สื่อนอกแฉ พบสมุดบัญชี-โฉนดคอนโด ชื่อลูก “มิน อ่อง หล่าย” ขณะบุกจับพ่อค้ายาเสพติดในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600950

สื่อนอกแฉ พบสมุดบัญชี-โฉนดคอนโด ชื่อลูก “มิน อ่อง หล่าย” ขณะบุกจับพ่อค้ายาเสพติดในไทย

12 ม.ค. 2566 13:19 น.

สื่อนอกแฉ พบสมุดบัญชี-โฉนดคอนโด ชื่อลูก “มิน อ่อง หล่าย” ขณะบุกจับพ่อค้ายาเสพติดในไทย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยพบทรัพย์สินที่เป็นของบุตรสาวและบุตรชายของผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ระหว่างการบุกค้นอพาร์ตเมนต์ของนักธุรกิจชาวเมียนมา ในข้อหาค้ายาเสพติดและฟอกเงิน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว

โฉนดที่ดินและสมุดบัญชีธนาคารที่เป็นของลูกสาวและลูกชายของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ถูกพบที่อพาร์ตเมนต์ของ นายตุน มิน ลัต วัย 53 ปี ที่ถูกจับกุมในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พร้อมกับคนไทย 3 คน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน

แหล่งข่าวบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อปีที่แล้วว่า นายตุน มิน ลัต ซึ่งมีสินทรัพย์ทั้งในธุรกิจในโรงแรม พลังงาน และเหมืองแร่ เป็นบุคคลที่มีความที่ใกล้ชิดกับ มิน อ่อง หล่าย ซึ่งยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยเขาได้จัดหาอาวุธให้แก่กองทัพ ขณะที่ปรากฏรูปภาพที่ทั้งสองปรากฏตัวร่วมกันที่งานแสดงอาวุธในปี 2019

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ นายตุน มิน ลัต อยู่ในการควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี และไม่สามารถติดต่อทนายความของเขาเพื่อขอความเห็นได้

ตามคำบอกเล่าของแห่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ลูกทั้งสองคนของมิน อ่อง หล่าย ไม่ต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว และเสริมว่าทางการไทยไม่ได้พิจารณาว่าทั้งสองเกี่ยวข้องกับการสอบสวนตุน มิน ลัต

ทั้งนายมิน อ่อง หล่าย รวมถึงลูกชายคือ นายออง แพ โซน และ ขิ่น ธีรี เธต มอญ ลูกสาว ซึ่งถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และแคนาดา ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อข่าวนี้ ด้านสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากตำแหน่งของบิดาและอิทธิพลในทางที่มิชอบ

โฆษกของกลุ่ม “จัสทิซ ฟอร์ เมียนมา” (Justice for Myanmar) ระบุว่า การพบหลักฐานดังกล่าวเป็นการบ่งชี้ว่าครอบครัวของมิน อ่อง หล่าย กำลังซ่อนทรัพย์สินในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรสงครามเมียนมา ด้วยการไม่อนุญาตให้สมาชิกรัฐบาลทหารเมียนมาและครอบครัวเปิดบัญชีธนาคารในไทย ซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการยึดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยมาจากประชาชนชาวเมียนมา

รอยเตอร์ ระบุว่า ในการบุกค้นที่พักของตุน มิน ลัต ในคอนโดมิเนียมชื่อดังย่านพระราม 9 ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายน สามารถยึดทรัพย์สินกว่า 8.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 296 ล้านบาท ทั้งรถยนต์หรู นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม และเงินสดอีก 239,091 ดอลลาร์ และยังพบโฉนดที่ดินและสัญญาซื้อขายคอนโดขนาด 4 ห้องนอนในคอนโดมิเนียมเดียวกัน ในชื่อของ ออง แพ โซน พร้อมด้วยสมุดบัญชี 2 เล่ม ของ ขิ่น ธีรี เธต มอญ ซึ่งรอยเตอร์ยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวได้ปิดลงแล้ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนปิดบัญชีดังกล่าว

รอยเตอร์ ระบุด้วยว่า ธนาคารและคอนโดมิเนียมไม่ให้ความเห็นกรณีดังกล่าว เช่นเดียวกับตำรวจของไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวเช่นกัน.

