สหรัฐฯ ตั้งทนายความพิเศษสืบสวนกรณี ไบเดนซุกเอกสารลับยุคโอบามา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601635

สหรัฐฯ ตั้งทนายความพิเศษสืบสวนกรณี ไบเดนซุกเอกสารลับยุคโอบามา

13 ม.ค. 2566 07:45 น.

สหรัฐฯ ตั้งทนายความพิเศษสืบสวนกรณี ไบเดนซุกเอกสารลับยุคโอบามา

อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ตั้งทนายความพิเศษเพื่อสืบสวนว่า โจ ไบเดน จัดการกับเอกสารลับของทางการอย่างเหมาะสมหรือไม่ หลังมีการค้นพบเอกสารลับยุครัฐบาลโอบามาที่อดีตสำนักงานและที่บ้านของเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเมอร์ริกค์ การ์แลนด์ อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ แต่งตั้งทนายความพิเศษ (Special counsel) เพื่อสืบสวนกรณีการดูแลเอกสารลับทางราชการของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แล้ว หลังจากมีการค้นพบเอกสารลับสมัยรัฐบาลโอบามาเก็บอยู่ที่อดีตออฟฟิศที่เขาเคยใช้ และที่บ้านของเขาในรัฐเดลาแวร์

นายโรเบิร์ต เฮอร์ อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงยุติธรรมสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้นำการสืบสวนนี้

ประกาศของนายการ์แลนด์เกิดขึ้นไม่นานหลังจากทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พบเอกสารลับชุดที่ 2 ที่บ้านของนายไบเดนในเมืองวิลมิงตัน โดยเก็บอยู่ในโรงจอดรถและในห้องติดกัน เพียง 2 วัน หลังเพิ่งมีการเปิดเผยว่า เอกสารลับลักษณะเดียวกันถูกพบที่ออฟฟิศของคณะวิจัย Penn-Biden Center ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือนพฤศจิกายน

ด้านทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีไบเดนจะให้ความร่วมมือกับการสืบสวนอย่างเต็มที่ ขณะที่ทีมกฎหมายของไบเดนย้ำว่า เอกสารลับทั้ง 2 ชุดถูกส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติทันทีหลังจากถูกพบ

อย่างไรก็ตามกรณีการพบเอกสารลับนี้ถูกมองว่าเป็นความน่าอับอายทางการเมืองสำหรับนายไบเดน เนื่องจากเกิดขึ้นในขณะที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังโดนสืบสวนข้อหาจัดการเอกสารลับอย่างไม่เหมาะสม หลังจากเขานำเอกสารลับจำนวนมากกลับบ้านพักของเขาในฟลอริดาด้วย และไม่ยอมส่งคืนทั้งหมด

นายเคมิว แม็กคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก เรียกร้องให้สภาคองเกรสสอบสวนไบเดนในกรณีนี้ด้วย.

ที่มา : bbc

FAA เผย ไฟล์เสียหาย ต้นเหตุทำระบบล่มจนต้องระงับเที่ยวบินในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601633

FAA เผย ไฟล์เสียหาย ต้นเหตุทำระบบล่มจนต้องระงับเที่ยวบินในประเทศ

13 ม.ค. 2566 05:02 น.

FAA เผย ไฟล์เสียหาย ต้นเหตุทำระบบล่มจนต้องระงับเที่ยวบินในประเทศ

FAA เผยผลสืบสวนเบื้องต้นหลังเกิดเหตุระบบล่มจนต้องระงับเที่ยวบินในประเทศทั่วอเมริกาเมื่อวันพุธ โดยพบว่าสาเหตุเกิดจากไฟล์เสียหาย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค. 2566 สำนักงานบริหารการบินกลาง (FAA) ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการสืบสวนเบื้องต้นกรณีระบบเตือนความปล่อยภัยนักบินล่มจนต้องระงับเที่ยวบินภายในประเทศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยพบว่า ความขัดข้องนี้มีสาเหตุมาจาก ไฟล์ฐานข้อมูลเสียหาย

FAA สั่งระงับเที่ยวบินภายในประเทศทั่งหมดเมื่อช่วงข้ามคืนวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากระบบที่เรียกว่า NOTUM (Notice to Air Missions) ซึ่งคอยแจ้งให้นักบินทราบถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน ล้มเหลว ก่อนที่พวกเขาจะยกเลิกคำสั่งในเวลาเกือบ 09.00 น. วันพุธ

ความขัดข้องที่เกิดขึ้นทำให้เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากสหรัฐฯ ล่าช้ามากกว่า 11,000 เที่ยว และมีเที่ยวบินถูกยกเลิกอย่างน้อย 1,300 เที่ยว อย่างไรก็ตาม FAA ระบุว่า พวกเขาไม่พบความล่าชัดอย่างผิดปกติในเช้าวันพฤหัสบดี ขณะที่สายการบินต่างๆ ก็คาดว่าจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติในวันเดียวกันนี้

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ FAA ไฟล์ที่เสียหายส่งผลกระทบต่อทั้งระบบหลักและระบบสำรองของระบบ NOTUM ซึ่งการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามันเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์

นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษที่เที่ยวบินทั่วสหรัฐฯ ถูกสั่งระงับบิน โดยกัปตัน คริส ตอร์เรส รองประธานสมาคมพันธมิตรนักบินออกโรงเตือนว่า เหตุการณ์เมื่อวันพุธจะยังไม่หายไปในทันที แต่จะทำให้เกิดผลกระทบขายวงเหมือนระลอกคลื่น (ripple effect)

ที่มา : bbc

กองทัพยูเครนโจมตีโต้กลับที่เมืองโซเลดาร์ อ้างสังหารทหารรัสเซียนับร้อยศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601620

กองทัพยูเครนโจมตีโต้กลับที่เมืองโซเลดาร์ อ้างสังหารทหารรัสเซียนับร้อยศพ

13 ม.ค. 2566 03:42 น.

กองทัพยูเครนโจมตีโต้กลับที่เมืองโซเลดาร์ อ้างสังหารทหารรัสเซียนับร้อยศพ

กองทัพยูเครนเผย กำลังโจมตีตอบโต้กลับที่เมืองโซเลดาร์ ซึ่งรัสเซียระดมโจมตีอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยอ้างว่าสังหารทหารรัสเซียไปกว่า 100 ศพ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค. 2566 กองพันเคลื่อนที่ทางอากาศที่ 46 ของกองทัพรัสเซีย เปิดเผยผ่านแอปพลิเคชัน เทเลแกรม ว่า ทหารของพวกเขากำลังตอบโต้กลับการโจมตีที่เมืองโซเลดาร์ เมืองเหมืองเกลือในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งถูกรัสเซียโจมตีอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

“เรารุกคืบกลับมาได้เล็กน้อย หลังจากต้องถอยมาหลายวัน” กองพันเคลื่อนที่ทางอากาศที่ 46 ระบุ “สถานีรถไฟเป็นของเรา, เหมืองเป็นของเรา เรากำลังรอการสนับสนุน โซเลดาร์เป็นของยูเครน”

ด้านนาง ฮันนา มาลิอาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน ออกมาระบุผ่านเทเลแกรมเช่นกันว่า รัสเซียพยายามล้อมเมืองบัคห์มุตซึ่งอยู่ใกล้กัน โดยใช้ทั้งทหารรับจ้างขององค์กร แวกเนอร์ กรุ๊ป (Wagner Group) และทหารปกติ “ทหารของเรารักษาฐานที่มั่นอย่างกล้าหาญ และสร้างความเสียหายมากมายแก่ศัตรู”

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กองกำลังปฏิบัติการพิเศษแห่งกองทัพยูเครน เพิ่งออกแถลงการณ์ว่า พวกเขาโจมตีที่มั่นของรัสเซียใกล้เมืองโซเลดาร์ สังหารทหารศัตรูกว่า 100 ศพ

ทั้งนี้ เมืองโซเลดาร์เป็นเป้าหมายการโจมตีของรัสเซียมาตั่งแต่เดือนพฤษภาคมปีก่อนแล้ว โดยนักวิเคราะห์มองว่าเมืองแห่งนี้มีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ต่ำ แต่การยึดเมืองแห่งนี้จะสามารถทำให้รัสเซียโจมตีเมืองบัคห์มุตจากทิศทางอื่นได้ หลังจากที่โจมตีจากฝั่งตะวันออกมานานหลายเดือน

ปัจจุบันในเมืองโซเลดาร์ยังเหลือพลเรือนอยู่ประมาณ 523 คนเท่านั้น จากเดิมที่เคยมีประชากรกว่า 10,000 คนก่อนเกิดสงคราม

ที่มา : cnn

ฮือฮา พบแหล่งแร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ ใหญ่สุดในยุโรปที่สวีเดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601613

ฮือฮา พบแหล่งแร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ ใหญ่สุดในยุโรปที่สวีเดน

13 ม.ค. 2566 02:30 น.

ฮือฮา พบแหล่งแร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ ใหญ่สุดในยุโรปที่สวีเดน

แหล่งแร่แรร์เอิร์ธขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ถูกพบในภาคเหนือของประเทศสวีเดน คาดจะช่วยให้ชาติยุโรปลดการพึ่งพาจีนในการนำเข้าแร่ธาตุเหล่านี้ได้ในอนาคต

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค. 2565 แยน มอสตรอม ซีอีโอของ ‘LKAB’ บริษัททำเหมืองแร่ของสวีเดน แถลงข่าวการค้นพบแหล่งแร่ แรร์เอิร์ธ ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ ตั้งอยู่ติดกับเหมืองถ่านหินที่พวกเขาดำเนินกิจการอยู่ โดยคาดว่าแหล่งแร่นี้จะมีแรร์เอิร์ธอยู่มากกว่า 1 ล้านตัน

การค้นพบล่าสุดถูกมองว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชาติยุโรป เนื่องจากยุโรปไม่มีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งหมายถึงกลุ่มธาตุหายาก 17 ชนิดที่ถูกนำไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์สำคัญหลายอย่างตั้งแต่โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก นอกจากนั้นมันยังมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างกังหันลมและรถยนต์พลังไฟฟ้าด้วย

ที่ผ่านมายุโรปนำเข้าแรร์เอิร์ธเกือบทั้งหมดจากประเทศจีน โดยในปี 2564 แรร์เอิร์ธกว่า 98% ที่ใช้ในสหภาพยุโรป (EU) ถูกนำเข้ามาจากแดนมังกร

นางเอบบา บุสช์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสวีเดน กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า EU พึ่งพาประเทศอื่นๆ ในการจัดหาแร่ธาตินี้มากเกินไป และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า, การพึ่งพาตนเองของ EU และการเป็นอิสระจากรัสเซียกับจีน จะเริ่มขึ้นจากเหมืองแห่งนี้”

อย่างไรก็ตาม การขุดแร่แรร์เอิร์ธทำได้ยากมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม นายมอสตรอมคาดว่า กว่าที่แร่ธาติที่พบใหม่นี้จะเข้าสู่ตลอดอาจต้องใช้เวลา 10-15 ปี เนื่องจากการประเมินความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมทำให้การขออนุญาตขุดเจาะต้องใช้เวลานาน

แต่นายมอสตรอมเรียกร้องให้ทางการเร่งกระบวนการอนุญาตให้เร็วขึ้น เพื่อรับประกันให้มีการทำเหมืองวัตถุดิบชนิดนี้ในยุโรปมากขึ้น

ที่มา : bbc

ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม พบเอกสารลับชุดที่ 2 ในโรงรถบ้านไบเดนที่เดลาแวร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601601

ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม พบเอกสารลับชุดที่ 2 ในโรงรถบ้านไบเดนที่เดลาแวร์

13 ม.ค. 2566 00:37 น.

ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม พบเอกสารลับชุดที่ 2 ในโรงรถบ้านไบเดนที่เดลาแวร์

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยืนยัน พบเอกสารลับยุครัฐบาลโอบามาชุดที่ 2 ภายในโรงจอดรถที่บ้านของ โจ ไบเดน ในรัฐเดลาแวร์ ย้ำให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบเต็มที่

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค. 2566 สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายของทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ผู้ช่วยของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ค้นพบเอกสารราชการที่ประทับตราว่าเป็นความลับในพื้นที่เก็บของภายในโรงจอดรถและภายในห้องติดกันที่บ้านของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์

แถลงการณ์ระบุอีกว่า เอกสารดังกล่าวถูกพบอยู่รวมกับเอกสารทางการเมืองและเอกสารส่วนตัวหลายฉบับ ระหว่างการค้นบ้านของประธานาธิบดีไบเดนในเมืองวิลมิงตันและเมืองเรโฮโบธ บีช โดยไม่พบเอกสารลับที่บ้านในเมืองเรโฮโบธแต่อย่างใด

ด้านนายไบเดนเจอผู้สื่อข่าวถามว่า เขาคิดอะไรอยู่จึงเก็บเอกสารลับไว้ในโรงจอดรถใกล้กับรถคอร์เวตต์ของเขา ซึ่งไบเดนตอบว่า “รถคอร์เวตต์ของผมอยู่ในโรงจอดรถที่ถูกปิดล็อก โอเคนะ? เอกสารเหล่านั้นไม่ได้วางอยู่กลางถนนเสียหน่อย”

นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการค้นพบเอกสารลับทางราชการซึ่งถูกนำไปเก็บไว้ในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน หลังจากเมื่อวันอังคารเพิ่งมีการเปิดเผยว่า นักกฎหมายของไบเดนพบเอกสารลับ 10 ฉบับ ภายในออฟฟิศของคณะวิจัย ‘เพนน์-ไบเดน เซ็นเตอร์’ (Penn-Biden Center) ที่เขาเคยใช้ในช่วงปี 2560-2563 ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว

แหล่งข่าวคนหนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น หลังจากทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ล่าสุดว่า หลังมีการพบเอกสารลับที่ เพนน์-ไบเดน เซ็นเตอร์ ทีมกฎหมายของไบเดนก็ดำเนินการตามระเบียบด้วยการแจ้งต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติทันที ก่อนจะแจ้งให้กระทรวงยุติธรรมทราบ

ด้านทำเนียบขาวระบุว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขาจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรมต่อไป

ทั้งนี้ เอกสารลับที่พบใน เพนน์-ไบเดน เซ็นเตอร์ รวมถึงข้อมูลข่าวกรองและบันทึกย่อเกี่ยวกับยูเครน, อิหร่าน และสหราชอาณาจักร โดยบางฉบับถูกจัดเป็นเอกสาร ‘ลับสุดยอด’ ถูกเก็บอยู่ในกล่อง 3-4 ใบ ร่วมกับเอกสารที่ปลดความลับแล้ว ซึ่งตามกฎหมายบันทึกประธานาธิบดี (Presidential Records Act) กำหนดว่าเอกสารลับควรเก็บในที่ปลอดภัย และบันทึกใดๆ ของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีควรส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติหลังหมดวาระ.

ที่มา : cnn

สุดอาลัย ‘เจฟฟ์ เบ็ค’ มือกีตาร์ขั้นเทพระดับตำนาน เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601323

สุดอาลัย 'เจฟฟ์ เบ็ค' มือกีตาร์ขั้นเทพระดับตำนาน เสียชีวิตแล้ว

12 ม.ค. 2566 18:09 น.

สุดอาลัย ‘เจฟฟ์ เบ็ค’ มือกีตาร์ขั้นเทพระดับตำนาน เสียชีวิตแล้ว

แฟนเพลงและผู้คนในวงการดนตรีสุดอาลัย ‘เจฟฟ์ เบ็ค’ มือกีตาร์ระดับตำนานของโลก ชาวอังกฤษ เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 78 ปี

เมื่อ 12 มกราคม 2566 สื่อต่างประเทศรายงาน เจฟฟ์ เบ็ค (Jeff Beck) มือกีตาร์ขั้นเทพระดับตำนานของวงการดนตรี ชาวอังกฤษ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ด้วยวัย 78 ปี เมื่อวันอังคารที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis)

บริษัทเอเจนต์ ตัวแทนของเจฟฟ์ เบ็ค ได้แจ้งข่าวเศร้านี้ ในขณะที่ครอบครัวของเจฟฟ์ เบ็ค ได้ทวีตข้อความแจ้งข่าวการด่วนจากไปของเจฟฟ์ เบ็ค ทางทวิตเตอร์ จนทำให้บรรดาศิลปินดังหลายต่อหลายคน รวมทั้งร็อด สจ๊วต ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจฟฟ์ เบ็ค มือกีตาร์ระดับตำนานของโลก

ขณะที่ มิก แจ็กเกอร์ ศิลปินร็อกสตาร์ นักร้อง-นักแต่งเพลงคนดัง ชาวอังกฤษ ได้ทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจฟฟ์ เบ็คว่า ‘พวกเราได้สูญเสียชายมหัศจรรย์ และหนึ่งในตำนานมือกีตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก พวกเราจะคิดถึงเขาอย่างมาก’

สุดอาลัย 'เจฟฟ์ เบ็ค' มือกีตาร์ขั้นเทพระดับตำนาน เสียชีวิตแล้ว
เจฟฟ์ เบค มือกีตาร์ระดับตำนานโลก

แหล่งข่าวคนหนึ่งเผยกับพีเพิล แม็กกาซีนด้วยว่า จอห์นนี เดปป์  ดาราดังจากภาพยนตร์เรื่อง ‘ไพเรตส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ ได้เดินทางมาเยี่ยมเบ็คถึงเตียงคนไข้ ขณะนอนป่วยกะทันหันอยู่ที่โรงพยาบาล จากการติดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยการเสียชีวิตของเจฟฟ์ เบ็ค ทำให้จอห์นนี เดปป์เสียใจอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองนับเป็นเพื่อนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก และเจฟฟ์ เบ็คเพิ่งจบทัวร์คอนเสิร์ต ร่วมกับ จอห์นนี เดปป์ โปรโมตผลงานอัลบั้มใหม่ของพวกเขา ’18’ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

สุดอาลัย 'เจฟฟ์ เบ็ค' มือกีตาร์ขั้นเทพระดับตำนาน เสียชีวิตแล้ว
เจฟฟ์ เบค และจอห์นนี เดปป์

ที่มา : Dailymail

With the death of Jeff Beck we have lost a wonderful man and one of the greatest guitar players in the world. We will all miss him so much. pic.twitter.com/u8DYQrLNB7— Mick Jagger (@MickJagger) January 11, 2023

ปูตินสั่งปลดฟ้าผ่า แม่ทัพรัสเซียในสงครามยูเครนอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601218

ปูตินสั่งปลดฟ้าผ่า แม่ทัพรัสเซียในสงครามยูเครนอีกครั้ง

12 ม.ค. 2566 16:53 น.

ปูตินสั่งปลดฟ้าผ่า แม่ทัพรัสเซียในสงครามยูเครนอีกครั้ง

ปูตินสั่งปลด พลเอกซูโรวิกิน ฉายา ‘นายพลวันสิ้นโลก’ พ้นตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ผู้บัญชาการสูงสุดกองทหารรัสเซียในสงครามยูเครนแล้ว หลังได้รับตำแหน่งเพียง 3 เดือน

เมื่อ 12 มกราคม 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย สั่งปลด นายพลเซอร์เกย์ ซูโรวิกิน พ้นจากตำแหน่ง ‘แม่ทัพใหญ่’ ผู้บัญชาการสูงสุดในสงครามรัสเซียบุกยูเครนอย่างกะทันหัน หลังเป็นคนแต่งตั้งให้ พลเอกซูโรวิกินเข้ามารับตำแหน่งนี้ได้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น

พร้อมกันนั้น ประธานาธิบดีปูติน ได้ประกาศแต่งตั้งให้ พลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดคนใหม่ของกองทหารรัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งรัฐบาลปูตินใช้คำว่า ‘ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร’ ในยูเครน

ปูตินสั่งปลดฟ้าผ่า แม่ทัพรัสเซียในสงครามยูเครนอีกครั้ง
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และพลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ ประธานเสนาธิการทหารรัสเซีย เมื่อธันวาคม 2565

การเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการสูงสุดในสงครามยูเครนมีขึ้นขณะที่รัสเซียอ้างว่าประสบความคืบหน้าในการบุกยึดดินแดนทางภาคตะวันออกของยูเครน หลังจากรัสเซียต้องสูญเสียและพบกับความพ่ายแพ้ในสมรภูมิรบอย่างต่อเนื่องช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ปูตินสั่งปลดฟ้าผ่า แม่ทัพรัสเซียในสงครามยูเครนอีกครั้ง
พลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ ประธานเสนาธิการทหารรัสเซียได้รับแต่งตั้งให้เป็น แม่ทัพคนใหม่ของรัสเซีย ในสงครามยูเครน

พลเอกเกราซิมอฟ แม่ทัพใหม่ในสงครามยูเครนนี้ ถือเป็นนายทหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งประธานเสนาธิการทางทหารของรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2012 จนนับเป็นนายทหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งนี้ยาวนานที่สุดตั้งแต่หลังยุคอดีตสหภาพโซเวียต

สำหรับ พลเอกซูโรวิกิน ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานเสนาธิการทหารของรัสเซีย ได้ถูกตั้งฉายาว่า ‘นายพลอาร์มาเกดดอน’ หรือ ‘ นายพลวันสิ้นโลก’จากความเหี้ยมโหดในการบัญชาการรบสงครามหลายครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในซีเรีย โดยเฉพาะการสั่งระดมทิ้งระเบิดถล่มเมืองอเลปโปอย่างหนักหน่วง

ภายหลังพลเอกซูโรวิกินได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดีปูตินให้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดในสงครามยูเครน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว เขาได้สั่งให้กองทหารรัสเซียเริ่มปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าทั่วยูเครน จนทำให้พลเมืองหลายล้านคนในยูเครนไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้เป็นเวลานานจนเข้าสู่ฤดูหนาว นอกจากนั้น พลเอกซูโรวิกินยังเป็นผู้สั่งถอนทหารรัสเซียออกจากเมืองเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครนซึ่งรัสเซียยึดครองได้ จนถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของยูเครนด้วย.

ที่มา : BBC

เจ้าชายแฮร์รี่’ยอมแลก’ หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2598251

เจ้าชายแฮร์รี่'ยอมแลก' หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด

12 ม.ค. 2566 14:56 น.

เจ้าชายแฮร์รี่’ยอมแลก’ หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด

  • หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ของเจ้าชายแฮร์รี่เขย่าราชวงศ์อังกฤษอีกครั้ง จนโด่งดังระเบิดเถิดเทิง กลายเป็นหนังสือที่ทำลายสถิติหนังสือขายได้รวดเร็วที่สุด ในวันแรกที่วางจำหน่ายไปกว่า 1.4 ล้านเล่ม
  • เปิดเผยเรื่องราวในราชวงศ์อังกฤษหลายต่อหลายเรื่องที่คนภายนอกไม่มีทางล่วงรู้สู่สาธารณชนคนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาว่าถูกเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาทำร้ายร่างกาย หรือ ‘สองพี่น้อง’ ทรงเคยขอร้องไม่ให้พระราชบิดาอภิเษกสมรสกับคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบลส์
  • เจ้าชายแฮร์รี่ทรงยอมเปิดเผยชีวิตส่วนพระองค์ ทั้งเคยเสพโคเคนและกัญชาเมื่อตอนวัยรุ่น และเคยสังหารนักรบตาลีบัน 25 คน ขณะไปร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน จนเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่ออังกฤษอย่างหนัก

