สุดหวาดเสียว หนุ่มอินเดียหวิดสิ้นชื่อ พลัดตกรถไฟจนถูกลากไปกับขบวนรถ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2598146

สุดหวาดเสียว หนุ่มอินเดียหวิดสิ้นชื่อ พลัดตกรถไฟจนถูกลากไปกับขบวนรถ (คลิป)

9 ม.ค. 2566 15:05 น.

สุดหวาดเสียว หนุ่มอินเดียหวิดสิ้นชื่อ พลัดตกรถไฟจนถูกลากไปกับขบวนรถ (คลิป)

เกิดเหตุระทึกขณะหนุ่มใหญ่ชาวอินเดียกำลังรีบขึ้นรถไฟที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา แต่กลับพลาดท่าตกจากรถไฟ และถูกลากไปพร้อมกับขบวนรถในรัฐพิหาร

ภาพเหตุการณ์ที่กระทรวงรถไฟของอินเดียแชร์ในโลกโซเชียลมีเดียจะเห็นวินาทีชีวิตสุดหวาดเสียวของหนุ่มใหญ่ชาวอินเดียรายหนึ่งที่พยายามจะกระโดดขึ้นรถไฟ ในขณะที่รถไฟกำลังออกตัวจากชานชาลาแห่งหนึ่งในเมืองปูร์เนียร์ รัฐพิหาร แต่เขากลับก้าวพลาดทำให้ตัวเขาตกไปอยู่ในร่องระหว่างขบวนรถและชานชาลา ขณะที่เสื้อผ้าของเขาก็ไปเกี่ยวเข้ากับขบวนรถทำให้ถูกลากไปกับรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ เคราะห์ยังดีที่ขณะนั้นนายซานจีฟ คูมาร์ ซิงห์ ตำรวจรถไฟที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ เห็นเหตุการณ์และรีบเข้าไปช่วยเหลือดึงตัวเขาออกมาได้ทันเวลาก่อนที่เขาจะตกลงไปในร่องถูกรถไฟทับตาย โดยชายผู้เคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บที่ขาจากเหตุการณ์ครั้งนี้

หลังจากคลิปนี้มีการแชร์ออกไปชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ยกย่องความกล้าหาญของตำรวจรถไฟที่เข้าช่วยเหลือชายคนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที ขณะที่ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งต่างบอกตรงกันว่า พฤติกรรมของชายคนดังกล่าวเสี่ยงเกินไป และไม่ควรจะวิ่งขึ้นหรือลงจากรถไฟในขณะที่รถไฟกำลังแล่นเช่นนั้น เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้.

ที่มา : NDTV

คนงานผลิตชุดตรวจโควิดในจีนประท้วง หลังถูกเลิกจ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2598108

คนงานผลิตชุดตรวจโควิดในจีนประท้วง หลังถูกเลิกจ้าง

9 ม.ค. 2566 14:45 น.

คนงานผลิตชุดตรวจโควิดในจีนประท้วง หลังถูกเลิกจ้าง

วิดีโอที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงหลายร้อยคนปะทะกับตำรวจในภาคกลางของจีนระหว่างการประท้วงเมื่อวันเสาร์ที่โรงงานผลิตชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 

การประท้วงเริ่มขึ้นในวันเสาร์หลังจากมีการประกาศปลดพนักงานและข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างอย่างกะทันหัน ที่บริษัทซีไบโอ ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านน้ำยาตรวจวิเคราะห์และอุปกรณ์ในหลอดทดลอง ที่ตั้งอยู่ที่เมืองฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

การยุตินโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีนทำให้ข้อกำหนดสำหรับการทดสอบหาเชื้อลดลงทั่วประเทศ

ในวิดีโอหนึ่ง คนงานหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่นอกโรงงาน บางคนตะโกนว่า “คืนเงินให้พวกเรา” และปรากฏภาพกล่องชุดทดสอบแอนติเจนกระจายเกลื่อนพื้น ภาพจากคลิปวิดีโอยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ประท้วงขว้างเก้าอี้ ลังไม้ และกรวยจราจร ใส่กลุ่มตำรวจปราบจลาจลที่ประจำการอยู่ในที่เกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องล่าถอย

คำบรรยายในวิดีโอยังระบุข้อความว่า “การที่คุณต้องจ่ายเงินคืนหากคุณเป็นหนี้คนอื่น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำ นี่คือแนวทางของการเรียกร้องเงินเดือนที่เราไม่ได้รับ” 

กระทู้ออนไลน์ระบุว่า การประท้วงเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันเสาร์ เมื่อคนงานได้รับแจ้งว่าพวกเขาถูกเลิกจ้างโดยมีผลในทันที และเงินเดือนไม่เป็นตามที่ตกลงกันไว้กับบริษัทนายหน้าหาคนงาน

แม้ว่าการเดินขบวนประท้วงทางการเมืองแทบจะไม่เกิดขึ้นในจีน แต่การประท้วงเกี่ยวกับปัญหาแรงงานและการประท้วงที่พุ่งเป้าไปยังบริษัทใดบริษัทหนึ่งก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

นโยบายโควิดเป็นศูนย์ที่เข้มงวดของจีน ได้นำไปสู่การประท้วงทั่วประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน และรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกข้อจำกัดส่วนใหญ่หลังจากนั้นไม่นาน.

อุทาหรณ์ พ่อออสซี่สตาร์ตรถทิ้งไว้ รถถูกขโมยไปพร้อมกับลูกน้อยที่หลับอยู่เบาะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2598038

อุทาหรณ์ พ่อออสซี่สตาร์ตรถทิ้งไว้ รถถูกขโมยไปพร้อมกับลูกน้อยที่หลับอยู่เบาะหลัง

9 ม.ค. 2566 13:36 น.

อุทาหรณ์ พ่อออสซี่สตาร์ตรถทิ้งไว้ รถถูกขโมยไปพร้อมกับลูกน้อยที่หลับอยู่เบาะหลัง

พ่อชาวออสซี่แทบลมจับ หลังลูกวัย 2 ขวบ ถูกโจรขโมยไปพร้อมกับรถ ขณะจอดติดเครื่องลงไปซื้อของ

อีกหนึ่งเหตุการณ์อุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครองที่ชอบติดเครื่องยนต์รถและจอดทิ้งไว้เพื่อลงไปซื้อของ โดยทิ้งลูกน้อยเอาไว้ในรถเพียงลำพัง เพราะเพียงชั่วไม่กี่วินาทีก็อาจจะถูกหัวขโมยแอบขึ้นรถและขับหนีไปได้ง่ายๆ พร้อมกับแก้วตาดวงใจของคนเป็นพ่อและแม่ โดยเหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่คุณพ่อรายหนึ่งจอดรถติดเครื่องยนต์ไว้ในลานจอดรถ เพื่อจะลงไปซื้อไอศกรีมเพียงไม่กี่นาที เนื่องจากลูกน้อยวัย 2 ขวบ กำลังนอนหลับอยู่ในคาร์ซีตหลังรถ โดยในช่วงที่พ่อเดินลงจากรถไปซื้อของห่างจากรถไปเพียง 30-40 เมตร กลับมีหัวขโมยแอบขึ้นรถและขับรถหลบหนีไป

หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ต่างก็กระจายกำลังออกตามหารถยนต์ยี่ห้อโฟล์คสวาเกนคันสีเทาคันดังกล่าว ก่อนที่จะได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเด็กร้องไห้อยู่บนรถที่ถูกจอดทิ้งไว้บนท้องถนนที่มีรถขวักไขว่ ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เคราะห์ดีที่เด็กน้อยยังคงอยู่หลังรถเช่นเดิมโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

โดยขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งหาตัวหัวขโมยที่ก่อเหตุดังกล่าว และขอความร่วมมือประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมด้วย โดยพบว่ามีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเป็นหลักฐานขณะที่คนร้ายเป็นชายวัยประมาณ 20 ปี มีหนวด ผมยาวประบ่า สวมหมวกแก๊ปสีขาว สวมเสื้อยืดสีดำ และกางเกงขาสั้น มีการนำบัตรเครดิตที่อยู่บนรถไปรูดใช้งานในร้านแมคโดนัลด์ ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าหัวขโมยรายนี้น่าจะซุ่มดูพฤติกรรมของพ่อเด็ก เมื่อพบว่าไม่มีการล็อกรถจึงฉวยโอกาสขณะเผลอ เพื่อหวังขโมยรถ แต่เมื่อพบว่ามีเด็กอยู่ด้วย จึงทิ้งรถพร้อมเด็กไว้ และนำไปแต่บัตรเครดิต โดยหากถูกจับกุมได้ หัวขโมยรายนี้จะถูกตั้งข้อหาประมาทจนอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตผู้อื่น.

ที่มา : ไนน์นิวส์

รัสเซียล้างแค้น โวยิงมิสไซล์ถล่มค่ายทหารยูเครน ตายเป็นเบือกว่า 600 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597995

รัสเซียล้างแค้น โวยิงมิสไซล์ถล่มค่ายทหารยูเครน ตายเป็นเบือกว่า 600 ศพ

9 ม.ค. 2566 12:53 น.

รัสเซียล้างแค้น โวยิงมิสไซล์ถล่มค่ายทหารยูเครน ตายเป็นเบือกว่า 600 ศพ

รัสเซียโว ล้างแค้นยิงมิสไซล์โจมตีค่ายทหารยูเครน ในเมืองครามาทอร์สก์ ตายเป็นเบือกว่า 600 ศพ แก้แค้นให้กับทหารรัสเซียที่ถูกยูเครนโจมตี คืนส่งท้ายปีเก่าเข้าวันปีใหม่ แต่ยูเครนปัดไม่มีทหารตาย

เมื่อ 9 ม.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกแถลงการณ์ อ้าง กองทหารรัสเซียในยูเครนได้ปฏิบัติการโจมตียิงขีปนาวุธถล่มค่ายทหารชั่วคราวของยูเครน ที่เมืองครามาทอร์สก์ ในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน เป็นเหตุให้ทหารยูเครนเสียชีวิตกว่า 600 ศพ

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีค่ายทหารชั่วคราว ซึ่งมีทหารประมาณ 1,300 นายในครั้งนี้ เป็นการ ‘แก้แค้น’ ตอบโต้ที่กองทัพยูเครนได้ยิงมิสไซล์โจมตีวิทยาลัยอาชีวะในแคว้นโดเนตสก์ ซึ่งทหารรัสเซียใช้เป็นที่พำนักชั่วคราวในคืนส่งท้ายปีเก่าเข้าวันปีใหม่ เป็นเหตุให้ทหารรัสเซียเสียชีวิตกว่า 80 ศพ ขณะที่ยูเครนอ้างทหารรัสเซียเสียชีวิตคราวเดียวนับ 400 ศพ ซึ่งเป็นการสูญเสียทหารจากการถูกโจมตีในคราวเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินทำสงครามในยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กองทัพยูเครนได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวของรัสเซีย โดยยืนยันว่าไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการที่รัสเซียโจมตีเมืองครามาทอร์สก์เมื่อคืนวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับการเปิดเผยของ นาย Pavlo Kyrylenko หัวหน้าฝ่ายบริหารแคว้นโดเนตสก์ ที่กล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่ารัสเซียได้ยิงจรวด 7 ลูกมาโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในเมืองครามาทอสก์ รวมทั้งสถาบันการศึกษา โรงงาน ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต.

ที่มา : Aljazeera

เดือด ผู้สนับสนุนอดีตปธน. “โบลโซนารู” ของบราซิล ประท้วงล้อมทำเนียบ บุกรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597768

เดือด ผู้สนับสนุนอดีตปธน. "โบลโซนารู" ของบราซิล ประท้วงล้อมทำเนียบ บุกรัฐสภา

9 ม.ค. 2566 08:52 น.

เดือด ผู้สนับสนุนอดีตปธน. “โบลโซนารู” ของบราซิล ประท้วงล้อมทำเนียบ บุกรัฐสภา

กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู หลายพันคนออกมาประท้วงรุนแรงในกรุงบราซิเลีย บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา อาคารศาลฎีกา และบุกไปล้อมทำเนียบประธานาธิบดี

เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2566 ที่บราซิล เกิดเหตุกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู จำนวนหลายพันคนออกมาประท้วงรุนแรงในหลายจุดบริเวณใจกลางกรุงบราซิเลีย โดยได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา อาคารศาลฎีกา และบุกไปล้อมทำเนียบประธานาธิบดี

โดยเหตุประท้วงรุนแรงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือ “ลูลา” สาบานตนเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 1 สัปดาห์ ในขณะที่ นายโบลโซนารู ประกาศไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และยังได้เดินทางไปต่างประเทศ แทนที่จะอยู่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีลูลา เพื่อส่งมอบสายสะพายประธานาธิบดีตามธรรมเนียมการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำของประเทศ

เดือด ผู้สนับสนุนอดีตปธน. "โบลโซนารู" ของบราซิล ประท้วงล้อมทำเนียบ บุกรัฐสภา

ด้านประธานาธิบดีลูลามีคำสั่งให้กองกำลังเนชั่นแนลการ์ดออกคุ้มครองความสงบในกรุงบราซิเลีย พร้อมสั่งปิดบริเวณ “เอสปรานาดา อะเวนิว” ใจกลางเมืองหลวง รวมไปถึงบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาลเป็นเวลา 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังระบุว่าการประท้วงรุนแรงครั้งนี้เป็นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศ เป็นการกระทำของพวกป่าเถื่อนและฟาสซิสต์ พร้อมประกาศว่าจะหาต้นตอเงินทุนสนับสนุนการประท้วงครั้งนี้ และจะใช้กฎหมายลงโทษอย่างหนักต่อกลุ่มผู้สนับสนุนนายโบลโซนารูที่ออกมาประท้วงก่อความไม่สงบ

ขณะที่ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ กล่าวว่า เหตุประท้วงในบราซิลเป็นการก่อจลาจลอย่างอุกอาจ ด้านนายเจค ซุลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ประชาธิปไตยของบราซิลจะต้องไม่สั่นคลอนจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น.

ชนสยอง รถบัสเซเนกัล 2 คันประสานงา ผู้โดยสารดับกว่า 40 ศพ บาดเจ็บเกือบ 80 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597798

ชนสยอง รถบัสเซเนกัล 2 คันประสานงา ผู้โดยสารดับกว่า 40 ศพ บาดเจ็บเกือบ 80 ราย

9 ม.ค. 2566 08:51 น.

ชนสยอง รถบัสเซเนกัล 2 คันประสานงา ผู้โดยสารดับกว่า 40 ศพ บาดเจ็บเกือบ 80 ราย

เกิดอุบัติเหตุชนสยองรับปีใหม่เซเนกัล เมื่อรถบัสโดยสาร 2 คันแล่นชนประสานงากัน ผู้โดยสารดับอย่างน้อย 40 ศพ บาดเจ็บเกือบ 80 ราย รัฐบาลประกาศไว้อาลัย 3 วัน หารือยกระดับมาตรการความปลอดภัยท้องถนน

เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2566 เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสาร 2 คัน ชนประสานงากันบนถนนในหมู่บ้านนิบี ในแคว้นแคฟรีน ทางภาคกลางของประเทศเซเนกัล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 78 ราย ในจำนวนนี้มีหลายรายอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

โดยประธานาธิบดีแมคกี้ แซล ของเซเนกัล กล่าวว่า รถบัสโดยสาร 2 คันแล่นมาชนประสานงากันบริเวณคว้นแคฟรีน เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 8 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งว่านับเป็นอุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนนครั้งใหญ่ของเซเนกัล

ล่าสุดทางรัฐบาลเซเนกัลประกาศไว้อาลัยให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียเป็นเวลา 3 วัน พร้อมสั่งประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนนของประเทศ.

วิกฤติธรรมาภิบาล ความวุ่นวายใน “มสธ.” 5ปี ยังแต่งตั้ง “อธิการบดี” ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kure-Jam/540576

09 ม.ค. 2566

วิกฤติธรรมาภิบาล ความวุ่นวายใน “มสธ.” 5ปี ยังแต่งตั้ง “อธิการบดี” ไม่ได้

“มสธ.” ย่างเข้าสู่ปีที่ 45 ในวันที่ 5 กันยายน 2566 มหาวิทยาลัยเปิดแห่งที่2 ของไทย เปิดกว้าง ให้โอกาสและความเท่าเทียมกับทุกคน พิสูจน์ได้จากแผนการเรียน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แต่วันนี้สังคมมีคำถามกับระบบบริหารทำไม 5ปีแล้วยังแต่งตั้ง “อธิการบดี” ไม่ได้

ชื่อชั้น ศ.ดร.วิจิตร  ศรีสอ้าน  กลายเป็นความโชคดีของ “มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช” หรือ “มสธ.” อธิการบดีผู้ก่อตั้ง ผู้มากด้วยความรู้ ความสามารถ ที่คนในแวดวงการศึกษาทั้งในและต่างประเทศยกมือย่องเชิดชู คนไทยยกมือไหว้ได้สุดแขน ส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด ท่ามกลางศรัทธาอันแรงกล้าของคนไทยค่อนประเทศ

วันเวลาเปลี่ยน กลับเกิดเรื่องวุ่นวายใน“มสธ.”5ปียังตั้ง“อธิการบดี”ไม่ได้

จุดกำเนิดของปัญหา ว่ากันว่า เมื่อปี 2560 มีการถอดถอนอธิการบดีมสธ.คนเดิม แต่เรื่องยังอยู่ในศาลปกครองสูงสุด มีการร้องเรียนถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัยว่า “ลาออก” แล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่าลาออกจริงหรือไม่ เพราะเรื่องอยู่ศาลปกครองสูงสุด และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนนี้ ก็ได้รับความไว้วางใจมานั่ง “รักษาการอธิการบดีมสธ.” แต่หลายเดือนต่อมาศาลไม่คุ้มครอง อีกทั้งหมดวาระ4 ปี สภามหาวิทยาลัยได้สรรหาอธิการบดีคนใหม่ 

ที่น่าตกใจ“ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี” เป็นคนเดียวกับ “รักษาการอธิการบดี” ตลกร้ายกว่านั้นสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษ(สกอ.)ในยุคนั้น ไม่ทักท้วงในเรื่องนี้ ปล่อยให้ทำหน้าที่ประธานถึง 5 ครั้ง

ทว่าในการประชุมครั้งที่ 6 “รักษาการอธิการบดี”ได้ลาออกจากประธานคณะกรรมการสรรหาฯ จนกระทั่งมีการเสนอชื่อ 3 คนสุดท้ายเพื่อให้สภามหาวิทยาลัย และคัดเลือกเหลือเพียงคนเดียวที่ได้รับการสรรหาเป็น “อธิการบดีมสธ.”

โดยสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช มีมติเห็นชอบให้ “รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ” อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ เป็นผู้สมควรเป็นอธิการบดีมสธ. ตั้งแต่ปี 2560 แต่ถึงทุกวันนี้(9ม.ค.2566) ยังไม่มีการเสนอขอโปรดเกล้าฯ

รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณรศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

สรุปให้ ทำไม 5ปี ยังแต่งตั้ง“อธิการบดีมสธ.”ไม่ได้

  1. การจงใจชะลอการโปรดเกล้าตำแหน่งอธิการบดีมสธ.
  2. ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในมสธ.หรือไม่
  3. การไม่ปฏิบัติตามแนวหลักธรรมาภิบาลของกระทรวงอว.โดยการดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเกิน 8 ปีและการสรรหารอบใหม่เพื่อให้ได้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่กรรมการเลือกกันเองลงคะแนนให้กันเอง ได้ชุดเดิมทั้งหมด

เหล่านี้สะท้อน วิกฤติธรรมบาลในมสธ.เข้าขั้นโคม่า ทั้งที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)ได้ออกแนวปฏิบัติ ปลดล็อกทุกข้อจำกัดเพื่อให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าได้ หากการฟ้องร้องที่ศาลไม่คุ้มครองสามารถขอเสนอโปรดเกล้าได้ ทั้งนี้มีมาตั้งแต่ปี2561 ยุค ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว.

ว่ากันว่า กระทรวงอว.ยุค “ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เคยมีหนังสือท้วงติงมายังสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนี้ถึง 2 ครั้ง แต่ทุกอย่างเงียบ

งานนี้ “ครูแจ่ม” เชียร์สุดใจ ขอให้  “ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รมว.กระทรวงอว.โชว์ฟอร์ม เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องวุ่นวายในมสธ.อย่าให้สังคมมองเป็นการ “จงใจละเว้น” การปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อเรียกศรัทธาสังคมไทยที่มีต่อ “มสธ.”กลับคืนมา  

ฝากถึง “ใคร?” ที่ยึดมั่น ถือมั่น ขอให้ลดละลงบ้าง ปูนนี้แล้วนะ การศึกษาที่ดีและมีคุณภาพควรได้รับการส่งต่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดูแล แทน แต่คนรุ่นเก่า ควรปรับบทบาทเป็นลมใต้ปีก นะขอบอกๆ

ขานชื่อ 30 ส.ส.อุ้ม “ประยุทธ์” รอดูดซ้ำรอบสอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540515

ขุนน้ำหมึก

09 ม.ค. 2566

ขานชื่อ 30 ส.ส.อุ้ม “ประยุทธ์” รอดูดซ้ำรอบสอง

มหกรรมเปิดตัว “ประยุทธ์” พร้อม 30 ส.ส.จาก 5 พรรค พบล็อตแรกมี ส.ส.เกรดเอแค่ครึ่งเดียว ไม่ปังไม่ว้าว ต้องรอดูล็อต 2 จะมี ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ตามมาอีกหรือไม่

ขานชื่อ 30 ส.ส.พรรค “ประยุทธ์” ล็อตแรกจาก 5 พรรค มี ส.ส.เกรดเอแค่ครึ่งเดียว รอดูล็อต 2 จะมีซุ้มบ้านใหญ่ตามมาอีกหรือไม่

“ประยุทธ์” เอาต้นทุนทั้งชีวิต แบกพรรคใหม่ สู่สงครามเลือกตั้ง 2566 ในวันที่สถานการณ์เปลี่ยน กระแสลุงตู่ตกต่ำ ไม่ง่ายเหมือนทำรัฐประหาร

วันที่ 9 ม.ค.2566 ฤกษ์งามยามดี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรคฯ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Exhibition Hall 1 ชั้น G ภายใต้ชื่อ งานรวมใจ รวมไทยสร้างชาติ

นัยว่า ทีมงานลุงตู่ ได้ขนมวลชนเรือนหมื่น มานั่งฟังคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าด้วยทิศทางก้าวต่อไปเพื่อคนไทยทั้งชาติ แต่จำนวนกองเชียร์ จะมากี่พันกี่หมื่น เชื่อว่านักข่าวไม่สนใจ

สิ่งที่นักข่าวทุกสำนักเฝ้าจับตามองก็คือ ส.ส.จะมาร่วมให้กำลังใจลุงตู่กี่คน และจะปังจะว้าวสมราคาคุยหรือไม่

เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น น่าจะมีการเปิดหน้าประมาณ 30 คน จาก 5 พรรคคือ พรรคประชาธิปัตย์ ,พรรคพลังประชารัฐ ,พรรคพลังท้องถิ่นไท ,พรรคประชาชาติ และพรรครวมพลัง 


‘22 ส.ส.พลังประชารัฐ’

พลันที่ “ประยุทธ์” แถลงข่าวการแยกทางจากพี่ใหญ่ ป.ป้อม กองกำลัง ส.ส.ที่จะไปร่วมสานฝัน ก็หนีไม่พ้นจะเป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

เป็นที่แน่ชัดว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาชาติ ในสายเสี่ยเฮ้ง มีอยู่ 10 คน ประกอบด้วย สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี, รณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี ,พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี, สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง ,ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ,สมบัติ อำนาคะ ส.ส.สระบุรี, สาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี และกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี 

 เสี่ยเฮ้ง นำร่องลาออกจาก ส.ส. ยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ เสี่ยเฮ้ง นำร่องลาออกจาก ส.ส. ยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์

พร้อมกับ อนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ซึ่งจะส่งลูกชายลงสนามแทนในสมัยหน้า

ส.ส.กทม.อีก 2 คนคือ ประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส. กทม และฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พ่วง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พิชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ส.ส.ซุ้มหิมาลัย ผิวพรรณ ได้แก่ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ ,สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร และ มานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก 

ส.ส.ปักษ์ใต้ โดยการดูแลของ ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา,ศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา,ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา,อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช ,สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา

‘8 ส.ส.สายเสี่ยตุ๋ย

ช่วงก่อร่างสร้างพรรค รทสช. “ประยุทธ์” มอบให้ เสี่ยตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นผู้ดำเนินการ ร่วมกับอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 2-3 คน

