‘คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด’ ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702123

'คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด' ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

‘คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด’ ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.55 น.

บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนททิราเทพวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด เมื่อเวลา 10.00 โมง คุณตรีรดา ทองปุ่น ผู้อำนวยการฝ่ายขาย พร้อมด้วย คุณภานุวัฒน์ สอนเนียม แผนกทรัพยากรบุคคล ร่วมด้วยคุณกมลทิพย์ แซ่เอ็ง เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร และ พนักงาน บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด  เข้าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนททิราเทพวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และ มีพระพลานามัยที่แข็งแรงโดยเร็ววัน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

‘คุณหญิงกัลยา’ขอบคุณหน่วยงานบริหารจัดการน้ำฯ สหรัฐ ให้ความสำคัญการไปเยือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702122

'คุณหญิงกัลยา'ขอบคุณหน่วยงานบริหารจัดการน้ำฯ สหรัฐ ให้ความสำคัญการไปเยือน

‘คุณหญิงกัลยา’ขอบคุณหน่วยงานบริหารจัดการน้ำฯ สหรัฐ ให้ความสำคัญการไปเยือน

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.42 น.

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) กล่าวว่า การเดินทางไปประเทสหรัฐอเมริกาของดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทย กับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญและการให้การสนับสนุนของวุฒิสมาชิก แทมมี่ ดักเวิร์ท และ วุฒิสมาชิก ดิค เดอร์บิน ประธานคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในวุฒิสภาแห่งมลรัฐอิลลินอยส์ ในระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น ทางหน่วยงานที่สหรัฐทั้งด้านการศึกษา และการบริหารจัดการน้ำฯ ต่างให้ความสำคัญและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงการไปเยือนและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยและสหรัฐในครั้งนี้อย่างมาก

นางดรุณวรรณ กล่าวว่า นอกจากสื่อไทยที่ได้เผยแพร่ข่าวการเยือนสหรัฐของดร.คุณหญิงกัลยาและคณะฯ ในครั้งนี้ และความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น ทางสหรัฐต่างก็ให้ความสำคัญกับการไปเยือนและได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เช่น Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาและการจัดการน้ำเสียของสหรัฐ

รวมไปถึง American Water Works Association (AWWA) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรสากลที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำและการจัดหาน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2424 ซึ่งมีสมาชิกจากทั่วโลกประมาณ 50,000 คน  ก็ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐในครั้งนี้ด้วยโดยผ่านทางเว็บไซต์ เพจ รวมไปถึงจดหมายข่าว (Newsletter) ซึ่งได้มีการรายงานข่าวดังกล่าวให้บุคลากรภายในองค์กร และบุคคลภายนอกได้ทราบอย่างต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณวุฒิสมาชิก แทมมี่ ดักเวิร์ท และ วุฒิสมาชิก ดิค เดอร์บิน ประธานคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในวุฒิสภาแห่งมลรัฐอิลลินอยส์ รวมถึงทีมงานที่ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกในการดูงานครั้งนี้ และเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญพร้อมที่จะแบ่งปันข้อมูลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าการที่หน่วยงานสหรัฐให้การผลตอบรับ และให้ความสำคัญดังกล่าวจะนำมาซึ่งความร่วมมือที่ขยายวงกว้างมากขึ้นทั้งในด้านการศึกษาและการบริหารจัดการน้ำฯ โดยเฉพาะการต่อยอดองค์ความรู้ในหลักสูตร “ชลกร” ให้อยู่ในระดับสากลต่อไป
 

‘กรุงเทพประกันภัย’ มุ่งภารกิจสร้างสุขให้พนักงาน ส่งเสริมศักยภาพ เปิดโอกาสอัปสกิล ความมั่นคงคุณภาพชีวิตที่ดี การันตีด้วยหลายรางวัลใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701989

‘กรุงเทพประกันภัย’ มุ่งภารกิจสร้างสุขให้พนักงาน ส่งเสริมศักยภาพ  เปิดโอกาสอัปสกิล ความมั่นคงคุณภาพชีวิตที่ดี การันตีด้วยหลายรางวัลใหญ่

‘กรุงเทพประกันภัย’ มุ่งภารกิจสร้างสุขให้พนักงาน ส่งเสริมศักยภาพ เปิดโอกาสอัปสกิล ความมั่นคงคุณภาพชีวิตที่ดี การันตีด้วยหลายรางวัลใหญ่

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนคงคุ้นเคยกับสโลเเกน “แคร์คุณทุกย่างก้าว” ของกรุงเทพประกันภัย (BKI) มายาวนานหลายทศวรรษ ด้วยความโดดเด่นเรื่องการดูเเลเอาใจใส่ลูกค้าเเบบ “ใจเขาใจเรา”ทำให้เเบรนด์กลายเป็น Top Of Mind ในใจคนไทยได้ไม่ยากนัก เเม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาธุรกิจประกันภัยต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ซึ่งนอกเหนือจากการมีความมั่นคงทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนความน่าเชื่อถือเเล้ว ความไว้วางใจก็เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจนี้เช่นกัน

ความไว้วางใจมิใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นมาได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยจะต้องอาศัยการดำเนินงานที่ก้าวผ่านบทพิสูจน์ในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ รวมไปถึงความไว้วางใจจากพนักงานที่มีต่อองค์กร ซึ่งเป็นเสมือนบันไดขั้นเเรกๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างความเเข็งเเกร่งจากภายในให้สะท้อนไปสู่สังคมภายนอก ช่วยให้องค์กรพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างมีพลังมีความสุข เเละสนุกไปพร้อมกัน สโลเเกน“เเคร์คุณทุกอย่างก้าว” ของกรุงเทพประกันภัย จึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การดูเเลเฉพาะกลุ่มลูกค้าเพียงเท่านั้นยังครอบคลุมถึงการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรมเเละเท่าเทียมส่งเสริมศักยภาพ ดูเเลความปลอดภัยและอาชีวอนามัยตั้งเเต่พนักงานไปจนถึงคู่ค้า ชุมชน ตลอดห่วงโซ่อุปทานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามเเนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งเเวดล้อม สังคม เเละธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับผลการดำเนินงานที่ดีอย่างสมดุล

สร้างสุขการทำงาน ด้วยสวัสดิการที่ครบครัน ความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการกำกับดูเเลกิจการที่ดี เเละมุ่งปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเหมาะสมในหลากหลายมิติ ส่งผลให้กรุงเทพประกันภัยได้รับรางวัลด้านการจัดการสวัสดิการพนักงานมามากมาย นับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจกับ รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2565 ระดับประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ประเภทสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

ด้วยการตระหนักว่าก่อนที่จะส่งมอบบริการที่ดีและมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้อื่นได้นั้น จะต้องเริ่มจากความสุขในใจของพนักงานก่อน BKIจึงมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับบริบทสังคมอยู่เสมอ เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน สร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการทำงาน มีโครงสร้างเงินเดือนที่เหมาะสม ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น ให้โอกาสเเละอำนวยความสะดวกต่อการที่พนักงานจะพัฒนาตนเองหรือศึกษาความรู้เพิ่มเติม เคารพสิทธิมนุษยชนและความเเตกต่างของเเต่ละบุคคล พร้อมกับการเสริมสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับองค์กร พนักงานจะได้รับสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ อย่างการประกันชีวิตเเละอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมด้านทันตกรรมการตรวจสุขภาพประจำปีกับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ พร้อมการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สร้างสภาพเเวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายเเละข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกเหนือจากการดูแลสุขภาพกายแล้ว “สุขภาพใจ”ของพนักงานก็เป็นสิ่งที่กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้มีการปรับเพิ่มสวัสดิการด้านประกันสุขภาพและขยายความคุ้มครองการรักษาให้ครอบคลุมโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลอีกด้วย นอกจากนี้พนักงานทุกคนยังสามารถลาพักผ่อนได้ตั้งเเต่เริ่มงานโดยจะได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นตามอายุงานเเละตำเเหน่งงาน พร้อมเข้าถึงสวัสดิการด้านเงินกู้เพื่อบรรเทาภาระด้านการเงินในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ เเละรางวัลโบนัสประจำปี

เปิดโอกาสการเรียนรู้ พัฒนาทักษะใหม่ให้ทันโลก ท่ามกลางสถานการณ์รอบตัวที่มีความผันผวนสูง กรุงเทพประกันภัยได้ส่งเสริมการ Upskill และReskill พนักงานผ่านการจัดอบรมทั้งภายในเเละภายนอกบริษัทฯ สนับสนุนการศึกษาภาษาต่างประเทศ การศึกษาในหลักสูตรประกันวิชาชีพ การศึกษาระดับปริญญาโท จัดทัศนศึกษาและสัมมนาทั้งในประเทศเเละต่างประเทศ เพื่อให้พนักงานสามารถนำทักษะมาต่อยอดความรู้เเละประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ทั้งการทำงาน ชีวิตประจำวัน ครอบครัวเเละการช่วยเหลือสังคม เสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการทำงานด้วยรูปแบบเเละเครื่อง

มือที่หลากหลาย ตามเเนวทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่พัฒนาขึ้นอย่างเป็นระบบเเละสอดคล้องกับตำเเหน่งงาน ผ่าน Training needs byposition ฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้เเละทักษะ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องเเละ On the jobs Training (OJT) ฝึกอบรมเเละเรียนรู้งานจากการปฏิบัติงานจริง โดยมีการวัดผลเพื่อนำไปพัฒนาการปฏบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีหลักสูตรการเรียนออนไลน์ กิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงินต่างๆ และการมีระบบ Mentor (พี่เลี้ยง) กิจกรรม Career Consult รายบุคคลที่จะคอยช่วยเเนะนำสนับสนุน เเละให้คำปรึกษา เพื่อให้พนักงานรู้สึกสบายใจ มีความสุขในการทำงาน ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานดีขึ้น เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมหรือเเสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งสร้างจิตสำนึกให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อดูแลและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ

ดูแลพนักงานในทุกช่วงชีวิต พร้อมหลักประกันเพื่อการเกษียณ กรุงเทพประกันภัย โดดเด่นในด้านการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพการันตีด้วย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ในการประกวดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีเด่น ครั้งที่ 10 ประจำปี 2565 ประเภทกองทุนเดี่ยว Single Fund กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กลุ่มหน่วยงานเอกชน ขนาดกองทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท จากสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ด้วยการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใสเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของนายจ้างและคณะกรรมการกองทุนอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมและตรวจสอบการดำเนินการจัดการกองทุน และคำนึง ถึงการรักษาผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกอย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถที่จะเป็นหลักประกันหลังเกษียณได้อย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ มีการสมทบให้ใน “อัตราสูงสุดเเบบขั้นบันได” ซึ่งอัตราเงินสะสมเเละเงินสมทบนั้นจะพิจารณาตามอายุงานหรือระดับตำเเหน่งงานและยึดถือว่าหากหลักเกณฑ์ใดเอื้อประโยชน์แก่พนักงานมากกว่าก็ให้ใช้หลักเกณฑ์นั้น พร้อมนำเสนอทางเลือกในการลงทุน ทั้งการลงทุนเเบบสมดุลความเสี่ยงเเละสมดุลตามอายุ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการออมระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตคนทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม จากการคำนึงถึงการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตของพนักงาน และความสำคัญของการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น กรุงเทพประกันภัยจึงมีการนำส่งเงินสมทบถูกต้องครบถ้วนมาโดยตลอด ไม่มีประวัติค้างชำระโดยได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณครบรอบ 32 ปี วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคม 3 กันยายน 2565 ว่าเป็นสถานประกอบการต้นแบบในการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมดีเด่น พร้อมทั้งรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ ด้านส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันการประสบอันตราย

บริษัทยังได้รับ รางวัลองค์กรต้นแบบความยั่งยืนตลาดทุนไทยด้านสนับสนุนคนพิการ ประเภทดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ด้วยการส่งเสริมความเท่าเทียม มีนโยบายเพิ่มโอกาสการจ้างงานและสนับสนุนอาชีพผู้พิการในองค์กร โดยจัดสรรอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการทำงานและสอดคล้องต่อความต้องการของผู้พิการ พร้อมกันนี้ บริษัท กรุงเทพแอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด หรือ BAS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Outsource ของกรุงเทพประกันภัย ยังได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2565 ระดับประเทศ ปีที่ 1 ประเภทสถานประกอบกิจการขนาดกลาง หลังจากเมื่อปี 2564 BAS ได้รับรางวัลดังกล่าว ในระดับจังหวัดอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในสถานที่ทำงาน เพื่อให้พนักงานมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมมีความมั่นคงและปลอดภัยนั้น เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถให้การบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด พร้อมสร้างการเติบโตก้าวหน้าให้แก่องค์กรและสังคมได้ในระยะยาว กรุงเทพประกันภัยจึงยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ จริยธรรม และบรรษัทภิบาลในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ให้ความเป็นธรรม ปฏิบัติต่อลูกค้า คู่ค้า ตลอดจนพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไป

นิทรรศการ ‘กระตั้วแทงเสือ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701979

นิทรรศการ ‘กระตั้วแทงเสือ’

