มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน ‘ประชาธิปัตย์’ ที่พึ่งปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546421

07 เม.ย. 2566

มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน 'ประชาธิปัตย์' ที่พึ่งปชช.

ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง วทันยา บุนนาค ใช้เวทีปราศรัยใหญ่”ประชาธิปัตย์” สับแหลกประเทศไทยไม่พัฒนา ติดหล่มเลือกนักการเมือง ขายอุดมการณ์ ขายจิตวิญญาณ เห็นเงินเป็นที่ตั้ง มั่นใจผู้สมัครสส. 33 คน ประชาธิปัตย์ในเขต กทม และทั่วประเทศคือของจริง ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์  วิพากษ์อย่างเผ็ดร้อน  การเมืองไทย ที่ไม่พัฒนา จมอยู่กับความขัดแย้ง บ้านเมืองไม่ไปไหน วนเวียนซ้ำแบบเดิม  เป็นเพราะนักการเมือง ถึงเวลาเริ่มต้นเปลี่ยนด้วยการเลือกตั้ง   เรียกร้องประชาชนหันมาเลือกคน“ประชาธิปัตย์” ที่พร้อมจะทำหน้าที่เพื่อปากเสียงประชาชน

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งในการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งจัดขึ้นที่ลานคนเมือง  แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร   เพื่อแนะนำผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต 33  เขต ของกรุงเทพมหานคร  และสส.ในแบบบัญชีรายชื่อ   โดย  น.ส.วทันยา   ระบุว่า อยากให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผู้สมัคร “ประชาธิปัตย์ “ทั้ง 33  เขต กรุงเทพมหานคร และผู้สมัครของพรรคทั่วประเทศ  คือกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนอุดมการณ์ เพื่อประชาธิปไตย เป็นตัวแทนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 

“การเมืองไทยวนเวียนอยู่กับความขัดแย้ง เป็นวงจรอุบาทว์ ทำให้การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไม่เคลื่อนที่ไปไหน วนเวียนซ้ำแบบเดิม วันนี้เราถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องเปลี่ยน เราเริ่มต้นเปลี่ยนได้ด้วยการเลือกตั้ง โดยเข้าไปเลือก สส.ที่เห็นประชาชนเป็นที่ตั้ง เลือกสส.ที่เข้าไปทำงานเป็นปากเป็นเสียงให้พวกเราได้อย่างแท้จริง สส. ที่ถูกประมูลตัว ขายอุดมการณ์ ขายจิตวิญญาณ ตั้งแต่เลือกตั้งเห็นเงินเป็นที่ตั้ง เข้าไปในสภาแล้วเขาจะเห็นหัวประชาชนหรือไม่ เขาจะเข้าไปกอบโกยประโยชน์ ไม่ทำงาน มัวแต่วิ่งหาอำนาจ และประโยชน์ของตัวเอง แต่วันนี้ที่หน้าศาลาว่าการ กทม.แห่งนี้ ไม่ใช่กับ สส. ของพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มี ส.ส.ที่มาจากการประมูลตัว แต่ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ มาจากความตั้งใจและอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย เพื่อประชาชน และนี่คือบทพิสูจน์ว่าทำไมพรรคถึงอยู่คู่คนไทยมาได้ 77 ปี เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ไม่มีนายทุนที่คอยชี้นำ แต่เรามีเพียงประชาชน มีเพียงแค่ศรัทธาของประชาชนที่เป็นหลังพิงเท่านั้น” 


น.ส.วทันยา กล่าวว่า  ตลอด  17 ปี ที่ผ่านมาบนความขัดแย้ง  คำถามคือชีวิตมีอะไรดีขึ้นบ้างไหม ตนนั้นเหนื่อยใจทุกครั้งที่ได้รับคำถามจากลูกว่า ทำไมบ้านเราถึงไม่มีถนนเรียบ  ฟุตบาทสะอาด เหมือนต่างประเทศ ทำไมถึงไม่มีอากาศสะอาด คุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนต่างประเทศบ้าง ฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยใจ เสียใจเพราะรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่เสียใจว่า ทำไมถึงแก้ไขมันไม่ได้สักที เสียใจที่ตลอดอายุ 14 ปีของลูก  ที่ผ่านมาไม่สามารถให้ชีวิตที่ดี  ๆ  เหมือนเด็กคนอื่นที่อยู่ในต่างประเทศได้  เกิดคำถามมากมาย เกิดคำถามว่าอนาคตของลูกหลานคนไทยจะดีขึ้นกว่านี้ได้บ้างไหม ทำไมถึงไปจุดนั้นเหมือนต่างประเทศไม่ได้

“เดียร์ อยากจะบอกกับพวกเราว่า วันนี้เรากลับมา กลับมาร่วมกันทำให้บ้านหลังนี้ สถาบันการเมืองหลังนี้ ที่มีจุดเริ่มมาจากประชาชน แข็งแรง เพื่อเป็นทางออกให้กับสังคม เพื่อสร้างอนาคตให้กับลูกหลานเรา เพื่อชดเชยให้กับ 17 ปี ที่ผ่านมาที่เราต้องสูญเสียไปกับความขัดแย้ง ที่เราไม่ได้อะไรกลับคืนมา ” น.ส.วทันยา กล่าว

มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน 'ประชาธิปัตย์' ที่พึ่งปชช.
มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน 'ประชาธิปัตย์' ที่พึ่งปชช.

วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์   ระหว่างการร่วมปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งจัดขึ้นที่ลานคนเมือง  แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร   เพื่อแนะนำผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต 33  เขต ของกรุงเทพมหานคร  และสส.ในแบบบัญชีรายชื่อ  

พรรคเล็กร่วมส่งแคนดิเดตนายกฯ วันสุดท้าย ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546420

07 เม.ย. 2566

พรรคเล็กร่วมส่งแคนดิเดตนายกฯ วันสุดท้าย ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ

พรรคเล็ก ร่วมสมัครแบบบัญชีรายชื่อวันสุดท้าย เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเปลี่ยนอนาคต ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ ภิญโญ รู้ธรรม อดีตผู้กำกับและนักแสดง เผย ต้องการช่วยเหลือผู้พิการ

ที่อาคารไอยราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ในวันสุดท้าย มีพรรคการเมืองขนาดเล็กเช่นพรรคเปลี่ยนอนาคตนำโดยนายภิญโญ รู้ธรรม อดีตผู้กำกับและนักแสดงในฐานะผู้อำนวยการพรรคเปลี่ยนอนาคต เดินทางมาพร้อมกับผศ.ดร.อัครนันท์ อริยศรีพงษ์ หัวหน้าพรรค และนายปรีดา ลิ้มนันทกุล เลขาธิการมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ได้หมายเลขพรรคระบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 65 โดยเสนอชื่อผศ.ดร.อัครนันท์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยพรรคมีเป้าหมายชัดเจนในการอาสาทวงสิทธิคนพิการ

พรรคเล็กร่วมส่งแคนดิเดตนายกฯ วันสุดท้าย ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ

นายภิญโญ ผู้อำนวยการพรรคเปลี่ยนอนาคต เปิดเผยว่าเดิมไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ได้รับการชักชวนจากคุณอัครนันท์ ให้รู้จักอาจารย์ปรีดา ได้ชักชวนตั้งชมรมจิตอาเปลี่ยนอนาคตคนพิการขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระอาจารย์ปรีดา เพราะการช่วยเหลือคนพิการมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก

พรรคเล็กร่วมส่งแคนดิเดตนายกฯ วันสุดท้าย ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ

มีหลายขั้นตอนและหลายหน่วยงาน กล่าวคือ คนพิการที่ไม่เห็นความพิการทางร่างกาย ต้องไปพบแพทย์ให้ตรวจประเมินความพิการ จากนั้นต้องไปอำเภอเพื่อทำบัตรคนพิการ เมื่อได้บัตรแล้วจึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงิน 800 บาทตามที่กฎหมายเขียนไว้  การลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนคนพิการตามต่างจังหวัดหลายจังหวัด พบว่าหลายครอบครัวฐานะยากจน มีภาระหนี้สิน การจะเดินทางไปพบแพทย์ ไปอำเภอทำได้ลำบาก  เมื่อพบเห็นมากก็เกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้ช่วยเหลือคนพิการและครอบครัวได้มากขึ้น  จนหัวหน้าพรรคชักชวนให้มาร่วมพรรคเพื่อขับเคลื่อนงานในระดับนโยบายของประเทศ จึงตัดสินใจมาร่วมทำงานกับพรรคโดยมีเป้าหมายทวงสิทธิคนพิการ รวมทั้งแก้ปัญหาหนี้สินอีกประการหนึ่งด้วย

พรรคเล็กร่วมส่งแคนดิเดตนายกฯ วันสุดท้าย ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ

ด้านนายปรีดา เลขาธิการมูลนิธิปัญพัฒน์ เปิดเผยว่าที่สนับสนุนพรรคเปลี่ยนอนาคต เนื่องจากก่อนที่จะเป็นพรรคเปลี่ยนอนาคต สมาชิกพรรคเป็นจิตอาสาชมรมเปลี่ยนอนาคตคนพิการ คอยช่วยเหลือคนพิการที่เข้าไม่ถึงสิทธิจำนวนมากตามสถิติประเทศไทยมีคนพิการ 4.5ล้านคน แต่มีคนพิการขึ้นทะเบียนเพียง 2.1 ล้านคน ที่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพคนพิการ 800-1,000 บาท และแม้จะได้สิทธิขึ้นพื้นฐาน แต่ยังไม่รับทราบว่าคนพิการและครอบครัวมีสิทธิอีกหลายประการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมสนับสนุนคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการเช่นกู้เงินประกอบอาชีพได้สูงสุด 1 แสนบาทโดยไม่เสียดอกเบี้ย,เงินปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมรายละ 40,000 บาท เมื่อไม่รู้ว่ามีสิทธิจึงกลายเป็นช่องโหว่ให้บุคคล กลุ่มบุคคล นำสิทธิคนพิการไปหาผลประโยชน์

พรรคเล็กร่วมส่งแคนดิเดตนายกฯ วันสุดท้าย ชูนโยบายทวงสิทธิผู้พิการ
ผศ.ดร.อัครนันท์  หัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า ผู้ที่มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคไม่ใช่นายทุน แต่เป็นการรวมตัวของคนที่เคยทำงานจิตอาสา โดยเฉพาะการได้ร่วมงานกับคุณปรีดา ลิ้มนันทกุล เลขาธิการมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ซึ่งพรรคมีเป้าหมายชัดเจนในการทวงสิทธิคนพิการ พร้อมอำนวยความสะดวกให้คนพิการและครอบครัวเข้าถึงสิทธิได้เร็วขึ้น พรรคเสนอนโยบายการขึ้นทะเบียนคนพิการแบบ One Stop Service จุดเดียวเบ็ดเสร็จ เป็นนโยบายอันดับแรกที่จะผลักดัน

นอกจากส.ส.บัญชีรายชื่อแล้วพรรคเปลี่ยนอนาคตได้ส่งผู้สมัครระบบส.ส.เขตทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด 6 เขตได้แก่
นายธนกร คงชื่นประยูร กรุงเทพมหานคร เขต 7 บางซื่อ-ดุสิต หมายเลข 13
นายรัชฏะ สมรทินกร กรุงเทพมหานคร เขต 14 เขตวังทองหลาง(แขวงเจ้าคุณสิงห์) บางกะปิ  หมายเลข 15
 ดร.วิชัย อัยรา จังหวัดขอนแก่น เขต 5 หมายเลข 15
นายสุรศักดิ์ แย้มประเสริฐ จังหวัดนครสวรรค์ เขต 5 
นางสาวเสาวนิต สุขสนาน จังหวัดสุราฎร์ธานี เขต 4 
นางพิมลวรรณ โสภา จังหวัดสุราฎร์ธานี เขต 5 


ส่วนส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 22 คน โดยมีคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ 3 คนร่วมในจำนวนนี้ด้วย

จุรินทร์ ถอดรหัส ‘ ประชาธิปัตย์” หมายเลข 26 เลขมงคล -โอ่ผลงานดันส่งออกโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546419

07 เม.ย. 2566

จุรินทร์ ถอดรหัส  ' ประชาธิปัตย์" หมายเลข 26  เลขมงคล -โอ่ผลงานดันส่งออกโต

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำหมายเลขพรรค 26 ถือว่าไม่ธรรมดา ตัวเลขมงคล ถอดรหัสเป็นเลข 8 หรือ อินฟินิตี้ ที่ไม่มีสิ้นสุด สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นสถาบันทางการเมืองของ”ประชาธิปัตย์” ที่ยืนยงเข้าสู่ปีที่ 78 ชี้เศรษฐกิจไทยจะโตกว่านี้ ต้องอัดฉีดเงินเข้าระบบอีก 1 ล้านล้านบาท

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  คำนวณ หมายเลขจับสลากของพรรค “ประชาธิปัตย์”  หมายเลข 26  เข้าข่ายไม่ธรรมดา  เพราะ 2 บวก 6  เท่ากับ 8  ที่มีความหมายเทียบเท่า “ไม่มีที่สิ้นสุด”  เปรียบเปรยเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว จนเข้าสู่ปีที่ 78   โชว์ผลงาน  4  ปี ที่ผ่านมา  ทั้งประกันรายได้จากการท่องเที่ยวและการส่งออก    ทำให้ประเทศไทยมีรายได้ปีเดียวเกือบ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 30 ปี


ที่ลานคนเมือง แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยใหญ่  แนะนำผู้สมัครสส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพฯ  ทั้ง 33  คน   ทั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า    “ประชาธิปัตย์” จับบัญชีรายชื่อ ได้เบอร์พรรคคือ  26 ถือเป็นมงคลอย่างยิ่งสำหรับปี 66 เพราะ 2 + 6 = infinity  อินฟินีตี้ หรือ 8  แปลว่า ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินมาถึงปีที่ 77 ก้าวสู่ปีที่ 78 เป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศไทยด้วยเหตุผลเพราะพรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้”ประชาธิปัตย์”อยู่ยั่งยืนยง คือ เป็นพรรคการเมืองของคนทุกรุ่น วันนี้พรรค พร้อมทั้งคน ทั้งนโยบาย 400 คน 400 เขตทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง 33 คน 33 เขตกทม. ทุกคนพร้อมที่จะเข้าสู่สถานการณ์เลือกตั้งแล้ว


“นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในยุคนี้เป็นนโยบายที่โดนใจและตอบโจทย์ประเทศมากที่สุดยุคหนึ่ง ที่สำคัญเป็นนโยบายที่อยู่บนความรับผิดชอบ ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่คิดอะไรชั่วครั้งชั่วคราว ไม่รับผิดชอบ จึงขอให้ประชาชนทั่วประเทศมั่นใจและไว้ใจ    4  ปี ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์สร้างผลงานมากมาย เช่น ประกันรายได้จากการท่องเที่ยวและการส่งออก  ปีที่แล้วประเทศไทยมีรายได้ปีเดียวเกือบ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 30 ปี สิ่งที่พูดจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นเรื่องเมื่อถึงเวลาหากประชาชนให้โอกาส ทำได้ทัน ทำได้จริง  “


นายจุรินทร์  กล่าวว่า  ประเทศไทย ติดหล่มความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะโควิด 3 ปี  ทำให้ต้องกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่ก็ไม่เพียงพอ ต้องอัดฉีดเม็ดเงินทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ ยังขาดอีก 1 ล้านล้านบาท หากเป็นแกนนำรัฐบาลจะเติมเม็ดเงินเข้าระบบทันที เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ด้วยการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศทุกหมู่บ้านทุกชุมชนชุมชนละ 2 ล้านบาท เป็นแหล่งสร้างเงินให้คนไทยในหมู่บ้านนั้น , เงินกองทุน กบข. มีเงินมหาศาลไปเอาออกมาใช้ไม่ได้ โดยจะอนุญาตให้ข้าราชการเบิกเงินมาก่อน 30% เพื่อเติมเม็ดเงินให้ตัวเองและครอบครัวและนำมาลดหนี้จากในระบบหรือนอกระบบก็ได้ นี่คือวิธีการแก้หนี้ของประชาธิปัตย์ รวมถึงกองทุนของประกันสังคมเช่นกัน

นอกจากนี้พรรคจะเดินหน้า สตาร์ทอัพกิจการของคนรุ่นใหม่และเอสเอ็มอีต้องมีแต้มต่อ สร้างโอกาสการผลิตองค์ความรู้การตลาดและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมาตรการช่วยเหลือเกษตร ผู้สูงอายุ  “ขอบคุณประชาชนที่ยังไม่ทิ้งและเลือกประชาธิปัตย์ขอให้เลือกต่อไปอย่าเปลี่ยนแปลง ส่วนสส.ที่ย้ายออกจากพรรค ขอให้กลับมากลับบ้านเรา กลับมาจับมือกับพวกเราชาวประชาธิปัตย์ทุกคน เพื่อพาสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศเดินไปข้างหน้าด้วยกันและไม่ใช่เพื่อเราเพื่อประชาธิปัตย์ แต่เพื่ออนาคตของที่ดีของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” นายจุรินทร์ กล่าว 
จุรินทร์ ถอดรหัส  ' ประชาธิปัตย์" หมายเลข 26  เลขมงคล -โอ่ผลงานดันส่งออกโต

จุรินทร์ ถอดรหัส  ' ประชาธิปัตย์" หมายเลข 26  เลขมงคล -โอ่ผลงานดันส่งออกโต


ที่ลานคนเมือง แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยใหญ่  แนะนำผู้สมัครสส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพฯ  ทั้ง 33  คน

ชวน หลีกภัย ร่ายยาวไม่หวั่นผลสำรวจจุรินทร์-‘ประชาธิปัตย์’ขาลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546416

07 เม.ย. 2566

ชวน หลีกภัย ร่ายยาวไม่หวั่นผลสำรวจจุรินทร์-'ประชาธิปัตย์'ขาลง

เสาหลัก”ประชาธิปัตย์” ชวน หลีกภัย ร่ายยาว ยอมรับสถานการณ์ของพรรค เจอแรงกระหน่ำผลสำรวจความเห็น ที่กลายเป็นว่า “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ถูกทิ้งห่าง ออกหน้าแทนยันหัวหน้าพรรคคือของจริง ชี้เลือกตั้งที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ถูกแรงเสียดท้าน แต่รอบนี้มั่นใจคนไทยตาสว่าง

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ชวน หลีกภัย” ร่วมพรรคประชาธิปัตย์ประชาธิปัตย์ปราศรัยใหญ่  ยอมรับบรรยากาศในเวลานี้ “ประชาธิปัตย์” อยู่ในสถานการณ์ที่ตกเป็นรอง โดยเฉพาะผลสำรวจความเห็นหลายฝ่าย ที่ให้ความเชื่อมั่นต่อหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันทิ้งท้าย    ชี้ผลการหยั่งเสียงเป็นเหมือนแรงกระตุ้น  ทีต้องทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเอง 


ที่ลานคนเมือง   แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยใหญ่   โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมด้วย   นายชวน ระบุว่า  แม้ว่าผลการสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองที่มีต่อ “ประชาธิปัตย์”   คะแนนของของ  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  หัวหน้าพรรคฯ คะแนนจะอยู่รั้งท้าย  แต่ความรู้สึกส่วนตัว ในบรรดาบุคคลทั้งหลายที่อยู่ในพรรคต่าง ๆ   เชื่อว่านายจุรินทร์ไม่ได้เป็นรองใคร นายจุรินทร์ ตั้งใจเข้ามาทำการเมือง ไม่ได้มุ่งหวังทำให้ธุรกิจตัวเองมีกำไร แต่เข้ามาทำเพื่อบ้านเมือง 

ในอดีตประชาธิปัตย์ ชนะเกือบทั้งหมด แต่วันนี้ต้องอยู่กับความจริง ผลการหยั่งเสียง ต้องขอบคุณผู้ที่สำรวจความเห็น   เพราะทำให้รู้ตัวว่าเป็นอย่างไร  เชื่อว่าถ้ามีโอกาสทำความเข้าใจกับประชาชน ที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคไม่ได้ส.ส.กทม.แม้แต่คนเดียว    พอจะเข้าใจว่าอะไรที่เกิดขึ้นในวันนั้น มีคนมาขอโทษว่ากลัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเอาไม่อยู่ ต้องไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ครั้งนี้เหตุการณ์เปลี่ยนแล้ว

สถานการณ์นั้นไม่มีแล้ว ดังนั้นคิดว่าประชาชนจะได้ย้อนกลับมาทบทวน พรรคอยู่มา 77 ปี วันนี้ย่างเข้าสู่ปี 78   เป็นไปได้อย่างไร มีพรรคไหนหรือไม่ที่ตั้งมาพร้อมประชาธิปัตย์ แล้วอยู่ได้ถึงวันนี้ไม่มี  มีอันเป็นไปหมด แม้จะมีอำนาจ มีเงิน ก็มีอันเป็นไปหมดเพราะประชาชนลงโทษ ไม่ได้ซื่อตรง จริงใจกับประชาชน    ประชาธิปัตย์อยู่มาได้ 77ปี ไม่ได้ชนะทุกครั้ง แพ้บ้างชนะบ้าง เสียใจบ้าง เปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาแล้ว 8 คน เสียชีวิตไปแล้ว 4 คน ยังอยู่ 4 คน 

“หัวหน้าประชาธิปัตย์ไม่มีคนไหนถูกคดีต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ เพราะฉ้อโกงคดโกง ไม่มี  พี่น้องได้พิสูจน์พวกเราทุกคนแล้ว และในฐานะที่ผมเป็นนักการเมืองอยู่ในสภาฯมานานกว่าคนอื่น 55 ปี ได้เห็นความจริงที่อยากบอกว่าอย่าสิ้นหวังกับระบอบประชาธิปไตย เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมา 90ปี ประชาธิปัตย์  อยู่มา 77 ปี เราเห็นบ้านเมืองความก้าวหน้าโดยลำดับ ขอเป็นกำลังใจให้น.ส.วทันยา  บุนนาค ” มาดามเดียร์”  อย่าท้อแท้  อย่าไปหดหู่ เพราะบ้านเมืองเราพัฒนาไปมาก และเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด และในระบอบประชาธิปไตยอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พวกเราคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย เราอยากได้รัฐบาลแบบไหนเราต้องเลือกผู้แทนฯแบบนั้น ถ้าเราเลือกผู้แทนฯโกง เราได้รัฐบาลโกง” 

นายชวน  กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าท้อแท้ อย่าหวั่นไหว เพราะในสภายังมีคนดี ๆ อยู่อีกมาก แม้กระทั่งตำรวจก็มีตำรวจสีเทา แต่ขอประชาชนอย่าหวั่นไหว เพราะตำรวจที่ดียังมีอีกมากเช่นกัน มีคนสีเทามากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ตำรวจ สื่อมวลชน และในวงการศาสนา ก็มีสีเทา แต่ในแต่ละวงการก็ยังมีคนดี ๆ อีกจำนวนมาก ความมั่นคงของบ้านเมืองอยู่ที่ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย  ไม่สามารถทำให้ทุกคนร่ำรวยเท่ากัน แต่สามารถทำให้ใช้กฎหมายกับทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ขอมีรัฐบาล ที่ทำเพื่อบ้านเมือง ทำกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ลักหลับออกกฎหมายนิรโทษกรรม  เพื่อเอื้อให้กับพวกพ้องตัวเอง 

“การหยั่งเสียงโพลออกมามีการวิเคราะห์ และสื่อก็คาดว่าประชาธิปัตย์ จะได้สส.บัญชีรายชื่อ  5 คน   ถ้าเป็นไปตามโพล ตนได้แจ้งกับนายจุรินทร์ว่า ไม่ต้องขอร้อง  ผมจะขออนุญาตไปขอพี่น้อง ไปทั่วประเทศและกทม. ว่า  นอกจากเลือกส.ส.เขตแล้ว ช่วยเลือกเบอร์ 26 ด้วย ถ้าไม่เลือกเบอร์ 26 ตนก็คงไม่ได้เป็นส.ส. และสำคัญที่สุดไม่ได้โลภมากถึงขนาดขอให้นายนริศ ขำนุรักษ์   ต้องได้เพราะอยู่ลำดับที่ 98    แต่อย่างน้อยที่สุดขอให้คนเก่ง ๆ ได้เป็นสส. ” นายชวน  กล่าว
 

ชวน หลีกภัย ร่ายยาวไม่หวั่นผลสำรวจจุรินทร์-'ประชาธิปัตย์'ขาลง
ชวน หลีกภัย ร่ายยาวไม่หวั่นผลสำรวจจุรินทร์-'ประชาธิปัตย์'ขาลง

ที่ลานคนเมือง   แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยใหญ่   โดยนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร่วม

ประยุทธ์ นำ’รวมไทยสร้างชาติ’หาเสียง โอ่พูดในสิ่งที่เป็นไปได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546412

07 เม.ย. 2566

ประยุทธ์ นำ'รวมไทยสร้างชาติ'หาเสียง โอ่พูดในสิ่งที่เป็นไปได้

เวทีเปิดตัวผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ “รวมไทยสร้างชาติ”สุดคึก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมหาเสียง “บิ๊กตู่”ตื้นตันเห็นคนมาให้กำลังใจ อ้อนอยากได้สส.ทั้ง 33 เขต การันตีสงกรานต์ปีนี้คึกคักแน่ หลังเงียบเหงามาตลอด 2 ปี เปิดใจสื่อหลังลงเวที ทุกเรื่องที่พูดคือสิ่งที่เป็นไปได้

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของ“รวมไทยสร้างชาติ “ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับชาวกทม. ในการหาเสียงพร้อมกับ ผู้สมัครสส.กรุงเทพฯ ทั้ง  33 คน    ตั้งคำถามถ้าได้ สส.ทั้ง 33  เขตจะเกิดอะไรขึ้น เรียกร้องผู้ที่ชื่นชอบร่วมกันเป็นหัวคะแนนชักชวนให้คนอื่น ร่วมเทเสียงให้กับพรรค  ย้ำสิ่งที่พูดวันนี้ มีความเป็นไปได้และเป็นสิ่งที่มาจากใจ พูดในสิ่งที่ได้ทำไว้ทั้งหมดแล้วและต้องการทำต่อไป

ที่ลานอัฒจรรย์ สวนเบญจกิติ  พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ของพร้อมกับเปิดตัวผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ รวม 33  คน  ทั้งนี้กิจกรรมของ“รวมไทยไทยสร้างชาติ” ยังรวมไปถึงการขึ้นปราศรัยพบกับประชาชนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ   พล.อ.ประยุทธ์   กล่าวปราศรัยว่า มีความสุขที่เห็นประชาชนมาจำนวนมาก มาสนับสนุนตน  ขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามา ส่วนตัวชอบพูดคุยกับคน ไม่อยากอารมณ์เสียทั้งวัน กรุงเทพฯเป็นหน้าบ้าน เป็นประตูที่ทุกคนอยากมาท่องเที่ยว ถูกการันตีให้เป็นเมืองที่น่าพักผ่อน 6 ปี ซ้อน จาก 1 ใน 150 เมืองทั่วโลก 

พื้นที่กรุงเทพฯน่าสนใจว่า ถ้าได้สส.ทั้ง 33 เขตจะเป็นอย่างไร  มีทั้งคนชอบเราและไม่ชอบเรา แต่ยังมีคนที่อยู่ตรงกลางที่ไม่รู้จะเลือกใคร ดังนั้นต้องเอาคะแนนมาให้ได้ ข้างบ้านใครไม่ออกมาเลือกตั้งต้องไปเคาะประตูให้ออกมาเลือกตั้ง ให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ร่วมกัน  ” ใกล้สงกรานต์แล้ว ปีนี้จะมีการจัดงานฉลองอย่างสนุกสนาน หลังว่างเว้นมา 2 ปี ซึ่งการฉลองสงกรานต์มีน้ำให้อาบ ไฟไม่ดับ นั่นคือความมั่นคงด้านพลังงาน ถนนมีความสวยงาม   จะมีเครื่องบิน กว่า 90,000 เที่ยวบิน เข้ามาในประเทศ เพราะนักท่องเที่ยวเพิ่ม เพราะเมืองไทยมีความสุข ปากต่อปากบอกกันไป ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังปราศรัยว่า  เป็นวันแรกที่ตนมาพูดจากับคนกรุงเทพฯ ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 33 เขต รวมทั้งผู้บริหารพรรคทั้งหมด พูดในสิ่งที่มีความเป็นไปได้และเป็นสิ่งที่มาจากใจ พูดในสิ่งที่ทำโครงสร้างไว้ทั้งหมดแล้วและต้องทำต่อไป และเป็นสิ่งที่ตนตั้งใจไว้แล้วว่า ทำแล้ว ทำอยู่ และทำต่อ ต่อไปคือพลัส คือทำต่อไปอีก และอาจมีเรื่องใหม่  ๆ เข้ามา แต่ต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวัง เพราะวันนี้ก้าวมาไกลแล้ว จะกลับไปที่เดิมอีกไม่ได้ 


“ขอบคุณชาวกรุงเทพฯ ทุกคนที่ให้ความเมตตาให้ความรักกับผม ผมทำอะไรคนเดียวไม่ได้ต้องมีทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ นั่นเป็นแรงใจในการทำงานร่วมกัน เชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการจะเป็นรัฐบาล เราทำเพื่อใคร บอกว่าทำเพื่อประชาชนอย่างเดียวไม่พอ เราต้องทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ทำให้ทุกคนมีความสุขและมีความพึงพอใจ มาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเรามีอยู่ แต่ต้องระมัดระวังอย่างที่สุดในการใช้จ่ายงบประมาณ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเข้าใจผิด ถ้าเราทำหลายอย่างผิดไปโครงสร้างจะล้มทั้งหมด ” 

เมื่อถามว่า บนเวทีปราศรัยได้พูดถึงเรื่องเงินดิจิทัล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยพูดไว้แล้ว และเคยเตือนเอาไว้แล้วว่าเงินดิจิทัลเป็นเงินที่จับต้องไม่ได้ แต่เป็นเงินที่ตกลงซึ่งกันและกัน และก็รู้ถึงที่มาของเงิน ที่ใช้บล็อกเชนเป็นตัวควบคุม ไม่มีตัวเงินที่แท้จริง เป็นตัวเลขที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย ระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการ แต่ก็จะเห็นว่าบางประเทศก็ล้มไปทั้งยวง ธนาคารก็ล้มทั้งหมด สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เอามาพูดกันวันนี้  ไม่อยากไปแตะต้องใคร แต่จะต้องระมัดระวังอย่างที่สุด เพราะไม่ว่าจะใช้เงินลักษณะใดก็ตามจะต้องมีเม็ดเงินจริงอยู่เสมอ พูดลอย  ๆ เท่าไหร่ก็ได้ แต่มันมีงบประมาณที่อยู่ในคลัง มีเงินสำรองอยู่ในคลังพอหรือเปล่า ถ้าไม่พอมันเสี่ยง ไม่ได้ว่าหรือตำหนิใคร จะพูดอะไรก็ได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องระวังอย่างที่สุด ทุกคนในพรรคระวังกันทั้งหมด การใช้งบประมาณต้องไม่ผิดระเบียบและไม่ผิดกฎหมาย 

ประยุทธ์ นำ'รวมไทยสร้างชาติ'หาเสียง โอ่พูดในสิ่งที่เป็นไปได้

พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ของพร้อมกับเปิดตัวผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ รวม 33  คน  ทั้งนี้กิจกรรมของ”รวมไทยไทยสร้างชาติ” ยังรวมไปถึงการขึ้นปราศรัยพบกับประชาชนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

‘กกต.’ สรุปยอดเสนอชื่อนายกฯ 43 พรรค 63 คน -“ดิจิตอลวอลเล็ต” เพื่อไทย ฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546410

07 เม.ย. 2566

'กกต.' สรุปยอดเสนอชื่อนายกฯ 43 พรรค 63 คน -"ดิจิตอลวอลเล็ต" เพื่อไทย ฉลุย

เลขาธิการ”กกต.”  แถลงภาพรวมวันสุดท้ายของการรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ   โดยตัวเลขการรับสมัครอย่างไม่เป็นทางการ  แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนพรรคที่ส่งผู้สมัคร 70 พรรค ยอดผู้สมัคร 4,781 คน กทม.มากสุด ส่วนผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีมาจาก 43 พรรค 63 คน 

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  สรุปภาพรวมการรับสมัคร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( สส. ) แบบแบ่งเขต ยอดรวม  70 พรรคการเมือง   ผู้สมัคร 4,781 คน พื้นที่กทม.มากที่สุด   498  คน  ส่วน ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี มาจาก  43 พรรค 63 คน   ส่วนขั้นตอนจากนี้  จะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติแบบบัญชีรายชื่อโดย“กกต.”   ส่วนแบบแบ่งเขตตรวจสอบโดยกกต.เขต    คาด 14  เม.ย. แล้วเสร็จ

ที่อาคารไอราวัฒน์พัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  แถลงภาพรวมวันสุดท้ายของการรับสมัคร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( สส. ) แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ   โดย “กกต.” มีข้อมูลตัวเลขการรับสมัครอย่างไม่เป็นทางการ  ทั้งนี้แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนพรรคที่ส่งผู้สมัคร 70 พรรคการเมือง จำนวนผู้สมัคร 4,781 คน จังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร 498 คน แบบบัญชีรายชื่อ 67 พรรค มีผู้สมัครทั้งสิ้น 1,899 ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจำนวน 43 พรรค 63 คน 

จากนี้ไปจะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติแบบบัญชีรายชื่อ ตรวจสอบโดยกกต. แบบแบ่งเขตตรวจสอบโดยกกต.เขต โดยจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้สมัครหรือไม่ ภายในวันที่ 14 เม.ย. ส่วนกรณีผู้ที่ไม่ถูกประกาศเป็นผู้รับสมัคร สามารถร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วันและศาลฎีกาต้องพิจารณา ให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 3 วัน ส่วนกรณีที่มีชื่อประกาศเป็นผู้สมัคร   หากมีใครเห็นว่าชื่อผู้สมัครขาดคุณสมบัติ สามารถยื่นคำร้องต่อกกต. ในแบบแบ่งเขตยื่นที่สำนักงานกกต.จังหวัด แบบบัญชีรายชื่อยื่นที่กกต.กลาง ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศ กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน

นายแสวง กล่าวด้วยว่า กรณีหาเสียงของพรรคเพื่อไทย มีนโยบายเติมเงิน  “ดิจิตอลวอลเล็ต”     10,000 บาท ว่า เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณแผ่นดินอยู่แล้ว หากได้ไปเป็นรัฐบาล นโยบายลักษณะนี้จะไม่ผิดกฎหมายสัญญาว่าจะให้ ซึ่งนโยบายที่จะเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ คือการใช้เงินที่ไม่ใช่เงินของแผ่นดิน ส่วนนโยบายของพรรคต้องประกาศให้ประชาชนทราบและส่งมาให้ที่กกต.ด้วย นโยบายแต่ละนโยบายประกอบด้วย 1.ชื่อนโยบาย 2. วงเงินที่ต้องใช้ 3. ที่มาของเงินหรือวิธีการหาเงิน 4.ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินการนโยบาย 5. ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย และ 6. นโยบายนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละจังหวัด  ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลในการไปลงคะแนนว่านโยบายแบบนี้ ถูกใจประชาชนหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลแต่ละพรรคครบถ้วนรอบด้าน

'กกต.' สรุปยอดเสนอชื่อนายกฯ 43 พรรค 63 คน -"ดิจิตอลวอลเล็ต" เพื่อไทย ฉลุย
'กกต.' สรุปยอดเสนอชื่อนายกฯ 43 พรรค 63 คน -"ดิจิตอลวอลเล็ต" เพื่อไทย ฉลุย

แสวง บุญมี เลขาธิกกต. แถลงภาพรวมการรับสมัค สส.แบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ  

‘มาดามเดียร์’ โชว์ 3D Mapping เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546409

07 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' โชว์ 3D Mapping เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก

‘มาดามเดียร์’ พลิกโฉมใช้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดปราศรัยใหญ่ประชาธิปัตย์ครั้งแรก โชว์ 3D Mapping ผ่านศาลาว่าการ กทม.

‘มาดามเดียร์’ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปราศรัยใหญ่ของพรรคเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (7 เม.ย. 66) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ว่า ครั้งนี้เป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกหลังจากที่ได้หมายเลขพรรคและหมายเลขผู้สมัคร โดยเวทีปราศรัยในวันนี้เป็นการจัดงานรูปแบบใหม่ที่มีการผสมผสานทั้งความทันสมัยและสถาปัตยกรรมเดิมของกรุงเทพมหานคร มาประกอบเป็นเวทีปราศรัย สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนของพรรคประชาธิปัตย์ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังคงความยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม รวมถึงยังมีการออกแบบเวทีที่ทำให้ประชาชนและผู้สมัครของพรรคมีความใกล้ชิดกัน เพราะพรรคประชาธิปัตย์เราถือกำเนิดมาจากประชาชน

“ภายในงานปราศรัยวันนี้ เดียร์ใช้ 3D Mapping ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีการและศิลปะมาผสมผสาน แล้วฉายไปยังตึกของศาลาว่าการกรุงเทพให้เป็นฉาก แทนการใช้จอภาพหรือฉากหลังแบบเดิมๆ และยังจัดเวทีให้ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์มีความใกล้ชิดกับประชาชน เพราะประชาชนเท่ากับประชาธิปัตย์” มาดามเดียร์ กล่าว

มาดามเดียร์ กล่าวต่ออีกว่า การปรับเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งตรงกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศไว้ ที่จะเป็นตัวสร้างเศรษฐกิจใหม่ ด้วยการนำเอาความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมมาต่อยอดให้เกิดเป็นมูลค่า สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำให้เห็นแล้วว่า การใช้ความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างมูลค่าได้ทุกมิติ

‘เศรษฐา’ แทคทีม แจง ‘แจกเงินดิจิทัล’ โอนทันทีถ้า ‘เพื่อไทย’ ชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546401

07 เม.ย. 2566

'เศรษฐา' แทคทีม แจง 'แจกเงินดิจิทัล' โอนทันทีถ้า 'เพื่อไทย' ชนะ

‘เพื่อไทย’ ขนขุนพลเศรษฐกิจ แจงยิบนโยบาย ‘แจกเงินดิจิทัล’ หนึ่งหมื่น ‘เศรษฐา’ โต้ไม่เคยมองคนเป็นยาจก ปัดเป็นประชานิยมสุดโต่ง คาดดีเดย์ 1 ม.ค.67 แย้มใช้งบกว่า 5 แสน ลบ. ‘หมอมิ้ง’ ชี้เป็นนโยบายหวังปั๊มหัวใจ ไม่ใช่หยอดน้ำข้าวต้ม ขณะที่ ‘เผ่าภูมิ’ ยันไม่เลิกบัตรคนจน

เลือกตั้ง66 นาทีนี้ พรรคเพื่อไทย กระแสมาแรงสุดๆ เฉพาะปมร้อน ‘แจกเงินดิจิทัล’ กลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ล่าสุด ที่พรรคเพื่อไทยขนขุนพลเศรษฐกิจขั้นเทพ ตั้งโต๊ะแถลงถี่ยิบ

ประกอบด้วย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบายพรรค และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค แถลงปมสงสัยกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท หรือ ‘แจกเงินดิจิทัล’

โดยนายเศรษฐากล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา พท.มีการแถลงนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ต จำนวนเงิน 10,000 บาท ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาเงินมาจากไหน ช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมาประเทศเราบอบช้ำมาเยอะ

โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนมีรายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม จนอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ซึมลึก ซึมนาน ซึมยาว รัฐบาลปัจจุบันก็ค่อยๆ หยอดน้ำข้าวต้มมาเรื่อยๆ เป็นจำนวนเงินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจที่เหมาะสม ที่ถูกต้อง

เพื่อไทยเราคิดใหญ่ทำเป็น เงิน 10,000 บาทนั้น จะให้เป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาทเลย ที่ต้องให้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ให้เป็นเงินสด เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่เราสามารถจำกัดวิธีการใช้ได้ หากให้เป็นเงินสดก็อาจจะใช้ไปในทางอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น เรื่องของการพนัน ยาเสพติด การใช้หนี้นอกระบบ เทคโนโลยีจะสามารถบอกได้ว่าไปใช้อะไรบ้าง

ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าหากเป็นหนี้สถาบันการเงินจะสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องลงพื้นที่สอบถามความต้องการ หากเป็นความต้องการเราก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง

ขุนพลเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยขุนพลเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน ชี้แจงนโยบายแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาทนายเศรษฐา ทวีสิน ชี้แจงนโยบายแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาท

นายเศรษฐา กล่าวว่า ส่วนระยะเวลาที่เราให้ใช้ภายใน 6 เดือนนั้น เพราะเราต้องการให้มีการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายใช้สอยอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญ อีกเรื่องคือระยะรัศมีในการใช้ตามบัตรประชาชน 4 กิโลเมตรนั้น หากพื้นที่ไหนที่ไม่มีร้านค้าก็สามารถขยายระยะทางออกไปได้ ส่วนคนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แต่บัตรประชาชนอยู่ต่างจังหวัดจะสามารถใช้ได้หรือไม่นั้น เราตอบชัดเจนว่าไม่ได้ เพราะเราอยากให้กลับไปใช้เงินที่บ้านเพื่อที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ไม่ใช่ให้มีการมากระจุกตัวที่หัวเมืองอย่างเดียว หากภายใน 6 เดือนนั้นไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเลย เงินก็จะหายไป ฉะนั้น คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ให้พี่น้องได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ภูมิลำเนา และไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนด้วย

เมื่อถามว่ามีนักวิชาการมองว่าเป็นนโยบายประชานิยมสุดขั้ว พร้อมตั้งคำถามว่าเงินมาจากไหน และจะกระทบหนี้สาธารณะของประเทศ นายเศรษฐากล่าวว่า นโยบายนี้จะทำให้ภาครัฐเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนี่จะตอบคำถามได้ว่าเงินมาจากไหน ยืนยันว่าเม็ดเงินมาจากการจัดสรรงบประมาณ การจัดเก็บภาษี VAT ที่ได้เพิ่มมากขึ้น และการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล รวมทั้งสวัสดิการรัฐที่ลดน้อยลง

“ผมไม่อยากให้ใช้คำว่าประชานิยมสุดโต่ง แต่เป็นความจำเป็นและความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการการช่วยเหลือเวลานี้” นายเศรษฐากล่าว

เมื่อถามว่างบประมาณปี 2567 ที่ตั้งไว้ 3.35 ล้านล้านบาท ถ้าเป็นรัฐบาลและนำเสนอนโยบายนี้จำเป็นต้องปรับลดงบประมาณกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงกลาโหม หรืองบประมาณลงทุนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า การจัดเก็บภาษีจะได้เพิ่มมากขึ้นกว่า 2 แสนล้าน ส่วนงบประมาณอื่นๆ นั้นจะต้องดูงบประมาณในส่วนอื่นๆ ไม่ใช่งบประมาณกระทรวงกลาโหมเท่านั้นว่าอะไรเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายเศรษฐา ทวีสิน  นายเศรษฐา ทวีสิน

ถามต่อว่าจำนวนเงินที่ได้สามารถนำไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าน้ำมันได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ได้ทั้งหมด ยกเว้นซื้อบุหรี่หรือใช้หนี้นอกระบบ

ถามย้ำว่าหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไปร่วมโครงการได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทั้งหมด ไม่ได้กีดกั้นใครคนใดคนหนึ่ง เราเสมอภาคเท่าเทียม

ใช้งบฯก ว่า 5 แสนล้านบาท

เมื่อถามว่าคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถใช้ได้ แล้วจะใช้งบประมาณเท่าไร นายเศรษฐากล่าวว่า จะมีประชาชนกว่า 50 ล้านคน ที่ได้รับสิทธิ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท คาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงไตรมาส 3 และเริ่มโครงการได้ประมาณวันที่ 1 มกราคม 2567

เมื่อถามว่าคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ภายใน 4 ปี การเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายนี้มองประชาชนเป็นยาจก นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่เคยมองประชาชนเป็นยาจก เป้าหมายของของพรรค พท.คือช่วยประชาชนพ้นหลุมดำของความยากจน ถ้าเกิดว่าดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เป็นจุดสตาร์ตให้ประชาชนลุกขึ้นเดิน ลุกขึ้นทำมาหากินได้อีกครั้งหนึ่ง ผมถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน”

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดชนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช

ทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5%

ด้านนพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า จุดยืนของ เพื่อไทยคือต้องการได้อำนาจรัฐเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งเราประกาศเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 และก็เริ่มมีมาตรการที่ค่อยๆ ปล่อยออกมา ไม่ว่าจะเป็นรายได้ขั้นต่ำ 600 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และที่สำคัญเราได้รับรองได้ว่าเราสามารถทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งเมื่อประชาชนมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายได้ไม่เพียงพอ ก็เป็นการสำคัญที่หากพูดในเชิงการแพทย์ที่เราไม่อยากหยอดน้ำข้าวต้มเพื่อให้ยืดจากความตาย แต่เราจะต้องใช้การปั๊มหัวใจให้กลับคืนมาให้รวดเร็วเพื่อกลับมาแข็งแรงโดยกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่จะปลุกกำลังของเราให้ฟื้นขึ้น เพื่อให้เราไปแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่ระหว่าง 6 เดือนนี้เราจะมีมาตรการอื่นรองรับเพื่อให้เขาขยับไปทำมาหากินได้เพิ่มขึ้น

เมื่อถามว่านโยบายนี้จะไม่เข้าข่ายหมิ่นเหม่กฎหมายที่สัญญาว่าจะให้ใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา นี่เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นกับคนไทยทุกคนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ให้ให้เฉพาะจงเจาะ

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุลนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล

ขณะที่นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า เพื่อไทยประกาศนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เพราะเราต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ให้กับประเทศ โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะเศรษฐกิจดิจิทัลใช้เงินในรูปแบบนี้ ระบบการเงินยุคใหม่เป็นระบบที่ไร้ตัวกลาง สนับสนุนโดยเทคโนโลยีบล็อกเชน ต่อจากนี้คนไทย 16 ปีขึ้นไปจะมี 2 บัญชี โดยบัญชีที่ 1 คือบัญชีออมทรัพย์ ที่เป็นเงินปกติผูกกับธนาคารพาณิชย์ บัญชีที่ 2 คือ ดิจิทัลวอลเล็ตให้กับประชาชน ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคนผูกกับบัตรประชาชนอัตโนมัติ และเราจะมอบกุญแจดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคนในการเข้าถึงเงินนี้

ทั้งนี้ เราสามารถใช้บล็อกเชนในการเขียนเงื่อนไขลงบนเงินได้ ซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าใช้ภายใน 6 เดือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้ใช้ได้ในรัศมี 4 กม. เพื่อต้องการเงินหมุนในระดับหมู่บ้าน หรือชุมชนทั่วประเทศพร้อมกัน จึงเป็นส่วนที่แตกต่างจากแอพพลิเคชั่นเป๋าตังที่เป็นเงินในโลกยุคเก่า เราเป็นเงินในโลกยุคใหม่

เมื่อถามว่าจะให้ประชาชนต้องเลือกระหว่างนโยบายเงินดิจิทัลกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ไม่ได้ให้ประชาชนเลือกระหว่าง 2 ระบบนี้ เพราะประชาชนจะมี 2 บัญชี คือบัญชีออมทรัพย์ และบัญชีดิจิทัลวอลเล็ต แต่เราจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น จนวันหนึ่งคนจะหลุดจากเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ย้ำว่าเราจะไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายจักรพงษ์ แสงมณีนายจักรพงษ์ แสงมณี

ด้านนายจักรพงษ์กล่าวว่า เพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกบัตรคนจน แต่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกระหว่างบัตรคนจนกับโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล หาก พท.ได้เริ่มดำเนินโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลเมื่อไหร่ คนไทยคงไม่อยากกลับไปใช้บัตรคนจนอีกแล้ว ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดงบประมาณรายจ่ายในส่วนนี้ได้ถึง 5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ยังไม่มีการผ่านในวาระใด หากเราชนะเลือกตั้งเราสามารถเข้าไปทำงบประมาณปี’67 ได้ ซึ่งเราสามารถรีดงบประมาณในส่วนที่คิดว่าเป็นส่วนเกินได้หลายแสนล้าน

ทั้งนี้ เพื่อไทยห่วงใยเรื่องวินัยการเงินการคลัง เราห่วงใยตั้งแต่ยังไม่มี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังด้วยซ้ำ และเราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่สามารถทำนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ทั้งหมด โดยยังสามารถรักษาวินัยการเงินการคลัง เราใช้เงินเป็นและหาเงินเป็นด้วย ดังนั้น ทุกนโยบายคำนวณเป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจว่าเราทำได้จริง

‘ประวิตร’ พอใจวิดีโอคอลคุย นศ. เชื่อลดขัดแย้งได้ ย้ำพปชร.หาเสียงสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546398

07 เม.ย. 2566

'ประวิตร' พอใจวิดีโอคอลคุย นศ. เชื่อลดขัดแย้งได้ ย้ำพปชร.หาเสียงสร้างสรรค์

“พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” พอใจวิดีโอคอลคุย นศ. เชื่อลดขัดแย้งได้ ย้ำลูกพรรค พปชร.หาเสียงสร้างสรรค์ เน้นสร้างความเข้าใจเยาวชน อย่าตกหลุมพลางพรรคอื่น เหตุเจอจ้องดิสเครดิตโยงรัฐประหาร

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งว่า ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้ย้ำแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนว่า ต้องหาเสียงสร้างสรรค์ อย่าโจมตีสาดโคลน รักษากฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรงเด็ดขาด 

'ประวิตร' พอใจวิดีโอคอลคุย นศ. เชื่อลดขัดแย้งได้ ย้ำพปชร.หาเสียงสร้างสรรค์

เพราะ พล.อ.ประวิตร ประเมินแล้วว่า ในช่วงนี้บางพรรคพยายามปั่นกระแส และดิสเครดิตพรรคพลังประชารัฐในเรื่องสนับสนุนการยึดอำนาจในช่วงที่ผ่านมา แต่ พล.อ.ประวิตร ให้แนวทางไปว่า ควรชี้แจงกับประชาชนว่าพรรคยึดกติกาและรักษาประชาธิปไตย 

รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร ช่วยประสานความขัดแย้งในช่วงที่ผ่านมาเพื้อให้บ้านเมืองเดินหน้าและกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเร็วที่สุด วันข้างหน้าความขัดแย้งต้องลดลง และจางหายไปในที่สุด

'ประวิตร' พอใจวิดีโอคอลคุย นศ. เชื่อลดขัดแย้งได้ ย้ำพปชร.หาเสียงสร้างสรรค์

รายงานข่าวระบุอีกว่า พล.อ.ประวิตร บอกกับแกนนำพรรคให้แจ้งผู้สมัคร ส.ส.เวลาลงพื้นที่ว่า ที่ผ่านมาเยาวชนกลุ่มสามนิ้วมาประท้วง พล.อ.ประวิตร เช่น น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มายกสามนื้วให้ พล.อ.ประวิตร ในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.หลักสี่-จตุจักร แต่ พล.อ.ประวิตรได้ทักทาย และย้ำว่าเป็นลูกหลาน จนเหตุการณ์ไม่บานปลาย 

หรือกรณี น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่มาขอสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตร ซึ่ง น.ส.ภัสราวลี ก็บอกสื่อมวลชนไปว่า หลังจากพูดคุยกับพลเอกประวิตรก็พบสัญญาณที่ดี เป็นต้น 

ตรงนี้แปลว่าเยาวชนกลุ่มสามนิ้วที่ต่อต้านนั้นหากได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร แล้วก็จะเข้าใจและปรับท่าที่ในเชิงบวกขึ้น รวมทั้ง พล.อประวิตร ยังพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่ายเสมอ เพื่อให้บรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้น ซึ่งตรงกับแนวทางของ พล.อ.ประวิตร ที่ให้แคมเปญหาเสียงว่าก้าวข้ามความขัดแย้ง

'ประวิตร' พอใจวิดีโอคอลคุย นศ. เชื่อลดขัดแย้งได้ ย้ำพปชร.หาเสียงสร้างสรรค์

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ย้ำว่าหากเยาวชนต้องการมาพูดคุยกับตนหรือแกนนำพรรคนั้น ขอให้ยึดหลักเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมอันดีของประเทศ สิ่งใดที่มาพูดคุย หรือเรียกร้องหากอยู่ในครรลองและกฎหมายก็สามารถร่วมมือกันได้ และที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร พอใจกับการพูดคุยกับเยาวชน 

นักศึกษาหลายสถาบันที่กลุ่มเฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม ได้วิดีโอคอลให้ พล.อ.ประวิตร ได้สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่ได้สะท้อนปัญหาหลายเรื่องให้ พล.อ.ประวิตร และทีมงาน FC ลุงป้อม รับไว้พิจารณาแก้ไข 

โดยพบว่าท่าทีของคนรุ่นใหม่นั้นพร้อมที่จับมือฝ่ายต่างๆเพื่อลดความขัดแย้ง และไม่มีท่าทีต่อต้าน พล.อ.ประวิตร ตรงนี้ทำให้ พล.อ.ประวิตร มั่นใจว่า หากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สื่อสารกับแกนนำพรรคต่างๆอย่างเต็มที่นั้น ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเป็นบ่อเกิดของความเห็นที่รุนแรงทางการเมือง จะลดระดับลงไปได้

รายงานข่าวกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร มองว่าคนรุ่นใหม่คือพลังของประเทศ หากพรรคให้ข้อมูลที่กลุ่มคนรุ่นใหม่สามารถเข้าใจตรงกันกับแนวทางก้าวข้ามความขัดแย้งของคนรุ่นใหม่และทำความเข้าใจให้ความผ่อนหนักผ่อนเบาและใช้ความละมุนละม่อมต่อกันและกันนั้น

แนวทางการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของบ้านเมืองก็จะได้มีบรรยากาศที่ลดปัญหาความขัดแย้ง ที่ทางพรรคน่าจะได้รับความร่วมมือร่วมใจเพื่อช่วยกันผลักดันตลอดถึงคนรุ่นใหม่จะได้ช่วยเป็นอีกกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จากคนรุ่นเก่าที่มีประสิทธิภาพ และมีประสบการณ์ร่วมมือกับรุ่นใหม่บรรยากาศทางการเมืองที่ดีจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ดังนั้นผู้สมัครส.ส.ของพรรคต้องเพิ่มการให้ความรักความเข้าใจเพื่อมิให้เกิดภาพความขัดแย้งในช่วงหาเสียงและในเวลาต่อจากนี้ไปถึงแม้จะสิ้นสุดห้วงระยะเวลาของการเลือกการเลือกตั้งและการใช้วิธีสร้างความปรองดองในทุกพื้นที่ ให้เป็นหลักของความสามัคคีของคนไทยในสังคมต่อไปในวันข้างหน้าเพื่อลดความขัดแย้งและนำพาความสงบสุขมาสู่สังคม.

‘พปชร.’ เจอศึกหนัก วัดพลัง 2 เจ้าถิ่นพื้นที่ใจกลางเมืองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546393

07 เม.ย. 2566

'พปชร.' เจอศึกหนัก วัดพลัง 2 เจ้าถิ่นพื้นที่ใจกลางเมืองหลวง

‘แป๊บ-พณิชย์’ ผู้สมัครเขตราชเทวี ปทุมวัน สาทร เร่งเครื่องลงพื้นที่ ชิงพื้นที่จาก 2 เจ้าถิ่นต่างพรรค มั่นใจเลือกไปไม่ผิดหวัง ไม่ทิ้งประชาชน  

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ หรือ แป๊บ ผู้สมัคร สส.เขตราชเทวี ปทุมวัน สาทร พรรคพลังประชารัฐ เริ่มประชาสัมพันธ์หมายเลขผู้สมัครหลังจากจับสลากได้หมายเลขแล้ว ยืนยันพร้อมลุยอย่างเข้มข้นขึ้นอีกเท่า เพราะ ก่อนหน้านี้ ผู้สมัคร สส. แต่ละคนเก็บแรงกันไว้ รอได้หมายเลขแล้วลงพื้นที่ทีเดียว ในอีก 40 กว่าวันก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้

นายพณิชย์ ระบุว่า ตนตั้งเป้าเข้าถึงประชาชนอีก 2 เขต คือ สาทรและปทุมวัน ให้มากที่สุด ใน 1 วัน ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด ขณะนี้ใช้เวลาในทุกๆชั่วโมงอย่างมีค่า ส่วนจุดอ่อนของตน ยอมรับก็มีบ้าง ไม่มีใครสมูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็น แต่จะไม่หยุดพัฒนา แต่จะไปเพิ่มและสร้างจุดแข็งของตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเป็นคนลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ช่วยประชาชนมาอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่องตลอด3ปี หากประชาชนเลือกตนเข้ามารับใช้ พัฒนาพื้นที่ รับรองไม่ผิดหวังและไม่ทิ้งประชาชนแน่นอน  
 

“แม้ในพื้นที่เขต 2 ราชเทวี ปทุมวัน สาทร ต้องเจอกับ สส.หน้าเก่าถึง 2 คน ถือเป็นศึกหนัก เพราะคนเก่าน่าจะชำนาญพื้นที่มากกว่า แต่ตนจะพยายามทำให้เประชาชนในพื้นที่บอกปากต่อปาก ว่า เราเป็นอย่างไร ดีอย่างไร และทำไมเค้าถึงต้องเลือกเรามารับใช้ด้วย” นายพณิชย์ กล่าว 

เบอร์ 11 เขตเขตราชเทวี ปทุมวัน สาทร พรรคพลังประชารัฐเบอร์ 11 เขตเขตราชเทวี ปทุมวัน สาทร พรรคพลังประชารัฐ

นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ นายพณิชย์ วิทยาภัทร์