กองทุนสื่อฯชวนเยาวชน ประกวดคลิปสั้น’ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703902

กองทุนสื่อฯชวนเยาวชน ประกวดคลิปสั้น'ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ'

กองทุนสื่อฯชวนเยาวชน ประกวดคลิปสั้น’ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.35 น.

กองทุนสื่อฯ ชวนเยาวชนขับเคลื่อนสื่อสร้างสรรค์ ผลิตคลิปสั้นส่งประกวดในโครงการ ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” ชิงเงินรางวัลหลักแสน

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (THAI MEDIA FOUND) ได้จัดงานแถลงข่าว การประกวดสื่อสร้างสรรค์สำหรับกลุ่มมัธยมศึกษา ภายใต้หัวข้อ “ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” (Digi Camp) โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  และนายณภัทร ตั้งสง่า (บิ๊ก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตหนังสั้น ให้เกียรติร่วมแถลงข่าวและการเสวนาในหัวข้อ ‘เทคนิคการผลิตสื่อสร้างสรรค์’

นายอิทธิพล คุณปลื้มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า

ปัจจุบันสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการพฤติกรรมการเปิดรับสื่อที่เปลี่ยนตามไปด้วย กลุ่มเด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มหลักที่มีการใช้สื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีทิศทางของเนื้อหาที่แน่ชัด ดังนั้น จึงควรมีการฝึกฝน เพื่อเสริมสร้างทักษะให้เด็กและเยาวชนมีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ เพื่อรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม พร้อมกับการส่งเสริมการใช้สื่อเป็นช่องทางในการศึกษาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน เพราะสื่อออนไลน์ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร หากแต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงได้จัดโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์

สำหรับกลุ่มมัธยมศึกษา “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” ขึ้น โดยเน้นการเสริมสร้างทักษะที่สำคัญและจำเป็น ๒ ทักษะ ได้แก่ ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Informationand Digital Literacy – MIDL) ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างสรรค์สังคม เพื่อให้พลเมืองมีทักษะในการตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะดังกล่าว ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรและทักษะศตวรรษที่ ๒๑ ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ และทักษะความเข้าใจและความสามารถ

ในการใช้เทคโนโลยี (Digital Literacy) ซึ่งจัดเป็นทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัลที่จำเป็นต่อการนำไปพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถงานดิจิทัลในด้านอื่น ๆ ซึ่งทั้ง ๒ ทักษะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชน รับมือกับข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม และสามารถวิเคราะห์ ประเมินสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในยุคนี้เยาวชนสามารถเป็นผู้ผลิตสื่อและเป็นผู้เสพสื่อได้ในคนคนเดียวกัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความรู้เท่าทันให้พวกเขา ที่กำลังจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ ไปเป็นอนาคตของชาติ  ซึ่งในโครงการนี้เราเปิดกว้างเป็นอย่างมาก น้องๆ ที่สนใจทุกคนสามารถสมัครผ่าน QR code มาเข้าแคมป์อบรมกับเราได้ ซึ่งตอนนี้มีผู้สมัครเข้ามามากกว่า 1,500 คนแล้ว และหวังว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ” นายอิทธิพลกล่าว

ดร.ธนกร ศรีสุขใสผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้แนะนำเรื่องการทำสื่อสร้างสรรค์ ในช่วงเสวนาว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำสื่อสร้างสรรค์ คือ เรื่องฉาก ความรุนแรง คำพูด ต้องระวังไม่ให้มีคำหยาบ หรือส่อไปทางความรุนแรง ซึ่งตัวแปรง่ายๆ อีกอย่างหนึ่งคือ เป็นคลิปที่เห็นแล้วทำให้ยิ้มได้ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทัชใจคนได้ ซึ่งการประกวดในครั้งนี้ เราเปิดกว้างทางออนไลน์ ซึ่งหมายความว่าไม่มีข้อจำกัดด้านจำนวน คาดว่าน่าจะมีคนส่งเข้าประกวดค่อนข้างมาก และก็เป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุด ซึ่งเงินรางวัลในการชนะการประกวดครั้งนี้ สำหรับคลิปที่ชนะเลิศ คือ 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลละ 50,000 บาท 2 รางวัล และยังมีรางวัลชมเชยอีก 10 รางวัล รวมไปถึงรางวัล popular vote อีก 1 รางวัล ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาจะได้พัฒนาตัวเองสู่การเป็น young  creator อีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถส่งผลงานผลิตคลิปสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ “ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” (Digi Camp) ความยาว 3-5 นาทีชินเงินรางวัลรวม มูลค่ารวม 420,000 บาท โครงการเริ่มเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2566 เคยมีคณะกรรมการคัดเลือก 30 สุดยอดผลงานเพื่อลุ้นรางวัลชนะเลิศในเดือนเมษายน 2566 นี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook: Digi Camp หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 093-525-7090, 063-994-4434

ด่วน! เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ร่อนหนังสือ ปลดเจ้าอาวาส หลังบวชให้‘พระอ๋อย’คาดหัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703880

ด่วน! เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ร่อนหนังสือ ปลดเจ้าอาวาส หลังบวชให้‘พระอ๋อย’คาดหัว

ด่วน! เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ร่อนหนังสือ ปลดเจ้าอาวาส หลังบวชให้‘พระอ๋อย’คาดหัว

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.29 น.

