‘สุดารัตน์’ บินตรงพบรมต.สปป.ลาว ถกทางออก PM2.5 ตั้งเป้า3ปี ยุติฝุ่นพิษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546397

07 เม.ย. 2566

'สุดารัตน์' บินตรงพบรมต.สปป.ลาว ถกทางออก PM2.5 ตั้งเป้า3ปี ยุติฝุ่นพิษ

“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ” บินตรงสปป.ลาว ถก “รมต.กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้” หาทางออกปัญหาฝุ่น PM 2.5 เสนอตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ชาติ ไทย-ลาว  พร้อมยกระดับสร้างความร่วมมือในอาเซียนและระดับโลก ตั้งเป้าภายใน 3 ปี ยุติหมอกควันพิษ

คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพันธ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พณฯ เพชร พรมภิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ที่กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

และได้หารือถึงปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักกับประชาชนใน สปป.ลาว และไทย 

'สุดารัตน์' บินตรงพบรมต.สปป.ลาว ถกทางออก PM2.5 ตั้งเป้า3ปี ยุติฝุ่นพิษ

คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ให้เวลามาพูดคุยเพราะทั้งไทยและลาวต่างเจอปัญหาหมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 จากการเผาพืชไร่ เผาป่า ทำให้เกิดหมอกควันพิษ ข้ามไปมา 2 ประเทศ

ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนย่ำแย่ ซึ่งทาง สปป.ลาวเห็นปัญหาตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ร่วมกัน 

“ทางพรรคไทยสร้างไทยเราก็เสนอว่า ถ้าเราได้ทำงานเป็นรัฐบาล ต้องมาตกลงในลักษณะการสร้างความร่วมมือ เป็นคณะทำงานร่วม JC ลดการเผาป่า ซึ่งเรามองใน 2-3 เรื่องที่ตรงกัน เช่นสนับสนุนเกษตรกร ปลับเปลี่ยน ใช้เครื่องมือไถกลบ แทนการเผา ซึ่งจะสร้างรายได้จากการใช้เศษการเพาะปลูกมาขายเป็น Bio plastic ส่วนพื้นที่เชิงเขาลาดชัน ต้องแก้ไขเรื่องสิทธิที่ดิน ต้องทำทันที โดยจะเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชไร่บนแนวเชิงเขาให้ปลูกพืชยืนต้น ซึ่งจะเสนอให้รายได้ กับเกษตรกรต่อไร่ 2,000 บาท ต่อปี ต่อไร่ ส่งเสริมให้เปลี่ยนพืชไร่เป็นไม้ยืนต้น ทางรัฐมนตรีกสิกรรมฯ ก็เห็นด้วยที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการปลูกไม้ยืนต้นทำให้ได้คาร์บอนเครดิตด้วย” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

'สุดารัตน์' บินตรงพบรมต.สปป.ลาว ถกทางออก PM2.5 ตั้งเป้า3ปี ยุติฝุ่นพิษ

ส่วนหนึ่งในการพูดคุยกับรัฐมนตรีกสิกรรมและป่าไม้ ของ สปป.ลาว ยอมรับว่า ปีนี้ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ของลาวรุนแรงมากกว่าทุกปี ปัญหาเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการบุกรุกพื้นที่กสิกรรม การทำมาหากินในเขตป่า และการเผาป่า ซึ่งทางรัฐบาลได้ระดมกำลังในการดับไฟป่า อย่างเร่วด่วน และในระยะยาวจะต้องปกป้องรักษาป่าไม้ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม  

'สุดารัตน์' บินตรงพบรมต.สปป.ลาว ถกทางออก PM2.5 ตั้งเป้า3ปี ยุติฝุ่นพิษ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่า ในระยะสั้นทั้งสองประเทศต้องช่วยกันดับไฟป่า ซึ่งในไทยจะต้องระดมกำลังอาสาสมัครไปดับไฟป่าทุกปี จะต้องช่วยสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือและเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ไม่ให้ประชาชนต่อสู้อย่างโดยเดียว โดยทั้งไทยและลาวสามารถสร้างความร่วมมือสนับสนุนเรื่องนี้ต่อกันได้

“การแก้ปัญหานี้ต้องมี คณะกรรมการร่วม และต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระแห่งภูมิภาค และวาระระดับโลก ถ้าพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล จะแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ด้วยการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางในการเพิ่มรายได้ด้วยการปลูกไม้ที่สามารถนำไปขายสร้างรายได้ ลดการเผาป่าทำไร่ และที่สำคัญคือการสนับสนุนกู้ ในการจัดการเครื่องจักรเพื่อทำเกษตรกรรม โดยรัฐเข้ามาช่วยเหลือ” 

คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยด้วยว่า รัฐต้องมีมาตรการในการสนับสนุนให้ประชาชนมีเครื่องมือที่ลดการเผาป่า ซึ่งอาจช่วยให้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เป็นเงินกู้ระยะยาว ให้ประชาชน และต้องประสานความร่วมมือไปยัง ไทย ลาว และ เมียนมา และยกระดับไปสู่เวทีอาเซียน รวมถึงาระดับโลกในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนไปพร้อมกันด้วย

‘สมศักดิ์’ ลุยล่องเหนือช่วยผู้สมัคร ‘เพื่อไทย’ หาเสียง ดันส่งวัวไทยขายตปท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546396

07 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' ลุยล่องเหนือช่วยผู้สมัคร 'เพื่อไทย' หาเสียง ดันส่งวัวไทยขายตปท.

‘สมศักดิ์’ ลงพื้นที่ จ.ตากและจ.พิจตร ช่วยผู้สมัคร ‘เพื่อไทย’ หาเสียง แฉปัญหาราคาวัวไทย ตกต่ำ รัฐบาลชุดนี้ เมินเจรจาขายให้ต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 1 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดนัด โค-กระบือ มารวย อ.เมือง จังหวัดตาก พบปะกับพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงวัว

จากนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัว ต้องประสบปัญหาราคาวัวไม่ดี เพราะไทยไม่มีตลาดรองรับเหมือนลาว ที่มีโควต้าส่งออกไปจีนถึง 5 แสนตัว เมื่อลาวมีโควต้าแล้ว ก็มาขอซื้อวัวที่ไทย เพื่อนำไปขายต่อที่จีนอีกทอด ทำให้พี่น้องเกษตรกรของเรา ต้องถูกกดราคา ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่า รัฐบาลต้องเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ชาวเกษตรกรจะได้ไม่ต้องขายให้ลาวในราคาถูก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สมัยตนดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ได้ขอให้ รมว.ต่างประเทศ ช่วยเจรจาขายวัวให้กับจีน แต่ได้คำตอบที่น่าอึ้งว่า กระทรวงเกษตรฯ ผู้ที่รับผิดชอบ ไม่ได้ทำข้อมูล เพื่อให้กระทรวงต่างประเทศนำไปเจรจาเสนอขายให้ต่างประเทศ “เสมือนไม่มีเมนูไปเสนอลูกค้า” นั่นเองต้องยอมรับว่า รัฐบาลปัจจุบัน มีหลายพรรคร่วม กระทรวงต่างๆถูกกระจาย ทำให้ไม่เกิดการบูรณาการร่วมกัน  

“หากตนเข้าไปเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะช่วยขับเคลื่อนเรื่อดงังกล่าว ทำให้วัวของไทย สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศให้ได้ และมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะสมัยเป็นอดีต รมว.ยุติธรรม เคยยกระดับเป็นซอฟต์พาวเวอร์ วัวบางตัวสามารถเป็นนักกีฬาได้ ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ที่ออกไปสู่สากล โดยเรื่องนี้ สามารถทำได้ทั้งวัวและไก่ชน รวมถึงยิ่งเพิ่มมูลค่าให้สูงเหมือนม้าแข่งของต่างประเทศได้ด้วย ดังนั้น รัฐบาล ต้องมีผู้ที่เข้าใจถึงแก่นแกนแบบตน เข้าไปขับเคลื่อนให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้น” นายสมศักดิ์

นอกจากนี้นายสมศักดิ์ยังเดินทางไปยัง วัดตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จ.พิจิตร เพื่อช่วยนายภูดิท อินสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 2 เบอร์ 8 ในการหาเสียง พร้อมกับรับทราบปัญหาของชาวพิจิตรที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ วันนี้พรรคเพื่อไทย มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากและเชื่อว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาฟื้นตัวได้ 


ดังนั้นขอให้เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรคเพื่อไทย(เบอร์ 29) อย่าเลือกคนที่นำเงิน 500 บาท มาให้เท่านั้น แต่ขอให้เลือกจากนโยบายที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้น และเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้ช่วยกันเลือกให้เกิดแลนด์สไลด์ เพราะไม่เช่นนั้น จะตั้งรัฐบาลไม่ได้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผลักดันวัวขายออกต่างประเทศนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผลักดันวัวขายออกต่างประเทศนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่ จ.ตากและจ.พิจิตรนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่ จ.ตากและจ.พิจิตร

‘เจ๋ง ดอกจิก’ อัดนโยบายแจกเงินดิจิตอล 1 หมื่น ชี้ไทยต้องใช้เงินบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546387

07 เม.ย. 2566

'เจ๋ง ดอกจิก' อัดนโยบายแจกเงินดิจิตอล 1 หมื่น ชี้ไทยต้องใช้เงินบาท

‘เจ๋ง ดอกจิก’ อัดนโยบายเพื่อไทย แจกเงินดิจิตอล 1 หมื่น เผยไทยต้องใช้เงินบาทเท่านั้น ขณะที่ ‘เศรษฐา’ แจง เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หาก ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาล ทำทันที 1 ม.ค.67

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ อดีตแกนนำนปช.ที่หันมาสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงนโยบายแจกเงิน 1 หมื่นบาทของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นนโยบายขายฝันเพ้อฝันประเทศไทยต้องใช้เงินบาทเท่านั้น สกุลเงินต้องเป็นเงินบาท ถ้าเป็นเงินดิจิทัลบ้าบอคอแตก ประเทศพม่าใช้เงินจ๊าด สปป.ลาวใช้เงินกีบ ญี่ปุ่นใช้เงินเยน ประเทศไทยต้องใช้เงินบาทจะมาใช้เงินดิจิตอลทัลถือว่า ผิดกฎหมาย 

ส่วนที่บอกว่าจะโอนเงินเข้ากระเป๋าดิจิทัล 10,000 บาท ฟังแล้ว ถือว่าเป็นการสร้างนโยบายที่ผิดพลาดจะไปเอาเงินที่ไหนมาแจก เงินดิจิทัลใช้ไม่ได้ ชาวบ้านไม่รับรู้ไม่รับฟัง ชาวบ้านได้แน่ๆ คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรลุงตู่ สิ้นเดือนมีเงินโอนเข้าแน่นอนและใช้ได้ตลอด

“ชาวบ้านเขาไม่สนใจเงินในกระเป๋าดิจิทัล ชาวบ้านไม่เชื่อ บอกว่าแค่คนละครึ่งที่ให้มาก็งงอยู่พักใหญ่กว่าจะทำได้ แล้วมาบอกว่าจะจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลอีก ชาวบ้านยิ่งงงใหญ่เขาจึงไม่สนใจ มองว่า เป็นการหลอกลวง นี่คือสิ่งที่ผมให้ความรู้กับชาวบ้านไป” เจ๋ง ดอกจิก กล่าว

เจ๋ง ดอกจิก เจ๋ง ดอกจิก
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีเสียงตอบรับและมีคำถามมากมาย ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยบอบช้ำเป็นอย่างมาก รวมทั้งภาคเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนมีรายได้ลดลง รายจ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ในภาวะซึมลึก ซึมยาว ซึมนาน  รัฐบาลปัจจุบันค่อยๆ หยอดน้ำข้าวต้มมาเรื่อยๆ ด้วยจำนวนเงินเล็กน้อย ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 
 

พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น จึงมีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต  10,000 บาท สำหรับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปภายใน 6 เดือน เพราะต้องการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างบล็อคเชน ซึ่งสามารถระบุวิธีการใช้เงินว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไม่สามารถใช้ในพื้นที่นอกบัตรประชาชนได้ และจะจำกัดไม่ให้ใช้ในรูปแบบอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้ในการพนัน ใช้หนี้นอกระบบ นอกจากนี้อาจจะมีการพิจารณาข้อจำกัดอื่นเพิ่มเติม เช่น การขยายระยะทางในการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต ในพื้นที่ห่างไกล เช่น 6.5 – 7.5 กม. การใช้หนี้สถาบันการเงิน โดยจะลงพื้นที่ไปพบปะ พูดคุยกับประชาชนเพื่อสอบถามถึงความต้องการที่แท้จริงเพิ่มเติมด้วย 

นายเศรษฐา ยืนยันว่า เศรษฐกิจดิจิทัล จะทำให้ประเทศไทยก้าวมาสู่แนวหน้าระดับโลกได้ ดิจิทัลวอลเล็ต  10,000 บาท เป็นการกระตุกเศรษฐกิจให้คนไข้ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาให้ฟื้น ลุกขึ้นมายืนได้  และจะช่วยให้สามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น รวมกับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2567  ภาษีแวต ภาษีนิติบุคคล20% จากกำไรของบริษัทต่างๆ  ภาษีจากภาคธุรกิจ และการใช้งบประมาณสวัสดิการจากภาครัฐที่จะลดน้อยลงไป โดยหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้จัดตั้งรัฐบาล คาดว่านโยบายดิจิทัล วอลเล็ต จะดำเนินการทันทีในวันที่ 1 มกราคม 2567 
นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

‘สัณหพจน์’ วอน ผู้ไม่หวังดี หยุดทำลาย ‘ป้ายหาเสียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546383

07 เม.ย. 2566

'สัณหพจน์' วอน ผู้ไม่หวังดี หยุดทำลาย 'ป้ายหาเสียง'

‘สัณหพจน์’ วอน ผู้ไม่หวังดี หยุดทำลายป้ายหาเสียง แฉถูกแกล้ง หลังคู่แข่งเข้ามาปักป้ายใกล้กัน เชื่อชาวลุ่มน้ำปากพนัง ซื้อไม่ได้

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 (ปากพนัง หัวไทร) เปิดเผยว่า หลายวันที่ผ่านมา มีผู้ไม่หวังดี ทำลายป้ายหาเสียงผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต 3 หลายพรรค รวมทั้งของตน ด้วยการเผาทำลายป้ายของตัวเอง 

ซึ่งเป็นวิธีการแบบเก่าที่คู่แข่งใช้ในการหาเสียง ตนไม่คาดคิดว่า ปัจจุบันยังคงมีการใช้วิธีดังกล่าวอยู่ถือเป็นแนวความคิดที่ไม่สร้างสรรค์อย่างสิ้นเชิงของพรรคการเมืองเก่าแก่ 
 

ดร.สัณหพจน์ เล่าต่อว่า ป้ายหาเสียงของตนที่ถูกทำลายนั้น ทราบจากชาวบ้าน เกิดขึ้นภายหลังมีการปักป้ายหาเสียงของผู้สมัครอีกราย คู่แข่งในเขตเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามตนเชื่อมั่นในความคิดของประชาชนว่า มีคนที่รักที่ชอบในใจอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการทำลายป้าย หรือการใช้อิทธิพล อำนาจการเมืองท้องถิ่นในทางที่ผิดเข้ามาข่มขู่ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเรียกพี่น้อง อสม.เข้ามาข่มขู่ และจ่ายเงินเพื่อหวังซื้อใจ การใช้ผู้มีอิทธิพล และนักการเมืองท้องถิ่น ฝ่ายปกครองในพื้นที่เข้าไปข่มขู่ ก็ไม่สามารถทำลายความคิดของประชาชนได้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งมีการศึกษาและมีความคิดเป็นของตัวเองได้ 
ป้ายหาเสียงถูกทำลายป้ายหาเสียงถูกทำลายป้ายหาเสียงถูกทำลายป้ายหาเสียงถูกทำลาย

เลือกตั้ง66 : ‘กกต.’ ย้ำ 10 ข้อ ผู้สมัคร สส. ‘ห้ามทำ’ หาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546379

