ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภูฏาน ส่งตัวแทนสาวงามไปประกวดบนเวที Miss Universe 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703779

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภูฏาน ส่งตัวแทนสาวงามไปประกวดบนเวที Miss Universe 2022

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภูฏาน ส่งตัวแทนสาวงามไปประกวดบนเวที Miss Universe 2022

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.26 น.

ประเทศภูฏานพร้อมแล้วกับการมีชื่ออยู่บนสายสะพายในเวที Miss Universe 2022 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2566 ที่รัฐนิว ออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในปีนี้ ฮาร์นาซ สันธู ผู้ครองตำแหน่งประจำปี 2021 จากประเทศอินเดีย จะเป็นคนมอบมงกุฎให้กับผู้ชนะเลิศคนต่อไป ปัจจุบันราชอาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้บนเทือกเขาหิมาลัยกำลังสร้างจุดยืนใหม่บนเวทีระดับโลก เพราะในปีเดียวกันนี้ยังมีผลงานภาพยนตร์จากประเทศภูฏานเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม อีกด้วย

ทาชิ โชเดน ผู้ครองตำแหน่ง Miss Bhutan ประจำปี 2022 ปัจจุบันอายุ 24 ปี และเป็นผู้ดำรงตำแหน่งคนที่ 3 นับตั้งแต่มีการประกวดรายการนี้มา โดยการประกวดนี้ไม่ได้จัดขึ้นนานกว่า 10 ปี ด้วยความสวย ความกล้าแสดงออก ความฉลาด ความมั่นใจ และความภูมิใจที่เปิดเผยว่าเธอเองมีเพศวิถีแบบรักร่วมเพศ (Homosexual) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม LGBTQ+ คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ทาชิคว้ามงกุฎไปครองได้สำเร็จ เธอรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นตัวแทนประเทศภูฏานไปประกวดบนเวทีนางงามระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก เธอมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ในเรื่องความหลากหลาย และเป็นตัวแทนของคนภูฏานในเวทีระดับโลก เรื่องราวของทาชิน่าสนใจมาก แม่ของเธอเป็นชาวภูฏาน ส่วนพ่อของเธอมีเชื้อสายทิเบต เธอเกิดและเติบโตในรัฐนาคาแลนด์ ประเทศอินเดียก่อนย้ายมาที่ภูฏานตอน 3 ขวบ เธอเสียพ่อไปตอนอายุ 4 ขวบ ไม่นานนักแม่ของทาชิก็เสียชีวิตตอนที่เธออายุเพียง 14 ปี

ก่อนที่ทาชิจะตัดสินใจประกวดเวที Miss Bhutan เธอทำงานในวงการบันเทิงโดยเป็นทั้งนางแบบและนักแสดง เธอเข้าวงการนางแบบตอนอายุ 15 ปีโดยอยู่ในสังกัด Project Bhutan โมเดลลิ่งท้องถิ่นที่มีออฟฟิศอยู่ในเมืองทิมพู ตั้งแต่นั้นมาทาชิก็เริ่มเก็บประสบการณ์มากมายจากทั้งในและนอกประเทศ

ในทัศนคติของทาชิ เธอมองว่าการประกวดนางงามเป็นเหมือนการเดินทางเพื่อค้นพบตัวตนที่สำคัญ เพราะทำให้เธอเป็นคนแข็งแกร่ง มีเป้าหมาย และมีแรงผลักดันในชีวิต นอกจากนี้เธอยังมองว่าเวทีอันยิ่งใหญ่นี้สามารถเป็นกระบอกเสียงให้กับเยาวชน เพราะหน้าที่ของเธอคือการเป็นตัวแทนของภูฏานเพื่อไปพบปะกับคนภายนอกประเทศ และต้องเป็นผู้นำในการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น สิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่เธอเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทาชิเชื่อว่าเธอสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศภูฏานไปในระดับโลกได้ และเธอยังเชื่อว่าเยาวชนคือพลเมืองสำคัญในศตวรรษที่ 21 เพราะเธอเองก็ได้แสดงพลังให้เห็นแล้วว่าสามารถพาตัวเองไปถึงเวทีระดับโลกเช่นนี้ได้

“ฉันรู้ว่าตัวเองมีความฝัน มีแรงผลักดัน และเหตุผลมากมายที่จะชนะการประกวด Miss Bhutan นี่เป็นเรื่องที่สวยงามมากเพราะหมายความว่าทุกคนรับในสิ่งที่ฉันเป็นได้ สำหรับฉันแล้ว เวที Miss Universe คือโอกาสในการเป็นตัวแทนของประเทศสู่สายตาหลายล้านคู่ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดการประกวด นี่คือโอกาสที่ฉันจะได้พูดถึงประเทศตัวเองในระดับนานาชาติ บอกทุกคนว่าประเทศเราสวยงามแค่ไหน และตอกย้ำว่าภูฏานเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใส่ใจทุกประเด็นในระดับสากล ภูฏานกำลังผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และฉันภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ ฉันเชื่อว่าชาวภูฏานทุกคนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีในอนาคตได้ เชื่ออย่างนั้นจริงๆ” ทาชิ โชเดน กล่าว

-(016

‘’แอนนา เสือ’ สวยสะกดในชุดประจำชาติ ‘สงกรานต์เทวี’ บนเวทีจักรวาล Miss Universe 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703751

‘'แอนนา เสือ’ สวยสะกดในชุดประจำชาติ ‘สงกรานต์เทวี’ บนเวทีจักรวาล Miss Universe 2022

‘’แอนนา เสือ’ สวยสะกดในชุดประจำชาติ ‘สงกรานต์เทวี’ บนเวทีจักรวาล Miss Universe 2022

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.02 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย “แอนนา เสืองามเอี่ยม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 ตัวแทนสาวงามของประเทศไทย ได้ขึ้นประชันโฉมบนเวทีการประกวดนางงามจักรวาล Miss Universe 2022 ครั้งที่ 71 รอบพรีลิมมินารี ที่ New Orleans Morial Convention Center, Outside Hall B เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา

โดยในรอบชุดประจำชาติ ประเทศไทยส่งชุด “สงกรานต์เทวี” จากแบรนด์ Ciqure มาช่วยดับความร้อนบนเวที จากฝีมือดีไซน์เนอร์  “พีรณัฐ วิริยะ” ที่ได้แรงบันดาลใจจากนางสงกรานต์ประจำปี 2566 ชื่อว่า “นางกิมิทาเทวี” ซึ่งเป็น 1 ในเทพธิดาทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหมที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลสงกรานต์

สำหรับลวดลายของชุดได้แรงบันดาลใจมากจากหัตถศิลป์ หัตถกรรม ผ้าทอโบราณ “ผ้าทอลายน้ำไหล” ประดับตกแต่งด้วยงานปัก ลูกปัด คริสตัล เลื่อม และขวดน้ำที่เหลือใช้จากการบริโภค นำมาประยุกต์ให้มีความทันสมัย ส่วน “ขันเงิน” ที่ทำโดยช่างฝีมือคนไทย สื่อถึงการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การเล่นน้ำ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความประณีตสร้างสรรค์แล้ว ยังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับชาวบ้านและชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงความสุข ความรัก ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความงดงามที่สืบทอดต่อกันมาอย่างช้านาน

ทั้งนี้การประกวดมิสยูนิเวิร์ส รอบตัดสิน ครั้งที่ 71 จะจัดขึ้นวันที่ 15 ม.ค. เวลา 08.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ร่วมให้กำลังใจเหล่าสาวงามทั้ง 84 คน ผ่านการ ถ่ายทอดสดได้ทางช่อง JKN 18 และ JKN-CNBC รวมถึงช่องทาง social media ทั้ง Facebook และ YouTube ของช่อง JKN 18

ขอบคุณภาพจาก Miss Universe Thailand

-(016)

สถานทูตฝรั่งเศสเปิดบ้านทำเนียบท่านทูต ฉลองเปิดตัว Sawasdee France กับกิจกรรมหลากหลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703746

สถานทูตฝรั่งเศสเปิดบ้านทำเนียบท่านทูต ฉลองเปิดตัว Sawasdee France กับกิจกรรมหลากหลาย

สถานทูตฝรั่งเศสเปิดบ้านทำเนียบท่านทูต ฉลองเปิดตัว Sawasdee France กับกิจกรรมหลากหลาย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.49 น.

สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เตรียมเปิดบ้านทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัว Sawasdee France (สวัสดีฟรานซ์) แบรนด์วัฒนธรรมน้องใหม่ไฟแรง เฉลิมฉลองมิตรภาพระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทย ผ่านศิลปะ อาหาร วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษา และภาษา กล่าวคือ ทุกสิ่งอย่างที่ฝรั่งเศสและไทยจะมาบรรจบกัน  ในวันที่ 14 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

มาร่วมฉลองปีใหม่กับกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อให้คุณได้สัมผัสทุกแง่มุมของมิตรภาพระหว่างฝรั่งเศส-ไทย พบกับกิจกรรมวันเปิดบ้านทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กรุงเทพฯ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองงานเปิดตัวรีแบรนด์ใหม่ Sawasdee France (สวัสดีฟรานซ์) โปรแกรมกิจกรรมวัฒนธรรมโฉมใหม่ของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ในวันที่ 14 มกราคม 2566  ในงานจะเปิดให้เยี่ยมชมทำเนียบเอกอัครราชทูต พร้อมวิทยากรบรรยาย  การฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง โชว์ทำอาหารและชิมอาหารฝรั่งเศส พร้อมเครื่องดื่มฟรี! จัดแสดงศิลปะจัดวาง โดยศิลปินร่วมสมัย เกมส์พัฒนาทักษะทางภาษาฝรั่งเศส มุมวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม พิเศษ! พร้อมประสบการณ์ชมนิทรรศการแบบ AR & VR พูดคุยกับศิษย์เก่าอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลฝรั่งเศส รวมทั้งพบปะนักการทูตฝรั่งเศส และคาเฟ่ภาษาฝรั่งเศส  ทั้งนี้ ผู้สนใจจะต้องลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าที่เวปไซต์ sawasdeefrancelaunch.eventbrite.com  

Sawasdee France (สวัสดีฟรานซ์) เป็นแบรนด์ด้านวัฒนธรรมของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำ ประเทศไทย มีชื่อเดิมที่รู้จักกันคือ La Fête (ลา แฟ็ต), French Highlights (เฟรนช์ ไฮไลท์) หรือ Frangsetฝรั่งเศส Culture@French Embassy  ซึ่งการรีแบรนด์ใหม่นี้เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นกับชื่อ “สวัสดีฟรานซ์” จุดมุ่งหมายขคือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทย อีกทั้ง ยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านศิลปะ อาหารวิทยาศาสตร์ การศึกษา และภาษา ถ้าหากจะให้พูดอย่างตรงไปตรงมา ก็คือเพื่อนและไกด์นำทางของคุณสำ หรับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่หน้าเพจ facebook.com/sawasdeefrance | instagram.com/sawasdeefrance | frenchhighlights.com

-(016)

บสย. เคียงข้าง SMEs ผนึก ISMED ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703704

บสย. เคียงข้าง SMEs ผนึก ISMED ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

บสย. เคียงข้าง SMEs ผนึก ISMED ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.11 น.

 นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมด้วย นายนราวิทย์ เปาอินทร์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกความร่วมมือ “การยกระดับสมรรถนะการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” เพื่อร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs  เสริมสร้าง พัฒนา นวัตกรรม คิดสร้างสรรค์ 

นายสิทธิกร กล่าวว่า  “บสย. ทำหน้าที่ใน 2 บทบาท คือการให้การค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการกู้ยืมเงินทุนจากธนาคารแต่ขาดหลักประกัน อีกบทบาทที่สำคัญคือ บสย. มุ่งให้ความรู้ทางการเงิน ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center SMEs แนะนำการปรับโครงสร้างหนี้ การจัดทำบัญชี แก่ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม ทั้ง Start up ผู้ค้ารายย่อย ซึ่งปีที่ผ่านมา บสย. F.A.Center ได้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ SMEs มากกว่า 11,000 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่ต้องการกว่า 12,000 ล้านบาท “

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้  บสย. พร้อมผลักดัน ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นสมาชิกของ ISMED เตรียมยกระดับสมรรถนะการดำเนินธุรกิจก้าวสู่ตลาดโลก โดย บสย. พร้อมช่วยผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการขอรับคำปรึกษาการเงิน ปรึกษาการลงทุนขยายธุรกิจ บัญชีเพื่อการขอสินเชื่อ เติมทุน เสริมสภาพคล่อง และตรวจสุขภาพทางการเงิน โดยสามารถลงทะเบียนขอรับคำปรึกษาฟรี ผ่าน Line @tcgfirst  

นายนราวิทย์ กล่าวว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมา ISMED  ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรกว่า 30 หน่วยงาน เพื่อดำเนินภารกิจยกระดับผู้ประกอบการ SMEs  การลงนามความร่วมมือกับ บสย. ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับต้นๆที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถของ SMEs ไทย ในวันนี้ จะสร้างมิติใหม่สู่การยกระดับสมรรถนะ SMEs อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการบ่มเพาะองค์ความรู้ การให้คำปรึกษาเฉพาะรายธุรกิจ ที่สำคัญ บสย. เป็นหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้กระทรวงการคลัง บสย.จึงเป็นหน่วยงานภาครัฐ อันดับต้นๆ ที่สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนไปพร้อมกับการให้คำปรึกษาทางการเงิน การประกอบธุรกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถของ SMEsไทยในวันนี้ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อมากขึ้นด้วยกลไกค้ำประกันสินเชื่อ จาก บสย.“

บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด ร่วมมือกับ สทบ.จัดพิธีลงนามเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการให้บริการ Digital Service

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703702

บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด ร่วมมือกับ สทบ.จัดพิธีลงนามเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการให้บริการ Digital Service

บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด ร่วมมือกับ สทบ.จัดพิธีลงนามเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการให้บริการ Digital Service

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.09 น.

วันพุธ ที่ 11 มกราคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมห้องประชุม Ability 1 ชั้น 9 อาคาร NT Headquarter ถนนแจ้งวัฒนะ นายณัฐฐินันท์ สุขสมพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด ในเครือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างนายเบญจพล นาคประเสริฐ   ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เพื่อโครงการส่งเสริมพัฒนาการให้บริการ Digital Service ผ่านเครือข่าย Free Wi-Fi อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
 
นายณัฐฐินันท์ สุขสมพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือทางด้านการบริหารจัดการข้อมูลระหว่างกองทุนหมู่บ้านฯ ทั้งหมดทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุงและบริหารจัดการโครงการ ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
โดยทั้งนี้ บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด ใน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านโทรคมนาคม  ระบบโครงข่าย Free Wi-Fi และ solution การให้บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Smart City , Smart Hospitel , Smart Home และการบริหารจัดการ Big Data  เพื่อต่อยอดการให้บริการของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัด (มหาชน) และโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งในโครงการในหลายๆโครงการของบริษัท ที่ต้องการและตั้งใจส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีในสังคมให้ครอบคลุมทุกระดับ
 
​ทางด้านนายเบญจพล นาคประเสริฐ   ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)  ได้กล่าวถึงโครงการนี้เช่นกันว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ บริษัท เอ็นที ไอบัซซ์ จำกัด ได้กรุณาเล็งเห็นความสำคัญ ของพี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กว่า ๑๓ ล้านคน จากจำนวน ๗๙,๖๑๐ กองทุน ทั่วประเทศได้มีโอกาสได้ใช้งาน Digital Service ผ่าน Free Wi-Fi อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไร้สาย เพื่อเป็นช่องทางในการส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ต่างๆ ให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และประชาชนทั่วไป ได้เข้าถึงแหล่งความรู้ และพัฒนา ต่อยอดเพื่อการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ อันจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือในครั้งนี้.

ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช นายกสมาคมออร์โธปิดิคส์ฯ เดินหน้าภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703555

ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช นายกสมาคมออร์โธปิดิคส์ฯ  เดินหน้าภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช นายกสมาคมออร์โธปิดิคส์ฯ เดินหน้าภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.57 น.

โรคกระดูกและข้อจัดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก จากอุบัติการณ์ของโรคที่เพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคข้อเสื่อมที่เป็นสาเหตุอันดับสี่ของโรคนับตามจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่กับความพิการ ผลกระทบหลักๆ ไม่ได้มีเพียงมิติสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตประชากร แต่ยังส่งผลไปถึงมิติเศรษฐกิจดังนั้น การดูแลแก้ไขปัญหาโรคกระดูกและข้อจึงนับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของประเทศไทย

ในฐานะผู้บริหารคนล่าสุดขององค์กรที่มีบทบาทหน้าที่เชื่อมประสานองค์ความรู้ด้านการดูแลรักษากลุ่มโรคกระดูก
และข้อ สู่องค์กรวิชาชีพอื่น ตลอดจนเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไป ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิชนายกสมาคมออร์โธปิดิคส์แห่งประเทศไทยเผยถึงวิสัยทัศน์และภารกิจในการดูแลป้องกันโรคกระดูกและข้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสุขภาพดีทุกช่วงวัย

“คำว่า “ออร์โธปิดิคส์” (Orthopedics) หมายถึงศาสตร์การดูแลผู้ป่วยโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการแก้ไขรักษากระดูกและข้อต่างๆ ที่มีลักษณะโก่งหรือผิดรูป แตกหัก ครอบคลุมไปถึงความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และกระดูกสันหลังในร่างกายมนุษย์จะมีกระดูกที่เป็นแกนหลัก ในการขับเคลื่อนแกนกระดูกที่เป็นแกนหลักให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ต้องอาศัยข้อต่อ การขับเคลื่อนของข้อต่อก็จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะทำงานได้ก็ต้องใช้ระบบเส้นประสาท กระบวนการทั้งหมดทำให้มนุษย์สามารถควบคุมบังคับตัวเองได้ เรียกรวมๆ ว่า “ระบบของกล้ามเนื้อกระดูก ข้อ และระบบเส้นประสาท” หากมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่สามารถใช้ชีวิตตามกิจวัตรประจำวันได้ เป้าหมายและหน้าที่ของแพทย์ออร์โธปิดิคส์คือ จะต้องทำการรักษาซ่อมแซมให้กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม”

สำหรับสถานการณ์ของโรคทางออร์โธปิดิคส์ในปัจจุบัน จากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นวัยที่มีความเสื่อมของร่างกายมากกว่าวัยอื่นๆ โดยเฉพาะความเสื่อมของอวัยวะที่มีผลต่อการใช้ชีวิต อย่างข้อเข่า ข้อสะโพก กระดูกสันหลัง จนถึงกระดูกข้อต่อต่างๆ หากเป็นเพศหญิงก็ต้องเผชิญกับภาวะกระดูกบางมากกว่าเพศชาย จึงเป็นหน้าที่ของแพทย์ออร์โธปิดิคส์เช่นกัน ที่ต้องหาแนวทางทำให้ความเสื่อมนั้นชะลอลง ผู้ป่วยไม่ต้องทุกข์ทรมาน และไม่ต้องสูญเสียทรัพยากรสำหรับการรักษา

“ปัจจุบัน สมาคมออร์โธปิดิคส์แห่งประเทศไทย มีสมาชิกซึ่งเป็นแพทย์ออร์โธปิดิคส์ทั่วประเทศจำนวนกว่า 3,000 คนดูแลพี่น้องประชาชนกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคและเป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้วิชาออร์โธปิดิคส์ ถ่ายทอดจากแพทย์สู่แพทย์ รวมถึงจากแพทย์ออร์โธปิดิคส์ต่อแพทย์สาขาอื่นๆ ที่ต้องทำงานร่วมกัน ในด้านประชาชนก็ต้องให้ความรู้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยทางด้านข้อกระดูก กล้ามเนื้อและเส้นประสาทในทุกช่วงวัย”

สำหรับการดำเนินงาน ในฐานะนายกสมาคมคนใหม่ ศ.นพ.กีรติ เผยว่า “การดำเนินการของสมาคมออร์โธปิดิคส์แห่งประเทศไทยในปี 2566 ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในลำดับแรก คือ การเผยแพร่องค์ความรู้สู่ประชาชนในแต่ละพื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆ นำร่องด้วยการจัดประชุมวิชาการใน 3 จังหวัด เริ่มจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ในเดือนมกราคม โรงพยาบาลปัตตานีในเดือนมิถุนายน และสุดท้ายโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ในช่วงปลายปีประมาณเดือนพฤศจิกายน

ซึ่งการจัดประชุมวิชาการจะช่วยให้ประชาชนได้รับความรู้ในการดูแลป้องกันโรคกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท เช่น การเกิดภาวะข้อเสื่อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม ปวดหลัง หรือกระทั่งการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ข้อไหล่หลุด หรือกล้ามเนื้อฉีกขาดหรือโรคของคนทำงานอย่างออฟฟิศซินโดรมขณะเดียวกันจะมีการจัดทำสื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูกข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท พร้อมกับหาช่องทางเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้มากที่สุด สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

และแผนงานสุดท้าย จะเป็นการเร่งสร้างสังคมผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ออร์โธปิดิคส์ทั่วประเทศ ในกลุ่มโรคเดียวกัน เช่น โรคของกระดูกสันหลัง โรคเนื้องอกในกระดูก โรคข้อเสื่อม โรคกระดูกพรุน โรคออฟฟิศซินโดรม โรคทางนิ้วโดยเฉพาะโรคกระดูกคอเสื่อมซึ่งพบได้บ่อยในปัจจุบัน เมื่อมีสังคมของคนที่เจ็บป่วยด้วยโรคเดียวกัน จะทำให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน”

นอกจากนี้ ศ.นพ.กีรติ ยังได้กล่าวถึง ความก้าวหน้าในการรักษาผู้ป่วยของแพทย์ไทยโดยเฉพาะสาขาออร์โธปิดิคส์นั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาค มีองค์ความรู้หลายเรื่องเกิดจากความชำนาญของแพทย์ไทย เช่น ผ่าตัดแล้วจะลดความเจ็บปวดหรือสูญเสียเลือด ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนเทคนิคพิเศษต่างๆ ส่งผลให้เกิดเป็นต้นแบบที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ได้ดำเนินตาม

“ออร์โธปิดิคส์เป็นโรคที่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีในการรักษา เช่น กระดูกเทียมชิ้นใหญ่ วัสดุโลหะ
อัลลอย 3 มิติ สำหรับรักษาโรคมะเร็งในกระดูก รวมไปถึงความเชี่ยวชาญและชำนาญของศัลยแพทย์ เทคโนโลยีของการรักษาคนไข้จึงเป็นอีกเรื่องที่ท้าทายว่าประเทศไทยจะสามารถผลิตเองได้หรือไม่ซึ่งในเวลานี้ โลหะทดแทนกระดูกเฉพาะบุคคลเราทำได้แล้ว และสมาคมออร์โธปิดิคส์แห่งประเทศไทย พร้อมที่จะก้าวเป็นผู้นำและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลก ด้วยการสนับสนุนเพื่อพัฒนาต่อยอดในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด”

แม้ออร์โธปิดิคส์จะเป็นโรคที่ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมและความผิดปกติในร่างกาย แตกต่างไปจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ก็สามารถดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยนายกสมาคมออร์โธปิดิคส์แห่งประเทศไทย มีคำแนะนำทิ้งท้ายว่า

“ก่อนที่ร่างกายเราจะเสื่อมจนดูแลตัวเองไม่ได้ แนะนำให้ทุกคนดูแลใส่ใจร่างกายให้แข็งแรงที่สุด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อจะแข็งแรงได้นั้นต้องมีการใช้งานออกแรงอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอง่ายๆ คือ เดินอย่างน้อยวันละ 15-20 นาที
รับประทานอาหารถูกหลักโภชนาการ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีความสมดุลทั้ง3 อย่างนี้ จะส่งผลให้ระบบอื่นๆ ในร่างกายดีตามมา คุณภาพชีวิตจะดีขึ้นอย่างแน่นอน”

ผู้สนใจสามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมออร์โธปิดิคส์แห่งประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์http://toa.or.th/ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/thaiorthopaedic และ LINE OA : @toathai

ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก ปลอดภัย เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703556

ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก  ปลอดภัย เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว

ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก ปลอดภัย เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

โรงพยาบาลปากช่องนานา เผยวิธีการรักษาต่อมไทรอยด์ด้วยการ “ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก” เป็นวิธีใหม่ล่าสุดที่ให้ผลดี ไม่เกิดรอยแผลเป็น คนไข้เจ็บปวดน้อยและฟื้นตัวได้เร็ว เชิญชวนผู้สนใจร่วมงานเสวนา “รู้เท่าทันไทรอยด์ด้วยวิธีการรักษาสมัยใหม่” นำความรู้สู่ประชาชน โดยศูนย์ไทรอยด์ โรงพยาบาลปากช่องนานา จังหวัดนครราชสีมาในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 เวลา 08.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมเพชรปากช่อง ชั้น 6 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย

นพ.ชาคริต ศรีเจริญวณิชย์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลปากช่องนานา กล่าวว่าต่อมไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อมีลักษณะคล้ายผีเสื้ออยู่ส่วนล่างของกลางลำคอ มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญให้เกิดพลังงาน โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นต่อมที่อยู่ข้างขวาและข้างซ้ายและจะมีแนวเชื่อมกันตรงกลางบริเวณหน้าหลอดลม

“ต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยในการควบคุมระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยร่างกายจะสามารถผลิตฮอร์โมนได้จากการสั่งงานจากสมอง ซึ่งสมองจะหลั่งฮอร์โมนมาควบคุมต่อมไทรอยด์ให้หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงร่างกายต้องมีสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ คือ สารไอโอดีน ในปริมาณที่เพียงพอจึงจะทำงานได้ปกติ”

ผู้ที่ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ มักพบความผิดปกติที่สามารถเกิดได้ที่ต่อมไทรอยด์แบ่งเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ

ความผิดปกติที่ฮอร์โมน โดยความผิดปกติที่ฮอร์โมนอาจจะเกิดจากต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไปหรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และการผลิตฮอร์โมนที่น้อยเกินไป โดยอาจเกิดจากตัวต่อมไทรอยด์เองหรือส่วนของสมองที่ควบคุมการรักษาในกลุ่มนี้จะมีเป้าหมายเพื่อทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาปกติ โดยทั่วไปจะรักษาด้วยการให้ยา อาจจะมีผู้ป่วย
บางรายที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการกลืนแร่และการผ่าตัด

ความผิดปกติที่บริเวณโครงสร้างและการมีเนื้องอกขึ้นมาในต่อมไทรอยด์ในอดีตนั้น ประชากรประสบปัญหาการขาดสารไอโอดีน จึงมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์โตที่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่า “โรคคอพอก” ซึ่งในกลุ่มนี้พอได้รับยารักษาก้อนจะยุบลง แต่ในปัจจุบันการขาดสารไอโอดีนพบได้น้อยมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมาด้วยก้อนเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ที่ไม่ค่อยตอบสนองกับการได้รับยา

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์จะได้รับการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ และการเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอกไปตรวจ เมื่อ
ได้ผล แพทย์จะประเมินจากผลตรวจและแจ้งแนวทางการรักษา ซึ่งการรักษาเนื้องอกในต่อมไทรอยด์ จะแบ่งเป็นการติดตามอาการที่ผิดปกติ ขนาดก้อน การเจาะตรวจเซลล์บริเวณเนื้องอก และการผ่าตัด

ในการผ่าตัดในต่อมไทรอยด์นั้น นพ.ชาคริต กล่าวเพิ่มเติมว่า จะทำต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ คือ ก้อนที่มีขนาดโตจนมีการ
กดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น หลอดอาหารและหลอดลม ทำให้เกิดอาการกลืนลำบากหรือหายใจเหนื่อย, ก้อนที่มีลักษณะที่สงสัยว่าจะเป็นกลุ่มมะเร็ง และก้อนที่ผู้ป่วยต้องการที่จะผ่าตัดเนื่องจากสาเหตุต่างๆ เช่น ความสวยงาม เป็นต้น

โดยการผ่าตัดจะมีความเสี่ยงที่สำคัญแม้โอกาสเกิดขึ้นได้น้อย คือ เสียงแหบจากการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงเส้นเสียง ซึ่งอยู่บริเวณใต้ต่อมไทรอยด์ ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดความเสี่ยงต่างๆ จากการผ่าตัดกับแพทย์ที่เป็นผู้ผ่าตัดเป็นรายบุคคล

“การผ่าตัดโดยทั่วไปสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดแบบเปิด โดยผู้ป่วยจะมีแผลบริเวณตรงกลางคอประมาณ 2-4 นิ้ว และการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีทางเข้าบริเวณอื่นทำให้ไม่เกิดแผลเป็นที่คอผู้ป่วยจำเป็นต้องสอบถามรายละเอียดเป็นรายบุคคลกับแพทย์ที่ทำการผ่าตัดทั้งนี้การผ่าตัดต่อมไทรอยด์เป็นหัตถการที่มักทำกับผู้ป่วยที่มีเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ขนาดใหญ่มีการกดเบียดหลอดลมหรือหลอดอาหารทำให้หายใจหรือกลืนลำบาก หรือในก้อนเนื้องอกที่มีลักษณะต้องสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง”

นอกจากนี้ นพ.ชาคริต ยังได้เผยถึงการผ่าตัดรักษาต่อมไทรอยด์วิธีใหม่ล่าสุด ที่ทางโรงพยาบาลปากช่องนานาได้ให้บริการแก่ผู้ป่วยในรายที่ต้องใช้วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดนั่นคือ “การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก”

“การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปากเป็นเทคนิคการผ่าตัดวิธีล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับและ
ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก โดยในการผ่าตัดจะใช้เทคโนโลยีกล้องขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงช่วยในการผ่าตัด ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก โดยแผลจะอยู่บริเวณด้านในของริมฝีปากล่างตรงกลางขนาด 1.5 เซนติเมตร และด้านข้างอีก 2 จุด

จุดเด่นของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางช่องปากจะไร้รอยแผลเป็น ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นหลังการผ่าตัด ซึ่งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดสามารถทำหัตถการได้สะดวกและง่ายขึ้นจากการส่องกล้อง อีกทั้งยังลดระยะเวลาการผ่าตัดและทำให้คนไข้เจ็บปวดน้อยและฟื้นตัวเร็ว”

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังมีการรักษาที่เป็นทางเลือกนอกเหนือจากการผ่าตัด เช่น การใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง (high intensity focus ultrasound : HIFU) ส่งคลื่นความร้อนผ่านบริเวณผิวหนังเข้าไปทำให้ก้อนบริเวณเนื้องอกเกิดการยุบตัว ลดขนาดของเนื้องอกลงได้ ประมาณ 20-70% อาจเป็นทางเลือกได้ในผู้ป่วยบางราย ผู้ป่วยจึงควรสอบถามข้อมูลอีกครั้งกับแพทย์ผู้ทำการรักษา

เพื่อเป็นการให้ความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไทรอยด์และวิธีการรักษา โรงพยาบาลปากช่องนานา จะจัดงาน
เสวนา “รู้เท่าทันไทรอยด์ด้วยวิธีการรักษาสมัยใหม่” นำความรู้สู่ประชาชน โดยศูนย์ไทรอยด์ โรงพยาบาลปากช่องนานา จังหวัดนครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 เวลา 08.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมเพชรปากช่อง ชั้น 6 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย ประชาชนทั่วไปและผู้สนใจเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

GUCCI ร่วมเฉลิมฉลองปีกระต่ายและฤดูใบไม้ผลิ กับแคปซูลคอลเลคชั่นสีสันสดใส ดีไซน์รูปกระต่ายหรูหรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703581

GUCCI ร่วมเฉลิมฉลองปีกระต่ายและฤดูใบไม้ผลิ  กับแคปซูลคอลเลคชั่นสีสันสดใส ดีไซน์รูปกระต่ายหรูหรา

GUCCI ร่วมเฉลิมฉลองปีกระต่ายและฤดูใบไม้ผลิ กับแคปซูลคอลเลคชั่นสีสันสดใส ดีไซน์รูปกระต่ายหรูหรา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปพร้อมกันกับการเริ่มต้นปีกระต่ายและฤดูใบไม้ผลิ แบรนด์ Gucci เผยโฉมแคปซูลคอลเลคชั่นสีสันสดใส ที่มากับดีไซน์ที่ยังคงความหรูหราของรูปกระต่าย สัญลักษณ์แห่งความฉลาด สุขภาพที่แข็งแรง และอายุยืนยาว

สีสันสดใสสะดุดตาในแคมเปญที่ถ่ายทอดโดย Max Siedentopf มอบอารมณ์ร่าเริงเบิกบานใจเข้ากับบรรยากาศเทศกาลและการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ เหล่าเพื่อนพ้องพบกับบรรดากระต่ายในทุ่งดอกไม้สุดมหัศจรรย์นำความสนุกให้กับคอลเลคชั่น สลับโมเม้นต์ความสุขกับช่วงเวลาสุดประทับใจในทุ่งแห่งความฝันด้วยแสงละมุนของรุ่งอรุณของปีใหม่

พบกับคอลเลคชั่นที่สะท้อนความสุขสันต์แห่งเทศกาล ด้วยโทนสี ลายพิมพ์และการประดับตกแต่งสุดแฟนซีบนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แอคเซสซอรี่ เครื่องประดับ และนาฬิกา พร้อมทั้งนิยามใหม่รูปกระต่ายอันหลากหลายทั้งการถักทอเป็นลวดลายบนเสื้อผ้านิต การปักแพตช์ประดับ หรือเวอร์ชั่นลายพิมพ์สไตล์สีสเปรย์พ่นบนเสื้อยืด รองเท้าโลฟเฟอร์หนัง และนาฬิกา G-Timeless สุดคลาสสิก

ชิ้นเด่นสำหรับเสื้อผ้าผู้หญิง คือ เสื้อเบลาส์และกระโปรงผ้าไหมพิมพ์ลาย รวมทั้งเสื้อผ้าลวดลายเรขาคณิตในโทนสีตัดกันซีเลคชั่นสำหรับผู้ชายยังคงหยิบเอาความสนุกของลายเรขาคณิตมาประดับบนซิลูเอตเสื้อผ้าสไตล์สปอร์ต ส่วนรองเท้ามาพร้อมรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงกระต่ายอย่างรองเท้าส้นสูงประดับโบเหมือนหูกระต่าย หรือรองเท้าโลฟเฟอร์ผ้าฟลีซเนื้อนุ่ม เติมเต็มคอลเลคชั่นด้วยกระเป๋าซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่เป็นพิเศษ อย่างกระเป๋าโท้ท Gucci Diana ที่มาพร้อมลายทางเพ้นท์ด้วยมือ หรือกระเป๋าสะพาย Gucci Horsebit 1955 มีให้เลือกทั้งที่ทำจากหนังสุดพิเศษ ผ้าทวีต หรือประดับหมุดสตั๊ด

สาวก Gucc เมืองไทย ตามไปอัปเดตคอลเลคชั่นนี้ได้ที่ ร้าน Gucci ที่ได้รับเลือกทั่วโลก พร้อมวินโดว์ดิสเพลย์และร้านป๊อปอัพที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายพิมพ์กระต่ายสีสเปรย์จากคอลเลคชั่น

Gucci ก่อตั้งในปี 1921 ณ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี Gucci คือหนึ่งในแบรนด์ลักชูรี่ชั้นนำของโลก จากประวัติอันยาวนานกว่าร้อยปีของแบรนด์ Gucci ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่อีกร้อยปีถัดไปด้วยการมอบนิยามใหม่ให้กับความหรูหราและเชิดชูความคิดสร้างสรรค์ เอกลักษณ์ประณีตศิลป์ของอิตาลี และนวัตกรรมใหม่เป็นค่านิยมหลักของแบรนด์ส ทั้งนี้ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gucci ได้ที่ www.gucci.com

ยูโอบี ประเทศไทย จับมือน้องๆ โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วไทย แต้มสี เติมสุข สู่รองเท้าคู่พิเศษหนึ่งเดียวในโลก ส่งต่อให้น้องๆที่ขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703606

ยูโอบี ประเทศไทย จับมือน้องๆ โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วไทย  แต้มสี เติมสุข สู่รองเท้าคู่พิเศษหนึ่งเดียวในโลก ส่งต่อให้น้องๆที่ขาดแคลน

ยูโอบี ประเทศไทย จับมือน้องๆ โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วไทย แต้มสี เติมสุข สู่รองเท้าคู่พิเศษหนึ่งเดียวในโลก ส่งต่อให้น้องๆที่ขาดแคลน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เชื่อหรือไม่ว่า…ในประเทศไทยมีเด็กจำนวนหนึ่งพวกเขามีเพียงรองเท้าแตะคู่เดียวที่ติดเท้าเขาไปในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะไปโรงเรียน ตามแม่ไปเก็บส้ม หรือวิ่งเล่นกับเพื่อน

รอยแผลบนเท้าเล็กๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ชวนน้องๆ จากโรงเรียนสอนคนตาบอด 11 แห่งทั่วประเทศต่อยอดโครงการ UOB Please Touch หรือโครงการกรุณาสัมผัสโดยธนาคารยูโอบี สร้างสรรค์รองเท้ากีฬาคู่พิเศษที่มีเพียงคู่เดียวในโลก ร่วมกับพี่ๆ อาสายูโอบี 132 คน เพื่อมอบให้น้องๆ ที่ขาดแคลนได้สวมใส่ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และวิ่งเล่นได้อย่างอิสระปลอดภัย

โครงการ UOB Please Touch หรือโครงการกรุณาสัมผัส โดยธนาคารยูโอบี มุ่งส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงศิลปะโดยไม่จำกัดรูปแบบรวมถึงผู้พิการทางสายตามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 กระทั่งโควิด-19 ก็ไม่อาจหยุดการเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะของเด็กแม้ไม่สามารถไปโรงเรียนได้

โดยในปี 2566 นี้ จึงได้มีการส่งมอบกล่องศิลปะ UOB Please Touch Art Box ให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการเห็นมากกว่า 600 คน ในโรงเรียนสอนคนตาบอด 11 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ศิลปะในการสร้างสรรค์ผลงานจากจินตนาการทั้งในห้องเรียนวิชาศิลปะที่โรงเรียนและที่บ้าน ซึ่งกลายเป็นความพิเศษของโครงการในปีนี้

“ดีใจที่ได้กล่องศิลปะเพราะสามารถเอาไปใช้ได้ทุกที่ ไม่ว่าที่โรงเรียน หรือที่บ้านเราก็สามารถเอากลับไปทำงานศิลปะได้ ดีใจและภูมิใจที่จะได้นำไประบายสีตกแต่งรองเท้าและส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่อยู่บนดอยได้มีรองเท้าใส่ไปโรงเรียน” น้องเด๊นท์ น้องจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ และเพื่อนๆแม้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อจินตนาการ รูปดาวดวงเล็กๆเจ้าแมวน้อย นก ผีเสื้อ ต้นไม้ ลายเส้น และสีสันค่อยๆ เติมเต็มพื้นที่สีขาวบนรองเท้าผ้าใบที่ได้รับมาคนละ 1 ข้าง

เด็กๆ ได้ใช้จินตนาการต่อยอดการสร้างสรรค์ “ศิลปะบนรองเท้าผ้าใบ” ด้วยการเพ้นท์รองเท้าผ้าใบ 1 ข้าง
และจับคู่กับอีกข้างที่เพ้นท์โดยพี่ๆ อาสายูโอบี เพื่อส่งต่อให้กับเพื่อนๆ ในพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดเชียงใหม่ที่ขาดแคลน
รองเท้าสำหรับใส่ไปโรงเรียนและเล่นกีฬา

ในโรงเรียนห่างไกลความเจริญ สถิติเด็กได้รับบาดเจ็บจากการเล่น วิ่ง ออกกำลังกาย และแข่งกีฬาพบได้บ่อย เพราะพวกเขาต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ด้วยเท้าเปล่า ณ ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่มีนักเรียนทั้งหมด 160 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กไม่มีสถานะทางทะเบียน พวกเขาติดตามพ่อแม่มาทำงานเก็บส้มและมีโอกาสเรียนหนังสือ แม้ว่าภาษาที่ใช้จะแตกต่างไป แต่เด็กๆ ก็ยังชอบวิ่งเล่น ชอบกระโดดยาง เตะตะกร้อ ฟุตบอล และวิ่งมาราธอนเหมือนเด็กอื่นในวัยเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาวิ่งและทำกิจกรรมทั้งหมดด้วยเท้าเปล่าร้อยเปอร์เซ็นต์
“เล็บฉีกมีทุกวัน เท้าถลอก นิ้วเคล็ด เพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน รองเท้ากีฬามีราคาสูงสำหรับครอบครัวเด็กๆ ที่นี่” ครูสายลม-พลวัฒน์ ล้วนศร คุณครูประจำศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา

รองเท้าผ้าใบฝีมือน้องพิการทางสายตาและพี่อาสาจากยูโอบีเดินทางมาหาเจ้าของถึงเมืองเหนือในวันที่ฝนปรอยๆมีน้ำครองพื้นที่เกือบเต็มสนามหญ้า เด็กๆ ณ ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยาเข้าแถวรับรองเท้าตามขนาดเท้าของตนเองก่อนร่วมเล่นกีฬาสีกับพี่ๆ อาสา ในแววตามีทั้งความดีใจและความกังวลใจอยากเล่นก็อยาก กลัวรองเท้าเลอะก็กลัว แต่ด้วยสปิริตนักกีฬา รองเท้าผ้าใบทุกคู่ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในการปกป้องเท้า และสร้างช่วงเวลาที่มีความสุขให้น้องๆ และพี่ๆ จิตอาสา

“ได้วาดรองเท้า 1 ข้าง จากที่น้องพิการทางสายตาได้เริ่มไว้ รวมเป็นหนึ่งคู่รู้สึกซึ้งใจตอนเห็นแววตามีความสุขของน้องที่ได้รับรองเท้า เคยมีไม่มีไม่รู้ รู้แต่เขาได้รับแล้วเขาดีใจ ส่วนนี่รอยประสบการณ์…เป็นประสบการณ์ที่ดี” จรรยา แซ่พัว หนึ่งในพี่อาสาของยูโอบีจากแผนกสินเชื่อบ้าน…สู่แผนก Entertain เด็กๆ กล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมชี้รอยเปื้อนเสื้อโปโลสีขาวและกางเกงยีนส์ที่ได้จากการร่วมกิจกรรมกับน้องๆ แบบทุ่มทั้งตัว

สิ่งที่เราคาดไม่ถึงคือ หลังเล่นกีฬาเด็กๆ ส่วนใหญ่ถอดรองเท้าผ้าใบของตัวเองเอาไปซักแล้วผึ่งแดด พวกเขา
ถนอมสิ่งที่ได้รับมาอย่างดีที่สุด รองเท้าหนึ่งคู่ได้ให้มากกว่าการปกป้องเท้าให้โอกาสเด็กพิการทางสายตาได้เป็นผู้ให้ ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ธนาคารได้วิ่งเล่นเป็นเด็กอีกครั้ง ให้โอกาสเด็กๆได้วิ่งเล่นอย่างปลอดภัย และอาจจะเป็นโอกาสสร้างนักกีฬาช้างเผือกในอนาคต ก็เป็นได้

ความรู้สึกอบอุ่นใจจากการให้และได้รับรองเท้าคู่พิเศษไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ที่เดียว ยังมีโรงเรียนบ้านแม่ลานคำและโรงเรียนบ้านสบแม่รวม ที่ได้รับรองเท้าฝีมือเพื่อนๆ ผู้พิการทางสายตาxพี่อาสาจากยูโอบี สำหรับผู้สนใจในช่วงปีใหม่นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการให้ โรงเรียนเหล่านี้ยังต้องการการสนับสนุนในด้านอาหารกลางวัน นมโรงเรียน และอื่นๆ ซึ่งสามารถติดต่อศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหมได้โดยตรง เพื่อร่วมกันเป็นรองเท้าที่แข็งแรงให้แก่เด็กๆ

เพราะเชื่อว่าศิลปะช่วยจรรโลงใจและโลกใบนี้ UOB Please Touch จึงมุ่งส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงศิลปะโดยไม่จำกัดรูปแบบ

รองเท้าคู่พิเศษของ จรรยา แซ่พัว กับน้องผู้พิการทางสายตา เพื่อส่งต่อให้น้องๆ
ที่เชียงใหม่

รองเท้าคู่พิเศษของ จรรยา แซ่พัว กับน้องผู้พิการทางสายตา เพื่อส่งต่อให้น้องๆ ที่เชียงใหม่

รอยยิ้มและความสุขของน้องๆ กับรองเท้าคู่ใหม่ ที่ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา
อ.ฝาง

รอยยิ้มและความสุขของน้องๆ กับรองเท้าคู่ใหม่ ที่ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง

รอยยิ้มและความสุขของน้องๆ กับรองเท้าคู่ใหม่ ที่ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา
อ.ฝาง

รอยยิ้มและความสุขของน้องๆ กับรองเท้าคู่ใหม่ ที่ศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง

รองเท้าคู่พิเศษหนึ่งเดียวในโลก

รองเท้าคู่พิเศษหนึ่งเดียวในโลก

ศิลปะบนผืนรองเท้าผ้าใบ ฝีมือ
น้องผู้พิการทางสายตา

ศิลปะบนผืนรองเท้าผ้าใบ ฝีมือ น้องผู้พิการทางสายตา

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์คว้ารางวัลด้านส่งเสริมอารยสถาปัตย์ดีเด่น ย้ำจุดยืนมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงอย่างปลอดภัย และเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703542

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์คว้ารางวัลด้านส่งเสริมอารยสถาปัตย์ดีเด่น  ย้ำจุดยืนมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงอย่างปลอดภัย และเท่าเทียม

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์คว้ารางวัลด้านส่งเสริมอารยสถาปัตย์ดีเด่น ย้ำจุดยืนมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงอย่างปลอดภัย และเท่าเทียม

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากความมุ่งมั่นในการผลักดันและยกระดับเรื่องอารยสถาปัตย์มาโดยตลอดล่าสุด กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ได้รับรางวัล “องค์กรต้นแบบการขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ในงาน “Thailand Friendly Design Expo 2022 : มหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 6” ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่เชิดชูด้านอารยสถาปัตย์ที่สยามพิวรรธน์ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 อีกทั้ง บริษัทในเครือไอคอนสยาม ได้รับรางวัล “แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” และสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ตกรุงเทพ ได้รับรางวัล “Friendly Design” ภายในงานเดียวกันนี้ ตอกย้ำจุดยืนของศูนย์การค้าที่ให้ความสำคัญสูงสุดในด้านโครงสร้างอาคารด้วยมาตรฐานการออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ในทุกมิติ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเชิงพื้นที่ ส่งเสริมทุกการเข้าถึง ให้ทุกคนสามารถใช้บริการต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย

กว่า 64 ปีที่บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยาม และสยามพรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ดำเนินธุรกิจด้วยปณิธานอันมุ่งมั่นในการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ซึ่งสยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาและออกแบบโครงสร้างด้วยการยึดหลักอารยสถาปัตย์เป็นแนวคิดสำคัญ เพื่อให้กลุ่มคนทุกกลุ่มในสังคมสามารถเข้าถึงบริการและสัมผัสประสบการณ์ภายในศูนย์การค้าได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และเท่าเทียม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขของคนทั้งมวล

สำหรับแนวคิดเรื่อง “อารยสถาปัตย์” หรือ “Universal Design” คือการออกแบบเพื่อให้ทุกคนได้มีสภาพแวดล้อม การใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้โดยไม่เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเพศหรือวัยใด รวมถึงผู้ทุพพลภาพซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความยั่งยืนในมิติผู้คนอันเป็น 1 ใน 3 มิติหนึ่งสิ่งที่สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญ การออกแบบในทุกโครงการแนวคิดในเรื่องของอารยสถาปัตย์จึงมีบทบาทเป็นอย่างมาก ทั้งการดีไซน์ทุกอาคารและพื้นที่โดยรอบที่เน้นรายละเอียด เพื่อขับเคลื่อนและรองรับคนทุกกลุ่มให้สามารถมาใช้บริการ และเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย เท่าเทียม เพื่อคุณภาพชีวิตของคนทั้งมวล

การพัฒนาแนวคิดอารยสถาปัตย์ที่โดดเด่นของสยามพิวรรธน์ อาทิ ONESIAM ลานทางเชื่อมสี่แยกปทุมวัน ซึ่งปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์คที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีตอกย้ำสัญลักษณ์ “เมืองอารยสถาปัตย์” ซึ่งเกิดขึ้นจากสมาคมการค้าพลังสยาม หรือที่รู้จักกันในนามพันธมิตรพลังสยาม (Siam Synergy) นำโดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดพร้อมด้วยผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนย่านสยาม ร่วมกันสนับสนุนปรับปรุงพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงสถานที่สำคัญโดยรอบ อำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางที่สามารถสัญจรข้ามแยกได้อย่างปลอดภัย และเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนสถานีรถไฟฟ้าสถานีสยาม สนามกีฬาแห่งชาติ ได้อย่างง่ายดายโดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจการสร้างมาจาก High Line ในนิวยอร์ก สู่การรังสรรค์ลานเชื่อมแยกปทุมวัน ซึ่งมองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปใบบัวลอยอยู่บนผิวน้ำ อันสื่อถึงที่มาของพื้นที่ดั้งเดิมบริเวณย่านสยามที่เคยเป็นสระบัวขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร

ในส่วนพื้นที่ของไอคอนสยาม ได้ยึดหลักการออกแบบที่เป็นอารยสถาปัตย์สากล ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมโยงการเดินทางหลากหลายรูปแบบที่มีความสะดวกปลอดภัย โครงสร้างอาคาร การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารคำนึงถึงการใช้ชีวิตของคนทุกรูปแบบด้วยแนวคิดการออกแบบที่เป็นมิตรกับคนทั้งมวล ไอคอนสยามจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทุกพื้นที่ไว้ด้วยกันผ่านการสัญจรที่ตอบโจทย์ทั้งทางรถยนต์ ระบบรถไฟฟ้า หรือทางเรือ ด้วยพื้นที่รองรับที่กว้างขวาง ท่าเรือออกแบบให้มีทางลาดขึ้นลงที่สะดวกสำหรับผู้พิการ ผู้ใช้รถเข็น ส่งเสริมผู้คนทุกกลุ่มสามารถใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ขณะที่ภายในอาคารออกแบบและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ตามหลักมาตรฐานอารยสถาปัตย์สากล เช่น บริเวณทางเข้า-ออก และทางเชื่อมระหว่างภายในและนอกอาคาร รวมถึงอาคารจอดรถ มีทางลาดที่กว้างขวางเพียงพอเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายรถเข็นทุกประเภท ทั้งยังมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐานให้บริการทุกชั้น พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ราวจับ อุปกรณ์ฉุกเฉินฯ โดยมีลิฟต์ขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับรถเข็นทุกประเภท ภายในลิฟต์มีปุ่มกดระดับพิเศษที่สามารถกดเรียกและเลือกชั้นได้อย่างง่ายดายสำหรับผู้ใช้รถเข็น ทั้งหมดนี้มีสัญลักษณ์บ่งบอกสิ่งอำนวยความสะดวกที่มองเห็นได้ชัดเจน เข้าใจง่าย

นอกจากการมอบประสบการณ์และการเข้าถึงบริการภายในศูนย์การค้าอย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และเท่าเทียม กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ยังเห็นความสำคัญในเรื่องการดำเนินชีวิตของผู้ทุพพลภาพในทุกพื้นที่ ด้วยการร่วมบริจาครถเข็นให้แก่มูลนิธิต่างๆ อาทิ มูลนิธิคนพิการไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในสังคมไทย