รองปลัดฯถกคกก.สงเคราะห์ ไฟเขียวประมงปรับแผนงบกองทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702884

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ครั้งที่ 8/2565 โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติการปรับแผนการปฏิบัติงานโครงการก่อนการเบิกจ่ายโครงการเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ปี 2565 ระยะที่ 1 ของกรมประมง นอกจากนี้ ได้อนุมัติสนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อดำเนินโครงการ ได้แก่ 1.โครงการโคบาลชายแดนใต้ของกรมปศุสัตว์ วงเงิน 1,566,200,000 บาท 2.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคบ้านสาวอฮูลู ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส วงเงิน 3,611,300 บาท 3.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคบ้านปายอ ต.กะตุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี วงเงิน 3,128,500 บาท 4.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านมือลอ ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 2,765,900 บาท5.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรเลี้ยงโคบารอกัต ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 4,947,700 บาท

6.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคคอกวัวสามัคคี ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 3,590,500 บาท7.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโครวมพลังสามัคคี ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 3,790,500 บาท 8.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรชมรมเลี้ยงโคโลทู ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 4,997,600 บาท 9.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโค ปลองอร่วมใจ ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 3,146,600 บาท

10.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคบ้านมอแซงพัฒนา ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 3,977,600 บาท 11.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคสัจจะ ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 4,962,000 บาท 12. โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านกอลีต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานีวงเงิน 4,921,600 บาท 13.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคบ้านโตะแน ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี วงเงิน 1,811,600 บาท 14.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนเพื่อศึกษาพันธุ์หอยบ้านตันหยงลุโละ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี วงเงิน 4,547,700 บาท และ 15.โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนปลาสดปลอดสารพิษ ต.บ้านกลาง อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี วงเงิน 3,950,500 บาท

6 สัญญาณเตือน ‘มะเร็งปอด!!’ ตรวจเร็ว…รักษาทัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703065

6 สัญญาณเตือน 'มะเร็งปอด!!'  ตรวจเร็ว...รักษาทัน

6 สัญญาณเตือน ‘มะเร็งปอด!!’ ตรวจเร็ว…รักษาทัน

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.50 น.

โรคมะเร็งปอด … โรคยอดฮิตที่พบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เกิดจากพฤติกรรมต่าง ๆ ที่คอยทำร้ายสุขภาพ ทั้งแบบรู้ตัวและแบบไม่รู้ตัว อาทิ การสูบบุหรี่ หรือการได้รับมลพิษในสิ่งแวดล้อม เกิดจากเซลล์เนื้อเยื่อบุผิวของปอดเจริญเติบโตผิดปกติอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมได้ และเกิดเป็นก้อนเนื้อร้ายในที่สุด โดยเนื้อร้ายนี้สามารถลุกลามและกระจายไปอวัยวะอื่น ๆ ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็มักจะอยู่ในระยะโรคที่รุนแรงแล้ว

พญ.มัณฑนา สันดุษฎี อายุรแพทย์ด้านโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ และเวชบำบัดวิกฤต ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า เล่าว่า “มะเร็งปอดแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ ขึ้นกับชนิดของเซลล์ ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell lung cancer) เป็นมะเร็งปอดชนิดที่พบได้บ่อยกว่า สามารถแบ่งเป็นชนิดเซลล์ได้อีกหลายชนิด เช่น adenocarcinoma, squamous cell carcinoma ซึ่งชนิดของเซลล์จะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันเล็กน้อย และ มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer) เป็นมะเร็งปอดชนิดที่พบได้น้อยกว่า แต่เป็นชนิดที่ตอบสนองได้ดีต่อยาเคมีบำบัดและการฉายแสง ทั้งนี้ สามารถวินิจฉัยได้โดยการเอาชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา โดยมะเร็งปอดแต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาและพยากรณ์โรคที่แตกต่างกันออกไป

ปัจจุบันแม้จะยังไม่สามารถบอกถึงสาเหตุของมะเร็งปอดได้ชัดเจนนัก แต่มีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอด ได้แก่

1.      การสูบบุหรี่ ทั้งผู้ที่สูบบุหรี่เอง และผู้ใกล้ชิดที่ได้รับควันบุหรี่ หรือที่เรียกว่า “ควันบุหรี่มือสอง” การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหลัก 80-90% เพราะในบุหรี่เต็มไปด้วยสารก่อมะเร็ง เมื่อสูดควันเข้าไปสารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในปอดโดยตรงทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ และเกิดเป็นมะเร็งในที่สุด โดยคนที่สูบบุหรี่  1 ซองต่อวันเป็นเวลา 20 ปี จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 8 – 20 เท่า

2.      สารพิษและมลภาวะในสิ่งแวดล้อม เช่น

·       สารแอสเบสตอส (asbestos) หรือแร่ใยหิน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง (กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องแผ่นเรียบ ฝ้าเพดาน) อุตสาหกรรมการผลิตท่อน้ำซีเมนต์ กระเบื้องยางไวนิลปูพื้น ผ้าเบรก ฉนวนกันความร้อน และ อุตสาหกรรมสิ่งทอ แร่ใยหินเป็นสารที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ โดยผู้ที่ทำงานในโรงงานที่มีการใช้แร่ใยหินจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนปกติถึง 7 เท่า

·       ก๊าซเรดอน (radon) เป็นก๊าซสารกัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากการสลายตัวของเรเดียมหรือยูเรเนียม พบได้ในอาคารหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งมักมีดิน หิน หรือทรายที่มีแร่เรเดียมเจือปนมา

·       ฝุ่น PM 2.5 หรือฝุ่นละอองจิ๋วขนาดเล็กที่มีขนาดโมเลกุลเล็กเพียง 2.5 ไมครอน ที่ไม่สามารถมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยฝุ่น PM 2.5 จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดมากขึ้นถึง 1 – 1.4 เท่า โดยเมื่อฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในปอดจะทำให้เกิดการอักเสบ และมีการกลายพันธุ์ของสารพันธุกรรม ซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งปอดขึ้นได้

·       สารเคมีอื่นๆ เช่น สารหนู ถ่านหิน ที่ผู้ป่วยมักได้รับจากการประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม หรือสารพิษจากมลภาวะที่มาจากท่อไอเสียของยานพาหนะ

3.      อายุ อายุที่มากขึ้น อวัยวะรวมถึงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายจะยิ่งทำงานเสื่อมสภาพลง โดยผู้ที่เสี่ยงจะเป็นมะเร็งปอดมากที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สูบบุหรี่

4.      พันธุกรรม ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

พญ.มัณฑนา กล่าวต่อว่า “มะเร็งปอดส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก แต่จะมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเกิดโรคเมื่อมีการเจริญเติบโตของมะเร็งมากขึ้น และอาการจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ตำแหน่งของก้อนที่เกิดขึ้น

โดย 6 สัญญาณเตือนของอาการที่พบ ได้แก่

1.      ไอเรื้อรัง (พบมากถึง 50-75%) ตลอดจนอาการไอมีเสมหะปนเลือด หรือไอมีเลือดสด (พบ 25-50%)

2.      เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก (พบได้ 25%)

3.      เจ็บหน้าอก (พบได้ 20%)

4.      เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยหาสาเหตุไม่ได้

5.      หายใจมีเสียงดังผิดปกติ

6.      เสียงแหบ

การวินิจฉัยมะเร็งปอด ต้องยืนยันการวินิจฉัยโดยการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งการตรวจชิ้นเนื้อจะเกิดขึ้นได้ แพทย์ต้องตรวจพบก้อนเนื้อที่ผิดปกติในปอดให้เจอก่อน ซึ่งหากตรวจตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม การรักษามะเร็งปอดในระยะแรกด้วยการผ่าตัดสามารถหายขาดได้เลย

การตรวจคัดกรองที่แนะนำ คือ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (low-dose CT lung scan) ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้ปริมาณรังสีน้อย และใช้เทคนิคการเก็บภาพแบบ 3 มิติ ที่มีความละเอียดมากกว่าเอกซเรย์ธรรมดามาก ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติต่างๆ ภายในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ใช้วิธีดังกล่าว เป็นมาตรฐานในการคัดกรองโรคมะเร็งปอด ซึ่งจะได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มคนไข้ที่มีความเสี่ยง นั่นคือ อายุมากกว่า 55 ปี มีประวัติสูบบุหรี่มากกว่า 30 pack years (pack years = จำนวนบุหรี่ที่สูบใน 1 วัน x จำนวนปีที่สูบบุหรี่) และเลิกสูบบุหรี่มาไม่เกิน 15 ปี ถึงแม้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากมีอาการหรือแพทย์สงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอด แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography scan; CT scan), การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ (positron emission tomography scan; PET scan), การตรวจโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging; MRI), การส่องกล้องหลอดลมปอด (bronchoscopy) และ การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจหาชนิดของมะเร็ง (biopsy) ส่วน การตรวจ x-ray ปอด อาจไม่ใช่วิธีการคัดกรองโรคมะเร็งปอดที่ดีนัก เพราะกว่า x-ray ปอดจะตรวจพบความผิดปกติ ก็มักจะเป็นก้อนที่ค่อนข้างใหญ่ หรือลุกลามไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถทำการรักษาโดยการผ่าตัดให้หายขาดได้

สำหรับการรักษาจะขึ้นอยู่กับ ชนิดของมะเร็ง ระยะของมะเร็ง และความแข็งแรงของผู้ป่วย ซึ่งทางเลือกการรักษาในปัจจุบันมีความทันสมัยขึ้นมาก มีทั้งการผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัด (chemotherapy) การรักษาด้วยการฉายแสง (radiotherapy) และการใช้ยาแบบจำเพาะเจาะจง (targeted therapy) โดยแพทย์จะร่วมตัดสินใจกับคนไข้และครอบครัว เพื่อเลือกการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน”

ถึงอย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งปอดคือ การสูบบุหรี่ รวมถึงสารพิษและมลภาวะที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ฉะนั้น การป้องกันมะเร็งปอดที่ดีที่สุดคือ การงดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือหลีกเลี่ยงการรับควันบุหรี่มือสอง และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การตรวจคัดกรองสุขภาพปอดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี และ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ low-dose CT lung scan ในคนที่มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอด จะช่วยให้สามารถตรวจพบและรักษามะเร็งได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ทำให้ลดอัตราการเสียชีวิตและทำไห้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากโรคมะเร็งปอดได้

“มะเร็งปอดสามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ดังนั้น การตรวจคัดกรองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก”

พญ.มัณฑนา กล่าวทิ้งท้าย

อย่าให้เด็กทดลองดื่มเหล้า เสี่ยงสูญเสียพัฒนาการทางสมอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703009

อย่าให้เด็กทดลองดื่มเหล้า เสี่ยงสูญเสียพัฒนาการทางสมอง

อย่าให้เด็กทดลองดื่มเหล้า เสี่ยงสูญเสียพัฒนาการทางสมอง

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.18 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ย้ำเตือน พ่อ แม่ และผู้ปกครองอีกครั้ง อย่าเพียงแค่นึกสนุก หรือมีความเชื่อผิดๆ ให้บุตรหลานดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อในอนาคตจะได้คอแข็งซึ่งอันตรายมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า ส่งผลระยะยาวต่อพัฒนาการทางสมอง

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ ขอย้ำเตือน พ่อ แม่ ผู้ปกครองอีกครั้ง อย่าเพียงแค่นึกสนุก หรือมีความเชื่อผิดๆ ให้บุตรหลานดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อในอนาคตจะได้คอแข็ง สุราหรือเหล้า รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เครื่องดื่มที่เหมาะสมให้เด็กดื่ม หากเด็กดื่มสุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลต่อร่างกายของเด็กมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า ทั้งทำลายสมองและระบบต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลระยะยาวต่อพัฒนาการทางสมอง  จะทำให้เด็กสูญเสียความสามารถในการจดจำ ความคิดสร้างสรรค์ถูกทำลาย  สุรา หรือเหล้า คือ เครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์

เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อดื่มสุราเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที ในผู้ใหญ่ เมื่อมีการดื่มในช่วงแรก จะทำให้ร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน มากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง  และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ ซึ่งการก่อพิษของแอลกอฮอล์ในเด็กกับผู้ใหญ่ไม่ต่างกัน เพียงแต่ในปริมาณการดื่มที่เท่ากันความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดของเด็กจะมากกว่าเนื่องจากน้ำหนักตัวเด็กที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ และโครงสร้างที่ป้องกันสารพิษในระบบไหลเวียนเลือดไปสู่สมองของเด็กพัฒนาการยังไม่เต็มที่ ทำให้สารพิษเข้าสู่สมองได้มากกว่าผู้ใหญ่ รวมไปถึงอวัยวะต่างๆ  ตับและไต ที่พัฒนายังไม่เต็มที่ ทำให้การขับสารพิษออกจากร่างกายได้ช้ากว่าผู้ใหญ่

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การดื่มสุราทำให้การหลั่งสารโดปามีน (dopamine) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสารนี้จะมีผลต่อการกดและทำลายสมองส่วนคิด ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องพัฒนาการของสมอง อาจส่งผลให้เด็ก คิดวิเคราะห์ไม่ได้ รวมทั้งส่งผลต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย  ตับ ไต จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งตับเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตกลูโคสไปเลี้ยงสมอง หากมีผลกระทบต่อตับ กลไกเหล่านี้ก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้การที่ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวดื่มสุราให้เด็กเห็นเป็นประจำ แนวโน้มที่เด็กจะโตขึ้นมาเป็นนักดื่มมีมากกว่าปกติถึง 4 เท่า ยิ่งพ่อแม่ผู้ปกครองให้ลูกลองดื่ม ยิ่งเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ลูกกลายเป็นนักดื่มเร็วยิ่งขึ้น ย้ำเตือน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่คิดจะให้เด็กทดลองดื่มสุรา เพียงแค่นึกสนุก หรือมีความเชื่อผิดๆ เช่น ให้บุตรหลานดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในอนาคตจะได้คอแข็ง พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของบุตรหลานอย่างมาก อย่าเพียงแค่นึกสนุกแต่ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย ซึ่งอันตรายมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า เด็กควรจะต้องได้รับอาหารและสารอาหารที่ถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสมตามวัย

ซึ่งจะทำให้เด็กมีภาวะโภชนาการที่ดี ส่งผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการพัฒนาสติปัญญา ทั้งนี้ หากประสบปัญหาเกี่ยวกับสุรา หรือยาและสารเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาเรื่องยาและสารเสพติดได้ที่ สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี

เทรนด์ออกกำลังกายที่จะชวนคุณมาขยับร่างกายในปี2566 โดย’ซาแมนธา เคลย์ตัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702994

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.51 น.

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในการเริ่มต้นปีใหม่คือการเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ พร้อมกับโอกาสที่ไม่สิ้นสุด อีกทั้งการเริ่มต้นปีใหม่ยังเป็นสัญญาณของการปล่อยวางอดีต ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจสำหรับสิ่งที่เราจะทำให้สำเร็จลุล่วงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ดังที่ ซาแมนธา เคลย์ตัน รองประธานฝ่ายสมรรถภาพการกีฬาและฟิตเนสระดับโลก เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่นกล่าวไว้ว่าการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในปณิธานยอดนิยมที่ผู้คนมักตั้งขึ้นในทุกปีใหม่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการให้ความสำคัญของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีจะส่งผลกระทบกับทุกแง่มุมในชีวิตของคุณ รวมถึงช่วยพัฒนาสมาธิ ความจำ และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกันถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพองค์รวมของคุณ

 เป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณไม่จำเป็นต้องเทียบเท่ากับของนักกีฬาอาชีพอย่างการชนะการแข่งขันไตรกีฬาหรือการทำลายสถิติโลก เพราะแค่คุณขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันก็สามารถสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยให้คุณเริ่มต้นทำอย่างถูกทางได้ ซึ่งในขณะที่คุณเริ่มเส้นทางเพื่อสุขภาพที่ดีในปี 2566นี้ ทางซาแมนธา เคลย์ตันได้แนะนำเทรนด์การออกกำลังกายที่น่าสนใจเพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นมาฝากกัน

พื้นฐานของการออกกำลังกาย

เทรนด์การเดินและการวิ่งจะยังคงได้รับความนิยมต่อในปี 2566เพราะเป็นกิจกรรมไม่มีค่าใช้จ่าย มีประสิทธิภาพ และสามารถทำได้ทุกที่ กล่าวง่ายๆ คือ การออกกำลังกายเช่นนี้เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเริ่มต้นเส้นทางในการออกกำลังกายของคุณ

โดยจากผลการวิจัยพบว่าการเดินมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาความคล่องตัวและอิสระในการเคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้การเดินยังเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ จึงส่งผลกระทบต่อส่วนข้อต่อน้อยกว่า รวมถึงการเดินบนทางลาดเอียง เช่น การเดินชันบนลู่วิ่งซึ่งเป็นรูปแบบการเดินที่ลงน้ำหนัก โดยมันจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักขึ้นจากการเดินต้านแรงโน้มถ่วง ซึ่งจะช่วยเพิ่มหรือรักษาความหนาแน่นของกระดูกที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ ได้แนะนำให้ออกกำลังกายเช่น การเดินเร็วนาน30 นาที เป็นเวลา5 วันต่อสัปดาห์

พื้นฐานของการเดินและวิ่งรวมถึงการออกกำลังกายต่างๆ คือ “การทำให้สำเร็จในสิ่งที่คุณเริ่มต้น” นอกจากนี้ การวิ่งหรือเดินกลางแจ้งยังช่วยให้เราได้วิตามินดีจากแสงแดด ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียมที่มีความจำเป็นต่อกระดูกอีกด้วย นอกจากนี้การแข่งขันวิ่งในระดับต่างๆ กำลังกลับมาอีกครั้งหลังการแพร่ระบาดใหญ่ รวมถึงมีคลาสเรียนวิ่งบนลู่จากที่บ้านและทางออนไลน์ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ ซึ่งหากคุณได้เข้าร่วมหนึ่งในกิจกรรมเหล่านี้ นั่นหมายถึงคุณกำลังมาถูกทางแล้ว

การเต้นแอโรบิก

ป๊อปคัลเจอร์ต่างๆ ได้กลับมามีกระแสอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเทรนด์การออกกำลังกายรูปแบบนี้ก็เช่นกัน ซึ่งการเต้นแอโรบิกเคยได้รับความนิยมมากในยุค 80 และ 90 ทั้งในสตูดิโอและเต้นเองที่บ้าน และกำลังจะกลับมาฮิตอีกครั้งสำหรับสายคาดิโอที่ชอบเสียงเพลงเป็นแรงกระตุ้น ซึ่งในยุโรปพบว่าการออกกำลังกายรูปแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากในยิม และถูกนำใส่ในตารางฝึกอบรมผู้สอนออกกำลังกายในงานประชุมฟิตเนสในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกในปี 2566 โดยในปี 2565ที่ผ่านมา แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออกกำลังกายยอดนิยมต่างๆ ก็เริ่มแนะนำการออกกำลังกายที่มีการออกแบบท่าเต้นตามจังหวะให้แก่ผู้ใช้งานด้วย

ทั้งนี้การเต้นแอโรบิกถือว่าเป็นที่นิยมสำหรับการคาดิโอ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานสูงแต่มีแรงกระแทกต่ำ และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะช่วยให้เกิดความสมดุล การประสาน และความคล่องตัวของร่างกายมากขึ้นเช่นเดียวกับการวิ่ง เพราะการเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมที่ดีและมีส่วนช่วยสำหรับเรื่องความดันโลหิตสูง และยังเป็นการออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวซ้ำๆ และเป็นจังหวะที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั้งก้น ขา ไหล่ และแขนอีกด้วย

การออกกำลังกายแบบผสมผสานกายใจ

เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายที่ช่วยเยียวยาจิตใจด้วยนั้น คือเป็นการออกกำลังกายแบบผสมผสานกายใจอย่างเช่น โยคะ การชื่นชมตัวเองว่าเรากำลังทำสิ่งที่ดีๆ และกิจวัตรต่างๆ ที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากในปัจจุบัน โดยแนวทางการออกกำลังกายแบบนี้เพื่อสุขภาพที่ดีและช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเรานั้นให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตใจมากพอๆ กับสุขภาพกาย อีกทั้งการออกกำลังกายแบบผสมผสานกายใจมีส่วนช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งหลังการออกกำลังกายแล้ว เราจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงรับประทานอาหารที่มีโภชนาการเพื่อบำรุงร่างกาย

เทคโนโลยีการออกกำลังที่บ้าน

ตอนนี้ผู้บริโภคหลายคนกำลังกลับไปสู่เทรนด์ออกกำลังกายในยิมโรงรถโดยเฉพาะยิมภายในบ้านที่มีเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยซึ่งอุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์เพื่อการออกกำลังกายในบ้านเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้การออกกำลังกายผ่านเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงที่เรียกว่า VR (Virtual Reality)ยังคงเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งการเล่นเกมและการออกกำลังกายผ่าน VR จะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้ผู้คนมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นในปี 2566

ซึ่งจากการเติบโตของเทคโนโลยีVR ในอุตสาหกรรมฟิตเนส คาดว่าอุตสาหกรรมแอปพลิเคชันฟิตเนสจะเติบโตกว่า 3.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569

กำลังกายแบบฟิวชั่น

ในปีใหม่นี้ เราคาดว่าจะได้เห็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลาสั้นๆ แต่เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานสูงควบคู่ไปกับการยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำมากขึ้น โดยนำการออกกำลังกายแบบฟิวชั่นและคลาสออกกำลังกายที่มีการออกกำลังกายมากกว่า 2 ประเภทขึ้นไปมาผนวกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เกิดแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้การออกกำลังกายใช้เวลาสั้นลงแต่ได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งการออกกำลังกายแบบฟิวชั่นไม่เพียงแต่เป็นการท้าทายกล้ามเนื้อของคุณให้ทำงานในรูปแบบใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ได้วิธีการออกกำลังกายใหม่ๆ ที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่ออีกด้วย

การสนับสนุนทางสังคม

อีกหนึ่งเทรนด์ที่ไม่เคยตกยุค จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคลาสออกกำลังกายแบบตัวต่อตัวถึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตแต่การออกกำลังกายแบบกลุ่มก็ส่งผลดีต่อการบรรลุเป้าหมายของคุณได้เช่นกัน โดยมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับประโยชน์ของการได้รับการสนับสนุนทางสังคมหรือผู้อื่นที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะการสนับสนุนทางสังคมจะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพทางความสามารถของตน ความเพลิดเพลิน แรงจูงใจ และการทำกิจกรรมทางร่างกาย

จากการวิจัยพบว่าการออกกำลังกายกับเพื่อนๆ จะทำให้คุณมีความรับผิดชอบต่อการออกกำลังกายมากขึ้นและช่วยกระตุ้นการเรียนรู้การออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้สามารถออกกำลังกายได้หนักขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้คุณใจเย็นมากกว่าการออกกำลังกายคนเดียว และการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ และจิตใจของเราแข็งแรงขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายกับเพื่อนๆ ก็สามารถก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้

ด้วยวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมการออกกำลังกายทำให้สร้างรูปแบบและโอกาสมากมาย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นคือเริ่มออกกำลังกายแบบง่ายๆ ลองสิ่งใหม่ๆ ค้นหาสิ่งที่คุณรักและอยู่กับมัน!

เปิดตัวศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันแห่งใหม่ BDMS Wellness Clinic Retreat

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702836

เปิดตัวศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันแห่งใหม่ BDMS Wellness Clinic Retreat

เปิดตัวศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันแห่งใหม่ BDMS Wellness Clinic Retreat

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ รีสอร์ท เปิดตัว บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก รีทรีท (BDMS Wellness Clinic Retreat) ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน มอบบริการการแพทย์และการตรวจสุขภาพ การออกแบบโปรแกรมสุขภาพเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เหมาะแก่การพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพไปพร้อมกัน ตอบสนองการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

BDMS Wellness Clinic Retreat ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในบรรยากาศล้อมรอบด้วยสวนธรรมชาติ และทัศนียภาพอันสวยงาม ของ อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ รีสอร์ท ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นบนพื้นที่กว่า 677 ตารางเมตร ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันนี้ให้บริการตรวจสุขภาพ บริการด้านความสวยงาม ให้คำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยหลักการของ Retreatมีความเชื่อว่าการป้องกันดีกว่าการรักษาและมุ่งมั่นที่จะช่วยให้แขกบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพ ใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น และบรรลุสุขภาวะที่ดีที่สุด ให้บริการการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุมโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้แพทย์สามารถคาดการณ์ปัญหาสุขภาพในอนาคตได้อย่างแม่นยำและช่วยรักษาโรคต่างๆ ในขณะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางจิตใจ ร่างกาย และคุณภาพชีวิต

BDMS Wellness ClinicRetreat ตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นโปรแกรมการประเมินสุขภาพที่ครอบคลุมมุ่งเป้าไปที่การตรวจหาและป้องกันโรคในระยะเริ่มต้น โปรแกรมนี้ยังวิเคราะห์สัญญาณของกระบวนการชราทางชีววิทยาและเคมีชีวภาพ เพื่อปรับปรุงและช่วยรักษาสุขภาพ แนะนำวิถีชีวิตที่สมดุล ชะลอกระบวนการชรา ช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น

การตรวจสุขภาพพิเศษอื่นๆ ได้แก่ การควบคุมน้ำหนักภูมิคุ้มกัน การแพ้อาหารการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมอย่างครอบคลุม การตรวจเทโลเมียร์ เป็นการตรวจลึกถึงระดับเซลล์และโครโมโซม การตรวจความสามารถในการทำงานของ NK Cell การตรวจคัดกรองมะเร็ง และการดริปวิตามิน หรือการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ (IV Drip) นอกจากนี้ ผู้เข้าพักยังสามารถเลือกรับบริการด้านความงามที่หลากหลายทั้งทรีทเมนต์ผิวหน้าและผิวกายที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพอย่างยั่งยืนที่ BDMS Wellness Clinic Retreat หรือทำการนัดหมายล่วงหน้า bangkok-riverside.anantara.com หรือติดต่อ Anantara Riverside Bangkok Resort โทร. 02-4760022 หรืออีเมล bangkokriverside@anantara.com หรือชมเว็บไซต์ : bangkok-riverside.anantara.com

คุณแหน : 9 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702860

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอถวายพระพรชัยมงคล ขอน้อมอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกขอพระบารมีพระสยามเทวาธิราชพระมหากษัตริย์ บูรพกษัตริย์ทุกๆ พระองค์ ปกป้องคุ้มครองรักษา ขอพระบารมี ขอบุญกุศลอำนาจแห่งธรรมที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ได้ทรงปฏิบัติ บังเกิดความสัมฤทธิผลแล้วในทุกๆ ครั้ง โปรดอภิบาลปกปักรักษาให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววันพระพลานามัยฟื้นฟูแข็งแรงโดยเร็ว ขอทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ สบายพระวรกายสบายพระทัย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม…

ll พล.ร.อ.นพ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันสิ้นพระชนม์ครบ 15 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับปชช.ในด้านต่างๆ จัดโดย คณะข้าราชบริพารวังเลอดิส และคณะผู้เคยถวายงาน…

ll สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ท่านเจ้าประคุณสมเด็จธงชัย ธมฺมธโช) ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์อาคาร “สุจิณโณ” โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 15 ม.ค.13.09 น….

ll ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ หลังจากฉลองวันเกิดกับมิตรสหายที่เมืองไทยเสร็จก็ไปสวิส 10 วันฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น…

ll ปีนี้ ดร.จรวยพร ภัทรลีสมสิริ ไปเคาท์ดาวน์บรรยากาศหิมะขาวโพลนสุดแฮปปี้กับครอบครัวที่ฮอกไกโดอาทิตย์กว่าเที่ยวนี้คุณอูฐได้ลงออนเซ็นทุกวันสมใจ…

ll ผศ.ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มช. พร้อมผู้บริหาร ร่วมยินดีกับ สายัณห์ ไวรางกูร ศิษย์เก่ารหัส 31 ที่ได้เป็นนักศึกษาเก่าม.เชียงใหม่ดีเด่น สาขาบริการสังคม…

ll ยามนี้ วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ เตรียมจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้คณะเพื่อนๆ จากฝรั่งเศสที่จะมาท่องไทยเดือนกว่า จึงต้องทำการบ้านอย่างดีทั้งหาที่กินที่เที่ยวที่พัก เตรียมพร้อมรับรองเต็มที่…

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ พัดชา พงศ์กีรติยุต ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล…

ll คนไทยควรรู้ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ. NIA เผย 7 เทรนด์นวัตกรรมปี 2566 ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับไทยและในระดับโลก ได้แก่ ขาขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ด้านพลังงาน, การฟื้นสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอากาศยาน, ผู้เล่นใหม่จากวงการเทคโนโลยีเชิงลึก, การกลับมาผงาดอีกครั้งของญี่ปุ่นด้วยซอฟต์ พาวเวอร์, ปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์เนื้อหาจากข้อมูล, เข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีอาหารและการลงทุนขนานใหญ่ในเทคโนโลยีความมั่นคง…ll

คุณแหน

โรคปอด ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด! แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพปอดให้แข็งแรง โดยเฉพาะช่วงที่โควิด-19 ยังอยู่และฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702835

โรคปอด ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด! แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพปอดให้แข็งแรง โดยเฉพาะช่วงที่โควิด-19 ยังอยู่และฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว

โรคปอด ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด! แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพปอดให้แข็งแรง โดยเฉพาะช่วงที่โควิด-19 ยังอยู่และฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปอด เป็นหนึ่งในอวัยวะภายในที่สำคัญของร่างกาย ที่ทุกคนได้เรียนกันตอนเด็กๆ ว่า มนุษย์หายใจด้วยปอดเพราะปอดเป็นส่วนสำคัญของระบบทางเดินหายใจ ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ (gas exchange) โดยเอาก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต (blood circulation) ของร่างกายและนำเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการสันดาปพลังงานเพื่อเผาผลาญอาหารออกไปจากร่างกาย ออกซิเจนที่ร่างกายได้รับจากการหายใจจากปอดก็เข้าสู่หลอดเลือด และหัวใจสูบฉีดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆในร่างกาย ดังนั้นหากระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ส่งผลต่อการทำงานของเนื้อเยื่อและอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายนั่นเอง

ในปัจจุบัน โรคที่เกี่ยวกับปอดโดยเฉพาะโรคปอดอักเสบ เริ่มเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง หลังจากที่โลกต้องเผชิญกับการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธ์ุใหม่หรือโรค โควิด-19 ซึ่งหลายๆ ครั้งทำให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงจนอาจเสียชีวิตได้ แต่บางคนอาจไม่ทราบว่า จริงๆ แล้ว ก่อนที่โควิด-19 เกิดเป็นปัญหาโรคระบาดทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย พบว่าประชากรไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะปอด (lung cancer) และปอดอักเสบจากการติดเชื้อ (pneumonia) ในทุกปี ปัจจุบันจากข้อมูลทางสถิติ โรคระบบทางเดินหายใจทั้งสอง นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในห้าอันดับแรกของประชากรไทย นอกเหนือไปจากโรคหัวใจขาดเลือด และอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ จากโรคหลอดเลือดในสมอง ที่จัดว่าเป็นโรคไม่ติดต่อที่สำคัญที่พบได้บ่อยในประชากรไทย (non-communicable diseases; NCD)

รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ศูนย์อายุรกรรมโรงพยาบาลวิมุต จะมาไขข้อข้องใจในเรื่องโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับปอด รวมไปถึงประชากรกลุ่มเสี่ยง ปัจจัยกระตุ้น และปัจจัยส่งเสริมให้เกิดโรค สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ไปจนถึงแนวทางป้องกันโรคปอดที่ทุกคนพึงสามารถทำได้ เช่น การดูแลสุขภาพปอด หลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ (air pollutants) หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ (aeroallergen) ในผู้ป่วยโรคหืดและกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งการงดสูบบุหรี่ (smoking cessation) และ การฉีดวัคซีน (vaccine) เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่นไข้หวัดใหญ่ (influenza) และป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส ( pneumococcus) เป็นต้น

แพทย์ชี้คนทุกเพศทุกวัยก็เสี่ยงเป็นโรคปอดได้

“ปอดของมนุษย์ไม่ได้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์มาตั้งแต่แรกเกิด เพราะสมรรถภาพปอดที่ดี ต้องอาศัยการเจริญเติบโตที่ดีต่อเนื่องตั้งแต่ในครรภ์ แรกเกิดและในวัยเด็ก (prenatal and perinatal period) ปอดมีพัฒนาการอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 20-25 ปี หลังจากนั้น จะเริ่มคงที่และค่อยๆ เสื่อมลงตามวัย (aging lungs) แต่เสื่อมเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยที่มีผลกระทบ เช่น มลพิษทางอากาศหรือติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ” รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ อธิบาย “ในแง่ของกรรมพันธุ์ ประชากรที่มีโรคปอดหรือโรคระบบทางเดินหายใจเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น โรคหืด หรือ ภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ มีโอกาสที่ปอดทำหน้าที่ไม่เท่ากับประชากรปกติ นอกจากนี้ ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกแรกเกิดที่ตัวเล็กน้ำหนักตัวน้อยก็อาจมีพัฒนาการของปอดที่ไม่ดี อีกปัจจัยหนึ่ง คือคนไข้ที่มีอาการติดเชื้อในปอดแบบเป็นๆ หายๆ การทำงานของปอดก็มีโอกาสเสื่อมถอยลงได้รวดเร็วขึ้น ประกอบกับเมื่อผู้ป่วยดังกล่าวสัมผัสกับปัจจัยกระตุ้น เช่น ควันบุหรี่หรือมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นขนาดเล็กในอากาศ (particulate matter 2.5 หรือ PM2.5) ทำให้ปอดที่ไม่ดีอยู่แล้ว เกิดเสื่อมถอยของสมรรถภาพปอดเร็วมากขึ้นไปอีก”

สาเหตุของโรคปอดประเภทต่างๆ

โรคเกี่ยวกับปอดจะแบ่งเป็น 2 ประเภทได้ง่ายจากกลไกก่อโรค ได้แก่ โรคติดเชื้อ (infectious diseases) และโรคไม่ติดเชื้อ (non-infectious diseases) ซึ่งโรคปอดจากการติดเชื้อที่เรารู้จักกันได้แก่ ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ หรือปวดบวม รวมทั้งโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการติดเชื้อจากแบคทีเรียและไวรัสอื่นๆ นอกจากโควิด-19 อีกด้วย เช่น ไข้หวัดใหญ่ และวัณโรคปอด ส่วนโรคไม่ติดเชื้อก็จะแบ่งเป็น โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (inherited diseases) และโรคที่เกิดภายหลัง (acquired diseases) โรคปอดพิการแต่กำเนิด โรคหืด หรือกลุ่มที่เป็นภูมิแพ้ มักพบในวัยเด็ก มีประวัติในครอบครัวเป็นโรค ซึ่งการป้องกันทำได้ยากเนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยช่วงตั้งครรภ์ หรือก่อนคลอด ส่วนโรคปอดที่เกิดภายหลัง เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต (life style factors) หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว (environmental factors) เช่น การสูบบุหรี่หรือการรับควันบุหรี่มือสอง เพิ่มความเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หรือปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมะเร็งปอด นอกจากนี้ การสูดมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5,มลพิษทางอากาศ ที่เกิดจากการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน โดยโรคปอดที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ เหล่านี้ เป็นโรคที่พบในประชากรไทยได้บ่อยมากขึ้น

รศ.นพ.ธีระศักดิ์ กล่าวถึงสัญญาณเตือนปอดทำงานผิดปกติ พร้อมแนะสังเกตอาการตัวเองก่อนสายว่า “สัญญาณเตือนอันดับแรกคือการไอ โดยเฉพาะอาการไอเรื้อรัง อันดับที่ 2 คือ อาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก เหนื่อยง่ายผิดปกติเมื่อออกแรง อันดับที่ 3อาการเจ็บหน้าอก ซึ่ง 3 อาการที่พบในผู้ป่วยนี้ เรียกว่าเป็นอาการที่สัมพันธ์กับโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ”

ทั้งนี้ หากมีอาการไอเรื้อรังหรือเกิน 8 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนมากจะไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสและจะหายเองไม่ได้ จำเป็นต้องรับการตรวจหาสาเหตุ สำหรับอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ก็อาจเป็นเรื่องปอดหรือไม่ใช่ก็ได้ เช่น อาจเหนื่อยหอบเพราะเป็นโรคโลหิตจางหรือโรคหัวใจ ทั้งนี้ก็ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและหาสาเหตุอย่างจริงจัง สุดท้าย สำหรับการเจ็บหน้าอก บางคนเข้าใจว่าเจ็บหน้าอกเป็นเรื่องโรคหัวใจเท่านั้น จริงๆ อาการเจ็บหน้าอก เป็นอาการโรคปอดได้เหมือนกันเช่น เจ็บแปลบๆ ที่บริเวณชายโครงแบบสามารถชี้จุดที่เจ็บได้ชัดเจน สัมพันธ์กับการหายใจ หรืออาการไอ (pleuritic chest pain) ซึ่งจะต่างจากโรคหัวใจที่จะมีอาการเจ็บใต้ลิ้นปี่ หรือเจ็บหน้าอกด้านซ้ายและชี้จุดที่เจ็บไม่ได้ชัดเจน และสัมพันธ์กับการออกแรง (anginal chest pain) มีอาการเหงื่อแตก ใจสั่น ดังนั้น ถ้าเกิดอาการเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอกดังกล่าว หรือมีอาการไอร่วมด้วย ผู้ป่วยดังกล่าวควรรีบมาตรวจเพื่อสืบค้นสาเหตุและรับการรักษาต่อไป

แนวทางการดูแลให้ปอดแข็งแรงและวัคซีนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในปอด

สำหรับผู้ป่วยที่ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคปอดมาก่อน เช่น โรคหืดหรือภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้ติดตามอาการและพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่มีโรคประจำตัว การป้องกันการสัมผัสปัจจัยกระตุ้น มีผลป้องกันการเกิดโรค ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ รวมทั้งควันบุหรี่ ทั้งสูบเองและการรับควันบุหรี่มือสอง ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรตรวจติดตามกับแพทย์ เพื่อให้ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของปัจจัยดังกล่าวต่อการเกิดโรคไว้ก่อน เพราะหากนิ่งนอนใจ โรคอาจรุนแรงและรักษาได้ยากลำบาก “แต่สำหรับโรคปอดติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อโรคที่มากับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย ที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะอาจไปรับเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว การป้องกันในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ที่มีโอกาสเสียชีวิตจากการติดเชื้อดังกล่าวในระบบทางเดินหายใจ มากกว่าประชากรทั่วไป ในประเทศไทย นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ หรือโควิด-19 ยังมีวัคซีน 2 ตัวที่ฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และปอด คือวัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza vaccine) กับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส (pneumococcal vaccine)

ทั้งนี้ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำก่อนฉีดวัคซีนดังกล่าว การรู้จักโรคทางเดินหายใจ ปัจจัยเสี่ยง และสัญญาณเตือน และมาตรการป้องกัน ทั้งปัจจัยจากสารก่อภูมิแพ้ทางการหายใจ มลพิษทางอากาศรวมทั้งควันบุหรี่ และโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ ถือว่าเป็น ปัจจัยทั้งสาม (triple threats) ส่งผลกระทบร่วมกันต่อสุขภาพปอดของคนไทยในปัจจุบันด้วยแนวทางดังกล่าว ช่วยเสริมให้ประชากรไทยมีสุขภาพปอดที่ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 รพ.วิมุต หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT Application คลิก https://bit.ly/372qexX

ท่องโลกไปกับ Warbie Yama ในนิทรรศการ ‘It’s me, Warbie! The Inside World of Warbie Yama’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702852

ท่องโลกไปกับ Warbie Yama ในนิทรรศการ  ‘It’s me, Warbie! The Inside World of Warbie Yama’

ท่องโลกไปกับ Warbie Yama ในนิทรรศการ ‘It’s me, Warbie! The Inside World of Warbie Yama’

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับความอบอุ่นและความสนุกในนิทรรศการ “It’s me, Warbie! The Inside World of Warbie Yama” ที่พาทุกคนไปสัมผัสเรื่องราวและก้าวเข้าสู่โลกของวอร์บี้ เจ้านกสีเหลืองจอมกวน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของคาแร็กเตอร์สุดกวนจากแอนิเมชั่นสุดดัง เรื่อง Cheez…z และสติ๊กเกอร์ไลน์สุดฮอตที่โด่งดังไปทั่วโลก พร้อมด้วยความพิเศษภายในนิทรรศการกับเรื่องราวที่ชวนอมยิ้มและอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่โซนแรกยันโซนสุดท้าย 

พิเศษยิ่งกว่า! ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จะได้สัมผัสกับการตกแต่งไฟ แสง สี ต้อนรับเทศกาลฉลองขึ้นปีใหม่ตั้งแต่ทางเข้าของริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกพร้อมกับมาสคอตเจ้า Warbie สุดน่ารักที่จะมามอบความรักความสุขให้กับทุกคน มาร่วมโอบกอดความรักความอบอุ่นพร้อมท่องโลกไปกับ Warbie Yama ได้แล้ววันนี้ที่นิทรรศการ “It’s me, Warbie! The Inside World of Warbie Yama” ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 25 มกราคม 2566 ณ RCB Galleria 2 ชั้น 2ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก นอกจากนี้แฟนคลับ Warbie ต้องไม่พลาดกับของที่ระลึกสุดพิเศษในจำนวนจำกัดอย่าง Art Toy ของเจ้าวอร์บี้ (Warbie) และคุณลุงยามะ(Yama) ที่เปิดให้พรีออเดอร์ลิขสิทธิ์แท้ ได้ที่ TheGallery Shop ชั้น 1 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก บริเวณทางเข้าหลักและช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ ZipEvent: https://t.ly/Mqaw และ Ticketmelon: https://t.ly/BAwA

เปิดประตูท่องโลกศิลปะ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสุดลํ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702851

เปิดประตูท่องโลกศิลปะ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสุดลํ้า

เปิดประตูท่องโลกศิลปะ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสุดลํ้า

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ครั้งแรกของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กับการเปิดประสบการณ์สุดแปลกใหม่และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทุกคน พร้อมนำพาทุกคนเข้าสู่โลกเสมือน (VR) ที่รวมโลกศิลปะกับเทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำ กับนิทรรศการ “THE GATE IMMERSIVE THEATER” ผ่าน 4 ผลงาน โดยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ทรู ดิจิทัล พาร์คกับ Topos Studio จากประเทศเกาหลีใต้ สตูดิโอระดับโลก ศูนย์กลางสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ำสมัยที่ดึงมาจัดแสดงในไทยพร้อมผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซต้อนรับคนรุ่นใหม่ร่วมทดลองประสบการณ์เติมเต็มประสบการณ์ดิจิทัลอาร์ตครั้งใหม่

ดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิทัล พาร์ค จำกัด (True Digital Park)หรือ TDPK กล่าวว่า“เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล เทคโนโลยีที่สามารถเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์และร่วมความสร้างสรรค์ไอเดียในการทำงานได้อย่างไม่มีสิ้นสุดทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่สุดในอาเซียน และการมี community mall ที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ รวมถึงพื้นที่ของโอกาสที่พร้อมต้อนรับคนรุ่นใหม่ สตาร์ทอัพ ธุรกิจ นักลงทุน ให้เข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ในโอกาสต่างๆ และโอกาสพิเศษนี้กับการจัดนิทรรศการ “THE GATE IMMERSIVE THEATER” ศิลปะแนวใหม่ในโลกเสมือนจริงที่จะเข้ามาเสริมสร้างสุนทรียศาสตร์ในโลกศิลปะสุดล้ำครั้งใหม่ พร้อมร่วมเปลี่ยน กทม. ให้กลายเป็นเมืองศิลปะสุดสร้างสรรค์ เฉลิมฉลองการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่”

“นิทรรศการ “THE GATE IMMERSIVE THEATER” เป็นนิทรรศการที่แสดงผลงานศิลปะ Immersive Art งานศิลปะแขนงที่ผลิตผลงานด้วยเทคโนโลยีใหม่หรือสื่อใหม่เป็นพื้นฐาน โดยใช้เทคนิคการ Mapping หรือการฉายภาพลงบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้วยภาพกราฟิก 3 มิติที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้ผู้ชมสามารถดื่มด่ำกับงานได้อย่างเต็มที่ และความพิเศษของการจัดนิทรรศการครั้งนี้ คือจะเป็นครั้งแรกของการจัดแสดงงาน “WE ARE THE PRIMITIVES OF A NEW ERA” ที่สร้างสรรค์ผลงานโดย Aldo Tambellini หนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกวงการ Media Artระดับโลก” Daegyeom Heo CEO Topos Studio กล่าว

การจัดนิทรรศการศิลปะสุดล้ำในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กับ Topos Studio สตูดิโอ ตั้งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เป็นการนำผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซมาจัดแสดงในประเทศไทย โดย Topos Studio เป็นศูนย์กลางสำหรับการสัมผัสประสบการณ์ศิลปะ ที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ำสมัย เช่น Virtual Reality (VR), Augmented Reality (AR) และ Mixed Reality (MR) และเป็นแพลตฟอร์มศิลปะเชิงทดลอง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ในศตวรรษที่ 21 ผ่านการทำงานร่วมกันของหลากหลายภาคส่วน เช่น ศิลปิน วิศวกร และนักวิชาการ  

นิทรรศการ Immersive Art ถือเป็นนิทรรศการศิลปะรูปแบบใหม่ Media Art เป็นความล้ำของศิลปะที่ทะลุกรอบจากศิลปะแบบเดิมๆ โดยจะจัดแสดงผลงานภายใต้ห้องโล่งกว้างขนาดใหญ่ ไร้กรอบรูปแขวนบนกำแพง พร้อมกับการฉายภาพทำหน้าที่สาดฉายแสงไปทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่ผนังจรดพื้นเพื่อแสดงภาพผลงานศิลปะชิ้นนั้นๆ เล่าเรื่องราวของภาพ ที่ทำให้ผู้ชมได้รู้สึกเหมือนตนเองหลุดไปในมิติของงานศิลปะ สามารถมีส่วนร่วมและได้มีปฏิสัมพันธ์กับผลงานได้อย่างอิสระ รวมถึงสื่อมัลติมีเดียที่เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมงานได้สัมผัสกับประสบการณ์ทางศิลปะใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง โดยนิทรรศการ “THE GATE IMMERSIVE THEATER” เป็นการร่วมกับศิลปินเพื่อผลิตผลงานศิลปะผ่านแนวคิดของโรงละครที่ชวนให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำประสบการณ์สุดแปลกใหม่ ประกอบด้วย 4 ผลงาน จัดแสดงใน 3 เฟสเป็นระยะเวลา 3 เดือน ได้แก่ 1.We Are The Primitives of A New Era & The Hommage to Space Odyssey (2022) จัดแสดงวันที่ 20 ธ.ค. 2565-14 ม.ค. 2566 ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ของ Stanley Kubrick เรื่อง 2002 : A Space Odyssey ใช้บทเพลง Sprach Zarathustra ของ Richard Strauss นำเสนอมหากาพย์ของจักรวาลอันกว้างใหญ่  2. VORTEX (2022) จัดแสดง 15 ม.ค.-14 ก.พ. 2566 ผลงานที่ใช้เทคโนโลยีการนำภาพ Anamorphic มาใช้ในรูปแบบของ Media Art โดดเด่นด้วยลูกเล่นของภาพ 3 มิติ เป็นผลงานที่สร้างโดย บริษัท Wizziewick Studios บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการทำ Motion Graphic ในประเทศเกาหลีใต้ 3.The Future is Fungi (2021) จัดแสดงวันที่ 15 ก.พ.-15 มี.ค. 2566 ผลงานนี้จัดแสดงภาพป่ารกร้างที่เต็มไปด้วยเห็ดหลากสีสัน แสดงภาพความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและไมซีเลียม (Mycelium) ซึ่งจะเคลื่อนไหวขยายตัวไปพร้อมกับเสียง

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ที่เดียว ทุกความเป็นไปได้ เชิญชวนผู้ที่สนใจและบุคคลทั่วไป เข้าร่วมชมฟรี! งานศิลปะแนวใหม่สุดล้ำ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์ ชั้น 1 (BTS ปุณณวิถี) เปิดให้เข้าชมนิทรรศการทุกวัน เวลา 11.00-19.00 น.

บลูทรี ภูเก็ต จัดกิจกรรม ‘I DID IT SERIES 2023’ ชวนน้องๆ ประลองสนามเตรียมพร้อมเข้าสู่โลก ‘ไตรกีฬา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702846

บลูทรี ภูเก็ต จัดกิจกรรม ‘I DID IT SERIES 2023’  ชวนน้องๆ ประลองสนามเตรียมพร้อมเข้าสู่โลก ‘ไตรกีฬา’

บลูทรี ภูเก็ต จัดกิจกรรม ‘I DID IT SERIES 2023’ ชวนน้องๆ ประลองสนามเตรียมพร้อมเข้าสู่โลก ‘ไตรกีฬา’

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บลูทรี ภูเก็ต จัดกิจกรรม “I DID IT SERIES 2023” ต้อนรับเยาวชนอายุระหว่าง 5-17 ปี ที่ชื่นชอบหรืออยากเข้าสู่วงการ ไตรกีฬา ได้ฟิตซ้อมวอร์มร่างกายให้พร้อม ก่อนเข้าร่วมแข่งขัน “Pho3nix Kids Triathlon2023” ประกอบด้วย ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 โดยกิจกรรม I DID IT SERIES แบ่งโปรแกรมการแข่งขันออกเป็น 5 รายการ ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม เริ่มสนามแรกวันเสาร์ที่ 28 มกราคมนี้ ณ บลูทรี ภูเก็ต

นายเปาโล แรนดัล รองกรรมการผู้จัดการ บลูทรี ภูเก็ต เปิดเผยว่า บลูทรี ภูเก็ต เราเป็น Destination แห่งเมืองภูเก็ตและเป็น Entertainment Hub ที่พร้อมไปด้วยกิจกรรมด้านความบันเทิงครบครัน รวมทั้งยังให้ความสำคัญในด้านกีฬาและสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบทั้งนี้ บลูทรีในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน “Pho3nix Kids Triathlon 2023” เล็งเห็นโอกาสในการปูพื้นฐานฝึกฝนร่างกายน้องๆ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การแข่งขันรายการดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรม “I DID IT SERIES 2023” ขึ้น เพื่อเป็นสนามให้เหล่าเยาวชนที่สนใจในด้านกีฬาได้เข้าร่วมเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยรายการนี้ได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 รายการ แต่ละครั้งจะมีการแข่งขันประเภทกีฬาที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเพิ่มการพัฒนาทักษะ ความแข็งแรง และความคุ้นเคยสนามก่อนลงแข่งขัน ไตรกีฬารายการสำหรับเยาวชน “Pho3nix Kids Triathlon 2023” ที่จะจัดขึ้น ณ บลูทรี ภูเก็ต ในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้บลูทรี ภูเก็ต ยังได้ออกแบบแพ็กเกจต่างๆ สำหรับการฝึกซ้อมแก่ผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพในทุกระดับอายุ เพื่อก้าวไปสู่โลกของกีฬา โดยโค้ชมืออาชีพอีกด้วย

สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน “I DID IT SERIES 2023” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 รายการ ได้แก่ วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 การแข่งขันวิ่ง Running Race วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 การแข่งขันจักรยานภูเขา Mountain Bike Race วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2566 การแข่งขันทวิกีฬา (จักรยานทางเรียบ+วิ่ง) Duathlon Race วันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2566 การแข่งขันว่ายน้ำ Swim Race วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 การแข่งขัน (ว่ายน้ำ+วิ่ง) Aquathlon

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับคะแนนสะสมสูงสุด 10 คนแรกประเภทชายและคะแนนสะสมสูงสุด 10 คนแรกประเภทหญิง จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน Pho3nix Kids Triathlon 2023 ฟรี! ทันที

สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม I DID IT SERIES 2023 ทางออนไลน์ได้แล้ววันนี้ที่ https://bluetree.reserveyourvenue.com/event/01-28-2023/races-i-did-it-series-2023?fbclid=IwAR10zbUTbuNlzOugStoGRzux0D4Fya_iSh6_UY1wUFAMBCnyhT2ciWtGjjI ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/BlueTreePhuket/posts/pfbid02ALRhBLSRPavGBgmf2LYQnnxjshVjPYDK6RaagjwzTh3Toajn2zfWnBHiKKM9MQJNl หรือ โทร.096-6528090, 092-1352662 และ 076-602435