Piaget เผยโฉม TONIGHT’S OUR FOREVER บทส่งท้ายของซีรี่ส์ Solstice by Piaget

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702833

Piaget เผยโฉม TONIGHT’S OUR FOREVER บทส่งท้ายของซีรี่ส์ Solstice by Piaget

Piaget เผยโฉม TONIGHT’S OUR FOREVER บทส่งท้ายของซีรี่ส์ Solstice by Piaget

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อตะวันลับขอบฟ้า ราตรีอันแสนพิเศษกำลังจะเริ่มขึ้น ความกังวลที่มีตลอดทั้งวันค่อยมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยสีสันแห่งความสนุก เสียงหัวเราะ และภาพเงาของเหล่าเพียเจต์ โซไซตี้ขณะรวมตัวกันเต้นรำและปลดปล่อยตัวเองในปาร์ตี้ท่ามกลางแสงจันทร์ และนี่คือบทส่งท้ายของซีรี่ส์ Solstice by Piaget ที่บานสะพรั่งด้วยความงามเหนือกาลเวลา ทั้งยังเติมเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจที่เมซงนำมาผสมผสานลงบนชิ้นงานได้อย่างทรงพลัง

แม้จะเป็นดีไซน์แบบอสมมาตร แต่ด้วยชั้นเชิงทางเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ของเมซง ผลงานชิ้นเอกชิ้นใหม่เหล่านี้จึงนำเสนอประกายแวววาวของเพชรเจียระไนแบบมาร์คีส์ได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังชวนให้นึกถึงความเย้ายวนของเสื้อผ้าโอตกูตูร์เมื่อยามพลิ้วไหว ขณะเดียวกันการออกแบบนาฬิกาและสร้อยคอก็สะท้อนให้เห็นถึงความขี้เล่นอยู่บนชิ้นงาน และความงามที่ลื่นไหลอันเป็นเอกลักษณ์ของเพียเจต์ได้อย่างยอดเยี่ยม

อะความารีนสีฟ้าทรงหยดน้ำเม็ดคู่ที่โดดเด่นท่ามกลางเพชรเจียระไนหลากคัท บริเวณกึ่งกลางของสร้อยคอ Exalting Dance คือหนึ่งในชิ้นงานไฮไลท์จากธีม TONIGHT’S OUR FOREVER ที่ดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็นได้ทันที เพราะนอกจากเมซงจะคอนทราสต์สีและนำเสนอประกายงามของอัญมณีได้อย่างกลมกล่อมแล้ว การสร้างสรรค์ในดีไซน์แบบอสมมาตรยังทำให้รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวอีกด้วย จับคู่ตุ้มหูเข้าเซตในสไตล์เรียบง่าย ไร้กาลเวลา ที่ผสมผสานความแตกต่างของเพชรเจียระไน บริลเลียนต์คัต และทรงบาแก็ตต์ได้อย่างน่าหลงใหล ทั้งยังสะท้อนค่านิยมด้านความคิดสร้างสรรค์ของเมซงได้อย่างไร้ที่ติ

ปิดท้ายด้วยนาฬิกาไฮจิวเวลรี่อย่าง Blazing Swing และ Everlasting Night ที่ทีมนักอัญมณีศาสตร์ของเพียเจต์ใช้เวลาหลายเดือนในการพัฒนา โดยหยิบเอาสีแดงทรงพลังของทับทิม แซฟไฟร์สีน้ำเงิน หรือ มรกต มาคอนทราสต์กับประกายงามของเพชร โดยนาฬิกา Blazing Swing มาพร้อมหน้าปัดประดับเพชรซึ่งแต่ละเม็ดถูกฝังอย่างประณีตด้วยเทคนิค Snow Setting ขณะที่นาฬิกา Everlasting Night ส่องประกายอย่างหรูหราด้วยพื้นหน้าปัดแบล็คโอปอล

เยาวชนอาเซียน ผุดไอเดียทำเกษตรสมัยใหม่ แอปพลิเคชั่นลด Food Waste

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702849

เยาวชนอาเซียน ผุดไอเดียทำเกษตรสมัยใหม่  แอปพลิเคชั่นลด Food Waste

เยาวชนอาเซียน ผุดไอเดียทำเกษตรสมัยใหม่ แอปพลิเคชั่นลด Food Waste

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การจัดงาน PIM International Hackathon ครั้งที่ 2 สุดยอดเวทีเยาวชนระดับนานาชาติด้านความยั่งยืนในปีนี้ เรียกว่าเป็นการเปิดพื้นที่ส่งเสริมให้เยาวชนทั่วอาเซียนได้ประชันไอเดียกันอย่างเข้มข้นเพราะมีทีมจากทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับมหาวิทยาลัยทั่วอาเซียนรวมกันกว่า 220 ทีมมานำเสนอโปรโตไทป์โปรเจกท์ ภายใต้แนวคิด “Sustainable Well-being towards Zero-Green-Clean Economy” ประเด็นสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญในขณะนี้

ไอเดียที่นำเสนอกันบนเวที ล้วนเป็นไอเดียที่มีจุดมุ่งหมายอันดีในการแก้ปัญหาสำคัญของโลกเพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน อาทิ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living) การขจัดความหิวโหยและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร (End Hunger & Promote Food Security) การพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี (Healthy Lives & Well-being Improvement)จนในที่สุดก็ได้ผลงานที่โดนใจคณะกรรมการหลากสัญชาติ

ผลงานชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตกเป็นของ ทีม Eco-loop จากโรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ โดย ธนาพันธ์ ธีรธาตรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สาย Business-Math หนึ่งในสมาชิกทีม เล่าว่า ไอเดียของทีม คือ โปรโตไทป์ E1เป็นพื้นที่คอนเทนเนอร์และเรือนกระจกที่นำระบบฟาร์มแมลงที่สามารถเป็นอาหารได้ และฟาร์มเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์มาผสมผสานรวมกัน เพื่อให้ทั้ง 2 ฟาร์มเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เช่น การนำปุ๋ยจากฟาร์มแมลงไปใช้ในฟาร์มเพาะปลูก การนำของเสียจากฟาร์มเพาะปลูกมาใช้เป็นอาหารแมลง พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีพลังงานทดแทนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วย สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ “เรามองว่าโปรโตไทป์ E1 ของเราจะช่วยลดต้นทุนการทำฟาร์ม เพิ่มโอกาสการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างกำไรให้แก่เกษตรกรได้มากขึ้น สร้างสรรค์การเกษตรที่ทันสมัยและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ย้ำว่า ปัจจัยพื้นฐานการสร้างอนาคตของประเทศเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร อยากให้เพื่อนๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมสนใจเรื่องความยั่งยืน ตลอดจนโมเดลธุรกิจที่มีความยั่งยืนร่วมกันช่วยสร้างสรรค์สังคม เพื่อคนเจเนอเรชั่นต่อๆ ไป”ธนาพันธ์ กล่าว

ขณะที่ ผลงานชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัย ตกเป็นของ ทีม Go Green ทีมที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักศึกษาชาวไทย ชาวลาว และชาวกัมพูชา โดย ณัฏฐ์นรี สุขสมบูรณ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ คณะวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หนึ่งในสมาชิกทีม เล่าว่า ผลงานของทีมคือแอปพลิเคชั่น Go Green แอปพลิเคชั่นซื้อขายอาหารและวัตถุดิบอาหาร เช่น กลุ่ม Imperfect Plant หรือผลผลิตทางการเกษตรที่รับประทานได้ แต่อาจมีรูปร่างหรือสีสันที่ไม่สวยงาม เช่น ผักที่มีรอยดำจนไม่ผ่านการตรวจคุณภาพของห้าง โดยตัวแอปจะช่วยเชื่อมเกษตรกร ร้านอาหารลูกค้าตลอดจนมูลนิธิที่จะนำอาหารไปบริจาคเข้าด้วยกันให้สามารถซื้ออาหารเหล่านั้นระหว่างกันได้ เพื่อช่วยลดปัญหาของเสียจากอาหาร (Food Waste)

“Food Waste เป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นปัญหาระดับอาเซียน ในไทยเองเรามี Food Waste มากถึงราว 63 ล้านตันต่อปี เทียบเป็นค่าคาร์บอนจากอาหารเหล่านั้นก็เยอะมากเกษตรกรเองก็เผชิญปัญหาสินค้าเกษตรที่ยังทานได้ แต่ติดขัดเรื่องหน้าตา เราจึงเชื่อว่าหากเชื่อมกลุ่มคนเหล่านี้เข้าถึงกัน จะช่วยลด Food Waste มีการนำอาหารไปช่วยขจัดความหิวโหย และช่วยสร้างความยั่งยืนได้ เรื่องความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ ไม่ใช่เรื่องที่คนตัวเล็กๆ ทำไม่ได้และไม่ใช่เรื่องเกินตัว ทุกคนสามารถสร้างความยั่งยืนได้ ด้วยการปรับพฤติกรรม ทุกองค์กรทุกภาคส่วนต้องเริ่มทำอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่ CSR เก็บขยะ โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งจากภาวะโลกร้อน ปัญหาขยะล้นโลก ปัญหาความยากจน หากไม่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนกันตั้งแต่ตอนนี้ อีก 10 ปีข้างหน้า โลกของเราอาจไม่เหมือนเดิมและไม่สามารถส่งต่ออนาคตที่ดีให้แก่คนเจเนอเรชั่นต่อไป” ณัฏฐ์นรี กล่าว

สำหรับเวที PIM International Hackathon ครั้งที่ 2 จัดขึ้นโดยวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ภายใต้ปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน” พร้อมด้วยอีกหลากหลายพันธมิตร อาทิ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales Lab by MQDC), ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC), True Lab โดย True Innovation, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล ทุนการศึกษา ตลอดจนโอกาสร่วมงานกับพันธมิตรการจัดงาน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ปณิธานปีใหม่ ใส่ใจสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702838

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วันเดือนปีเคลื่อนผ่านไปเร็วมาก รู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งฉลองปีใหม่ปีเสือไปไม่นาน ก็ได้ฉลองปีใหม่ปีกระต่ายกันอีกแล้ว เมื่อวันเวลาผ่านไปเร็ว เราก็ต้องหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของเรามากยิ่งขึ้น เพราะผ่านไปหนึ่งปีก็เท่ากับแก่ลงไปหนึ่งปี ดังนั้น ปีใหม่นี้ เรามาตั้งปณิธานร่วมกันว่าจะดูแลสุขภาพให้ดียิ่งกว่าเดิมกันดีกว่า

ที่จริงแล้ว การทำให้สุขภาพดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่คิดแล้วต้องลงมือทำทันที เริ่มต้นจากลดละเลิกสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเบียร์ไวน์ (ที่มากจนเกินเหตุ) กินอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกาย เช่น หวาน มัน เค็มจัด รวมถึงผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ชอบกินแล้วนั่งๆ นอนๆ เรื่องเหล่านี้ต้องบอกตัวเองว่า ต้องหยุดโดยทันที เพราะเรื่องดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแค่เพียงเราหยุดให้ได้ หรือลดลงจากเดิมให้ได้สัก 30-50 เปอร์เซ็นต์จากเดิม เราก็จะมีสุขภาพดีขึ้นอย่างทันตาเห็น

แต่สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาพฤติกรรมข้างต้น ก็นับว่าเป็นผู้ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพดีอยู่แล้ว ก็ขอให้ทำเช่นนั้นต่อๆ ไปเรื่อยๆ แต่ก็อาจจะเพิ่มเรื่องงดการกินอาหารแปรรูปลง (หากกินเป็นประจำ) แล้วเพิ่มการกินผักผลไม้สด และควบคุมน้ำหนักให้ได้ในเกณฑ์ปกติ แล้วออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย ตามสภาพของร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อ หัวใจ หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น หากออกกำลังกายเป็นประจำจะเห็นได้ชัดว่าร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น กระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวที่ต้องการจะออกกำลังกาย ขอให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของชีวิต 

ที่สำคัญทุกคนควร (ต้อง) ตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับผู้ทำงานประจำในบริษัทที่มีสวัสดิการดีๆ อาจจะได้รับสวัสดิการเรื่องนี้ แต่หากบริษัทไม่ออกเงินให้ ก็ขอให้คุณต้องยอมเสียเงินเพื่อตรวจสุขภาพประจำปี เพราะเป็นผลดีสำหรับคุณเอง อย่าไปคิดว่าเปลืองเงิน เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้เราทราบว่าสุขภาพโดยรวมของเราอยู่ในสภาพเช่นไร อย่าคิดว่าอายุยังน้อย ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพประจำปี ขอย้ำว่าเรื่องนี้สำคัญมาก และควรต้องตรวจสุขภาพทุกๆ ปี เพราะอย่างน้อยที่สุดก็สามารถทำให้ทราบว่าเรามีโรคอะไรบ้างหรือไม่ เพราะโรคเรื้อรังหลายโรคจะเริ่มแสดงอาการให้เห็นก่อน หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจสุขภาพ ก็อาจจะทำให้เมื่อเกิดอาการรุนแรง ก็จะสายจนยากจะแก้ไขได้ เช่น  ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงการทำงานของตับไตผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะรุนแรงถึงขั้นที่ออกอาการหนัก

การตรวจร่างกายประจำปีสม่ำเสมอจะทำให้เห็นแนวโน้ม และทำให้สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันการณ์ดังนั้นควรตรวจสุขภาพประจำปี หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือสองปีต่อหนึ่งครั้ง 

มีตัวอย่างให้เห็นเป็นประจำว่า บางคนมีอาการเจ็บหน้าอก เพราะหัวใจขาดเลือด ต้องหามเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วน แล้วเพิ่งรู้ว่าไขมันสูง แต่จริงๆ แล้วไขมันสูงมานานแล้ว ความดันก็สูง แต่ไม่เคยรู้มาก่อน ส่วนเรื่องเบาหวานก็ไม่ต้องพูดถึง บางรายเบาหวานขึ้นตาหรือลงไตเรียบร้อยแล้ว เพราะไม่เคยตรวจสุขภาพประจำปีเลย ทำให้เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยก็มักจะสายเกินแก้แล้ว 

ส่วนคนที่มีโรคเรื้อรัง โรคประจำตัว ก็อย่าไปคิดว่าการรักษาสุขภาพเป็นเรื่องสายไปแล้ว เพราะการใส่ใจสุขภาพไม่มีคำว่าสายเกินไป ตรงกันข้าม ยิ่งรู้แล้วว่าตนเองมีปัญหาอะไรก็ควรใส่ใจเป็นพิเศษ คนที่เป็นความดัน อาจจะให้ของขวัญปีใหม่ตัวเองเป็นเครื่องวัดความดัน วัดเช้าวัดเย็นเพื่อดูความดันของเราว่าอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ คนเป็นเบาหวานก็ซื้อที่ตรวจน้ำตาลติดบ้านไว้ อาจไม่ต้องเจาะนิ้ว เพื่อวัดน้ำตาลทุกวัน แต่ถ้าวันไหนรู้สึกกินมาก ก็เจาะเลือดวัดน้ำตาล จะได้รู้ว่าน้ำตาลขึ้นสูงไปแค่ไหนเพื่อจะได้ระมัดระวังการกินมากขึ้น 

ส่วนคนที่ต้องกินยาประจำตามที่แพทย์สั่ง ก็ต้องกินยาอย่างเคร่งครัด ยิ่งเป็นโรคเรื้อรังบางโรค แต่ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ทำให้ผู้ป่วยบางรายคิดว่าไม่จำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องอีกแล้ว ซึ่งแบบนี้นับว่าทำผิดต่อตัวเองมาก เพราะการไม่กินยาตามที่แพทย์สั่ง คือการไม่ดูแลตัวเอง แล้วที่สำคัญคือทำให้โรคกลับมาได้ เพราะฉะนั้นต้องกินยาตามคำสั่งแพทย์โดยเคร่งครัด ส่วนสมุนไพร อาหารเสริมที่โฆษณาขายกันโครมๆ ก็ขอให้ศึกษาให้ดีก่อนซื้อมากิน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมาได้โดยเฉพาะพวกที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. 

สรุปว่า ปีใหม่แล้ว อย่าลืมใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น ลดละเลิกสิ่งที่ไม่ดี กินอาหารมีคุณภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนผู้มีโรคประจำตัว ต้องไม่ลืมกินยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยเรื่องยา สามารถปรึกษาเภสัชกรได้เสมอ ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงตลอดปี 2566 และตลอดไป

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘ลอรีอัล’เปิดตัว 2 เทคโนโลยีความงามใหม่ล่าสุด อุปกรณ์แต่งหน้าระบบคอมพิวเตอร์และเนรมิตทรงคิ้วอัจฉริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702832

‘ลอรีอัล’เปิดตัว 2 เทคโนโลยีความงามใหม่ล่าสุด  อุปกรณ์แต่งหน้าระบบคอมพิวเตอร์และเนรมิตทรงคิ้วอัจฉริยะ

‘ลอรีอัล’เปิดตัว 2 เทคโนโลยีความงามใหม่ล่าสุด อุปกรณ์แต่งหน้าระบบคอมพิวเตอร์และเนรมิตทรงคิ้วอัจฉริยะ

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดตัวเทคโนโลยีต้นแบบใหม่ 2 เทคโนโลยีซึ่งช่วยขยายช่องทางในการเข้าถึงการแสดงออกซึ่งความงาม ในงาน CES 2023 หรือ Consumer Electronics Show เทคโนโลยีแรก คือ แฮปตา(HAPTA) อุปกรณ์สำหรับลงเมคอัพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการด้านความงามสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวมือและแขน และลอรีอัล บราว เมจิก (L’Oréal Brow Magic) อุปกรณ์ตกแต่งคิ้วด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ภายในบ้านชิ้นแรก ที่เนรมิตทรงคิ้วตามที่ต้องการได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้

นายนิโคลา ฮิโรนิมุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลอรีอัล กรุ๊ป กล่าวว่า“สำหรับลอรีอัล อนาคตของความงามคือการโอบรับทุกความหลากหลาย และเทคโนโลยีคือสิ่งที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงอนาคตนั้นได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภคทั้ง 2 เทคโนโลยีที่เราเปิดตัวที่งาน CES ในปีนี้แสดงให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเราในการสร้างสรรค์ความงามเพื่อขับเคลื่อนโลก”

ผู้คนทั่วโลกราว 50 ล้านคนใช้ชีวิตไปพร้อมกับข้อจำกัดด้านทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก นั่นทำให้การใช้ชีวิตประจำวันบางอย่าง เช่น การทาเครื่องสำอาง เป็นเรื่องที่ยากลำบาก ภายใต้การพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของลอรีอัล แฮปตา เป็นอุปกรณ์สำหรับการลงเมคอัพด้วยระบบอัจฉริยะแบบพกพาที่มีความแม่นยำสูงสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวมือและแขน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เหล่านี้สามารถทาลิปสติกที่บ้านได้ แฮปตาใช้เทคโนโลยีที่สร้างสรรค์โดยเวริลี ที่เข้ามาช่วยลดการสั่นไหวและควบคุมให้อุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวมือและแขนสามารถรับประทานอาหารได้ด้วยความมั่นใจและเป็นอิสระ

กุญแจสำคัญสำหรับแฮปตา ก็คือการรวมเอาอุปกรณ์ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวแบบอัจฉริยะที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องและผู้ใช้สามารถปรับแต่งตามการใช้งานได้เองมาไว้ในอุปกรณ์ชิ้นเดียว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่เปิดยากรวมไปถึงความแม่นยำของการแต่งหน้าที่อาจจะทำได้ยากหากปราศจากอุปกรณ์ตัวนี้ เพื่อช่วยให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจ เป็นอิสระ และมีพลังที่จะสนุกไปกับอำนาจในการแสดงออกถึงตัวตนผ่านความงาม

นางบาร์บารา ลาเวอร์นอส รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวิจัยนวัตกรรม และเทคโนโลยีของลอรีอัลกล่าวว่า “การโอบรับในความหลากหลายเป็นหัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์นวัตกรรมและบิวตี้เทคของเรา ซึ่งเราทุ่มเทและมีความกระตือรือร้นในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถสร้างพลังให้กับบริการด้านความงามที่จะช่วยเสริมและเข้าถึงความปรารถนาความคาดหวัง และความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองให้กับทุกๆ คนให้ได้มากที่สุด”

แฮปตามาพร้อมกับอุปกรณ์ยึดติดแบบแม่เหล็ก ซึ่งสะดวกสำหรับการใช้งานตามหลักการยศาสตร์ ทำให้สามารถหมุนได้แบบ 360 องศาและสามารถบิดงอได้ 180 องศา คุณสมบัติพิเศษแบบ “คลิก” ยังทำให้ผู้ใช้สามารถกำหนดตำแหน่งที่ต้องการได้ด้วยตัวเองเมื่อใช้งาน และสามารถล็อกค่าที่กำหนดไว้เพื่อการใช้งานในครั้งต่อไปได้ แฮปตา มาพร้อมกับแบตเตอรี่ในตัว (ชาร์จเต็มใช้เวลา 3 ชั่วโมง) และสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง (ประมาณ 10 ครั้งขึ้นไป)

ลอรีอัลจะนำอุปกรณ์แฮปตามาเริ่มใช้กับแบรนด์ลังโคมเป็นแบรนด์นำร่องในปี 2566 โดยจะเริ่มด้วยอุปกรณ์ทาลิปสติกก่อน จากนั้นจะตามมาด้วยการใช้งานกับเมคอัพอื่นๆ ในอนาคต

นายฟรองซัวส์ เลห์มานน์ ประธานโกลบอล แบรนด์ ลังโคม กล่าวว่า “ลังโคมพยายามสรรหาโซลูชั่นความงามที่สามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้หญิงทุกๆ คนมาเป็นเวลาหลายปีบิวตี้เทค ทำให้เราสามารถไปถึงจุดมุ่งหมายได้ด้วยวิธีการที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ปฏิวัติวิธีการที่เราพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านความงาม ไปจนถึงตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยแฮปตาเราจะก้าวไปอีกขั้นด้วยการทำให้ความงามจับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะทุกคนควรได้เข้าถึงความงามอย่างเท่าเทียมกัน”

ในอดีต การจะได้คิ้วที่ถูกใจนั้นต้องใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัว ใช้เวลามากรวมถึงต้องใช้ความชำนาญ ขณะที่ผลลัพธ์ที่แม่นยำก็ต้องอาศัยบริการของช่างมืออาชีพที่มีราคาแพงอย่างเช่นการสักคิ้ว ด้วย ลอรีอัล บราว เมจิก ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างคิ้วที่เข้ากับบุคลิกได้เองที่บ้าน โดยอิงตามลักษณะของคิ้วและใบหน้าที่เป็นธรรมชาติของตนเอง

ด้วยการพัฒนาของลอรีอัล ซึ่งร่วมมือกับพริงค์เกอร์ (Prinker) บริษัทเทคโนโลยีที่บุกเบิกด้านรอยสักแบบชั่วคราวจากการพิมพ์ ลอรีอัล บราว เมจิก มอบผลลัพธ์ระดับมืออาชีพให้คุณถึงบ้าน ด้วยการใช้หัวเข็มเล็กจิ๋ว 2,400 หัว และเทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีความละเอียดในการพิมพ์มากถึง 1,200 จุดต่อตารางนิ้ว(dpi) ลอรีอัล บราว เมจิก จึงเป็นอุปกรณ์การเมคอัพคิ้วระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีน้ำหนักเบาและสามารถพกพาได้ตัวแรกที่ทำให้ผู้บริโภคได้ทรงคิ้วที่คมชัดที่สุดในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ด้วยเทคโนโลยีโมดิเฟซ เออาร์ (Modiface AR) ของลอรีอัล ลอรีอัล บราว เมจิก จะสแกนใบหน้าของผู้ใช้ และให้คำแนะนำสำหรับการเติมสีคิ้วแบบลายเส้น แบบไล่เฉดสี หรือเติมสี

นายกุยเว่ บาลูค ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนวัตกรรมโลกของเทค อินคิวเบเตอร์ของลอรีอัล กล่าวว่า “จุดแข็งของนวัตกรรมบิวตี้เทคของลอรีอัล มาจากพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมของเรา บ่อยครั้งที่เราพบเทคโนโลยีชาญฉลาด ซึ่งถูกนำไปใช้กับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่นอกเหนือแวดวงความงาม การนำมรดกแห่งความงามของลอรีอัลมารวมเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์ความงามรูปแบบใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากเทคโนโลยีต้นแบบและประสบการณ์ความงามแบบดั้งเดิมได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ คิ้วที่สร้างสรรค์โดยลอรีอัล บราว เมจิก สามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดายด้วยน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางทั่วไป โดยลอรีอัล บราว เมจิก คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2566

แฮปตา อุปกรณ์แต่งหน้าระบบคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาชิ้นแรกของโลก

แฮปตา อุปกรณ์แต่งหน้าระบบคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาชิ้นแรกของโลก

กุยเว่ บาลูค

กุยเว่ บาลูค

ลอรีอัล บราว เมจิก อุปกรณ์เมคอัพสำหรับคิ้วแบบอัจฉริยะ

ลอรีอัล บราว เมจิก อุปกรณ์เมคอัพสำหรับคิ้วแบบอัจฉริยะ

นิทรรศการ 100 ปี ‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ ‘ศิลป์ สู่สยาม ภาพถ่าย ผลงาน ชีวิต แนวคิด คำสอน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702845

นิทรรศการ 100 ปี ‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ ‘ศิลป์ สู่สยาม ภาพถ่าย ผลงาน ชีวิต แนวคิด คำสอน’

นิทรรศการ 100 ปี ‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ ‘ศิลป์ สู่สยาม ภาพถ่าย ผลงาน ชีวิต แนวคิด คำสอน’

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการมาถึงสยามของ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” นี้ สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน นำเสนอนิทรรศการ “100 ปี ศิลป์ สู่สยาม ภาพถ่าย ผลงาน ชีวิต แนวคิด คำสอน” นำเสนอเรื่องราวชีวิตและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผ่านภาพถ่ายและเอกสารทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่งภายในนิทรรศการนำเสนอภาพถ่ายหลายยุคหลายสมัยของศาสตราจารย์ศิลป์ รวมไปถึงภาพถ่ายพอร์ตเทรตและภาพถ่ายกับลูกศิษย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงต้นแบบการสร้างประติมากรรม ต้นฉบับเอกสารต่างๆ ทั้งเอกสารสัญญารับราชการและร่างการสอน อีกทั้งยังนำเสนอมุมมองวิถีชีวิตส่วนตัวของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีอีกมากมาย ทั้งวิถีชีวิตในงานราชการ การเป็นอาจารย์ และคำสอนที่ยังคงกึกก้องอยู่ในหัวใจของลูกศิษย์และชนรุ่นหลัง

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือโปรเฟสเซอร์คอร์ราโด เฟโรชิ (Professor Corrado Feroci) เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งในขณะนั้นสยามมีนโยบายขอให้รัฐบาลประเทศอิตาลีคัดเลือกประติมากรผู้มีฝีมือมารับราชการปฏิบัติงานหล่อเพื่อถ่ายทอดความรู้แก่ชาวสยามให้มีความรู้ทางด้านศิลปะทัดเทียมกับชาวตะวันตก รัฐบาลอิตาลีจึงได้เสนอโปรเฟสเซอร์คอร์ราโด เฟโรชิ ผู้มีความรอบรู้ด้านศิลปะแขนงประติมากรรมและจิตรกรรมมารับราชการที่สยาม

14 มกราคม พ.ศ. 2466 โปรเฟสเซอร์คอร์ราโด เฟโรชิ ได้เดินทางมาถึงสยามเพื่อรับราชการที่กรมศิลปากร กระทรวงวัง ในตำแหน่งช่างปั้น และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านก็ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมด้านการศึกษา การอนุรักษ์ และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของสยามอย่างต่อเนื่อง โดยบทบาทสำคัญคือการเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ตลอดระยะเวลาในการทำงานนั้น โปรเฟสเซอร์คอร์ราโด เฟโรชิ ซึ่งเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นที่รักของลูกศิษย์เสมอมา เพราะท่านไม่เพียงสอนวิชาศิลปะทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู แต่ยังถ่ายทอดการใช้ชีวิตให้กับลูกศิษย์อีกด้วย ทำให้ลูกศิษย์หลายต่อหลายคนของท่านพัฒนาจนกลายเป็นศิลปินชั้นเยี่ยมที่สร้างคุณประโยชน์แก่วงการศิลปะไทยมากมาย อาทิ ช่วง มูลพินิจ, ลาวัณย์ อุปอินทร์, ชวลิต เสริมปรุงสุข จึงเป็นที่มาของการที่ท่านได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย” ในเวลาต่อมา

นิทรรศการ “100 ปี ศิลป์ สู่สยาม ภาพถ่าย ผลงาน ชีวิต แนวคิด คำสอน” จะนำพาผู้ชมให้ได้รู้จักศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในแง่มุมที่หลายคนอาจไม่เคยได้รู้จักและสร้างเสริมแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมโดยเฉพาะศิลปินไทยเพื่อให้ได้สืบสานเจตนารมณ์ในการทำงานศิลปะต่อไป ดังคำของศาสตราจาร์ศิลป์ ที่ว่า…“ถ้าฉันตายนายคิดถึงฉัน นายรักฉัน นายไม่ต้องทำอะไรนายทำงาน”

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม-12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ RCB Photographers Gallery 1 ชั้น 2 ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก

โรคแฝงจากพันธุกรรม ตรวจก่อน รู้ก่อน ป้องกันได้!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702837

โรคแฝงจากพันธุกรรม ตรวจก่อน รู้ก่อน ป้องกันได้!

โรคแฝงจากพันธุกรรม ตรวจก่อน รู้ก่อน ป้องกันได้!

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในร่างกายคนเรา จะประกอบไปด้วยเซลล์หลายล้านล้านเซลล์ แต่ละเซลล์จะมีรหัสพันธุกรรมที่เรียกว่า DNA ซึ่งเป็นรหัสที่ถูกถ่ายทอดมาจากครอบครัว ทำให้แต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกันเนื่องจากมีปัจจัยทางพันธุกรรมแตกต่างกันเช่น บางคนอาจผิวไวต่อแสงแดด หรือเกิดผิวแพ้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หรือบางคนอาจจะต้องการปริมาณวิตามินบางอย่างมากกว่าคนอื่นๆ

แพทย์หญิงอัญชลีศรีมโนทิพย์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงแรมเวชธานี อธิบายว่าการทำ Genetic Screening หรือการตรวจทางพันธุกรรม คือการตรวจรหัสพันธุกรรมเพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ซึ่งมีปัจจัยทางพันธุกรรม ได้แก่ โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF โรคเบาหวานชนิดที่ 2โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไขมันในเลือดสูง โรคระบบประสาทและสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์โรคพาร์กินสัน โรคไมเกรน และภาวะซึมเศร้า โรคติดเชื้อ เช่น คออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย โรคปอดอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ วัณโรค และโรคงูสวัด เป็นต้น โรคอื่นๆ ที่พบบ่อย เช่น โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคเอสแอลอี และโรคไตเรื้อรัง เป็นต้น

นอกจากนี้ การตรวจทางพันธุกรรมยังสามารถบ่งบอกความเสี่ยงในการแพ้ยาแพ้อาหาร หรือการตอบสนองต่อยาได้อีกด้วย รวมถึงกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม ระดับวิตามินที่ควรได้รับ ความต้องการสารอาหารในร่างกาย ความเครียด สุขภาวะทางเพศ การไวต่อมลภาวะต่างๆ การนอนหลับ โดยการตรวจนี้เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ซึ่งในกระบวนการตรวจทางพันธุกรรม จะใช้วิธีการเจาะเลือด เพื่อวิเคราะห์สารพันธุกรรม โดยใช้ระยะเวลาในการรอรับผลตรวจประมาณ 1 เดือน

ทั้งนี้ การตรวจทางพันธุกรรม นอกจากจะช่วยให้เราทราบถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคที่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว ยังเป็นแนวทางในการปรับวิถีการดำเนินชีวิต เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรค และป้องกันการเกิดโรคได้

พญ.อัญชลี ศรีมโนทิพย์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี

พญ.อัญชลี ศรีมโนทิพย์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี

‘เอ็ม บุษราคัม’เผย 26 เป้าหมายในชีวิต ปี 2023 คนแห่ถูกใจ โดยเฉพาะข้อเด็ด ต้องจำไว้เสมอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/703168

'เอ็ม บุษราคัม'เผย 26 เป้าหมายในชีวิต ปี 2023  คนแห่ถูกใจ โดยเฉพาะข้อเด็ด ต้องจำไว้เสมอ

‘เอ็ม บุษราคัม’เผย 26 เป้าหมายในชีวิต ปี 2023 คนแห่ถูกใจ โดยเฉพาะข้อเด็ด ต้องจำไว้เสมอ

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.22 น.

วันที่ 9 มกราคม 2566  เอ็ม บุษราคัม วงษ์คำเหลา ลูกสาวคนโตของตลกรุ่นใหญ่ “หม่ำ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา” หรือ “หม่ำ จ๊กมก” ได้ได้โพสต์ไอจี ถึงเป้าหมายในชีวิต (Life Goal) ปี 2023 ทั้งหมด 26 ข้อ  ซึ่งแฟนๆ ได้เข้ามาอ่านแล้ว ต่างกดถูกใจกันถล่มทลาย เพราะแต่ละข้อเป็นเป้าหมายที่ดีจริงๆ โดยสาวเอ็มระบุทั้ง 26 ข้อไว้ว่า 

1.ใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น แคร์คนอื่นให้น้อยลง

2.คิดทุกคำที่จะพูด ไม่พูดทุกคำที่คิด

3.หันมาปกป้องหัวใจตัวเองจากพิษของวาจา

4.ปล่อยมือคนที่ทำอย่างไรเขาก็ไม่มีทางเห็นคุณค่าในตัวเรา

5.ใครปฏิบัติกับเรายังไง เราปฏิบัติต่อเขาเฉกเช่นเดียวกัน (Fair Game)

6.มองเห็นข้อความดีๆ ให้มากขึ้น ละเลยข้อความแย่ๆ ให้น้อยลง

7.เลือกทานอาหารให้ดี ใส่ใจสุขภาพ

8.รู้จักยินดีกับผู้อื่น หยุดยินร้ายกับผู้อื่น

9.หมั่นตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี

10.ต้องจำไว้เสมอ “เราไม่มีบุญคุณต่อลูกและลูกไม่มีบุญคุณต่อเรา”

11.รู้จักตัวเองให้ท่องแท้ในทุกมุม ไม่ใช่รู้เรื่องคนอื่นทุกเรื่อง

12.เมื่อไหร่ที่อยู่ในสถานการณ์คนกลาง จงรับฟังเท่านั้น อย่าแนะนำเด็ดขาด เขาดีกันเราก็คือ คนอื่นหรือหมาดีๆ นี่ละ

13.ทบทวนตัวเองทุกครั้งที่มีคนติเตียนเรา เราไม่ดีจริงหรือเปล่า? เราเป็นแบบนั้นจริงๆไหม?

14.มีสติกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต

15.Life Balance ให้ดี หน้าที่แม่ไม่ตก หน้าที่เมียไม่บกพร่อง หน้าที่การงานไม่เสียหาย ใช้ชีวิตให้มีความสุข

16.ห่างไกลคนพูดจาแง่ลบ ทับถม โอ้อวด

17.ไม่เก็บคำเหน็บแนม แซะแซง แขวะ จิก กัด มาเป็นไฟสุมใจ

18.ทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆ ความจนมันน่ากลัว

19.เรื่องทุกเรื่อง ย่อมมีสองด้านเสมอ อย่าฟังความข้างเดียว

20.มองข้ามคนอคติ หันมาสนใจคนที่มีทัศนคติที่ดี

21.ให้ใจใครแล้วไม่ได้คืน ก็ไม่ต้องให้เขาแล้ว

22.อย่าให้ความใจดีของเราย้อนมาทำร้ายเราเอง

23.รู้จักให้อภัย ให้โอกาส ให้เวลา

24.อย่าไปเสียน้ำตา เสียเวลาให้กับคนที่ไม่มีทางรักเรา

25.คนล้มให้โอบอุ้มและโอบกอด ไม่ใช่เหยียบย่ำให้จมดิน เราไม่รู้หรอกว่าวันไหนเราจะเป็นฝ่ายล้มบ้าง

26.อย่าร้องขอกำลังใจจากคนที่ไม่เคยคิดจะสนับสนุนเราตั้งแต่แรก

เปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดสาวงาม ประชันเวที Miss Earthlab 2023 Presented by Dr.CBD

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/703164

เปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดสาวงาม ประชันเวที Miss Earthlab 2023 Presented by Dr.CBD

เปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดสาวงาม ประชันเวที Miss Earthlab 2023 Presented by Dr.CBD

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.46 น.

โอกาสก้าวสู่การเป็น “พรีเซนเตอร์” ระดับมืออาชีพ!! เปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดสาวงาม ประชันเวที Miss Earthlab 2023 Presented by Dr.CBD

Earthlab Event จัดแคมเปญใหญ่สุดปัง เปิดรับสมัครสาวงามรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่น พร้อมโอกาสสร้างรายได้ตลอดทั้งปีและสิทธิพิเศษมากมายที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

  • ผู้หญิงตั้งแต่อายุ 18-30 ปีทุกคนมีสิทธิ์ ร่วมเดินประกวดบนเวที
  • เปลี่ยน Passion เป็นรายได้ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน
  • โอกาสร่วมงานกับดาราหน้าใหม่และแบรนด์ชั้นนำมากมายตลอดปี
  • ได้ใช้สินค้าคุณภาพจากกัญชา กัญชง และกระท่อมก่อนใคร
  • ร่วมทริปVlog เที่ยวเกาหลีสุด Exclusive จาก Dr.CBD
  • รางวัลผู้ชนะ เงินสด มูลค่ากว่า 50,000 บาท

ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับรางวัลในแต่ละรอบดังนี้

  • รอบ 10 คนแรก : ของขวัญมูลค่า 2,500 บาท
  • รอบ 8 คนสุดท้าย : ของขวัญมูลค่า 4,000 บาท
  • รอบ 6 คนสุดท้าย : Voucher Dr.CBD Clinic
  • มูลค่า 6,000 บาท และเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท
  • รอบ Final 3 คนสุดท้าย : อันดับ 2,3 เงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท และ Voucher Dr.CBD Clinic มูลค่า 10,000 บาท
  • อันดับ 1 เงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท, Voucher Dr.CBD Clinic มูลค่า 10,000 บาทและทริปเที่ยวเกาหลีสุด Exclusive พร้อมผู้ติดตามได้ 1 ท่าน

โอกาสมาถึงแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดมือ อวดความปังของคุณให้โลกได้เห็น ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมที่ลิงก์ : https://bit.ly/3ib8Rku เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 15 มกราคมนี้เท่านั้น!!

ผู้แข่งขัน 10 คนที่โดนใจทีมงาน จะได้ผ่านเข้ารอบแรก ร่วมเดินแฟชั่นโชว์และทำกิจกรรมร่วมกับ มีมี่-ฤทัยภัทร พัทธนนปภังกร นักแสดงช่อง 7 และ รับของขวัญมูลค่ากว่า 2,500 บาทจาก Dr.CBDที่งาน EarthlabEvent By Dr.CBDณ Central Ladpraoวันที่ 21 มกราคม 2566 นี้ ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบแรก 10 คน ผ่าน Facebook : Dr.CBDวันที่ 17 – 18 มกราคม 2566

** หมายเหตุ **

– ผลการตัดสินของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด

– หลังจากประกาศผลทางทีมงานจะติดต่อไปหาผู้โชคดีเพื่อยืนยันสิทธิ์

แบรนด์ Earthlabอยู่ภายใต้บริษัท ดร.ซีบีดี บริษัทที่สร้างสรรด์ผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชง และกระท่อมเพื่อสุขภาพของทุกคน มีนโยบายเน้นความเป็น Food Grade และ Medical Grade แบบครบวงจร ตั้งแต่ ปลูก สกัด วิจัย ทำผลิตภัณฑ์ และ บริการคลินิก  ในครั้งนี้ Earthlab Event จัดเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าและกลุ่มวัยรุ่นที่มาเดินศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์และเมกาบางนา มีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ บิวตี้บล็อกเกอร์ ให้ความสนใจสินค้ามากมายเลย เพราะโปรดักส์ของดร.ซีบีดี มีส่วนผสมของ CBD ที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่และกำลังเป็นกระแสนิยมในตลาดโลกตอนนี้

ดร.ซีบีดี ยังมีแพลนที่จะออกอีเวนต์ทั่วกรุงเทพในปี 2566 เพื่อกระจายนวัตกรรมและให้ความรู้เรื่องสาร CBD ในกัญชาและกัญชงกับผู้คนในหลายๆพื้นที่ เพราะ ดร.ซีบีดี ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ CBD ว่ามีประโยชน์ในทาง Medical Grade และต่อยอดในอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้อย่างดี สำหรับใครที่สนใจนวัตกรรมเกี่ยวกับ CBD สามารถติดตามข่าวสาร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Line Official :  https://lin.ee/paTkNIj

เปิดใจ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’ เจ้าของเสียงเพลง ‘ร้อยใจมากราบครู’ เพลงประจำวันครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/703102

เปิดใจ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’ เจ้าของเสียงเพลง ‘ร้อยใจมากราบครู’ เพลงประจำวันครู

เปิดใจ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’ เจ้าของเสียงเพลง ‘ร้อยใจมากราบครู’ เพลงประจำวันครู

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.12 น.

“ครูดี ศิษย์ดี อนาคตดี” คือ คำขวัญวันครูของปี 2566 ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาจะมีหลายโรงเรียนนำเพลง “ร้อยใจมากราบครู” มาใช้จนกลายเป็นเพลงฮิต แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเพลงนี้เป็นเสียงของ “ดร.เซปิง ไชยศาส์น” ซึ่งอัดไว้ตั้งแต่ 11 ปีแล้ว แม้วันเวลาจะผ่านไปหลายปี แต่เพลงนี้ก็ยังตราตรึงในใจของคุณครูหลายๆ ท่าน

โดยเจ้าตัวได้เล่าที่มาที่ไปของเพลง “ร้อยใจมากราบครู” ให้ฟังว่า “เพลงนี้ร้องและอัดเสียงตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 เพราะว่าอยากให้ทุกคนระลึกถึงและทราบซึ้งในพระคุณของครูได้ในทุกๆวัน แต่ช่วงทำเพลงเสร็จช่วงนั้นทุ่มเทเวลาให้กับการเผยแผ่คำสอนพระพุทธเจ้าด้วยพุทธวจนจึงยังไม่มีโอกาสที่จะโปรโมทเพลงนี้ หลังจากนั้น 2 ปีต่อมา ลูกศิษย์ของอาจารย์พยัต ผู้ควบคุมการผลิตเพลงนี้ คงเฝ้ารอเวลาที่จะได้เห็นเพลงนี้ออกสู่ธารณชนไม่ไหว จึงนำไปเผยแพร่ในยูทูป โดยที่เราไม่เคยทราบมาก่อน จากนั้น 5 ปีผ่านไป (พ.ศ. 2562) ได้ทำเพลงธรรมะเพื่อสังคม รณรงค์ให้ดื่มอย่างมีสติ ออกทางยูทูป บังเอิญได้พบเพลงของตัวเอง ที่มีทั้งคุณครูและนักเรียนทั่วประเทศนำไปขับร้อง ฟ้อนรำในพิธีไหว้ครูและแต่ละโรงเรียนจัดทำเอ็มวีเพื่อเชิดชูเกียรติในวันครูและวันเกษียรของครู ครั้งแรกที่เห็นรู้สึกตกใจมาก ถึงกับพูดไม่ออก ร้องไห้ดีใจมากๆ น้ำตาแห่งความสุขใจผสมกับความปราบปลื้มใจว่าเพลงของเราดังได้ขนาดนี้ มีทั้งคุณครูและนักเรียนที่ชื่นชอบจนนำไปร้องกันเป็นเหมือนเพลงประจำพิธีไหว้ครูของแต่ละโรงเรียนทั่วประเทศในทุกๆปี ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานถึง 11 ปี แล้ว ซึ่งตรงกับความตั้งใจตั้งแต่เริ่มทำเพลงนี้ ที่อยากให้คุณครูและนักเรียนทั่วประเทศได้ใช้ประโยชน์จากบทเพลงนี้ร่วมกันในทุกโอกาส โดยในอนาคตเราตั้งใจจะมอบเพลงนี้ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาให้เป็นเพลงประจำวันครู ตามที่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศได้นำไปใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย”

แม้ว่าเพลงนี้จะกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและถูกหยิบมาใช้ในช่วง “วันครู” แต่รู้มั้ยว่ามีคนน้อยมากที่รู้ว่าเป็นเสียงของ ดร.เซปิง “คงจะมีน้อยมากๆ ที่ทราบว่าเราเป็นผู้ขับร้องแต่ไม่มีใครทราบเลยว่าเราเป็นผู้จัดทำเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อสังคม เราใช้ดนตรีไทยบรรเลงเพลง เพราะบทเพลงนี้มีความหมายที่ลึกซึ้ง บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความงดงามของคุณครูไทย สื่อถึงความกตัญญูนอบน้อมของลูกศิษย์ จึงใช้ดนตรีไทยผสมผสานดนตรีสากลเพื่อส่งอารมณ์ให้ผู้ฟังเข้าถึงความหมายของเพลงที่อบอวลด้วยความรักของครูที่มีต่อศิษย์ได้มากยิ่งขึ้น”

ต่อข้อถามที่ว่าอยากขอบคุณใครที่ทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา ดร.เซปิง เผยว่า “ครูที่แต่งเพลงนี้ให้ ลืมพระคุณไม่ได้เลย อาจารย์พยัต ภูวิชัย ทั้งเรียบเรียงทำนองและดนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่ถ่ายทอดเจตนารมณ์ออกมาได้อย่างงดงามมากที่สุด ส่งผลให้ความตั้งใจของเราเกิดเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสังคม

แม้เพลง “ร้อยใจมากราบครู” จะโด่งดังมานานหลายปีแล้ว แต่ช่วงวันครูนี้ ดร.เซปิง ยังมีโปรเจคทำเพื่อสังคมและคุณครู “โดยตั้งใจว่าจะมอบทุนช่วยเหลือคุณครูที่เสียสละอุทิศตนแต่โรงเรียนขาดอุปกรณ์ในการเรียนการสอน หากคุณครูท่านใดประสงค์จะให้ช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ เฟสบุ๊คเพจ ด็อกเตอร์เซปิง หรือ Line:@Dr.xeping  หรือหากโรงเรียนใดประสงค์ให้ไปร่วมร้องเพลงในวันครูหรือวันเกษียรก็ยินดีมาก สามารถติดต่อมาได้เช่นกัน”

‘ปลา – เพียงฤทัย’ บินอัพหน้าลุยเล่นหนังฟอร์มยักษ์ผู้กำกับดังทอม วอลเลอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/703039

‘ปลา - เพียงฤทัย’ บินอัพหน้าลุยเล่นหนังฟอร์มยักษ์ผู้กำกับดังทอม วอลเลอร์

‘ปลา – เพียงฤทัย’ บินอัพหน้าลุยเล่นหนังฟอร์มยักษ์ผู้กำกับดังทอม วอลเลอร์

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.12 น.

ฮอตทะลุปี! สำหรับนักร้องสาวเซ็กซี่ “Plah Blah Blah – ปลา บลา บลา” หรือ “ปลา – เพียงฤทัย โกมารทัต” ที่เริ่มปีใหม่ 2023 ด้วยการลงทุนบินไปทำสวยที่เกาหลี และไปเดินแบบที่อินเดีย ก่อนรับเล่นหนังฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับดังทอม วอลเลอร์ ที่ได้ทุนสร้างจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่น 

ปลา บลา บลา เล่าว่า “เพิ่งบินไปทำตาทำหน้าใหม่ที่เกาหลี เพราะอยากสวยขึ้นเพื่อเตรียมตัวสำหรับมิวสิกวิดีโอใหม่ หลังทำหน้าเสร็จได้ไม่กี่วัน  ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้เข้าร่วมเดินแฟชั่นโชว์ใหญ่ที่เมืองนิวเดลี  ประเทศอินเดีย เพื่อโปรโมทท่องเที่ยวไทยในงาน “Amazing Thailand Fest 2022” ซึ่งเป็นประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นอีกงานที่เราชอบ ส่วนงานหนังเรื่อง Kiss of the Con Queen ซึ่งสร้างมาเรื่องจริงของนักต้มตุ๋นที่อ้างตัวเป็นนักสร้างหนังดังฮอลลีวูด และเคยถูกไปนำเสนอที่ตลาดหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ก่อนได้บริษัท Swift Prods ของฝรั่งเศส กับ Yaman Films ของญี่ปุ่น มาร่วมลงทุน จากนั้นทีมผู้กำกับก็ได้ติดต่อให้เราไปร่วมเล่นด้วย

สำหรับงานเพลงใหม่ที่หลายคนถามถึงตลอดว่าเมื่อไหร่จะปล่อยออกมา ต้องบอกว่ากำลังทำๆ กันอยู่เพราะเราได้ยกกองไปถ่ายที่ Mykonos และ Santorini ประเทศอิตาลี พร้อมได้นายแบบสุดฮอตจากมิลานมาร่วมถ่ายมิวสิกวิดีโอด้วยคาดว่ากุมภาพันธ์นี้น่าจะได้ฟังกัน”

ติดตามได้ทางเว็บไซต์ : www.plahblahblah.com , Youtube : Plah Blah Blah Official , FanPage : Plah Komaratat , IG : plahblahblahofficial , TikTok : @plahkomaratat และ @50really เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย

-(016)