ช็อก หนุ่มคลั่งขับรถพุ่งชนคนกลางสี่แยกกวางโจว ดับ 5 เจ็บ 13 ราย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600903

ช็อก หนุ่มคลั่งขับรถพุ่งชนคนกลางสี่แยกกวางโจว ดับ 5 เจ็บ 13 ราย (คลิป)

12 ม.ค. 2566 12:55 น.

ช็อก หนุ่มคลั่งขับรถพุ่งชนคนกลางสี่แยกกวางโจว ดับ 5 เจ็บ 13 ราย (คลิป)

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญในเมืองกวางโจวของประเทศจีน เมื่อมีหนุ่มรายหนึ่งเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ขับรถพุ่งชนคนเดินถนนดับสยอง 5 ศพ เจ็บอีก 13 ราย

โลกโซเชียลมีเดียของจีนเดือดเป็นไฟ และต่างรุมประณามหนุ่มคลั่งวัย 22 ปี ที่ก่อเหตุขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง พุ่งชนคนเดินถนนไปตามแยกจราจรต่างๆ หลายแยกในเมืองกวางโจว จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกรถชนกระเด็นกระดอนโดยไม่ทันตั้งตัว เสียชีวิตไปถึง 5 ศพ และบาดเจ็บอีก 13 ราย 

เบื้องต้น ตำรวจสามารถล้อมจับชายหนุ่มชาวเมืองกวางตุ้งที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยเขาไม่มีท่าทีสลด หรือรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยหลังจนมุมตำรวจ เขาก็เดินลงมาจากรถพร้อมกับโปรยเงินสดจนเกลื่อนถนน จุดบุหรี่สูบ และยังหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ก่อนที่จะพยายามวิ่งหนีตำรวจ แต่ก็ถูกจับกุมได้ในที่สุด โดยสื่อท้องถิ่นบางสำนักรายงานว่าเขาก่อเหตุแก้แค้น เนื่องจากเกลียดชังสังคม ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนเชิงลึกต่อไป.

บิ๊กสหภาพแรงงานฝรั่งเศสนัดชุมนุมใหญ่ ต้านรัฐบาลประกาศแผนปรับอายุเกษียณ 64 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600691

บิ๊กสหภาพแรงงานฝรั่งเศสนัดชุมนุมใหญ่ ต้านรัฐบาลประกาศแผนปรับอายุเกษียณ 64 ปี

12 ม.ค. 2566 09:34 น.

บิ๊กสหภาพแรงงานฝรั่งเศสนัดชุมนุมใหญ่ ต้านรัฐบาลประกาศแผนปรับอายุเกษียณ 64 ปี

สหภาพแรงงานฝรั่งเศส 8 กลุ่มนัดหยุดงานประท้วงใหญ่ 19 ม.ค. หลังรัฐบาลประกาศแผนปฏิรูประบบบำนาญ เพิ่มเพดานอายุเกษียณอีก 2 ปี ทำให้เหล่าคนงานจะต้องทำงานจนถึงอายุ 64 ปี ถึงจะได้รับเงินบำนาญเต็มจำนวน

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2566 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า กลุ่มสหภาพแรงงานหลัก 8 กลุ่มใหญ่ของฝรั่งเศสประกาศผละงานประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ในวันที่ 19 มกราคมนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีเอลีซาเบธ บอร์น ออกมากล่าวย้ำว่า ฝรั่งเศสจะขยายระยะเวลาการเกษียณอายุทำงานไปอีก 2 ปี เป็น 64 ปี ภายในปี 2573 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า แม้จะบอกว่า โครงการนี้จะไม่ได้ถูกบังคับใช้ชั่วข้ามคืน แต่อายุเกษียณการทำงานจะเพิ่มขึ้น 3 เดือนในทุกๆ ปี เริ่มจากปีนี้ไปจนตลอดช่วงระยะเวลา 8 ปีข้างหน้า โดยกฎหมายการเกษียณอายุการทำงานยังอยู่ในขั้นตอนรอผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา

เซริล คาบาเนียร์ ประธานสหภาพแรงงาน CFTC กล่าวว่า การจะงัดข้อกับรัฐบาลให้สำเร็จ ทางสหภาพต่างๆต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งทำให้กลายเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งแต่ขยับเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มสหภาพแรงงานฝ่ายกลางซ้ายและซ้ายสุดโต่งยังไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านแผนของรัฐบาล หลังมีการเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การปฏิรูประบบบำนาญเป็นประเด็นสำคัญของรัฐบาลประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ เพื่อปรับสมดุลงบประมาณบำนาญซึ่งถือเป็นหนึ่งในงบการเงินก้อนใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส. 

ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ เหลือ 1.7% จากความเสี่ยงภาวะถดถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600736

ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ เหลือ 1.7% จากความเสี่ยงภาวะถดถอย

12 ม.ค. 2566 09:34 น.

ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ เหลือ 1.7% จากความเสี่ยงภาวะถดถอย

ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเติบโตปีนี้เหลือ 1.7% จากความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย อัตราเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การลงทุนที่ซบเซา และวิกฤติการสู้รบยืดเยื้อในยูเครน

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ฉบับล่าสุดที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 1.7 ในปี 2566 ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 1.3 จุด และนับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ

รายงานระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงจนถึงระดับใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากเผชิญผลกระทบเชิงลบ อาทิ อัตราเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น การลงทุนที่ซบเซา และวิกฤติการสู้รบที่ยืดเยื้อในยูเครน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้นโยบายที่เข้มงวดยิ่งขึ้นแบบพร้อมเพรียงกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่สูงมาก ตลอดจนสภาวะทางการเงินที่ย่ำแย่ลง ความเชื่อมั่นที่ลดลง และการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน อย่างไรก็ดีในปี 2567 เศรษฐกิจทั่วโลกจะดำเนินไปตามเป้าสู่การเติบโตที่ร้อยละ 2.7

รายงานฉบับนี้คาดการณ์ว่า การเติบโตของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 0.5 ในปี 2566 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 1.7 จุด ขณะตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้ ถูกปรับลด 1.9 จุด เหลืออยู่ที่ร้อยละ 0.5 ซึ่งเป็นตัวเลขระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ยุคปีคศ. 1970 หากไม่นับรวมช่วงภาวะถดถอย ส่วนเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนมีแนวโน้มเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 0 ลดลง 1.9 จุด จากการคาดการณ์ครั้งก่อน ขณะเดียวกัน ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 3.4 ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 0.8 จุด.

ไบเดน มึน ผู้ช่วยเจอเอกสารลับชุดที่ 2 -คณะกรรมการสภาผู้แทนฯจ่อตรวจสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600678

ไบเดน มึน ผู้ช่วยเจอเอกสารลับชุดที่ 2 -คณะกรรมการสภาผู้แทนฯจ่อตรวจสอบ

12 ม.ค. 2566 07:29 น.

ไบเดน มึน ผู้ช่วยเจอเอกสารลับชุดที่ 2 -คณะกรรมการสภาผู้แทนฯจ่อตรวจสอบ

ผู้ช่วยของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบเอกสารลับของทางการเพิ่มเติมในอีกสถานที่หนึ่ง ในขณะที่คณะกรรมการสภาผู้แทนฯ เตรียมเข้ามาตรวจสอบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพุธที่ 11 ม.ค. 2566 ว่า ทีมผู้ช่วยของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบเอกสารลับของทางการเพิ่มเติมในสถานที่อีกแห่งหนึ่ง หลังก่อนหน้านี้มีการพบเอกสารที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเอกสารลับของทางการ จำนวน 10 ฉบับที่สำนักงานส่วนตัวของไบเดน ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งเขาเคยใช้เป็นสถานที่ทำงาน หลังพ้นตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอมาบา

เอกสารลับของทางการชุดแรกถูกพบที่ออฟฟิศใน ‘เพนน์ ไบเดน เซ็นเตอร์’ (Penn Biden Center) ซึ่งเป็นสำนักงานเก่าของไบเดน ใกล้ทำเนียบขาว ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แต่เพิ่งได้รับการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ โดยเอกสารลับเหล่านี้ มีทั้ง รายงานบันทึกข่าวกรอง และรายงานย่อที่เกี่ยวข้องกับยูเครน, อิหร่าน และสหราชอาณาจักร ส่วนเอกสารชุดที่ 2 ที่ถูกพบ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก

ในการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารลับชุดแรก ขณะที่ นายไบเดน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขารู้สึกประหลาดใจกับการค้นพบเอกสารลับดังกล่าว และกำลังให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรม

เรื่องอื้อฉาวล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนกำลังจะเผชิญการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมากได้อีกครั้ง โดยคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร (Oversight Committee) กำลังเริ่มการตรวจสอบเกี่ยวกับนายไบเดน และครอบครัว รวมทั้งขอให้ทำเนียบขาวมอบเอกสารและบันทึกการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเอกสารลับที่พบให้แก่พวกเขาด้วย

ทั้งนี้ กฎหมายของสหรัฐฯ กำหนดว่า บันทึกทั้งหมดในทำเนียบขาว รวมถึงเอกสารที่ถูกจัดเป็นความลับ ต้องถูกส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติหลังจากวาระการบริหารของรัฐบาลสิ้นสุดลง โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 เจ้าหน้าที่ FBI  ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในรัฐฟลอริดา และยึดเอกสารได้มากกว่า 10,000 ฉบับ รวมทั้งเอกสารลับอีกกว่า 300 ฉบับ ที่นายทรัมป์ไม่ได้มอบให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญการสืบสวนคดีอาชญากรรมภายใต้ข้อกล่าวหาว่า จัดการเอกสารลับอย่างไม่ถูกต้อง แต่ขณะนี้ ยังไม่แน่ชัดว่านประธานาธิบดีไบเดนจะโดนตรวจสอบข้อหาเดียวกันหรือไม่

ที่มา : bbc

โอละพ่อ ด.ญ.ปากีสถานหายลึกลับ ที่แท้หนีออกจากบ้านหวังไปเกาหลีพบวง BTS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600636

โอละพ่อ ด.ญ.ปากีสถานหายลึกลับ ที่แท้หนีออกจากบ้านหวังไปเกาหลีพบวง BTS

12 ม.ค. 2566 05:02 น.

โอละพ่อ ด.ญ.ปากีสถานหายลึกลับ ที่แท้หนีออกจากบ้านหวังไปเกาหลีพบวง BTS

เด็กหญิงชาวปากีสถาน 2 คนที่หายตัวไปเมื่อสุปดาห์ที่ผ่านมา ถูกตามตัวจนเจอแล้ว โดยพบว่าไม่ได้เกิดเหตุร้ายอะไรขึ้น แต่พวกเธอหนีออกจากบ้าน และพยายามไปเกาหลีใต้ เพื่อพบสมาชิกวง BTS

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพุธที่ 11 ม.ค. 2566 เด็กหญิงในปากีสถาน 2 คนอายุ 13 และ 14 ปี ซึ่งหายตัวไปจากบ้านในเขตโครันกี ในเมืองการาจี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถูกพบตัวขณะอยู่ห่างจากบ้านของพวกเธอมากกว่า 750 ไมล์ (ราว 1,200 กม.)

เจ้าหน้าที่ อับราอิซ อาลี อับบาซี ผู้กำกับการตำรวจท้องถิ่น เปิดเผยว่า หลังจากเด็กทั้ง 2 คนหายตัวไป พวกเขาก็ดำเนินการตรวจค้นบ้านของพวกเขา ตำรวจพบบันทึกที่เปิดเผยว่า พวกเธอมีแผนที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อพบกับสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง BTS

“จากบันทึกเราพบการระบุถึงตารางเดินรถไฟ และแผนการของพวกเธอที่จะหนีไปพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งเราได้สอบปากคำไปแล้ว” นายอับบาซี กล่าว “เราเริ่มการตามรอยเชิงรุก และพบเด็กทั้งสองอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจเมืองลาฮอร์ ซึ่งพวกเธอเดินทางไปด้วยรถไฟ”

นายอับบาซี บอกอีกว่า พวกเขาได้จัดแจงร่วมกับตำรวจเมืองลาฮอร์ เรื่องการส่งเด็กทั้งสองคนกลับบ้านที่เมืองการาจีแล้ว และเรียกร้องให้พ่อแม่ผู้ปกครองคอยสังเกตการใช้เวลาหน้าจอโทรศัพท์ของบุตรหลาน เพื่อที่พวกเขาจะได้รู้ว่า ลูกๆ ของพวกเขาดูอะไรบนโลกออนไลน์

ที่มา : cnn

มือมืดระเบิดพลีชีพหน้าตึกกระทรวงต่างประเทศอัฟกานิสถาน ดับ 20 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600631

มือมืดระเบิดพลีชีพหน้าตึกกระทรวงต่างประเทศอัฟกานิสถาน ดับ 20 ศพ

12 ม.ค. 2566 02:52 น.

มือมืดระเบิดพลีชีพหน้าตึกกระทรวงต่างประเทศอัฟกานิสถาน ดับ 20 ศพ

มือระเบิดพลีชีพจุดระเบิดหน้าอาคารกระทรวงต่างประเทศอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย เบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตี

เมื่อวันพุธที่ 11 ม.ค. 2566 เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าอาคารกระทรวงการต่างประเทศในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ในเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยต้องสงสัยว่าเป็นการโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

นายอุสตาด ฟารีดุน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารสนเทศและวัฒนธรรมของรัฐบาลตาลีบันบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า มือระเบิดวางแผนจะเข้าไปภายในอาคารกระทรวงต่างประเทศ แต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจจุดระเบิด

ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเล่าว่า เขาเห็นชายคนหนึ่งแบกกระเป๋าสะพายหลังและสะพายปืนไรเฟิลไว้บนไหล่เดินผ่านรถของเขาไป ก่อนที่ชายคนนี้จะจุดระเบิดตัวเอง

ด้าน นายมูฮาเจอร์ ฟาราฮี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสารสนเทศฯ บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า ผู้แทนของจีนมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศในวันนี้ แต่ไม่แน่ชัดว่าพวกเขาอยู่ในอาคารตอนเกิดเหตุระเบิดหรือไม่

ทั้งนี้ กลุ่มตาลีบันยึดอำนาจกลับมาครอบครองได้อีกครั้งในปี 2564 แต่พวกเขาต้องเผชิญการโจมตีและเหตุวางระเบิดหลายสิบครั้ง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไอซิส-เค สาขาของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม ที่ออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

เมื่อเดือนธันวาคม เกิดเหตุกลุ่มมือปืนบุกโจมตีโรงแรมในกรุงคาบูลที่นักธุรกิจชาวจีนนิยมเข้าพัก ทำให้ชาวจีนเสียชีวิต 5 ศพ กลุ่มไอซิส-เค อ้างตัวเป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนหน้านั้นในเดือนตุลาคม เกิดเหตุโจมตีมัสยิดใกล้ตึกกระทรวงมหาดไทยในกรุงคาบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บอีก 25 ราย

กลุ่มไอซิส-เคยังอ้างว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังการเหตุระเบิดพลีชีพเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งทำให้มีเจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซียเสียชีวิตด้วย

ที่มา : aljazeera

เที่ยวบินสหรัฐฯ เริ่มเดินทางได้ หลัง FAA ระบบล่มจนต้องระงับไฟลต์ในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600621

เที่ยวบินสหรัฐฯ เริ่มเดินทางได้ หลัง FAA ระบบล่มจนต้องระงับไฟลต์ในประเทศ

12 ม.ค. 2566 01:09 น.

เที่ยวบินสหรัฐฯ เริ่มเดินทางได้ หลัง FAA ระบบล่มจนต้องระงับไฟลต์ในประเทศ

เที่ยวบินต่างๆ ภายในสหรัฐฯ เริ่มกลับมาเดินทางได้อีกครั้งแล้ว หลังเกิดเหตุระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยแก่นักบินของ FAA ล่ม จนต้องระงับเที่ยวบินภายในประเทศทั้งหมด

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สำนักงานบริหารการบินกลาง หรือ FAA ของสหรัฐฯ ยกเลิกคำสั่งระงับการเดินทางของเที่ยวบินภายในประเทศทั่วสหรัฐฯ แล้ว ในวันพุธที่ 11 ม.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากพวกเขาสามารถฟื้นฟูระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยแก่นักบินก่อนออกเดินทาง ซึ่งล่มไปเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมากลับมาได้

FAA สั่งระงับเที่ยวบินภายในประเทศทั่งหมดเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากระบบที่เรียกว่า NOTUM (Notice to Air Missions) ซึ่งคอยแจ้งให้นักบินทราบถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน ล้มเหลว ก่อนที่พวกเขาจะยกเลิกคำสั่งในเวลาเกือบ 09.00 น. วันพุธ ซึ่ง FAA ระบุว่า ปฏิบัติการเดินทางทางอากาศปกติกำลังกลับมาทั่วประเทศ และพวกเขากำลังหาสาเหตุที่ทำให้ระบบล่ม

อย่างไรก็ตาม คำสั่งระงับบินยังคงส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องล่าช้า หรือถูกยกเลิกจนถึงตอนนี้ เนื่องจากปัญหาความแออัดที่เกิดขึ้น แหล่งข่าวรายหนึ่งที่มีความใลก้ชิดกับสถานการณ์บอกกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า สายการบินต่างๆ อาจต้องบังคับใช้มาตรการ ‘ground delay program’ ซึ่งจะกำหนดให้เที่ยวบินรอเวลาบริเวณภาคพื้นแทนการขึ้นบินวนรอในอากาศ ซึ่งอาจกระทบต่อตารางบินมากขึ้นอีก

เว็บไซต์ของ FAA ยังแสดงให้เห็นความล่าช้าที่สนามบิน ลาการ์เดีย ในนครนิวยอร์ก แม้จะยกเลิกคำสั่งระงับบินแล้วกว่า 1 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังเกิดความล่าช้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ชาร์ลอตต์ ดักลาส ในรัฐนอร์ท แคโรไลนา ซึ่งเป็นหนึ่งในฮับใหญ่ที่สุดของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ด้วย

ด้าน FlightAware เว็บไซต์เก็บสถิติการดีเลย์และการยกเลิกเที่ยวบิน ระบุข้อมูลว่า จนถึงเวลา 10.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ยังมีเที่ยวบินขาเข้า ขาออก และภายในประเทศล่าช้ากว่า 6,100 เที่ยว และมีเที่ยวบินถูกยกเลิกไปแล้วมากกว่า 1,000 เที่ยว

สายการบินทุนต่ำ เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ ซึ่งเพิ่งยกเลิกเที่ยวบินไปกว่า 16,000 เที่ยวในช่วงวันคริสต์มาสที่ผ่านมา เนื่องจากระบบล่มทั้งระบบ ก็ต้องยกเลิกเที่ยวบิน 9% และมีเที่ยวบินล่าช้า 45% เพราะปัญหาล่าสุดของ FAA

คนร้ายบุกแทงผู้คนในสถานีรถไฟปารีส เจ็บ 6 อาการวิกฤติ 1 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600601

คนร้ายบุกแทงผู้คนในสถานีรถไฟปารีส เจ็บ 6 อาการวิกฤติ 1 ราย

11 ม.ค. 2566 23:35 น.

คนร้ายบุกแทงผู้คนในสถานีรถไฟปารีส เจ็บ 6 อาการวิกฤติ 1 ราย

เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีคมไล่ทำร้ายผู้คนที่สถานีรถไฟขนาดใหญ่ในกรุงปารีส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงและควบคุมตัว

เมื่อวันพุธที่ 11 ม.ค. 2566 นาย เฌราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศฝรั่งเศสเปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า ในเวลา 06.42 น. วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีคมที่ประดิษฐ์เองไล่ทำร้ายผู้คนที่สถานีรถไฟ ‘แกร์ ดู โนร์’ (Gare du Nord) 1 ใน 7 สถานีรถไฟสายหลักในกรุงปารีส ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย

นายดาร์มาแนงบอกอีกว่า คนร้ายถูกสยบภายในเวลาไม่กี่นาทีด้วยฝีมือของตำรวจนอกเวลางานซึ่งกำลังจะกลับบ้านและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนายหนึ่ง ขณะที่ตำรวจนายหนึ่งยืนยันว่า เจ้าหน้าที่หลายนายรวมทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งทำงานให้แก่ SNCF ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ เปิดฉากยิงปืนใส่คนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ

ด้านโฆษกสำนักงานอัยการกรุงปารีส ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บการเหตุโจมตีครั้งนี้ 6 ราย ไม่รวมผู้ต้องสงสัย รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ผู้บาดเจ็บหนึ่งรายมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ เช่นเดียวกับคนร้าย โดยที่ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

สำนักงานอัยการฝ่ายต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของฝรั่งเศส ระบุว่า พวกเขากำลังประเมินข้อเท็จจริงหลายๆ อย่าง เกี่ยวกับเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่รับคดีมาดูแล โดยเชื่อว่าการประเมินอาจล่าช้าออกไปอีก เนื่องจากคนร้ายได้รับบาดเจ็บ.

ที่มา : cnn

ศึก 2 ป. “ประวิตร”พิชิตแม่กลอง ไล่บี้“รังสิมา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540867

ขุนน้ำหมึก

13 ม.ค. 2566

ศึก 2 ป. “ประวิตร”พิชิตแม่กลอง ไล่บี้“รังสิมา”

สงครามพรรคพี่-พรรคน้อง “ประวิตร” ตั้งเป้าพิชิตแม่กลอง หนุนทายาทธนิกุล ล้มแชมป์ “รังสิมา” ค่ายลุงตู่ มุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ ค่ายลุงป้อมยึด 3 สมุทร 13 ที่นั่ง

สมรภูมิแม่กลอง “ประวิตร” ขยับอุ้มทายาทนายก อบจ.สมุทรสงคราม ชน “รังสิมา” นี่คือภาพจำลองสงครามพรรคพี่-พรรคน้อง

“ประวิตร” ถือธง พปชร. ตั้งเป้ายึด 3 สมุทร (สมุทรสงคราม,สมุทรสาคร,สมุทรปราการ) 13 ที่นั่ง ส่วน “รังสิมา” เจอศึกหนักที่สุดในชีวิตการเมือง

สงครามพรรคพี่-พรรคน้อง เริ่มต้นแล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปล่อยจดหมายเปิดใจฉบับน้องทิ้งพี่ แล้วก็ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ไหว้หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และติดตามงานเรื่องป้องกันน้ำท่วม เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2566

สมุทรสงคราม เป็นฐานที่มั่นของเจ๊โอ๋-รังสิมา รอดรัศมี ที่ย้ายจากพรรค ปชป.ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอ้างว่า คนแม่กลองต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย

พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ถอยให้พรรคน้อง เพราะสนามนี้ พรรค พปชร.มีผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ พร้อมกองหนุนระดับนายก อบจ. จึงมั่นใจล้มแชมป์ 5 สมัยได้แน่

กรณีของสมุทรสงคราม เป็นแค่ตัวอย่างเดียวของสงครามพรรคพี่-พรรคน้อง ยังมีอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันตก และภาคใต้ ที่พรรค พปชร. กับพรรค รทสช. จะต้องห้ำหั่นกัน

ก่อนเดินทางไปแม่กลอง พล.อ.ประวิตร ปล่อยจดหมายเปิดใจผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ส่วนตัว อันเป็นกลยุทธ์สื่อสารการเมือง ที่ต้องการบอกว่า พี่ใหญ่คอยดูแลน้องมาตลอด บนเส้นทางอำนาจ จากปี 2552-2562

พูดจาภาษาบ้านบ้าน “พี่มีแต่ให้” ตั้งแต่การตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ จนมาถึงรัฐบาล คสช. และต่อเนื่องถึงรัฐบาลประยุทธ์ แล้ววันหนึ่ง “น้องก็ทิ้งพี่” ไปตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ 

สำหรับสมรภูมิ 3 สมุทร(สมุทรสงคราม,สมุทรสาคร และสมุทรปราการ) วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ประกาศชัดว่า เลือกตั้งครั้งหน้า พปชร.จะสามารถจะเหมาทั้ง 3 สมุทร 13 เขตเลือกตั้ง

‘บ้านใหญ่ธนิกุล’

“ประวิตร” มั่นใจ พปชร. ปักธงแม่กลอง เพราะได้มวยฟอร์มสด นพพล ธนิกุล ลงสู้กับแชมป์หลายสมัย “รังสิมา” ค่าย รทสช.

ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก ระบบป้องกันน้ำท่วม และการพัฒนาแหล่งน้ำ

สำหรับในทางการเมือง พล.อ.ประวิตร เลือกเป้าหมายแรกคือ สมุทรสงคราม เพราะต้องการเปิดตัว นพพล ธนิกุล ทายาท สุกานดา ปานะสุทธะ นายก อบจ.สมุทรสงคราม

ปัจจุบัน นพพลเป็นรองนายก อบจ.สมุทรสงคราม และเป็นลูกชายของสุกานดา กับสามีเก่า-ร.ต.นุกูล ธนิกุล อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม 4 สมัย และ ส.ว.สมุทรสงคราม

สุกานดา ปานะสุทธะ เล่นการเมืองท้องถิ่นมาในยุคที่อดีตสามี-ร.ต.นุกูล ธนิกูล เป็น ส.ส.แม่กลอง และได้รับเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสงคราม คนแรก เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

หลายคนคงจำกันได้ ร.ต.นุกูล ธนิกุล เป็นลูกชายแคล้ว ธนิกุล หลังจากเฮียแคล้วถูกยิงเสียชีวิต ระหว่างเตรียมการสมัครผู้แทนฯ ด้วยเหตุนี้ ร.ต.นุกูล จึงลงสมัคร ส.ส.สมุทรสาคร แทนพ่อในปี 2535

ร.ต.นุกูล เป็น ส.ส. 4 สมัย อาศัยฐานเสียงของเครือญาติตระกูลธนิกุล ใน ต.ดอนมโนรา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม โดยมีพี่ชายเฮียแคล้วคือ เปลว ธนิกุล อดีตกำนันตำบลดอนมโนรา เป็นหัวคะแนนคนสำคัญ

ฐานเสียงของตระกูลธนิกุล จึงตกทอดมาถึงยุคสุกาน ปานะสุทธะ ที่เคยลงสมัคร ส.ส.สมุทรสงคราม 2 ครั้ง ก็พ่ายแพ้แก่รังสิมา รอดรัศมี  

  เสี่ยวิรัข ขอเป็นพี่เลี้ยง นพพล ธนิกุล ล้มแชมป์-รังสิมา เสี่ยวิรัข ขอเป็นพี่เลี้ยง นพพล ธนิกุล ล้มแชมป์-รังสิมา

‘ทางเลือกสุดท้าย’

ชัดเจนแล้ว “รังสิมา” จะสวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติ ลงสนามแข่งกับผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ที่ “ประวิตร” หวังจะให้โค่นแชมป์ 5 สมัย

เมื่อวันเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ได้ไปให้กำลังใจลุงตู่ด้วย 

ส.ส.รังสิมา บอกว่า ผลโพลคนแม่กลองออกมาชัดแล้วให้เธอย้ายจากพรรค ปชป. มาอยู่พรรค รทสช. พร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนซื่อสัตย์ และรักสถาบัน 

สมัยที่แล้ว รังสิมา รอดรัศมี ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยที่ 5 แต่ที่น่าตกใจคือ รังสิมา ได้ 26,718 คะแนน ส่วนอันดับ 2 สุกานดา ปานะสุทธะ พรรค พปชร. ได้ 21,868 คะแนน ซึ่งห่างกัน 4 พันแต้ม

เลือกตั้งครั้งหน้า สุกานดาขอทำศึกล้างตารังสิมา ส่งลูกชายลงสนาม โดยมีใจบันดาลแรงของลุงป้อมเป็นกองหนุน
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก