ปิดฉากสวยงาม! งาน ‘Bangkok ASEAN Film Festival 2022’ครั้งที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707097

ปิดฉากสวยงาม! งาน ‘Bangkok ASEAN Film Festival 2022’ครั้งที่ 8

ปิดฉากสวยงาม! งาน ‘Bangkok ASEAN Film Festival 2022’ครั้งที่ 8

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.14 น.

ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม!! สำหรับเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2565 (Bangkok ASEAN Film Festival 2022) ครั้งที่ 8 คนรักหนังให้ความสนใจร่วมชมคับคั่ง โดยเฉพาะการประกวดผลงานฯ โดยหนังสั้นจากกัมพูชา คว้ารางวัล BEST ASEAN SHORT FILM ไทยได้ JURY PRIZE มาเลเซียได้ SPECIAL MENTION ในด้านรางวัลภาพยนตร์อาเซียน ฝั่งฟิลิปปินส์คว้าไป 2 รางวัล SEAPITCH Awardและ SPECIAL MENTION ส่วนไทยได้ Runner-Up Prize มาครอง พร้อมปิดฉากงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพฯ 2565 สวยงาม วธ.ปลื้มคนดูหนังทุกรอบ มีผู้ชมเข้าชมงานจำนวนมาก สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ -รายได้ให้แก่ไทย พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ ศูนย์กลางภาพยนตร์ของเอเชีย ณ  โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงานชมโชว์ศิลปะเอกลักษณ์ไทยจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์  โดยได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานใน พิธีปิดเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2565 (Bangkok ASEAN Film Festival 2022) ครั้งที่ 8 พร้อมทั้งมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดภาพยนตร์สั้นอาเซียน (ASEAN SHORT FILM COMPETITION) และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดโครงการภาพยนตร์อาเซียน (SEA PITCH) : SOUTHEAST ASIAN PROJECT PITCH) โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ทูตานุทูต คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ผู้บริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ คณะกรรมการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ฯ คณะผู้แทนหน่วยงานส่งเสริมภาพยนตร์อาเซียนดารา ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยและต่างประเทศ ผู้แทนภาครัฐและเอกชน ร่วมด้วยตัวแทนนักแสดงจากประเทศไทย  “บูม สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง, โบ๊ท ธารา  ธิพา”  ร่วมแสดงความยินดี  โดยมี  “ได๋  ไดอาน่า” ทำหน้าที่พิธีกร  

นายอิทธิพล กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ จัดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2565 (Bangkok ASEAN Film Festival 2022) ครั้งที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 20 – 25 มกราคม 2566 ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ และโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า นับเป็นอีกโอกาสที่สำคัญสำหรับบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศพันธมิตรในเอเชีย ที่จะได้ร่วมมือกันฟื้นฟูและร่วมกันเริ่มต้นใหม่เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้ยั่งยืนต่อไป อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่มุ่งใช้มิติวัฒนธรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย และผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางด้านภาพยนตร์ระดับแนวหน้าของเอเชีย โดยงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียน มีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดฉายภาพยนตร์คุณภาพ 25 เรื่อง จากประเทศสมาชิกอาเซียน และภาพยนตร์จากประเทศในเอเชีย ได้แก่ เกาหลี ฮ่องกง และอินเดีย พร้อมบรรยายภาษาไทย – อังกฤษ ผลปรากฏว่ามีผู้เข้าชมทุกเรื่องทุกรอบเป็นจำนวนมาก

“การจัดงานครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีว่าได้รับความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายทั้งจากในและต่างประเทศ ที่สำคัญได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน Create Hong Kong (CreateHK) นำภาพยนตร์ฮ่องกงเข้ามาร่วมฉายในเทศกาล จำนวน 3 เรื่อง และเปิดทุน Hong Kong-Asian Film Collaboration Funding Scheme By CreateHK ทุนของรัฐบาลฮ่องกงสำหรับให้ทุนทั้งหมดต่อภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประมาณ HK$9 million หรือประมาณ 38 ล้านบาท โดยจะให้กับภาพยนตร์ทั้งหมด 8 เรื่อง ดังนั้น ภาพรวมของการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนฯ ในครั้งนี้ยังถือเป็นการช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย และประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและภาพยนตร์ระหว่างกัน ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคนี้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปในเวทีโลก” 

