เมซอง แบร์เช่ ปารีส เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด PRISME Collection

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706621

เมซอง แบร์เช่ ปารีส เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด PRISME Collection

เมซอง แบร์เช่ ปารีส เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด PRISME Collection

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ PRISME Collection ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงเงาลึกมีมิติ สไตล์บาโรคที่เรียบหรูและดูอบอุ่น ออกแบบโดย Armand Delsol นักออกแบบที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของ เมซอง แบร์เช่ ปารีส พร้อมโปรโมชั่น New Year New You ให้แฟนคลับและผู้ที่ชื่นชอบเครื่องหอมบ้านได้เลือกช้อปสินค้าใหม่ล่าสุด รับส่วนลดทันที 20% และรับของสมนาคุณเพิ่มเมื่อช้อปครบตามยอดซื้อที่กำหนด

คอลเลคชั่นใหม่ PRISME Collection ออกแบบโดย Armand Delsol นักออกแบบที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของ เมซอง แบร์เช่ ปารีส ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงเงาลึกมีมิติ สไตล์บาโรคที่เรียบหรูและดูอบอุ่น บรรจงถ่ายทอดลงบนชิ้นงานเครื่องแก้วที่ใช้ความประณีตและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับน้ำหอมกลิ่น Wilderness เป็นความหอมที่ทรงพลัง อบอวล และให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ด้วยกลิ่นของใบมะเขือเทศผสานกลิ่นท็อปโน้ตอย่างกลิ่นของเกรปฟรุ้ตและผลไม้ตระกูลซิตรัส กลิ่นหอมของพิมเสนและซิลเวอร์เบิร์ชชวนให้นึกถึงความรู้สึกของการผจญภัย ขณะที่กลิ่นโอ๊กมอสช่วยสร้างความเย้ายวนแบบผู้ชาย

อีกทั้งยังมาพร้อมคุณประโยชน์ในด้านสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมตะเกียงน้ำหอมช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้สะอาด ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ สร้างกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีประโยชน์เชิงสุคนธบำบัด หรืออโรมาเธอราพี (Aromatherapy) ด้วยน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากสารธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเครื่องหอมรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมครบทุกรูปแบบความหอม ได้แก่ ตะเกียงน้ำหอมในรูปแบบ Coffret PRISME โดดเด่นด้วยฝาปิดที่มีเหลี่ยมมุมสวยงามพอดีกับขวด มีให้เลือกสองเฉดสีเข้มและการไล่แสงที่ด้านบนและด้านล่างของตะเกียง เพิ่มรัศมีของแสงไฟที่ออกมาจากใจกลางของตะเกียง เหลี่ยมของตะเกียงทำให้แสงที่สะท้อนจากแก้วเด่นชัดขึ้น จำหน่ายราคา 4,380 บาท ลดพิเศษ 30% เหลือเพียง 3,066 บาท พร้อมรับฟรีน้ำหอมเติมตะเกียงกลิ่น Eucalyptus ขนาด 1,000 มิลลิลิตร 1 ขวด

ก้านกระจายความหอม PRISME มีให้เลือก 2 สี จำหน่ายราคา 2,980 บาทลดพิเศษ 30% เหลือเพียง 2,086 บาท พร้อมรับฟรี ก้านกระจายความหอมชนิดกำจัดกลิ่นในห้องครัว 1 ชุด เทียนหอม PRISME แก้วโปร่งใสเคลือบเงาสีแดงโกเมน เผยให้เห็นฐานโลหะที่หรูหรา ภายในเคลือบเมทัลลิกมี ฝาปิดที่ตกแต่งด้วยลวดลายที่เป็นรูปเหลี่ยมมุมสวยงาม จำหน่ายราคา 2,280 บาท ลดพิเศษ 30% เหลือเพียง 1,596 บาท รวมทั้งสามารถเลือกซื้อน้ำหอมเติมตะเกียงขนาด 500 มิลลิลิตร จำนวน 2 ขวด ราคา 2,340 บาท (เลือกกลิ่นได้) แถมฟรี น้ำหอมกลิ่น Aroma Happy ขนาด 1,000 มิลลิลิตร หรือเลือกซื้อน้ำหอมเติมตะเกียงขนาด 1,000 มิลลิลิตร กลิ่นใดก็ได้รับส่วนลด 20% รับฟรี น้ำหอมกลิ่น Aroma Happy ขนาด 500 มิลลิลิตร

โปรโมชั่นเริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เลือกชมและซื้อสินค้าพร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ทุกช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ทั้ง www.maisonbergerthailand.comFacebook : MaisonBergerThailand LINE :@maisonbergerthai IG : maisonbergerthailand และที่ร้านเมซอง แบร์เช่ ปารีส ทุกสาขา (ยกเว้นเซ็นทรัลชิดลม และ Chic Republic) สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความหอมที่พร้อมให้บริการถึง 10 สายโทร.02-6722088

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯ จัดงานคืนสู่เหย้า ‘ร้อยรวมใจ คืนถิ่นปิ่นหทัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706675

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯ จัดงานคืนสู่เหย้า ‘ร้อยรวมใจ คืนถิ่นปิ่นหทัย’

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯ จัดงานคืนสู่เหย้า ‘ร้อยรวมใจ คืนถิ่นปิ่นหทัย’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมฯ จัดงานคืนสู่เหย้า “ร้อยรวมใจ คืนถิ่นปิ่นหทัย” สานสัมพันธ์เพื่อนพี่น้องให้แข็งแกร่ง 4 กุมภาพันธ์ 2566

หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถจัดงานใดๆ ได้ ดังนั้น ในปี 2566 นี้ สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนตอ.) จึงมีความเห็นพ้องกันในการจัดงานคืนสู่เหย้า “ร้อยรวมใจ คืนถิ่น ปิ่นหทัย” ในวาระครบรอบการก่อตั้งโรงเรียน85 ปี โดยมี เกรียงยศ สุดลาภา เป็นนายกสมาคมฯ และ อรรถสิทธิ์ ดำรงรัตน์ เป็นประธานฝ่ายหารายได้ ภีมพ์กมล ประเสริฐวงศ์ ประธานฝ่ายการจัดงาน ภายใต้แนวคิด “สานสัมพันธ์ สานพลังสานสายใย” (Reconnect – Reenergize – Reunite) เพื่อให้งานคืนสู่เหย้านี้ “เป็นงานของพี่น้องเตรียมอุดม ได้กลับมาเยือนโรงเรียน อย่างมีความสุข และได้สานสัมพันธ์เพื่อนพี่น้องให้แข็งแกร่ง”