ดังนั้น ส.ส.ที่จะมาร่วมงานกับพรรคลุงตู่ ก็มาจากค่าย ปชป.ส่วนหนึ่ง ได้แก่พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช ,วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฏร์ธานี ,พท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม และรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม

รวมถึง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คนคือ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และเจือ ราชสีห์ ส่วนอดีต ส.ส.พรรคเก่าแก่ ที่เปิดตัวไปแล้วก็มีมากกว่า 5 คน

นอกจากนี้ สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง ก็แสดงตัวชัดเจนมานานแล้วว่าหนุนพรรคลุงตู่ พร้อมกับทีมงานบ้านใหญ่ปักษ์ใต้ 

ส่วนพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้แก่ ชัชวาลล์ คงอุดม และนพดล แก้วสุพัฒน์ ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดหน้าเปิดตา 

กรณีลูกทีมชัช เตาปูน ยังมี ส.ส.อีก 3 คน โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ,จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ยังรอคำตอบจากพรรค รทสช.ว่าจะมีที่อยู่ที่ยืนให้พวกเขาหรือไม่

แหล่งข่าวจากทีมงานไทยคู่ฟ้า ประเมินว่า พรรค รทสช.จะต้องออกแรงดึง ส.ส.เกรดเอ หรือซุ้มบ้านใหญ่ เข้ามาเสริมทัพในล็อตที่ 2 เพราะลำพัง 30 กว่าชีวิตที่มีอยู่ ยังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ตกเป็นพรรคต่ำกว่า 25 เสียง

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก

“ยงยุทธ”สวน”ทนายษิทรา” ปมอดีตรองนายกฯพัวพันชู้สาว แนะ”เพื่อไทย”ขับออก  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540578

09 ม.ค. 2566

"ยงยุทธ"สวน"ทนายษิทรา" ปมอดีตรองนายกฯพัวพันชู้สาว แนะ"เพื่อไทย"ขับออก  

ปมร้อนพาดพิง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่เคยอยู่ในพรรคเพื่อไทย มีพฤติกรรมชู้สาว  ทำเอา ” ยงยุทธ วิชัยดิษฐ”  อดีตรองนายกฯ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ตัดสินใจไม่ทน ออกมาชี้แจง ยืนยันไม่ใช่บุคคลที่ถูกพูดถึง แนะพรรคเพื่อไทย ควรขับสมาชิกพรรครายนี้ออก ฐานทำพรรคเสื่อมเสีย

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี  , อดีตรมว.มหาดไทย และ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เป็นบุคคล ที่มีพฤติกรรมเชิงชู้สาว  กระทั่งถูก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ” ทนายษิททรา”ออกมาเคลื่อนไหวและพูดพาดพิง  ว่า มีอดีตรองนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมชู้สาว เข้าข่ายขัดต่อจริยธรรม ศีลธรรมอันดี    บุคคลดังกล่าว มีอายุมากแล้ว เคยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2551 และพ้นจากสมาชิกเมื่อปี 2561   ส่วนหตุการณ์ชู้สาวเกิดในปี   2565

ยืนยันว่าไม่ใช่ตัวเองที่มีพฤติกรรมตามข้อมูลของนายษิทรา  ที่อ้างถึงส่วนอดีตรองนายกรัฐมนตรีมีหลายคน  การออกมากล่าวหาดังกล่าว  พาดพิงไปถึงผู้อื่น  อยากให้พรรคเพื่อไทย  พิจารณาขับนายษิทราออกจากพรรค เพราะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย   แต่ออกมาพูดพาดพิงสร้างความเสียหาย

ก่อนนี้ นายษิทรา ออกมาแถลงปมอดีตรองนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมชู้สาว เข้าข่ายขัดต่อจริยธรรม ศีลธรรมอันดี โดยบอกคำใบ้เป็นอดีตรองนายกฯ การออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าว  ทำให้  นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ได้สอบถามเรื่องนี้ไปที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์  และได้รับคำยืนยันเช่นกันว่า ไม่ใช่อดีตนายกรัฐมนตรีตามที่นายษิทรา อ้างถึง 
 

หมายเหตุภาพประกอบ ( แฟ้มภาพ) 

แห่ต้อนรับ”บิ๊กตู่”สมัครสมาชิกรทสช.สุดคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540570