วันที่ 12 ธันวาคม 2566 จากกรณี หมอปลา บุกค้นกุฏิ “พระอ๋อย” หรือ อดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามักจะมีสีกาเข้ามาหาในกุฏิ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน ซึ่งระหว่างค้นกุฏิได้พบยางมัดผมของผู้หญิง ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสอ้างว่าเป็นของตนเอง โดยยางเส้นนี้จะนำมามัดที่ศีรษะเวลามีอาการปวดหัว ส่วนบริเวณชั้นล่างพบเสื้อชั้นในของผู้หญิงสีฟ้าตกอยู่ที่พื้นใต้บันไดมีจีวรวางคลุม เมื่อเปิดผ้าจีวรออกกลับพบสาวใหญ่ซุกอยู่ด้วย จนเป็นข่าวดังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

ต่อมา ชาวบ้านบริเวณวัดแห่งหนึ่ง ในอ.ปากพลี จ.นครนายก แจ้งพบอดีตพระอ๋อย บวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งที่ จ.นครนายก โดยบวชมาแล้ว 8-9 เดือนโดยชาวบ้านในพื้นที่ไม่ค่อยสบายใจ เห็นแล้วจำได้ ที่เป็นพระที่มีข่าวขึ้นในวัดที่สมุทรปราการ

ขณะที่เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว เปิดเผยว่า อาตมาเป็นคนบวชให้ พระอ๋อย เนื่องจากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิด จึงกลับมาบวชได้ และขณะนี้ถือใบสุทธิพระอย่างถูกต้อง ครั้งก่อนที่สึก ฝ่ายหญิงที่เจอในกุฏิไม่ได้แจ้งความ พระอ๋อย จึงไม่มีความผิดอะไร ทำให้บวชใหม่ได้ จึงอยากให้ผู้ที่ติดตามข่าวไปย้อนดูภาพในอดีตแล้วตัดสินเอาเองว่าเป็นอย่างไร

ความคืบหน้าล่าสุด  มีคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดนครนายกที่ 1/2566 ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตําแหน่งหน้าที่ ดังนี้

ด้วยพระครูปทุมปริยัตยานุกิจ เจ้าอาวาสวัดขุมข้าว ตําบลหนองแสง เขต 2 อ.ปากพลี จ.นครนายก ได้รับนายประสาทพร อดีตเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่มีกรณีซุกสีกาที่ตกเป็นข่าว เข้ามาอุปสมบทและมาพํานักอยู่ วัดขุมข้าว ทําให้เกิดความเสียหายแก่การคณะสงฆ์และการพระศาสนา อันเป็นการประพฤติละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง

อาศัยอํานาจตามข้อ 55 (4) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย อย่างร้ายแรงแก่การคณะสงฆ์ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ออกตามความใน พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และแก้ไขเพิ่มโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2535)

จึงถอดถอน พระครูปทุมปริยัตยากิจ เจ้าอาวาสวัดขุมข้าว ตําบลหนองแสง เขต 2 อ.ปากพลี จ.นครนายก ออกจากตําแหน่งเจ้าอาวาสวัดขุมข้าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2566 (พระราชพรหมคุณ) เจ้าคณะจังหวัดนครนายก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คัมแบ๊ก! ‘พระอ๋อย’คาดผมแก้ปวดหัว ล่าสุดบวชที่วัดใหม่แล้ว

พระสงฆ์ที่บวชถวายเป็นพระกุศลถวาย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ รวมเจริญจิตภาวนา-ลงนามถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703858

พระสงฆ์ที่บวชถวายเป็นพระกุศลถวาย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' รวมเจริญจิตภาวนา-ลงนามถวายพระพร

พระสงฆ์ที่บวชถวายเป็นพระกุศลถวาย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ รวมเจริญจิตภาวนา-ลงนามถวายพระพร

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.31 น.

วันที่ 12 มกราคม 2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา พระสงฆ์ และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมใจนำแจกันดอกไม้ พวงมาลัยและสิ่งของต่าง ๆมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน  อาทิ ศาลจังหวัดสระบุรี และผู้ประนีประนอมศาลจังหวัดสระบุรี, สำนักงานนิรภัย ทหารอากาศ, สมาคมธนาคารไทย, สายพัฒนาอาชีพ มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์,  สภาคริสตจักรในประเทศไทย และโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, นายกสมาคมคนต้นคิดเพื่อสังคมไทย, นายอภิชาติ เงินสะอาด ข้าราชการครูบำนาญ จ.มหาสารคราม, หอสมุดแห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 

คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ, นักศึกษาวิชาทหาร วิทยาลัยเทคโนโลยีราชสิทธิ์ทาราม  ลงนามถวายพระพร ก่อนปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร,  กลุ่มเจ้าหน้าที่บำนาญ สภากาชาดไทย, กิ่งกาชาดอำเภอหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ และมูลนิธิหนองไผ่สงเคราะห์ อำเภอหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์,  บริษัทสวัสดีพานิช สเตชั่นเนอรี่ จำกัด, โรงเรียนโชคชัยหทัยราษฎร์  เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ, ชุมชนเขตบางนา กรุงเทพฯ, ศูนย์วิทยุควบคุมข่ายจงรัก, มูลนิธิสงเคราะห์และพัฒนาเด็ก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงเธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สระบุรี,

พระสงฆ์ ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่อุปสมบท ณ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหารจำนวน 41 รูป เพื่อถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ระหว่างวันที่ 4-14 ม.ค.2566 มาเจริญจิตภาวนาและลงนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และจะเปิดให้ลงนามถวายพระพรถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 นี้ โดยประชาชนสามารถลงนามถวายพระพรผ่านทางระบบออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์  https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน