ธนาธร อยากเห็นพล.อ. ประยุทธ์ ดีเบตกับ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540561

09 ม.ค. 2566

ธนาธร อยากเห็นพล.อ. ประยุทธ์ ดีเบตกับ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์'

ประธานคณะก้าวหน้าให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส. พรรค’ก้าวไกล’ ฝากถึงสมาชิกใหม่รวมไทยสร้างชาติ เลือกตั้งครั้งหน้าอย่าหนีดีเบต

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติในวันนี้ว่า เป็นเรื่องดีที่พลเอกประยุทธ์จะเปิดตัวในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เต็มตัว เชื่อมั่นว่าประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก ว่าจะเลือกพรรคการเมืองพรรคใดในการเลือกตั้ง ที่จะมาถึง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ส่วนตัวขอให้พลเอกประยุทธ์อย่าหนีเวทีดีเบตเหมือนรอบปี 2562 อยากให้กล้าขึ้นประชันวิสัยทัศน์กับแคนดิเดทจากพรรคอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากเห็นพลเอกประยุทธ์กับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประชันวิสัยทัศน์กันในฐานะแคนดิเดทนายกฯ ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอนาคตของประเทศจะเดินไปทางไหนหากได้นายกฯคนใหม่

ธนาธร กล่าวในระหว่างกำลังใจว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกลว่าได้ติดตามการทำงานของพรรคก้าวไกลมาตลอด ทั้งการทำหน้าที่ของส.ส. ในสภา และกิจกรรมเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งเติบโตขึ้นกว่าในยุคของอนาคตใหม่อย่างเห็นได้ชัด จากการที่พรรคก้าวไกลได้ทำงานพิสูจน์ตัวเองตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นปากเสียงให้กับประชาชนได้จริง และมีอุดมการณ์แน่วแน่มั่นคงไม่ทอดทิ้งประชาชน

หากดูจากโพลหลายสำนัก ก็จะเห็นว่าพรรคมีคะแนนนิยมเป็นคะแนนพื้นฐานที่เกิดจากการทำงานของพรรคในระดับชาติอยู่แล้ว แต่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในแต่ละพื้นที่ คือการทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต จึงอยากเห็นว่าที่ผู้สมัครทำงานอย่างแข็งขันในช่วง 120 วันที่เหลืออยู่ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง

ธนาธรเชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคก้าวไกลจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้นกว่าสมัยอนาคตใหม่ และได้ส.ส. เขตมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ข้อห้าม หาเสียง’เลือกตั้ง’ ก่อนครบวาระ 180 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540535

09 ม.ค. 2566

ข้อห้าม หาเสียง'เลือกตั้ง' ก่อนครบวาระ  180 วัน

ย้อนระเบียบ กกต. ‘หาเสียง’ เลือกตั้ง ก่อนครบวาระ 180 วัน อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ตอนรับน้องใหม่ทางการเมืองวันนี้

ย้อนดูระเบียบเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติและข้อควรระวังในช่วงระยะเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง 180 วันก่อนครบวาระสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกกต.ประกาศมาตั้งแต่ วันที่ 24 กันยายน ปีที่แล้ว มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีรายละเอียดดังนี้

  • ผู้สมัครและพรรคการเมือง
  1. ไปร่วมงานประเพณีต่างๆ แต่ต้องไม่มีการให้เงินหรือทรัพย์สิน เจ้าภาพงานจะประกาศชื่อ ในลักษณะช่วยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นหาเสียงเลือกตั้งไม่ได้
  2. จัดพิธีงานต่างๆ ได้เท่าที่จำเป็นแต่ต้องไม่เป็นงานขนาดใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จนเข้าข่ายการจัดเลี้ยงหรือจัดมหรสพ ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งได้
  3. หัวหน้าพรรคการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง ส.ส.ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สมัครในการหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่ห้ามจัดหาคนช่วยหาเสียง
  4. หาเสียงเลือกตั้งในสถานที่ต่างฯ โดยต้องขออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน
  5. มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น อุทกภัย วาตภัย เหตุอัคคีภัย โรคระบาด หรือเหตุอันเกิดขึ้นในลักษณะทำนองเดียวกันไม่ได้
  6. ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตามขนาดที่กำหนด
  7. ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้าม
  • การปิดประกาศและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  1. จัดทำประกาศเป็นแนวตั้งมีขนาดไม่เกิน 30 เซนติเมตรx 42 เซนติเมตร หรือกระดาษขนาด A3
  2. แผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีขนาดไม่เกิน 130 เซนติเมตรx 245 เซนติเมตร ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวนและวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่ชัดเจนของแผ่นป้ายและประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
  3. จำนวนและสถานที่ในการปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  4. ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ณ ที่ทำการพรรค สาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง สถานที่ละ 1 แผ่น ขนาดไม่เกิน 400 เซนติเมตร x 750 เซนติเมตร
  5. ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องเก็บรักษาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประกาศและแผ่นป้าย ไว้ประกอบการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง
  • ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  1. ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติที่พึงต้องปฏิบัติในตำแหน่งห้ามอาศัยตำแหน่งหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่น หรือพรรคการเมือง
  2. ร่วมงานประเพณีต่างๆ แต่ต้องไม่มีการให้เงินหรือทรัพย์สินต่างๆ เจ้าภาพงานจะประกาศชื่อ และ/หรือพรรคการเมือง ในลักษณะช่วย หาเสียงเลือกตั้งไม่ได้
  3. หาเสียงเลือกตั้งนอกเวลาราชการได้  
  4. ส่วนท้องถิ่น ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ทั้งนี้ หากมีการยุบสภา ข้อกำหนดต่างๆเหล่านี้ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีการยุบสภา จนถึงวันที่มีการเลือกตั้ง

“เพื่อไทย”ชี้”บิ๊กตู่”เหยียบเรือสองแคม ไปรทสช.แต่มีพันธะอยู่พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540528

09 ม.ค. 2566

"เพื่อไทย"ชี้"บิ๊กตู่"เหยียบเรือสองแคม ไปรทสช.แต่มีพันธะอยู่พปชร.

“เพื่อไทย”จี้”บิ๊กตู่”ลาออก อย่าเหยียบเรือสองแคม ประกาศไปพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่พฤตินัยยังตัดไม่ขาดจากพรรคพลังประชารัฐ

ช่วงเย็นวันนี้ 9 ม.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเข้าเปิดตัวและสมัครเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” โดยจัดขึ้นอย่างอลังการที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ล่าสุดนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะได้คะแนนนิยมดีขึ้น ตรงกันข้ามเกิดคำถามตามมาว่าพลเอกประยุทธ์ดำเนินการตามครรลองครองธรรมของการเมืองที่ควรจะเป็นหรือไม่ ก่อนหน้านี้มีผู้คนติฉินนินทาถึงการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เมื่อพลเอกประยุทธ์สมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติตามขั้นตอนปกติ แต่มีเลขาฯเป็นหัวหน้าพรรค จนไม่รู้ใครเป็นหัวหน้าใคร ซึ่งมีระบบพรรคการเมืองที่ไหนที่ให้สมาชิกพรรคคนหนึ่งมีบทบาทเหนือกว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารทุกคน

แม้ 4 ปี ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่การถูกเสนอชื่อจากพรรคนี้ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในทางพฤตินัย ย่อมหมายถึงว่ามีสถานะสำคัญยิ่งใหญ่กว่าการเป็นสมาชิก

มาวันนี้พลเอกประยุทธ์ ตัดสินใจสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีผลตามกฎหมาย แต่ขณะที่ทางพฤตินัยยังตัดไม่ขาดจากพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับพลเอกประยุทธ์ “เหยียบเรือสองแคม” หรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีทางการเมืองหรือเป็นแบบอย่างของพรรคการเมืองที่พึงปฏิบัติ    

นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า เพื่อไม่เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีให้กับคนทำงานการเมืองรุ่นต่อไป พลเอกประยุทธ์ควรสลัดตัดขาดกับพรรคพลังประชารัฐด้วยการลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อมิให้มีพันธะผูกพันกับพรรคเดิม จากนั้นจะไปร่วมหัวจมท้ายกับพรรคใหม่อย่างไรก็ทำได้ตามใจชอบ

“ซ้อเจน” รองเลขาธิการพรรคปชป. ประกาศร่วมงาน พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540521

09 ม.ค. 2566

"ซ้อเจน" รองเลขาธิการพรรคปชป. ประกาศร่วมงาน พปชร.

“ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์” รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ คาดนักการเมืองท้องถิ่นจ.กาญจนบุรี ตามมาอีกอย่างน้อย 2 คน

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2566 นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือ ซ้อเจน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตัดสินใจจะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากก่อนหน้านี้เข้าพูดคุยกับผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตา เรื่องการทำงานทางการเมือง เกี่ยวกับปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี 

นางศรีสมร ระบุว่า พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมือง และหลังจากนี้จะค้องปรึกษาหารือกันอีกครั้ง ว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามใด ระหว่าง ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ระบบเขต 

ทั้งนี้จะต้องจับตาว่า จะมีนักการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดกาญจนบุรี สมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐอีกหรือไม่ โดยเบื้องต้นมี2รายชื่อที่มีเกณฑ์ คือ ดร.นพดล สงวนพันธ์ อดีตรองนายก อบจ.กาญจนบุรี สมัยที่นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สามีของนางศรีสมร เป็นนาย อบจ.กาญจนบุรี คาดว่าจะลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 (อ.เมือง และ อ.ศรีสวัสดิ์)

ส่วนอีกคนคือ นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คาดว่าลงสมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขต 5 (อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี)

นายประเทศ บุญยงค์(ซ้ายสุด) และ ดร.นพดล สงวนพันธ์ (ขวาสุด)นายประเทศ บุญยงค์(ซ้ายสุด) และ ดร.นพดล สงวนพันธ์ (ขวาสุด)

ป.ป.ช. ไม่เกียร์ว่าง สอบป้าย ‘สถานีกลางบางซื่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540523

09 ม.ค. 2566

ป.ป.ช. ไม่เกียร์ว่าง สอบป้าย 'สถานีกลางบางซื่อ'

ขอให้ ‘การรถไฟแห่งประเทศไทย’ ให้ข้อมูล เปลียนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้านบาทแล้ว ป.ป.ช. ชี้ ผลีผลามไม่ได้ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน

พลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)กล่าวถึงการเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อที่มีวงเงินถึง 33 ล้านบาท ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสังคมว่า ในขณะนี้ได้มีการขอข้อมูลไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นของการถูกกล่าวหาแต่ถ้าหากมีมูล มีพยานชัดเจนก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะหากเร่งรัดรวดเร็วมากเกินไปอาจจะไม่รอบคอบ

ส่วนความความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ โดยเฉพาะ จริยธรรม นักการเมือง และส.ส.ในช่วงที่ใกล้การเลือกตั้งนั้น ขณะนี้มีการดำเนินการตามที่มีการส่งเรื่องเข้ามา เช่น กรณีการถือครองที่ดินก็จะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย และบางเรื่องจะส่งต้นสังกัดไปตรวจสอบถึงคุณสมบัติ โดยการไต่สวน

หากข้อมูลไม่เพียงพอก็ต้องส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการถ้ากรณีใดเข้าข่ายละเมิดจริยธรรม ป.ป.ช.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นกัน

ป.ป.ช.ให้ความสำคัญในกรณีผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพราะเป็นบุคคลสาธารณะจะทำให้รวดเร็ว โดยถ้าเรียงตามลำดับก็จะใช้ระยะเวลานาน ดังนั้นป.ป.ช.จะทำงานใน 2 ระบบ คือถ้ามีการส่งเรื่องมาที่เป็นเรื่องเก่าก็เร่งรัดให้ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหม่และกระทบประชาชน กระทบสังคม ป.ป.ช.ก็จะพยายามเร่งรัดและทำให้รวดเร็ว ถ้าเรื่องใดทำไม่ถูกต้อง

นายกฯหมดตัวเล่น ตั้ง “แรมโบ้อีสาน” กลับมาเป็นที่ปรึกษาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540522

09 ม.ค. 2566

นายกฯหมดตัวเล่น ตั้ง "แรมโบ้อีสาน" กลับมาเป็นที่ปรึกษาฯ

แรมโบ้อีสาน คืนทำเนียบรัฐบาล พล.อ.’ประยุทธ์’ แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีผลวันนี้ ดันเป้ารวมไทยสร้างชาติ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายเสกสกล อัตถาวงศ์เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาว่า
 

เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534นายกรัฐมนตรีจึงแต่งตั้ง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ในคำสั่งยังระบุให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินงานของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีตามที่ได้รับการร้องขอ และให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาฯ

สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ2566

ก่อนหน้านี้ เสกสกล เคยเป็นอดีตผุ้ช่วนยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนลาออกจากตำแหน่ง
สืบเนื่องจากมีคลิปหลุดกรณีพูดคุยกับนางจุรีพร สินธุไพร สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล มีการพูดถึงตัวเลข 15 ล้านบาท

เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนลาออกไปตั้ง พรรคเทิดไท และลาออกจากพรรคเทิดไทรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯโดยมีเข็มมุ่งกลับมาที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ รัฐมนตรี  อีกครั้ง

เตือน’กกต.’ ตรวจสอบเปิดตัวประยุทธ์ ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540511

09 ม.ค. 2566

เตือน'กกต.' ตรวจสอบเปิดตัวประยุทธ์ ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง มองว่าการเปิดตัวสังกัดพรรคการเมืองของพล.อ.’ประยุทธ์’ สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสเฟสบุ๊ค
เตือนกกต.อาจมีความผิดข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่
หากไม่ตรวจสอบการเปิดตัว สังกัดพรรคการเมือง ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในวันนี้ 

โดยได้ยกกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ กกต.ต้องนำไปพิจารณาดำเนินการตรวจสอบประกอบด้วย

  • ประกาศ กกต. เรื่องแนวทางปฏิบัติและข้อควรระวังในช่วง 180 วัน ข้อ 2.3     
  1. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เอาเวลาราชการ ไปใช้ประโยชน์เพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง  เช่น ออกจากที่ทำงานก่อน 16.30 น. เพื่อเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบเอิกเกริกหวังผลในทางหาเสียง
  2. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสนับสนุนในการหาเสียงของตน  เช่น  ใช้รถหลวง  น้ำมันหลวง  ตำรวจนำ การขอเปิดเส้นทางจราจรพิเศษ  การรักษาความปลอดภัยที่มากเกินความจำเป็น   ถือเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ กระทำการที่เป็นคุณแก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง
  • ผิดพ.ร.ป. ส.ส. มาตรา 73 (1)

มีการจ่ายค่าพาหนะ จัดเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม แก่ประชาชนผู้มาฟังการปราศรัย  โดยบุคคลดังกล่าวไม่ใช่สมาชิกพรรค ไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียง ไม่ใช่เป็นการจัดประชุมสมาชิก  ถือเป็นการแจกเงิน ให้ทรัพย์สินอันอาจคำนวณเป็นเงินแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงเพื่อลงคะแนนให้แก่ตนหรือพรรค 

เมื่อกกต.ทราบควรส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บข้อมูล นับแต่ เวลาการออกจากทำเนียบ เส้นทาง วิธีการเดินทาง การจัดประชุม ค่าใช้จ่ายที่ใช้ แอบสัมภาษณ์ผู้มาร่วมงานถึงการได้รับประโยชน์  บันทึกภาพการประชุมและการจัดเลี้ยง 


หากทราบแล้วยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ  ถือว่า กกต. เลขาธิการ และ ผอ.กกต. กทม. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และผิดจริยธรรม ในเรื่องการไม่ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ ยื่น ปปช. เพื่อส่งศาลฎีกา เพื่อถอดถอนได้

  • อนาคตการเมืองพล.อ.ประยุทธ์ ดูที่การเปิดตัวเย็นวันนี้

การเปิดตัวยิ่งใหญ่ของ พลเอกประยุทธ์ ในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง  ตามราชาฤกษ์  จะยิ่งใหญ่มาก หากมีองค์ประกอบดังนี้

  1. มี ส.ส. ที่สังกัดพรรคอื่นที่เคยประกาศตัวว่า ไปไหนไปด้วย ลาออกจากพรรคเดิม และร่วมหัวจมท้าย มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่พร้อมกันทันที สัก 30 คน
  2. มีกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ ซุ้มการเมืองใหญ่  เช่น กลุ่มสามมิตร  กลุ่มบ้านใหญ่จังหวัดต่าง ๆ  มาร่วมสมัครเป็นสมาชิกและรับปากว่าจะอยู่พรรคนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ไม่แปรผันอีกแล้ว สัก 2-3 กลุ่ม
  3. มี ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่ได้เป็น ส.ส. จากบารมีพรรคอื่น พร้อมลาออกจาก ส.ส. มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่  พร้อมประกาศตัวเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคใหม่ในอนาคต แบบไม่ต้องกั๊กกันแล้ว สัก 10 คน
  4. หากไม่มี 1-2-3  มีแต่ พลเอกประยุทธ์ ว้าเหว่มาสมัครคนเดียว  มันจะวังเวง ไม่คุ้มกับ grand opening   เหมือนไปไหนไปด้วยแต่ปาก ช่วยแค่ห้าสิบสตางค์

‘มนัญญา’ผลักดันสินค้าเกษตรปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702885

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก เปิด “โครงการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรผ่านกลไกสหกรณ์ของกระทรวงเกษตรฯ” พร้อมเยี่ยมชมสหกรณ์นิคมวังทอง จำกัดโดยมีนายภูสิต สมจิตต์ ผวจ.พิษณุโลก นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โอกาสนี้น.ส.มนัญญา ได้เยี่ยมชมโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตของสหกรณ์ การจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ และผลิตภัณฑ์จากสมาชิกโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร โดยมีผลิตภัณฑ์ เช่น มะม่วงแปรรูป กบในกระชัง โกโก้ เป็นต้น

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีนโยบายในการพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐสู่ประชาชน และพัฒนาร้านสหกรณ์ ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์ที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าสหกรณ์มากขึ้น และผลักดันให้สหกรณ์เข้ามามีบทบาทหน้าที่ในการเป็นศูนย์รวบรวมและจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงในรูปแบบ “ซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์” สร้างกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรสมาชิกช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งเน้นย้ำส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรในรูปแบบการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อให้สินค้าเกษตรมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ส่งตรงผู้บริโภคผ่านร้านค้าโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ กระจายผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัยให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งการขับเคลื่อนโครงการฅซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ใน จ.พิษณุโลก มีทั้งสิ้น 4 แห่ง ประกอบด้วย 1. สหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด 2. สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด3. สหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด และ 4. สหกรณ์นิคมวังทอง จำกัด

‘เฉลิมชัย’ลุยทำหมันแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702886

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดโครงการผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ 2566 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี และปล่อยขบวนคาราวานอาสาปศุสัตว์สำหรับให้บริการพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จ.ปทุมธานี ว่าเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการส่งความสุขให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวปศุสัตว์ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่2566 โดยเป็นความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายสถานพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัย เครือข่ายวิชาชีพการสัตวแพทย์ องค์กรอิสระ ประชาชน และเจ้าของสัตว์เลี้ยง มีการจัดกิจกรรมให้บริการผ่าตัดทำหมันฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้โรคพิษสุนัขบ้าและส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธี เพื่อให้การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่มาร่วมโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนซึ่งกรมปศุสัตว์มีการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยบูรณการร่วมกับหลายหน่วยงานและมีเป้าหมายร่วมกันในการให้โรคพิษสุนัขบ้าหายไปจากประเทศไทย ซึ่งถ้าทำได้จะสามารถรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนได้อีกทั้งยังเป็นการประหยัดงบประมาณซึ่งจะได้นำเงินไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

‘ประภัตร’รุดลงพื้นที่ แก้ปัญหาที่สุพรรณบุรี ชู‘สานฝันสร้างอาชีพ’ เสริมรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702882

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาน้ำท่วมขังในทุ่งโพธิ์พระยา และแม่น้ำท่าจีนโดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่วัดบางสาม ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ว่าจากปัญหาอุทกภัยตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2565 ทางกรมชลประทาน ได้รับฟังปัญหาที่พี่น้องเกษตรได้รับความเดือดร้อน พร้อมแก้ไขปัญหาแล้ว เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยเร็ว

ทั้งนี้ นายประภัตร ได้ชี้เแจง “โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้ภายใต้หลักการ 3 คนร่วมมือ 1 คนกู้ 2 คนค้ำหนี้เสียสามารถกู้ได้เงินได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท วงเงินกู้ทั้งหมด 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2567 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้มีเงินทุนในการสร้างงานสร้างอาชีพหรือการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือการประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตร ที่มีลักษณะเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และต้องไม่เป็นการประกอบอาชีพในลักษณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือผิดกฎหมาย