‘นายกฯ’นั่งหัวโต๊ะ ถกแก้ปัญหาพลังงาน ทำเต็มที่ ไม่ทิ้งภาระรัฐบาลหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544477

09 มี.ค. 2566

'นายกฯ'นั่งหัวโต๊ะ ถกแก้ปัญหาพลังงาน ทำเต็มที่ ไม่ทิ้งภาระรัฐบาลหน้า

‘นายกฯ’เป็นประธาน ประชุมกพชร. หนุนใช้พลังงานหมุนเวียน มุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน ยืนยันทำเต็มที่ ไม่ทิ้งภาระรัฐบาลหน้า ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ วอนเกษตรกรหยุดเผาวัชพืช

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้จะปรับใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ขยายพลังงานการผลิตโดยเฉพาะท้องถิ่น เพราะมุ่งหวังแก้ปัญหาที่เรื่องของโลกร้อน ขยะ ต่างๆ ให้สอดคล้องกับแผนที่ต้องการลดพลังงานฟอสซิล ส่วนเรื่องราคาพลังงานกำลังอยู่ พยายามทำให้ไม่เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งต้องบริหารอย่างระวังมากที่สุด 

ส่วนการเตรียมปรับลดค่าไฟฟ้าใน งวด2/66 (พ.ค.-ส.ค.)ต้องไม่สูงกว่า 4.72 บาท/หน่วย ทั้งครัวเรือน และภาคธุรกิจ ขณะนี้กำลังฟังความเห็นกันอยู่ นิดๆหน่อยๆก็ต้องช่วยกันบ้าง ไม่เช่นนั้นรัฐบาลต้องใช้เงินเป็นหมื่นๆล้าน ขอทำความเข้าใจว่า รัฐบาลทำเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ไม่อยากสร้างปัญหาหรือทิ้งภาระให้รัฐบาลหน้า ใครจะเป็นรัฐบาลก็ดำเนินการกันต่อไป วันนี้ทำเพื่ออนาคตทั้งนั้น อะไรที่มีความจำเป็นก็พิจารณากัน 

เมื่อถามว่า หากภาคเอกชนไม่สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ ต้นทุนต่างๆก็ต้องเพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้พยายามดูแลเต็มที่ โดยเฉพาะภาคอุตสหกรรม หารือกันแล้ว ขอร้องอย่าเพิ่งขึ้นราคาสินค้า เพราะบางทีต้องนึกถึงคนรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง ซึ่งรัฐบาลดูแลคนกลุ่มนี้เดือนละหมื่นๆล้านบาท 

ส่วนกรณีปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า เกิดจากหลายส่วน เช่น ยานพาหนะ การเผาวัชพืช ที่เกษตรกรบางคนชิงเผาก่อนถึงวันที่กำหนด ก็ทำให้ปริมาณมลพิษสูงขึ้น ที่ผ่านมาไม่อยากลงโทษคนเผา เพราะเป็นเกษตรกร แต่ขอร้องมันผิดกฎหมาย เราต้องร่วมมือกัน ต้องลดลงให้ได้ วันนี้จึงนำมาสู่การทำพลังงานหมุนเวียน ไม่เผา เอาขยะ เอาวัชพืช มาเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงงานผลิตไฟฟ้า ซึ่งกำลังเดินหน้าตามแผนและคิดว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ 

หากจะบอกว่า รัฐบาลไม่สนใจ ก็ไม่ใช่ เราทำทุกปี บางปีลดลง บางปีเพิ่มขึ้น ก็ต้องไปดูเกิดจากอะไร วันนี้เกษตรกรยังต้องทำเกษตรแบบเผา เช่น เผาอ้อย เผาพืชทำนา ตนไม่อยากใช้กฎหมายเพราะจะผิดกฎหมายกันหมด ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่ต้องคำนึกถึงคุณภาพชีวิตคนอื่นด้วย 

ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เลือกตั้ง66 ‘อุ๊งอิ๊งค์’ ประกาศ ‘เพื่อไทย’ หวังสส. 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544468

09 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'อุ๊งอิ๊งค์' ประกาศ 'เพื่อไทย' หวังสส. 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

เลือกตั้ง66 ‘อุ๊งอิ๊งค์’ ประกาศ ‘เพื่อไทย’ คิดการใหญ่กวาดสส. 310 เสียง หวังเป็นรัฐบาลพรรคเดียวที่เข้มแข็ง ได้นายกฯ จากเสียงประชาชน ด้าน “เศรษฐา” เผยส่งจดหมายลางานแสนสิริชั่วคราว ทุ่เทหาเสียงสู่ถนนการเมือง เตรียมขึ้นปราศรัยเวทีพิจิตร-พิษณุโลก สุดสัปดาห์นี้

9 มี.ค. 2566 โค้งสุดท้ายก่อนสู่โหมดเลือกตั้ง66 ที่พรรคเพื่อไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประกาศชูธง ปักชัย แลนด์สไลด์เพื่อไทยทุกคน ให้ได้มากกว่า 310 เสียง ว่า เป็นการตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์มุ่งมั่นให้ได้เพื่อเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง และเป็นการกำจัดระบอบประยุทธ์ออกไป ซี่งเป็นเป้าหมายที่วางไว้

ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า พรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งไม่ได้ถูกแต่งตั้งโดย สว. แต่ต้องการเป็นรัฐบาลที่แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้จากเสียงของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เคยพูดไว้ทุกๆ เวทีปราศรัย

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกจดหมายบทที่ 2 ชวนก้าวข้ามความขัดแย้ง นั้น น.ส.แพทองธาร บอกว่า ตนก็ไม่ได้มองหาความขัดแย้ง ส่วนการจับมือยังเร็วเกินไปที่จะบอกวันนี้ว่าร่วมไม่ร่วมกับพรรคไหน แต่มองหาคนอุดมการณ์เดียวกันเรื่องประชาธิปไตย และปัญหาปากท้องของประชาชน

