในห้องทำงานอธิบดีฯ

“หัวหน้าอุทยานลำปาง” เข้าพบพนักงานสอบสวน ปปป. หลังมีชื่อบนซองเงิน ในห้องทำงานอธิบดีกรมอุทยานฯ เบื้องต้น อ้าง ไม่ใช่ชื่อตัวเอง แต่เป็นชื่อหน่วยงาน

วันนี้ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หัวหน้าส่วนอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เดินทางเข้าให้ข้อมูลพนักงานกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  หรือ บก.ปปป. หลังเป็น 1 ในรายชื่อปรากฏบนซองที่พบในห้องนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 

เบื้องต้นปฏิเสธ ว่า ชื่อบนซองเงินไม่ใช่ของตน แต่มีชื่อหน่วยงานที่ดูแล ปรากฎอยู่บนซองเงินจึงต้องการมาชี้แจง เพื่อยืนยันความโปร่งใสและบริสุทธิ์ใจ สาเหตุชื่อหน่วยงานที่ถูกระบุบนซองเงินของกลางนั้น คาดว่าจะเป็นของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยที่อยู่ภายใต้กำกับดูแล แต่เขียนระบุชื่อหน่วยงานหลักลงไป โดยใช้เวลากว่า2ชั่วโมง พยานคนดังกล่าวเดินทางกลับโดยไม่ให้ข้อมูลใดๆ

หัวหน้าส่วนอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางเข้าพบ ปปป.หัวหน้าส่วนอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางเข้าพบ ปปป.

ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ถึงการสอบสวนพยานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดปัตตานีเมื่อวานนี้ ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่ว่าจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิที่จะให้การ 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เงินในซอง จำนวน 100,000 บาท ที่ปรากฏภายในห้องทำงานของอธิบดีนั้น เป็นเงินค่าเช่าพระและเงินค่าทำบุญ ไม่ใช่เงินสินบนแต่อย่างใด พร้อมกับนำรูปภาพพระบูชาดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณานั้น ตำรวจจะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเบิกมาจากที่ใด เป็นค่าเช่าพระจริงหรือไม่ 
 
ทั้งนี้เชื่อว่า ผู้ที่เข้าให้การไม่มีใครอยากยอมรับว่าเป็นการให้สินบน เพราะจะเข้าข่ายตวามผิดด้วย ก็ต้องบิดเบือนเป็นเรื่องอื่น ยกเว้นบางคนมีหลักฐานชัดเจน และตำรวจต้องสอบให้ละเอียด เพื่อให้เคลียร์ทุกข้อสงสัย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.