ภีมพ์กมล ประเสริฐวงศ์ ประธานฝ่ายการจัดงาน กล่าวว่า งานคืนสู่เหย้า “ร้อยรวมใจ คืนถิ่นปิ่นหทัย” นี้ จะมีขึ้นใน วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และมีความพิเศษในปีนี้คือ การยก “ต.อ. มาร์เก็ต” ให้พี่น้องที่ต้องการขายหรือแนะนำสินค้า มาเปิดบูธโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไฮไลท์ในงานจะเป็นการโชว์รถไฟฟ้าที่กำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจาก GWM จรัญสนิทวงศ์ NETA ลาดปลาดุก-บางบัวทอง โดยจะเปิดให้จองรถไฟฟ้าในราคาสุดพิเศษในงานนี้โดยงานค้าขายจะเริ่มตั้งแต่ 12.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งแม้จะไม่ใช่ “เด็กเตรียม” แต่สนใจเลือกซื้อ ชมสินค้าราคาสุดน่ารัก ก็สามารถมาเที่ยวได้ โดยจะจัดอยู่ที่บริเวณอาคาร 80 ปี หลังสนามฟุตบอล ส่วนภาคบ่าย นักเรียนปัจจุบันมาทำพิธี “รับพี่กลับบ้าน” ด้วยกิจกรรมสนุกสนาน และเปิดเวทีให้น้องๆ นักเรียนปัจจุบันแสดงความสามารถ อาทิ ดนตรีโฟลก์ซอง 6 วง ที่จะนำเพลงคุ้นเคยของ “พี่ๆ” เช่น รุ่น วัยอลวน – สุขา อยู่หนใด ไปจนถึงเพลงวัยรุ่นปัจจุบัน และรับชมวงโยธวาทิต30 ชิ้น ไปจนถึงวงชิงแชมป์หลายเวทีขนเพลงกันมาบรรเลงรอบทิศ สนามบอลเพื่อต้อนรับนักเรียนเก่า พี่น้องตอ.ให้มา ช้อบ ชิม และชื่นชม ความบันเทิงตั้งแต่บ่าย

ส่วนงานในภาคเย็นจะมีการแสดงเรียกความสุขและรอยยิ้มมากมาย นำทัพโดย ญาณี จงวิสุทธิ์, หมอก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ, วราพรรณ ทรัพย์ธนะอุดม และพบกับการแสดงจากการรวมตัวของพี่น้องชาว ต.อ. อาทิ คณะคอรัสรวมการเฉพาะกิจ “ร้อยรวมใจ คืนถิ่น ปิ่นหทัย เดอะคอรัส” วงดนตรีแพทย์เฉพาะทางที่รวมตัวกันตั้งวงดนตรีที่กำลังฮิตฮอต “Old Doc” และมินิคอนเสิร์ตกับศิลปินชมพู-ปิง ฟรุตตี้ คณะคอรัสรวมรุ่น50 ชีวิต จากหลายรุ่น ตั้งแต่ รุ่น “เยาว์” วัย 85 รวมอายุทุกคนนับไม่ถูกกันเลย แต่ขับร้องด้วยพลังรักเพราะจับใจ

ขอแนะนำให้มาเที่ยว “ช้อปของดีราคาพี่น้อง-กินอาหารอร่อย- ร่วมกิจกรรม รับพี่กลับบ้าน” ตั้งแต่เวลาบ่าย และอยู่ยาวๆ กันไปจนถึงงานภาคค่ำ งานนี้แน่นไปด้วยความบันเทิงที่จะพกความสุขกลับไปเต็มที่ พี่น้องตอ.ที่รักในเสียงเพลง กระโดดจับเวทีจับไมค์ และ surprise show อีกมากมาย

ทั้งนี้ บัตรหนึ่งใบที่พี่น้องซื้อคือรายได้ที่จะนำไปทำกิจกรรมเพื่อ ครู นักเรียนปัจจุบัน และโรงเรียน เท่ากับมาเที่ยวคืนถิ่น พบเพื่อนฝูงและยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อสถาบันที่รักอีกด้วย ราคาบัตรใบละ 585 บาท แต่ถ้าซื้อเป็นกลุ่ม โต๊ะละ 5,550 บาท (10 ที่) และสำหรับพี่น้องชาวเตรียมอุดมฯที่ต้องการขายสินค้า ยังคงเหลือพื้นที่อีกไม่มากนัก สนใจติดต่อได้ที่ อีเมลtu85years@gmail.com

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706689

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ  เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี’

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเวลา 17.37 น. วันที่ 21 มกราคม 2566 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ในการพระราชทานเพลิงศพ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ต.ภ.,บ.ช.,บ.ม. อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระบบประสาทส่วนกลาง ณ โรงพยาบาล Massachusetts General Hospital สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 เวลา 23.58 น. ตรงกับวันเวลาไทย คือวันที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 10.58 น. สิริอายุ 65 ปี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงทอดผ้าไตรที่จิตกาธานหน้าหีบศพ พระสงฆ์ 10 รูป บังสุกุล แล้วทรงหยิบกระทงข้าวตอกดอกไม้วางหน้าหีบศพ ทรงหยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จุดไฟจากโคมที่ตำรวจหลวงเชิญถวาย พระราชทานเพลิงและทรงวางธูปเทียนดอกไม้จันทน์ส่วนพระองค์ แล้วเสด็จลงจากเมรุ มาประทับพระราชอาสน์ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร,นันทญา ภิรมย์ภักดี และ ร้อยโทณัยณพ ภิรมย์ภักดี ครอบครัวของผู้วายชนม์ เข้าเฝ้าฯถวายหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ

สำหรับพิธีพระราชเพลิงศพ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ต.ภ.,บ.ช.,บ.ม. นอกเหนือจากบรรดานักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ยังมีบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ มากมาย อาทิ แวดวงการเมือง ตำรวจ ทหาร นักธุรกิจ และ ผู้มีชื่อเสียงในสังคม พนักงานในเครือบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ฯลฯ มาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างล้นหลามด้วยความอาลัยยิ่ง

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2500 เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล “ภิรมย์ภักดี” เป็นบุตร จำนงค์ ภิรมย์ภักดี
และ คุณหญิงสุภัจฉรี ภิรมย์ภักดี (สกุลเดิม รัตตกุล) มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 2 คน คือ จีรานุช ภิรมย์ภักดี และ จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิตมหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ และ บัณฑิตวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การเงิน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก นอกเหนือจากงานที่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จุตินันท์ยังเป็นประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยได้อุทิศตัวให้กับการพัฒนาวงการกีฬาคนพิการไทย และนำพานักกีฬาพาราลิมปิกของไทยสร้างชื่อเสียงและผลงานระดับโลก อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย และให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาต่างๆ อาทิ สมาคมยิงเป้าบินฯ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬามวยสากลฯสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ

สำหรับเกียรติประวัติที่ได้รับ ในปี 2558 จุตินันท์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้บริหารกีฬาดีเด่น (กีฬาคนพิการ) ของการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้รับรางวัลปูชนียบุคคลกีฬาใน “วันกีฬาแห่งชาติ 2565” ที่ผ่านมา

ครอบครัวผู้วายชนม์ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, นันทญา ภิรมย์ภักดี และหลานๆ

ครอบครัวผู้วายชนม์ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, นันทญา ภิรมย์ภักดี และหลานๆ

สันติ ภิรมย์ภักดี ประธาน กก.บริหาร บจ.บุญรอดบริวเวอรี่

สันติ ภิรมย์ภักดี ประธาน กก.บริหาร บจ.บุญรอดบริวเวอรี่

สันติ ภิรมย์ภักดี ประธาน กก.บริหาร บจ.บุญรอดบริวเวอรี่ พร้อมด้วย ปิติ ภิรมย์ภักดี,
วรนุช ภิรมย์ภักดี, อรุณี ภิรมย์ภักดี, ภูริต ภิรมย์ภักดี, วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี และ ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี

สันติ ภิรมย์ภักดี ประธาน กก.บริหาร บจ.บุญรอดบริวเวอรี่ พร้อมด้วย ปิติ ภิรมย์ภักดี, วรนุช ภิรมย์ภักดี, อรุณี ภิรมย์ภักดี, ภูริต ภิรมย์ภักดี, วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี และ ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี

ครอบครัว เครือญาติ และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, นันทญา
ภิรมย์ภักดี, ร้อยโทณัยณพ ภิรมย์ภักดี, จีรานุช ภิรมย์ภักดี, จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี ชนินทธ์-วิภาดา โทณวณิก, ม.ล.ชโยทิต-มนทกานติ์ กฤดากร, ชัชวิน-ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์, เพิ่มพูน-จุฑาทิพย์ ไกรฤกษ์, อารยา จิตตโรภาส,
นันดา-ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์

ครอบครัว เครือญาติ และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, นันทญา ภิรมย์ภักดี, ร้อยโทณัยณพ ภิรมย์ภักดี, จีรานุช ภิรมย์ภักดี, จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี ชนินทธ์-วิภาดา โทณวณิก, ม.ล.ชโยทิต-มนทกานติ์ กฤดากร, ชัชวิน-ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์, เพิ่มพูน-จุฑาทิพย์ ไกรฤกษ์, อารยา จิตตโรภาส, นันดา-ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์

ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ต้อนรับ ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล,
เพ็ชรากรณ์ วัชรพล, สุธัญญา บุญสูง, สุนัที อิศวพรชัย

ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ต้อนรับ ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล, เพ็ชรากรณ์ วัชรพล, สุธัญญา บุญสูง, สุนัที อิศวพรชัย

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ, ชาลิดา เถาว์ชาลี, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี,
ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, ณ ฤดี เคียงศิริ, ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ, ชาลิดา เถาว์ชาลี, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, ณ ฤดี เคียงศิริ, ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล

จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี, อาภาศิริ นิติพน, จิตติมา วรรธนะสิน, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, บุษกร วงศ์พัวพันธ์ และ ผอูน จันทรศิริ

จุไรรัตน์ ภิรมย์ภักดี, อาภาศิริ นิติพน, จิตติมา วรรธนะสิน, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, บุษกร วงศ์พัวพันธ์ และ ผอูน จันทรศิริ

คุณแหน : 26 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706706

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยโดย สกุล บุณยทัต นายกสมาคมฯ จัดงานมอบรางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์ ประจำปี2565 เชิญ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณเศรษฐบุตร ธิดาใน ศ.พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ มอบโล่รางวัลแก่นักเขียน นักแปลกวี นักหนังสือพิมพ์และบรรณาธิการอาวุโส ที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องยาวนานและผลงานเป็นที่ยกย่องกว้างขวาง จำนวน 27 ท่าน อาทิ กัณหา แก้วไทย,จรรยา ถิ่นพังงา (ดาวจริยา),ดุษฎี พนมยงค์,ดร.เตช บุนนาค,พล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์,นารถ กิตติวรรณกร,บัณฑิต อานียา,บุญเนื่อง เทพปรีชา (เนื่องน้อง ศรัทธา),ผศ.ดร.บันลือ ถิ่นพังงา,ปกรณ์ พงศ์วราภา,ไพจิตร ศุภวารี,ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล,สุประวัติ ปัทมสูต วันเสาร์ 28 ม.ค.09.00 น. ณ ห้องสามเสน โรงแรมตรัง ถ.วิสุทธิ์กษัตริย์..

●● เยาวณี นิรันดร-พล.อ.นพ.วิทยา ช่อวิเชียร อิ่มเอิบใจมากกับโครงการงานจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดจอมสุดาราม (วัดไพรงาม) ถ.นครไชยศรี เขตดุสิต วัดโบราณสมัยรัชกาลที่ 3 ลุล่วงสำเร็จเรียบร้อยโดย กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หลังจากบูรณปฏิสังขรณ์มากว่า 2 ปี..

●● จอม สาลักษณ์ พาลูกๆ ไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์ กับคุณย่า ดาราวัลย์ แล้วกลับมาพักผ่อนต่อที่อังกฤษ..

●● วันเกิดที่ผ่านมา ลาลีวรรณ กาญจนจารี ชื่นมื่นชื่นใจกับเพื่อนๆ หลายกลุ่มที่ร่วมจัดงานฉลองให้ ..เจ้าภาพจัดของแจกเป็นกระเป๋าถุงแดงงดงามให้ผู้ร่วมงานทุกคนถ้วนหน้า..

●● ร่วมอนุโมทนาบุญกับ พิชญนภานันท์ ธนนิกุล พร้อมครอบครัว ไปถวายศาลาปฏิบัติธรรมให้วัดบ้านป่าหอย
จ.อุบลราชธานี..

●● ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย เอ็มดีดอนเมืองโทลล์เวย์ ตรวจความคืบหน้าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้าและลดก๊าซเรือนกระจกในอาคารสำนักงานใหญ่ และอาคารด่านเก็บค่าผ่านทางทั้ง 9 แห่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าไฟให้บริษัทปีละหลายล้านบาท ยังช่วยสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาองค์กรครอบคลุมมิติความยั่งยืนตามหลักของ ESG อีกด้วย..