09 ม.ค. 2566

แห่ต้อนรับ"บิ๊กตู่"สมัครสมาชิกรทสช.สุดคึกคัก

การเปิดตัวสมาชิกใหม่พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ”บิ๊กตู่”สุดคึกคัก ประชาชนเดินทางด้วยรถบัสจากทุกภูมิภาคแห่ให้กำลังใจ รวมถึงส.ส.ทั้งในสังกัดและนอกสังกัด อาทิ สุชาติ,ธนกร,แรมโบ้

วันนี้ 9 ม.ค.65 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการเปิดตัว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ”

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี ส.ส. เช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน , นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง , นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน , นายธนกร วังบุญคงชนะ มาให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. พลเอกประยุทธ์เดินทางมาถึงที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค , นายชัชวาล คงอุดม และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติให้การต้อนรับ 

แห่ต้อนรับ"บิ๊กตู่"สมัครสมาชิกรทสช.สุดคึกคัก

ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า เข้าสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเแล้ว วันนี้ตนพาส.ส.ในกลุ่มเดินทางมาให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์ ซึ่งจะมีส.ส.ในกลุ่มที่ตามมาด้วยเบื้องต้น 15 คน แต่ขณะนี้บางคนยังไม่ลาออกจากพรรคเดิม

ส่วนนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะนี้มีจำนวน ส.ส. ประมาณ 10 คน 

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

ด้านนายธนกร มาพร้อมกับ นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส. สงขลา , นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ และส.ส.รวมกว่า 7 คน เข้าให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์เช่นกัน เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนนายธนกรจะลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่นั้น ขอทำหน้าส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐต่อ รอเวลาที่เหมาะสมก่อน และส่วนตัวเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ได้ไปต่อได้ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 3 แน่นอน เพราะมีผลงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะผลโพลในพื้นที่ภาคใต้กระแสดีมาก พลเอกประยุทธ์มีความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะทำให้คนไทยไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง

นายธนกร วังบุญคงชนะนายธนกร วังบุญคงชนะ

ขณะเดียวกันประชาชนจากทั่วสารทิศทุกภูมิภาคเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก 

น.ส.ทิพวัลย์ วิเศษ และ นางเพ็ญนภา นิยม ชาวบ้าน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เดินทางมาพร้อมกับพี่น้องจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ไม่ว่านายสุชาติจะอยู่ในสังกัดพรรคไหนก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน เพราะชื่นชอบ เป็นรัฐมนตรีที่ประชาชนเข้าถึงได้ และตัวท่านก็เข้าถึงประชาชนคนรากหญ้าเช่นกัน สร้างงานสร้างอาชีพและสิทธิประโยชน์ของคนทำงาน ท่านเป็นแรงบันดาลใจของคนที่สู้ชีวิต พวกเราชาวชลบุรีภาคภูมิใจที่เราได้มีรัฐมนตรีเห็นเกิดจากดิน แต่มุมานะอย่างมาก พร้อมยืนยันเดินทางออกจากจังหวัดชลบุรีด้วยใจ ไม่มีใครจ้าง มีทั้งเดินทางมาด้วยรถส่วนตัวและรถบัส หารกันออก ส่วนเงินที่เหชือ ซื้อน้ำซื้อขนมทานกัน 

ประชาชนที่เดินทางมาจากจ.ชลบุรีประชาชนที่เดินทางมาจากจ.ชลบุรี

ด้านประชาชนที่เดินทางมาจากภาคอีสาน นายเสวย ชัยมาศ ชาวบ้านอ.กุดจับ ชาวอุดรธานี กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆออกจากจ.อุดรธานีประมาณ20.00น. ของเมื่อวานนี้ และถึงกรุงเทพมหานครเวลาประมาณ 13.00น. ของวันนี้ด้วยรถบัสประจำทาง ซึ่งสาเหตุที่ชื่นชอบพลเอกประยุทธ์ เนื่องจากเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องในพื้นที่ประชาชนมีงานทำ มีข้าวกิน แก้ปัญหาพื้นถนน ใส่ใจประชาชน ไม่ว่าพลเอกประยุทธ์จะไปอยู่พรรคไหน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ เพราะเชียร์ในตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง 

ประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานีประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานี