กางหลักฐาน เปิดตัวบิ๊กตู่ เข้าข่ายผิดกฎหมาย’เลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540777

12 ม.ค. 2566

กางหลักฐาน เปิดตัวบิ๊กตู่ เข้าข่ายผิดกฎหมาย'เลือกตั้ง'

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง กัดไม่ปล่อย โพสต์บรรยากาศงานเปิดตัวบิ๊กตู่ เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง อาจถึงขั้น’ยุบพรรค’

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ยังเกาะติด การเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ล่าสุด ได้โพสต์ภาพบรรยากาศภายในงาน  พร้อมตั้งคำถามว่า ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่  โดยเฉพาะภาพที่ผู้เข้าร่วมงาน สวมเสื้อสีธงชาติไทย นั่งเก้าอี้เป็นลายธงชาติ โดยถามว่าธงชาติมนุษย์ผืนนี้ใช้คนกี่คน เสื้อกี่ตัว หมวกกี่ใบ

ภาพประกอบจา่กเฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร ภาพประกอบจา่กเฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ระบุรายละเอียดบรรยายภาพดังนี้ 

แถวที่นั่งสีน้ำเงิน ขนาด 30 ที่ คูณ 50 ที่ ต้องใช้ 1,500 ชุด

แถวที่นั่งสีขาว ขนาด 12 ที่ คูณ 50 ที่ คูณ 2 แถบ ใช้ 1,200 ชุด

แถวที่นั่งสีแดง ขนาด 12 ที่ คูณ 50 ที่ คูณ 2 แถบ ใช้ 1,200 ชุด

รวมทั้งผืน 1,500+1,200+1,200 = อย่างน้อย 3,900 ชุด

ที่ซองเขียนว่า ทรัพย์สินของพรรค ใช้เฉพาะในงานประชุม แต่กลับให้คนใส่เอากลับบ้านได้ ถือเป็นการแจกทรัพย์สินอันอาจคำนวณเป็นเงินเพื่อจูงใจเลือกตั้ง ผิด พ.ร.ป. ส.ส. มาตรา 73(1) หรือไม่

หากกรรมการบริหารพรรครู้เห็นเป็นใจก็ไปไกลถึงยุบพรรค ตาม มาตรา 158 วรรค 3

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(1) จัดทํา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

มาตรา 158 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 73 (1) หรือ (2) มาตรา 75 มาตรา 76 หรือมาตรา 94ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี

ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทําความผิดตามมาตรา 73 (1) หรือ (2)ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนําจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจํานวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนําจับ

ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทําความผิดตามมาตรา 75 หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้นซึ่งรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทําความผิดต้องระวางโทษตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้น และให้ถือเป็นเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองนั้นตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

“เพื่อไทย”เตรียมปราศรัยใหญ่กลางแจ้ง หวังแลนสไลด์ชนะกติกา”บิ๊กตู่”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540761

12 ม.ค. 2566

"เพื่อไทย"เตรียมปราศรัยใหญ่กลางแจ้ง หวังแลนสไลด์ชนะกติกา"บิ๊กตู่"

“เพื่อไทย”เตรียมจัดปราศรัยใหญ่กลางแจ้งครั้งแรก จ.อุดรธานี วันที่ 15 ม.ค. นี้ หวังแลนสไลด์เอาชนะกติกา”บิ๊กตู่” หากยุบสภาพร้อมรบประกาศนโยบายชุดใหญ่

นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ 12 ม.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมจัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย  : อีสานยามใด๋ เพื่อไทยทอนั่น” ที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 15 มกราคม 2566 นี้ จะพบปะพี่น้องประชาชน ที่ อ.บ้านดุง และ อ.เพ็ญ ก่อนที่เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป จะมีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และจะเป็นครั้งแรกที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยใหญ่เวทีกลางแจ้ง นำเสนอนโยบายและเป้าหมายไปสู่การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากฝ่ายประชาธิปไตยในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าในปี 2566 นี้จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทวงคืนอนาคตจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ ที่ไร้ความสามารถและอยู่ในอำนาจมา 8 ปี  

หลังการนั้นจะมีการจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ ภาคกลาง อีสานใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ จนกว่าจะมีการยุบสภา เมื่อมีการยุบสภาแล้ว พรรคเพื่อไทยจะจัดเวทีปราศรัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศคิกออฟนโยบายชุดใหญ่ เป็นนโยบายในโค้งสุดท้ายเพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งมุ่งเป้าที่การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพื่อเอาชนะกติกาที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วางเอาไว้ให้ได้

คาดการณ์ การยุบสภาจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ เป็นการคาดคะเนจากตัวตนของพลเอกประยุทธ์ ที่ยึดติดกับอำนาจ จะกอดอำนาจไว้ให้นานที่สุดจนวินาทีสุดท้าย หากยุบสภา แต่เชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ไม่ปล่อยวาง แต่เป็นการเปิดทางให้ ส.ส. ที่ย้ายพรรค เข้าร่วมอำนาจได้ 

ส่วนที่พลเอกประยุทธ์ เปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า “ไม่ใช่เหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่เป็นเหล้าเก่าในขวดแตก” คือการรวมเอาคนที่แตกออกจากพรรคต่างๆ ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็ก มาอยู่ด้วยกันและไม่พบว่ามีบุคคลที่เป็นที่รู้จัก หรือเป็นที่ยอมรับกันในสังคม เป็นคนใหม่ทางการเมือง จึงมองไม่เห็นอนาคต เห็นแต่อดีต เพราะเต็มไปด้วยอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี ตนจึงเชื่อว่าจะส่งผลให้พลเอกประยุทธ์ กลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีในไม่ช้า

แต่มองว่า ไม่ใช้เป้าหมายแค่การเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 2 ปีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  แต่อีกฟากฝั่งหนึ่ง มี ส.ว.กลุ่มหนึ่งได้เคลื่อนไหว มีมติเห็นว่าบทบัญญัติในมาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี มีปัญหา ทั้งๆที่ไม่เคยออกมาเคลื่อนไหวอะไรเลย จึงได้ตั้งข้อสังเกตว่า พลเอกประยุทธ์ จะอาศัยเสียง ส.ว. 250 คนเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ ต้องใช้เสียงในสภาและเสียง ส.ว. แก้ไขมาตรานี้แน่นอน  

เพื่อความชัดเจนขอให้พลเอกประยุทธ์ ออกมายืนยันว่า หลังเลือกตั้งแล้วจะอยู่แค่เวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากเส้นทางที่จะยุติพลเอกประยุทธ์  มีทางเดียวคือการได้มาซึ่งรัฐบาลประชาธิปไตย  จะเกิดได้ คือ จำเป็นต้องมีพรรคใดพรรคหนึ่งใน ฟากฝั่งประชาธิปไตยชนะเกินครึ่งในสภาผู้แทนราษฎร ยืนหนึ่งเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้น ไม่ใช่แค่ 2 ปี แต่จะเป็น 4 ปี ตนหวังว่าคนที่ประกาศตัวไม่เคยกลัวอะไร เป็นลูกผู้ชาย สง่าผ่าเผยมาตลอด คงไม่อ้ำอึ้ง พูดให้ชัด 

ปราศรัยเวทีใหญ่จ.อุดรธานีปราศรัยเวทีใหญ่จ.อุดรธานี

‘เลือกตั้ง’ครั้งหน้า วัดฝีมือขวาใหม่ ในกรุงเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540759

12 ม.ค. 2566

'เลือกตั้ง'ครั้งหน้า วัดฝีมือขวาใหม่ ในกรุงเทพฯ

ไผ่แยกกอ อดีตแนวร่วม’กปปส.’ แยกพรรค เลือกตั้งครั้งหน้า วัดฝีมือทำพื้นที่เลือกตั้ง สนามปราบเซียน กรุงเทพมหานคร

ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่ผ่านมา การชุมนุมทางการเมืองกว่าสองร้อยวัน ปิดฉากลงด้วยการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม2557  ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ได้สมใจคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส

สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นหัวขบวน ร่วมกับแนวร่วมอนุรักษ์นิยม เป็นการชุมนุมที่ถือกำเนิดมาจากความพยายาม ดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยของพรรคเพื่อไทย

ในบรรดาหัวหมู่ทะลวงฟัน ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงระหว่างการชุมนุม กปปส. หรือที่เรียกกันว่าตัวพ่อ ในยุคนั้น ยังนับได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่   กลับมามีบทบาทสำคัญในการจัดการเลือกตั้งครั้งหน้า และอยู่ในระนาบเดียวกับที่เคยขับเคี่ยว เดินหน้าชัตดาวน์ประเทศไทย  ได้ร่วมเข้าไปเป็นแกนหลัก เป็นกำลังสำคัญในแต่ละพรรคเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ  ไล่เรียงตามลำดับประกอบด้วย

  1. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์  แกนนำกลุ่มยังบลัด กปปส. ย้ายเข้าไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับหนีบอดีต ส.ส.พลังประชารัฐร่วมสังกัดใหม่ 5 รายได้แก่  นายจักรพันธ์ พรนิมิตร  พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์   กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ภาดาท์ วรกานนท์ และ กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา พร้อมเปิดตัวทีมคนรุ่นใหม่ เป้าหมาย ภูมิใจกรุงเทพฯ
  2. เอกณัฐ พร้อมพันธ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นอกจากจะมีชาติพันธุ์ทางการเมืองแล้ว ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนมาอยู่ร่วมชายคากับ พีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่อกหักจากการท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาเหมือนกัน  หมายมั่นชิงส่วนแบ่งกทม.หวังอาศัยแต้มต่อจากอดีตส.ส.พลังประชารัฐที่จะย้ายมาสังกัดพรรคลุงตู่  มีชุมพล จุลใส เป็นลมใต้ปีกอยู่ในปักษ์ใต้ตอนบน
  3. สกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ อดีต​แกนนำ กปป​ส. และเป็นบุตรชายของอดีตเลขาธิการ คมช. ว่ากันว่า เลือกตั้งครั้งหน้า ต้องทำงานอย่างหนัก  เพราะกระแสของพลังประชารัฐตกต่ำ  จนทำให้ผู้ร่วมอุดมการณ์หลายราย ต้องหนีตายออกจากพรรค แม้จะมีแรงหนุนจาก ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี แต่ความที่เคยดำรงตำแหน่งเสมา 1 จึงยังพอมีต้นทุนอยู่บ้าง

การเลือกตั้งทุกครั้งว่ากันว่าสนามกทม.ถือเป็นสนามปราบเซียน ไม่สามารถคาดการล่วงหน้าได้ และเอาใจยากที่สุด จุดพลิกผันวัดกันจนนาทีสุดท้าย  เหล่าทหารเสือแม้เคยเป็นเพื่อนร่วมค่าย สหายร่วมรบ  ถึงเวลาต้องกระชากเรตติ้ง แย่งชิงพื้นที่   ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีมุกใหม่   10 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ทั้งกระแสชัตดาวน์กรุงเทพฯและปฏิรูปก่อนเลือกตั้งล้วนผุพังไปตามกาลเวลาแล้ว 

อดีตแฟนส.ส.ณัฐวุฒิ สุดทน แฉเพื่อไทยกดดันความรัก เหตุสังกัดไทยสร้างไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540751

12 ม.ค. 2566

อดีตแฟนส.ส.ณัฐวุฒิ สุดทน แฉเพื่อไทยกดดันความรัก เหตุสังกัดไทยสร้างไทย

“ณิชชา”อดีตแฟน”ณัฐวุฒิ” แฉเพื่อไทยใช้ความรักเป็นเครื่องมือการเมือง ไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู จากสาเหตุสังกัดไทยสร้างไทย

หลังจากที่นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 ประกาศลาออกจากพรรคเพื่อไทยและเตรียมย้ายไปร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย เนื่องจากพรรคไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แต่จะให้ขยับไปสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

  
โดยนางสาวณิชชา บุญลือ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย อดีตคนรักของนายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ระหว่างที่ตนเข้ามาทำงานทางการเมืองตั้งแต่อยู่พรรคอนาคตใหม่ เคยคบหากับนายณัฐวุฒิอย่างเปิดเผยกว่า 3 ปี ทุกอย่างราบรื่น ใช้ชีวิตแบบคู่รักหนุ่มสาวทั่วไป แต่พิเศษกว่าตรงที่เราเป็นนักการเมืองทั้งคู่ อาจถูกจับตามากกว่าคู่อื่นๆ
 

จากนั้นตนย้ายมาอยู่กับพรรคไทยสร้างไทย ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานายณัฐวุฒิ กลับถูกกลุ่มผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย เรียกไปพูดคุย เพื่อขอให้ตนลาออกจากพรรคไทยสร้างไทย และถูกเรียกไปพบอีกหลายครั้ง รวมถึงกดดันนายณัฐวุฒิ จนความรักของตนเริ่มมีปัญหา กลายเป็นคู่รักที่ต้องปิดบัง ต้องกดดัน ต้องเสียความรู้สึก เพื่อจะเป็นเครื่องการันตีให้นายณัฐวุฒิได้ลงเขตตามเดิม ทั้งที่เป็นตระกูลทางการเมืองและอยู่ที่พื้นที่เขต3 จ.หนองบัวลำภู มามากกว่า 24 ปี และชนะการเลือกตั้งที่เขตนี้มากว่า 40,000 คะแนน เอาชนะฝ่ายเผด็จการได้อย่างขาดลอย เพราะทำพื้นที่อย่างหนัก และเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของชาวหนองบัวลำภู

สุดท้ายเมื่อเราสองคน ทนแรงกดดันไม่ไหว จึงเลิกรากันไป แต่กลุ่มผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ยังไม่จบเช่นนั้น เพราะเมื่อตนไปลงพื้นที่ เหตุกราดยิงหนองบัวลำภูตามคำสั่งของพรรคไทยสร้างไทยในฐานะรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ที่รับผิดชอบในเรื่องของ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ รวมไปถึงผู้พิการ กลับกลายเป็นชนวนความคิดให้คนเหล่านั้นอ้างเป็น เครื่องมือทางการเมือง เข้าใจไปเองว่ายังคบหากัน และได้ประกาศเอาบุคคลอื่นมาลงเขตแทน ทั้งที่นายณัฐวุฒิ ยังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ 


นางสาวณิชชา กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังผู้บริหาร พรรคการเมืองที่อดีตส.ส.ณัฐวุฒิเคยสังกัดว่า หยุดเอาความรักที่บริสุทธิ์ของตนไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง หยุดโจมตีคนด้วยเรื่องส่วนตัว และหันมาทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน 

หารือ25 มกราคมนี้ ‘อภิปราย’ทั่วไปรัฐบาลให้ 2 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540750

12 ม.ค. 2566

หารือ25 มกราคมนี้ 'อภิปราย'ทั่วไปรัฐบาลให้ 2 วัน

วิปสองฝ่ายนัดคุยกัน 25 มกราคมนี้ เชื่อนายกฯไม่’ยุบสภา’ หนีการอภิปรายทั่วไป ซึ่งกำหนดไว้ หลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ  รองประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม รัฐบาล กล่าวถึงญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ว่า ขณะนี้ทางคณะรัฐมนตรีมีความพร้อมที่จะตอบชี้แจงในญัตติดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ซึ่งวิปรัฐบาลเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม
 

เมื่อดูจากประเด็นที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายมีประมาณ 20 ประเด็น ฝ่ายรัฐบาลต้องเตรียมความพร้อม ในการชี้แจงประมาณ 40 ประเด็น  แม้เชื่อว่ารัฐบาลจะชี้แจงได้อย่างชัดเจน แต่ก็ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

  • เชื่ออภิปรายทั่วไปส่งผลถึงการเลือกตั้ง

รองประธานวิปรัฐบาลขอร้องว่า การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 นี้เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของสภาฯ จึงอยากให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอภิปรายด้วยความสร้างสรรค์ไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย

แต่ควรที่จะเสนอแนะปัญหาในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมา และคิดว่าทางนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะตอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อจะทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและเชื่อว่า

ในโลกยุคใหม่ ข่าวสารจะถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างกว้างขวางก็จะมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้งในอนาคตด้วย

  • เชื่อนายกฯไม่ยุบสภาหนีการอภิปราย

การประชุมวิป สองฝ่ายกำหนดไว้ในวันที่ 25 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดวันอภิปราย ซึ่งวิปรัฐบาลมองว่าใช้เวลาในการอภิปรายเพียง 2 วันก็เพียงพอแล้ว ส่วนคำพูดที่ว่า ฝ่ายรัฐบาลอย่ายุบสภาเพื่อหนีการอภิปราย วันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าคณะรัฐมนตรีมีความพร้อม และคงไม่มีการยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายแน่นอน พร้อมขอให้ฝ่ายค้านทำการบ้านอย่างเต็มที่

“นักวิชาการ” ชำแหละ ล้มหัวลำโพง-ค่าไฟแพง รัฐเอื้อนักการเมืองและเอกชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540732

11 ม.ค. 2566

"นักวิชาการ" ชำแหละ ล้มหัวลำโพง-ค่าไฟแพง รัฐเอื้อนักการเมืองและเอกชน

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนาจากนักวิชาการ”ประชาชน-รถไฟเทียบหัวลำโพง และทำไมค่าไฟแพง-คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ” ชี้รัฐเอื้อนักการเมืองและเอกชน

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเสวนา เรื่อง “ประชาชน-รถไฟเทียบหัวลำโพง และทำไมค่าไฟแพง-คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ” โดย อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 , นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร , นายสุวิช ศุมานนท์ ประธานสมาพันธ์คนงานรถไฟ (สพ.รฟ.) , นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์


เริ่มจากการเรียกร้องให้หยุด ยกเลิกบริการสถานีรถไฟหัวลำโพง ในขบวนรถไฟทางไกลเชิงพาณิชย์ สายเหนือ สายใต้ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งหมดจำนวน 52 ขบวน และหันไปใช้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ หรือ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่ 19 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
 

นายสุวิช กล่าวว่า ไม่ปฏิเสธที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะใช้สถานีกลางบางซื่อ แต่สิ่งที่กังวล คือ ประชาชนส่วนมากจะได้รับความเดือดร้อน หลังเคยปิดบริการที่สถานีหัวลำโพงไปเมื่อ พ.ย.2564 เหลือเพียงไม่กี่ขบวน ซึ่งประชาชนที่ใช้บริการสถานีหัวลำโพงมีไม่ต่ำกว่า 20,000 คนต่อวัน โดยสถานีกลางบางซื่อเปิดใช้งานได้ แต่มองว่ายังไม่มีความพร้อมในการให้บริการสาธารณะ ประชาชนต้องต่อรถประจำทางที่อยู่ห่างออกไปอีกเกือบ 2 กิโลเมตร เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ รวมถึงหากจะต่อรถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง รถไฟฟ้า ก็มองว่าเสียค่าเดินทางเพิ่ม ต้องตระหนักว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อยและเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก ดังนั้นต้องมีการศึกษาผลกระทบที่มีต่อตุณภาพชีวิตประชาชน ตามรัฐธรรมนูญปี มาตรา58 ก่อนที่จะปิดสถานีหัวลำโพง

นายสุวิช ยืนยันตนและสหภาพไม่คัดค้านการพัฒนา แต่ขอฝากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาอีกครั้ง เพราะประชาชนควรมีตัวเลือกที่จะใช้เส้นทาง ไม่ใช่ถูกบีบบังคับ เบื้องต้นทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ให้รถไฟดำเนินความพร้อมให้เสร็จก่อน ถึงจะปิดการเดินรถทางไกลของสถานีหัวลำโพง

เช่นเดียวกับนางสาวรสนา ที่มองว่า ควรที่จะเป็นทางเลือก ไม่ใช่ยกเลิกสถานีรถไฟหัวลำโพงที่ใช้บริการกันมาเป็นเวลานาน เป็นสถานีรถไฟทางไกลที่สามารถเข้าถึงตัวเมืองมากที่สุด จากนั้นได้เปรียบเทียบกับการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิสุดท้ายผ่านมาไม่กี่ปีก็ต้องกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองใหม่ 

ทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นักการเมืองและกลุ่มทุน สมคบกันเข้ามายึดครองกิจการที่เป็นสาธาณูปโภคของรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากการยกเลิกสถานีหัวลำโพงต้องการทำเป็นมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสของเจ้าสัว ยกเลิกไป 52 ขบวน เหลือวิ่งชานเมืองเพียง 22 ขบวน จากนั้นก็จะหาวิธีลดความสำคัญสถานีนี้ โดยให้ข้อมูลว่าผู้โดยสารที่เดินทางด้วยสายนี้มีเพียง 0.018% เท่านั้น ขั้นต่อไป คือ สร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงจากบางซื่อมาหัวลำโพงแบบสมบูรณ์ ทำให้ระหว่างนั้นต้องปิดแบบ100% จากนั้นพื้นที่หัวลำโพง ตามผังเมืองเคยเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน คือ หน่วยราชการและสาธารณูปโภค เมื่อปิดเดินรถทั้งหมดก็สามารถเป็นสีเป็นสีแดง คือ พาณิชยกรรม ที่เอื้อเจ้าสัวคนใดคนหนึ่งมาทำมิกซ์ยูสได้ ขณะเดียวรัฐบาลกำลังจะให้เอกชนประมูลการเดินรถ ยิ่งสร้างมูลค่าทางพาณิชให้หัวลำโพง 

ส่วนประเด็นค่าไฟแพง-คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ
นายสุทธิพร กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้อง เรื่อง สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของรัฐลดลงต่ำกว่าร้อยละ 51 เป็นการกระทำที่ขัดหรือ แย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลับไม่ได้วินิจฉัยฟันธง แต่ศาลมีข้อแนะนำต่อรัฐบาลว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ให้ไปกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนใหม่ให้เหมาะสม และให้ตนดำเนินการกับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หาก2หน่วยงานนี้ทำให้เกิดความเสียหาย แนะว่าไปร้องศาลอื่น 


ส่วนที่ห้ามไม่ให้รัฐแข่งกับเอกชน ซึ่งศาลก็ยกขึ้นมาว่าในเศรษฐกิจสมัยใหม่การขับเคลื่อนต้องใช้ภาคเอกชน ซึ่งตนเห็นด้วยทุกประการ แต่ในไม่เห็นด้วยที่ว่าห้ามรัฐไปแข่งกับเอกชน เพราะที่ผ่านมาเอกชนมาแข่งกับรัฐ และที่ตนไม่สบายใจอีกเรื่องคือ ให้กรรมสิทธิกระทรวงพลังงานจะเกิดลัทธิเอาอย่าง โดยยกตัวอย่าง โทลเวย์ที่กระทรวงคมนาคมให้เอกชนร่วมลงทุนโดยให้สัมปทาน ซึ่งเอกชนมีความเสี่ยงต่างจากกระทรวงพลังงาน ที่บริหารความเสี่ยงเอง


ส่วนที่ค่าไฟแพง ยอมรับว่า ก้อนใหญ่มาจากปัญหาเชื้อเพลิง แต่ก็มาจากค่าที่เอกชนมาร่วมลงทุน อดีต การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าทั้งหมด เวลาเยียวยาใช้กำไรของกฟผ. มันเป็นค่าใช้จ่ายในการเยียวยาตามที่รัฐบาลสั่ง แต่ปัจจุบันเอกชนร่วมลงทุน เช่น กำไร 100 บาท เอกชนเอาไป 70 บาท กฟผ. 30 บาท เมื่อต้องเยียวยา จะเป็นหน้าที่ กฟผ. ไม่ใช่เอกชน เพราะในสัญญาระบุว่าเช่นนั้น ดังนั้นรัฐก็ขาดรายได้ ประชาชนก็ได้รับผลกระทบทั้งขึ้นทั้งร่อง เดิมรัฐสามารถควบคุมราคาไฟฟ้าได้ แต่ปัจจุบันไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากจะต้องจ่ายให้กับเอกชน โดยเฉพาะค่า FT ซึ่งปัจจุบันกฟผ.รับภาระอยู่ ขณะเดียวกันสัดส่วนการผลิตของกฟผ.ก็ลดลง 

ขณะที่นางสาวรสนา เกิดคำถามว่านักการเมืองกับเอกชนจับมือร่วมกันอย่างแน่นเหนียว นักการเมืองกำลังผ่อนถ่ายทรัพย์สินเหล่านี้ไปให้เอกชน และกลับกันในกรณีที่เรามีไฟล้นเกิน 54% แต่นักการเมืองยังทำสัญญาซื้อไฟไปเรื่อยๆ ล่าสุดครม.ซื้อไฟฟ้าเพิ่มอีก เราจะต้องปฏิบัติสอยย่างไรเพื่อหยุดยั้งการซื้อไฟที่ไร้เหตุผลของนักการเมือง 

Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/general/40023982

Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day

Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day

FRIDAY, JANUARY 13, 2023

Children can visit six zoos for free on Saturday, the Zoological Park Organisation of Thailand announced on Friday, ahead of National Children’s Day tomorrow.

The organisation’s director, Atthaporn Srihheran, said the goal of offering free entrance to children was to “create happiness” and raise children’s awareness about wild animals.

Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day

Fun activities – like parades, games and stage shows – will be held at the six zoos, he said.

They are Khao Kheow Open Zoo, Chiang Mai Zoo, Nakhon Ratchasima Zoo, Songkhla Zoo, Ubon Ratchathani Zoo, and Khon Kaen Zoo.

Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day

Free entrance is limited to children whose height does not exceed 135 centimetres, the organisation said.

Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day
Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day
Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day
Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day
Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day
Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day
Zoos offer free entrance for kids on Children’s Day

Life slows down as heavy fog blankets Northeast Thailand

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/general/40023976

Life slows down as heavy fog blankets Northeast Thailand

Life slows down as heavy fog blankets Northeast Thailand

FRIDAY, JANUARY 13, 2023

A thick fog descended on Sakon Nakhon and nearby provinces in the upper Northeast on Friday, with people complaining they could not able to see beyond 10 metres.

This bizarre phenomenon brought the area to a practical standstill as motorists had to slow down due to poor visibility.

The poor visibility also forced Nok Air flights to return to Don Mueang Airport in Bangkok.

Flights were also unable to land at Udon Thani International Airport and Nakhon Phanom Airport due to visibility issues.

Life slows down as heavy fog blankets Northeast Thailand

Many people in Nong Khai, meanwhile, came down with flu after temperatures dropped to about 15 degrees Celsius on Friday after two days of continuous rain.

Life slows down as heavy fog blankets Northeast Thailand

The Thai Meteorological Department has forecast cool temperatures with heavy morning fog in the Northeast on Friday.

It also forecast isolated thundershowers in Yasothon, Amnat Charoen, Nakhon Ratchasima, Buri Ram, Surin, Si Sa Ket and Ubon Ratchathani.

Life slows down as heavy fog blankets Northeast Thailand

Temperatures in the Northeast of Thailand have been forecast at lows of 16-19 degrees Celsius and highs of 29-33 degrees Celsius.

The mercury on hilltops is likely to drop to 10-15 degrees Celsius.

Thailand braces for BEV boom in 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/special-edition/ev/40023978

FRIDAY, JANUARY 13, 2023

Demand for battery electric vehicles (BEVs) in Thailand continues to rise this year.

Reservations for popular BEV brands are driving forecasts of strong growth in the EV market in 2023, with consumer confidence supporting investment in Thailand-based production of EVs, batteries and electric charging stations.

Battery electric vehicles (BEVs) have become a hot topic of conversation among Thais after more than 4,000 units of two models of Tesla were booked on the first day of the Telsa website accepting orders last month

Before the official arrival of Tesla to do its own marketing, the BEVs are already gaining popularity in Thailand

It is predicted that overall BEV sales in Thailand last year exceeded 12,500 units, a 212.5% increase over 2021

Total BEV sales this year are estimated at 24,000 units, a 92.0% increase over last year

Driving range
The International Energy Agency (IEA) states that a standard BEV had an average driving range of 349 kms per charge in 2022, an increase of 44% compared to 243 kms in 2017

Charging stations
Charging devices have been developed with fast charge technology, allowing a direct current fast charge to the level of 80% of battery in less than an hour

The Energy Policy and Planning Office of the Energy Ministry reports that there are 944 charging stations nationwide

The Electric Vehicle Association Of Thailand (EVAT) states that as of September 2022, there are 2,572 charger plugs in the country, a 13% increase year on year

EVAT says 46% of charger plugs are DC type (a 53% increase from last year) and 54% are AC type (an 8% decrease)

By 2025, the number of fast-charge plugs is estimated to rise to 4,400 plugs and to 12,000 plugs by 2030

Wallbox charging devices at home have become an alternative for BEV users

BEV motorists may get wallboxes from:

  • BEV manufacturers provide a free wallbox as a promotion plus free or discounted installation fee
  • Property developers provide a wallbox in their new projects
  • BEV users buy and install their own wallbox with cost ranging from 35,000 to 85,000 baht

Those without a wallbox can use an AC charger provided with their BEV, but the recharging takes up to 24 hours

Great Wall Motor Reveals 2022 Achievement with 11,616 Car Sales

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/more/pr-news/40023977

Great Wall Motor Reveals 2022 Achievement with 11,616 Car Sales

Great Wall Motor Reveals 2022 Achievement with 11,616 Car Sales

FRIDAY, JANUARY 13, 2023

Great Wall Motor has welcomed in the new year with remarkable sales performance and deliveries of all five models: the HAVAL H6 Hybrid SUV, All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, HAVAL JOLION Hybrid SUV, ORA Good Cat, and ORA Good Cat GT, totalling 11,616 units in 2022, a year-on-year increase of 214%.

The number includes 4,135 units of HAVAL H6 Hybrid SUV, 3,155 units of HAVAL JOLION Hybrid SUV, and 4,326 units of ORA Good Cat. Of the total, 1,610 units were sold and delivered in December – recording the highest monthly sales volume for last year.

In addition, the HAVAL H6 Hybrid SUV has retained its leadership stature in the compact SUV segment for 12 consecutive months while the ORA Good Cat continues to perform outstandingly in the 100% EV market.

Currently, the GWM app currently has 126,825 active users, and there are more than 1.1 million followers on GWM’s social media (all platforms and channels combined).

These achievements reiterate consumers’ trust bestowed upon GWM, which is ready to become the xEV leader, committed to putting cutting-edge vehicles onto Thai roads to transform the county into an electric vehicle society while also completing the EV ecosystem and strengthening Thailand’s automotive industry on the global stage.

Last year’s final quarter was concluded exceptionally once again when GWM achieved total sales and deliveries of 3,522 units from October to December 2022, an increase of 23% from the previous quarter in which 2,875 units were sold and delivered, and a year-on-year growth of 37%.

The success was led by the 12-consecutive-month leader (January-December 2022) in the compact SUV segment – the HAVAL H6 Hybrid SUV, which saw 1,188 units sold in the Q4 2022.

Great Wall Motor Reveals 2022 Achievement with 11,616 Car Sales

As a result, since its official launch in Thailand in June 2021, GWM has delivered a total of 6,776 units of this model to Thai fans. Of those, 4,135 units were sold and delivered in 2022, including 233 units of the All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV – the enthusiastically welcomed electric vehicle with plug-in technology, whose first-batch delivery commenced in November 2022.

The much-loved pure electric vehicle, the ORA Good Cat, which has retained tremendous success after having ignited the trend and excited the EV industry since its official launch in Thailand, achieved total sales and deliveries of 1,361 units in Q4 2022, an increase of 195% compared to the sales volume in Q4 2021.

To date, GWM has released 4,788 units of the ORA Good Cat onto Thailand’s roads, with 4,326 units being sold and delivered in 2022. This included 186 units of the sporty ORA Good Cat GT. Not only does it reinforce the blistering popularity of the vehicle itself but also reflects the rising demand for 100% electric vehicles among consumers.

Meanwhile, 973 units of the HAVAL JOLION Hybrid SUV, which is packed with innovative technology and outstanding performance designed to meet various driving lifestyles, were sold in the fourth quarter of 2022. This marked a 67% growth from the previous quarter and a year-on-year increase of 62%. GWM has delivered 3,754 units of this model to Thai customers.

Among the total deliveries, 3,155 were sold and delivered in 2022, including 549 units in December, which was the best sales performance made since its official launch in November 2021. This success demonstrates the HAVAL JOLION Hybrid SUV’s increasing popularity among Thai consumers, who favour SUVs with spacious cabin and cutting-edge technology, providing safety and convenience for various driving scenarios.

In addition to the successful sales performance, GWM can boast achievements as the fastest-growing brand in Thailand’s automotive industry. Its stature is now attested to by the current 126,825 active users on the GWM app, a year-on-year increase of 76,456 users.

The number of daily active users is more than 14,000 (11.5% of total users). There are more than 1.1 million followers on GWM’s social media channels (Facebook, TikTok, Instagram, Twitter, and YouTube). On Facebook, GWM has almost 800,000 followers combined (GWM Thailand, HAVAL Thailand, and ORA Thailand). On TikTok, GWM has more than 300,000 followers combined (GWM Thailand, HAVAL Thailand, and ORA Thailand).

Narong Sritalayon, Managing Director of Great Wall Motor (Thailand), said: “Throughout the previous year, GWM’s achievements in terms of rapidly growing sales and social media followers is yet another crucial testimonial to consumers’ unwavering trust bestowed upon us from the beginning of our business journey in Thailand. We appreciate the support, which has encouraged us to provide quality products and services as well as to develop new experiences for consumers. For 2023 onwards, GWM will continue listening to consumers to better develop products and services, curate activities that serve different lifestyles of the new generations and fulfil the mission to bring four xEV models to offer new driving experiences highlighting safety, intelligence, and eco-friendliness to the Thai market.”

Additionally, GWM will expand its network of GWM Stores – Direct Stores and Partner Stores – to cover key locations across the country in 2023, allowing Thai consumers to access electric vehicles from the brand more conveniently. At the end of 2021, GWM Stores were established in 30 locations. By the end of 2022, 80 GWM Stores had been appointed nationwide, of which, 62 stores are currently in operation, and 18 stores are being constructed.

In terms of strengthening the EV ecosystem through the expansion of fast-charging (DC) stations, GWM has appointed 55 facility operators following its direction. Most of these are through collaboration with Partner Stores. There are seven fully constructed facilities with installed systems that will be ready to operate in January 2023. All DC charging docks at GWM Partner Stores provide up to 120 kW to every pure EV, twenty-four hours a day, seven days a week.

GWM also achieved remarkable success internationally, with total sales of 1,067,523 units across the world in 2022, resulting in record sales of more than 1 million vehicles in the global market for seven consecutive years. From these units, 173,180 were sold outside China, marking a 21.28% increase in overseas sales growth year-on-year, of which, 616,550 were HAVAL, 103,996 were ORA, and 123,881 were TANK.

As the ‘Global Intelligent Technology Company’, GWM is committed to providing products and services equipped with advanced technology, safety, and eco-friendliness, while adhering to a consumer-centric approach to provide experiences that truly cater to Thai customers. Similarly, GWM is committed to contributing to the growth of Thailand’s automotive industry and economy in a long-term and sustainable way.