นายอิทธิพล เผยอีกว่า “สำหรับในปีนี้ วธ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการประกวดภาพยนตร์สั้นอาเซียน (ASEAN SHORT FILM COMPETITION)  ผลปรากฏว่ามีผู้ชนะการประกวด จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัล BEST ASEAN SHORT FILM ผู้ชนะได้รับโล่รางวัลและเงินสด 2,000 USD คือเรื่อง Further and Further Away กำกับโดย Polen Ly จากประเทศกัมพูชา 2.รางวัล JURY PRIZE ผู้ชนะได้รับโล่รางวัลและเงินสด 1,000 USD คือเรื่อง All the Things You Leave Behind กำกับโดย ชนสรณ์ ชัยกิตติภรณ์ จากประเทศไทย 3. รางวัล SPECIAL MENTION ผู้ชนะได้รับโล่รางวัลและเงินสด 500 USD คือเรื่อง Dreaming กำกับโดย Nelson Yeo จาก ประเทศมาเลเซีย

ขณะเดียวกันมีการจัดการประกวดโครงการภาพยนตร์อาเซียน (SEA PITCH) : SOUTHEAST ASIAN PROJECT PITCH) เพื่อคัดเลือกโครงการสร้างภาพยนตร์ขนาดยาว 8 โครงการ โดยคนทำภาพยนตร์จากภูมิภาคอาเซียนที่มีไอเดียในการผลิตภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งโครงการที่ผ่านการคัดเลือกผู้กำกับและโปรดิวเซอร์จะเข้าร่วมอบรมพิเศษออนไลน์ด้านการนำเสนอโปรเจกต์ (Pitching) กับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ 2 ครั้ง เพื่อเตรียมตัวนำเสนอต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ

ทั้งนี้มีผู้ชนะการประกวด จำนวน 3 รางวัล ประกอบด้วย 1.รางวัล SEAPITCH Award ผู้ชนะได้รับโล่รางวัลและเงินสด 5,000 USD   ได้แก่ The Boy and The Fight of Spiders กำกับโดย Jarell Serencio จากประเทศฟิลิปปินส์ 2. รางวัล Runner-Up Prize ผู้ชนะได้รับโล่รางวัลและเงินสด 3,000 USD   ได้แก่ Saddest Princess on Planet No.4 (เจ้าหงิญ) กำกับโดย เอมอัยย์ พลพิทักษ์   จากประเทศไทย  และ 3. รางวัล SPECIAL MENTION ผู้ชนะได้รับโล่รางวัลและเงินสด 2,000 USD  ได้แก่ Rookie กำกับโดย Samantha Lee จากประเทศฟิลิปปินส์ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคนี้ให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปในเวทีโลก” 

-(016)

‘เดอะมอลล์ โคราช’ชวนอร่อยและสุขภาพดี กับผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ในงาน ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2566’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707073

'เดอะมอลล์ โคราช'ชวนอร่อยและสุขภาพดี กับผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ในงาน 'เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2566'

‘เดอะมอลล์ โคราช’ชวนอร่อยและสุขภาพดี กับผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ในงาน ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2566’

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.25 น.

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ เดอะมอลล์ โคราช โดย กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ กูร์เมต์ อีทส์ จัดงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง2566” ยกขบวนสินค้าและผลิตภัณฑ์โครงการหลวงของดีจากยอดดอย ทั้งผัก ผลไม้ ดอกไม้กินได้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมทั้งไม้ดอกไม้กระถาง และสินค้าหัตถกรรม มาให้ช้อปแบบจุใจกว่า 150รายการ พร้อมอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูพิเศษที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง ระหว่างวันที่ 26 มกราคม –6กุมภาพันธ์ 2566 ที่ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น1 เดอะมอลล์ โคราช

ด้วยความตั้งใจที่ต้องการนำเสนอและส่งเสริมผลิตผลและผลิตภัณฑ์คุณภาพของเกษตรกรบนพื้นที่สูงที่ผ่านกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐานข้อกำหนดสากล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งร่วมสืบสานปณิธานในพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรในการช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีอาชีพสุจริตและสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยภายในงานจะได้พบกับความหลากหลายของสินค้าและผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง ทั้ง ผักผลไม้ ไม้ดอกพืชไร่ และปศุสัตว์ เช่น ผักกาดหอมห่อ, คอสสลัด,กะหล่ำปลี, ฟักทองญี่ปุ่น, เคพกูสเบอร์รี, สตรอว์เบอร์รี, ปลาเรนโบว์เทร้าต์สด, ไข่ไก่อินทรีย์, ข้าวกล้องไก่ป่า, ข้าวกล้องเฮงาะเลอทิญ, ข้าวกล้องเหลือง, ข้าวกล้องดอยผสมคีนัว ฯลฯ นอกจากนี้ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตของโครงการหลวง เช่น โยเกิร์ตนมควายรสน้ำผึ้ง และรสธรรมชาติ, เนยแข็งเฟต้าที่ผลิตจากนมควายผสมนมแพะเฟต้าชีสนมควายผสมนมแพะพร้อมสมุนไพรในน้ำมัน, เฟต้าชีสนมควายผสมนมแพะพร้อมเครื่องเคียงในน้ำมัน, ไก่ยอเห็ดหอมสด, ผักเคลผง, งาหอมคั่ว, งาดำคั่ว, น้ำพริกธัญพืชเห็ดหอม (สูตรมังสวิรัติ, สูตรเผ็ดมาก, สูตรเผ็ดน้อย), ผัก-ผลไม้อบกรอบ, ขนมปังมินิ, กิมจิผักกาดขาว, น้ำสลัดอะโวคาโดและน้ำสลัดโครงการหลวงรสชาติต่าง ๆ (รสงาญี่ปุ่น, รสหวาน, รสน้ำฟักทอง, รสน้ำยำ, รสเปรี้ยว, รสญี่ปุ่น), สลัดโครงการหลวง, ควินัวบาร์, ควินัวกรอบ, ซุปเห็ดสามอย่าง, แยมเคพกูสเบอร์รี่, ธัญพืชชนิดแท่ง, ชาหมักคอมบูชะ, ข้าวเกรียบแครอททอด, ข้าวเกรียบฟักทองทอด, ข้าวเกรียบเห็ดหอมทอด, หม้อแกงอบกรอบ, คุกกี้ชาอู่หลง, คุกกี้กาแฟอราบิก้า, ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพหลากหลายชนิด ทั้ง ชาเขียว, ชาแดง, ชาอู่หลง, ชาอ่างขาง, ชาขาว, หงชา, ชาอาร์ติโช้ค, ชาปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้า, ชาเจียวกู้หลานพันธุ์หวาน, คาโมมาย, ชาอัสสัม, ชาเอิร์ลเกรย์ ฯลฯ, ผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป, กาแฟคั่วเมล็ด, กาแฟดริป, ผลิตภัณฑ์จากเห็ดหลินจือฯลฯ สินค้า Gift Set คอลเลคชั่นพิเศษอาทิ ชุดของขวัญ รีแลกซ์ ไทม์ แฮร์ แคร์, ชุดของขวัญ รีแลกซ์ ไทม์ บอดี้ แคร์, ชุดของขวัญ เมนัวส์ ออฟ อินทนนท์, ชุดขวัญข้าว, ชุดน้ำหอมกระจายกลิ่น เดอะ ซีเคร็ท, ชุดน้ำหอมกระจายกลิ่น ดิออลูริ่งฯลฯ พร้อมด้วยไม้ดอกและไม้กระถาง สินค้าหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์จากดอยคำ ดอยตุงรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์จิตรลดารวมกว่า150 รายการ

พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้นำวัตถุดิบคุณภาพของโครงการหลวง มารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษ โดยเชฟ You Hunt We Cook เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและลิ้มลองความอร่อย ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะงานนี้เท่านั้น อาทิมันม่วงชีสฟรายปลากะพงย่างกับซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลและข้าวริซอตโต้, ไอศกรีมเคพกูสเบอร์รี่โยเกิร์ตรวมทั้งยังได้รวบรวมเมนูอาหารคาวหวานจากร้านดังกว่า 20ร้านค้า ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบจากโครงการหลวง อาทิ ร้านบ้านจันทิมา –เมนูขนมบ้าบิ่นไส้ฟักทองโครงการหลวง, ร้านขนมจีนป้าเล็กพร้อมเซตผักสดจากโครงการหลวง, ร้าน TOMOKOเมนูขนมมันสไตล์ญี่ปุ่น ไส้ถั่วเหลือง ถั่วแดง จากโครงการหลวง, ร้านฟู้ดสลัสเมืองย่า เมนูสลัดโรลและยำสลัส ที่ใช้น้ำผึ้งดอยคำเป็นส่วนผสมในน้ำซอส, ร้าน Seoul ‘Don  เมนูคิมบับผักออร์แกนิค และบิบิมบับผักรวมสเปเชียล ใช้ผักอินทรีย์ไข่ไก่อารมณ์ดีจากโครงการหลวง, ร้านยำแหนมทรงเครื่อง ยำแหนมสูตรโบรานทานคู่กับผักอินทร์ย์โครงการหลวง, ร้านรวมเส้น – เมนูเมี่ยงปลาทู ยำขนมจีน ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ใช้ผักสลัดโครงการหลวง และอีกหลากหลายเมนูร้านดังพร้อมมอบโปรโมชันพิเศษสมาชิก M Card แลก 600M Point รับส่วนลด 100 บาท เพื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ กดรับสิทธิ์ใน M Card Application เลือกกด M Power เท่านั้น จำกัด 1 ท่าน / 1 สิทธิ์ / เดือน / จำกัดรวม 1,000 สิทธิ์ / เดือน  และสิทธิพิเศษบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตภายในงานเทศกาลสินค้าโครงการหลวงหรือแผนก Gourmet Market สะสมยอด 1,500 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลห้างฯมูลค่า 200 บาท จำกัดบัตรกำนัล 1 สิทธิ์ / ลูกค้า 1 ท่าน (รวมทุกประเภทบัตร) / วัน / จำกัด 1,000 สิทธิ์ / วันหรือรวม 1,200 สิทธิ์ตลอดรายการ

ร่วมช้อปเพลินกับผลิตภัณฑ์โครงการหลวง และอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนู ในงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง” ระหว่างวันที่ 26มกราคม –6กุมภาพันธ์ 2566 ที่ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์ โคราช

014

สู้ต่อในชั้นศาล! ‘บิว จักรพันธ์’ ประกาศลาออก พ้อ ‘ชีวิตต้องพังทลาย-หายใจก็ยังผิด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707348

สู้ต่อในชั้นศาล! ‘บิว จักรพันธ์’ประกาศลาออก พ้อ’ชีวิตต้องพังทลาย-หายใจก็ยังผิด’

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.10 น.

ขอไปสู้ต่อในชั้นศาล! ‘บิว จักรพันธ์’ประกาศลาออก พ้อ’ชีวิตต้องพังทลาย-หายใจก็ยังผิด’

28 มกราคม 2566 หลังจากที่ บิว จักรพันธ์ พุทธา เจอกระแสดราม่าหนัก โดนอดีตแฟนเก่า กล่าวอ้าง แฉพฤติกรรมเมื่อช่วงเวลาที่เคยคบกัน ทั้งทำร้ายร่างกาย , คบซ้อน จนทำให้เรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 

ล่าสุด บิว จักรพันธ์ พุทธา ออกมาแถลงข่าวถึงประเด็นดราม่านี้ ผ่านช่องทาง Youtube Channel : Be On Cloud เผยว่า

สวัสดีครับ ผมนายจักรพันธ์ พุทธา วันนี้ที่ผมออกมาพูด เพราะว่าเป็นความต้องการของผมเอง จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากเรื่องข้อพิพาททางสังคมที่เกิดขึ้น ณ อยู่ตอนนี้ มันได้ส่งผลกระทบต่อทางค่าย ครอบครัว แล้วก็เพื่อนฝูงนักแสดงของผมที่เปรียบเสมือนครอบครัว และก็คนใกล้ตัวของผมเองด้วย และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบไปมากกว่านี้ต่อคนที่ผมรัก ผมอยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบว่า

ผมนายจักรพันธ์ พุทธา ขอประกาศลาออกจากเป็นนักแสดงในสังกัดค่าย Be On Cloud ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ

สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมขอยืนยันว่าผมพูดจากใจจริงและผมขอพูดเลยว่าผมพูดสัจจริงทุกประการ ในวันนั้นที่ผมออกมาพูดผมมีเจตนาที่อยากจะยุติเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตผมมาสักระยะนึงแล้วครับ จนถึงวันนี้ผมตัดสินใจว่า ผมจะต้องออกมาต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองบ้าง สิ่งที่ทุกคนรับรู้หรือพบเห็นมันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด ผมเองก็แค่มนุษย์คนนึง

ผมยอมรับว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าสิ่งที่ปรากฎจะตีความว่าผมแย่แค่ไหนก็ตาม และสิ่งที่ผมโดนมันเกินกว่าที่ผมจะรับไหว ชีวิตผมต้องพังทลายลง ทั้ง หน้าที่การงาน ชื่อเสียง สังคม ครอบครัว ทุกอย่าง

ตอนนี้ผมไม่เหลืออะไรแล้วครับ แม้กระทั่งตอนนี้ที่ผมนั่งหายใจอยู่ผมก็ยังผิด ผมไม่สามารถทำอะไปมากกว่านี้ได้แล้วครับ

สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ ผมอยากให้ทุกคนทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ส่วนนึง จากนี้ผมขอเอาความจริงทั้งหมดไปสู้กันในชั้นศาล ผมจะต่อสู้เพื่อคนที่ผมรัก และคนที่ยังรักผม คนที่เชื่อมั่นในตัวผม รวมถึงครอบครัวและตัวผมเองด้วย ผมขอให้ทุกคนอดทน และผมก็จะอดทนและเข้มแข็ง เพื่อรอผลคดีในชั้นศาล

จากนี้ผมยังเชื่อว่าความจริงจะชนะในที่สุด และผมก็เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความยุติธรรมกับผม และผมก็ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ทาง บริษัท บี ออน คลาวด์ ให้โอกาสผมได้มาพูดเป็นครั้งสุดท้าย ผมขอขอบคุณมากครับ

ใบ้เพิ่ม! คู่รักสามีซุ่มมีกิ๊กไม่ใช่ ‘ป-ก’ แต่เป็นคนที่ชอบบินต่างประเทศบ่อยๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707302

ใบ้เพิ่ม! คู่รักสามีซุ่มมีกิ๊กไม่ใช่ 'ป-ก' แต่เป็นคนที่ชอบบินต่างประเทศบ่อยๆ

ใบ้เพิ่ม! คู่รักสามีซุ่มมีกิ๊กไม่ใช่ ‘ป-ก’ แต่เป็นคนที่ชอบบินต่างประเทศบ่อยๆ

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.33 น.

วันที่ 28  มการคม 2565 จากรณี มีข่าวลือว่า “สามีของดาราคนนี้ดังมาก หล่อมาก ส่วนบ้านเล็ก เป็นสาวน้อยสวยมากเพียบพร้อม สามีของดาราสาวคนนี้หลงมาก ข้อมูลที่ได้รับมาบอกสามีพาสาวขึ้นคอนโดด้วย และยังเน้นย้ำเรื่องเอียงซ้าย” แต่หลังจากนั้น แจ็คเกอรีน ได้ออกมาเผยว่า คำใบ้ที่ว่านี้ไม่ใช่คู่ของ ป๊อก-มาร์กี้ ทั้งคู่ยังรักกันดี

ล่าสุด  เพจดัง ได้ออกมาโพสต์หย่อนข้อความปริศนาอีกครั้ง ระบุว่า “ป้าข้างบ้านเเอบบอก คู่รักดาราผัวเอียงซ้าย ไม่ใช่ ป-ก แต่เป็นคนที่ชอบบินต่างประเทศบ่อยๆ อุ๊ย! #หนาวแสงนีออน”

‘พิ้งกี้ สาวิกา’ประเดิมงานแรก ขึ้นปกนิตยสารดัง ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707265

'พิ้งกี้ สาวิกา'ประเดิมงานแรก ขึ้นปกนิตยสารดัง ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ

‘พิ้งกี้ สาวิกา’ประเดิมงานแรก ขึ้นปกนิตยสารดัง ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.10 น.

วันที่ 28 มกราคม 2566 หลังจาก ได้ประกันและศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว สำหรับดาราสาว พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช ในคดี Forex 3d

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ทีวีพูล TVPool โพสต์ภาพปกนิตยสาร โดยมีดาราสาว พิ้งกี้ สาวิกา ขึ้นปกประเดิมงานแรก พร้อมระบุข้อความว่า “ทีวีพูลฉบับที่ 1486 เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่มีเทศกาลแห่งความรัก หน้าปกสวยหวาน พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช ที่ตอนนี้กลับมาสู่ชีวิตที่มีอิสรภาพอีกครั้ง เรื่องคดีความเป็นอย่างไรเอาไว้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม แต่สำหรับแฟนๆที่รักเธอ ยังมีกำลังใจหอบใหญ่ๆมอบให้เหมือนเดิม”

ซึ่งภายหลังจากที่ได้มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ได้มีชาวโลกออนไลน์แห่ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณภาพ : ทีวีพูล TVPoo

‘POKMINDSET’ ดึง ‘HYE Paper Planes’ นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘โง่จริงๆ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707159

‘POKMINDSET’ ดึง ‘HYE Paper Planes’  นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘โง่จริงๆ’

‘POKMINDSET’ ดึง ‘HYE Paper Planes’ นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘โง่จริงๆ’

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ “ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” หรือ “POKMINDSET” พร้อมที่จะพัฒนาและทำสิ่งใหม่ๆ ในวงการเพลงเสมอ เริ่มด้วยการลุกขึ้นมาทำซิงเกิ้ลใหม่ “โง่จริงๆ (So Dumb)” และเป็นครั้งแรกที่ปล่อยผลงานเพลงร็อก ไม่ใช่เพลงฮิปฮอปที่ถนัดจึงได้ทาบทาม “ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ” หรือ “HYE Paper Planes” รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ในซิงเกิ้ลนี้มาช่วยเรียบเรียงเนื้อร้อง และทำนองให้สนุก พร้อมร่วมฟีทเจอริ่งในเพลงด้วย ซึ่งเนื้อหาจะค่อนข้างเศร้าเพราะถูกคนรักหักหลัง ที่สำคัญที่มาของเนื้อหาเพลงนั้น ถูกหยิบมาจากประสบการณ์จริงในอดีตของ“ป๊อก” เอง เท่านั้นยังไม่พอแฟนๆ จะได้เห็นฝีมือการเล่นกีตาร์ของ “ป๊อก” ที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน!!

“POKMINDSET” เล่าว่า “ส่วนตัวตั้งแต่เด็กๆ จะเป็นเด็กที่ชอบฟังเพลงร็อกมาตลอด แต่ยังไม่เคยทำผลงานแนวนี้ออกมาก่อนพอมีโอกาสจึงตั้งใจทำซิงเกิ้ล “โง่จริงๆ (So Dumb)” ขึ้นมาซึ่งเป็นแนวเพลงป๊อบ-ร็อกแบบที่ตัวเองชอบ โดยเนื้อเพลงมาจากประสบการณ์ตรงในอดีต ที่คนใกล้ชิดแอบไปคบกับคนรักเราโดยที่ไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรกของผมที่ได้ทำเพลงเนื้อหาแนวนี้ เลยได้โอกาสชวน ฮายมาเป็นโปรดิวเซอร์ ช่วยแต่งเนื้อร้อง ทำนองให้ลงตัว และร่วมฟีทเจอริ่งด้วย ซึ่งผมการันตีได้ว่า ถูกใจคนฟังอย่างแน่นอน ด้านมิวสิกวีดีโอจะได้เห็นผมเล่นกีตาร์ด้วยนะครับ ตื่นเต้นมากๆหวังว่าคอนเซ็ปต์ของเพลงนี้ในสไตล์รักสามเส้าน่าจะโดนใจใครหลายๆ คน ไม่มากก็น้อย ขอฝากเพลง “โง่จริงๆ (So Dumb)” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลใหม่ของผมกับฮายด้วยนะครับ” สามารถติดตามฟังเพลงและชมมิวสิกวีดีโอซิงเกิ้ล “โง่จริงๆ (So Dumb)” จากเสียงร้อง POKMINDSET x HYE Paper Planes ได้พร้อมกันครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ทาง
https://www.youtube.com/@MindsetMob และทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

Rhys Lewis ปล่อยอัลบั้มสอง ‘Corner Of The Sky’ อัลบั้มที่ค้นหาความหมายของการมีชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707163

Rhys Lewis ปล่อยอัลบั้มสอง ‘Corner Of The Sky’  อัลบั้มที่ค้นหาความหมายของการมีชีวิต

Rhys Lewis ปล่อยอัลบั้มสอง ‘Corner Of The Sky’ อัลบั้มที่ค้นหาความหมายของการมีชีวิต

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อะคูสติกเพลงรักที่ไพเราะจับใจ “Centre Of The Universe” ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจากศิลปิน Rhys Lewis (รายส์ ลูวิส) จากอัลบั้มใหม่ชุดที่สอง “Corner Of The Sky” ที่ปล่อยให้ฟังแล้ววันนี้ ประกอบด้วย 13 เพลง ที่มาของการค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ในปี 2022 อัลบั้มที่เขาค้นพบถึงการเชื่อมโยงกับชีวิตของคนรุ่นหลังที่ต้องวิ่งโดยไม่คำนึงถึงปลายทางว่าจะเป็นอย่างไร การเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่มั่นคง และความไม่แน่นอนของอนาคต ด้วยสตรีมมากกว่าสามในสี่ของพันล้านสตรีมจนถึงปัจจุบัน Rhys Lewis ได้สร้างความประทับใจให้กับสาธารณชนแล้วในบทเพลงอกหักของเขาที่ได้เดินทางไปทั่วโลกด้วยความสามารถด้านเสียงร้องที่น่าประทับใจและรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจแฟนๆ อย่างเหนียวแน่น

“ดนตรีคือจุดหมายปลายทางของผม มันเป็นพื้นที่ที่ผมได้ออกไปสำรวจความคิดและอารมณ์ของตัวผมเอง อัลบั้มนี้จึงเป็นเหมือนสถานที่ที่ผมสามารถหลบหนีเข้าไปได้ ซึ่งผมรู้สึกอิสระถึงความคิด การตั้งคำถาม ความสงสัย ผมรู้สึกว่าผมโตขึ้นมากตอนที่ได้เขียนบันทึกนี้ และที่ตลกก็คือผมมาพูดเรื่องนี้ตอนที่อยู่ 30 ช่วงเวลาที่ผมเขียนอัลบั้มนี้ มันเป็นความท้าทาย มันทำให้ผมมีมุมมองชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ผมได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับตัวเองและวิธีที่ผมมองโลกใบนี้ที่อยู่รอบตัวผม” Rhys กล่าว

ปล่อยกี่เพลง ก็เพราะทุกเพลง! Sam Tompkins ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘Die For Someone’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707162

ปล่อยกี่เพลง ก็เพราะทุกเพลง!  Sam Tompkins ส่งซิงเกิ้ลใหม่  ‘Die For Someone’

ปล่อยกี่เพลง ก็เพราะทุกเพลง! Sam Tompkins ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘Die For Someone’

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ราชาเพลงป๊อปสุดเศร้า Sam Tompkins ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ “Die For Someone” ซึ่งเป็นภาคสองจากอัลบั้มใหม่ที่เขาตั้งตารอ โดยก่อนหน้านี้ Sam ได้ส่งซิงเกิ้ลเปิดตัว “Lose It All” เมื่อปลายปี 2022 ซึ่งได้การตอบรับที่ดีมากขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 9 ของชาร์ตสหราชอาณาจักร และมีสตรีมทั่วโลก 12 ล้านครั้ง และถูกฟังซ้ำในเพลย์ลิสต์ตั้งแต่เปิดตัว

ซิงเกิ้ล “Die For Someone” คือซิงเกิลที่เผยให้เห็นถึงวิวัฒนาการในเสียงของ Sam ด้วยคอรัสแนวป๊อปเอดจ์จังหวะสนุกสนานที่เปี่ยมไปด้วยจังหวะเพราะติดหู พร้อมด้วยเสียงร้องที่น่าทึ่ง ความหลงใหลและความเปราะบางของแซมได้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ “คุณรู้จักความรู้สึกนั้นดี เราเองก็อยากที่จะตกหลุมรักแต่เพราะความกลัวเราก็เลยไม่กล้าที่จะรักเพราะครั้งล่าสุดที่ได้เจอมามันเป็นยังไงล่ะ?เพลง DieForSomeone คือเพลงที่ใช้ประกอบกับความรู้สึกแบบนั้นแหละครับ” Sam กล่าว

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ทิดน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707146

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ทิดน้อย

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ทิดน้อย

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตำนานความรักที่ไม่เคยมีใครเล่า รักแท้ กับ รักแท้แท้..เป็นคุณจะเลือกใคร “ทิดน้อย” คือ ผลงานการกำกับหนังต่อจากเท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย (2550), เท่งโหน่งจีวรบิน (2554), แคท อ่ะ แว้ป! (2558) ของ เท่ง เถิดเทิง ที่หยิบเอาตำนานของแม่นาคพระโขนง มานำเสนออีกครั้งในรูปแบบหนังตลก ทำกับค่าย  M๓๙

ทิดน้อย นำเสนอเรื่องราวของ แม่นาค ที่เราๆ คุ้นเคยกันดีเริ่มตั้งแต่คบกัน อยู่ด้วยกัน มีลูก เกณฑ์ทหาร ตายท้องกลมกลายเป็นผีมาหลอกชาวบ้าน ทุกอย่างมีครบ ไม่ได้มีการตีความใหม่ แต่อย่างใดเพียงแต่ทำออกมาในแนวขบขัน หรรษา ไม่ได้เน้นน่ากลัวจริงจัง ดราม่า ซีเรียส เหมือนที่ผ่านมาๆ โดยเพิ่มตัวละครหลักขึ้นมา คือ ทิดน้อย เพื่อนทิดมากที่เข้าแทรกกลางระหว่างตัวทิดมาก กับ นางนาค ซึ่งถ้าตัดทิดน้อยออกไป เส้นเรื่องเดิมแทบจะไม่เปลี่ยน(อารมณ์ประมาณ เหมือนดูละครสั้นในชิงร้อยชิงล้าน ก่อนบ่ายคลายเครียด เพียงแต่เป็นเรื่องเป็นราวจริงจังมากกว่า)

เท่ง เถิดเทิง เหมาหมดทั้งกำกับ/เขียนบท และนำแสดงในส่วนของตัวหนัง โปรดักชั่นออกมาดูดี ไม่ขี้เหร่ บรรยากาศท้องทุ่งมาแบบเต็ม ความน่ากลัวหลอนของคุ้งน้ำพระโขนง บ้านแม่นาคยังคงดูดี มุมกล้อง ภาพสวยๆ ฉากเครื่องแต่งกาย ดนตรีประกอบซาวนด์ต่างๆ โอเคเลย หนังเล่าเรื่องสนุก เดินเรื่องเร็ว เพียงแต่รู้สึกว่าเดินเรื่องเร็วไปสักนิด แทบจะไม่ขยี้หรือต่อขยายมุขออกไปต่อเลย ทำให้รู้สึกหลายตอนมันห้วนๆ ไปไม่สุดทาง ทั้งนี้ สามารถไปต่อได้อีก กำลังจะอิน จะหัวเราะ จะสนุก กลับทำให้สะดุดค้างคาซะอย่างนั้น

เท่ง ในภาพของ “ทิดน้อย” ดูเด่นสุดๆ เป็นบทนำที่ออกมาแทบทุกฉากในเรื่อง เป็นตัวละครที่มีครบทุกอารมณ์ รัก/ดราม่า/แอ๊กชั่น/ตลกสนุกสนาน เท่ง ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของตัวเอง การส่งมุขโยนมุข หรือร่วมแสดงกับคนอื่น อั้ม-พัชราภาไชยเชื้อ คืนจอเล่นหนังอีกครั้งในรอบ 8 ปี และยังเป็นการกลับมารับบท “แม่นาค” อีกครั้ง หลังจากที่เคยรับบทนี้มาแล้วจากในฉบับละครช่อง 7 สี ประกบ พีท ทองเจือ เมื่อปี 2542 ทั้งสองเวอร์ชั่น อั้ม-พัชราภา ยังคงทำให้แม่นาคสวยสิ่งที่ต่างไป ใน “ทิดน้อย” คือ เรื่องนี้เล่นแบบสบายๆ เน้นเฮฮาสนุกสนาน ไม่เครียด เล่นแบบปลดปล่อย แม้แต่ตอนเป็นผีแม้จะแต่งหน้าน่ากลัว แต่ก็แทบไม่รู้สึก ถึงความน่ากลัว ยังเป็นผีที่มีความสวย

อนันดา เอเวอริ่งแฮม ในบท “ทิดมาก” ที่ชัดเจนในความเป็นบทสมทบ ฉีกลุค ฉีกภาพเดิมๆ ที่เคยแสดงมา คาแร็กเตอร์แบบตัวละครในการ์ตูนมาเรียกรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะ ซึ่งอนันดาทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียว

ทิดน้อย คือ หนังไทยอีกเรื่องที่ดูสนุกสนาน ชัดเจนในความเป็นหนังตลก ที่ดูแบบเพลินๆ สบายอกสบายใจ ถ้าปล่อยใจดู ดูแบบปล่อยใจไม่คิดมากสนุกแน่นอนทิดน้อย หนังที่มี ทิดมาก กับ นางนาคเป็นชูโรง ฉันมดฉันนั้น นี่คือหนังเท่งที่ได้ อนันดา กับ อั้ม-พัชราภามาช่วยเรียกคนดูสนุกระดับ 6/10 คะแนนครับ

‘เบนซ์ เมืองเลย’เผยชีวิต กว่าจะเป็นศิลปิน 100 ล้านวิว แทบไม่เหลือเงินกินข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/707154

‘เบนซ์ เมืองเลย’เผยชีวิต กว่าจะเป็นศิลปิน  100 ล้านวิว แทบไม่เหลือเงินกินข้าว

‘เบนซ์ เมืองเลย’เผยชีวิต กว่าจะเป็นศิลปิน 100 ล้านวิว แทบไม่เหลือเงินกินข้าว

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เบนซ์ เมืองเลย เจ้าพ่อเพลงเศร้าได้เผยชีวิต กว่าจะมาเป็นศิลปิน 100 ล้านวิวแทบไม่เหลือเงินกินข้าวเลย โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมรับจ้างทำทุกอย่างครับเป็นแบ๊กสเตจบ้าง เป็นนักดนตรีให้กับแม่บานเย็น รากแก่น ด้วยครับ ตั้งแต่ยังไม่ได้มาเป็นวงบอยแบนด์ “4 ผู้บ่าวห่าว ด๊งด๊ง”เลยครับ พอได้มาตั้งวงกับ 4 ผู้บ่าวบอยแบนด์ เริ่มมีกระแสในโซเชียลกำลังจะดี ก็เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้ทุกอย่างเงียบก็เลยยุบวงกันไป พี่ก้อง ห้วยไร่ ก็ออกไปทำเพลง ไหนว่าสิบ่ถิ่มกัน ก็เหลือ 3 คน เลยใช้ชื่อว่า “ห่าวด๊งด๊ง” 4 ปี ไม่มีอะไรเลยงานก็ไม่มี คนไม่ค่อยให้ความสนใจบอยแบนด์หมอลำก็เลยเลิกทำวงไป แยกย้ายไปทำซิงเกิ้ลของตัวเอง

ส่วนผมไม่มีงาน ไม่มีเงินแม้จะกินข้าวทั้งเนื้อทั้งตัวผมเหลือเงิน 1 บาท ครับ ต้องไปอาศัยเพื่อนคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง เพื่อได้ทานข้าว ไม่กล้าบอกพ่อแม่เลยครับ เป็นช่วงชีวิตที่แย่ที่สุด ตอนนั้นคิดถึงพ่อแม่ทำให้เรามีแรงฮึดสู้อีกครั้ง เลยตัดสินใจว่าจะไปเรียนจริงจัง เรียนจบ จะได้ทำงานประจำ ไม่ร้องเพลงแล้วมันไม่มั่นคง สุดท้ายเลยไปสอบชิงทุน ม.รัตนบัณฑิต ได้เรียนที่นั่น และเจอกับอาจารย์จีนี่ ภูไท ที่ไปเรียนเหมือนกันและชักชวนให้ผมกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง จนได้เพลง 100 ล้านวิว และวันนี้ได้เป็นนักร้องค่ายไทดอล มิวสิค สังกัด GMM Grammyซึ่งประเดิมเพลง อ้ายดีใจนำเด้อ และได้ทำดิจิทัลอัลบั้ม “ศาลาความเศร้า” ทั้งหมด 5 เพลงที่ปล่อยไปแล้ว 3 เพลง “เกินสิยื้อ, คงคาร้อยสาย,ถ้าเฮาบ่เลิกกัน ที่เพิ่งปล่อยออกไป กระแสตอบรับค่อนข้างดี ฝากติดตามฟังและให้กำลังใจผมด้วยนะครับ”