นิทรรศการ ‘กระตั้วแทงเสือ’

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม จัด นิทรรศการ “กระตั้วแทงเสือ” นิทรรศการชั่วคราวเกี่ยวกับการละเล่น และความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดีย เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอินเดีย

“กระตั้วแทงเสือ” เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่บูรณาการความรู้จากศาสตร์ต่างๆ มาสร้างเป็นศิลปะที่น่าสนใจ เช่น นันทนาการ กีฬา ศิลปะการแสดง นาฏศิลป์ ดนตรีประยุกต์ และจิตวิทยาโดยใช้ความภาคภูมิใจ ความรัก ความศรัทธาความกล้า มาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดเป็นศิลปะการแสดง

กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้พิจารณาแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย เนื่องในโอกาสการลงนามโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างปี พ.ศ.2565-2570 และเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินเดีย ในปี 2565 โดยการจัดนิทรรศการชั่วคราวเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้านกระตั้วแทงเสือและความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดีย เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศการชมนิทรรศการผลงานศิลปะร่วมสมัยในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 11 มกราคม 2566 เวลา 10.00-17.00 น. ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน (ปิดทำการทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

Glenfiddich ร่วมกับศิลปินจีน อี้ซิน เจิง อวดโฉมแพ็กเกจของขวัญรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701993

Glenfiddich ร่วมกับศิลปินจีน อี้ซิน เจิง  อวดโฉมแพ็กเกจของขวัญรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

Glenfiddich ร่วมกับศิลปินจีน อี้ซิน เจิง อวดโฉมแพ็กเกจของขวัญรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อต้อนรับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง Glenfiddich (เกลนฟิดิค) แบรนด์เครื่องดื่มซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ระดับโลก อวดโฉมแพ็กเกจของขวัญรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มาพร้อมกับสี่ดีไซน์สุดพิเศษโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์อย่าง Glenfiddich Stag (กวางเกลนฟิดิค) ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาและลวดลายที่เต็มไปด้วยสีสัน ผ่านการจับมือกับศิลปินนักวาดภาพสัญชาติจีนชื่อดัง Yixin Zeng (อี้ซิน เจิง) นี้ ภายใต้แนวคิด “A Journey to Extraordinary” ที่จะพาทุกคนไปดื่มด่ำกับห้วงความพิเศษในช่วงเทศกาล พร้อมเฉลิมฉลองช่วงเวลาและของขวัญอันสุดแสนพิเศษกับเพื่อนและครอบครัว

วิลล์ พีค็อก ผู้อำนวยการโกลบอลลักซ์ชัวรี่ บริษัทวิลเลี่ยมแกรนท์แอนด์ซันส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วันตรุษจีนในทุกๆ ปีนับเป็นการเฉลิมฉลองที่มีความหมายสำคัญสำหรับหลายๆ คนทั่วโลก และสำหรับเราที่ Glenfiddich ทำให้เอกลักษณ์แบรนด์ของเรามีความสัมพันธ์กับเทศกาลนี้นั้นมีความหมายกับเรามากเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับนักวาดภาพชื่อดัง Yixin Zeng ซึ่งมีสไตล์ที่โดดเด่นและมีชีวิตชีวาเป็นสิ่งที่เรากำลังมองหาเพื่อรังสรรค์ความพิเศษให้กับแพ็กเกจของขวัญตรุษจีนรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นปีนี้ตั้งแต่หยดแรกของซิงเกิ้ลมอลต์สก็อตช์วิสกี้ของเราไปจนถึงหยดสุดท้ายเราต้องการเชิญชวนเพื่อนๆ ชาว Glenfiddichให้มาร่วมเดินทางสู่ห้วงความพิเศษไปกับเรา”

อี้ซิน เจิง ศิลปินนักวาดภาพสัญชาติจีนชื่อดัง กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Glenfiddich ในการออกแบบแพ็กเกจของขวัญวันตรุษจีนรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นสำหรับปี 2023งานศิลปะของผมได้ดึงเอาแรงบันดาลใจจากความสนุกสนานและรื่นเริงของการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนและประสบการณ์ส่วนตัวของผมในฐานะนักเดินทางศิลปินและนักมโนทัศน์ โดยบริเวณใจกลางของแพ็กเกจเราจะเห็นกวาง Royal Stag ที่โดดเด่นท่ามกลางดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น มังกรจีนนกนำโชค ขนนก ปลา รวมถึง ดอกไม้ไฟ นอกจากนี้ผมยังเพิ่มความพิเศษให้กับ Glenfiddich ด้วยการซ่อนรายละเอียดที่น่าค้นหาเข้าไปบนแพ็กเกจของขวัญอีกด้วย และเมื่อดีไซน์พิเศษในครั้งนี้ได้มาบรรจบกับผลิตภัณฑ์ซิงเกิ้ลมอลต์สก๊อตช์วิสกี้ระดับโลก กลายมาเป็นการสร้างห้วงความพิเศษสำหรับให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำในช่วงเทศกาล”

นอกจากนี้ แพ็กเกจของขวัญตรุษจีนรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น นำเสนอเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์อย่าง Glenfiddich Stag (กวางเกลนฟิดิค) หรือ Fu Lu (ฝูลู่)ที่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวยและอายุที่ยืนยาวในวัฒนธรรมจีน อยู่บริเวณกลางแพ็กเกจห้อมล้อมไปด้วยภูมิทัศน์อันชวนฝันพร้อมพื้นผิวแพทเทิร์นที่งดงามและมีชีวิตชีวารับกับช่วงเทศกาล โดยมีทั้งหมด 4 ดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแพ็กเกจของ Single Malt Scotch Whisky Glenfiddich12 Year Old พร้อมแก้วไฮบอลหนึ่งใบ Glenfiddich15 Year Old พร้อมแก้ววิสกี้หนึ่งใบ Glenfiddich 18 Year Old พร้อมแก้ววิสกี้สองใบ และ Reserva RumCask 21 Year Old ที่ถูกรังสรรค์โดยมอลต์มาสเตอร์Brian Kinsman(ไบรอัน คินส์แมน) ซึ่งจะมีสีสันที่แตกต่างกันออกไปตามสีของประเภทของผลิตภัณฑ์ และถูกตกแต่งด้วยฟอยล์ เคลือบเงา และ ลายนูนอย่างหรูหรา พร้อมเปิดให้เหล่านักสะสมเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ Tops Supermarket Villa Market Foodland และ The Mall

พิเศษไปกว่านั้น Glenfiddich เตรียมเปิดตัวป๊อปอัพสุดหรูภายใต้แนวคิด “A Journey to Extraordinary”บริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่เกษรวิลเลจตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 มกราคม 2566 เพื่อเฉลิมฉลองและต้อนรับการมาถึงของแพ็กเกจของขวัญตรุษจีนรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ประจำปี 2023 ในครั้งนี้ พร้อมเชิญชวนให้เหล่าสาวก ทั้งนี้ ผู้ที่มาเยี่ยมเยียนจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษจาก Glenfiddich อีกด้วย

โลตัส สนับสนุนทหารผ่านศึกกลุ่มสายใจไทย ปลูกผักสดส่งขายในโลตัส สร้างอาชีพและรายไดที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701977

โลตัส สนับสนุนทหารผ่านศึกกลุ่มสายใจไทย  ปลูกผักสดส่งขายในโลตัส สร้างอาชีพและรายไดที่ยั่งยืน

โลตัส สนับสนุนทหารผ่านศึกกลุ่มสายใจไทย ปลูกผักสดส่งขายในโลตัส สร้างอาชีพและรายไดที่ยั่งยืน

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โลตัสสนับสนุนทหารผ่านศึกกลุ่มสายใจไทยและเครือข่ายเกษตรกรสุโขทัย ปลูกผักสด คุณภาพสูง ปลอดภัยส่งตรงขายในโลตัสสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ช่วยพัฒนาเกษตรกรร่วมวางแผนให้เกษตรกรปลูกผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาดในปริมาณที่เหมาะสมให้ความรู้ ควบคุมคุณภาพ และให้อำนาจในการต่อรองราคาที่เป็นธรรมโดยเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง (Direct Sourcing)ที่โลตัสทำมาต่อเนื่องกว่า 10 ปี ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนครอบคลุมเกษตรกร 4 พื้นที่หลักใน 4 ภูมิภาคของไทย สร้างอาชีพรายได้ที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรกว่า 1,700 ครัวเรือน

นางสาวพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลคุณภาพสินค้าโลตัส กล่าวว่า “หนึ่งในพันธสัญญาของโลตัส คือการเป็นแพลทฟอร์มแห่งโอกาสของผู้ประกอบการSME และเกษตรกรไทย ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โลตัส ดำเนินโครงการรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง (Direct Sourcing) อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า10 ปี ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงรวมตัวกันตามนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ของภาครัฐเพื่อยกระดับกลุ่มเกษตรกรให้สามารถบริหารจัดการการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็ง มีอำนาจในการต่อรอง โดยโลตัสร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของกลุ่มเกษตรกร ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาผลผลิตไม่แน่นอน โดยทำข้อตกลงล่วงหน้าเพื่อซื้อขายผลผลิตกับเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม วางแผนการตลาดนำการผลิต และให้ความรู้ ควบคุมมาตรฐานและคุณภาพสินค้า เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชผักได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด มีรายได้ที่ยั่งยืน โดยโลตัส ยังให้ความสำคัญกับการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับกลุ่มเปราะบางจึงเข้าไปช่วยสนับสนุนกลุ่มสายใจไทย เพื่อสร้างอาชีพให้กับกลุ่มทหารผ่านศึก และช่วยผลักดันยกระดับศักยภาพให้กลุ่มสายใจไทยแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการรวมกลุ่มสายใจไทยกับเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดสุโขทัย เกิดเป็นกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายสุโขทัย และให้คำแนะนำเพื่อให้คุณภาพผลผลิตเป็นไปตามข้อกำหนดของโลตัสและผ่านมาตรฐาน GAP โดยปัจจุบันมีผลผลิต 42 ชนิด อาทิ ฟักทอง ฟักเขียว มะละกอ พริกจินดาพริกหนุ่ม พริกขี้หนูสวน มะเขือเปราะ แตงกวา มะนาวไร้เมล็ด บวบเหลี่ยม ผักแพรว ยอดตำลึง ผักชีไทย กะเพรา โหระพา ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง ขึ้นช่าย และเดินหน้ายกระดับเพื่อขยายการรับซื้อเพิ่มอีกในอนาคต”

พรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์

ปัจจุบันโลตัสดำเนินโครงการรับซื้อ ผลผลิตตรงจากเกษตรกร ครอบคลุม 4 พื้นที่หลัก ใน 4 ภูมิภาคของไทยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลาง และภาคใต้ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรกว่า 1,700 ครัวเรือน ผ่านการดำเนินงานต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่ ขั้นการเจรจาราคาและปริมาณสินค้า โดยทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกร คำนวณราคาที่ครอบคลุมต้นทุน และอ้างอิงราคาตลาดในช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองและมีรายได้ที่มั่นคงจากการซื้อขายกับโลตัส และวางแผนการปลูกล่วงหน้าทั้งชนิดและปริมาณผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการพื้นที่ทำการเกษตรได้ ขั้นการวางแผนเพาะปลูกที่สอดคล้องกับความต้องการสินค้าแต่ละประเภทในแต่ละสัปดาห์ และปลูกพืชผักตามมาตรฐานข้อกำหนดของโลตัส ขั้นการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและสารเคมี โดยโลตัสสนับสนุนอุปกรณ์ในการตรวจสอบสารเคมีตกค้าง สอนวิธีการตรวจสอบและกำหนดแผนการตรวจก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพสินค้าอาหารของโลตัส ขั้นการแพ็กสินค้า และการส่งผลผลิตเข้าศูนย์กระจายสินค้า โดยโลตัสช่วยสนับสนุนงบประมาณอุปกรณ์การผลิตรวมถึงออกแบบและจัดตั้งโรงคัดบรรจุแพ็กตามหลัก GMP และวิธีการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ และสนับสนุนรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิเพื่อรับผลผลิตที่คงความสดใหม่จากโรงแพ็กไปยังศูนย์กระจายสินค้า

“โลตัส ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนเกษตรไทยผ่านการซื้อผลผลิตผักสด ผลไม้สด คุณภาพสูง ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ในราคาที่คุ้มค่า ที่โลตัสทุกสาขาทั่วประเทศและสามารถซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ Lotus’s SMART App อีกด้วย”

CPF สร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดค่าย ‘ปันรู้ ปลูกรักษ์’ ที่เขาพระยาเดินธง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701990

CPF สร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม  จัดค่าย ‘ปันรู้ ปลูกรักษ์’ ที่เขาพระยาเดินธง

CPF สร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดค่าย ‘ปันรู้ ปลูกรักษ์’ ที่เขาพระยาเดินธง

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ซีพีเอฟ สร้างจิตสำนึกตระหนักต่อคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ ขยายเครือข่ายและต่อยอดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าจัด “ค่ายเยาวชน ปันรู้ ปลูกรักษ์ รุ่นที่ 1”ในโครงการ ซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ กิจกรรมค่าย เยาวชน ปันรู้ปลูกรักษ์ (Green Sea We Share) ครั้งนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และได้ลงพื้นที่ปฏิบัติจริง โดยได้รับรู้ความเป็นมาของการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขาพระยาเดินธง จากป่าที่เสื่อมโทรมสู่ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ จากคณะทำงานของซีพีเอฟที่มีส่วนร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูโครงการฯมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน การสำรวจแม้ไม้ในแปลงเสริมป่า เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ไม้สำหรับการเพาะกล้าและปั้น Seedball เรียนรู้วิธีการดูนก การประกอบอาหารตามวัตถุดิบที่ได้รับและการคิดค้นเมนูในการดำรงชีพในป่า กิจกรรมนักสำรวจน้อย เรียนรู้การฟื้นฟูป่าและการสร้างสมดุลของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า กิจกรรมแผนที่เสียง ฝึกฟังเสียงธรรมชาติ กิจกรรมจินตนาการจากใบไม้ วาดรูปร่างใบไม้ เป็นสัตว์ในจินตนาการ กิจกรรมป่าในฝัน ซึ่งเด็กๆ สร้างป่าในจินตนาการ โดยใช้เทคนิควาด ฉีก ตัดแปะ

นิตย์ ประจงแต่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองตามิ่ง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมค่ายกิจกรรมในวันนี้ เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างมาก เป็นการสร้างความตระหนักในการรู้คุณค่าของสิ่งแวดล้อม และช่วยกันดูแลต้นไม้ เด็กๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาใช้ประโยชน์กับที่โรงเรียนและที่บ้านได้จริง เพราะที่โรงเรียนก็มีการปลูกต้นไม้ไว้จำนวนมาก ถ้าซีพีเอฟมีการจัดกิจกรรมดีๆ เช่นในครั้งนี้อีก ทางโรงเรียนก็อยากจะส่งนักเรียนรุ่นอื่นๆเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วย ถือว่าเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ให้เกิดความเชื่อมโยง เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้รู้จักแก้ไขปัญหา เข้าใจระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ

ด.ญ.กัญชพร พูลหลำ หรือ น้องหวานนักเรียนชั้น ป. 6 เล่าว่า น้องมีโอกาสได้เข้ามาสำรวจป่าเป็นครั้งแรก รู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่ป่าในพื้นที่บ้านของเรามีความอุดมสมบูรณ์ พี่ๆ ซีพีเอฟเล่าว่า แต่ก่อนไม่มีใครเข้ามาฟื้นฟูป่า จนกระทั่งเมื่อปี 2559 พี่ๆ เข้ามาช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟู จนปัจจุบันเป็นป่าที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้พื้นถิ่น และพันธุ์ไม้หายาก“หนูว่าเราไม่ควรจะตัดไม้ทำลายป่า และต้องช่วยกันปลุูกต้นไม้ให้เยอะๆ” เพราะต้นไม้ช่วยสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับโลก

ด.ช.สุริยา สุดจิตร์ หรือน้องแบงก์ นักเรียนชั้น ป.5 เล่าถึงความรู้สึกสนุกและประทับใจที่มีโอกาสมาป่าเป็นครั้งแรก ได้เรียนรู้พันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น แคนา พะยูง สมอ นอกจากนี้ พวกเราได้ร่วมกิจกรรมปั้น Seedball เพื่อใช้ยิงเมล็ดพันธฺุ์ กลุ่มผมมีสมาชิก 9-10 คน ปั้นได้รวม 170 ลูกน้องแบงก์ บอกด้วยว่า กิจกรรมในครั้งนี้รู้สึกชอบการส่องนกมากที่สุด เพราะได้เห็นนกที่หายาก และได้รับความรู้เกี่ยวกับนกชนิดต่างๆ

ด้าน ด.ช.วีรวัตร ศรีมาตร์ หรือน้องบอส นักเรียนชั้น ป. 5 บอกว่า ได้มีโอกาสเข้าป่าเป็นครั้งแรก รู้สึกสนุกมาก และดีใจที่เรามีพันธฺุ์ไม้ที่หลากหลาย เช่น มะค่า มะเกลือ แคนา กิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เราได้รับความรู้ที่สามารถนำกลับมาใช้ที่โรงเรียนและที่บ้านได้ด้วย เพราะที่โรงเรียนก็มีการปลูกต้นไม้เยอะ เรามาช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน รดน้ำต้นไม้ ผมคิดว่าเราต้องช่วยกันรักษาผืนป่าเอาไว้ ด้วยการไม่ตัดไม้ทำลายป่า และช่วยกันปลูกต้นไม้

ภายใต้แนวคิด “จากภูผาสู่ป่าชายเลน”เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซีพีเอฟขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป่าต้นน้ำและป่าชายเลนและโครงการกับดักขยะทะเล โดยมีเป้าหมายอนุรักษ์ ปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งกิจกรรมค่ายเยาวชน “ปันรู้ปลูกรักษ์” ถือเป็นกิจกรรมนำร่องในการสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว และเป็นการสร้างเครือข่ายด้วยการปลูกฝังและสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบในการส่งต่อไปสู่เยาวชนในวงกว้างรับไม้ต่อในภารกิจร่วมอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

LIFE & HEALTH : การพัฒนาผู้นำยุคใหม่รับปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701972

LIFE & HEALTH : การพัฒนาผู้นำยุคใหม่รับปี 2023

LIFE & HEALTH : การพัฒนาผู้นำยุคใหม่รับปี 2023

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปี 2023 นับเป็นปีที่ยังมีเรื่องท้าทายอย่างมากทั้งเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย Digital Disruption ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงกับการดำเนินธุรกิจยุคใหม่รวมทั้งความไม่แน่นอนต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นความท้าทายต่อผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่ต้องเร่ง “สร้างผู้นำ (Leadership)” ที่จะเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการทำงาน ควบคุมดูแลลูกทีม รวมทั้งบริหารผลลัพธ์ท่ามกลางพิษเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ข้อมูลจาก ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บียอนด์เทรนนิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า การสร้างผู้นำในยุคนี้ กลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเพราะองค์กรยังคงยึดกับภาพผู้นำแบบเดิมๆที่ชุดทักษะและประสบการณ์ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับการขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัลใหม่นี้ได้แล้ว จากบทความวิจัยของstrategypeopleculture.com ได้ระบุถึง7 สิ่งท้าทาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในองค์กร ดังต่อไปนี้

1.Facilitating Change ทำให้ผู้นำเกิดปัญหาด้านการปรับตัวได้ ไม่สามารถรับมือกับสภาวะแวดล้อม กระบวนการทำงาน และสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ส่งผล
กระทบต่อทั้งตัวผู้นำและลูกทีมก็อาจได้รับพลังงานลบไปด้วย

2.Building Self Confident ผู้นำไม่สามารถสร้างความมั่นใจในตนเองได้ไม่กล้าที่จะเสี่ยงลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ความไม่มั่นใจของผู้นำจะส่งผลให้ลูกน้องขาดความไว้เนื้อเชื่อใจว่าคุณจะสามารถพาพวกเขาก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้

3.Keeping a pulse on your remote or hybrid team หลายองค์กรได้เริ่มปรับรูปแบบการทำงานแบบระยะไกล (Remote Team) มากขึ้น ส่งผลให้ผู้นำทีมประสบปัญหาการติดตามงาน หรือประสานงานร่วมกับลูกทีมได้อันเนื่องมาจากทักษะด้านเทคโนโลยีที่ไม่เข้มแข็งรวมถึงยังไม่คุ้นชินกับกระบวนการทำงานแบบใหม่ จึงกลายเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่ผู้นำยุคเดิมยังก้าวผ่านไปไม่ได้

4.Maintaining motivation and focus ด้วยสถานการณ์วิกฤตโลก ภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมทั้งรูปแบบการทำงานและพนักงานในองค์กรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาจทำให้หัวหน้าต้องเร่งฝีเท้าก้าวตามให้ทันจนอาจเกิดความเหนื่อยล้า หมดแรงจูงใจในการทำงานหรือขาดจุดโฟกัส จับต้นชนปลายไม่ถูก หากหัวหน้าอยากนำทีมให้ได้ผลงานต้องสร้างแรงจูงใจได้การทำงานให้ได้

5.Lack of communication วิกฤตโลกขับเคลื่อนให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้รูปแบบทำงานทางไกลหรือ Hybrid สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ การสื่อสาร กุญแจสำคัญที่จะทำให้หัวหน้าและลูกทีมเข้าใจกัน ผลักดันผลงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากหัวหน้าไม่พัฒนาทักษะนี้ โอกาสที่งานจะผิดพลาด ทำงานคนละทิศทางจนเกิดความขัดแย้งยิ่งมีความเสี่ยงสูง

6.Employee mental health management งานวิจัยจาก HarvardBusiness Review ระบุว่า พนักงานทั่วโลกกว่า 42% กำลังประสบปัญหาสุขภาพจิต เป็นผลมาจากการทำงานในช่วงวิกฤตโลก หากหัวหน้าไม่สามารถบริหารทีมโดยเฉพาะด้านจิตใจได้ โอกาสที่ลูกน้องจะ Burnout เครียด หมดไฟจนลาออก ย่อมมีสูงมาก

7.Handling Conflicts and managing internal politics การเมืองในองค์กรคือหนึ่งปัญหาที่ทำให้หลายบริษัทหยุดชะงัก ไม่ก้าวไปข้างหน้า เพราะเสี่ยงเกิดความขัดแย้งในองค์กร เกิดข้อครหา มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร คนเก่งๆ ในองค์กรไม่มีโอกาสได้พัฒนา หัวหน้าจึงต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ดึงการเมืองในองค์กรให้เป็นแรงผลักดันเชิงบวก ก่อนที่องค์กรจะตกหลุมพรางความขัดแย้ง

จากความผันผวนของโลกธุรกิจและการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต้องลบภาพของผู้นำแบบเดิมๆ สู่การพัฒนา “ผู้นำยุคใหม่” หรือที่เรียกว่า “Adaptive Leadership” ที่ผู้นำที่ยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวสอดรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้น โดยบริษัท Beyond training สถาบันแถวหน้าด้านการฝึกอบรมพนักงานและมีประสบการณ์ออกแบบโปรแกรมพัฒนาผู้นำองค์กรยุคใหม่ ได้ทำการคิดค้นโปรแกรมที่ชื่อว่า “ADAPTIVE LEADERSHIP SERIES” ที่ได้นิยามตัวตนของผู้นำยุคใหม่ที่จะพาองค์กรประสบความสำเร็จ ซึ่งประกอบไปด้วย

l AGILITY มีความคล่องตัว ปรับตัวไวและกระตือรือร้น สอดรับโลกการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง และความรวดเร็วในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล

l DISRUPTIVE ความพร้อมในการรับมือกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการทำงานขององค์กรยุคใหม่ โดยสามารถเรียนรู้และประยุกต์สิ่งเหล่านี้ ให้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ แก่องค์กรได้

l ATTITUDES ทัศนคติของ “คนยุคใหม่”ที่พร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับอาชีพและคุณภาพชีวิตของตนเอง รวมถึงการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับองค์กร

l PERSONALIZATION การมีลักษณะเฉพาะของบุคคล อัตลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการสร้างภาวะผู้นำ ให้แก่ผู้อื่นได้ปฏิบัติตาม

l TECHNOLOGY ความเป็น “ผู้นำด้านเทคโนโลยี และเท่าทันเทรนด์ธุรกิจ” เป็นผู้ที่นำพาเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาผสมผสานกับกระบวนการทำงาน เพื่อเกิด New Way Of Working ให้กับคนในองค์กร

l INNOVATION ความเป็น “ผู้นำด้านนวัตกรรม” ไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิม และค้นหาวิธีการที่ดีสุด ในการพัฒนาธุรกิจองค์กร

l LIVE WELL BEING เรียนรู้วิธีสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างแท้จริง รู้วิธีการผ่อนคลายฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เพื่อให้งานที่ทำเกิดผลลัพธ์สูงสุด

l EMPATHY เป็นผู้นำที่มีจิตใจแห่งการเป็น “ผู้ให้” มีความจริงใจกับเพื่อนร่วมงานและผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา พร้อมให้ Feedback และแนวทางพัฒนาให้กับเขาอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมา

การสร้าง ADAPTIVE LEADERSHIP ผู้นำยุคใหม่ จะถูกพัฒนาด้วยกระบวนการฝึกอบรมผ่าน Framework ที่ได้มาตรฐานที่ไม่ได้แค่เรียนรู้อยู่ในห้องสัมมนา แต่เป็นการผสมผสานรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมถึงกลยุทธ์การเรียนรู้ 10:20:70 ที่ผสมผสานระหว่างการเรียนรู้จากหลักสูตร(10) การแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน โดยได้รับคำแนะนำจากหัวหน้าหรือพี่เลี้ยงภายในองค์กร (20) และเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง จากการทำโครงการ (70) โดยจะถูกนำมาร้อยเรียงเป็นเส้นทางพัฒนาการเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน เช่น มีการประเมินที่วัดกระบวนความคืบหน้าของ Competency ก่อนเข้าเรียนจริง การเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านOnline Learning การเรียนทางไกลผ่าน Virtual Class ที่สะดวกและยืดหยุ่น รวมถึงการนำเสนอสิ่งที่ได้พัฒนาพร้อมผลงานให้ผู้บริหารได้รับทราบหลังจบโครงการ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.Beyondtraining.in.th

ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางโลกธุรกิจที่เกิดขึ้น การพัฒนาผู้นำแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว โปรแกรม ADAPTIVE LEADERSHIPSERIES พัฒนาผู้นำยุคใหม่นี้ จะช่วยปิด Competency Gap ของพนักงานในองค์กรได้จริง และพร้อมเป็นตัวเลือกที่ได้มาตรฐานให้กับองค์กรทั่วประเทศที่ต้องการพัฒนาผู้นำยุคใหม่เพื่อเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในธุรกิจยุคดิจิทัลใหม่นี้

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

คุณแหน : 4 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/702016

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll หนังสือพิมพ์แนวหน้า ได้รับ ส.ค.ส.2566 พระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ยังความสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระเจริญ..

ll ยินดีกับคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ชุดใหม่ ได้แก่ ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา,รศ.ดร.น.สพ.กำลัง ชุมพลบัญชร,รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก,ภัทระ คำพิทักษ์,ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์,ผศ.ดร.อำนาจ จำรัสจรุงผล,ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย,ภาดล ถาวรกฤชรัตน์,สมศักดิ์อนันทวัฒน์ โดยมี เดชบุญ มาประเสริฐ เป็นประธานกรรมการ..

ll ชื่นชม สุพร วัธนเวคินปธ.มูลนิธิอิออนประเทศไทย จัดงาน AEONCharity Bowling Competition#2 เพื่อระดมทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม CircularmRNA รักษาโรคมะเร็งด้วยวัคซีน mRNA ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์“Play For The Future”โดยมี ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิงเป็นผู้แทนรับมอบเงินบริจาค..

ll นพดล ศรีสรรค์ ชวนเพื่อนๆ มาสังสรรค์ปีใหม่และเลี้ยงยินดีให้ อำพล พงศ์สุวรรณ งานนี้ ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์,ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์,ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์,ดร.ฉกาจ กิจวิสัย,บุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล,ศุภอัชฌ์ ชาตรูปะวณิช ไม่พลาด..

ll ก่อนสิ้นปี ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องการดูแลสุขภาพ ณ เมืองฮานอย เวียดนาม เลยถือโอกาสไปเดินสายไหว้พระท่ามกลางอากาศหนาวเย็นสบาย..

ll โยธิน ดำเนินชาญวนิชย์พร้อมผู้บริหาร บ.เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลายฯชวนชุมชนรอบโรงไฟฟ้า NPS ไปปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งน้ำจืด 1 ล้านตัว ที่ อ.ท่าตูม จ.ปราจีนบุรีเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำลุ่มน้ำปราจีนบุรีอย่างต่อเนื่อง..

ll ด้วยเป็นนักวิ่งประจำ ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล ล่าสุดไปร่วมงานหมอหมาพาวิ่ง ครั้งที่ 5 Vet CMURun 2022 ของ คณะสัตวแพทย์ ม.เชียงใหม่..

ll ศิริพรรณ คงสมบูรณ์เวช สุดปลื้มที่วันเกิดปีนี้ กฤตินันท์-ชมศิริ คงสมบูรณ์เวชลูกสาวทั้งสองพากันลางาน พาคุณแม่ปิ๊กไปฉลองวันเกิดและไปดูโชว์ดีๆ ที่ลาสเวกัส 1 อาทิตย์..

ll เพื่อนๆ ร่วมยินดีกับ บุปผา เรืองสุด ได้เป็นว่าที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน..

ll สวด ชาญชัย วงศ์ศิริสุวรรณบิดา นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ที่วัดราชสิงขรศาลาหน้าเมรุ 2-4 ม.ค. 18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 5 ม.ค. 16.00 น. ..

ll รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบฯจ.ชลบุรี จัดการศึกษาเฉพาะบุคคลในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและสร้างอาชีพจัดการฝึกอบรมและมีกิจกรรมพิเศษเฉพาะกลุ่มสำหรับคนพิการพร้อมอาหาร โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเชิญร่วมบริจาคได้ที่ ธ.กรุงไทย 591-6-00135-5บ/ช.ชื่อ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ลดหย่อนภาษี2 เท่า โทร.092-7390990..ll

น้องใหม่

เปิดไอเดียรีโนเวทพื้นที่แบบ Coworking Space ปลุกไอเดียคนทำงานยุค New Normal รับปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701982

เปิดไอเดียรีโนเวทพื้นที่แบบ Coworking Space  ปลุกไอเดียคนทำงานยุค New Normal รับปี 2023

เปิดไอเดียรีโนเวทพื้นที่แบบ Coworking Space ปลุกไอเดียคนทำงานยุค New Normal รับปี 2023

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ทำให้ไลฟ์วิถีหรือไลฟ์สไตล์การทำงานของผู้คนเปลี่ยนไป ประกอบกับแนวคิดการออกแบบพื้นที่ทำงานแบบ CoworkingSpace ได้กลายมาเป็นรูปแบบพื้นที่ทำงาน ที่ได้รับความสนใจจากองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน ด้วยรูปแบบวิถีการทำงานที่เปลี่ยนไป หลายบริษัทให้พนักงานบางแผนก จัดแบ่งวันเข้าออฟฟิศ เมื่อจำนวนพื้นที่การใช้งานเหลือเพิ่มมากขึ้น บางมุมอาจรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่แออัด แต่บางครั้ง อาจเป็นการส่งผลทางด้านจิตใจได้ในระยะยาวดังนั้น การปรับปรุงพื้นที่สำนักงานจึงไม่ใช่เพียงแค่ต้องตอบโจทย์จำนวนคนที่เข้ามาใช้พื้นที่หรือความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้วยบรรยากาศทางกายภาพ และบรรยากาศทางจิตวิทยาให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์การทำงานตามวิถีชีวิตใหม่หลังวิกฤติโควิดอันนำไปสู่การพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการนำแนวคิดแบบ Coworking Space ที่ถูกนำมาพัฒนาในเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อปรับให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานในปัจจุบัน บนพื้นที่ชั้น 8 อาคารสำนักงานใหญ่เอสซีจี 2 ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของหน่วยงาน Housing ProductBusiness ก็เริ่มมีการสลับ สับเปลี่ยนตารางการเข้าทำงานในออฟฟิศ และแม้จะมีบางกลุ่มที่อาจต้องเข้าประจำการทุกวัน ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้ผสมผสานของกลุ่มมดงานหลากหลายเจเนอเรชั่น ท่ามกลางรูปแบบการทำงานที่ถูกปรับโหมดให้เข้ากับยุคสมัยผ่านเครื่องมือสื่อสารรูปแบบต่างๆ จึงนับเป็นที่โจทย์ท้าทายการพัฒนาพื้นที่เล็กๆ
ให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์การทำงานตามแบบวิถีชีวิตแนวใหม่ระหว่างคนต่างเจน

แสงทิพย์ นิรุตติรักษ์ หนึ่งในทีมงานสถาปนิกที่เข้ามาร่วมรีโนเวทพื้นที่ได้เปิดเปลือยไอเดีย การปรับปรุงพื้นที่ในแบบฉบับผสมผสาน ได้อย่างน่าสนใจ ว่า

“โจทย์สำคัญของการรีโนเวทพื้นที่ คือการสร้างพื้นที่ให้เชื่อมโยงการทำงาน Online และ Onsite เข้าด้วยกัน ส่งผลให้การปรับปรุงพื้นที่ ต้องสามารถรองรับทั้งการประสานงานแบบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่มเล็ก ใหญ่ เพิ่มเข้าไปด้วย ขณะเดียวกันการปรับปรุงพื้นที่ยังให้ความสำคัญต่อการผสมผสานพื้นที่สันทนาการ เพื่อเติมเต็มบรรยากาศให้เกิดความผ่อนคลายหรือการรีเฟรชชีวิตระหว่างวัน ช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียการทำงานใหม่ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการคัดสรร หรือนำวัสดุตกแต่งนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เข้ามาสนับสนุนวิถีการทำงานแนวใหม่ มาพัฒนาควบคู่ไปกับการออกแบบไปด้วย”

เรื่องยากที่สุดของการตกแต่งของทีมออกแบบก็คือการเปลี่ยนสิ่งที่คุ้นเคย อาทิ ห้องประชุม เพราะการทำงานออนไลน์ ปรับให้การประชุมภายนอก เป็นการใช้พื้นที่ภายในมากขึ้นการออกแบบจึงเน้นไปที่การเติมเต็มประสิทธิภาพต่อขนาดพื้นที่ ให้หลากหลายมากขึ้นให้เหมาะสมต่อจำนวนคน และการใช้งาน ด้วยการใช้วัสดุแผ่นดูดซับเสียงมาเป็นวัสดุปกปิดผนัง เพราะนอกจากเป็นวัสดุที่ช่วยลดปัญหารบกวนเรื่องเสียงแล้วยังสามารถนำมาตกแต่งห้อง ด้วยการเลือกหุ้มตัววัสดุด้วยผ้าที่เป็นโทนสีน้ำตาลอมเทา (Steeple Grey) ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เนื่องจากห้องประชุมเป็นห้องที่ต้องใช้พลังในการรวบรวมความคิด ระดมสมองมากนอกจากนี้ในส่วนพื้นที่ภายนอก ที่เคยเป็นส่วนตั้งโต๊ะทำงาน การทำงาน แบบ Online และ Onsite ทำให้จำเป็นต้องมีพื้นที่รองรับการประชุมย่อย ไม่เป็นทางการมากนักหรือสำหรับการทำงานเฉพาะกิจ การนำวัสดุอะคูสติกสำหรับผนังตกแต่งและดูดซับเสียง รุ่น Cylence Zandera มาพัฒนาในแบบ Meeting Partition ที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้รู้สึกมีความเป็น Semi-Public ที่เป็นพื้นที่เปิดในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดมากจนเกินไป ความสูงของผนังผ่านการคำนวณประสิทธิภาพการซับเสียงจากทีมวิศวกร ว่าสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม กับพื้นที่สำหรับการประชุมที่ไม่เป็นทางการมากเกินไป ในรูปทรงโค้ง และใช้โทนสีอบอุ่นอย่างสี Steeple Grey ภายใน เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้กับผู้เข้าร่วมประชุม หรือผู้ที่ใช้พื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ การสร้างพื้นที่ทำงานส่วนตัวให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานที่ผ่อนคลายให้เหมือนการทำงานที่บ้านจึงเป็นไฮไลท์ของการปรับปรุงพื้นที่ในส่วนนี้ก็คือการทำให้พื้นที่ eye viewที่เคยเป็นพื้นที่เฉพาะ หรือห้องทำงานส่วนตัวมาเปิดเป็นพื้นที่ ให้เข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมสร้างความเป็นอิสระ หรือความเป็นส่วนตัวที่ตอบรับวิถีการทำงานใหม่ ทั้งในแบบการกั้น Partition ด้วย วัสดุอะคูสติกสำหรับผนังดูดซับเสียง รุ่น CylenceZandera เพื่อความเป็นส่วนตัวในพื้นที่จำกัด โดยกั้นกำแพงด้านข้าง และเปิดพื้นที่ว่างทั้งด้านหน้าและหลัง โดยด้านหนึ่งเปิดให้เห็นวิวภายนอก ด้านในดีไซน์ให้มีโต๊ะทำงานขนาดกะทัดรัด ออกแบบเพื่อการทำงานทั้งแบบออนไลน์ หรือประชุมเป็น Small Group รวมถึงการนำ AcousticPod มาเสริมสร้างพื้นที่การทำงานส่วนตัว

ด้วยประสิทธิภาพที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้ถึง 30 เดซิเบล และลดเสียงก้อง เสียงสะท้อนของห้องได้มีการออกแบบให้เหมาะกับการทำงานแบบส่วนตัว ด้วยดีไซน์โมเดิร์น มีระบบหมุนเวียนอากาศภายใน และสามารถลดเชื้อโรคและฝุ่นในอากาศ ด้วย SCG Bi-ion พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ติดตั้งแบบ Knock Down เคลื่อนย้ายได้สะดวกจึงเหมาะเป็นห้องประชุมส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และที่พลาดไม่ได้คือ จุดพักผ่อนหย่อนใจ ให้ยืดเส้นยืดสายกับมุมสันทนาการเล็กๆ อย่าง โต๊ะปิงปอง หรือมุมจิบกาแฟชิลชิล ชมเมือง ให้ความตึงเครียดจากการทำงานได้ผ่อนคลายบ้าง ก็ไม่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ความลงตัวของการออกแบบเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปภายใต้พื้นที่ห้องอันจำกัด โดยการหยิบยกเอาจุดเด่นที่น่าสนใจ แบบ Coworking Space ในเวอร์ชั่นใหม่ มาผสมผสานกับการใช้วัสดุตกแต่งนวัตกรรมใหม่ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้พนักงานภายในที่ทำงาน ภายใต้โจทย์การดำเนินชีวิตที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการทำงานที่บ้าน จึงเป็นแนวโน้มที่ดูกำลังได้รับ ความสนใจจากผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น