โอเรียนท์ สตาร์ เปิดตัว ‘3 Joy of Orient Star’ นาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุด สุนทรียภาพล้ำค่าในการสวมใส่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723646

โอเรียนท์ สตาร์ เปิดตัว ‘3 Joy of Orient Star’ นาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุด สุนทรียภาพล้ำค่าในการสวมใส่

โอเรียนท์ สตาร์ เปิดตัว ‘3 Joy of Orient Star’ นาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุด สุนทรียภาพล้ำค่าในการสวมใส่

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.45 น.

เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ให้กับคนรักนาฬิกาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานด้านความเที่ยงตรง กับดีไซน์โมเดิร์นที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคสไตล์เรโทรเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ นาฬิกาจักรกลประสิทธิภาพสูงที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาพร้อมด้วยความครบครันในทุกมิติทั้งความงามและคุณภาพอันยอดเยี่ยม ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความปรารถนาของแบรนด์กับ “3 Joy of Orient Star” คือการมอบความสุขทั้งสามประการของการเป็นเจ้าของ Orient Star  “ความสุขที่ได้สวมใส่” “ความสุขที่ได้ชื่นชมความงาม” และ “ความสุขแห่งการเชื่อมโยงถึงประวัติที่มีมาอย่างยาวนาน”  ซึ่ง Orient Star เป็นแบรนด์ที่ได้รับการแนะนำในญี่ปุ่นในฐานะแบรนด์ระดับสูงอีกด้วย

คุณยุทธพล ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด จากจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1951 ที่โอเรียนท์ สตาร์ ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์เรือนเวลาให้เป็น “ดวงดาวที่เปล่งประกาย”   ซึ่งความโดดเด่นนี้จะสัมผัสได้จากงานออกแบบ ชิ้นส่วนต่าง ๆ และความใส่ใจในการผลิต ตลอดระยะเวลามากกว่า 70 ปี สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของโอเรียนท์ สตาร์ คือความมุ่งมั่นในการพัฒนานาฬิกาทุกเรือนให้เป็นไปตามปรัชญาของแบรนด์ ที่ต้องการส่งมอบความสุขให้แก่ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็น“ความสุขจากการสวมใส่”  ช่วงเวลาที่คุณได้สวมใส่นาฬิกา คุณจะสัมผัสได้ถึงความเป็นเลิศ ของกลไกที่ผสานเข้ากับดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา และผู้ที่เป็นเจ้าของเท่านั้นที่จะรับรู้และบอกต่อได้

ความสุขที่สอง คือ “ความสุขจากการได้เห็น” มุมมองจากสายตา รับรู้ได้ถึงความสวยงามอันโดดเด่นในเชิงศิลปะการขับเคลื่อนชิ้นส่วนของกลไก ที่ทำงานอย่างเที่ยงตรงทำให้เกิดความประทับใจและความหลงใหลได้อย่างไม่รู้จบ และท้ายสุด “ความสุขจากการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่มาอย่างยาวนาน”  ซึ่งเกิดจากช่างฝีมือที่มีความชำนาญและมากไปด้วยประสบการณ์เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพภายใต้คำว่า “Made in Japan” อย่างแท้จริง  โอเรียนท์ สตาร์ พร้อมแล้วที่จะเติมเต็มทุกความต้องการ ด้วยเรือนเวลาที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของดีไซน์ที่สวยงาม คุณภาพที่เป็นเลิศ รวมถึงการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต

พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสแล้วกับนาฬิกาโอเรียนท์ สตาร์ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดภายใต้คอนเซ็ปต์  “The Eternal Sky” บริษัท สหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้แทนจำหน่ายนาฬิกา Orient Star อย่างเป็นทางการในประเทศไทยมีความภาคภูมิใจ พร้อมแล้วที่จะส่งต่อผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่านี้ให้กับทุกท่านด้วยความมั่นใจ 

ภายในงานได้จัดการเปิดตัวนาฬิกาพร้อมรูปแบบในคอนเซป Eternal Sky เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงคือเสน่ห์ของกาลเวลา รูปแบบนาฬิกาจากดีไซน์ผสานกลไก ที่เปลี่ยนสุนทรียภาพของธรรมชาติสู่การสวมใส่  ทั้ง 3 รุ่น  คือ “โอเรียน สตาร์” (Orient Star) เรือนเวลารุ่นใหม่ในสไตล์หน้าปัดแบบ Full Skeleton (Ref.RE-AZ0101N) ภายใต้แนวความคิด “จักรวาลอันกว้างใหญ่” ที่งานออกแบบสะท้อนภาพของห้วงอวกาศและจิตวิญญาณแห่งการสำรวจ ตัวเรือนนาฬิกาสัมผัสได้ถึงความพรีเมียมทั้งในส่วนของวัสดุและกลไกภายในที่มีความโดดเด่นจากการใช้จักรเหล็ก (Escape Wheel) ที่ผลิตจากซิลิเซียมด้วยเทคโนโลยี MEMS (Micro-Electro_Mechanical Systems) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นโดยบริษัทเอปสัน (EPSON) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์โอเรียนท์ สตาร์ อันมีส่วนช่วยให้ชิ้นส่วนที่ได้มีน้ำหนักเบาและมีความเที่ยงตรงสูงโดยชิ้นส่วนนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นสีน้ำเงินเพื่อสื่อถึงกาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่ตัดกับสีเทาของฐานเครื่องและส่วนอื่นๆ เปรียบเสมือนห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่

ในส่วนของดีไซน์ภายนอกนั้น ตัวเรือนสเตนเลส สตีลคุณภาพสูงถูกออกแบบให้มีขนาดความกว้างที่เหมาะสมที่ 39 มิลลิเมตร มีผิวสัมผัสเรียบเนียนระดับไฮเอนด์ด้วยการขัดเงาแบบซัลลาส (Sallaz) ผสมผสานกับการปัดด้านในบางส่วน ตัวเรือนบางพอดีและกระชับกับข้อมือด้วยความหนาเพียง 10.8 มิลลิเมตร ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว สายโลหะให้สัมผัสสบายขณะที่สวมใส่และจุดเด่นอยู่ตรงเข็มนาฬิกาสีน้ำเงินที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นนาฬิกาที่ใช้งานในทุกวันและสิ่งสำคัญที่สุดได้แก่การบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงผ่านการทำงานของเครื่อง in-house caliber F8B6 ระบบไขลานที่สำรองพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 70 ชั่วโมงด้วยค่าความคลาดเคลื่องเพียง +15 ถึง -5 วินาทีต่อวัน

อีกหนึ่งนาฬิกาเรือนที่เปิดตัวได้โดดเด่น Orient Star Mechanical Moon Phase Limited Edition (Ref.RE-AY0116A)  ภายใต้แนวคิดและสร้างสรรค์จาก “พระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงที่ทะเลสาบทาซาวะ” ทะเลสาบทาซาวะตั้งอยู่ในจังหวัดอาคิตะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 100 ทะเลสาบที่สวยงามและเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีระดับความลึกถึง 423 เมตร ตัวเรือนมีความโดดเด่นและน่าหลงใหลด้วยดีไซน์การไล่เฉดสี

เทาบนหน้าปัดเปลือกหอยมุกที่สีของหน้าปัดนั้นจะเปลี่ยนไปตามมุมมองและแสงที่ตกกระทบเฉกเช่นเดียวกันกับสีของพื้นผิวของทะเลสาบทาซาวะที่จะเปลี่ยนไปตามภูมิอากาศ นาฬิกามีความพิเศษที่ตรงฟังก์ชั่นแสดงข้างขึ้นข้างแรมด้วยดวงจันทร์สีเงินที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ตัวเรือนมีความกว้าง 41.0 มิลลิเมตรและมีความหนา 13.8 มิลลิเมตร กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารกันสะท้อน SAR ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน

ตามมาด้วยนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด Orient Star Diver 1964 1st Edition (Ref.RE-AU0502S) ที่มีความพิเศษตรงที่เป็นรุ่นที่ผลิตแบบจำกัดจำนวนและออกจำหน่ายเพียง 500 เรือนภายนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น นาฬิกาสปอร์ตดำน้ำในรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Olympia Calendar Diver ที่ผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1964 แต่ได้รับการยกระดับมาตรฐานในการใช้ดำน้ำได้จริงที่ระดับความลึก 200 เมตรภายใต้เงื่อนไขการรับรอง ISO 6425 พร้อมให้ความเชื่อมั่นได้ถึงการทำงานของเครื่องอัตโนมัติคุณภาพสูงจากโอเรียนท์ สตาร์ ในส่วนของดีไซน์ภายนอกนั้นนาฬิกาได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ในแบบดั้งเดิมมาอย่างเต็มเปี่ยมโดยเฉพาะการเลือกใช้หน้าปัดสีเงินตามเรือนต้นแบบและผสมผสานเข้ากับดีไซน์วินเทจ

ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของได้ที่ “โอเรียน สตาร์” (Orient Star)  ในทุกคอลเลกชั่น  ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล,โรบินสัน,เดอะมอลล์,พารากอน,สยามทาคาชิมาย่าและร้านค้าผู้แทนจำหน่าย หรือช็อปออนไลน์ทาง Shopee “Orient Official”   หรือ บริษัทสหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด ตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่าย โทร. 02-2558822-5

-(016)

‘Q-CHANG’ คว้า 2 รางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand และ Innovation Brand Award

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723645

‘Q-CHANG’ คว้า 2 รางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand และ Innovation Brand Award

‘Q-CHANG’ คว้า 2 รางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand และ Innovation Brand Award

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.44 น.

Q-CHANG (คิวช่าง) ก้าวสู่สุดยอดแบรนด์ขวัญใจผู้บริโภค คว้า 2 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand และ Innovation Brand Award ชูความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการ ดูแลบ้านครบวงจรที่ได้รับความนิยมสูงสุด ตอกยํ้าความสำเร็จของ Nexter Incubator (เน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์) ผู้เชี่ยวชาญในการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมในองค์กร (Corporate Innovation Incubator)


นายศรัณย์วิศว์ ภักดีนอก ผู้บริหารคิวช่าง (Head of Q-CHANG Business) เปิดเผยว่า ปีนี้คิวช่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการเป็นแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจรที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยบริการที่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ จากทีมช่างมืออาชีพกว่า 1,500 ทีม ตอบโจทย์เจ้าของบ้านด้วยงานดูแลบ้านครบวงจรกว่า 120 บริการ ปัจจุบันคิวช่างให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 110,000 งาน ซึ่งในปีนี้ ทางคิวช่างได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจำนวน 2 รางวัลจาก ผลการสำรวจความน่าเชื่อถือด้านแบรนด์ของประเทศไทย โดย คิวช่าง เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด ทำให้ได้รับรางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวด ‘วัสดุก่อสร้าง’ กลุ่ม ‘แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่าง’ และได้รับรางวัลพิเศษ Innovation Brand Award ในฐานะแบรนด์ที่มีนวัตกรรมด้านบริการเป็นเลิศ


คิวช่าง มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจในปี 2019 ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิดที่สามารถนำพาธุรกิจให้เติบโตสวนกระแสจากวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เจ้าของบ้าน พร้อมกับการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เจ้าของบ้านมีความมั่นใจในการใช้บริการของคิวช่าง ในขณะที่ช่างก็มีความเชื่อมั่นในการเข้าไปให้บริการกับลูกค้า อาทิ ทางคิวช่างจัดหาวัคซีนโควิดมาฉีดให้กับช่างในเครือข่ายในช่วงแรกๆ ของการระบาด พร้อมมีมาตรฐานในการให้บริการโดยช่างที่จะเข้าไปทำงานที่บ้านลูกค้าจะต้องมีการตรวจ ATK ทุกครั้ง ทำให้เกิดการบอกเล่าแบบปากต่อปาก ส่งผลให้ยอดขายของคิวช่างในปี 2019 อยู่ที่ระดับ 6 ล้านบาท หลังจากนั้นคิวช่างมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2022 ยอดขายของคิวช่างทะยานสู่ 250 ล้านบาท และปี 2023 ทางทีม ตั้งเป้ายอดขายที่ 600 ล้านบาท ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ธุรกิจของคิวช่างประสบความสำเร็จอย่างมากคือ


1. การสร้างแบรนด์ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นแบรนด์ระดับโลก อาทิ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ เพื่อให้แบรนด์ของคิวช่างมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน และสามารถเข้าไปอยู่ในใจของเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ในช่วงปลายปี 2022 ที่ผ่านมา คิวช่างได้เปิดตัวแคมเปญ “WE’VE GOT YOUR BACK FOREVER…เราจะไม่ปล่อยให้คุณต่อสู้กับงานบ้านเพียงลำพัง” โดยโหมกระแสพร้อมหนังฟอร์มยักษ์ Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever


2. การดูแลช่างให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้ช่างสามารถส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับเจ้าของบ้าน และถือเป็นการช่วยลดความเหลื่อมลํ้าในสังคมไปพร้อมกัน


3. การขยายพื้นที่การให้บริการไปในหัวเมืองที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ทำให้ในปัจจุบันคิวช่างมีบริการที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด


4. การลงทุนด้าน Customer Service เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาทิ การพัฒนาระบบ Q-CHANG Contact Center และในปีนี้คิวช่างมีแผนเปิด Q-CHANG Academy ขึ้นที่ CrystalDesign Center (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาฝีมือช่าง รวมถึงคอยให้คำปรึกษากับทีมช่าง


5. การมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อต่อยอดธุรกิจไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เพื่อให้ธุรกิจของคิวช่างมีการเติบโตอย่างยั่งยืน คิวช่างให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนา Innovation อย่างมาก ทั้ง Innovation ในเรื่อง Product and Service , Process และ New Business โดยการพัฒนา Innovation จะตั้งโจทย์จากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และใส่เรื่อง Speed เพื่อให้สามารถพัฒนา Innovation ออกมาตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันเวลาและทันกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Q-CHANG Shop Service หรือจุดให้บริการช่างภายในร้าน ตามแนวคิด ช่างดีใกล้บ้านคุณ ถือเป็น Business Innovation ล่าสุดที่คิวช่างที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นมา โดยการจับมือกับเครือข่ายร้านขายวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ไม่สะดวกจองใช้บริการและชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถเข้าถึงบริการช่างได้สะดวกขึ้นและสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้านได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยคิวช่างตั้งเป้าขยายสาขา Q-CHANG Shop Service จาก 30 สาขา สู่ 100 สาขาภายในปี 2023 ทั้งนี้ คิวช่างมีแผนขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม อีกด้วย

นายศานิตย์ ภู่บุบผา ผู้อำนวยการ เน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ (Nexter Incubator Director) เปิดเผยว่า คิวช่าง ถือเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการบ่มเพาะธุรกิจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ เป็นอย่างมาก เพราะคิวช่างเป็น Internal Start-up ที่มา Pitching Idea กับเน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ จากนั้นทางเราได้บ่มเพาะธุรกิจคิวช่างตาม Nexter Incubator Model ซึ่งเป็นองค์ความรู้ของเน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ พร้อมมี Mentor Team (ผู้เชี่ยวชาญในการบ่มเพาะธุรกิจ) คอยให้คำปรึกษากับทีมคิวช่างอย่างใกล้ชิด โดยใช้กระบวนการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Agile & Lean Start-up Process รวมถึงมีการทำ Business Health Check เป็นระยะ นอกจากนี้ เรายังมี People Team ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องการสรรหาพนักงานมาเสริมทีมคิวช่างให้ทันเวลา รวมถึงให้คำแนะนำเรื่องแนวทางการบริหารทีมงานของคิวช่างให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คิวช่าง มีการขยายธุรกิจที่เร็วมาก ปัจจุบันคิวช่างมีทีมงานกว่า 200 คนแล้ว

ทั้งนี้ เน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ มี Central Support Team ที่ช่วยดูแลเรื่อง Back-End Operation เกี่ยวกับการซื้อขาย รวมถึงธุรกรรมของคิวช่างทั้งหมด เพราะเรามีระบบบริหารจัดการที่เป็น Sand Box เพื่อให้สตาร์ทอัพได้ทดลองทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ด้วยกระบวนการทำงานที่สั้นลงและคล่องตัว ซึ่งทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพของเน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ สามารถพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และมีต้นทุนในการดำเนินงานตํ่า นอกจากนี้ เรามี Marketing and Strategic Partner Team ที่ช่วยในการ Connect the dots เพื่อหาพันธมิตรมาต่อยอดธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งให้กับคิวช่างอีกด้วย ทีมที่สำคัญมากอีกทีมที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ Business Development Team ที่ช่วยในการวางแผนและดำเนินการจัดตั้งบริษัทให้กับคิวช่าง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในการระดมเงินทุนจากนักลงทุนเพื่อให้ธุรกิจคิวช่างสามารถเติบโตด้วยตัวเองได้อย่างมั่นคงจะเห็นได้ว่า เน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมในองค์กร (Corporate Innovation Incubator) ที่มีฟังก์ชั่นครบในการตอบโจทย์สำหรับการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงมีองค์ความรู้และประสบการณ์มากมายในการบ่มเพาะธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เน็กซเตอร์ อินคิวเบเตอร์ อยู่ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ซึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของธุรกิจ (Ecosystem) ตอบโจทย์ความต้องการเรื่องการทำบ้านในทุกช่วงเวลาชีวิตของลูกค้า เพื่อให้ธุรกิจของเราเป็น Lifetime Home Partner ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของคนไทยและคนในอาเซียนให้ดียิ่งขึ้น (Create Better Living)
 

ไอคอนสยาม จัดงาน ‘THE ICONIC SONGKRAN FESTIVAL 2023’ สืบสานประเพณีสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723615

ไอคอนสยาม จัดงาน 'THE ICONIC SONGKRAN  FESTIVAL 2023' สืบสานประเพณีสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม จัดงาน ‘THE ICONIC SONGKRAN FESTIVAL 2023’ สืบสานประเพณีสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.55 น.

นายสุพจน์  ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และยังเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงานมหาสงกรานต์  “THE ICONIC SONGKRAN FESTIVAL 2023 ไอคอนสยามมหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ ๒๕๖๖”  ร่วมสืบสานประเพณีไทยอันทรงคุณค่า เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเพณีสงกรานต์ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อยกให้เป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การเปิดพื้นที่ริเวอร์ พาร์ค เพื่อจัดเทศกาลให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ส่งเสริมให้สงกรานต์วิถีไทย ก้าวสู่ความเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศเทียบเท่ามรดกโลก สอดคล้องกับ Core Value ของไอคอนสยามที่มีเป้าหมายในการนำมรดกทางวัฒนธรรมไทยมาเชิดชู ผสมผสานความร่วมสมัย นำเสนอสู่อนาคต หรือ Heritage to Future พร้อมกับการสืบสานและเสริมสร้างภาพลักษณ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป

สำหรับงาน THE ICONIC SONGKRAN  FESTIVAL 2023 ไอคอนสยาม มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๖”  จัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ไอคอนสยาม และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน ได้แก่ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, เมืองสุขสยาม, บริษัท ห้าตะขาบ (ซิม เทียน ฮ้อ) จำกัด, แป้งตรางู, บ้านทองสมสมัย, น้ำอบนางลอย, สมาคมการค้าและธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด Blooming ซึ่งสื่อถึงความเบิกบาน การเริ่มต้นใหม่ การได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2566 อย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี อลังการกับขบวนแห่นางสงกรานต์ที่สวยงามวิจิตรแบบไทย เสริมสิริมงคลสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พร้อมสนุกสนานกับการสาดน้ำสงกรานต์ริมเจ้าพระยา และการแสดงดนตรีของศิลปินชั้นนำ ครบทั้งสายมูที่มองหาความเป็นมงคล สายกิน สายช้อป ตอบโจทย์ครบทุกกลุ่มทั้งครอบครัว คนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก

เชิดชูประเพณีไทยให้ประจักษ์สู่สายตาชาวโลก กับขบวนแห่นางสงกรานต์ที่หาชมได้ยาก พร้อมความสนุกจัดเต็ม

พร้อมกันนี้เพื่อร่วมเชิดชู สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ไอคอนสยามเตรียมพร้อมจัดพิธีเปิดงานไอคอนสยาม มหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ ๒๕๖๖  ในวันที่ 11 เมษายน 2566 พร้อมด้วยไฮไลต์สุดพิเศษที่นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับบรรยากาศขบวนแห่นางสงกรานต์ ที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา นำโดยนักแสดงสาวชื่อดัง ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ สวมบทบาทนางกิมิทาเทวี นางสงกรานต์ประจำปี 2566 ซึ่งมีความงดงามของการแต่งกายด้วยชุดไทยอันวิจิตรสวยงาม ออกแบบโดยอาจารย์พีรมณฑ์ ชมธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายนาฏศิลป์ไทยโบราณ พร้อมสวมใส่เครื่องประดับไทยโบราณ หาชมได้ยาก อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี จากคุณพุทธพงษ์ เพียรเจริญ นักสะสมเครื่องเพชรเครื่องประดับโบราณแนวหน้าของเมืองไทย มาให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมด้วย

และอีกหนึ่งไฮไลต์ของปีนี้คือขบวนแห่นางสงกรานต์ในวันมหาสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน 2566 นำโดย อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปี 2563 และผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 69 เผยโฉมในเครื่องแต่งกายเสมือนนางกษัตริยาสมัยสุโขทัย ออกแบบโดย ดร.สุรัตน์ จงดา ประดับด้วยเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ทองคำล้ำค่า และสนุกสุดมันส์ไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ อาทิ Three Man Down, Tilly Birds, ATLAS และอีกมากมายที่จะมาสร้างสีสันภายในงานเป็นประจำทุกวัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสการแสดงทางวัฒนธรรมของไทย ผสานความสนุกสนานจากการสาดน้ำสงกรานต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดทั้งวัน ภายใต้มาตรการความปลอดภัย ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งดอกไม้นานาชนิดสีสันสดใส นอกจากนี้ไอคอนสยามยังคงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม หนึ่งในพันธกิจที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด คือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาโดยรอบ จึงได้ร่วมมือกับร้านกาแฟภายในไอคอนสยาม นำผลิตภัณฑ์เหลือใช้จากกากกาแฟ มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์บรรจุน้ำ และเก้าอี้ที่ใช้ภายในงานด้วย

ร่วมสรงน้ำสักการะขอพรพระพุทธรูปเกสรดอกไม้องค์จำลอง จากวัดสารพัฒนึก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อความสิริมงคล

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนรับความสิริมงคลเนื่องในวันปีใหม่ไทย สรงน้ำพระพุทธรูปเกสรดอกไม้องค์จำลอง จากวัดสารพัฒนึก จังหวัดอุบลราชธานี  ตามตำนานพระพุทธรูปเกสรดอกไม้องค์จริง เป็นพระโบราณสมัยรัชกาลที่ 5  ที่สร้างเพียง 5 องค์ในประเทศไทย  โดยสร้างจากดอกไม้ที่ประชาชนนำมาถวายพระแก้วมรกต  มีความศักดิ์สิทธิ์ในการขอความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และโชคลาภ นอกจากนี้ขอเชิญร่วมทำบุญพระพุทธรูปประจำวันเกิด ซึ่งได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้า จากร้านดัง ทั้งของใช้ของฝากมากมายพร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M

ขอเชิญสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม วิถีไทย วิถีชุมชน สืบสานวัฒนธรรมไทย 4 ภาค ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G กับกิจกรรม “สุขสยาม สราญสุข ชื่นอุรา น่าสบาย” ตั้งแต่วันที่ 8-20 เมษายน 2566 ร่วมสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ชมลีลาการชกมวยทะเล และการแสดงทางวัฒนธรรม อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารจานเด็ด จากร้านค้าชุมชน กิจกรรมเวิร์คช้อปเอกลักษณ์ความเป็นไทย รวมถึง “ไอซีเอส”  Lifestyle Complex แห่งใหม่ย่านฝั่งธนบุรี ยังได้จัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ในงาน ICS Songkran Festival ณ Event Space ชั้น M ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 17 เมษายน 2566 พบกับการออกร้านจำหน่าย ขนมไทยแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมครองแครง ขนมบ้าบิ่น สินค้าและของสะสมมากมาย พบกับกิจกรรมเวิร์คช้อป และการแสดงรื่นเริงแบบจัดเต็มตลอดช่วงวันสงกรานต์อีกด้วย

จัดหนักจัดเต็มด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม เอาใจสายช้อป

ไอคอนสยามสาดความสุขให้นักช้อปทุกท่าน กับโปรโมชั่นแคมเปญ ไอคอนสยาม สงกรานต์ มั่งมีศรีสุข 2023 ช็อปฉ่ำใจ กับโปรสุดเบิกบานรับสงกรานต์ แลกรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 7 เม.ย. 66 –  6 พ.ค. 66 สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp เพียงซื้อสินค้าและบริการภายในไอคอนสยาม รวมสยาม ทาคาชิมายะ ครบตามเงื่อนไข สามารถแลกรับ VIZ COIN มูลค่าสูงสุด 400 บาท พิเศษยิ่งขึ้น! ตั้งแต่วันที่ 13 – 17 เม.ย. 66 เพียง 5 วันเท่านั้น สำหรับ VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp ช้อปครบตามเงื่อนไข แลกรับ Lotus’s Privé Cash Coupon และ VIZ COIN มูลค่าสูงสุด 800 บาท

สำหรับ ไอซีเอส Lifestyle Complex ได้มอบความพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กับแคมเปญโปรโมชั่น
ไอซีเอส สงกรานต์ มั่งมีศรีสุข 2023 ระหว่างวันที่ 
7 เมษายน 2566 – 21 พฤษภาคม 2566  สำหรับ สมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp  ซื้อสินค้าภายในช็อปในไอซีเอส (ยกเว้นอาหาร เครื่องดื่ม แลกโลตัส พรีเว่) ครบ 1,500 บาท แลกรับ SUMMER BAG 1 ใบ มูลค่า 250 บาท หรือช็อปสินค้าภายโลตัส พรีเว่, อาหาร และเครื่องดื่มภายในไอซีเอส ครบ 800 บาท รับคูปองส่วนลดจาก Lotus’s Privé มูลค่า 50 บาททันที ***ตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย

เที่ยวสงกรานต์อย่างสนุกและปลอดภัย  พร้อมเพลิดเพลินไปกับช้อปปิ้งต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยในงาน “THE ICONIC SONGKRAN FESTIVAL 2023” ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

-(016)

SML 2 ปันสุขให้แก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723613

SML 2 ปันสุขให้แก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ

SML 2 ปันสุขให้แก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.44 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 นางศิริภัสสร ปิยนันทวารินทร์ ประธานนักศึกษาหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง สวปอ.มส.SML รุ่นที่ 2 และคณะ ร่วมทำกิจกรรม CSR  “ SML 2 ปันสุข ให้แก่ผู้พิการ และผู้สูงอายุ” เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ และ วันผู้สูงอายุ โดยมี นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นายภานุมาศ สุขอัมพร ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมรับมอบ สิ่งของบริจาค ได้แก่แพมเพิส รถเข็น ที่นอนลมสำหรับผู้ป่วยแผลกดทับ ไม้เท้าคนตาบอด และ เงินบริจาค มูลค่ากว่า 300,000 บาท เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับคนพิการ และกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

ช่วงฤดูร้อนระวังโรคลมแดด เสี่ยงกลุ่มโรคทางตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723502

ช่วงฤดูร้อนระวังโรคลมแดด เสี่ยงกลุ่มโรคทางตา

ช่วงฤดูร้อนระวังโรคลมแดด เสี่ยงกลุ่มโรคทางตา

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.45 น.

เข้าสู่เดือนเมษายน อุณหภูมิอากาศในประเทศไทยยังคงร้อนถึงร้อนจัดในหลายพื้นที่ นอกจาก โรคลมแดด หรือ Heat Stroke ที่ทุกคนจะต้องพึงระวังแล้ว นายแพทย์นพวุฒิตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์แห่งแว่นท็อปเจริญ ได้เผยถึงปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มโรคทางตาที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูร้อน (Summer Eye Problems – SEP)

อาการตาแห้ง เป็นภาวะที่ปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตา อากาศที่ร้อนจัดและแสงแดดจ้าอาจทำให้เกิดการระเหยน้ำตามากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของฟิล์มน้ำตาลดลง นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้สายตากับมือถือและอุปกรณ์ดิจิทัลมากเกินไป ก็ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งได้เช่นกัน

ภูมิแพ้ขึ้นตา สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ สารภูมิแพ้ ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ สามารถส่งผลให้เกิดอาการคันบริเวณดวงตาและตาแดงได้

ภาวะกระจกตาอักเสบ รังสี UV จากแสงแดดในช่วงกลางวัน อาจส่งผลทำให้กระจกตาดำอักเสบ (Photokeratitis) โดยจะมีอาการปวดหรือไม่สบายตา ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว อาจพบต้อกระจกหรือจอตาเสื่อมได้

อาการตาแดง ในฤดูร้อนมักพบโรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือปริมาณเชื้อราที่เกิดขึ้นจากเหงื่อไคลที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดหน้า ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย อาจมีอาการตาแดงมาก รวมถึงมีขี้ตาข้นเยอะ ทั้งนี้ ยังสามารถติดต่อระหว่างคนได้จากการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน

ตากุ้งยิง อากาศร้อนส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กหรือผู้ใหญ่บางรายที่ต่อมไขมันเปลือกตาทำงานผิดปกติ (Meibomian Gland Dysfunction) หากขยี้ตาหรือเจอฝุ่นอาจทำให้ไขมันที่เปลือกตาอุดตันจนเปลือกตาอักเสบ หรือติดเชื้อเป็นตากุ้งยิง มีอาการเปลือกตาบวมแดงคล้ายตุ่มหนอง เจ็บบริเวณเปลือกตา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูร้อนผู้ที่มีเหตุจำเป็นต้องออกไปเจอแสงแดดจ้า ควรสวมแว่นกันแดดที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันดวงตาจากรังสี UV พยายามดูแลสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อยๆ ก็จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อจากสิ่งสัมผัสรอบตัว และหลีกเลี่ยงการจับหรือขยี้ตาหากมือสกปรก นอกจากนี้ ผู้ที่คลายร้อนด้วยกิจกรรมว่ายน้ำ ควรสวมใส่แว่นตาสำหรับว่ายน้ำ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและสารคลอรีนทำร้ายกระจกตา และที่สำคัญที่สุด ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันรับประทานอาหารที่มีประโยชน์พักสายตาจากหน้าจอต่างๆ รวมทั้งหยอดน้ำตาเทียมบ่อยขึ้น เพื่อลดอาการตาล้า ตาแห้ง ทำให้ดวงตาชุ่มชื้นตลอดเวลา รวมถึงควรตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพดวงตาคู่สำคัญและการมองเห็นที่ชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพตา คลิกดูรายละเอียดได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ http://www.topcharoen.co.th และ Line @TopCharoen

มารู้จักโรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรก (heat stroke)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723504

มารู้จักโรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรก (heat stroke)

มารู้จักโรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรก (heat stroke)

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

ในฤดูร้อนของทุกปี เราจะได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากความร้อนเสมอๆ การเจ็บป่วยที่จากความร้อนนี้มีทั้งที่ไม่รุนแรงและรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อนที่พบได้บ่อย และสำคัญที่เราควรจะทราบ ได้แก่ ผด (heat rash) ตะคริว จากความร้อน (heat cramp) ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อนหรือเพลียแดด (heat exhaust) และโรคลมร้อนหรือลมแดด (heat stroke) เนื่องจากเป็นโรคที่เราสามารถป้องกันได้ หากมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติถูกต้อง ในบทความนี้จะกล่าวถึงภาวะเจ็บป่วยจากความร้อนที่อันตรายคือ ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อนและโรคลมแดด ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

ร่างกายเรามีการควบคุมอุณหภูมิกายอย่างไร?

เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการระบายความร้อนของร่างกายกันก่อนร่างกายของเราโดยทั่วไปจะควบคุมอุณหภูมิกายให้คงที่อยู่ระหว่าง 36.5-37.5 องศาเซลเซียสในผู้ใหญ่ เมื่อมีความร้อนสูงขึ้น ร่างกายจะระบายความร้อนออกด้วยกลไกต่างๆ ที่สำคัญและได้ผลดีคือการขับเหงื่อออกมาตามผิวหนัง เมื่อเหงื่อระเหยกลายเป็นไอ จะนำความร้อนออกไปด้วย การกลายเป็นไอนอกจากขึ้นกับความร้อนแล้ว ยังขึ้นกับความชื้นของอากาศรอบๆ ตัวด้วย หากมีความชื้นสูง ก็จะทำให้เหงื่อระเหยกลายเป็นไอได้ลดลง การระบายความร้อนก็จะลดลงตามไปด้วย ในปัจจุบันจึงใช้ค่า “ดัชนีความร้อน (heat index)” ซึ่งเป็นการวัดความร้อนที่แท้จริงที่ร่างกายเรารู้สึก สืบเนื่องมาจากผลของความชื้น ในภาวะความร้อนสูงความชื้นในอากาศสูง ร่างกายของเราจะรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิที่วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์อย่างเดียว ค่าดัชนีความร้อนนี้สามารถคำนวณได้จากเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา (www.4.tmd.go.th) ได้ ยกตัวอย่างเช่น อุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส แต่ความชื้นสัมผัส 60% หรือ 65% ค่าดัชนีความร้อนเท่ากับ 39.5 หรือ 41.1 องศาเซลเซียสตามลำดับ (สูงกว่าอุณหภูมิที่จัดได้ 6.5 หรือ 8.1 องศาเซลเซียส)

การเจ็บป่วยจากความร้อนเกิดได้อย่างไร?

ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อนและโรคลมแดด เป็นความเจ็บป่วยที่ต่อเนื่องกัน กล่าวคือเมื่อเราอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนสูงร่างกายจะต้องมีการขับเหงื่อออกมาจำนวนมาก ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มาก หากไม่สามารถดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทนได้มากพอ ก็จะเกิดการขาดน้ำและเกลือแร่ ทำให้มีอาการหิวน้ำ อ่อนเพลีย ปัสสาวะออกน้อย คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อเป็นตะคริวหรืออ่อนแรง ชีพจรเต้นเร็ว แต่มักยังไม่มีไข้ ภาวะนี้หากได้รับการแก้ไขได้ทัน ก็จะหายได้อย่างรวดเร็ว แต่หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและแก้ไขได้ทันท่วงที ความผิดปกติจะพัฒนาต่อเนื่องจนทำให้ระบบการควบคุมอุณหูมิของร่างกายทำงานผิดปกติ และไม่มีเหงื่อออก ซึ่งจะซ้ำเติมให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (core temperature) สูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมักสูงกว่า 40.5 องศาเซลเซียส ด้วยระดับอุณภูมิที่สูงนี้ เซลล์ในระบบต่างๆ ก็จะได้รับบาดเจ็บและทำให้ระบบต่างๆ ทำงานผิดปกติและทำงานล้มเหลวได้ ผู้ป่วยในภาวะนี้จะมีไข้สูง ระบบประสาทส่วนกลางจะทำงานผิดปกติ อาทิ กระวนกระวาย สับสน ชักหมดสติระบบอื่นที่สำคัญ คือ เกิดภาวะกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis) ไตวายเฉียบพลัน และภาวะปอดบวมน้ำ (pulmonary edema)

สถานการณ์ใดที่เสี่ยงในการเกิดการเจ็บป่วยจากความร้อนทั้งสองชนิดนี้?

การอยู่ในสถานที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูงเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อมีดัชนีความร้อนมากกว่า 39.5 องศาเซลเซียส ทำงานหรือออกกำลังกายในสถานที่ดังกล่าวก็จะเร่งให้เกิดความเจ็บป่วยนี้ได้มากขึ้น

คนกลุ่มใดที่เสี่ยงในการเกิดการเจ็บป่วยจากความร้อนทั้งสองชนิดนี้?

1.ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือเด็กเล็ก

2.ผู้ป่วยที่กินยาบางชนิด ที่มีผลให้การขับเหงื่อของร่างกายลดลง เช่น ยาจิตเวชยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮีสตามีน (antihistamine) ยารักษาโรคพาร์กินสัน รวมทั้งสารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

3.ผู้ป่วยอ้วน หรือมีภาวะขาดน้ำอยู่เดิม

4.ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกาย ในสถานที่มีดัชนีความร้อนสูง โดยเฉพาะผู้ไม่คุ้นเคยกับสถานที่ที่มีดัชนีความร้อนสูงมาก่อน เนื่องจากโดยทั่วไป ผู้ที่อยู่ในที่ที่มีดัชนีความร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง จะมีความสามารถในการปรับตัวให้ทนกับภาวะนี้ได้ดีขึ้น (heat acclimatization)

การป้องกันไม่เกิดการเจ็บป่วยจากความร้อนได้อย่างไร?

1.หลีกเลี่ยงการทำงานหรือออกกำลังกายในสถานที่ที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง (ดัชนีความร้อนสูง)

2.หากมีความจำเป็นต้องทำงานหรือออกกำลังกายในที่มีอากาศร้อน

2.1 ควรดื่มน้ำทุก 15 นาที แม้ว่ายังไม่รู้สึกกระหายน้ำ

2.2 ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมง 2-4 แก้ว (ประมาณ ½ ถึง 1 ลิตร) หากสถานที่นั้นมีดัชนีความร้อนสูงกว่า 39.5 องศาเซลเซียส

2.3 ควรเข้าพักในที่ร่ม หรือที่มีอากาศเย็นเป็นระยะๆ

2.4 ควรสวมหมวก เสื้อผ้าสีอ่อน โปร่งสบาย บางและระบายความร้อนได้ดี

2.5 งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ

2.6 กรณีที่มีเหงื่อมาก การดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ จะทดแทนน้ำและเกลือแร่ในร่างกายที่สูญเสียไป

หากพบผู้ที่อยู่ในสถานที่ร้อนจัด และรู้สึกไม่สบายโดยมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรนำผู้นั้นมาอยู่ในที่ร่มในทันที ให้การปฐมพยาบาลโดยการลดความร้อนด้วยการเช็ดตัวด้วยผ้าเย็น หรือพ่นตัวด้วยละอองน้ำและเป่าพัดลม ให้จิบน้ำทีละน้อยๆ บ่อยๆ หากยังรู้ตัวดี และรีบไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัย และดูแลรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป ด้วยแนวทางดังกล่าวนี้ ก็จะสามารถป้องกัน และช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยจากภาวะเพลียจากความร้อนและโรคลมแดดได้

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วินัย วนานุกูล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ศธ. จัดแข่งขัน กล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66 รอบชิงชนะเลิศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723471

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ศธ. จัดแข่งขัน กล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66 รอบชิงชนะเลิศ

สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) และ ศธ. จัดแข่งขัน กล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66 รอบชิงชนะเลิศ

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดุริยา อมตวิวัฒน์ ประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย สนั่น อังอุบลกุล ประธาน กก.หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ถ่ายภาพร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ

เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารและส่งเสริมการพูดต่อหน้าสาธารณชน สมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) The English-Speaking Union Association (Thailand) หรือ ESU Thailand โดย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารีประธานสมาคมฯ ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ จัดการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศในหัวข้อ “You don’t get a second chance to make a first impression” โดยมี ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านความร่วมมือกับต่างประเทศของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวปาฐกถาพิเศษ และ ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย)กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การแข่งขันฯ ณ ห้องมณฑาทิพย์ 3 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566

การแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2544 ต่อเนื่องมากว่า 22 ปีแล้ว ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) The English-Speaking Union Association (Thailand) โดย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสมาคมฯ ซึ่งในการแข่งขันฯ จะคัดเลือกเยาวชน จำนวน 1 คน ที่มีอายุระหว่าง 16-20 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมปลายและอุดมศึกษาทั่วประเทศ และมีความรู้ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเป็นเลิศ รวมถึงมีทักษะการสื่อสารในที่สาธารณชนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องเป็นผู้แทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติกับเยาวชนกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยผู้แทนประเทศไทยที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันและได้รับตำแหน่งต่างๆ อาทิ อรภา ช่วยประสิทธิ์ ติดอันดับ 1 ใน 4 รอบชิงชนะเลิศในปี 2544, ถนอมวงศ์ ภูริสัตย์ ติดอันดับ 1 ใน 8รอบรองชนะเลิศในปี 2545 และ กัญญาณัฐ ปิติเจริญ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศลำดับ 2 ในปี 2551

ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2566 จำนวน 7 คนประกอบด้วย แพรวอินกานต์ พงษ์พัชราธรเทพ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, เวอร์จีเนีย โอลิเวอร์ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร, เอเชีย แอนเดรีย แบรนด์ โรงเรียนวารีเชียงใหม่, ทรอย วินน์ ฮอร์ตันโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย, อินทิรา ศรีไพร โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม, อธิปพัฒน์ เอี่ยมผ่องใส โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ ศิษฐิภัฏ สิริพัฒน์ธนภณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้ ผู้ชนะเลิศ ศิษฐิภัฏ สิริพัฒน์ธนภณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รองชนะเลิศ อันดับ 1เวอร์จีเนีย โอลิเวอร์ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร, รองชนะเลิศ อันดับ 2 แพรวอินกานต์พงษ์พัชราธรเทพ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศได้รับโล่รางวัลจากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และเงินสนับสนุนการศึกษาจากสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ (ประเทศไทย) รวมถึงเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับนานาชาติ ประจำปี 2566 ในเดือนพฤษภาคม 2566 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ดุริยา อมตวิวัฒน์ กล่าวเปิดการแข่งขัน

ดุริยา อมตวิวัฒน์ กล่าวเปิดการแข่งขัน

สนั่น อังอุบลกุล กล่าวปาฐกถาพิเศษ

สนั่น อังอุบลกุล กล่าวปาฐกถาพิเศษ

ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี กล่าววัตถุประสงค์การจัดงาน

ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี กล่าววัตถุประสงค์การจัดงาน

Mr.Peter Shuler หัวหน้าคณะกรรมการตัดสิน ประกาศผลรางวัล

Mr.Peter Shuler หัวหน้าคณะกรรมการตัดสิน ประกาศผลรางวัล

ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมฯ มอบโล่รางวัลให้ผู้ชนะเลิศ

ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมฯ มอบโล่รางวัลให้ผู้ชนะเลิศ

เวอร์จิเนีย โอลิเวอร์ รองชนะเลิศ อันดับ1, ศิษฐิภัฎ สิริพัฒน์ธนภณ ผู้ชนะเลิศ และ แพรวอินกานต์
พงษ์พัชราธรเทพ รองชนะเลิศ อันดับ 2

เวอร์จิเนีย โอลิเวอร์ รองชนะเลิศ อันดับ1, ศิษฐิภัฎ สิริพัฒน์ธนภณ ผู้ชนะเลิศ และ แพรวอินกานต์ พงษ์พัชราธรเทพ รองชนะเลิศ อันดับ 2

มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66

มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66

มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66

มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษต่อหน้าสาธารณชนระดับชาติ ปี’66

นักเรียนผู้เข้ารอบ final 7 คน ถ่ายรูปร่วมกับคณะกรรมการตัดสิน

นักเรียนผู้เข้ารอบ final 7 คน ถ่ายรูปร่วมกับคณะกรรมการตัดสิน

นันทชา สินพัฒนสกุล, ลลิสา จงบารมี, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, นวรัตน์ กิติยากร
ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ, ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมฯ, ดวงนภา
วิจิตรเขื่อนขันธ์ กก., พวงทอง อานันทนะสุวงศ์ เหรัญญิก, อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ กก. บันทึกภาพกับผู้เข้าร่วมแข่งขัน

นันทชา สินพัฒนสกุล, ลลิสา จงบารมี, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, นวรัตน์ กิติยากร ณ อยุธยา อุปนายกสมาคมฯ, ดร.ฉวิวรรณ ปูรานิธี นายกสมาคมฯ, ดวงนภา วิจิตรเขื่อนขันธ์ กก., พวงทอง อานันทนะสุวงศ์ เหรัญญิก, อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ กก. บันทึกภาพกับผู้เข้าร่วมแข่งขัน

คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการร่วมแสดงความยินดี

คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการร่วมแสดงความยินดี

สิริกานต์ เบญจพลานนท์ พิธีกร, พวงทอง อานันทนะสุวงศ์, ดุริยา อมตวิวัฒน์, พิมพ์วรัชญ์ เมืองนิล ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศต่างประเทศฯ สำนักปลัด ศธ.

สิริกานต์ เบญจพลานนท์ พิธีกร, พวงทอง อานันทนะสุวงศ์, ดุริยา อมตวิวัฒน์, พิมพ์วรัชญ์ เมืองนิล ผอ.กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศต่างประเทศฯ สำนักปลัด ศธ.

นวรัตน์ กิติยากร ณ อยุธยา มอบของ
ที่ระลึกแก่ผู้ร่วมการแข่งขัน

นวรัตน์ กิติยากร ณ อยุธยา มอบของ ที่ระลึกแก่ผู้ร่วมการแข่งขัน

ณ ฤดี เคียงศิริ กก.สมาคมฯ มอบของที่ระลึกแก่
ภัทรกร ทวีสิทธิกุลลาภ ผู้ชนะเลิศการแข่งขันฯ
ระดับชาติ ปี’65 มากล่าวถึงประสบการณ์การ
เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับนานาชาติ

ณ ฤดี เคียงศิริ กก.สมาคมฯ มอบของที่ระลึกแก่ ภัทรกร ทวีสิทธิกุลลาภ ผู้ชนะเลิศการแข่งขันฯ ระดับชาติ ปี’65 มากล่าวถึงประสบการณ์การ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับนานาชาติ

แพรวอินกานต์ พงษ์พัชราธรเทพ
จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

แพรวอินกานต์ พงษ์พัชราธรเทพ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

เวอร์จีเนีย โอลิเวอร์ จากโรงเรียน
นวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร

เวอร์จีเนีย โอลิเวอร์ จากโรงเรียน นวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร

คิง เพาเวอร์ จัดกิจกรรม‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723496

คิง เพาเวอร์ จัดกิจกรรม‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย

คิง เพาเวอร์ จัดกิจกรรม‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เอมอร ให้กำลังใจ อภิเชษฐ์-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และมูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา สานต่อปณิธานของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ที่มีหัวใจแห่งการให้ไม่มีที่สิ้นสุด สู่เจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะส่งต่อ “การให้” อย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรม “ให้โลหิตให้ชีวิต” เชิญชวนพนักงานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกันบริจาคโลหิตให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยตลอดปี 2566 โดยประเดิมกิจกรรมครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ กรรมการ มูลนิธิวิชัย ศรีวัฒนประภา กล่าวว่า มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา มีปณิธานแน่วแน่ในเรื่องของการ “ให้” ทั้งในเรื่องของการให้โอกาสและให้ชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ล่าสุดกับกิจกรรม “ให้โลหิตให้ชีวิต” เชิญชวนผู้บริหาร และพนักงานบริษัททุกคนร่วมกันบริจาคโลหิต ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพราะการบริจาคโลหิตถือเป็นการ “ให้”ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการต่อชีวิตและลมหายใจให้กับเพื่อนมนุษย์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ต่อเนื่องเป็นประจำทุกไตรมาส เป็นการช่วยส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกในการทำความดีให้กับทุกคน และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้พนักงานได้ทำความดีอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ จัดรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่มาบริการ โดยกิจกรรมจัดขึ้นที่ คิง เพาเวอร์รางน้ำ และคิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวม 3 ครั้งตลอดทั้งปี ได้แก่ วันที่ 3 เมษายน, 3 กรกฎาคมและ 9 ตุลาคม 2566, คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต วันที่ 7 เมษายน, 11 กรกฎาคม และ 12 ตุลาคม และจะขยายกิจกรรมสู่ คิง เพาเวอร์ สาขาอื่นๆ ต่อไป ถือเป็นการส่งต่อการ“ให้โลหิต ให้ชีวิต” สร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ช่วยต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์

พนักงานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์

พนักงานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์

ผู้บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นำโดย เอมอร ศรีวัฒนประภา,วรมาศ-อภิเชษฐ์-อรุณรุ่ง-อัยยวัฒน์
ศรีวัฒนประภา และพนักงานร่วมบริจาคโลหิต

ผู้บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นำโดย เอมอร ศรีวัฒนประภา,วรมาศ-อภิเชษฐ์-อรุณรุ่ง-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และพนักงานร่วมบริจาคโลหิต

คุณแหน : 11 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723489

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ถึงจะได้รับเกียรติสูงส่งร่วมรับทานอาหารกับท่านประธานาธิบดีฝรั่งเศสและมาดามมาแล้ว แต่เลือดความเป็นไทยของ LISA BLACKPINK ยังไหลเวียนเข้มข้น ความจริงครบกำหนดวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 26 ปีผ่านมาแล้ว แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะต้องขอต้นสังกัดตัดตอนกำหนดการแสดง-ปรากฏตัวที่แน่นขนัดกลับเมืองไทย เพื่อมาฉลองวาระสำคัญร่วมกับญาติมิตรให้เต็มอิ่ม จัดเป็น THEME BIRTHDAY CELEBRATION โดยเธอสวมชุดธีมเป็นชุดโบสีชมพูหวานแหววประดับผมด้วยโบโอเวอร์ไซส์สีแดง และชุดเดรสของแบรนด์เนม DEW E DEW E ซึ่งเป็นแบรนด์ดังของเกาหลี (ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อนสาวเกาหลียังนิยมเดินทางมาเรียนดีไซน์และตัดเสื้อกับสถาบันดีไซน์ไทยชื่อดังหลายแห่งบริเวณสามย่าน-ปทุมวัน) ลงท้ายด้วยการฉลองเค้กสุดอลังการที่ต้องตระเตรียมถึง 3 วัน…

●● เมืองไทยมีมือปราบสัมภเวสีชื่อดังที่ผู้คนบางกลุ่มยอมรับ “หมอปลา” ในโลกตะวันตกสหรัฐฯ, อังกฤษ และยุโรป ก็มีมือปราบฝึกและรักษาสุนัขนานาชนิดที่ดุร้าย, เกเร, ถูกโอ๋จนเคยตัวเขาชื่อ CESAR MILAN มีโปรแกรมประจำที่แพร่ภาพทีวีไปทั่วโลก แต่ละสัปดาห์เขาจะมีรายการ ปราบ-กำราบ-เทรนสุนัขพันธุ์ต่างๆ ให้ผู้คนทั่วโลกได้เรียนรู้ เมื่อเร็วๆ นี้ ทางอังกฤษก็ได้จัดอีเว้นท์ใหญ่ในหอประชุม โดยมีผู้ชมในสถานที่หลายพันคน และวานซืนก็ได้โชว์ทางดิจิทัลทีวี วิธีที่เขาบุกเดี่ยวเข้ากำราบสุนัขอัลเซเชียนดุร้ายกัดทุกคนจนมันแพ้ราบคาบยอมสยบให้ซีซาร์จูงเที่ยวเป็นลูกหมา…เราบังเอิญได้ร่วมรับทานอาหารกับนักเลี้ยง-เทรนสุนัขชื่อดังไทย มาร์ค พิทบูล เมื่อสบโอกาสเลยขอรีวิวเรื่องราวของ ซีซาร์ ซึ่งมาร์คก็ยอมรับในความสามารถพิเศษต่างๆ ของเขา แต่ก็ให้ข้อสังเกตว่า ในข้อเท็จจริงเขายังมีการใช้อุปกรณ์เทคนิคบางอย่างซึ่งไม่เปิดเผย ทำให้เกิดผลสำเร็จด้วย…

●● พิธีสวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อวิชิต บิดา มานิต มัสยวาณิช ณ ศาลา 1 วัดเทพศิรินทราวาส 10-12 เม.ย. 18.30 น. และฌาปนกิจ 17 เม.ย.16.00 น. (เนื่องจากผู้วายชนม์อายุเกิน 100 ปีแล้ว จึงขอให้ผู้ร่วมงานแต่งกายสีสุภาพ (ไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำได้)…

●● ธนษร กีรติบุตร เป็นห่วงรีสอร์ทที่เชียงราย เกิดปัญหาฝุ่นจิ๋วพิษ PM2.5 แถมยังขาดทีมงานด้วย ต้องลงมือเองทุกเรื่อง ทำให้ พล.ร.ต.กฤษฎิ์กมล คู่ชีวิต ต้องจัดทำรายการ Beautiful Harmony อยู่ลำพัง…

●● แสนสุขีแฮปปี้เบิร์ธเดย์ปีนี้ ธนิต วิจิตรพันธ์ุ ก้าวขึ้นสะพานพระราม 7 อย่างสง่าผ่าเผยเป็นที่เรียบร้อย แต่งดฉลองทั้งสิ้น เพราะป่วยเป็นไข้หวัด ได้แต่เพียงทำบุญใส่บาตรพระหน้าบ้านเท่านั้น…

●● การประชุมวิชาการของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯปีนี้ จัด 20 เม.ย. ที่ห้องประชุม 4-5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยปัญหาใหญ่ของการอนุรักษ์สัตว์ป่า คือจำนวนประชากรที่น้อยมาก และรวมตัวกระจุกอยู่ในแหล่งเดียวนานๆ ทำให้พบภาวะคุกคามจากการผสมเลือดชิด นำมาสู่การสูญพันธ์ุทั้งนี้ ในการประชุมมีผู้เชี่ยวชาญจากที่ต่างๆ มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยมีวิทยากร อาทิ Dr.Klaus-Peter Koepfi ผู้เชี่ยวชาญด้านจีโนมิกส์จาก Smithzonian’s National Zoo and Conservation Biology Institute, ดร.ประเสริฐ สอนสถาพรกุล ผอ.กองคุ้มครองพันธ์ุสัตว์ป่าฯ,เผด็จ ลายทอง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ, สพ.ญ.ดร.อัมพิกา ทองภักดี หัวหน้าฝ่ายวิจัย สถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ องค์การสวนสัตว์ฯ, ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ผอ.กรมทรัพยากรชีวภาพฯ สวทช., ดร.วิลันดา ภูตะคามหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยจีโนม ศูนย์โอมิกส์ฯ และ กรรณาภรณ์ สุริยผล จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ…ขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนเข้ารับฟังกันได้ !!…●●

บารอนเนส

สมาคมกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723482

สมาคมกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566

สมาคมกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566เพื่อหารือในวาระต่างๆ โดยหนึ่งในวาระสำคัญคือการเลือกสรรหาประธานคณะกงสุลฯ และกรรมการบริหารชุดใหม่ซึ่งผู้ที่ได้รับความไว้วางใจมีมติเอกฉันท์จากที่ประชุมใหญ่ คือ ดร.ชุมพล พรประภาถือว่าเป็นการได้รับตำแหน่งประธานสมาคมคณะกงสุลฯ เป็นสมัยที่สองพร้อมกันนี้ยังประกอบไปด้วยคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อาทิ ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร,สนั่น อังอุบลกุล ฯลฯ คณะกรรมการบริหาร และคณะรองเลขาธิการ ที่ได้รับเลือกปฏิบัติหน้าที่ให้ ดำเนินงานด้านต่างๆของสมาคมฯ อาทิ ดร.นลินี ทวีสิน, ภัทราพุฒิพรรณพงศ์, ปณิธิ วสุรัตน์, ณพ ณรงค์เดช, จักร จามิกรณ์, วิกร ศรีวิกรม์, ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, ปริม จิตจรุงพร, พัชรพิมล ยังประภากร ฯลฯ ณ ห้องแกรนด์พาโนรามา รร.ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดา

หลังจบวาระประชุมประจำปี ทางสมาคมคณะกงสุลฯ จัดเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ท่านทูตโรส บุษฎี สันติพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มาบรรยายพิเศษหัวข้อ “Thailand’s Economic Diplomacy in 2023 and Outlook for 2024 : Continuity in the midst of Change” เนื้อหาคือเน้นเป้าหมายระยะยาว ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ประเทศ การทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก และมีความโดดเด่น และการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ให้สิ่งที่ไทยผลักดันในเวทีระหว่างประเทศ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของการทูตเศรษฐกิจ ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการขับเคลื่อนและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Phuket Expo 2028 ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้ธีมจัดการ Future of Life : Living in Harmony, Sharing Prosperity สอดคล้องกับความยั่งยืนของโลก และแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ของไทยอีกด้วย