อาจารย์ช่วง มูลพินิจ จัดแสดงผลงานเดี่ยว The Original Sketch ณ MeArt* Gallery

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723348

อาจารย์ช่วง มูลพินิจ จัดแสดงผลงานเดี่ยว The Original Sketch ณ  MeArt* Gallery

อาจารย์ช่วง มูลพินิจ จัดแสดงผลงานเดี่ยว The Original Sketch ณ MeArt* Gallery

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.18 น.

อาจารย์ช่วง มูลพินิจ จัดแสดงผลงานเดี่ยว The Original Sketch ณ  MeArt* Gallery 

การสร้างสรรค์ภาพวาดลายเส้นของศิลปินแห่งชาติ สาขา ทัศนศิลป์ อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ในวัย 82 ปี  ผู้มีความงดงามละเมียดละไม กับความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือการผสมผสานลายเส้นเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน โดยความงามที่อาจารย์ช่วงสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นศิลปะลายเส้นที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจในวิถีธรรมชาติ 

อาจารย์ช่วง อยากให้ผลงานศิลปะในทุกยุค สามารถอยู่ร่วมกัน ผ่านการสัมผัส มองเห็นด้วยสายตา และ ทรรศนาความงามของธรรมชาติ ที่ล้วนให้สิ่งที่สวยงามออกสู่สายตา และ ส่งไปยังหัวใจผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะได้เสมอ  ในครั้งนี้นับเป็นเกียรติ กับทาง MeArt* Gallery ที่ได้รับการจัดแสดงผลงาน จากอาจาย์ช่วง มูลพินิจ นำมาจัดแสดง ล้วนเป็นภาพสะสม ภาพที่ผ่านการลงลายเส้นโดยดินสอกับกระดาษไข มองเห็นเป็นผลงานต้นตำรับของศิลปะความงามลายเส้น  ในงานนิทรรศการ The Original Sketch

นายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ ภัณฑารักษ์ แห่ง MeArt* Gallery กล่าวว่า “ขอบคุณอาจารย์ช่วง ที่ให้เกียรติ MeArt* Gallery ได้มีโอกาสไปคัดเลือก สัมผัสความงาม ผ่านผลงานภาพลายเส้นอันสวยงาม เพราะ ความงามคือศิลปะ และ ศิลปะอยู่คู่กับผู้คนในทุกยุคสมัย จึงอยากให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมชมกัน นิทรรศการ The Original Sketchs ของอาจารย์ ช่วง มูลพินิจ จัดแสดงที่ MeArt* Gallery ตั้งแต่วันที่ 6 – 29 เมษายน 2023 ในฐานะผู้ที่รักและชอบงานศิลปะ และ เป็นผู้ที่ชอบผลงานอาจารย์ช่วง มูลพินิจ อยากเรียนเชิญให้คนรุ่นใหม่ หรือ ผู้ที่สนใจ เป็นแฟนผลงานอาจารย์ช่วงได้มาดูภาพลายเส้นแบบฉบับต้นตำรับ ในนิทรรศการ The Original Sketch ในครั้งนี้” 

นิทรรศการ The Original Sketch นี้เปิดแสดงทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 6 -29 เมษายน  2566 เวลา 11.00-20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ณ MeArt* Gallery   @ ชั้น 2 Rivercity Bangkok สนใจผลงานหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่โทร.085-9259955 หรือ meartgallery.th@gmail.com

นั่งไขว่ห้างเตรียมตัวกระดูกคด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723250

นั่งไขว่ห้างเตรียมตัวกระดูกคด

นั่งไขว่ห้างเตรียมตัวกระดูกคด

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.

แค่นั่งไขว่ห้างทำให้กระดูกสันหลังคดจริงหรือนั่งไขว่ห้างนานเท่าไหร่ จึงจะส่งผลทำให้กระดูกสันหลังคด แล้วถ้ากระดูกคดแล้วจะแก้ไขได้ไหม

เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า การนั่งไขว่ห้าง จะทำให้การลงน้ำหนักที่ก้นทั้ง 2 ข้าง ไม่เท่ากัน น้ำหนักจะเทไปก้นข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าเสมอ ซึ่งในภาวะปกติเราจะมีกระดูกก้นกบทั้ง 2 ข้าง เป็นฐานรับน้ำหนักให้สมดุล กระดูกหลังจะตั้งตรง แต่หากเทน้ำหนักลงด้านเดียวกระดูกจะบิดคด เพื่อทดแทนให้ร่างกายเราตั้งอยู่ได้

ร่างกายของคนเรามีความแข็งแรงพื้นฐานแตกต่างกัน การที่เราติดนั่งไขว่ห้างจนชิน แบบนั่งปุ๊บก็ไขว่ห้างปั๊บ สะสมนานอย่างต่ำก็ประมาณ 3 เดือนขึ้นไปนั่งทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 4-5 ชม. ก็ทำให้กระดูกสันหลังคดได้ค่ะ

สัญญาณเตือนว่ากระดูกสันหลังเริ่มคด อาจจะเริ่มต้นด้วยการเมื่อยหลัง สะบัก หรือปวดก้านคอ เป็นสัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อเรามีความไม่สมดุล หรือหากคดมาก ถ้าเราถอดเสื้อผ้า มองตัวเองในกระจก อาจสังเกตเห็นว่าไหล่ หรือหน้าอก หรือเอวคอดทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เป็นการทราบได้เบื้องต้น

ซึ่งกระดูกสันหลังคด มี 2 แบบ 1.กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด การรักษาอาจเพียงแก้ไขได้เล็กน้อย และรักษาสภาพด้วยการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ไม่ให้อาการที่เป็นทรุดมากขึ้นหลีกเลี่ยงท่าทางที่ส่งผลทำให้คดมากขึ้น เช่น นั่ง หรือยืน ลงน้ำหนักไม่เท่ากัน สะพายของหรือหิ้วของหนักๆ ฯลฯ 2.กระดูกคดแบบเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อไม่สมดุล เช่นจากนั่งไขว่ห้าง จากยืนพักขาจนชินทำให้คด แบบนี้มีโอกาสสามารถแก้ไขให้หายได้ ด้วยการคลายกล้ามเนื้อข้อต่อและ สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้สมดุล ยืดกล้ามเนื้อที่มีการหดรั้งมากๆ อยู่ในท่าทางนั่ง ยืน นอนที่ถูกต้องก็มีโอกาสหายได้

ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง และมานั่งให้ถูกต้อง ซึ่งการนั่งที่ดี เวลานั่งต้องเลื่อนก้นให้ชิดพนัก นั่งเต็มก้นทั้งสองข้าง เท้าวางบนพื้น เท้าไม่ลอย อาจใช้วิธีลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้ายันพื้นเป็นช่วงๆ เพื่อกระตุ้นให้หลังเหยียดตรง ง่ายๆ เพียงเท่านี้ มาปรับท่านั่งให้ถูกต้อง ป้องกันไว้ดีกว่า

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถวายสังฆทานให้ได้บุญ ต้องดูวันหมดอายุของยาก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723251

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถวายสังฆทานให้ได้บุญ ต้องดูวันหมดอายุของยาก่อน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถวายสังฆทานให้ได้บุญ ต้องดูวันหมดอายุของยาก่อน

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.15 น.

ใกล้ถึงวันสงกรานต์แล้ว หลายคนไปทำบุญวันปีใหม่ไทย และหลายคนก็จัดชุดสังฆทานไปถวายพระสงฆ์ ทุกคนตั้งใจทำบุญ แต่บางคนก็ได้บุญไม่เต็มที่ เพราะถวายชุดสังฆทานที่มีของหมดอายุ หรือใกล้หมดอายุมาก โดยเฉพาะยา เพราะการถวายยาใกล้หมดอายุ หรือหมดอายุแล้ว เป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ

ทุกคนรู้ดีว่ายามีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์ โดยเฉพาะการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง วันนี้จึงขอพูดถึงการเลือกชุดสังฆทานยาที่เหมาะสมและปลอดภัยกับพระภิกษุผู้ได้รับการถวาย

การถวายชุดสังฆทานยาสามัญประจำบ้าน ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ต้องพิจารณาให้ดีว่ามียาอะไรบ้าง ผลิตเมื่อไร หมดอายุวันไหน การถวายยาที่ดีที่สุดคือต้องเลือกยาที่จะหมดอายุอย่างน้อยคืออีก 12 เดือนขึ้นไป ต้องไม่ถวายยาที่ใกล้หมดอายุ เช่น อีก 1 เดือนก็หมดอายุแล้ว แบบนี้น่าจะให้โทษมากกว่า 

อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง นอกจากเรื่องวันหมดอายุยาคือ การเก็บรักษายา ก่อนนำมาจำหน่าย อย่าลืมว่าต้องเก็บรักษายาในอุณหภูมิที่เหมาะสม และไม่ถูกแสงแดงส่องเป็นเวลานานมากเกินไป การเก็บรักษายาในที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป เป็นการเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการเสื่อมคุณภาพของยา เพราะฉะนั้น ต้องพิถีพิถันการเลือกซื้อยาจากร้านที่ไว้ใจได้และมีคุณภาพดี ต้องไม่เลือกซื้อยาที่ถูกแสงแดดส่องถึงเป็นเวลานาน ร้านที่จำหน่ายยาควรจะต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม การซื้อยาที่เก็บรักษาในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี แม้ยาจะยังมีอายุอีกนาน แต่ก็เสี่ยงกับการได้ยาเสื่อมคุณภาพ โดยเฉพาะจากความร้อนที่สูงเกินไป 

หลายคนคงตระหนักถึงปัญหาที่กล่าวในข้างต้นเป็นอย่างดีอยู่แล้ว จึงไม่ควรซื้อชุดสังฆทานยาที่จัดสำเร็จรูป แต่เลือกซื้อยาสามัญประจำบ้านไปถวายแทน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องไม่ใส่ยาอันตรายลงไปในชุดสังฆทาน ตัวอย่างยาอันตราย เช่นยาปฏิชีวนะ ยาบรรเทาปวดกลุ่มไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS) หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่ายาแก้ปวดคลายเส้น ยา 2 ชนิดนี้เป็นต้นเหตุการแพ้ยาบ่อยๆ ในอัตราที่สูงมาก นอกจากทำให้แพ้แล้ว ยาบรรเทาปวดกลุ่ม NSAIDS ยังระคายเคืองกระเพาะอาหาร และอาจเป็นพิษต่อไตหรือตับได้ด้วย หากพระสงฆ์ท่านมีอายุมาก และมีโรคประจำตัวบางอย่าง

จะทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ยากลุ่มดังกล่าว และอาจเกิดปัญหารุนแรงมากจนเป็นเหตุให้มรณภาพ

เพราะฉะนั้น ต้องเลือกยาสามัญประจำบ้านที่เหมาะสมกับการบรรจุในกล่องสังฆทาน แม้เราอาจจะคิดว่ายาบางชนิดไม่ใช่ยาอันตราย เช่น ยาแก้แพ้กลุ่มคลอเฟนิรามีน ซึ่งคนทั่วไปอาจบอกว่าใช้แล้วตนเองไม่มีปัญหาอะไร แค่ทำให้ง่วงนอนเท่านั้น แต่หากพระสงฆ์ที่เราถวายยาจำพวกนี้ไปมีโรคประจำตัว เช่น ต้อหิน หรือมีปัญหาต่อมลูกหมากโตก็จะทำให้เป็นอันตรายกับท่านได้ ดังนั้น หากต้องจัดยาในชุดสังฆทานก็ต้องเลือกยาที่ปลอดภัยกับพระสงฆ์ให้มากที่สุด โดยแทนที่จะถวายยากลุ่มคลอเฟนิรามีนก็เปลี่ยนเป็นยากลุ่มลอราทาดีน เป็นต้น เพราะนอกจากไม่ทำให้ง่วงแล้ว ยังไม่มีผลกระทบต่อโรคต้อหิน ต่อมลูกหมากโต

อีกสิ่งที่ต้องมีในชุดสังฆทานยาคือ ยาใช้สำหรับภายนอกที่คนมักจะลืมไปแต่มีประโยชน์ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นชุดทำแผล ยาโพวิโดน-ไอโอดีน สำลี ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ปิดแผลยาดม ยาหม่อง ก็เป็นประโยชน์ไม่น้อย ผงน้ำตาลเกลือแร่ หรือเรียกว่า ORS สำหรับทดแทนการสูญเสียเกลือแร่อาการท้องเสีย และอาเจียน อีกอย่างหนึ่งคือยาอมที่ทำให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ เช่น ยาอมมะขามป้อม เป็นต้น

และควรจัดยาที่บรรจุแผงดีกว่าบรรจุขวด หรือกระปุก เพราะเก็บรักษาได้ง่าย และสามารถแบ่งปันกันได้ง่าย 

สำหรับญาติโยมที่ใกล้ชิดกับพระสงฆ์ โดยเฉพาะโยมอุปัฏฐาก หากคุณมีโอกาสไปกราบพระ สนทนาธรรมกับท่านเสร็จแล้ว ขอให้ช่วยตรวจกล่องยาที่โยมรายอื่นๆ นำไปถวายด้วย เพราะอาจจะมียาใกล้หมดอายุ หรือยาหมดอายุแล้วอยู่ในกล่องสังฆทานได้ หากพบยาใกล้หมดอายุ หรือหมดอายุแล้ว ขอให้นำไปทิ้งในที่เหมาะสมทันที

ขอย้ำว่าการถวายยาใดๆ กับพระสงฆ์ ขอให้ดูวันหมดอายุให้ดีทุกครั้ง และต้องเลือกยาที่ได้คุณภาพ ทั้งการเก็บรักษาก่อนจะนำไปถวายพระสงฆ์ และต้องเรียนนมัสการแจ้งให้ท่านเก็บรักษายาให้เหมาะสมด้วย เพื่อรักษาคุณภาพยา และเพื่อสุขภาพที่ดีของพระสงฆ์

ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ และ รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

KARL LAGERFELD ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากดาวอังคาร นิยายวิทยาศาสตร์ย้อนยุค ผ่านคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723245

KARL LAGERFELD ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากดาวอังคาร นิยายวิทยาศาสตร์ย้อนยุค ผ่านคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2023

KARL LAGERFELD ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากดาวอังคาร นิยายวิทยาศาสตร์ย้อนยุค ผ่านคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2023

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์, กนกพร โลศิริ, พรเดช จันทวานิช, อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ

KARL LAGERFELD (คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์) แบรนด์แฟชั่นลักชูรีจากดีไซเนอร์ระดับตำนาน นำเข้าโดย บริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด จัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2023 ที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ผสานเอกลักษณ์ความคลาสสิกของแบรนด์เข้ากับโลกแฟนตาซีที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวอังคาร และมุ่งเน้นไปที่งานดีไซน์ซึ่งสร้างความยั่งยืนมากขึ้น พร้อมเผยโฉมแคปซูลคอลเลคชั่น Disney x KARL LAGERFELDในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี ของดิสนีย์ ที่หยิบยก Donald Duck การ์ตูนตัวโปรดของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มาโลดแล่นบนเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์และหลากหลายไอเทมแฟชั่นณ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ แฟลกชิปสโตร์ ชั้น 1โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พรเดช จันทวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ กล่าวว่าในคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2023 ได้รับแรงบันดาลใจจากดาวอังคารและนิยายวิทยาศาสตร์ย้อนยุค แฟนๆ จะได้เห็นงานออกแบบไอคอนิกของดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ที่ไม่ละทิ้งดีเอ็นเอของแบรนด์ ด้วยการสานต่อความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ระดับตำนานที่ได้อิทธิพลจากการแต่งกายคลาสสิกของชาวปาริเซียงและความโก้เก๋แบบร็อกชิค ผสานเข้ากับจิตวิญญาณร่วมสมัยและมุ่งเน้นไปที่งานดีไซน์ซึ่งสร้างความยั่งยืนมากขึ้น ถ่ายทอดผ่านเครื่องแต่งกายเรดี้ทูแวร์สำหรับสุภาพสตรี สุภาพบุรุษ และเด็ก รวมถึงกระเป๋า สินค้าเครื่องหนังชิ้นเล็ก รองเท้า น้ำหอม แว่นตา และอื่นๆ อีกมากมาย

คอลเลคชั่นเสื้อผ้าสุภาพสตรีประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2023 ผลงานการออกแบบโดย คิม ฮุน (Hun Kim) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของโลกแฟนตาซีที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวอังคาร ออกมาในพาเลตต์โทนสีอบอุ่นของสีน้ำตาลอมส้ม burnt sienna และสีส้ม rust orange เสริมด้วยสีป๊อปสดใสของสีเทอร์ควอยซ์และสีชมพู รวมถึงสีเหลืองเลมอนและสีเขียวมะนาว และยังได้เลือกชิ้นงานในอาร์ไคฟ์มาตีความใหม่ด้วยการผสมผสานแรงบันดาลใจของฤดูกาลใหม่ผ่านซิลูเอตต์ที่มีวอลุ่มองค์ประกอบที่มีเอกลักษณ์ และการตัดเย็บที่ประณีต

ในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษประจำฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2023 ได้ออกแบบให้เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ผสานเอกลักษณ์ความคลาสสิกของแบรนด์ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์เข้ากับโลกแฟนตาซีที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวอังคาร และมุ่งเน้นไปที่งานดีไซน์ซึ่งสร้างความยั่งยืนมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ การตีความอันแยบยลไปสู่เสื้อผ้าชิ้นพิเศษในสไตล์สมาร์ทแคชชวล ที่เปรียบเสมือนการพาคุณหลีกหนีไปจากชีวิตประจำวันที่จำเจ รวมถึงชุดเดนิมและสูทสไตล์ซัมเมอร์ รวมทั้งคอลเลคชั่นแคปซูล HOTEL KARL ในโทนสีอบอุ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวอังคารและสไตล์อันโดดเด่นต่างๆ ตั้งแต่ชุดสูทคลาสสิกไปจนถึงลุคแคชชวลสไตล์โมเดิร์น

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่น Disney x KARL LAGERFELD ในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี ของดิสนีย์ โดยนำ Donald Duck (โดนัลด์ ดั๊ก) การ์ตูนตัวโปรดของดีไซเนอร์ระดับตำนาน คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ผสานเอกลักษณ์ของ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ นั่นคือ แว่นกันแดดสีดำ, กางเกงยีนส์, เบลเซอร์สีดำ และเสื้อเชิ้ตคอปกสูงมาประกอบ สู่ไอเทมชิ้นเรียบง่ายเปี่ยมเสน่ห์ขี้เล่นและเอาเทอร์แวร์ โดดเด่นด้วยภาพสเก็ตช์ โดนัลด์ ดั๊ก และโลโก้ KARL LAGERFELD ในเฉดสีน้ำเงิน,สีแดง และสีเหลืองสด ปลุกเร้าความหรูหราที่สนุกสนานของแบรนด์ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และจิตวิญญาณวัยเยาว์ของดิสนีย์

ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าคนดัง อาทิ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์, น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์, กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล, แอนนี่ อนาตาเซีย, อุ้ม-อิษยาฮอสุวรรณ ที่มาร่วมงานในลุคของคาร์ลลาเกอร์เฟล คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมชวนทุกคนมาสัมผัสคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2023 และแคปซูลคอลเลคชั่น Disney x KARL LAGERFELD ได้แล้ววันนี้ที่ คาร์ลลาเกอร์เฟลด์ แฟลกชิปสโตร์ ชั้น 1 โซนเอเทรียมศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นํ้าตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

นํ้าตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

เหล่าคนดังในลุคของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด

เหล่าคนดังในลุคของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด

อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ

อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ

Karl Lagerfeld SS23

Karl Lagerfeld SS23

คอลเลคชั่น Disney x KARL LAGERFELD

คอลเลคชั่น Disney x KARL LAGERFELD

‘อิงฟ้า’เชิญมงกุฎ MGT2023‘Grand Heart หัวใจแห่งแกรนด์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723247

‘อิงฟ้า’เชิญมงกุฎ MGT2023‘Grand Heart หัวใจแห่งแกรนด์’

‘อิงฟ้า’เชิญมงกุฎ MGT2023‘Grand Heart หัวใจแห่งแกรนด์’

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดฤดูกาลประกวดมิสแกรนด์ 77 สาวงามผู้เข้าประกวด พร้อมแล้วที่จะชิงชัยมงกุฎมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 คนที่ 11 ของประเทศไทย จัดงาน Welcome Ceremony & Press Conference : Miss Grand Thailand 2023 อย่างเป็นทางการ เปิดตัวมงกุฎเกียรติยศ MGT2023 พร้อมของรางวัลทุกตำแหน่งมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท

บรรยากาศ Welcome Ceremony & Press Conference : Miss Grand Thailand 2023 ที่ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า SHOW DC ถ.พระราม 9 เต็มไปด้วยสีสัน แฟนนางงามสามารถรับชมจากทุกมุมโลกผ่านทาง YouTube : Grand TV เปิดเวทีด้วยแฟชั่นโชว์ชุด Thai Heritage Of Pride (ไทย เฮอริเทจ ออฟ ไพรด์) ฝีมือออกแบบตัดเย็บโดย 77 ดีไซเนอร์ จากแรงบันดาลใจสีรุ้ง “ความหลากหลายแห่งเพศ” แต่ละชุดแบบไม่ซ้ำ ความหมายดี และ “มีเพียงชุดเดียวในโลก” โดยชุดทั้ง 77 จังหวัด จะได้ร่วมขบวนพาเหรดในงาน Bangkok Naruemit Pride 2023 ซึ่งปีนี้ วาดดาว แต่งเกลี้ยง Founder and Managing Director ผู้ก่อตั้งเตรียมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 4 มิถุนายน 2566

เซอร์ไพรส์สุดเมื่อ อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2022 ฟินนาเล่ ในชุด “จันทรคราสลอเรียล”พรีเซ็นเตอร์สกินไทยคนล่าสุด พร้อมประกาศข่าวดี ROV คือผู้สนับสนุนหลักเวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ อย่างเป็นทางการ ต่อด้วยแฟชั่นโชว์ชุดราตรีสีขาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนกพิราบ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ นางงามเฉิดฉายมาพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง ปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจาก “ควีนเบล” อิสเบลล่า เมนิน มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2022 สวย สง่า ไร้ที่ติ เรียกยอดไลท์ถล่มทลาย

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ผู้สนับสนุน และผู้อำนวยการ กองประกวดประจำจังหวัด (PD) แค่เริ่มก็สนุกแล้ว ชื่นชมผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 ที่มีความสวยครบเครื่อง แต่ใครจะเป็นที่สุดแห่งแกรนด์คงต้องลุ้นกันในรอบตัดสิน ค่ำคืนวันที่ 29 เมษายนนี้โดยปีนี้ผู้ได้รับตำแหน่ง มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 ที่ประเทศเวียดนามในเดือนตุลาคม 2566 แน่นอนว่าทีมมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 ยังคงมีทั้งสิ้น 10 คน 10 มงทอง ซึ่ง ณวัฒน์ เป็นผู้ออกแบบมงกุฎด้วยตัวเอง

ต่อด้วยซีนเปิดตัวมงกุฎ TOP 10 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 เริ่มด้วยมงกุฎตำแหน่งรองอันดับ 5 โดย มาลัยกะ คาล, มาลี-ทิพยาภรณ์ พรมราช, บิวตี้- วรัญชนา ระดมเล็ก, ชาล็อต ออสติน, ไฮดี้-อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น ต่อด้วยมงกุฎประจำตำแหน่ง TOP 5โดย อ๋อ-ญาดา เทพนม, ปลา-ปรภัสสร วรสิรินดา,ฝ้าย-สุภาพร มะลิซ้อน, มอส-น้ำอ้อย ชนะพาล และผู้เชิญมงกุฎ Grand Heart หัวใจแห่งแกรนด์ โดย อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022

มงกุฎ Grand Heart หัวใจแห่งแกรนด์ ออกแบบโดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (มหาชน) เพื่อฉลอง มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปีที่ 11 แรงบันดาลใจมาจากความรักและแทนคำขอบคุณที่ทุกคนได้มอบให้กับมิสแกรนด์ ตัวเรือนผลิตจากทองคำ 24K ประดับเพชรแท้บริสุทธิ์ และอัญมณีสีเขียวอย่าง Green Sapphire และ Lemon Quartz ซึ่งปีนี้มีความพิเศษตรง เลดี้ทอช สัญลักษณ์แห่งสันติภาพบนมงกุฎ สามารถแกะออกมาเป็นเข็มกลัดได้ รวมมูลค่ามงกุฎเกียรติยศ Grand Heart หัวใจแห่งแกรนด์ ราว 1,200,000 (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)

สำหรับผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 จะเดินทางไปเก็บตัวที่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11-19 เมษายน 2566 รอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 29 เมษายน 2566 ติดตามทุกกิจกรรม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV, Facebook : Miss Grand Thailand ,Instagram : missgrandthailand และ TikTok

สงกรานต์เวียนมาบรรจบ ทำให้คิดถึงนํ้าปรุง‘วังวรดิศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723242

สงกรานต์เวียนมาบรรจบ ทำให้คิดถึงนํ้าปรุง‘วังวรดิศ’

สงกรานต์เวียนมาบรรจบ ทำให้คิดถึงนํ้าปรุง‘วังวรดิศ’

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดือนเมษายนของทุกปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สิ่งที่เราคิดถึงอย่างหนึ่ง คือ “น้ำอบ” หรือ “น้ำปรุง” อันเป็นเครื่องหอมไทยที่นอกจากจะถูกนิยมนำมาใช้ในงานพิธีการต่างๆ แล้ว ยังถือเป็นเครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต ด้วยมีทั้งกลิ่นหอมชื่นใจ และยังมีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อนได้อย่างดีอีกด้วย

เครื่องหอมไทยเป็นที่รู้จักและนิยมใช้กันมานาน แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ทราบว่าของดีที่ว่านี้มีอะไรบ้าง เพราะคนนิยมใช้กันน้อย และก็หาผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องหอมไทยจริงๆ นั้นหายากขึ้นทุกวัน เครื่องหอมไทยที่ใช้กันบ่อยๆ และรู้จักมักคุ้นกันอยู่มีหลายอย่าง เช่น เทียนอบ น้ำอบ แป้งร่ำ น้ำปรุง และบุหงา คนไทยรู้จักน้ำหอมมานานแล้ว เพราะแท้จริงนั้นน้ำหอม คือ น้ำปรุง อันเป็นภูมิปัญญาของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ คนบางคนมีความเชื่อว่าน้ำหอมช่วยทำให้คนเรามีอายุยืนยาว และช่วยเสริมความสวยงาม เสริมบุคลิกภาพ ซึ่งทุกวันนี้คนเรามีความสุขกับการใช้น้ำหอมที่สกัดมาจากดอกไม้ สมุนไพร ใบไม้ ผลไม้ เครื่องเทศ เป็นต้น

สำหรับสตรีมักฉีดน้ำหอมซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งในหนึ่งวัน จนเป็นเหตุให้มีบริษัทผลิตน้ำหอมผุดขึ้นมากมาย แต่คนเหล่านั้น จะรู้บ้างหรือไม่ว่าน้ำหอมแบรนด์ดังที่พวกเขากำลังจับจองมาไว้เป็นเจ้าของนั้น พฤติกรรมการบริโภคของนอกเช่นนี้ กำลังทำให้น้ำปรุงอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่ตั้งใจคิดค้นและสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนออกไปจากความทรงจำแล้ว และในอนาคตข้างหน้า น้ำปรุงอาจจะเป็นได้แค่สิ่งที่คอยเตือนความจำหรือเป็นได้แค่ข้อมูลทางวิชาการที่ถูกบรรจุไว้ในตำราเรียนสักเล่ม เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้กับลูกหลานรุ่นต่อไปว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยมีน้ำหอมใช้เป็นของเราเอง

แม้ว่าคุณจะเป็นคนที่มีหัวคิดก้าวทันโลกเพียงใดก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ เรามีสายเลือดคนไทยอยู่ เราควรจะหันมาช่วยกันรณรงค์รักษาความเป็นไทยกันสักนิด ไม่ว่าจะอนุรักษ์ทางนาฏศิลป์ ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือด้านใดก็ตามแต่ ขอเพียงแค่คุณคิดและทำ หรือร่วมกันสืบสาน รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นคนไทยได้เรื่องหนึ่งเรื่องใดก็ได้ชื่อว่าคุณได้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติอันแสนภาคภูมิใจแล้ว

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล หรือ“คุณเหลน” ในฐานะทายาทของท่านเจ้าของวังวรดิศ ได้เล่าถึงเรื่องเครื่องหอมไทยที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้ คือ “เครื่องหอมไทยสูตรวังวรดิศ” โดยมี คุณอัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา ภริยาคู่ทุกข์คู่ยากของคุณเหลน เป็นผู้สืบสาน ดูแล และรักษามาจากบรรพบุรุษ ซึ่งในการทำเครื่องหอมของวังวรดิศนั้นได้ทำสืบทอดกันต่อๆมาตามคำบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยมิได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยทำขึ้นมาใช้เองจากวัสดุและสมุนไพรหอมที่ปลูกอยู่ภายในรอบรั้ววัง

“น้ำปรุงไทยสูตรวังวรดิศ” หนึ่งในเครื่องหอมของวังวรดิศ ซึ่งมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กลิ่นดอกแก้ว กลิ่นลำเจียก กลิ่นจันทร์กระพ้อ กลิ่นมะลิ กลิ่นพิกุลและกลิ่นกุหลาบ “น้ำอบไทยสูตรวังวรดิศ” จะมีกลิ่นหอมรัญจวน หอมสดชื่นอันเกิดจากภูมิปัญญาโดยนำรากไม้และกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิด รวมทั้งเครื่องกำยาน ชะมดเช็ดพิมเสน มาผสมกันจนมีกลิ่นหอมละมุนละไม น้ำอบไทยสูตรวังวรดิศนั้นมีกลิ่นหอมชื่นใจเป็นพิเศษ ช่วยในเรื่องของจิตใจ ความหอมทำให้สดชื่น ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมาทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมา เพื่อตรวจจับและทำลายฤทธิ์ของสิ่งแปลกปลอมที่พลัดหลงเข้ามาในร่างกาย ถ้าเราสลดหดหู่ เราก็ไม่มีแรงที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ เวลาคนเราตัวหอม ก็จะส่งผลต่อบุคลิกภาพ รู้สึกมั่นใจ เกิดความเชื่อมั่นคลายเครียด และมีความสุขอย่างสมบูรณ์

เครื่องหอมของวังวรดิศที่ทำขึ้นจากสูตรพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวังแห่งนี้คุณอัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา กล่าวว่า จึงมีความหอมที่ติดทนนานแล้วยังช่วยรักษาผดผื่นคัน ป้องกันสิวฝ้า และกลิ่นหอมยังสามารถช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้อีกด้วย หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าต่อกันมาว่าหญิงไทยสมัยโบราณนั้นมีกลิ่นกายหอมมาก ขนาดลุกออกไปจากที่นั่งแล้วกลิ่นหอมยังติดอยู่ แสดงถึงคุณสมบัติโดดเด่นของเครื่องหอมไทยที่พิเศษสุด คือ ความหอมติดทนนาน หรือความหอมแบบยั่งยืนนั่นเอง ที่ทำให้หญิงไทยมีความเป็นกุลสตรีศรีสวัสดิ์ในความทรงจำของชาวโลก

สำหรับเครื่องหอมของวังวรดิศ จะปรุงขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้ง เพื่อใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในการสรงน้ำพระและห้องบรมอัฐิ บนตำหนักใหญ่วังวรดิศ และมอบเป็นของขวัญแก่ผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด โดยจะไม่ปรุงขึ้นเยอะและมีจำนวนจำกัดมาก ทั้งนี้ ทางวังไม่ได้มีการจัดจำหน่ายเครื่องหอมสูตรของวังตามห้างร้านทั่วไปหรือสินค้าออนไลน์แต่อย่างใด คงมีให้เยี่ยมชมเป็นการเฉพาะเมื่อมีการอนุญาตให้เข้าทัศนศึกษาพิพิธภัณฑสถานวังวรดิศแห่งนี้เท่านั้น

จากนิวยอร์กลัดฟ้าสู่ไทย SAVOR BEAUTY สกินแคร์ออร์แกนิกจากธรรมชาติ สู่ผิวเปล่งประกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723244

จากนิวยอร์กลัดฟ้าสู่ไทย SAVOR BEAUTY สกินแคร์ออร์แกนิกจากธรรมชาติ สู่ผิวเปล่งประกาย

จากนิวยอร์กลัดฟ้าสู่ไทย SAVOR BEAUTY สกินแคร์ออร์แกนิกจากธรรมชาติ สู่ผิวเปล่งประกาย

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แองเจล่า เจีย คิม

ทางเลือกสำหรับสาวๆ ที่รักการปรนนิบัติผิวด้วยตัวเองเซเวอร์ บิวตี้ (Savor Beauty) สกินแคร์ออร์แกนิกจากธรรมชาติ เชื่อในศาสตร์ผิวสวย เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก ด้วยปรัชญา เซลฟ์-เลิฟ (Self-love) รัก-ดูแล-ใส่ใจตนเอง เพื่อให้จิตสดใส เปล่งประกายความสุขสู่ผิวภายนอก เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในไทย โดย ชลิตาสาลีรัฐวิภาค ผู้นำเข้าเซเวอร์ บิวตี้ ในไทย เชิญผู้ก่อตั้งแบรนด์ฯ แองเจล่าเจีย คิม (Angela Jia Kim) ผู้ปรุงสูตรคลีน ฟอร์มูล่า (Clean Formula) จากธรรมชาติแบบออร์แกนิกฉบับเกาหลีที่ตอบโจทย์ตรงใจสาวนิวยอร์ก ที่มีเวลาจำกัด บินตรงร่วมเผยเคล็ดลับความงาม พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ร่วมเวิร์กช็อปการปรนนิบัติผิว ณ 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพฯ

ชลิตา สาลีรัฐวิภาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอรอน บัตเตอร์ฟลาย จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงโควิดที่ผ่านมา ได้ใช้เวลากับตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเอง และเข้าใจตัวเองมากขึ้น และได้กลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจและผิวพรรณ ทำให้นึกถึงความสุขที่เคยได้รับจากการปรนนิบัติผิวจากเซเวอร์ บิวตี้ นิวยอร์ก จึงทำการติดต่อพูดคุยกับ แองเจล่า เจีย คิม และได้รับความไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางออกนอกอาณาจักรครั้งแรกของ เซเวอร์ บิวตี้”

ด้าน แองเจล่า เจีย คิม เผยถึงการก่อตั้งแบรนด์เซเวอร์ บิวตี้ ว่า“ฉันเป็นคนเกาหลีที่เติบโตในอเมริกา มีความผูกพันกับการดูแลความงามในแบบของหญิงสาวเกาหลีจากแม่ของฉัน ท่านเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในเรื่องของการดูแลผิวด้วยตนเอง ในขณะที่ฉันเข้าใจสังคมของคนอเมริกัน โดยเฉพาะสาวนิวยอร์ก ที่ทุกนาทีมีค่า ฉันจึงคิดค้นและค้นหาส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ปลอดภัยต่อจิตใจและร่างกายอย่างมากที่สุด ที่สำคัญคือ ได้ผลเร็ว กลายมาเป็น เซเวอร์ บิวตี้ สกินแคร์ออร์แกนิกจากธรรมชาติที่มีความเข้มข้นเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ทำให้ผิวสวยไร้ที่ติ ปรนนิบัติดูแลผิวเสมือนหนึ่งแพรไหมที่ทรงคุณค่าบนโลกใบนี้ ควบคู่กับการเติมเต็มหยั่งลงถึงจิตวิญญาณแห่งความรักตัวเอง นอกจากนี้ ฉันยังได้ครีเอทระบบตัวเลข หรือ นัมเบอร์ซีสเต็มส์ 0-5 มาปรับใช้ เรียงลำดับขั้นตอนในการดูแลผิว เพื่อให้การปรนนิบัติผิวเป็นเรื่องง่าย ฉับไว มั่นใจในทุกขั้นตอน”

ในระหว่างเวิร์กช็อป แองเจล่า ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เจ้าแม่ Clean Beauty Guru ได้เผยเคล็ดลับความงามในการทำความสะอาดผิวหน้าให้ล้ำลึกด้วย ดับเบิ้ล เคล็นซิ่ง (Double Cleansing) ซึ่งเป็นเทคนิคความงามเกาหลี และแนะว่า สาวผิวมันอย่ากลัวผลิตภัณฑ์ที่มีเท็กซ์เจอร์น้ำมัน เป็นการดีที่เติมน้ำมันดีสู่ผิว ซึ่งจะไปดึงน้ำมันที่ไม่ดี ที่เกิดจากมลภาวะ และไปอุดตันรูขุมขนออกจากใบหน้า สำหรับการบำรุงผิวรอบดวงตาแองเจล่า แนะให้ทาด้วยการไล่นิ้วแบบเล่นเปียโน ซึ่งเป็นการนวดผ่อนคลายและบำรุงไปพร้อมๆ กัน

สำหรับ ผลิตภัณฑ์ เซเวอร์ บิวตี้ ไม่เพียงแต่เป็นสกินแคร์ออร์แกนิกจากธรรมชาติ แต่ยังได้รับการออกแบบให้ผู้ใช้สามารถ ครีเอท เซเวอร์ บิวตี้ ค็อกเทล ได้ด้วยตนเอง เพียงนำผลิตภัณฑ์มาผสมกันตามคุณสมบัติและกลิ่นที่ต้องการ ให้เกิดเป็นสูตรใหม่สูตรเฉพาะของตนเอง เช่น การผสมเซรั่ม 3 หยด ตามด้วยสเปรย์โทน 3 ครั้ง จากนั้นใช้นิ้วค่อยๆ นวดให้เข้ากันก่อนทาลงบนผิวหน้า เพิ่มความสนุกและความสุขในการดูแลผิว ด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ ช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลาย เพิ่มความรื่นรมย์ให้กับจิตวิญญาณภายในอีกด้วย

สาวๆ ที่รักผิว สามารถขอรับคำปรึกษาในการดูแลตนเองผ่านชุด แอท โฮม ลักซ์ เฟเชียล คิต ( At Home Luxe Facial Kit) 0-5 สเต็ปทรีตเมนต์หน้าทำด้วยตัวเอง กระชับฉับไว ในเวลาเพียงนาทีเดียว หรือดื่มดํ่ากับประสบการณ์ทรีตเมนต์ที่รวบรวมเทคนิคการนวดหน้าบำบัดผิวล้ำลึกให้ฉ่ำวาวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ แบบ Mulgwang Skin โดยผู้เชี่ยวชาญจาก เซเวอร์ บิวตี้ ด้วยโปรแกรมการนวดหน้าแบบฟูลออปชั่นกับ 4 โปรแกรมทรีตเมนต์ ได้ที่ เซเวอร์ บิวตี้สุขุมวิท 39 (ซอยพร้อมศรี 1) ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ผ่าน Line : @savorbeauty.th หรือโทรศัพท์ 088-9569955

ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ เซเวอร์ บิวตี้ทุกขวด เป็นผลิตภัณฑ์แฮนด์เมด ผลิต สด ใหม่ ทุกสัปดาห์ และจัดส่งโดยสตรีล้วน ซึ่งเป็นกลุ่มสาวนิวยอร์กในชุมชน การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Best of New York ด้วยส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิก และได้รับการรับรอง เน้นคลีน ฟอร์มูล่า (Clean Formula) หลากสูตร ที่มีประสิทธิผลสูง ดีต่อผิวของแต่ละบุคคล และได้ทำการทดลองผลิตภัณฑ์กับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพที่ปราศจากสารพิษและสารปรุงแต่งใดๆ สวย ฉ่ำ วาว กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ปาร์ค ยูชอน, แองเจล่า เจีย คิม และ ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

ปาร์ค ยูชอน, แองเจล่า เจีย คิม และ ชลิตา สาลีรัฐวิภาค

กุลมาศ สารสาส และ ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

กุลมาศ สารสาส และ ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

ผลิตภัณฑ์ เซเวอร์ บิวตี้

ผลิตภัณฑ์ เซเวอร์ บิวตี้

เซเลบริตี้สาวรุ่นใหม่อัปเดตผลิตภัณฑ์

เซเลบริตี้สาวรุ่นใหม่อัปเดตผลิตภัณฑ์

เมซอง แบร์เช่ ปารีส ต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยความหอมสดชื่นของดอกไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723241

เมซอง แบร์เช่ ปารีส ต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยความหอมสดชื่นของดอกไม้

เมซอง แบร์เช่ ปารีส ต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยความหอมสดชื่นของดอกไม้

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ให้คนรักความหอมเลือกซื้อชุดของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์และตลอดซัมเมอร์นี้ ด้วยเครื่องหอมบ้านทั้ง ตะเกียงน้ำหอม ก้านกระจายความหอม เทียนหอม และน้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์ จัดมาในกลุ่มกลิ่นหอมของมวลดอกไม้หลากชนิด น้ำหอมที่ให้กลิ่นหอมสดชื่น อ่อนละมุนด้วยยูคาลิปตัส ใบไม้ และ ดอกไม้นานาพรรณ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ไม้อำพัน และพิมเสนช่วยสร้างความสดชื่นดุจน้ำค้างในยามเช้าของฤดูร้อน สร้างความผ่อนคลายสดชื่น มอบความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยแพ็กเกจของขวัญ และถุงผ้าลวดลายใหม่ ออกแบบโดย Anthony Gambus (แอนโทนีแกมบัส) นักออกแบบอุตสาหกรรมชื่อดังผู้ออกแบบคอลเลคชั่น Dare (แดร์)

เลือกชมและซื้อสินค้าพร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ทุกช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ทั้ง www.maisonbergerthailand.com Facebook : MaisonBergerThailand LINE : @maisonbergerthai IG : maisonbergerthailand และที่ร้านเมซอง แบร์เช่ ปารีส ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความหอมที่พร้อมให้บริการถึง 10 สาย โทร.02-6722088

ร่วมย้อนรอยประวัตศาสตร์ย่านฝั่งธน เดินเที่ยวชม ชิม แชะ ให้‘ชื่นอุรา..น่าสบาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723258

ร่วมย้อนรอยประวัตศาสตร์ย่านฝั่งธน  เดินเที่ยวชม ชิม แชะ ให้‘ชื่นอุรา..น่าสบาย’

ร่วมย้อนรอยประวัตศาสตร์ย่านฝั่งธน เดินเที่ยวชม ชิม แชะ ให้‘ชื่นอุรา..น่าสบาย’

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เทศกาลสงกรานต์ อีกหนึ่งประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติทั่วโลก ต่างรอคอย โดยหนึ่งในงานใหญ่ “Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” เทศกาลสงกรานต์ที่ผสานความร่วมสมัยที่ดีงามของไทย โดยคนในชุมชน เพื่อชุมชน ซึ่งสนับสนุนการสืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นหลักมีการกระจายรายได้สู่ชุมชนและพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมคือ “RPST Photo Walk-Photo Talk “อร่อยจัด-ทรรศนา” ตอน คลองสาน-กะดีจีน” โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวเรือใหญ่และผู้สนับสนุนหลัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร เครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมโดยเฉพาะสายถ่ายรูปได้เดินลัดเลาะเพื่อเรียนรู้วิถีชุมชนเก่าแก่ย่านกุฎีจีน โดยมีปราชญ์ชุมชนที่รู้ลึก รู้จริง อ.ธีรนันท์ ช่วงพิชิต ผู้ก่อตั้งศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนธนบุรีและประธานมูลนิธิประชาคมย่านกะดีจีน-คลองสาน มาให้เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์อีกทั้งยังแวะชิมเมนูอร่อยดั้งเดิมที่เป็นของดีในพื้นที่อีกด้วย นอกจากนั้น ยังชวนเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้การถ่ายภาพผ่านมุมมองจากช่างภาพมืออาชีพ 3 ท่าน นำโดยนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ ร่วมด้วย จุฬวิศว์ศานติพงศ์ และ วรรณพงษ์ สุรโรจน์ประจักษ์

ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ เผยว่า “Water Festival 2023ฯ จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 สมาคมถ่ายภาพฯ เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตร เพื่อสร้างกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี เพราะการถ่ายภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักในการใช้เชิญชวนประชาสัมพันธ์หรือเปิดพื้นที่นั้นๆ ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น กิจกรรมดีๆ พิเศษๆ แบบนี้จัดแค่ปีละครั้ง การได้เดินชมความงามของย่านต่างๆ ทานของอร่อยๆ และได้ถ่ายภาพสวยๆ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำดีๆ แบบนี้”

อ.ธีรนันท์ ช่วงพิชิต เผยว่า “กิจกรรมในครั้งนี้เราได้มีโอกาสร่วมมือร่วมงานกับเพื่อนๆ ที่มีความสามารถในการบันทึกภาพ นั่นเป็นโอกาสที่ดีของการเติมเต็มมุมมองของประวัติศาสตร์ที่เป็นแต่เพียงการศึกษาเรื่องราวผ่านเอกสาร เรื่องเล่า แต่หากได้มีการเก็บบันทึกด้วยภาพที่มากด้วยคุณภาพแล้ว อนาคตของภาพนั้นๆ ก็จะเป็นมุมมองของประวัติศาสตร์ในวันข้างหน้าที่แจ่มชัดด้วย”

จุดเริ่มต้นการเดินทางสัมผัสเส้นทางประวัติศาสตร์ กะดีจีน-พระนคร อยู่ที่ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ประจำฝั่งธนฯ สักการะพระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต ซำปอกง), พระพุทธรูปหล่อปางป่าเลไลยก์ เป็นเพียงพระอุโบสถเดียวในประเทศไทยที่เป็นพระพุทธรูปหล่อปางป่าเลไลยก์ พร้อมพาชมระฆังใบที่ใหญ่ที่สุดใบแรกในประเทศไทย ออกเดินทางต่อไปที่ ศาลเจ้าเกียนอันเกง (ศาลเจ้าแม่กวนอิม) ศาลเจ้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดของชุมชนกุฎีจีนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ จากนั้นพาลัดเลาะเข้าชุมชนกุฎีจีน แวะรับประทานอาหารว่าง ณ พิพิธภัณฑ์กุฎีจีน ชิมเมนู “สัพแหยก” สำรับโบราณชนิดหนึ่งได้รับอิทธิพลจากชาวโปรตุเกส ลักษณะไส้เหมือนกะหรี่ปั๊บรสชาติเปรี้ยวนำเค็ม หวาน ทานคู่กับขนมปังแล้วพาไปต่อกันที่ วัดซางตาครู้ส หรือวัดกุฎีจีน ศึกษาสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์และนีโอคลาสสิก พร้อมยอดโดมสไตล์อิตาลีซึ่งเป็นการจำลองโดมของมหาวิหารฟลอเรนซ์พาชมภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังถ่ายภาพพระบรมธาตุมหาเจดีย์ ที่ได้รับรางวัลยูเนสโก สักการะขอพรพระพุทธนาคที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร โดยใกล้ๆ กันมี ตลาดยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชวนซื้อดอกไม้เพื่อสักการะศาลสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ รัชกาลที่ 1 ปิดท้ายที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์เที่ยวชมเจดีย์ 4 รัชกาล, วิหารพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ซึ่งเป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ นอกจากกิจกรรม RPST Photo Walk-Photo Talk “อร่อยจัด-ทรรศนา” ตอน คลองสาน-กะดีจีน ที่จะพาผู้เข้าร่วมทุกคนออกเดินทางไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์แล้ว งาน “Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ยังมีกิจกรรมสืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยอีกมากมาย ใกล้ที่ไหน เที่ยวที่นั่นให้ ชื่นอุรา..น่าสบาย สนุกอย่างดีงาม ก้าวข้ามปีใหม่ไทย 4 ภาค 6 จังหวัดทั่วไทย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.waterfestivalthailand.com Facebook : WaterFestivalThailand

ผ้าป่าการกุศล ในโอกาสที่ พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเทพประทาน (อธิพร) เจริญอายุวัฒนะมงคล 64 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723255

ผ้าป่าการกุศล ในโอกาสที่ พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเทพประทาน (อธิพร) เจริญอายุวัฒนะมงคล 64 ปี

ผ้าป่าการกุศล ในโอกาสที่ พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเทพประทาน (อธิพร) เจริญอายุวัฒนะมงคล 64 ปี

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานคณะ กก. จัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” ประธานในพิธีถวายสักการะ พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเทพประทาน (อธิพร) เนื่องในวันเกิด

พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานคณะกรรมการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” ได้รับเชิญให้เป็นประธานทอดผ้าป่าการกุศล เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566 ณ วัดเทพประทาน (อธิพร) เพื่อรวบรวมปัจจัยไปขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่เนื้อที่ 7 ไร่ ภายในวัดเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในวัด และสามารถแจกจ่ายให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้ด้วย

การจัดทอดผ้าป่านี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญเจ้าอาวาสวัดเทพประทาน (อธิพร) อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เจริญอายุวัฒนะมงคล 64 ปี ในวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2566 นำโดยลูกศิษย์พระอาจารย์ธาตุ อาทิ พลเรือตรีอุทาน คล้ายภูผึ้ง, ฐิติมาเมฆจรูญ, พรทิพย์ แฝงยงค์ เพื่อน้อมถวายความกตัญญูกตเวทีแด่พระอาจารย์ธาตุ การนี้ พรทิพย์ แฝงยงค์ พร้อมครอบครัวได้ประเดิมบริจาค 1 ล้านบาท และในวันนั้นได้รับเงินบริจาคเกือบ 2 ล้านบาท ทั้งนี้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรีจะจัดหางบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อให้การขุดบ่อน้ำแล้วเสร็จโดยเร็ววันทันฤดูฝนที่จะมาถึง

ภายในวันงานมีผู้ร่วมทำบุญและร่วมในพิธีคับคั่ง อาทิ ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก, มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, อภินันท์ จันทรังษี, ดร.พรชัย มงคลวนิช, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, พลเรือโทณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์ ฝ่ายเสธประจำ บก.ทท., พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2, พลเรือตรีอุดมศักดิ์ ผาสุก รอง ผบ.กปช.จต., พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี, เพชรไพลิน-พลอยไพลิน เบอร์นิบ, พรภินันท์ ศิระวิเชษฐ์กุล, ภูมิภัทร ว่องประภากร, สมรชัย คุณรักษ์, สมจิตต์-เนาวรัตน์ แก้วเกิดมี, ผกาวรรณ จุฟ้ามณี, อารี-ทรงศรี สุทธิบุญ, ไพรงาม ศิริผันแก้ว, ณัชชารินทร์ สุกใส เป็นต้น

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธีทอดผ้าป่าการกุศล ถวายเงินสดจากการทอดผ้าป่าฯ แด่พระอาจารย์ธาตุ

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธีทอดผ้าป่าการกุศล ถวายเงินสดจากการทอดผ้าป่าฯ แด่พระอาจารย์ธาตุ

พระอาจารย์ธาตุ เป็นประธานพุทธาภิเษก เวลาค่ำ โดยมีองคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก ร่วมด้วย

พระอาจารย์ธาตุ เป็นประธานพุทธาภิเษก เวลาค่ำ โดยมีองคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก ร่วมด้วย

พระอาจารย์ธาตุ จุดเทียนชัยในพระวิหาร

พระอาจารย์ธาตุ จุดเทียนชัยในพระวิหาร

ประธานนำชมความงดงามขององค์พระสมเด็จองค์ปฐม อาทิ มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, อภินันท์ จันทรังษี, ดร.พรชัย มงคลวนิช, พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ต.ต.มานะ
อินพิทักษ์, พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข, พล.ร.ต.อุดมศักดิ์ ผาสุก, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

ประธานนำชมความงดงามขององค์พระสมเด็จองค์ปฐม อาทิ มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, อภินันท์ จันทรังษี, ดร.พรชัย มงคลวนิช, พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์, พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข, พล.ร.ต.อุดมศักดิ์ ผาสุก, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

คณะลูกศิษย์ ร่วมพิธีขอขมาและถวายสักการะ พระอาจารย์ธาตุ อาทิ ดร.พรชัย มงคลวนิช, พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ร.ต.อุทาน
คล้ายภูผึ้ง, พิชญา-กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, พรทิพย์ แฝงยงค์, เพชรไพลิน-พลอยไพลิน เบอร์นิบ, ณัชชารินทร์ สุกใส

คณะลูกศิษย์ ร่วมพิธีขอขมาและถวายสักการะ พระอาจารย์ธาตุ อาทิ ดร.พรชัย มงคลวนิช, พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ร.ต.อุทาน คล้ายภูผึ้ง, พิชญา-กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, พรทิพย์ แฝงยงค์, เพชรไพลิน-พลอยไพลิน เบอร์นิบ, ณัชชารินทร์ สุกใส

พระอาจารย์ธาตุกับครอบครัวเจ้าภาพทอดผ้าป่าฯ พล.ร.ต.อุทาน คล้ายภูผึ้ง,
พรทิพย์ แฝงยงค์, เพชรไพลิน-พลอยไพลิน เบอร์นิบ, พิชญา-กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

พระอาจารย์ธาตุกับครอบครัวเจ้าภาพทอดผ้าป่าฯ พล.ร.ต.อุทาน คล้ายภูผึ้ง, พรทิพย์ แฝงยงค์, เพชรไพลิน-พลอยไพลิน เบอร์นิบ, พิชญา-กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

ประธานฯ พูดคุยกับประชาชนชาวมอญ ร่วม 100 คน ด้วยความชื่นชมในน้ำใจงามที่เคยช่วยสร้างองค์พระสมเด็จองค์ปฐม อีกทั้งบรรพบุรุษของประธาน มีเชื้อสายมอญ

ประธานฯ พูดคุยกับประชาชนชาวมอญ ร่วม 100 คน ด้วยความชื่นชมในน้ำใจงามที่เคยช่วยสร้างองค์พระสมเด็จองค์ปฐม อีกทั้งบรรพบุรุษของประธาน มีเชื้อสายมอญ

ประธาน พร้อมด้วย ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก, มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์,
พล.ร.ต.อุทาน คล้ายภูผึ้ง, พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์, พล.ร.ต.อุดมศักดิ์ ผาสุก, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล,
พรทิพย์ แฝงยงค์

ประธาน พร้อมด้วย ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก, มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, พล.ร.ท.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ร.ต.อุทาน คล้ายภูผึ้ง, พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์, พล.ร.ต.อุดมศักดิ์ ผาสุก, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล, พรทิพย์ แฝงยงค์