สั่นสะเทือนราชวงศ์อังกฤษอีกครั้ง เมื่อเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ พระราชโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้ออกหนังสือบันทึกความทรงจำ ‘SPARE’ หรือ ‘ตัวสำรอง’ ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 จนทำลายสถิติ เป็นหนังสือที่ขายได้จำนวนมากด้วยเวลารวดเร็วที่สุดภายในวันแรกไปเรียบร้อย

แน่นอนว่า สาเหตุสำคัญนั้น มาจากเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ซึ่งเป็นเรื่องลับภายในรั้วในวังของอังกฤษ ซึ่งเกี่ยวข้องระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ กับบรรดาสมาชิกระดับสูงราชวงศ์หลายพระองค์ ไล่ตั้งแต่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดา เจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา ราชินีคามิลลา (แม่เลี้ยง) และเรื่องราวส่วนพระองค์ของเจ้าชายแฮร์รี่อีกหลายเรื่อง ได้ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน จนเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกระหึ่ม ก่อนจะถึงกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

นอกจากนั้น เจ้าชายแฮร์รี่ ซึ่งได้ขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ พร้อมกับเมแกน ชายา และย้ายไปพำนักในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เมื่อปี 2563  ยังได้เดินสายโปรโมตหนังสือ ด้วยการไปนั่งให้สัมภาษณ์รายการทีวีกับสื่อดังหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ จึงยิ่งทำให้หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ดังเป็นพลุแตก!!

เจ้าชายแฮร์รี่'ยอมแลก' หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด
หนังสือบันทึกความทรงจำ Spare ภาษาสเปน วางจำหน่ายในสเปน ตั้งแต่ 5 มกราคม 2566

วางจำหน่ายหนังสือภาษาสเปนก่อน 5 วัน

สื่ออังกฤษ ‘การ์เดียน’ และนิวยอร์กโพสต์ สื่ออเมริกัน ได้หนังสือ SPARE ภาคภาษาสเปนมาไว้ครอบครองก่อน เนื่องจากมีการวางขายในประเทศสเปนตั้งแต่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้บรรดาสำนักข่าวในอังกฤษ ตั้งแต่สื่อใหญ่แนวสีสันทั้ง เดลี่เมล, เดอะ ซัน, เดอะมิร์เรอร์ ไปจนถึงสื่อหลักในอังกฤษ อย่าง BBC ได้รายงานเกี่ยวกับหนังสือบันทึกความทรงจำเล่มนี้ของเจ้าชายแฮร์รี่อย่างครึกโครม

เจ้าชายแฮร์รี่'ยอมแลก' หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด
เจ้าชายแฮร์รี่ และเจ้าชายวิลเลียม

แฉเรื่องราวใน ‘ครอบครัว’ ของราชวงศ์อังกฤษ

เจ้าชายแฮร์รี่ได้เขียนเปิดเผยเรื่องราวหลายต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระองค์กับสมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษอัดแน่นในหนังสือเล่มนี้มากมาย โดยเฉพาะ เรื่องราวส่วนพระองค์อย่างที่คนภายนอกไม่มีทางได้รู้ เมื่อเปิดเผยว่าพระองค์เคยถูกเจ้าชายวิลเลียม ทำร้ายร่างกาย ที่พระตำหนักนอตติงแฮม คอทเทจ เพราะทะเลาะกันเรื่องเมแกน ถึงขนาดเจ้าชายวิลเลียมคว้าคอเสื้อ กระชากสร้อยคอจนขาด และผลักพระองค์ลงพื้น โดยเจ้าชายแฮร์รี่ยังกล่าวหา เจ้าชายวิลเลียมว่า ได้ให้คำนิยามเมแกน ชายาของพระองค์ ว่าเป็นคน ‘ยาก’ ‘หยาบคาย’ และ ‘ไม่สนใคร’ 

เจ้าชายแฮร์รี่ยังเปิดเผยว่า พระองค์และเจ้าชายวิลเลียมเคยขอร้องไม่ให้พระราชบิดาอภิเษกสมรสกับคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบลส์ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด ทั้งพระองค์และเจ้าชายวิลเลียมได้ทรงอวยพรให้ชีวิตสมรสของพระราชบิดากับคามิลลา อีกทั้งยังทรงเห็นพระทัยในความสัมพันธ์ของพระราชบิดาด้วย 

เจ้าชายแฮร์รี่'ยอมแลก' หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด

เผยเรื่องลับชีวิตส่วนพระองค์ (หลายเรื่อง)

เรื่องที่ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเจ้าชายแฮร์รี่ตามมา ก็คือ การที่พระองค์เปิดเผยในหนังสือ SPARE ว่าเคยเสพยาเสพติดอย่างโคเคน และกัญชา เมื่อตอนยังเป็นวัยรุ่น โดยเฉพาะการเปิดเผยว่าพระองค์ได้สังหารนักรบตาลีบันไป 25 คน ขณะเดินทางไปร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน ในตำแหน่งนักบินเฮลิคอปเตอร์ และทรงเข้าร่วมปฏิบัติ 6 ภารกิจ 

“ข้าพเจ้าไม่ได้ภูมิใจต่อสถิติดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอับอายเช่นกัน เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในสมรภูมิอันร้อนระอุวุ่นวาย ข้าพเจ้าไม่ได้คิดว่าบุคคลทั้ง 25 คนนั้นเป็นผู้คน แต่พวกเขาเป็นตัวหมากรุกที่ถูกนำออกจากกระดาน เป็นคนเลวที่ถูกกำจัดก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสสังหารคนดี”

เจ้าชายแฮร์รี่'ยอมแลก' หนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ทุบสถิติขายเร็วสุด

ทำลายสถิติหนังสือขายดีเร็วที่สุดในวันแรก

นิวยอร์กไทม์ รายงานว่าหนังสือบันทึกความทรงจำ SPARE ของเจ้าชายแฮร์รี่ ซึ่งตีพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย Penguin Random House (เพนกวิน แรนดอม เฮาส์) สำนักพิมพ์ใหญ่ที่สุดในโลก กลายเป็นหนังสือที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง-นวนิยาย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด สามารถทำลายสถิติการจำหน่ายหนังสือได้อย่างรวดเร็วที่สุดในวันแรก

หนังสือ SPARE ของเจ้าชายแฮร์รี่ สามารถขายได้ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นในรูปเล่มหนังสือ หรือ e-book ทางออนไลน์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ ซึ่งรวมถึงการสั่งจองหนังสือล่วงหน้า ไปเป็นจำนวนถึงกว่า 1.43 ล้านเล่ม จนทำลายสถิติหนังสือบันทึกส่วนตัวของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และมิเชล โอบามา ลงได้เรียบร้อย

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : CNN , NewYorktimes

รัฐบาลญี่ปุ่นกำชับร้านขายยา ห้ามลูกค้าเหมาซื้อยาลดไข้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2600976

รัฐบาลญี่ปุ่นกำชับร้านขายยา ห้ามลูกค้าเหมาซื้อยาลดไข้

12 ม.ค. 2566 14:16 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นกำชับร้านขายยา ห้ามลูกค้าเหมาซื้อยาลดไข้

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การกว้านซื้อยาของชาวจีน ล่าสุดสั่งกำชับไปยังร้านขายยาทุกแห่งให้ป้องกันการกว้านซื้อยา โดยเฉพาะยาลดไข้ หวั่นมียาไม่เพียงพอสำหรับคนในประเทศ

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น ได้กำชับแจ้งเตือนไปยังร้านขายยาทุกแห่งให้หามาตรการป้องกันการกว้านซื้อยาปริมาณมาก โดยเฉพาะยาลดไข้ที่ถูกกว้านซื้อจากชั้นวางเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่สิ้นปีที่ผ่านมา และยิ่งมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากจีนกำลังอยู่ในภาวะที่กำลังมีการระบาดของโควิด-19 เป็นวงกว้างในจีน ทำให้ขาดแคลนยารักษาโรค และต้องใช้วิธีเดินทางไปเหมาซื้อยาจากต่างประเทศเพื่อส่งให้แก่ญาติๆ หรือครอบครัวที่อยู่ในประเทศจีนแทน

รัฐบาลญี่ปุ่นกำชับร้านขายยา ห้ามลูกค้าเหมาซื้อยาลดไข้

ด้าน สมาคมเภสัชกรรม ได้แจ้งไปยังร้านขายยาในสมาคมให้จำกัดการซื้อยาต่อคน โดยเฉพาะยาในหมวดที่กำลังมีความต้องการสูงของชาวจีน เพื่อป้องกันปัญหายาขาดแคลน

จากข้อมูลของกระทรวงฯ พบว่ายาที่ถูกกว้านซื้อในปริมาณมาก คือ ยาลดไข้ และยาแก้หวัด ซึ่งเป็นยาสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งสิ้น ซึ่งแม้ในเวลานี้ยังคงมียาอยู่ในคลัง แต่หากถูกซื้อไปในปริมาณมากๆ อย่างต่อเนื่องอาจจะเกิดปัญหาขาดแคลนยาในที่สุด.

ที่มา :เจแปนโยมิอูริ

นาซาค้นพบดาวเคราะห์ที่มนุษย์อาจอยู่อาศัยได้ ห่างโลก 100 ปีแสง (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2601051

นาซาค้นพบดาวเคราะห์ที่มนุษย์อาจอยู่อาศัยได้ ห่างโลก 100 ปีแสง (คลิป)

12 ม.ค. 2566 14:14 น.

นาซาค้นพบดาวเคราะห์ที่มนุษย์อาจอยู่อาศัยได้ ห่างโลก 100 ปีแสง (คลิป)

นาซารายงานพบดาวเคราะห์ที่อาจเหมาะต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ที่มีชื่อว่า TOI 700 e อยู่ห่างจากโลกราว 100 ปีแสง

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบดาวเคราะห์ที่มีขนาด 95% ของโลก ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า TOI 700 e กำลังโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงหนึ่งและอาจมีของเหลวอยู่

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ระบุดาวเคราะห์ในระบบดาวแคระ TOI 700 ได้แล้ว 4 ดวง คือดาวเคราะห์ b, c, d และล่าสุดคือ e ที่เพิ่งค้นพบ นี่ถือเป็นดาวเคราะห์ดวงที่สี่ที่ถูกค้นพบในระบบ TOI 700 ซึ่งอยู่ห่างออกไป 100 ปีแสง โดย TOI 700 เป็นดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์โคจรรอบ แต่มีเพียง d และ e เท่านั้นที่โคจรอยู่ใน “เขตอาศัยได้”

ดาวเคราะห์ TOI 700 b มีระยะอยู่ใกล้กับดาวแคระที่สุด มีขนาด 90% ของโลก การโคจรรอบดาวแคระ 1 รอบ หรือ 1 ปีบนดาวนั้นใช้เวลาแค่ 240 ชั่วโมงหรือ 10 วันบนโลกเท่านั้น ถัดออกมาเป็นดาวเคราะห์ TOI 700 c เป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่กว่าโลก 2.5 เท่า ใช้เวลาโคจรรอบดาวแคระน้อยเช่นกัน คือ 16 วัน

เขตอาศัยได้ หรือที่เรียกว่า “เขตโกลดิล็อกส์” เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากดาวฤกษ์เป็นระยะทางที่เหมาะสมซึ่งมีน้ำอยู่บนพื้นผิวดาวเคราะห์ และสภาพไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิต 

เอมิลี กิลเบิร์ต หัวหน้าทีมวิจัยจากห้องทดลองการขับเคลื่อนด้วยไอพ่นของนาซาในแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า ดาวเคราะห์ขนาดเท่าโลก TOI 700 e ที่เพิ่งค้นพบนี้มีขนาดเล็กกว่าดาวเคราะห์ TOI 700 d ประมาณ 10% โดย TOI 700 e ใช้เวลา 28 วันในการโคจรรอบดาวฤกษ์ ในขณะที่ d ใช้เวลาโคจร 37 วัน

ทีมค้นพบดาวเคราะห์เหล่านี้ระหว่างการสังเกตการณ์ผ่านดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ หรือ เทสส์ (TESS) ซึ่งออกแบบมาเพื่อค้นหาดาวเคราะห์และดาวฤกษ์เพิ่มเติม

ภารกิจระยะเวลา 2 ปีของ TESS ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสำรวจระบบสุริยะและตรวจสอบความสว่างของดาวที่มีการลดลงเป็นระยะๆ ที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวเคราะห์ ภารกิจดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี 2020 แต่ TESS ได้ขยายระยะเวลาออกไป และดาวเคราะห์ดวงใหม่ก็ถูกค้นพบในระหว่างภารกิจเพิ่มเติมอีกหนึ่งปี

เบน ฮอร์ด นักวิจัยจากศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซา กล่าวว่า “ถ้าดาวอยู่ใกล้กว่านี้ หรือมีขนาดใหญ่กว่านี้ เราอาจมองเห็น TOI 700 e ได้ในปีแรกของการส่งข้อมูลจาก TESS แต่เนื่องจากสัญญาณอ่อนมากจนเราต้องใช้เวลาสังเกตการขนส่งเพิ่มอีก 1 ปีจึงจะระบุได้”

จนถึงตอนนี้ ดาวเทียมสามารถจำลองภาพของท้องฟ้าประมาณ 75% และพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่ 66 ดวง หรือโลกที่อยู่นอกระบบสุริยะของเรา นอกจากนี้ นักดาราศาสตร์กำลังดำเนินการเพื่อยืนยันดาวที่เพิ่งค้นพบใหม่อีกกว่า 2,100 ดวง ว่าเป็นดาวเคราะห์นอกระบบหรือไม่.