●● พวงทอง ตันวงษ์วาน นายกสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลศิริราช เชิญชวนเพื่อนพ้องน้องพี่เตรียมไปร่วมสังสรรค์ชุมนุมศิษย์เก่าพยาบาลศิริราช 18 ก.พ. รร.ปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ..

●● ก๋วยเตี๋ยวเรือเพนนินฯ ได้ฤกษ์เปิดใหม่แล้วที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ 1 โดย ชลิตา สาลีรัฐวิภาค ส่งไม้ต่อให้น้องชาย ภัทร ดูแลบริหาร ส่วนตัวเองผันไปดูแลผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกจากธรรมชาติ เซเวอร์ บิวตี้ (Savor Beauty) อิมพอร์ตจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา..สาวไทยต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญที่เซเวอร์ บิวตี้ สุขุมวิท 39
ซอยพร้อมศรี 1 ดูแล โทร. 088-9569955 Line @savorbeauty.th..●●

น้อง

เซเลบฯ รุ่นใหม่เชิญชวนช่วยเหลือ ‘รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์’ รับกระเป๋าผ้าสุดชิค ผลงานเด็กพิการแทนคำขอบคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706674

เซเลบฯ รุ่นใหม่เชิญชวนช่วยเหลือ ‘รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์’  รับกระเป๋าผ้าสุดชิค ผลงานเด็กพิการแทนคำขอบคุณ

เซเลบฯ รุ่นใหม่เชิญชวนช่วยเหลือ ‘รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์’ รับกระเป๋าผ้าสุดชิค ผลงานเด็กพิการแทนคำขอบคุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เริ่มต้นปีด้วยสิ่งดีๆ นับเป็นความเชื่อของเราทั้งคนไทยและเชื้อสายจีน ที่เราต้องทำสิ่งดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำบุญด้วยการบริจาคสิ่งของหรือเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสก็เป็นอีกทางเลือกที่นิยมทำกันรับปีกระต่าย ทั้งช่วงเทศกาลตรุษจีน และเดือนแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง สองสาวเซเลบริตี้คนดังเชิญชวนร่วมบริจาคให้กับน้องๆ เด็กพิเศษ ที่อยู่ในความดูแลของ “โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” ซึ่งเป็นสถานศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญาที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ปีนี้พิเศษสุดที่ได้จิตรกรมือหนึ่งจากโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ คือ นายศุภณัฐ เวียงคำ ที่มีดีกรีไม่ธรรมดาผ่านการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติมาแล้วหลายสนาม ได้ออกแบบลายดอกไม้ผสมผสานงานศิลป์ลงบนกระเป๋า
ผ้ายีนส์ของแม็คยีนส์ เป็นผลงาน DIY ของน้องๆ ผู้พิการมอบแทนคำขอบคุณให้กับผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

กิ๊ก-ม.ล.สมรดา ชุมพล เซเลบริตี้สาวสวย กล่าวว่า “ปกติกิ๊กเป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้วคะ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นปีกระต่าย จะชอบทำบุญมากๆ เพราะเชื่อว่าเริ่มต้นปี ด้วยสิ่งดีๆจะทำให้เราโชคดี และเนื่องจากโอกาสอันเป็นมงคลของปี จึงได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กพิเศษ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆ และเป็นทุนสำหรับการเรียนการสอน และฝึกงานฝีมือ ให้เขาได้พึ่งพาตนเองและมีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ โดยในปีนี้น้องๆ จากโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ได้จัดทำกระเป๋าผ้ายีนของแม็คยีนส์ ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษจากน้อง เพื่อขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาและผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ร่วมทำบุญ นับเป็นการส่งเสริมความสามารถพิเศษของเด็กพิเศษในงานฝีมือ ที่ได้ร่วมกันประดิษฐ์กระเป๋าผ้าในครั้งนี้”

โบว์-ณชา จึงกานต์กุล สาวสวยใจบุญอีกคนที่มาเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคครั้งนี้ กล่าวว่า “ต้อนรับปีกระต่ายนี้ โบว์ได้บริจาคเงินให้กับโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ได้รับกระเป๋าผ้ายีนส์ดีไซน์สวยงามเรียบหรูด้วยคะสวยมากชอบแพทเทิร์นที่เป็นดอกไม้ผสมผสานลวดลายงานศิลป์ สวยมากๆ เราต้องให้โอกาสน้องๆ ได้แสดงความสามารถของตนเอง ให้กำลังใจ ให้อาชีพแก่น้องๆ ได้พึ่งพาตนเอง และก่อนที่น้องๆ จะพึ่งพาตนเองได้ ต้องผ่านการเรียนรู้การฝึกอบรมจากโรงเรียน ซึ่งเงินที่เราบริจาคในครั้งนี้จะมาช่วยสนับสนุนน้องๆ ได้ใช้โอกาสนี้ได้ศึกษาเล่าเรียนและฝึกอาชีพจนชำนาญ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อมอบโอกาสที่ดีแก่น้องๆ กันค่ะ”

ด้านผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ นางสาววรรณวนัชกันพรม กล่าวเสริมว่า “เด็กๆ ที่อยู่ในโรงเรียนเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา การเรียนรู้ ออทิสติก และ
มีความพิการซ้อน เช่น หูหนวก ตาบอด ต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางโรงเรียน ต้องการส่งเสริมศักยภาพเด็กเหล่านี้ได้พึ่งพาตนเอง และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข โรงเรียนได้ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จ.ชลบุรี จัดให้มีการศึกษาเฉพาะบุคคลในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและสร้างอาชีพ จัดฝึกอบรมและมีกิจกรรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม ซึ่งหนึ่งในหลักสูตรฯดังกล่าว คือการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อให้เด็กๆ ที่จบการศึกษาสามารถพึ่งพาตนเองและประกอบอาชีพช่วยเหลือตนเองมีรายได้เลี้ยงครอบครัว และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคช่วยเด็กพิเศษได้โดยตรงที่ ธนาคารกรุงไทย 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ และนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.092-7390990” พิเศษสำหรับผู้ที่ร่วมบริจาคตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยบริจาค 1,000 บาทขึ้นไป จะได้รับกระเป๋าผ้าฟรี! ซึ่งเป็นผลงานแฮนด์เมด
จากน้องผู้พิการแทนคำขอบคุณจากใจของโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์

ระดมพลนักวิ่ง ‘Origin Save The World Run 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706656

ระดมพลนักวิ่ง ‘Origin Save The World Run 2023’

ระดมพลนักวิ่ง ‘Origin Save The World Run 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ รักโลกไปกับครอบครัวออริจิ้นจัดกิจกรรม “Origin Save The World Run 2023” ระดมพลนักวิ่ง กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่มครอบครัวที่รักการออกกำลังกาย มาร่วมสนุกสนานไปกับงานวิ่งรักษ์โลก ที่มุ่งส่งเสริมวัสดุรีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปิดรับสมัครนักวิ่งแล้ว ตั้งแต่ วันนี้-31 มีนาคม 2566 

ความพิเศษของงาน Origin Save The World Run ในครั้งนี้ คือการนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าโดยเสื้อวิ่ง ผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติก ที่ผ่านการแปรรูปอย่างพิถีพิถัน สามารถนำขวดพลาสติกกลับมา รีไซเคิล เพื่อใช้ประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากถึง 40,000 ใบ เหรียญที่ระลึก รีไซเคิล ผลิตจากเศษไม้ และขยะใต้ทะเล พร้อมออกแบบสายเหรียญ ให้สามารถนำกลับมาต่อยอดใช้ประโยชน์เป็นสายคล้องบัตร หรือสายคล้องกุญแจ ได้อีกด้วย 

สำหรับรูปแบบการวิ่งแบ่งเป็น 3 ระยะทาง ได้แก่ มินิมาราธอน 10 กม. ไมโครมาราธอน5 กม. และ แฟมิลี่รัน 3 กม. พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ การประกวดนักวิ่งแต่งกายชุดแฟนซีสไตล์รักษ์โลก สร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับนักวิ่งอีกด้วย พบกันวันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2566 ณ สวนหลวงร.9 ประตู 4 ประตูดาวเรือง โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับมูลนิธิรามาธิบดีสามารถติดตามข่าวสารของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่  Official page : Save The World Run by Origin 

ลงทะเบียนสมัครที่ https://pixme.photos/event/origin-save-the-world-run/ สำหรับค่าใช้จ่ายในการสมัคร เริ่มต้นที่400-500 บาท ตามระยะทางที่สมัคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Teelakow.event@gmail.com
โทร.089-7491949 พิเศษ สำหรับลูกบ้านออริจิ้น รับส่วนลดค่าสมัคร50% เพียงใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ในช่องส่วนลด 

โครงการวิจัย‘ซอสซ่อนผัก’นวัตกรรมทางเลือกเพื่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706655

โครงการวิจัย‘ซอสซ่อนผัก’นวัตกรรมทางเลือกเพื่อสุขภาพ

โครงการวิจัย‘ซอสซ่อนผัก’นวัตกรรมทางเลือกเพื่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ร่วมลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย “ซอสซ่อนผัก และ ซอสซ่อนผักสูตรเด็ก” นวัตกรรมคิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัยสถาบันโภชนาการอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินแร่ธาตุเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และใยอาหาร เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว และเด็กๆ ที่อาจไม่ชอบรับประทานผัก ได้รับสารอาหารจากผักผ่านซอสซ่อนผักนี้ รวมถึงยังเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ผลงานวิจัย “ซอสซ่อนผัก” ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ โดยมีการทดสอบในกลุ่มผู้นิยมบริโภคอาหารปิ้งย่าง เพื่อศึกษาการกำจัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย ที่มักปนมากับส่วนที่ไหม้เกรียมจากการปิ้งย่าง พบว่าอาสาสมัครกลุ่มที่มีการรับประทานซอสซ่อนผักในปริมาณที่พอเหมาะร่วมกับอาหารปิ้งย่างจะช่วยให้สามารถกำจัดสารก่อมะเร็งที่มากับเนื้อย่างออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยว่า อินโนบิก (เอเซีย) ดำเนินธุรกิจโภชนาการทางการแพทย์ (Medical Nutrition) สำหรับผู้ป่วย และโภชนเภสัช (Nutraceutical) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมดูแลสุขภาพของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ให้มีโภชนาการที่ดีและป้องกันโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภคตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในอนาคต ทั้งนี้ เรื่องโภชนาการถือเป็นสาเหตุหลักของความมั่นคงทางด้านสุขภาพและอาหารที่อินโนบิกให้ความสำคัญ การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มีศักยภาพด้านการวิจัยอย่าง สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งนี้ เป็นการต่อยอดนวัตกรรมงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ของคนไทย โดยมีแผนการผลิตซอสสูตรต้นตำรับและสูตรสำหรับเด็กที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย นำร่องจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุในรูปแบบซอง ตั้งเป้าออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เพื่อเพิ่มทางเลือกการทานอาหารให้กับคนไทยทุกวัย ให้ได้รับประโยชน์ ถูกปาก และสะดวกต่อการรับประทาน อีกทั้งวัตถุดิบในการผลิตซอสซ่อนผักนั้น ยังเป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทยถือเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า ผลงานวิจัย “ซอสซ่อนผัก” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ทพญ.ดุลยพร ตราชูธรรม อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล เกิดจากโจทย์วิจัยว่า ปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมส่วนใหญ่กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ คือ กินผักผลไม้ไม่ถึง5 ส่วนต่อวัน หรือไม่ถึง 400 กรัมต่อวัน ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำจากผลสำรวจพบว่ามีคนไทยเพียงประมาณ 4 ใน 10 คน ที่กินผักผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำในแต่ละวัน ขณะที่เด็กวัยเรียนเพียง 2-3 คน จาก 10 คนเท่านั้น ที่กินผักและผลไม้เพียงพอ ซึ่งการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมากินผักผลไม้มากขึ้นเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก การนำผลิตภัณฑ์อาหารที่คนนิยมรับประทานอยู่แล้วมาพัฒนาต่อยอด เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการดังเช่น ในรูปของซอสที่สามารถรับประทานได้กับอาหารประเภทต่างๆ ได้หลากหลาย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่ชอบกินผัก โดยเฉพาะเด็กเล็ก หรือผู้สูงวัยที่มีปัญหาการบดเคี้ยวซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างความร่วมมือของสถาบันโภชนาการกับภาคเอกชน เพื่อทำให้ผลงานการวิจัยด้านอาหารและโภชนาการสามารถขยายผลสู่วงกว้าง เข้าถึงประชาชนคนไทยได้ง่ายขึ้น

สถาบันโภชนาการ เชื่อมั่นว่าความสำเร็จในการผลิตและการตลาดของผลิตภัณฑ์ทั้งสองในวันข้างหน้า ซึ่งเริ่มต้นจากพิธีในวันนี้ จะเป็นก้าวแรกของการทำงานร่วมกัน ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายนำผลงานวิจัยของสถาบันโภชนาการ ไปสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต สร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค

รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม กล่าวว่า การลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอสซ่อนผักและซอสซ่อนผักสูตรเด็ก อันเป็นผลงานวิจัยของรองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงดุลยพร ตราชูธรรม และคณะ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จจากการนำเอาทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม โดยการอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือ Licensing
ทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวแก่ บริษัทอินโนบิกนูทริชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำและคร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจโภชนเภสัช (Nutraceutical) ด้านโภชนาการอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

Work hard โชว์ผลงาน ‘ผู้จัดการความตาย’ คว้ารางวัล Best Innovation Awards

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706672

Work hard โชว์ผลงาน ‘ผู้จัดการความตาย’  คว้ารางวัล Best Innovation Awards

Work hard โชว์ผลงาน ‘ผู้จัดการความตาย’ คว้ารางวัล Best Innovation Awards

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย โครงการ 88 INNOVBIZ จัดงาน “88 INNOVBIZ 2022” การเเข่งขันสตาร์ทอัพ INNOVBIZ ภายใต้ธีม “Designed for Better Life, Better Society” ซึ่งนอกจากจะมองหาไอเดียธุรกิจเจ๋งๆ ที่มีความสามารถในการทํากําไรได้แล้ว ยังมองหานวัตกรรมธุรกิจเเบบใหม่อันนําไปสู่คุณภาพชีวิตเเละสังคมที่ดีขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ รางวัลในปีนี้เเบ่งออกเป็น 3 ด้าน 3 มิติ ได้แก่ 1.Best Innovation Award รางวัลสำหรับทีมที่มีไอเดียธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด 2.Best Social Impact Award รางวัลสำหรับทีมซึ่งมีไอเดียธุรกิจที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมเป็นวงกว้างมากที่สุด และ 3.Best Performance Award รางวัลสุดท้ายสำหรับทีมที่มีลีลาการนําเสนอไม่เหมือนใคร มีความมั่นใจ เเละโดดเด่นจากทีมอื่นๆ โดยทีมที่คว้ารางวัล Best Innovation Awards ไปครอง ได้แก่ ของทีม Work hard นักศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรบริหารธุรกิจตรีควบโท ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับผลงาน die fast ที่เชื่อว่าสิทธิการตายดีควรเป็นของทุกคน ทําให้เกิดไอเดียสตาร์ทอัพอย่าง Rest In Peach ไอเดียสตาร์ทอัพสุดเจ๋งที่จะเข้ามาเป็น “ผู้จัดการความตาย” ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นการจากไปที่มีความหมาย

“เราต้องการให้การจัดการความตายนั้นสามารถเข้าถึงผู้คนได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ ทั้งในมุมของคนที่ต้องการจะออกแบบวาระสุดท้ายตามความต้องการของตัวเอง และคนทั่วไปที่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับความตายเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว แต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร” นางสาวรมิตา มานิตย์โชติพิสิฐ หนึ่งในสมาชิก Work hard ให้ข้อมูลคอนเซ็ปต์ของผลงาน die fast ถึงแนวคิด Rest In Peach ที่ได้รับรางวัล

Rest In Peach คือแพลตฟอร์มด้านการจัดการความตายแบบ One-Stop Service โดยมุ่งมั่นที่จะทําให้การจัดการความตายเป็นเรื่องที่ทุกคน เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น เพศใด หรืออายุใดเพราะทุกคนสมควรที่จะมีสิทธิได้รับการตายที่ดี โดย Rest In Peach มีบริการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการความปรารถนาสุดท้าย เช่น การเลือกทนาย การทําพินัยกรรม หรือการบริจาคอวัยวะ, การทําหนังสือแสดงเจตนาสุดท้าย (Living Will) และส่งต่อให้กับคนที่คุณรักหรือโรงพยาบาล,การช่วยจัดการงานศพ โดยช่วยจัดการทั้งกระบวนการจัดซื้อสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับงานศพ, การจัดทำตู้เซฟความทรงจํา ที่ช่วยจัดเก็บความทรงจําที่เกี่ยวข้องและมีอายุการใช้งานกว่า 10 ปี

นางสาวรมิตา มานิตย์โชติพิสิฐ กล่าวอีกว่า เพราะการเป็น One-stop service รวบรวมบริการตั้งแต่การเตรียมตัวในการตายจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต จะช่วยประหยัดเวลาและลดขั้นตอนในเรื่องจัดการความตายที่มีความยุ่งยากและกระจัดกระจาย ซึ่งตลาดในประเทศไทยยังไม่มีใครลงมาเล่นในส่วนนี้

นอกจากจะเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจและมีความสามารถในการทํากําไรได้แล้ว Rest In Peach ยังเป็นโมเดลที่ส่งผล กระทบเชิงบวกต่อสังคมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลและการใช้ทรัพยากรที่เกินความจําเป็นในการยื้อชีวิต และด้านครัวเรือนที่จะช่วยลดการ กู้หนี้ยืมสินเพื่อใช้จ่ายในการจัดการความตาย เช่น พินัยกรรม การจัดงานศพ หรือพวงหรีด ยกตัวอย่าง การที่คนไข้คนหนึ่งมีอาการโคม่า โดยปกติแล้วหากคนไข้ไม่ได้มีการทํา Livingwill แสดงเจตนาของตัวเองเอาไว้ การรักษาโดยพื้นฐานแพทย์จะทําการยื้อชีวิตคนไข้ถึงที่สุด แต่การเข้ามาของ Rest In Peach จะทําให้ทั้งแพทย์และเครือญาติเข้าใจเจตนารมณ์ของคนไข้ทั้งยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกินความจําเป็นจากการรักษาหรือยื้อชีวิตคนไข้ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ต้องการ รวมไปถึงการจัดงานศพที่จะมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับรายได้จนทําให้เกิดการกู้หนี้ยืมสินขึ้นมาเพื่อการจัดงานศพ

“ดังนั้น การที่ Rest In Peach เข้ามาช่วยในการนําเสนอทางเลือกในการจัดการความตายที่มีราคาถูกกว่าราคาตลาด จะช่วยให้ผู้คนสามารถลดค่าใช่จ่ายในส่วนนี้ไปได้ ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียธุรกิจจากคนรุ่นใหม่ที่น่าประทับใจและมีส่วนสําคัญในการขับเคลื่อนBetter life, Better Society ได้เป็นอย่างดี” นางสาวรมิตา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับรางวัล Best Social Impact Award ตกเป็นของ ทีม SingleGimmick ขณะที่รางวัล Best PerformanceAward ได้แก่ทีม The Phoenix

จุฬาฯร่วมกับ UCL พัฒนาแอปฯ ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด คัดกรองเบื้องต้นผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/706658

จุฬาฯร่วมกับ UCL พัฒนาแอปฯ ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด  คัดกรองเบื้องต้นผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมหรือไม่

จุฬาฯร่วมกับ UCL พัฒนาแอปฯ ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด คัดกรองเบื้องต้นผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ภาวะสมองเสื่อม” เป็นอุบัติการณ์ ของโรคที่เพิ่มขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่ด้วยวิทยาการความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และนวัตกรรม จากความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ ได้พัฒนาApplication ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด ทำให้สามารถบ่งชี้ได้ว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสมองเสื่อมหรือไม่ ช่วยป้องกันและชะลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุซึ่งยังไม่สามารถรักษาให้หายได้

จากการเสวนา CHULA the Impact ครั้งที่ 14 เรื่อง “บ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อมด้วยการใช้เทคโนโลยีApplication ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ได้นำเสนอความก้าวหน้านวัตกรรมแอปพลิเคชั่นในการตรวจภาวะสมองเสื่อมจากเสียงพูดที่ได้ยิน วิเคราะห์การแปลผลทางด้านภาษาของสมองว่ามีภาวะความเสี่ยงสมองเสื่อมหรือไม่ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษสร้างเป็นแอปพลิเคชั่นครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมให้ดาวน์โหลดใช้งานง่ายได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)ร่วมเสวนา

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีพันธกิจในการสร้างคน สร้างองค์ความรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อก้าวไกลในสังคมโลก ซึ่งสอดคล้องกับโครงการวิจัย Thai Speech Acoustic Virtual Reality (Thai-SAVR) test for the detection of early dementiaโดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งจาก Royal Academy of Engineering สหราชอาณาจักร ผ่านทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก University College London (UCL) ประเทศอังกฤษ และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก British Council และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ผ่านโครงการThai-UK World-class University Consortium และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม

“ความร่วมมือในการสร้าง Application ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด ฉบับภาษาไทย ทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถตรวจคัดกรองด้วยตัวเองเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงสมองเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต”

อ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า แอปพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นนี้ใช้สำหรับทดสอบการรับรู้เสียงพูดเพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะสมองเสื่อม เป็นการตรวจการได้ยินและความสามารถในการจับใจความจากคำพูดและประโยคที่เป็นภาษาไทยโดยใช้เทคนิคแบบ Virtual Reality (VR) โดยจำลองสภาพสถานการณ์จริงในการรับรู้เสียงที่เข้ามาจากทิศทางต่างๆ เพื่อตรวจดูการแปรผลของสมองด้านการใช้ภาษา ซึ่งจะเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า จะมีโอกาสเป็นสมองเสื่อมหรือไม่ซึ่งดำเนินการผ่านโครงการ Transforming System through Partnership ภายใต้ทุนวิจัยนิวตัน (Newton Fund) ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองการได้ยินคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เป็นการตรวจวัดความสามารถในการได้ยินด้วยภาษาไทยทำให้สามารถประเมินผลได้ดีที่สุด และมีใบรับรองจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยมีการประเมินข้อบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสมองเสื่อม 10 ข้อ

“ความร่วมมือในโครงการนี้มุ่งหวังให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางห้องปฏิบัติการวิจัยของประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่องการตรวจการได้ยินด้วยคำพูดเพื่อดูการแปลผลของสมองด้านภาษา การใช้งานแอปพลิเคชั่นสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถใช้งานได้ผ่าน Mobile Application เพื่อใช้ทดสอบได้ทันทีด้วยตนเอง หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะสมองเสื่อมก็สามารถติดต่อขอตรวจเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งนี้ผู้ที่รับการทดสอบแล้วพบว่าประสบปัญหาทางด้านการได้ยินสามารถใช้สิทธิ์ในการเบิกเครื่องช่วยฟังได้ ดังนั้นอยากให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์ว่าสมควรต้องใส่เครื่องช่วยฟังสามารถใส่เครื่องช่วยฟังเพื่อประโยชน์ในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในอนาคต”

อ.ดร.ยุทธนา รุ่งธรรมสกุล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์การได้ยิน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯกล่าวว่า “สมอง” เป็นอวัยวะสำคัญที่คอยควบคุมสั่งการ “หู” เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในระบบการได้ยินการวิจัยเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของการได้ยินในโครงการนี้ทำในห้องปฏิบัติการไร้เสียงสะท้อนซึ่งจะมีลำโพง 8 ตัวที่มีเสียงเข้ามาจากทิศทางต่างๆ แต่ละตัวทำมุม 30 องศา ตรงกลางห้องจะเป็นเก้าอี้ให้ผู้ทดสอบไว้นั่งฟังเสียงลำโพงแต่ละตัวผนังทุกด้านทำจากวัสดุรูปลิ่มดูดซับเสียงกันเสียงสะท้อน โดยให้อาสาสมัครฟังเสียงพูดและเสียงรบกวนพร้อมๆ กันเพื่อวัดว่าอาสาสมัครจับใจความจากประโยคที่ได้ฟังได้ในระดับใดนำไปสู่การประมวลผลเสียงพูดในระดับสมองต่อไป ซึ่งทางทีมวิจัยได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับการทดสอบการรับรู้เสียงพูดในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับหูฟัง ในอนาคตอันใกล้เราจะสามารถใช้แอปพลิเคชั่นในการทดสอบในห้องเก็บเสียงของโรงพยาบาลทั่วไปได้ รวมทั้งพัฒนาร่วมกับภาคเอกชนในการสร้างห้องประเมินการได้ยินแบบปรับให้อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ได้ เช่น สถานพยาบาลในต่างจังหวัดโรงเรียนและในหน่วยงานตามแหล่งชุมชน

ผศ.ดร.นพ.ชัยภัทร ชุณหรัศมิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คาดการณ์ว่าปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปี จำนวน 12 ล้านคน จะมี 5-10% หรือประมาณ 1 ล้านคน ที่มีโอกาสเกิดความเสี่ยงสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อม (Dementia Syndrome) มีสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดจากโรคอัลไซเมอร์หากเกิดอาการสมองเสื่อมแล้วจะทำให้เกิดความยากลำบากต่อตัวผู้ป่วยเองและครอบครัว ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาอาการสมองเสื่อมได้ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสมองเสื่อมจึงมีความสำคัญ ภาวการณ์ได้ยินลดลงเป็นความเสี่ยงสำคัญของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ก่อนที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อม ผู้สูงอายุจึงควรตรวจคัดกรองก่อนเกิดภาวะนี้โดยการตรวจการได้ยินและตรวจการทำงานของสมองร่วมด้วย

แอปพลิเคชั่นสำหรับตรวจการได้ยินด้วยคำพูดภาษาไทยเพื่อบ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อม เปิดให้ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปทั้งโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในระบบ IOS และ Android ในชื่อว่า “Eartest by Eartone”

ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง, ผศ.ดร.นพ.ชัยภัทร ชุณหรัศมิ์, อ.ดร.พญ.นัตวรรณ
อุทุมพฤกษ์พร และ อ.ดร.ยุทธนา รุ่งธรรมสกุล

ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง, ผศ.ดร.นพ.ชัยภัทร ชุณหรัศมิ์, อ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร และ อ.ดร.ยุทธนา รุ่งธรรมสกุล

เสวนา “บ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อมด้วยการใช้เทคโนโลยี Application ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด”

เสวนา “บ่งชี้ความเสี่ยงสมองเสื่อมด้วยการใช้เทคโนโลยี Application ตรวจการได้ยินด้วยคำพูด”

G-Yu Creative จับมือTellscore มอบรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี JAPAN EXPO INFLUENCER AWARD 2023บนเวทีใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706867

G-Yu Creative จับมือTellscore มอบรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี JAPAN EXPO INFLUENCER AWARD 2023บนเวทีใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิลด์

G-Yu Creative จับมือTellscore มอบรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปี JAPAN EXPO INFLUENCER AWARD 2023บนเวทีใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิลด์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.50 น.

เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในเมืองไทย!!!! สำหรับแวดวงของเหล่า INFLUENCER  หรือกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายในเรื่องราวต่างๆ กับการมอบรางวัล JAPAN EXPO INFLUENCER AWARD 2023ในงานอีเว้นท์ญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียJAPAN EXPO THAILAND 2023ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 3 – วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.30 น. ทั้งด้านในและด้านนอกทั้ง 17 โซน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

JAPAN EXPO THAILAND 2023 ฉลองครบรอบ 8 ปี ของมหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย! จัดโดย บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิส,  Mr.Fox และเหล่าบรรดาพันธมิตรภาครัฐและเอกชนอีกมากมาย อาทิ Embassy of Japan in Thailand , JETRO ,JNTO , Japan Foundation, Japanese association in Thailand, สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จับมือกันมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วันเต็ม!!!

รางวัล JAPAN EXPO INFLUENCER AWARD 2023 นั้น ถือเป็นครั้งแรกกับความร่วมมือระหว่าง G-Yu Creative และTellscoreแพลตฟอร์มชื่อดังที่รวบรวม Influencer ระดับประเทศ ในการคัดสรรรางวัล JAPAN EXPO INFLUENCER AWARD 2023 ให้กับเหล่าบรรดา Influencer ที่อยู่ในวงการญี่ปุ่นและ Influencer ผู้มีใจรักและได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นโดดเด่นในแต่ละด้าน รวม 15 รางวัล มอบรางวัลโดย สถานเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Embassy of Japan) ในวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 14.00 – 14.35 น.ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  โดยมีผู้ได้รับรางวัลในสาขาต่างๆ  ดังนี้

  1. Best Cosplay Influencer Award รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา Cosplay ได้แก่ คุณกฤตินา รัชนารถ (Yuegene Fay)
  2. Best Travel Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา ท่องเที่ยว ได้แก่ คุณถาวร ภัสสรศิริกุล (TheGaijinTripsแบกเป้เที่ยวคนเดียว)
  3. Best Beauty & Fashion Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา แฟชั่น และ ความงาม ได้แก่ คุณสวรินทร์ ศรีบุญมา (Soundtiss)
  4. Best Education Influencer Award รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา การศึกษาได้แก่ นายวรา ตั้งทัศนา(Slang AhOlic)
  5. Best Japan Guru Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับญี่ปุ่น ได้แก่ คุณอากิ ยามากุชิ (aki_yamaguchi)
  6. Best Art & Culture Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา ศิลปะและวัฒนธรรม ได้แก่ คุณเรียวตะ โอมิ (RyotaOhmi)
  7. Best Sports Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา กีฬา ได้แก่ คุณริกะ อิชิเกะ (Rika Tiny Doll” Ishige/ ริกะ อิชิเกะ)
  8. Best Tech & Digital Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา เทคโนโลยีและดิจิทัล ได้แก่ คุณจักรพงศ์ พุ่มไพจิตร (ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม)
  9. Best Variety Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา วาไรตี้ ได้แก่ คุณต้นกล้า มิ่งบุญ ฮาตะ (RUBSARB production)
  10. Best Anime Lover Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา Anime ได้แก่ คุณสิทธิ์เดช บรรมณี (ม้าม่วง)
  11. Best Entertainment Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา ความบันเทิง ได้แก่ คุณธนพัฒน์ ศรคุณ (เป้ย ไปเรื่อย)
  12. Best Inspiration Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา สร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ คุณพงษ์เทพ บุญกุ้ม  (หลากฉี – Shades Chee)
  13. Best Lifestyle Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา ไลฟ์สไตล์ ได้แก่ คุณพิมพ์ลดา ดงกันจ่า (สอดอStyle)
  14. Best  Animal Lover Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขา รักสัตว์ ได้แก่ คุณยุทธภูมิ แก้วเข้ม (เทย กะ ทะ)
  15. Best Experience Influencer Awardรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ผู้โดดเด่นด้านการถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่ คุณไพรวัลย์ วรรณบุตร (แพรี่)

มากระทบไหล่กับเหล่าInfluencer และกิจกรรมความสุข ความสนุกแบบจัดเต็ม กับความยิ่งใหญ่ของงาน  JAPAN EXPO THAILAND 2023ทั้ง 17 โซน ระหว่างวันศุกร์ที่ 3 – วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ที่www.japanexpothailand.comIG: @japanexpothailandTwitter: @JAPANEXPO_THAI   และ  Line@ : @japanexpothailand

w014