07 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : 'กกต.' ย้ำ 10 ข้อ ผู้สมัคร สส. 'ห้ามทำ' หาเสียงเลือกตั้ง

‘กกต.’ เน้นย้ำ 10 ข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ‘ผู้สมัคร สส.’ ห้ามสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ห้ามจัดเลี้ยง ห้ามจัดมหรสพ ห้ามใช้อิทธิพลข่มขู่ จัดยานพาหนะไปรับส่ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกําหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 นาฬิกา เป็นวันเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์เน้นเกี่ยวกับ ข้อห้ามไม่ให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.จัดทําให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

2.ให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์หรือสถาบันอื่นใด

3.ทําการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ

4.เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

5.หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

6.การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมือง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กําหนด เป็นนโยบายของพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

7. ห้ามมิให้ผู้สมัครผู้ใดจัดยานพาหนะ นําผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งหรือนํากลับไปจากที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับเพื่อการออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารยานพาหนะ หรือค่าจ้างซึ่งต้องเสียตามปกติ

8. ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการเพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือก หรือ ลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด

9. ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย เข้ามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือ กระทําการใดๆ เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยประการที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ทั้งนี้ เว้นแต่การกระทํานั้นเป็นการช่วยราชการ หรือเป็นการประกอบอาชีพตามปกติ โดยสุจริตของผู้นั้น

และ 10. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทําการใดๆ เพื่อเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

โดยได้กําหนดกรอบ ระยะเวลาการให้ปฏิบัติ วิธีปฏิบัติ และข้อห้ามในการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมือง รวมถึงผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง และหน่วยงานของรัฐ จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษปรับ หรือจําคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตลอดทั้งการยุบพรรคการเมือง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เว็บไซต์ สํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th หรือ Facebook แฟนเพจ “สํานักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444

เลือกตั้ง66 : ส่อง ‘นโยบายเพื่อไทย’ ‘แจกเงินดิจิทัล’ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546372

07 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : ส่อง 'นโยบายเพื่อไทย' 'แจกเงินดิจิทัล' ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

นักวิชาการ มข. ส่อง ‘นโยบายเพื่อไทย’ คงสไตล์หวือหวา ‘แจกเงินดิจิทัล’ 1 หมื่นบาท ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง เชื่อโกยฐานเสียงคนรากหญ้าได้มาก แม้สุดท้ายจะสำเร็จ หรือไม่ก็ตาม

ดร.อิมรอน โสะสัน อาจารย์ประจำสาขาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) วิพากษ์นโยบายเพื่อไทยออกนโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท  หรือ ‘แจกเงินดิจิทัล’ ให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป กำหนดการใช้จ่ายภายใน 6 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นับเป็นกระบวนการหาเสียงอย่างหนึ่งของเพื่อไทย ที่ใช้ความหวือหวาสร้างการถงเถียงในสังคม

แน่นอนต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ไม่ว่านโยบายนี้จะสามารถผลักดันสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เพื่อไทยได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ได้แรกคือได้ใจประชาชน มีใครบ้างไม่ชอบแจกเงิน 10,000 หมื่นบาทต่อคน

ทุกวันนี้ประชาชนเดือดร้อนต้องการเงินทั้งนั้น ได้ที่สองคือได้ฐานคะแนนเพิ่มแน่นอน บวกกับกระแสเพื่อไทยตอนนี้ ประชาชนเชื่อว่าทำได้ ตามสโลแกน คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน

เพื่อไทยประกาศนโยบาย แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทต่อคน เพื่อไทยประกาศนโยบาย แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทต่อคน

สมมุติว่านโยบายแจกเงิน 1 หมื่นบาทต่อคน ไม่สามารถผลัดดันให้สำเร็จได้ เนื่องจากมีคนออกมาคัดค้าน เพื่อไทยก็มีข้ออ้าง และอธิบายให้ประชาชนได้ว่าพรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันแล้ว แต่มีบางพรรค บางกลุ่มไม่เห็นด้วย จึงทำให้ไม่สำเร็จ

เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยที่พยายามผลักดันเรื่องกฎหมายกัญชา แต่พรรคการเมืองโหวตคว่ำพ.ร.บ.ทำให้เรื่องยังไม่สำเร็จ ลักษณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้พรรคการเมืองแทบจะไม่ต้องมารับผิดชอบทางการเมือง เพราะอ้างว่าพยายามผลักดันแล้ว นี่คือทางออกหนึ่งของการทำนโยบายเชิงพรรคการเมืองหากผลักดันไม่สำเร็จ

นโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ทางเพื่อไทยน่าจะประเมินแล้ว และมั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงมาจากนโยบายนี้พอสมควร ส่วนจะผลักดันต่อไปถึงขึ้นสำเร็จหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องศึกษาให้ดีว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ บางทีคนที่ไม่เห็นด้วยอาจจะมีคนไปร้องว่าขัดต่อธรรมนูญหรือไม่ ก็เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงเช่นกันแล้วแต่การตีความ

เรื่องนี้เพื่อไทยเสี่ยงเหมือนกัน แต่เขายอมเสี่ยงเพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่าต้องการแก้ปัญหาจริงๆ เชื่อว่าก่อนจะออกนโยบายอะไรมาเขาต้องคิดรอบคอบอยู่แล้ว ซึ่งการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท บวกลบคูณหารแล้วยังไงเพื่อไทยก็ได้ประโยชน์ เรื่องนี้เป็นไปได้หากผลักดันจริงๆ แต่อาจจะไม่เห็นผลในระยะเวลา 5 เดือน 10 เดือน ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะการนำเงินงบประมาณแผ่นดินมาให้ประชาชนต้องผ่านหลายขั้นตอนและให้รัฐสภาอนุมัติเห็นชอบ

พรรคการเมืองอื่นๆถ้าจะสู้เพื่อไทย ต้องนำเสนอนโยบายที่หวือหวากว่านี้ นโยบายที่มั่นคงถาวร จับต้องได้เป็นเรื่องที่ดี แต่ในมิติของการหาเสียงนโยบายต้องมีสีสัน คนจะชอบหรือไม่ชอบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เป็นนโยบายเชิงเศรษฐกิจที่ขายได้ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ 

โดยเฉพาะเงื่อนไขการใช้เงินภายใน 6 เดือน รัศมีชุมชนไม่เกิน 4 กิโลเมตร(กม.) จากที่อยู่บัตรประชาชน ยิ่งทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น เชื่อว่าสัปดาห์นี้เพื่อไทยจะต้องออกมาอธิบายรายละเอียดมากกว่านี้

‘ศาลปกครองสูงสุด’ ยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546358

07 เม.ย. 2566

'ศาลปกครองสูงสุด' ยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

‘ศาลปกครองสูงสุด’ ยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ชี้เป็นไปตามรธน. ด้าน’อรรถวิชช์’ เผยสร้างบรรทัดฐานใหม่ อนาคตกกต.แบ่งเขตได้ตามใจ

วันที่ 7 เม.ย. ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายกฟ้องคดีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) , นายพัฒนา สัพโส ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.สกลนคร , นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งสส.สุโขทัย และนายพัฒ  ตั้งเบญจผล ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์จากจ.สุโขทัย ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศ กกต.เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง

ศาลให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ต่อจำนวน สส.1 คน เป็นตัวตั้ง ทั้งในเขตพื้นที่ของ กทม. จ.สกลนคร  และ จ.สุโขทัย ตาม ประกาศ กกต. เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566 จำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใน 3 พื้นที่ดังกล่าว มีจำนวนไม่มาก หรือ มีจำนวนไม่น้อย กว่าร้อยละ 10 ของค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง 162,766 คน ต่อจำนวน สส.1 คน จนเกินไป 

การที่ กกต. ออกประกาศ เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2566 กทม. 33 เขต จ.สกลนคร 7เขต และ จ.สุโขทัย 4 เขต จึงเป็นการประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 (5) ที่กำหนดว่า จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน จึงพิพากษายกฟ้อง

ขณะที่นายอรรถวิชช์ เปิดเผยภายหลังคำพิพากษาว่า ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ากกต.สามารถใช้กำหนดระเบียบการแบ่งเขต ที่ใช้ตัวเลขแบ่งต้องมีความใกล้เคียงกัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กกต.ใช้เกณฑ์ 10 เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ย สส. 1 คนต่อราษฎร ซึ่งศาลพิพากษาให้เห็นชัดว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของกกต. เรื่องการกำหนดค่าเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์ กกต.สามารถทำได้ 

เท่ากับว่าในอนาคตข้างหน้าการลงพื้นที่ของสส.ทุกคน จะมีโอกาสถูกแบ่งพื้นที่ใหม่ได้ ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ของพรรคการเมือง แต่ก็แล้วแต่ว่ากกต.จะแบ่งแบบไหน

ส่วนจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายอรรถวิชช์ เชื่อว่าประชาชนจะสับสนว่าทำไมการเลือกตั้งเขต หรือแขวง ปนกับเขตใหม่ ซึ่งเหตุผลที่ตนได้นำเสนอกับศาลและกกต.ตนบอกว่า เขตเลือกตั้งทั้ง 33 เขตในกทม. มีแค่ 4 เขตเท่านั้นที่เหมือนเดิม และได้เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2554 – 2557 ที่เป็นระบบการเลือกตั้งที่เป็นระบบการเลือกตั้งเดียวกัน แต่คำพิพากษาวันนี้ ได้ไปเปรียบเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นคนละระบบเลือกตั้ง ซึ่งเกณฑ์นี้กกต.ตั้งใจมาตั้งแต่ต้น ในอนาคตกกต.เพียงไม่กี่ท่านสามารถกำหนดเขตอย่างไรก็ได้ตามที่เห็นควร โดยมีรูปแบบการแบ่งเขต 4 แบบ ที่กกต.เลือก แบบที่ 1 มีประชาชาชนเห็นด้วยกับรูปแบบนี้เพียงคนเดียว ขณะที่รูปแบบที่ 3 ที่ควรจะเป็นและคุ้นเคย มีประชาชนเห็นด้วยถึง 403 คน แต่สุดท้ายก็ออกตามที่กกต.เลือก แต่ถึงอย่างไรเราพร้อมสู้ทุกรูปแบบเพราะผู้สมัครของพรรคเราในเขตกทม.ก็ใหม่หมด 

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ตนมาร้องจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา ไม่คิดว่าพรรคชาติพัฒนากล้า จะได้เปรียบ หรือเสียเปรียบอะไรในเรื่องนี้ แต่มันทำให้ระบบสส.ความเป็นผู้แทนเปลี่ยนแปลงไป

นายอรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายอรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

‘ชวน หลีกภัย’ เสาหลักประชาธิปัตย์ ประเดิม ขึ้นปราศรัยใหญ่ ‘ลานคนเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546355

07 เม.ย. 2566

‘ชวน หลีกภัย’ เสาหลักประชาธิปัตย์ ประเดิม ขึ้นปราศรัยใหญ่ ‘ลานคนเมือง’

‘ชวน หลีกภัย’ เสาหลักประชาธิปัตย์ ประเดิมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่ลานคนเมือง กรุงเทพฯ ช่วงเย็นวันนี้ก่อนลุยเดินหน้า หาเสียง ช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคทั่วประเทศ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การปราศรัยใหญ่ของพรรคที่ลานคนเมือง กทม. วันศุกร์ที่ 7 เม.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป นอกจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะนำทัพผู้สมัคร สส. กทม. ปชป. และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบปะประชาชนแล้ว นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ประเดิมเป็นครั้งแรกด้วย 

ก่อนที่จะเดินสายรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. ของพรรคทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย เป็นนักการเมืองอาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่รักเคารพของทั้งคนในพรรค และคนนอกพรรค เป็นนักการเมืองขวัญใจประชาชนมาอย่างยาวนาน


นายชวน เป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่ดี ที่ไม่ทิ้งประชาชน คลุกคลีทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นแบบอย่างของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา

นายชวน หลีกภัย ช่วยผู้สมัคร สส.ปชป.หาเสียงนายชวน หลีกภัย ช่วยผู้สมัคร สส.ปชป.หาเสียง

หลังจากเสร็จสิ้นการปราศรัยใหญ่ที่ กทม. แล้ว นายชวน หลีกภัยพร้อมด้วยผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งจะร่วมคณะเดินสายช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. ปชป. ทั่วประเทศจนเสร็จสิ้นการหาเสียงในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค. 2566 ตามกฎหมายกำหนด ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566

“พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่า จากการทำงานหนักตลอดเวลาของนายชวน หลีกภัย และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ จะมีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ และจะให้การสนับสนุนเลือกผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศอย่างท่วมท้นต่อไป”นายองอาจ กล่าว

ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก 17.30 น.7 เม.ย.2566ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก 17.30 น.7 เม.ย.2566

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2673586

รับมอบใบรับรองความสำเร็จโครงการ "CPF Coal Free by the Year 2022"

7 เม.ย. 2566 05:01 น.

  • ธนูเทพ

รับมอบใบรับรองความสำเร็จโครงการ “CPF Coal Free by the Year 2022”

ไม่ใช้ถ่านหิน  –  ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ รับมอบใบรับรองความสำเร็จโครงการ “CPF Coal Free by the Year 2022” ยกเลิกใช้ถ่านหินเพื่อลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก วิชัย หาญธำรงวิทย์ โดยมี พีรพงศ์ กรินชัย และ อนรรฆวี ชูรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ วันก่อน.

การเลือกตั้งคือแนวทางสู่ประชาธิปไตย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…จากการที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบเขต และรับสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ รวมทั้งให้แต่ละพรรคยื่นรายชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชีพรรค ไม่เกิน 3 รายชื่อ โดยกำหนดปิดรับสมัครในวันที่ 7 เม.ย. นี้…ปรากฏว่า 3-4 วันที่ผ่านมา มี พรรคการเมือง ส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ อย่างล้นหลาม…โฟกัสไปที่การจับ หมายเลขประจำพรรค เพื่อใช้เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อทั่วประเทศ พรรคใหญ่ พรรคดัง อาทิ พรรคพลังประชารัฐ ได้เบอร์ 37 เสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เบอร์ 22 เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นแคนดิเดตนายกฯ ส่วน พรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 29 เสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบโควตา 3 คน ได้แก่ แพทองธาร ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และ ชัยเกษม นิติสิริ…ทางด้าน พรรคภูมิใจไทย ดวงดีที่สุดในกลุ่มพรรคใหญ่ ได้เบอร์ 7 เลขตัวเดียว จำง่าย พร้อมทั้งเสนอชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแคนดิเดตนายกฯเพียงหนึ่งเดียว ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เบอร์ 26 เสนอชื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯเพียงคนเดียว ส่วน พรรคก้าวไกล ได้เบอร์ 31 เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกฯหนึ่งเดียวเช่นกัน
วัย 78  -  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์วันเกิดครบรอบ 78 ปี ของ ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ โดยมี ละออ ตั้งคารวคุณ, วนรัชต์–ร.ท.พญ.ปิยะชนก ตั้งคารวคุณ และ ณัฏฐวุฒิ–เพ็ญนภา ตั้งคารวคุณ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระเชตุพน วันก่อน.
วัย 78  –  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์วันเกิดครบรอบ 78 ปี ของ ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ โดยมี ละออ ตั้งคารวคุณ, วนรัชต์–ร.ท.พญ.ปิยะชนก ตั้งคารวคุณ และ ณัฏฐวุฒิ–เพ็ญนภา ตั้งคารวคุณ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระเชตุพน วันก่อน.
เพื่อการศึกษา  -  กิตติพงษ์ เตรัตนชัย ประธาน กก.บริษัทธีรชัยไพศาล คอร์ปอเรชั่น พร้อมภรรยา ยุวดี มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี วิบูลย์ เลาหพงศ์ชนะ และ คงฤทธ เติมวัฒนางกูร มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
เพื่อการศึกษา  –  กิตติพงษ์ เตรัตนชัย ประธาน กก.บริษัทธีรชัยไพศาล คอร์ปอเรชั่น พร้อมภรรยา ยุวดี มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี วิบูลย์ เลาหพงศ์ชนะ และ คงฤทธ เติมวัฒนางกูร มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • สำหรับ พรรคขนาดย่อมๆ แต่แกนนำมีชื่อเสียง อย่าง พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เบอร์ 18 เสนอชื่อ วราวุธ ศิลปอาชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคชาติพัฒนากล้า ได้เบอร์ 14 ส่งรายชื่อ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, กรณ์ จาติกวณิช และ เทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ครบโควตา 3 คน พรรคเสรีรวมไทย ได้เบอร์ 25 เสนอชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็น แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชาติ ได้เบอร์ 11 เสนอชื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อชาติ ได้เบอร์ 24 เสนอชื่อ เรวัต วิศรุตเวช และ ร.อ.จารุพล เรืองสุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกฯ และ พรรคไทยสร้างไทย ได้เบอร์ 32 เสนอชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และ น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นแคนดิเดตนายกฯ เต็มโควตา 3 คน
สงกรานต์  -  ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา แถลงข่าวจัดงาน “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2023 สงกรานต์มหาบันเทิง” เพื่อยกระดับให้สงกรานต์เป็นเฟสติวัลระดับโลก โดยมี ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
สงกรานต์  –  ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา แถลงข่าวจัดงาน “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2023 สงกรานต์มหาบันเทิง” เพื่อยกระดับให้สงกรานต์เป็นเฟสติวัลระดับโลก โดยมี ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
แท้งกิ้ว  -  อธิศ รุจิรวัฒน์ จัดดินเนอร์หรูสไตล์ฝรั่งเศสกับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์ อาร์โนด์ ดูนานด์ เพื่อขอบคุณลูกค้าบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน แบล็ค โดยมี ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์, ธัญญรัตน์ รุ่งเรืองมีดี และ วิชัย ส่งทวีผล มาร่วมงานด้วย ที่ร้านอาหารเมซอง ดูนานด์ วันก่อน.
แท้งกิ้ว  –  อธิศ รุจิรวัฒน์ จัดดินเนอร์หรูสไตล์ฝรั่งเศสกับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์ อาร์โนด์ ดูนานด์ เพื่อขอบคุณลูกค้าบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน แบล็ค โดยมี ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์, ธัญญรัตน์ รุ่งเรืองมีดี และ วิชัย ส่งทวีผล มาร่วมงานด้วย ที่ร้านอาหารเมซอง ดูนานด์ วันก่อน.
  • หลังจากนี้อีกเดือนกว่าๆ แต่ละพรรคการเมืองคงต้องหาเสียงกันกระหึ่มเมือง ทั้ง ส.ส.ระบบเขต ที่ได้เบอร์ผู้สมัครคละกันแบบ เขตใคร เขตมัน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ใช้เบอร์ประจำพรรคของแต่ละพรรค หมายเลขเดียวกันทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ…แน่นอน เมื่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดกฎเกณฑ์ แยกบัตร แยกเบอร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.2 ระบบ แตกต่างกัน อาจทำให้เกิดความสับสนกับบรรดา ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ พรรคการเมืองต่างๆ ที่ได้ เบอร์ประจำพรรค เป็น เลข 2 หลัก จำยาก ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการหาเสียง เพราะชาวบ้านยิ่งสับสนจำผิดจำถูก มีสิทธิกาบัตรลงคะแนน ผิดเบอร์ ผิดพรรค…แต่ทั้งหมดทั้งปวง เมื่อกติกาบัตรเลือกตั้ง เบอร์เลือกตั้ง ออกมาแบบนี้ ก็ถือเป็นการบ้านของ ทุกพรรคการเมือง และผู้สมัคร ส.ส.แต่ละคน ที่จะต้องหา กลยุทธ์ในการหาเสียง หาวิธีการให้ชาวบ้านที่เป็นแฟนคลับฐานเสียงสามารถ จำเบอร์พรรค และ เบอร์ผู้สมัครแต่ละเขต ได้อย่างแม่นยำขึ้นใจ เรื่องนี้แม้จะเป็นโจทย์ยากแต่ก็ต้องทำ เพื่อรักษาคะแนนเสียง ของตัวเองเอาไว้ และก็เช่นเดียวกันถือเป็นหน้าที่ของ พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่จะต้องรักษาสิทธิของตัวเอง ในการที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ คนที่รัก พรรคที่ชอบ ได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดพลาด ด้วยการจดจำ เบอร์ผู้สมัคร ส.ส.เขต และ เบอร์ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หรือเบอร์พรรค ให้แม่นยำ ก่อนเข้าคูหาบัตรเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้…โปรดเตรียมพร้อมโดยทั่วกัน
อาหารจีน  -  แซมมี่ คาโรลุส, ปาริชาต ปวงนิยม และ ไว ยิน มาน เปิดตัวเซตเมนูอาหารจีนต้นตำรับสำหรับงานแต่งงาน เพื่อให้บริการลูกค้าด้วยอาหารเลิศรส โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล, วิทวัส วิภากุล และ วิลาวัณย์ เหลืองนาคทองดี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ วันก่อน.
อาหารจีน  –  แซมมี่ คาโรลุส, ปาริชาต ปวงนิยม และ ไว ยิน มาน เปิดตัวเซตเมนูอาหารจีนต้นตำรับสำหรับงานแต่งงาน เพื่อให้บริการลูกค้าด้วยอาหารเลิศรส โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล, วิทวัส วิภากุล และ วิลาวัณย์ เหลืองนาคทองดี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ วันก่อน.
มีอีกสาขา  -  พล.ร.ต.ณัฐพงค์ ญาโณทัยขจิตต์ และ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ เปิด “ไทยวัสดุ × บีเอ็นบี โฮม” ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน โดยมี น.อ.จงเจริญ แจ้งจุล, พ.ต.อ.ธีรพันธ์ นิธิภณยางสง่า และ ปาริชาติ ยามวินิจ มาร่วมงานด้วย ที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันก่อน.
มีอีกสาขา  –  พล.ร.ต.ณัฐพงค์ ญาโณทัยขจิตต์ และ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ เปิด “ไทยวัสดุ × บีเอ็นบี โฮม” ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน โดยมี น.อ.จงเจริญ แจ้งจุล, พ.ต.อ.ธีรพันธ์ นิธิภณยางสง่า และ ปาริชาติ ยามวินิจ มาร่วมงานด้วย ที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันก่อน.
  • ฮัดชิ้ว…ในห้วงที่การเมืองเข้าสู่บรรยากาศ ของการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ระบุภายหลังจากเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบรอบ 136 ปี ว่า กระทรวงกลาโหม อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาอย่างยาวนาน ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงก่อตั้งมา ในฐานะเป็นลูกเป็นหลานต้องช่วยกันรักษาธำรงไว้ ความเข้มแข็ง เกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ของกองทัพ เหล่าทัพ และกระทรวงกลาโหม พวกเราต้องรักบ้านรักเมืองให้มากยิ่งขึ้น เพื่อบ่อเกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หากบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย มีปัญหามากๆ จะทำให้โอกาสหลายๆอย่างหายไปทันทีในมุมมองของต่างประเทศ… นอกจากนี้ นายกฯประยุทธ์ ยังได้ท่องบทพระราชนิพนธ์ “ไร้รักไร้ผล” ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 “อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล หากชาติย่อยยับอับจน ประชาชนจะสุขอยู่ได้อย่างไร” พร้อมสำทับว่าฝากทุกคนด้วย ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรีและสง่างาม ช่วยกันนำพาบ้านเมืองไปสู่ความปลอดภัยสันติสุข อย่าให้เกิดวิกฤตการณ์อะไรต่างๆที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายช่วงนี้และช่วงต่อๆไป…เมื่อนักข่าวย้อนถามว่า มีสัญญาณถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นช่วงนี้หรือไม่ นายกฯประยุทธ์ ตอบว่า ขอให้ไปคิดเอาเอง หลายๆอย่างก็รู้อยู่แล้ว บ้านเมืองมันจะสงบได้ด้วยอะไร และเมื่อนักข่าวซักว่า ช่วงนี้สงบเรียบร้อยไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกฯประยุทธ์ บอกไม่มีอะไร มีแต่ใช้ปาก ถ้าไม่มีคนที่คิดทำอะไรที่ไม่ดีมันก็เรียบร้อย…งานนี้ แฝงนัยอะไรหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป จบข่าว
  • สังคมทั่วไป…สวดพระอภิธรรม คุณแม่พยูร ไชยลา คูหากาญจน์ มารดา สายสุณีย์ คูหากาญจน์ โควสุรัตน์ แม่ยาย สิทธิชัย โคว สุรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ที่บ้านเลขที่ 52/702 ซอย 13 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 19.00 น. 7 เม.ย.คืนสุดท้าย พระราชทานเพลิง 8 เม.ย. 16.00 น. วัดผาสุกมณีจักร เมืองทองธานี

“ธนูเทพ”

อิหร่าน-ซาอุฯ คุยรื้อความสัมพันธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674220

อิหร่าน-ซาอุฯ คุยรื้อความสัมพันธ์

7 เม.ย. 2566 09:59 น.

อิหร่าน-ซาอุฯ คุยรื้อความสัมพันธ์

สำนักข่าวซีซีทีวีของจีนรายงานว่า นายฮอสเซน อามิรับดอลลาห์เฮียน รมว.ต่างประเทศอิหร่าน และเจ้าชายไฟซาล อัลซาอูด รมว.ต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ประชุมร่วมกันอย่างเป็นทางการในกรุงปักกิ่ง ของจีน เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นับเป็นการหารือของนักการทูตระดับสูงสุดของทั้ง 2 ประเทศในรอบกว่า 7 ปี จากการที่รัฐบาลจีนเป็นกาวใจช่วยไกล่เกลี่ยอย่างแข็งขันจนทั้ง 2 ชาติ บรรลุข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและเตรียมเปิดสถานทูตและดำเนินการตามข้อตกลงด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ลงนามเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว

ในวิดีโอสั้นๆเผยให้เห็นภาพ รมว.ต่างประเทศของทั้ง 2 ชาติ จับมือทักทายกันและนั่งลงพูดคุยอย่างยิ้มแย้ม ก่อนออกแถลงการณ์ร่วมให้คำมั่นจะทำงานร่วมกันตามข้อตกลงปักกิ่งเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ ขยายขอบเขตความร่วมมือเพื่อสร้างความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญในภูมิภาค ด้านนายฉิน กัง รมว.ต่างประเทศจีน แถลงว่า จีนสนับสนุนประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง รักษาอิสรภาพทางยุทธศาสตร์ ไม่อยู่ภายใต้ การครอบงำของชาติใดในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งกำจัดการแทรกแซงจากภายนอก และกำหนดอนาคตของภูมิภาคร่วมกัน.