สุดน่ารัก เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ทรงพาโอรสธิดาร่วมพิธีวันอีสเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2676733

สุดน่ารัก เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ทรงพาโอรสธิดาร่วมพิธีวันอีสเตอร์

10 เม.ย. 2566 14:50 น.

สุดน่ารัก เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ทรงพาโอรสธิดาร่วมพิธีวันอีสเตอร์

เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส สุดน่ารัก เสด็จฯ มาร่วมในพิธีวันอีสเตอร์ พร้อมกับเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท พระบิดา-พระมารดา

สื่อต่างประเทศรายงาน เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ พร้อมด้วย แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือสื่อเรียกสั้นๆ ว่าเจ้าหญิงเคท ทรงพาโอรสและธิดา เจ้าชายจอร์จ ชันษา 9 ปี, เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ชันษา 7 ปี และเจ้าชายลูอิส ชันษา 4 ปี ร่วมพิธีวันอีสเตอร์ หรือพิธีวันอีสเตอร์ ซันเดย์ ซึ่งเป็นงานสำคัญงานหนึ่งของราชวงศ์อังกฤษ ที่โบสถ์น้อยเซนต์ จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชินีคามิลลา พร้อมด้วยเเจ้าหญิงแอนน์ และเจ้าชายแอนดรูว์ เสด็จฯในพิธีวันอีสเตอร์ เมื่อ 9 เมษายน 2566
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชินีคามิลลา พร้อมด้วยเเจ้าหญิงแอนน์ และเจ้าชายแอนดรูว์ เสด็จฯในพิธีวันอีสเตอร์ เมื่อ 9 เมษายน 2566

ครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงเคท ทรงเลือกสีชุดฉลองพระองค์สีน้ำเงิน เพื่อให้เข้ากับสีชุดฉลองพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลา ที่ทรงเลือกฉลองพระองค์ในชุดสีน้ำเงิน ในโอกาสเสด็จฯ ในพิธีวันอีสเตอร์ครั้งนี้

เจ้าชายวิลเลียม พร้อมด้วยเจ้าหญิงเคท ทรงพาโอรสธิดา เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส ร่วมพิธีวันอีสเตอร์ ที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อ 9 เมษายน 2566
เจ้าชายวิลเลียม พร้อมด้วยเจ้าหญิงเคท ทรงพาโอรสธิดา เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส ร่วมพิธีวันอีสเตอร์ ที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อ 9 เมษายน 2566

ความน่ารักของเจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส ซึ่งปีนี้เจริญวัยขึ้นมากทำให้เจ้าชายเจ้าหญิงทั้ง 3 องค์ได้รับความสนใจมาโดยตลอดจากสื่อมวลชน โดยพิธีวันอีสเตอร์ ซันเดย์ ซึ่งเป็นวันสำคัญของศาสนาคริสต์ เพื่อระลึกถึงการคืนพระชนม์ของพระเยซู หลังถูกตรึงบนไม้กางเขนในปีนี้ ถือเป็นงานวันอีสเตอร์ครั้งแรกของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงของอังกฤษ หลังจากสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคตเมื่อ 8 ก.ย. 2565

เจ้าหญิงเคท และพระธิดา เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ขณะเสด็จฯออกจากโบสถ์เซนต์ จอร์จ
เจ้าหญิงเคท และพระธิดา เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ขณะเสด็จฯออกจากโบสถ์เซนต์ จอร์จ

ที่มา : Dailymail

สหรัฐฯ เร่งสืบหาต้นตอเอกสารลับรั่วไหลสื่อโซเชียล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2676671

สหรัฐฯ เร่งสืบหาต้นตอเอกสารลับรั่วไหลสื่อโซเชียล

10 เม.ย. 2566 13:32 น.

สหรัฐฯ เร่งสืบหาต้นตอเอกสารลับรั่วไหลสื่อโซเชียล

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ พยายามค้นหาแหล่งที่มาของการรั่วไหลของเอกสารลับที่ปรากฏทางออนไลน์ ซึ่งมีรายละเอียดตั้งแต่การป้องกันทางอากาศของยูเครน ไปจนถึงหน่วยสอดแนม “มอสซาด” (Mossad) ของอิสราเอล 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าประเด็นต่างๆ ที่ระบุในเอกสารซึ่งกล่าวถึงสงครามในยูเครน จีน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา บ่งชี้ว่าผู้ปล่อยข้อมูลอาจเป็นชาวอเมริกันออกมามากกว่าจะเป็นฝ่ายอื่น ไมเคิล มัลรอย อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือการรั่วไหลของสหรัฐฯ เนื่องจากเอกสารจำนวนมากอยู่ในมือของสหรัฐฯ เท่านั้น” 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า การสืบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และผู้ดำเนินการตรวจสอบไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัสเซียอยู่เบื้องหลังการรั่วไหล ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการละเมิดความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุด นับตั้งแต่เอกสาร วิดีโอ และทางการทูตมากกว่า 700,000 รายการ รวมถึงโทรเลขทางการทูตที่ปรากฏบนเว็บไซต์วิกิลีกส์ ในปี 2556

หลังจากการเปิดเผยข่าวการรั่วไหล รอยเตอร์ได้ตรวจสอบเอกสารมากกว่า 50 ฉบับที่มีป้ายกำกับว่า “ความลับ” และ “ลับสุดยอด” ซึ่งปรากฏครั้งแรกบนเว็บไซต์โซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้ว เริ่มจากแพลตฟอร์มสนทนาดิสคอร์ด (Discord) และกระดานสนทนานิรนามโฟร์แชน (4Chan) แม้ว่าเอกสารบางฉบับจะถูกโพสต์เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่หนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์รายงานการมีอยู่ของเอกสารเหล่านี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์

เอกสารบางชิ้นมีการประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตในสนามรบจากยูเครน ที่ดูเหมือนจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อลดการสูญเสียของรัสเซีย และยังคงไม่ชัดเจนว่าเหตุใดมีเอกสารอย่างน้อยหนึ่งรายการที่ถูกทำเครื่องหมายว่าไม่เป็นความลับ แต่รวมถึงข้อมูลลับสุดยอดด้วย เอกสารบางฉบับระบุว่า “NOFORN” ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถเผยแพร่ต่อชาวต่างชาติได้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนกล่าวว่า พวกเขาไม่ได้ตัดประเด็นว่าเอกสารดังกล่าวอาจถูกดัดแปลงเพื่อทำให้ผู้สืบสวนเข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งที่มา หรือเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่อาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เพนตากอนกล่าวว่า กำลังตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่มีรูปถ่ายซึ่งดูเหมือนจะมีเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนและเป็นความลับ เพนตากอนได้ส่งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้เปิดการสอบสวนทางอาญาแล้ว

หนึ่งในเอกสารลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และระบุว่าเป็น “ความลับ” ระบุรายละเอียดว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศ เอส-300 ของยูเครนจะถูกใช้งานหมดลงภายในวันที่ 2 พฤษภาคม ในอัตราการใช้งานปัจจุบัน ข้อมูลที่ได้รับการปกป้องอย่างใกล้ชิดดังกล่าวอาจมีประโยชน์อย่างมากต่อกองกำลังรัสเซีย และยูเครนกล่าวว่า ประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงได้พบกันเมื่อวันศุกร์เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการรั่วไหล

เอกสารอีกฉบับหนึ่งระบุว่าเป็น “ความลับสุดยอด” และจากการอัปเดตของหน่วยสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ระบุว่าหน่วยข่าวกรองมอสซาด กำลังสนับสนุนการประท้วงต่อต้านแผนของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลที่จะควบคุมศาลฎีกาให้เข้มงวดขึ้น

เอกสารดังกล่าวระบุว่า สหรัฐฯ ทราบเรื่องนี้ผ่านการส่งสัญญาณข่าวกรอง โดยบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังสอดแนมพันธมิตรที่สำคัญที่สุดรายหนึ่งในตะวันออกกลาง ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวถึงการยืนยันดังกล่าวว่า “เลวร้ายและไม่มีมูลความจริงใดๆ”

เอกสารอีกฉบับให้รายละเอียดการหารือภายในระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้เกี่ยวกับการกดดันของสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ให้ช่วยจัดหาอาวุธให้ยูเครน รวมถึงนโยบายที่จะไม่ทำเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ประเทศรับทราบรายงานข่าวเกี่ยวกับเอกสารที่รั่วไหลแล้ว และมีแผนจะหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับสหรัฐฯ

เพนตากอนไม่ได้กล่าวถึงเนื้อหาของเอกสารเฉพาะใดๆ รวมถึงการสอดแนมพันธมิตรอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนซึ่งไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า ในขณะที่มีความกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลที่เพนตากอนและหน่วยข่าวกรอง เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพรวมของช่วงเวลาเมื่อกว่า 1 เดือนที่แล้ว มากกว่าข้อมูลล่าสุด เจ้าหน้าที่ทั้งสองกล่าวว่า กองทัพและหน่วยข่าวกรองกำลังตรวจสอบกระบวนการว่าข่าวกรองบางส่วนถูกแบ่งปันภายในอย่างกว้างขวางเพียงใด

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังดูว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หรือกลุ่มเจ้าหน้าที่มีแรงจูงใจอะไรในการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ และผู้สืบสวนกำลังพิจารณาทฤษฎี 4 หรือ 5 ข้อ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ที่รู้สึกไม่พอใจ ไปจนถึงภัยคุกคามจากวงในที่ต้องการบ่อนทำลายผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ.

จีนไอเดียบรรเจิด รณรงค์ทำสุสานใต้ต้นไม้ ปล่อยเถ้ากระดูกหวนคืนสู่ธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2676651

จีนไอเดียบรรเจิด รณรงค์ทำสุสานใต้ต้นไม้ ปล่อยเถ้ากระดูกหวนคืนสู่ธรรมชาติ

10 เม.ย. 2566 12:06 น.

จีนไอเดียบรรเจิด รณรงค์ทำสุสานใต้ต้นไม้ ปล่อยเถ้ากระดูกหวนคืนสู่ธรรมชาติ

แนวคิดสุสานฝังศพใต้ต้นไม้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในจีน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเช็งเม้งปีนี้ มีลูกหลานเดินทางมากราบไหว้สมาชิกครอบครัวผู้ล่วงลับที่ถูกฝังร่างไว้ใต้ต้นไม้จำนวนมาก

สุสานฝังศพใต้ต้นไม้ ย่านชานเมืองเหลียวหยวน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้สมาชิกครอบครัวผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกฝังร่างไว้ใต้ต้นไม้ในป่าสนจำนวนมาก

โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของจีนได้รณรงค์แนวคิดทำพิธีศพแบบใหม่ เพื่อให้ชีวิตคืนสู่ผืนดิน เถ้ากระดูกหวนสู่ธรรมชาติ โดยมีการออกสารพัดนโยบายเอื้อประโยชน์แก่สาธารณชน รวมถึงการฝังศพใต้ต้นไม้ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนเพิ่มขึ้น

เฉินอวี้เสียง รองผู้อำนวยการสำนักงานการจัดพิธีศพเมืองเหลียวหยวน กล่าวว่าด้วยความก้าวหน้าของอารยธรรมทางสังคมในปัจจุบัน ผู้ล่วงลับหลายรายมีความประสงค์และความปรารถนาจะถูกฝังร่างตามธรรมชาติ นำไปสู่การจัดตั้งสุสานต้นไม้ ด้วยแนวคิดที่ต้องการคุ้มครองระบบนิเวศและอนุรักษ์ทรัพยากรในอนาคต

สำหรับการฝังศพใต้ต้นไม้จะใช้โกศแบบย่อยสลายได้ ขั้นตอนเริ่มต้นจากเลือกต้นไม้ ฝังโกศไว้ใต้ต้นไม้นั้น และปล่อยให้โกศย่อยสลายตามธรรมชาติ ทำให้ต้นไม้แต่ละต้นเป็นดังหลุมศพ และเถ้ากระดูกก็ย่อยสลายสร้างประโยชน์ให้แก่ต้นไม้ต่อไป

รายงานระบุว่าสุสานฝังศพใต้ต้นไม้นี้ครอบคลุมพื้นที่ 12.4 เฮกตาร์ หรือราว 77.5 ไร่ มีต้นไม้ราว 24,000 ต้น และปัจจุบันมีการฝังศพใต้ต้นไม้ 1,126 รายแล้ว นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา.

ที่มา : ซินหัว

จีนจำลองการโจมตีเป้าหมายสำคัญในไต้หวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2676643

จีนจำลองการโจมตีเป้าหมายสำคัญในไต้หวัน

10 เม.ย. 2566 11:59 น.

จีนจำลองการโจมตีเป้าหมายสำคัญในไต้หวัน

กองทัพจีนจำลองการโจมตีเป้าหมายสำคัญในไต้หวันอย่างแม่นยำ ในวันที่สองของการฝึกซ้อมรอบเกาะ โดยกระทรวงกลาโหมของไต้หวันรายงานว่า มีการโจมตีทางอากาศหลายครั้ง และกำลังติดตามกองกำลังขีปนาวุธของจีน

จีนซึ่งอ้างว่า ไต้หวันเป็นดินแดนของตนเอง เริ่มการฝึกซ้อมทางทหารรอบเกาะเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ หรือหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เดินทางกลับจากการเยือนสหรัฐฯ ด้านสถานีโทรทัศน์ทางการของจีนรายงานว่า การลาดตระเวนและการฝึกซ้อมพร้อมรบทั่วไต้หวัน ยังคงดำเนินต่อไป

แถลงการณ์ระบุว่า “ภายใต้การบัญชาการรวมศูนย์ของศูนย์บัญชาการปฏิบัติการร่วม หน่วยงานหลายหน่วยได้ทำการจำลองการโจมตีร่วมกันอย่างแม่นยำ ต่อเป้าหมายหลักบนเกาะไต้หวันและพื้นที่ทะเลโดยรอบ และยังคงรักษาท่าทีรุกรอบเกาะต่อไป”

กองบัญชาการตะวันออกของกองทัพจีนเผยแพร่แอนิเมชันสั้นๆ ของการโจมตีจำลองในบัญชีวีแชต โดยแสดงภาพขีปนาวุธที่ยิงจากภาคพื้นดิน ทางทะเล และทางอากาศเข้าสู่ไต้หวัน โดยขีปนาวุธ 2 ลูกระเบิดเป็นเปลวเพลิง เมื่อโจมตีเป้าหมาย

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคนี้กล่าวว่า จีนได้ทำการจำลองการโจมตีทางอากาศและทางทะเลต่อ “เป้าหมายทางทหารของต่างชาติ” ในน่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน โดยระบุว่า ไต้หวันไม่ใช่เป้าหมายเดียวของจีน

กระทรวงกลาโหมของไต้หวันกล่าวว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น พบเครื่องบินของจีน 70 ลำ รวมทั้งเครื่องบินรบ เอสยู-30 และเครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 ตลอดจนเรือ 11 ลำ รอบไต้หวัน กระทรวงฯ ระบุว่า พวกเขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ กับกองกำลังจรวดของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งรับผิดชอบต่อระบบขีปนาวุธบนภาคพื้นดินของจีน

กระทรวงฯ กล่าวว่า “กองทัพของไต้หวันยังติดตามอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกองกำลังจรวดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผ่านระบบข่าวกรองร่วม การเฝ้าระวังและการลาดตระเวน และกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศ ยังคงมีการเฝ้าระวังระดับสูง” พร้อมย้ำว่า กองกำลังของไต้หวันจะไม่เพิ่มความขัดแย้ง หรือก่อให้เกิดข้อพิพาท และจะตอบโต้อย่างเหมาะสมต่อการฝึกซ้อมของจีน

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวว่า เรือรบประมาณ 20 ลำ ครึ่งหนึ่งมาจากไต้หวันและอีกครึ่งหนึ่งมาจากจีน เผชิญหน้ากันในพื้นที่ใกล้กับเส้นกึ่งกลางของช่องแคบไต้หวัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นอย่างไม่เป็นทางการระหว่างทั้งสองฝ่ายมานานหลายปี แต่ไม่มีการแสดงท่าทียั่วยุ

แหล่งข่าวกล่าวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินซานตงของจีน ซึ่งไต้หวันติดตามอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวันมากกว่า 400 ไมล์ทะเล และกำลังดำเนินการฝึกซ้อม

เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทหารของจีน บอกกับหนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทมส์ ของทางการจีนว่า นี่เป็นครั้งแรกที่จีนพูดถึงการโจมตีเป้าหมายจำลองในไต้หวันอย่างเปิดเผย โดยเป้าหมายหลักจะรวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รันเวย์ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางทหาร และเป้าหมายเคลื่อนที่ เพื่อทำลายล้างพวกเขาในคราวเดียวหากจำเป็น.

ทำไมปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนในสหรัฐฯ รุนแรงและสร้างความเสียหายมากผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675800

ทำไมปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนในสหรัฐฯ รุนแรงและสร้างความเสียหายมากผิดปกติ

10 เม.ย. 2566 11:24 น.

ทำไมปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนในสหรัฐฯ รุนแรงและสร้างความเสียหายมากผิดปกติ

  • ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดพายุรุนแรงหลายระลอกในสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย หลายเมืองโดนพายุถล่มราบเป็นหน้ากลอง
    มีรายงานการเกิดทอร์นาโด 494 ลูกแล้วเฉพาะช่วงเกือบ 4 เดือนแรกของปีนี้ คิดเป็นเกือบ 2 เท่าของจำนวนการเกิดพายุทอร์นาโดในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากพายุอย่างน้อย 71 ศพ
  • ผลการศึกษาพบว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อาจส่งผลให้พายุรุนแรงขึ้น การพัดของพายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ (Super cell Thunderstorm) อาจบ่อยและรุนแรงขึ้นในอนาคต ตราบใดที่โลกร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น นอกจากนี้บริเวณที่เกิดพายุยังเคลื่อนไป โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูทอร์นาโด

ผลการศึกษาพบว่าทอร์นาโดที่ก่อตัวขึ้นส่วนใหญ่อยู่บริเวณนอก “ร่องทอร์นาโด” (Tornado Alley) พื้นที่บริเวณตอนกลางของสหรัฐฯ ที่มักมีการก่อตัวของทอร์นาโดอยู่บ่อยครั้ง โดยพบการก่อตัวของทอร์นาโดในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศและแถบมิดเวสต์ 

พายุทอร์นาโด EF-4 พัดผ่านเมืองโรลลิง ฟอร์ค รัฐมิสซิสซิปปี้ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีประชาชนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 24 ศพ บาดเจ็บหลายสิบราย ขณะที่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เกิดพายุรุนแรงพัดถล่มเมืองลิตเทิลร็อก และเมืองเวนน์ ในรัฐอาร์คันซอส์ ที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ศพ ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และหลายคนกลับมาพบบ้านพังราบ ต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย จากนั้นในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ต่อมาได้เกิดพายุรุนแรงระลอก 3 บริเวณพื้นที่เดิมในรัฐมิสซูรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 5 ศพ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าฤดูพายุสภาพอากาศแปรปรวนนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง รุนแรงขึ้น และยังไม่จบลงในเร็วๆ นี้

ฤดูพายุสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้น

ในช่วง 3-4 เดือนแรกของปีนี้ มีประชาชนสังเวยชีวิตจากพายุรุนแรงไปแล้วมากกว่า 60 ศพ นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อพบว่า ปีที่แล้วตลอดทั้งปี มีผู้เสียชีวิตจากพายุ 71 ศพ

สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากบริเวณที่เกิดพายุและเส้นทางที่พายุพัดผ่าน เนื่องจากแถบตะวันออกเฉียงใต้และแถบมิดเวสต์มีคนอยู่อาศัยมากกว่าบริเวณพื้นที่ราบ บ้านเรือนของประชาชนส่วนใหญ่แถบตะวันออกเฉียงใต้ไม่ค่อยได้สร้างห้องใต้ดิน หรือที่หลบภัยใต้ดิน ในบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ดินชื้น ทำให้พวกเขาต้องหาที่หลบภัยด้านบนแทนและยากที่จะรอดจากทอร์นาโด

อีกหนึ่งสาเหตุมากจากพายุรุนแรงมักเกิดขึ้นในเวลากลางคืน โดยผลการวิจัยระบุว่า พายุที่เกิดตอนกลางคืนจะสร้างความเสียหาย ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่าพายุที่เกิดช่วงกลางวัน เนื่องจากผู้คนจะมองไม่เห็นพายุตอนกลางคืน และสาเหตุหลักเป็นเพราะทุกคนนอนหลับกันอยู่ ไม่ทันได้เตรียมพร้อมอพยพหนี 

งานวิจัยระบุว่า ถึงแม้จะมีการส่งข้อความเตือนไปตอนกลางคืนที่ประชาชนนอนหลับอยู่ แต่ก็แทบไม่มีใครได้รับทราบข้อมูลสำคัญนี้เลย

ทำไมปีนี้เกิดพายุบ่อยครั้งกว่าปีที่ผ่านมา

การเกิดทอร์นาโดเกือบ 500 ลูกแล้วในปีนี้ ทำให้ปีนี้เป็นปีที่มีทอร์นาโดมากที่สุดอันดับ 3 รองจาก 2008 และ 2017 ในช่วงเวลาเดียวกัน และปรากฏว่าช่วง 13 ใน 15 สัปดาห์ของปีนี้เป็นช่วงที่เกิดพายุรุนแรง

สาเหตุที่ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้นมาจากกระแส “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ (Atmospheric River) ซึ่งเป็นกระแสไอน้ำในชั้นบรรยากาศ ที่มีความกว้างประมาณ 400 – 600 กิโลเมตรไหลเวียนเป็นแนวยาว เหมือนแม่น้ำบนท้องฟ้า ที่คอยพัดพานำความชุ่มชื้นไปยังส่วนต่างๆ ของโลก โดยพบว่าปีนี้แม่น้ำในชั้นบรรยากาศไหลเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ

บิล บันติง หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์อากาศ ประจำศูนย์พยากรณ์พายุ กล่าวว่า พายุที่เกิดขึ้นเต็มไปด้วยความชื้น มีหิมะ ตลอดจนนำพาฝน และทอร์นาโด นอกจากนี้ยังเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันฤดูหนาวปีนี้ที่มีสภาพอากาศอบอุ่นทั่วทั้งฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ อันทำให้แนวความเย็นลดลง ปกติแล้วแนวความเย็นจะช่วยกันสภาพอากาศแปรปรวนไว้บริเวณชายฝั่ง และเนื่องจากพายุต้องการอากาศอบอุ่นและความชื้นในการทวีความรุนแรง ทำให้ปีนี้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น แม้จะเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูพายุรุนแรง ที่ปกติแล้วจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน 

ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทอร์นาโด

นักวิจัยได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของทอร์นาโดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยพบการเกิดทอร์นาโด บริเวณแนวร่องทอร์นาโด เป็นจำนวนลดลง และกลับไปเกิดบริเวณตะวันออกเฉียงใต้และแถบมิดเวสต์มากขึ้น ทางศูนย์พยากรณ์พายุ เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า หลายรัฐแถบมิสซิสซิปปี พบการเกิดทอร์นาโดมากที่สุดในรอบ 20 ปี 

จนถึงตอนนี้แม้ยังมีหลักฐานไม่มากนักที่บ่งชี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้พายุรุนแรงขึ้น แต่ผลการศึกษาชี้ว่า การพัดของพายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ (Super cell Thunderstorm) อาจบ่อยและรุนแรงขึ้นในอนาคต ตราบใดที่โลกร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น นอกจากนี้บริเวณที่เกิดพายุยังเคลื่อนไป โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูทอร์นาโด 

ผลการศึกษาชี้ว่า พายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ จะเกิดบ่อยขึ้น และลดความถี่ของการเกิดบริเวณที่ราบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักเกิดพายุบ่อยครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชาวอเมริกันตอนนี้คือการเตรียมพร้อมอยู่เสมอและวางแผนรับมือเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : BBC Guardian

‘มนัญญา’เปิดฤดูกาลทุเรียน ชูกลไกสหกรณ์หนุนการผลิต-ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723526

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์การบริโภคผลไม้คุณภาพภาคตะวันออก โดยกระจายสู่ตลาดภายในประเทศผ่านกลไกสหกรณ์ และมอบแนวทางการจัดการผลไม้ภาคตะวันออก โดยมี นายธวัชชัย นามสมุทรรอง ผวจ.จันทบุรี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จำกัด จ.จันทบุรี

น.ส.มนัญญากล่าวว่า มีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ระหว่างเกษตรกร ผู้ผลิตกับผู้ขาย โดยใช้กลไกสหกรณ์ในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สหกรณ์มีบทบาทในการจัดการผลผลิตและการจัดการตลาดให้กับผลผลิตของสมาชิกอย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตของเกษตรกร เพื่อให้สินค้าเกษตรมีตลาดรองรับที่แน่นอนในราคาที่เป็นธรรม รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคผลไม้คุณภาพภาคตะวันออก และกระจายสินค้าสู่ตลาดภายใน จึงสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิต / ธุรกิจการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งผลจากการสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 53 แห่ง ใน จ.จันทบุรี ตั้งแต่ปี 2562-2566 เป็นวงเงินกู้ยืมกว่า 272,410,000 บาท ก่อให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจฐานรากให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมีเกษตรกรสมาชิกใน จ.จันทบุรี มากกว่า 7,628 ราย ที่ได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์

ทั้งนี้ จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตผลไม้คุณภาพ โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลิตผล ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ และลำไย 9 แห่ง โดยปี 2565 สหกรณ์สามารถรวบรวมและกระจายผลผลิตไปยังตลาดปลายทางต่างๆ ทั้งตลาดภายในประเทศ ตลาดต่างประเทศห้างโมเดิร์นเทรด และเครือข่ายสหกรณ์/ ผู้บริโภคภายในประเทศ เป็นปริมาณกว่า 6,895 ตัน

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีให้กับเกษตรกรสมาชิกใน จ.จันทบุรี เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเกษตรกร เจ้าของสวน คนตัด และล้ง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจรับรองแหล่งผลิตพืช GAP ครบ 100% และในปี 2566 ได้เพิ่มความเข้มข้นโดยเปิดอบรมโครงการฝึกอบรมแรงงานเทคนิคการตัดและคัดแยกผลทุเรียนให้นักตัดเพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบเงินกองทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อบริหารจัดการธุรกิจรวบรวมผลไม้ในสถาบันเกษตรกร ปี 2566 วงเงิน 11.6 ล้านบาท แก่ผู้แทนสหกรณ์ 5 แห่ง และพบปะสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ให้เข้าใจนโยบายกระทรวงเกษตรฯ

มกอช.ร่วมผลักดัน มาตรฐานเซรามิก รับรองข้อกำหนด สมาชิกในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723524

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.เมทนี สุคนธรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รับมอบหมายจาก นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช.กล่าวว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุม ACCSQ Prepared Foodstuff Product Working Group (PFPWG) ครั้งที่ 36 และการประชุมที่เกี่ยวข้องโดยการประชุม PFPWG ได้รับรองเอกสารวัสดุสัมผัสอาหารของอาเซียน (เซรามิก) หรือ ASEAN Guidelines on Specific Measures for Ceramic Articles Intended to Come into Contact with Foodstuffs ซึ่งเอกสารอาเซียนฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางเกี่ยวกับมาตรการเฉพาะสำหรับเซรามิกที่ใช้สัมผัสกับอาหาร และเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการใช้เซรามิก ที่มีความปลอดภัย ครอบคลุมเซรามิกทั้ง flatware, hollowware (small, large, storage และ cups and mugs) และ cooking ware โดยประกอบด้วยข้อกำหนดที่สำคัญ เช่น ตารางแสดงค่า Specific limits on the migration ของตะกั่วและแคดเมียม วิธีการทดสอบ และเอกสารรับรอง(declaration of compliance)

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ไทยนำเสนอกรอบเวลาในการปรับแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจประเมินระบบการตรวจสอบและการให้การรับรองด้านสุขลักษณะอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของประเทศสมาชิก เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานตามข้อตกลงการยอมรับร่วม MRA on PF อย่างมีประสิทธิภาพ

รองปลัดฯถกคกก.ยุทธศาสตร์ยางฯ20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723527

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 1/2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยสรุปผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบเรื่องการปรับเปลี่ยนผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศ เนื่องจากผู้แทนเกษตรกรฯ ท่านเดิมหมดวาระ จึงมีการสรรหาผู้แทนเกษตรกรฯ ท่านใหม่ เพื่อเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี

2.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจพื้นที่ปลูกยางของประเทศไทยและการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 3.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ.2566-2580 ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ไตรมาสที่ 1 โดยมีโครงการ/กิจกรรมที่บรรลุเป้าหมายแล้ว 134 โครงการ 11 กิจกรรม และโครงการ/กิจกรรม ที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย 5 โครงการ 2 กิจกรรม ทั้งนี้ ประธานฯ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรม ให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

4.ที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ. 2566–2580 ประจำปีงบประมาณ 2566 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน โดยมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนงานในบางโครงการ/กิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกัน ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการตามความเห็นของที่ประชุมต่อไป

เกษตรฯประชุมคัดเลือก สถาบันฯ-สหกรณ์ดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723528

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเกษตรกรสถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรฯ โดยผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย กรรมการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และจากกรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาผลการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566

เกษตรกร 5 จว.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ผลผลิตดีขึ้น ตอบโจทย์ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723517

เกษตรกร 5 จว.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ผลผลิตดีขึ้น ตอบโจทย์ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ

เกษตรกร 5 จว.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ผลผลิตดีขึ้น ตอบโจทย์ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.53 น.

เกษตรกรเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใน จ.ชัยนาท จ.กาญจนบุรี จ.ขอนแก่น จ.นครสวรรค์ จ.สระแก้ว และ จ.เพชรบูรณ์ โชว์ความสำเร็จในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้วยวิธีการไถกลบตอซังหลังเก็บเกี่ยวแทนการเผา มีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก รักษาธาตุอาหารในดิน ช่วยลดค่าใช้จ่าย เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นใจผลิตสินค้าสอดคล้องความต้องการตลาด พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้การยกระดับการเพาะปลูกพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ลดฝุ่นละออง ช่วยให้สิ่งแวดล้อมชุมชนดีขึ้น สอดคล้องตามนโยบาย “ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ”

นายสมควร บอกดำเนิน เกษตรกรต้นแบบการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หันมาให้ความสำคัญกับแหล่งปลูกเป็นพื้นที่ไม่บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และไม่ใช้วิธีการเผาตอซังมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มของผู้บริโภคใส่ใจสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เกษตรกรเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตอาหารจึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพและปริมาณการผลิต เพื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงนำความรู้จากการเข้าร่วมโครงการกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ในการผลิตข้าวโพดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มาแบ่งปันให้กับเพื่อนเกษตรกรได้มีการเพาะปลูกตามหลักวิชาการ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และที่สำคัญสนับสนุนวิธีไถกลบแทนการเผาหลังเก็บเกี่ยว ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการเพาะปลูกและต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชน

“การไถกลบตอซังข้าวโพด เป็นแนวทางที่เกษตรกรปลูกข้าวโพดในอ.สรรบุรี จ.ชัยนาท ยึดมาตลอดทดแทนการเผา เพราะช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน ดินมีธาตุอาหารและความชื้นที่ช่วยผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้น ช่วยลดการใช้ปุ๋ย และค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5 คุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนดีต่อเนื่อง” นายสมควรกล่าว

นายสมควร เป็นเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พร้อมลงทะเบียนตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อยืนยันว่าข้าวโพดเพาะปลูกบนแปลงที่ไม่บุกรุกพื้นที่ป่า และไม่ใช้วิธีการเผาหลังเก็บเกี่ยว  และแบ่งปันความสำเร็จในการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่เกษตรกรที่สนใจ เพื่อเป็นหลักประกันให้ผลผลิตมีตลาดรับซื้อที่กำหนดราคาตามความเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งปลูกที่ปลอดการเผา