เลือกตั้ง66 'อุ๊งอิ๊งค์' ประกาศ 'เพื่อไทย' หวังสส. 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว
เลือกตั้ง66 'อุ๊งอิ๊งค์' ประกาศ 'เพื่อไทย' หวังสส. 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงการออกจดหมายลาชั่วคราวจากบริษัทแสนสิริ ว่า เป็นการตัดสินใจเดินสู่ถนนการเมือง อยากทุ่มเทให้เต็มที่กับช่วงการเตรียมเลือกตั้งครั้งนี้ จึงขออนุญาตกรรมการบริษัทลาในช่วงการหาเสียง เพื่อลุยอย่างเต็มที่ โดยจะขึ้นเวทีปราศรัยในการลงพื้นที่ จ.พิจิตร และพิษณุโลก ในสุดสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับนโยบายพรรค และชี้ว่าสิ่งที่หัวหน้าพรรคและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ทำมาอย่างดีแล้ว และมาเป็นจุดเสริมอีกจุดหนึ่ง

อุ๊งอิ๊งค์ และเศรษฐาอุ๊งอิ๊งค์ และเศรษฐา

“ทั้งนี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมถึงทุกคนในพรรคเพื่อไทย เป็นติวเตอร์การเมืองให้กับตน และเมื่อฟังการประกาศปักธงของหัวหน้าพรรค ก็รู้สึกฮึกเหิมหวังทำได้ครึ่งหนึ่งของ นพ.ชลน่าน ก็ดีใจมากแล้ว”

น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมว่า เราต้องช่วยกัน เพราะการแลนด์สไลด์ประกาศไว้ 310 เสียง ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่มาก ดังนั้นต้องมีนายเศรษฐา มีเลขาพรรค หัวหน้าพรรค และทุกทีมในพรรคเพื่อไทย เพราะเราไม่สามารถทำได้ใน 1 คน คือการใหญ่มากและพร้อมเดินหน้าเต็มที่

เลือกตั้ง66 'อุ๊งอิ๊งค์' ประกาศ 'เพื่อไทย' หวังสส. 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

เพื่อไทยประกาศขอเสียง 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียวเพื่อไทยประกาศขอเสียง 310 เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

‘สามารถ’มอง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระวังลักไก่เข้า ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544462

09 มี.ค. 2566

'สามารถ'มอง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระวังลักไก่เข้า ครม.

จับตา ‘โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม’ ระวังถูกลักไก่ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนยุบสภา ‘สามารถ’ ชี้ รอคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด เป็นเรื่องที่เหมาะสม ด้าน ‘สุรเชษฐ์’ มอง บีทีเอส มีประสบการณ์จริง

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถูกพูดถึงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในความสนใจของสังคม จากการเริ่มต้นของการพูดถึงเปิดโปง ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการต่อเนื่องเชื่อมโยงกับการอภิปีรายถึงความไม่ชอบมาพากลในโครงวการนี้ จากฝั่งฝ่ายค้าน โดยทาง พรรคก้าวไกล

และใกล้ยุบสภา ทำให้มีการจับตามองกันว่า คณะรัฐมนตรี จะเอาอย่างไรกับโครงการเจ้าปัญหานี้ 

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกันถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในประเด็น วัดใจ ครม.ดัน”สายสีส้ม”เดิมพัน 6 หมื่นล้าน ?รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกันถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในประเด็น วัดใจ ครม.ดัน”สายสีส้ม”เดิมพัน 6 หมื่นล้าน ?
รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกันถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในประเด็น วัดใจ ครม.ดัน”สายสีส้ม”เดิมพัน 6 หมื่นล้าน ?


ดร.สามารถ ราชสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ไว้วางใจในเรื่องนี้ไม่ได้เลย อาจจะพิจารณาเห็นชอบด้วย แล้วเสนอ ครม.เลย เวลานี้ที่น่าสนใจคือ การประมูลครั้งที่ 2 ไปเปิดกว้างขึ้นในการหาบริษัทเข้าร่วมประมูล ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การเดินรถไฟฟ้าในประเทศไทย

ดร.สามารถ ราชสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดร.สามารถ ราชสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

แต่ไปทำให้เปกผู้รับเหมาก่อสร้างมันแคบลง ทำไมไม่เปิดกว้างในส่วนผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย ซึ่งตามหลักต้องมีการดูผลงานที่แล้วเสร็จในประเทศ ผลงานจากต่างชาติไม่ได้ ต่างชาติที่สนใจเข้าร่วมประมูล ก็ไม่สามารถซื้อซองประมูลเข้ามาได้ เพราะมีการกำหนดให้เป็นนิติบุคคลในไทย หรือ การร่วมทุนกัน ที่ฝ่ายไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51 % ในความเป็นจริงมีคนมาซื้อซองประมูล 14 ราย แต่กลับมีการยื่นซองประมูลเพียง 2 ราย 
 

ที่ผ่านมา บีทีเอส เป็นเอกชนที่เสนอรายได้ให้รัฐดีที่สุด และชนะการประมลมาหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เอง ราถไฟฟ้าสายสีชมพู จากแครายไปมีนบุรี รถไฟฟ้าสายสีเหลือง จากลาดพร้าวไปสำโรง เป็นโมโนโทเรล เสนอผลตอบแทนให้รัฐดีมาก หรือ มอเตอร์เวย์ กรมทางหลวง หรือเมืองการบินภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา ก็เสนอให้รัฐดีเช่นกัน บีทีเอสยืนหนึ่งในการใช้เกณฑ์เดิมมาตลอด ดูเทคนิคก่อน แล้วมาดูราคา ผลตอบแทน ทีหลัง ตอนหลังมาแก้คุณสมบัติเล็กๆน้อยๆ แก้ให้ต่างชาติมาเดินรถไฟฟ้าได้ ผู้รับเหมาต้องมีผลงานในไทยเท่านั้น มีผลงานที่แล้วเสร็จ ซึ่งการประมูลครั้งแรกไม่ได้ทำแบบนี้ 

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกันถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในประเด็น วัดใจ ครม.ดัน”สายสีส้ม”เดิมพัน 6 หมื่นล้าน ?รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกันถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในประเด็น วัดใจ ครม.ดัน”สายสีส้ม”เดิมพัน 6 หมื่นล้าน ?
เชื่อว่ามีความพยายามที่จะดันเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แม้เวลาจะเหลือน้อยแล้วก็ตาม อาจจะ 14 มี.ค. หรือ 21 มี.ค. ก็ได้ เชื่อว่า รฟม. มีความพยายามร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่จะผลักดันงานนี้ให้สำเร็จได้ แต่ที่ผ่านมา มีการรับปากไว้ว่าจะรอคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดก่อน ตอนนี้ผ่านไปแล้วหนึ่งคดี คือ เรื่องของการเปลี่ยนเกณฑ์ประมูล แต่ยังเหลืออีก 2 คดี คือ การล้มการประมูลโครงการ ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ละอีกคดีคือในส่วนของ บีทีเอส ที่ไปร้องเรียนว่า มีการกีดกันหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองชั้นต้น ใช้เวลาพอสมควร แม้จะมีความพยายามจะนำเข้าครม. นายกรัฐมนตรี ไม่ควรจะให้เข้า


ส่วนในเรื่องที่กระทรวงคมนาคมแถลงว่าจะรอคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด นายสามารถมองว่าถ้าต้องรอ คงใช้เวลาไม่นาน ซึ่งอาจจะมีคำสั่งลงมาภายในอาทิตย์สองอาทิตย์นี้ก็ได้ เป็นไปได้ แต่คดีกีดกันเอื้อเอกชน ต้องใช้เวลาพอสมควร ว่ามีความไม่ชอบมาพากลจริงหรือไม่ แม้จะไม่ทันเวลาของรัฐบาล ก็ต้องรอเพื่อพิสูจนให้ได้ว่าเรื่องที่ร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องจริงมากน้อยเพียงใด 
 

ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ทำให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เราเอาหัวโจกออกไปแล้ว และก็ต้องขอบคุณทางคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ และประชาชนทั่วไป ที่ให้ความสนใจทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็น เพราะมันมีเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล พอเรื่องมันเป็นกระแสสังคม คนที่จะทำอะไรไม่ดี ก็ต้องชั่งน้ำหนักแล้ว เพราะมันมีต้นทุนทางการเมืองอยู่สูง ตรงนี้สำคัญมาก

ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

เพราะที่พูดคุยกันในการรอคำสั่งจากศาล ด้วยความเคารพต่อศาล เวลาเราไปฟ้องศาล ก็ต้องลำดับ ใครทำอะไร อย่างไร แต่ในเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงที่บีทีเอสเปิดให้ดู ถ้าเขาชนะการประมูลในปี 2563 รัฐก็จะเสียค่าสนับสนุนการก่อสร้างเพียง 9000 กว่าล้านบาท ตรงนั้นจะถูกตีว่าเป็นความจริงนอกสำนวนก็ได้ พราะมันไม่ได้ถูกเปิดอย่างเป็นทางการ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เคยเรียก บีทีเอส เข้ามาชี้แจงเรื่องนี้ ซึ่งเขาก็ยืนยันว่า ยังสามารถทำได้ในราคาที่เสนอ เพียงแค่ปรับในเรื่องค่าเหล็กและจิปาถะเล็กน้อย สมมุติว่าการตัดสินของศาลออกมาเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมด มีความถูกต้อง แต่เรื่องมันเป็นการทุจริตแบบเห็นๆ

ตั้งแต่การซ่อนตัวเลขที่ไปปั้นกันมา ทั้งที่ในความเป็นจริงโครงการมีกำไร แต่ว่าตัดเหลือ 0 การเดินรถ30 ปี มันกำไรแน่ๆ บีทีเอสมีประสบการณ์จริง อย่างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ บีทีเอส ดูแล ทำให้เขาทราบตัวเลขจริง มีประสบการณ์จริง ก็มองว่ามันกำไรแน่นอน แต่อยู่ ๆ มีการไปอุปโลกน์กำไรว่าเป็น 0 เพื่อให้มีการแข่งขัน ซึ่งถ้ามันมีการแข่งขันจริง ก็ยังพอรับได้ เอกชนตัดกำไรไปบางส่วน เหลือกำไรบางส่วนคืนรัฐ ก็ต้องมาดูว่าใครจะคืนให้รัฐมากกว่ากัน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ และตนอยากเรียกร้อง ในช่วงที่หัวโจกไม่อยู่ ควรนำข้อมูลที่มันโปร่งใส นำมาพิจารณากันอีกซักรอบ แต่การปรับตัวเลขไม่เป็นไปตามจริง 

ลา ‘แสนสิริ’ ชั่วคราว ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่รับค่าจ้าง ลุยงานการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544460

09 มี.ค. 2566

ลา 'แสนสิริ' ชั่วคราว  'เศรษฐา ทวีสิน' ไม่รับค่าจ้าง ลุยงานการเมือง

ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสแรกในเฟซต์บุ๊ก ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ขอลา ‘แสนสิริ’ ชั่วคราวโดยไม่รับค่าจ้างเพื่อทุ่มเทให้การเมือง

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
เขียนจดหมายถึง ผู้บริหารและพนักงานในเครือแสนสิริ ( SANSIRI ) ลงวันที่ วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2566 มีเนื้อหาว่า

ถึงผู้บริหาร เพื่อนพนักงานในเครือแสนสิริทุกท่าน
ในฐานะพนักงานแสนสิริคนหนึ่ง ได้แสดงจุดยืนในประเด็นทางเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารประเทศมาโดยตลอด ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่าแสนสิริ ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม ทั้งในบทบาทของภาคเอกชน และในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

จุดยืนดังกล่าวได้หล่อหลอมความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างแน่วแน่ และก่อให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะลงมือขยายผลให้ขอบเขตกว้างยิ่งขึ้นไปอีก

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน

ในวันนี้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้ช่วยผลักดันประเทศไทยให้ดีขึ้นในเชิงโครงสร้างและนโยบาย มีความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้มุ่งไปข้างหน้า เร่งพัฒนาให้ประเทศไทยกลับมา ยิ่งใหญ่ในสายตาประชาคมโลก และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และโอกาส ซึ่งปรากฎมากขึ้นเหลือเกินใน ช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขามุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับคนไทยทุกคน รวมถึงแขกที่มาเยือนจากทั่วโลก


เพื่อทุ่มเทให้กับหน้าที่ใหม่นี้  จึงตัดสินใจที่จะลางานชั่วคราวโดยไม่ขอรับค่าตอบแทน เพื่อไปลงมือทำงานพัฒนาประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น และสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เหมือนที่ได้นำเพื่อนพนักงานทุกท่านช่วยเหลือสังคมผ่านแสนสิริมาโดยตลอด ผเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าผู้บริหารและเพื่อนพนักงานจะให้การสนับสนุนความตั้งใจของเขาในครั้งนี้


และขอฝากแสนสิริไว้ในมือของผู้บริหารและเพื่อนพนักงาน เชื่อมั่นในความสามารถและประสบการณ์ของพวกเราทุกคนที่จะขับเคลื่อนให้แสนสิริก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง และนำพาให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้รวมถึงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะช่วยเหลือสังคมต่อไปอย่างที่แสนสิริเคยเป็นเสมอมา

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความจริงใจกับผู้บริหาร เพื่อน และภาคสังคม ว่าทุกความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายมานั้น มีความตั้งใจที่จะลงมือทำอย่างเต็มที่ สุดความสามารถ เพราะเชื่อว่าประเทศไทยคืออนาคตของพวกเราทุกคน
ด้วยความเคารพ ลงชื่อ เศรษฐา ทวีสิน

หลายพรรคจัดเต็ม ตอกเสาเข็ม ‘ระนอง’ ไม่ง่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544455

09 มี.ค. 2566

หลายพรรคจัดเต็ม ตอกเสาเข็ม 'ระนอง' ไม่ง่าย

4 พรรคใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส. ลงชิง 1 ที่นั่ง เมือง ‘ระนอง’ ภูมิใจไทย แม้จะเป็นแชมป์ปี62 แต่ภาระกิจ ตอกเสาเข็ม ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ตั้งแต่ปี 2535-2554 หรือเกือบราว 2 ทศวรรษ พื้นที่จังหวัดระนองผูกขาดโดย วิรัช ร่มเย็น จากพรรคประชาธิปัตย์ กระทั่งการเลือกตั้งปี 2562 จึงพ่ายให้กับ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ในสีเสื้อภูมิใจไทย

การเลือกตั้ง 66 พรรคภูมิใจไทยประกาศขอตอกเสาเข็มทุกจังหวัดฝั่งอันดามัน โดยจะส่งว่าที่ผู้สมัครลงชิงชัยครบทุกตารางนิ้ว แม้จะแข่งกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือต้องแก่งแย่งกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองก็ตาม เพื่อเติมแต้มต่อส่งให้พรรคเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

เส้นทางสู่เป้าหมายที่จังหวัดระนองของภูมิใจไทยใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องฝ่าด่านสำคัญ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่อย่าง ประชาธิปัตย์ ที่เคยพลาดท่าไปเมื่อคราวเลือกตั้ง 62 ซึ่งรอบนี้ต้องบอกว่าจัดเต็ม จัดหนัก เพื่อกอบกู้ความนิยมพรรคให้กลับคืนมาดังเดิม

สส. เอ คงกฤษ จากพรรคค่ายสีน้ำเงิน หลังเอาชนะอดีตแชมป์ 8 สมัย อย่าง วิรัช ร่มเย็น ของประชาธิปัตย์ แบบถล่มทลายเมื่อปี 62 ยังลงปักหลักรักษาเก้าอี้ตามเดิม เพราะกระแสพื้นที่ดี เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกศาสนา อีกทั้งมีทีมงานคอยเกาะติดพื้นที่ตลอดเวลา

ขณะที่ ประชาธิปัตย์ เปลี่ยนใจ ไม่ส่ง ดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ดีกรีหนุ่มวิศวกรและเจ้าธุรกิจ เป็นเลือดใหม่ไฟแรง แถมเป็นชาวระนองโดยกำเนิด มาลงสนาม แต่จะขยับ วิรัช ร่มเย็น จากบัญชีรายชื่อ กลับสู่สนามอีกครั้ง       

พรรคพลังประชารัฐ ทนายกุ่ย พงศกร พรหมสุวรรณ อดีตผู้สมัคร สส.ครั้งที่แล้ว ลงแก้มือ เพราะแพ้ “ส.ส.เอ” ไปครึ่งหนึ่ง งานนี้ขอสางแค้น

พรรคเพื่อไทย เตรียมส่ง เสธ.เล็ก พล.ต.รังสรรค์ ศิริรังสี หรือ ลุงเสธ.ที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้จัก อดีตผู้สมัครจากไทยรักษาชาติ มารับภารกิจ ล่าแลนด์สไลด์

ที่น่าจับตาเห็นจะเป็น พรรคลุงตู่ – รวมไทยสร้างชาติ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก็มีคิวเดินสายภารกิจตรวจเยี่ยมราชการ โดยจะเยือน ระนอง 16 มีนาคม หลังได้ยกเลิกไปหลายจังหวัดก่อนหน้า เนื่องจากต้องเข้ารักษาตัวจากอาการมือขวาบวม  รวมไทยสร้างชาติ คว้าคนอกหัก จากพรรคประชาธิปัตย์อย่าง ดนัยณัฏฐ์ มาสวมเสื้อลุงตู่ ลงเลือกตั้ง 66

การเมืองใน ระนอง สมัยหน้า ว่ากันว่าเดือดแน่ เพราะทุกพรรคต่างปรับกลสู้ศึกใหม่ ภาระกิจ ตอกเสาเข็มของพรรคภูมิใจไทย ไม่ง่ายอย่างที่คิด

‘ชาติพัฒนากล้า’ ชูนโยบาย ‘เลือกตั้ง66’ ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544448

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

08 มี.ค. 2566

'ชาติพัฒนากล้า' ชูนโยบาย 'เลือกตั้ง66' ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว

‘อรรถวิชช์’ รองหัวหน้า ‘พรรคชาติพัฒนากล้า’ ชูนโยบาย ‘เลือกตั้ง66’ ‘ALL Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว’ แจ้งกรณีนโยบาย ‘ยกเลิก’ แบล็กลิสต์ ไม่ได้หมายถึงถอดชื่อออก แต่เพิ่มข้อมูลดีเข้าไปในระบบ สร้างเครดิตดี เข้าถึงสินเชื่อเป็นธรรม

หากไม่ผิดแผนวันที่ 7 พฤษภาที่จะถึงนี้ คนไทยน่าจะได้ไปใช้สิทธิ “เลือกตั้ง” ใหญ่ในรอบ 10 ปี พรรคการเมืองต่างหาเสียงอย่างเข้มข้น ล่าสุด 7 พรรคใหญ่ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย “พรรคชาติพัฒนากล้า” และพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นเวทีเสนอนโยบายในงานเสวนา อนาคตประเทศไทย หัวข้อ​ “นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย”​ จัดโดยเครือเ​นชั่น​ กรุ๊ป​ 

“นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รองหัวหน้า “พรรคชาติพัฒนากล้า” เปิดด้วยนโยบายพรรคการเมืองพร้อมผลักดัน “นวัตกรรมนำไทย เชื่อมโลก” ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคใหม่ มีแนวคิดแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย เน้นเรื่องการแข่งขัน สร้างโอกาส แต่เน้นเรื่องโอกาสความเสมอภาค ไม่ว่าจะรวยหรือจน สามารถเข้าถึงโอกาสในการแข่งขันได้ จึงนำเสนอ “นวัตกรรมสร้างโอกาส” 2 เรื่องสำคัญ

เสนอนโยบาย "All Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว"เสนอนโยบาย “All Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว”

เรื่องแรก คือ “ALL Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว” เพราะทุกวันนี้ประเทศไทยใช้ระบบ “One Stop Service” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการหรือทำธุรกรรมกับรัฐ เกิดปัญหาล่าช้า ไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ประชาชนต้องวิ่งไปยื่นเรื่องตามหน่วยงานต่างๆ เอง การเริ่มประกอบธุรกิจขอใบอนุญาตจึงยากลำบาก

“พรรคชาติพัฒนากล้า” จึงเสนอนวัตกรรมนโยบาย “ALL Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว” ยื่นเรื่องที่เดียวจบทุกขั้นตอน สามารถติดตามความคืบหน้าผ่านแอพพลิเคชัน นวัตกรรมนี้จะช่วยเสริมให้การบริการภาครัฐสะดวกรวดเร็วขึ้น สร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้มากขึ้น สร้างการลงทุนกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น

“สมมติผมอยากจะเปิดโรงแรมโฮมสเตย์สปาเล็กๆ ถ้าเป็นระบบเดิม ผมต้องวิ่งไปหลายหน่วยงานเพื่อขอใบอนุญาต เช่น ขอใบอนุญาตประกอบโรงแรม ขอใบอนุญาตประกอบกิจการขายอาหาร ขอใบอนุญาตขายสุรา ใบอนุญาตประกอบกิจการสปา แต่ถ้าเป็นระบบ All Service Center ราชการ 1 คำขอ จบที่เดียว ยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องครั้งเดียว ระบบจะสามารถส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาได้ทันที” “นายอรรถวิชช์” กล่าว


รองหัวหน้า “พรรคชาติพัฒนากล้า” เสนออีกว่า รัฐมีความพร้อมทั้งเรื่องสมรรถนะ และกฎหมาย มี พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.ปฏิบัติการราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 รวมถึงความเข้าใจของประชาชน เทคโนโลยีที่ทั่วถึง สามารถทำให้นโยบายเกิดขึ้นได้จริง สร้างโอกาสให้คนประกอบธุรกิจได้สะดวกขึ้น

ส่วนในกรณีนโยบาย “ยกเลิก” แบล็กลิสต์ “นายอรรถวิชช์” บอกว่า “พรรคชาติพัฒนากล้า” ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติตามที่มีคนเข้าใจผิด แต่จะยกระดับการเก็บข้อมูลสินเชื่อของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพราะขณะนี้ข้อมูลเครดิตมีเพียงข้อมูลเสีย แต่ข้อมูลดีไม่เคยถูกนำเข้าระบบเลย ซึ่งการนำข้อมูลดีเข้าระบบจะช่วยสร้างโอกาสให้คนสามารถเข้าสู่สินเชื่อได้อย่างเป็นธรรม 

ชี้แจงนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ชี้แจงนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์

“คนที่เคยติดหนี้เกิน 3 เดือน แม้จะหาเงินมาล้างหนี้ได้แล้ว ก็จะถูกบันทึกประวัติค้างไว้อีก 3 ปี เหมือนถูกแช่แข็ง ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ในช่วงเวลานี้ สภาวะนี้คือ สภาวะที่เรียกว่า ติดแบล็กลิสต์ เราจึงเสนอนวัตกรรมนโยบายเพื่อสร้างโอกาสให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ด้วยการใช้ “เครดิตสกอริ่ง” นำข้อมูลการเงินทุกอย่างของบุคคล ทั้งการจ่ายหนี้ เงินเข้าเงินออกบัญชี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ มาคิดเป็นคะแนนสินเชื่อ ใครได้คะแนนมาก กู้ได้มากดอกเบี้ยต่ำ ใครได้คะแนนน้อย กู้ได้น้อยดอกเบี้ยสูง” “นายอรรถวิชช์” กล่าว

ในสุดท้าย “พรรคชาติพัฒนากล้า” บอกว่า การใช้เครดิตสกอริ่ง จะสร้างโอกาสให้คนที่ติดแบล็กลิสต์ กว่า 5.5 ล้านคน สามารถกลับเข้ามากู้เงินในระบบได้ ไม่ถูกผลักเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ เป็นคนจำนวนไม่น้อยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ และสามารถลดการผูกขาด เพิ่มการแข่งขันในบรรดาสถาบันการเงิน

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544446

08 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

เลือกตั้ง66 เลือดไหลเข้า มัลลิกา ชู ปาล์ม “ปรพล อดิเรกสาร” ลูกชายปองพล อดีตส.ส.ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย ลุยเลือกตั้งสังกัด ‘ประชาธิปัตย์’ ปักธง สระบุรี

8 มี.ค.2566  นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หนึ่งในจำนวน อดีตสส.ที่ไหลเข้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดตัวแล้วเดินหน้าลงเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้มีชื่อ “ปาล์ม” นายปรพล อดิเรกสาร” อดีตส.ส.ไทยรักไทย พลังประชาชนและเพื่อไทย บุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายปองพล อดิเรกสาร โดยนายปรพลจะลงเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของปรพลเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย

นางมัลลิกา ระบุว่า ปาล์ม หรือ นายปรพล เป็นคนเก่งและร่วมงานกับทุกคนได้ด้วยศักยภาพความรู้ ความสามารถ ที่สำคัญคือทำงานพื้นที่อย่างหนักต่อเนื่องจากนายปองพลมายาวนาน คุณปาล์มเป็น สส. ที่ชาวบ้านรักมากคนหนึ่งและทำพื้นที่มาตลอด ตั้งแต่เป็นสส.สระบุรี เขต 1 ปี 2548-2549 พรรคไทยรักไทย สส.สระบุรี เขต 1 พรรคไทยรักไทย 2 เม.ย 2549 (เลือกตั้งโมฆะ) สส.สระบุรี เขต 1 ปี 2550-2554 พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย

นอกจากนั้นมีบทบาทเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้เเทนราษฎร (2548-2549) รองประธานเเละโฆษกคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้เเทนราษฎร (2551-2552) กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้เเทนราษฎร (2552-2554)

"ปาล์ม" นายปรพล อดิเรกสาร ผู้สมัคร สส.สระแก้ว ใกล้ชิดกับชาวบ้าน“ปาล์ม” นายปรพล อดิเรกสาร ผู้สมัคร สส.สระแก้ว ใกล้ชิดกับชาวบ้าน

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

ประสบการณ์งานด้านการเมือง

กรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านการเมือง (ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย) 2544-2547 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละ สหกรณ์ (คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์) 2548-2549 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ (นายธีระ วงษ์สมุทร) 2554-2555 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา (นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์) 2556-2557 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์) 2564-2565 คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) 23 ม.ค.2566 – ปัจจุบัน และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) 31 ม.ค. 2566 – ปัจจุบัน 

ประสบการณ์งานด้านความมั่นคง 

อนุกรรมการศึกษาเเละประเมินสถานการณ์ระดับยุทธศาสตร์เพื่อเสนอเเนะเเนวทางการป้องกันเเละเเก้ปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงเเห่งชาติ (2559-2562) ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการศึกษาเเละจัดทำข้อเสนอเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานสภาความมั่นคงเเห่งชาติ (2562 – ปัจจุบัน) เป็นต้น

“ เขาเป็นหนึ่งในอดีต ส.ส. จากพรรคการเมืองอื่นที่ไหลเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ นอกเหนือจากอดีต ส.ส. พื้นที่อีสานและมาดามเดียร์ โดยมั่นใจต่อการทำงานของหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด 4 ปีนี้ ประกอบกับเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำงานอย่างเอาจริงเอาจังผลักดันนโยบายได้จนประสบความสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ทุกนโยบายที่ประกาศต่อรัฐสภา

นอกจากนั้นแล้วพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นสถาบันการเมืองตัวอย่างที่ดำรงอยู่อย่างมั่นคงพร้อมเปิดโอกาสให้คนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการทำงานการเมืองไม่ว่าจะเป็นบทบาทใดและกับเราก็คุ้นเคยกันดีเพราะดิฉันเองก็เคยร่วมงานกับคุณพ่อ คือคุณปองพล อดิเรกสาร บ้านนี้เป็นคนดีกันทั้งบ้าน”ดร.มัลลิกา กล่าว

เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี
เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี
เลือกตั้ง66 ‘ปาล์ม-ลูกปองพล’ สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

ปาล์ม-ลูกปองพล อดิเรกสาร  สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรีปาล์ม-ลูกปองพล อดิเรกสาร สวมเสื้อ ‘ประชาธิปัตย์’ ลง สส.สระบุรี

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544442

08 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ เดินสายช่วย ‘ก้าวไกล’ หาเสียงที่ลำพูน เปิดเวทีแนะนำนโยบายและรับฟังปัญหา ส.ป.ก.ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด ให้ประชาชนมีที่ทำกิน แต่จำกัดไม่ให้เปลี่ยนเกิน 50 ไร่ต่อเจ้าของสิทธิ เพื่อไม่ให้นายทุนฉวยโอกาส

8 มี.ค. 2566 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล ออกเดินสายหาเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคก้าวไกลอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ได้ร่วมเปิดเวทีรับฟังปัญหาจากประชาชนที่บ้านสบเมย ต.ทาขุมเงิน อ.แม่ทา จ.ลำพูน ร่วมกับ มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน พรรคก้าวไกล ทั้ง 2 คน คือ วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก และ ชัชพีร์ วรรณาพิรัชย์

.

โดย ต.ทาขุนเงิน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประเด็นปัญหาการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งธนาธร ระบุว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีความสำคัญ ตนเห็นว่าพรรคก้าวไกลได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ เช่นเดียวกับประเด็นข้อพิพาทที่ดินอื่นๆ เพราะปัญหาที่ดินเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนนับล้าน และนั่นทำให้พรรคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคก้าวไกล มุ่งมีบทบาทในคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาโดยตลอด

จากที่ติดตามการทำงานของพรรคก้าวไกล เห็นว่าพรรคได้ไปรับฟังประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมาตลอด 4 ปีในหลากหลายพื้นที่ ทำให้พรรคก้าวไกลวันนี้ ได้ข้อสรุปการแก้ไขปัญหาเป็นชุดร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินตามที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงร่างกฎหมายเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด อันเป็นผลมาจากการตกผลึกร่วมกันว่าทางแก้ปัญหาไม่ใช่การออก ส.ป.ก. เพิ่ม แต่คือการทำให้ ส.ป.ก. เป็นโฉนด แก่ประชาชนที่ควรต้องได้รับสิทธินั้น ในกรณีที่ตามเอกสารยังเป็นชื่อผู้ใช้ประโยชน์เดิมหรือทายาทที่ได้รับสิทธิโดยชอบธรรม และจำกัดไม่ให้เปลี่ยนเกิน 50 ไร่ต่อเจ้าของสิทธิ เพื่อไม่ให้นายทุนฉวยโอกาส

“สิ่งหนึ่งที่ทั้งพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลได้รับบทเรียนมาจากการทำงานตลอด 4 ปี คือนโยบายต่างๆ ที่ต้องการผลักดันผ่านสภา หากไม่มีการผลักดันตั้งแต่ปีแรก ก็มีโอกาสยากมากที่จะผ่าน เพราะวาระการประชุมของสภามีหลายเรื่อง เต็มไปด้วยการยื่นเข้ามาแทรกคิวที่วางลำดับไว้” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

นายธนาธร แนะนำผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน พรรคก้าวไกลนายธนาธร แนะนำผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน พรรคก้าวไกล

ทราบจาก สส. พรรคก้าวไกลว่าในการเลือกตั้ง2566 พรรคก้าวไกลได้เตรียมร่างกฎหมายสำหรับนโยบายของพรรคที่ต้องการผลักดันไว้แล้วราว 40 ฉบับ หลังเปิดประชุมสภา พรรคก้าวไกลพร้อมยื่นร่างกฎหมายทั้งหมดเข้าไปในสภาทันที เพื่อให้ทันพิจารณาภายในวาระ 4 ปีของสภาฯ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ชาวลำพูน ฟังการปราศรัยของพรรคก้าวไกลชาวลำพูน ฟังการปราศรัยของพรรคก้าวไกล

โดยมีร่างกฎหมายทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน การปฏิรูปกองทัพ เอาทหารออกจากการเมือง ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การทำน้ำประปาดื่มได้ในระดับประเทศ การปลดล็อกท้องถิ่น การปฏิรูประบบราชการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธนาธรเห็นว่ากฎหมายแต่ละฉบับจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนในสภาฯ ว่าจะมีถึง 251 เสียงเป็นอย่างน้อยหรือไม่

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

“สี่ปีที่ผ่านมา จากอนาคตใหม่จนถึงก้าวไกล เรายึดมั่นในความเชื่อหนึ่งมาตลอด ที่ว่าประเทศไทยที่ดีกว่านี้เป็นไปได้ และการลงทุนที่ถูกที่สุดคือการหย่อนบัตรเลือกตั้งของทุกท่าน เป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดในการกำหนดอนาคตของประเทศ ถ้าท่านอยากเห็นประเทศไทยในอนาคตแบบเดียวกับที่เราอยากสร้าง ขอให้ใช้สิทธิเสรีภาพของท่านให้เป็นประโยชน์ ร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ไปด้วยกัน”นายธนาธรกล่าว

เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด
เลือกตั้ง 66 ‘ธนาธร’ ชูแก้ปัญหาที่ดินข้อพิพาท ต้องทำ ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด

 FC นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ FC นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

‘เศรษฐา’ ลุยคลองเตย ลั่น ‘เพื่อไทย’ นั่งรัฐบาล ค่าแรงมากกว่า 600 บาท ทำได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544437

08 มี.ค. 2566

'เศรษฐา' ลุยคลองเตย ลั่น 'เพื่อไทย' นั่งรัฐบาล ค่าแรงมากกว่า 600 บาท ทำได้

‘เศรษฐา’ ลุยคลองเตย รับฟังปัญหา เตรียมถกเป็นนโยบายพรรค ลั่น ‘เพื่อไทย’ นั่งรัฐบาล ค่าแรงมากกว่า 600 บาท ทำได้แน่นอน ด้าน ‘ครูประทีป’ ปลื้ม ว่าที่นายกฯมาเอง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการลงพื้นที่กทม. นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขตคลองเตย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.เขตบางคอแหลม-ยานนาวา และนายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. เขตบางนา-พระขโนง ลงพื้นที่เยี่ยมชมมูลนิธิดวงประทีป พร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที

ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ระบุว่า สลัมคลองเตย เติบโตขึ้นอย่างไร้ระบบ ไร้การพัฒนา มีความเหลื่มล้ำสูง เนื่องจากมีการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างท่าเรือ ทำให้ต้องใช้แรงงานจำนวนมากขนถ่ายสินค้าทำให้ชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคแรกที่เข้ามารับฟังปัญหาของชาวคลองเตยอย่างจริงจัง และวันนี้เป็นโอกาสดีว่าที่นายกรัฐมนตรีในอนาคตได้เดินทางมารับฟังปัญหาของคนยากคนจนที่นี่ด้วยตัวเอง
 

ส่วนตัวแทนชาวชุมชนคลองเตย สะท้อนปัญหา
1. ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยจากการเวนคืนที่ดินของการท่าเรือ ประชาชนในชุมชนขอที่ดินสักแปลงจากการท่าเรือ ซึ่งมีที่ดินกว่า 2000 ไร่ ขอให้คนในชุมชนเอามาจัดการตัวเอง โดยขอให้ทางการท่าเรือเปิดเวทีทำความเข้าใจกับคนในชุมชน แทนการสำรวจได้หรือไม่ คนในชุมชนยินดีพัฒนาที่ดินแห่งนี้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แต่ช่วยให้ประชาชนชาวคลองเตยมีที่อยู่อาศัย ให้มีทางเลือกที่ไปได้ เพราะคนในชุมชนเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำเท่านั้น ทุกคนรักคลองเตย และอยากให้ที่ดินผืนนี้ดีขึ้นเช่นกัน

2. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ วันนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ไม่เพียงพอแล้วต่อครอบครัว ครอบครัวหนึ่งรัฐบาลที่แล้วขายฝันว่าจะขึ้นค่าแรงเป็น 400 บาท แต่ก็ทำไม่ได้ หากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถขึ้นค่าแรง 600 บาทได้จริง คนคลองเตยก็รู้สึกยินดี นอกจากนี้ต้องการการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และต้องการสร้างรายได้ให้คนในชุมชน เช่น ทำตลาดน้ำ ทำถนนคนเดิน ส่วนหาบเร่แผงลอยก็ขอให้ขายได้อย่างเป็นระเบียบ 

3. เรื่องปัญหาสุขภาพ วันนี้คนคลองเตยถูกตัดสิทธิหลายอย่าง ล่าสุด ยกเลิกการให้บริการสิทธิบัตรทอง 9 โรงพยาบาลรอบชุมชน ต้องเดินทางไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลไกลจากที่อยู่มาก ขอให้พรรคเพื่อไทยพิจารณาในเรื่องนี้ และขอให้มีนโยบายออกมาดูเรื่องสิทธิประกันสังคมที่ไม่ครอบคลุม และกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมกับผู้มีสิทธิประกันสังคมด้วย

 นายเศรษฐา ทวีสิน รับฟังปัญหาชุมชนคลองเตยนายเศรษฐา ทวีสิน รับฟังปัญหาชุมชนคลองเตย

4.เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พื้นที่นี้มีปัญหาอัคคีภัยสูงมาก แต่ชุมชนและผู้ปฏิบัติงานอาสาสมัครยังขาดอุปกรณ์ช่วยเหลือไม่ว่าชุด รองเท้า รถ ไปจนถึงงบประมาณในการรักษาพยาบาล เมื่อออกไปช่วยเหลือชาวบ้านแล้วประสบอุบัติเหตุ จึงฝากให้พรรคเพื่อไทยมีนโยบายในส่วนนี้

5.เรื่องการศึกษา เชื่อว่าการศึกษาจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลพรรคไทยรักไทยมีโครงการ 1 ชุมชน 1 ทุน แต่ในปัจจุบันไม่มีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้การศึกษาของคนในชุมชนถดถอย เด็กด้อยโอกาส และคนชายขอบไม่มีสิทธิเข้าถึงการศึกษา ทำอย่างไรที่จะทำให้เขาสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ทั่วถึง ได้เดินไปโรงเรียนได้อย่างมีความสุข และได้เรียนอย่างมีคุณภาพ เพราะเด็กในชุมชนไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านที่มีคุณภาพทัดเทียมกับที่อื่น ฝากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอนาคต ทำให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษาและมีอาชีพที่ดีทำในอนาคตด้วย

นายเศรษฐา กล่าวว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พรรคเพื่อไทยขอรับปัญหานี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและนโยบาย ส่วนปัญหาค่าแรง ตนให้คำมั่นสัญญาว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับฉันทามติจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะสามารถทำได้สูงกว่า 600 บาทแน่นอน เพราะจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างน้อยปีละ 5% รวมถึงการควบคุมเรื่องพลังงานโดยเฉพาะเรื่องค่าน้ำ และค่าไฟ ซึ่งจะนำปัญหาที่ได้รับในวันนี้ไปเข้าวงนโยบายของพรรคเพื่อหาทางออกอย่างรอบด้าน และจะกลับมาอีกครั้ง ไม่อาจสัญญาได้ว่าจะทำได้ทุกข้อ แต่จะพยายามหาทางแก้ไขทุกเรื่องให้อย่างสุดความสามารถ 

“การหาเงินเข้าประเทศ เชื่อว่า หากพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลและไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ตาม การค้าระหว่างประเทศจะเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ และจะมีการจัดระบบเที่ยวบิน นำนักท่องเที่ยว และนำรายได้จากการท่องเที่ยวกลับเข้าประเทศได้อย่างแน่นอน” นายเศรษฐากล่าว

ด้านนายนวธันย์ยืนยันหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเป็นตัวแทนไปจี้และติดตามเอานโยบายต่างๆลงมาให้พี่น้องชาวคลองเตย

 นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตยนายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตยนายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย

ชาวคลองเตยให้การต้อนรับชาวคลองเตยให้การต้อนรับ

‘หมอสุภัทร’ เอาผิด ‘โฆษกกระทรวงสาธารณสุข’ ข้อหาหมิ่นประมาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544431

08 มี.ค. 2566

'หมอสุภัทร' เอาผิด 'โฆษกกระทรวงสาธารณสุข' ข้อหาหมิ่นประมาท

‘โฆษกกระทรวงสาธารณสุข’ ถูก ‘หมอสุภัทร’ แจ้งจับ ฐานหมื่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กล่าวหาทุจริตโดยยังไม่ได้ตรวจสอบ

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือหมอสุภัทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยโพสต์เฟซบุ๊ก เปิดประสบกาณณ์ แจ้งความครั้งแรกในชีวิต เอาผิดโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหาทุจริตโรงพยาบาลจะนะ

เนื้อหาในเพจระบุว่า 8 มีนาคม 2566 วันที่ต้องจดบันทึกไว้ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มาแจ้งความดำเนินคดีกับคนอื่น คนๆนั้นคือ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข

นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ  ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อยนพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย

หมอสุภัทรบอกว่า สาระสั้นๆง่ายคือโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้ข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 3 มีนาคม 2566 จนออกข่าวหลายฉบับว่า พบทุจริต – ผิดระเบียบ จากการลงตรวจสอบภายในที่จะนะ  ที่ต้องแจ้งความเพราะ โดยขั้นตอนทางราชการ แม้จะพบความผิดปกติ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีการชี้แจง ดูบริบทเหตุผล แล้วกรรมการจะเป็นผู้สรุปว่า ผิดหรือไม่ ทุจริตหรือไม่ 

การที่หมอรุ่งเรือง รีบเร่งออกมาแถลงก่อนนั่น จึงเสมือนเจตนาทำลาย  อีกทั้งการเป็นตำแหน่งโฆษกสาธารณสุขด้วย ยิ่งต้องระวังในการแถลง  พอพูดออกมา สื่อก็เอาคำพูดคุณหมอรุ่งเรืองไปลงว่า ทุจริต เมื่อเสียหายจึงต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรม แจ้งความหมิ่นประมาท และผิด พรบ.คอมพิวเตอร์

สารวัตรที่โรงพักสะบ้าย้อยบอกว่า คดีใหญ่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าคดีนี้ไม่มีอะไร ง่ายๆตรงไปตรงมาฟ้องเสร็จก็กลับมาทำงานต่อไป รอให้กลไกกระบวนการยุติธรรมทำงาน

หมอสุภัทร บอกอีกว่า ส่วนตัวไม่ชอบเป็นความโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าจำเป็นก็เดินหน้าเต็มตัว คดีใหญ่จริงอีกคดีรออยู่คือ แจ้ง 157 เอาผิดคนสั่งโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอยู่ระหว่างรอรวบรวมเอกสาร