รัฐบาลจีน พัฒนาตั๋วรถไฟเร็วสูงเชื่อมชาติ BRI

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674203

รัฐบาลจีน พัฒนาตั๋วรถไฟเร็วสูงเชื่อมชาติ BRI

7 เม.ย. 2566 09:46 น.

รัฐบาลจีน พัฒนาตั๋วรถไฟเร็วสูงเชื่อมชาติ BRI

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. สำนักข่าวเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์เปิดเผยว่ารัฐบาลจีนอยู่ระหว่างการพัฒนาบัตรรถไฟความเร็วสูงแบบใบเดียวใช้ได้ทุกภูมิภาคและทุกประเทศที่เข้าร่วมโครงการหนึ่งแถบและเส้นทาง BRI หรือเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน พร้อมใช้สกุลเงิน “ฟรังก์สวิส” ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสกุลเงินกลางเทียบอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ไม่ใช่สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ตั๋วรถไฟความเร็วสูงเบลต์ แอนด์ โรดจะสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชัน ในโทรศัพท์มือถือ โดยเป็นแอปฯเวอร์ชันต่างประเทศของแอปฯตั๋วโดยสารในประเทศจีนที่เรียกว่า “12306” ซึ่งในจีนมีผู้ใช้งานมากกว่า 700 ล้านบัญชี และมีความเสถียรระดับที่สามารถออกตั๋วให้ผู้ใช้ได้วินาทีละ 1,500 ใบ

สื่อท้องถิ่นจีนรายงานด้วยว่า สปป.ลาวได้เป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้ระบบตั๋วดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วผ่านสมาร์ทโฟนได้ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ทีมพัฒนาระบบแอปพลิเคชันซื้อตั๋วโดยสารเชื่อว่า รัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน และเวียดนาม อาจจะเริ่มใช้ระบบนี้ในเวลาอีกไม่นาน ซึ่งจีนจะมีการพัฒนาให้แอปพลิเคชันรองรับภาษาของประเทศที่เข้าร่วม.

โคลอมเบียอพยพประชาชน 2,500 ครัวเรือน หนีภูเขาไฟปะทุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674170

โคลอมเบียอพยพประชาชน 2,500 ครัวเรือน หนีภูเขาไฟปะทุ

7 เม.ย. 2566 08:18 น.

โคลอมเบียอพยพประชาชน 2,500 ครัวเรือน หนีภูเขาไฟปะทุ

โคลอมเบีย เริ่มอพยพประชาชนประมาณ 2,500 ครัวเรือนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้กับภูเขาไฟ “เนวาโด เดล รูอิซ” ที่ส่งสัญญาณการปะทุเถ้าถ่านควันไฟออกมา

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 ทางการโคลอมเบีย เริ่มอพยพประชาชนประมาณ 2,500 ครัวเรือนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้กับภูเขาไฟ “เนวาโด เดล รูอิซ” (Nevado del Ruiz) ที่ส่งสัญญาณการปะทุเถ้าถ่านควันไฟออกมา ขณะเดียวกันนักธรณีวิทยาตรวจพบแรงสั่นสะเทือนภายในภูเขาไฟลูกนี้ อันเป็นสัญญาณการระเบิดในไม่กี่วันนี้ หรือในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ประธานที่ปรึกษาสำนักงานมหาดไทยโคลอมเบีย เปิดเผยว่า ประชาชนประมาณ 2,500 ครัวเรือนเสี่ยงอันตรายจากการระเบิดของภูเขาไฟลูกนี้ โดยทางการได้มีคำสั่งอพยพแล้ว และพบว่ามีประชาชนได้ออกจากพื้นที่แล้วประมาณ 40 คน หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประกาศเตือนภัยระดับสีส้ม ให้ประชาชนเตรียมความพร้อม

นอกจากนี้ทางการสั่งปิดอุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ที่อยู่บริเวณโดยรอบภูเขาไฟ เนวาโด เดล รูอิซ พร้อมกันนี้ได้สั่งหยุดการเรียนการสอนของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตรอบภูเขาไฟ และจะเปิดการสอนแบบออนไลน์ในช่วงสัปดาห์หลังจากเทศกาลอีสเตอร์

ทั้งนี้ภูเขาไฟเนวาโด เดล รูอิซ เคยเกิดการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อปี 2528 ทำให้มีโคลนร้อนไหลทะลักเข้าท่วมเมืองอาร์เมโร มีผู้เสียชีวิตกว่า 25,000 ศพ.

อิสราเอลโจมตีทางอากาศฉนวนกาซา ตอบโต้ฮามาสยิงจรวดถล่มจากฝั่งเลบานอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674166

อิสราเอลโจมตีทางอากาศฉนวนกาซา ตอบโต้ฮามาสยิงจรวดถล่มจากฝั่งเลบานอน

7 เม.ย. 2566 08:14 น.

อิสราเอลโจมตีทางอากาศฉนวนกาซา ตอบโต้ฮามาสยิงจรวดถล่มจากฝั่งเลบานอน

กองทัพอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซา ตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธฮามาส ยิงจรวดจากฝั่งเลบานอนโจมตีดินแดนอิสราเอล

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กองทัพอิสราเอลประกาศเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซา ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ในไม่กี่ชั่วโมงต่อมามีเสียงเครื่องบินและระเบิดดังขึ้นหลายระลอกในบริเวณที่อิสราเอลอ้างว่าเป็นฐานที่มั่นกองกำลังฮามาส ของปาเลสไตน์

การโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า ศัตรูของประเทศจะต้องชดใช้จากทุกการกระทำอันก้าวร้าว

กองทัพอิสราเอลระบุว่า เครื่องบินรบได้ทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมายอย่างน้อย 5 แห่งในฉนวนกาซา รวมไปถึงบริเวณพื้นที่การเกษตรที่อิสราเอลอ้างว่าเป็นอุโมงค์ผู้ก่อการร้าย 2 แห่งในเมืองเบตฮานูน และข่าน ยูนิส นอกจากนี้ยังทำลายโรงงานผลิตอาวุธของกลุ่มฮามาส ขณะที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโดนกลุ่มติดอาวุธฮามาส ยิงจรวดจากฝั่งเลบานอนโจมตีดินแดนอิสราเอล ทำให้ได้รับความเสียหายหลายพื้นที่

ทั้งนี้ การโจมตีฉนวนกาซา และการปิดกั้นปาเลสไตน์จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีขึ้นหลังจากกองทัพอิสราเอลระบุว่ มีจรวดถูกยิงจากกาซา เข้าไปตกทางตอนใต้ของอิสราเอล เป็นเวลา 2 วันติดกัน

ขณะที่สถานการณ์รุนแรงในตะวันออกกลาง มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกรณีกองกำลังอิสราเอลบุกตรวจค้นมัสยิดอัล อักซอ ในนครเยรูซาเล็ม กวาดจับชาวปาเลสไตน์ไปนับร้อยคน ในช่วงที่ชาวมุสลิมกำลังทำพิธีละหมาดในเดือนถือศีลอดรอมฎอน.

คุกตลอดชีวิต หนุ่มอังกฤษ ผลักเมียท้อง 17 สัปดาห์ตกหน้าผาดับสลด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674131

คุกตลอดชีวิต หนุ่มอังกฤษ ผลักเมียท้อง 17 สัปดาห์ตกหน้าผาดับสลด

7 เม.ย. 2566 03:55 น.

คุกตลอดชีวิต หนุ่มอังกฤษ ผลักเมียท้อง 17 สัปดาห์ตกหน้าผาดับสลด

ศาลสกอตแลนด์ตัดสินคุกหนุ่มอังกฤษ ตลอดชีวิต หลังพบว่าเขามีความผิดจริงฐานผลักภรรยาซึ่งกำลังท้อง 17 สัปดาห์ตกหน้าผาจนเสียชีวิตทั้งแม่และเด็ก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 เม.ย. 2566 ศาลสูงในเมืองเอดินบะระ ของสกอตแลนด์ ตัดสินลงโทษจำคุกนายคาชิฟ อันวาร์ วัย 29 ปี ตลอดชีวิต โดยต้องรับโทษอย่างน้อย 20 ปีจึงมีสิทธิ์ยื่นขอทำทัณฑ์บน หลังคณะลูกขุนลงความเห็นว่า เขามีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรม น.ส.ฟาว์ซิยาห์ จาเวด ภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 17 สัปดาห์ ด้วยการผลักเธอหน้าผาสูง 50 ฟุต

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เนินเขาอาร์เธอร์ส ซีต (Arthur’s Seat) สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเอดินบะระ เมื่อกันยายน 2564 โดยหลังจากตกลงมาจากหน้าผา น.ส.จาเวด ยังไม่เสียชีวิต และบอกกับตำรวจว่า สามีเป็นคนผลักเธอลงมาหลังเธอพยายามขอแยกทาง ขณะที่นายอันวาร์อ้างว่า เขาลื่นไปชนภรรยา แต่คณะลูกขุนไม่เชื่อคำแก้ต่างดังกล่าว

ผู้พิพากษา เบกเคตต์ บอกกับนายอันวาร์ ผู้มาจากเมืองพุดเซย์ ใกล้เมืองลีดส์ ว่า ภรรยาของเขาควรได้รับความคุ้มครองจากเขา และนายอันวาร์ก่ออาชญากรรมอันชั่วร้าย “คุณไม่มีความสำนึก และไม่พยายามจะช่วยเธอเลย”

ทั้งนี้ ตลอดการพิจารณาคดีนาน 1 สัปดาห์ คณะลูกขุนได้ฟังคำให้การจาก ยาสมิน จาเวด มารดาของ น.ส.จาเวด ผู้เชื่อว่า ลูกสาวของเธอมีชีวิตแต่งงานที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและการบีบบังคับ และลูกสาวเคยบอกกับเธอว่า วางแผนจะแยกทางกับนายอันวาร์ หลังการท่องเที่ยว 4 คืนที่เอดินบะระ

นางยาสมิน บอกอีกว่า ลูกสาวของเธอเริ่มรู้สึกกังวลกับพฤติกรรมของนายอันวาร์หลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อคริสต์มาสปี 2563 ได้ไม่กี่เดือน และเคยเล่าให้เธอฟังถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของสามีด้วย

ที่มา : bbc

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกโตแค่ 3% ไปอีก 5 ปี ต่ำสุดตั้งแต่ พ.ศ.2533

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674130

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกโตแค่ 3% ไปอีก 5 ปี ต่ำสุดตั้งแต่ พ.ศ.2533

7 เม.ย. 2566 03:11 น.

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกโตแค่ 3% ไปอีก 5 ปี ต่ำสุดตั้งแต่ พ.ศ.2533

IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ราว 3% เท่านั้นไปตลอด 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 33 ปี ท่ามกลางแรงช็อกจากโควิด และสงครามยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2566 ว่า น.ส.คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ราว 3% ไปตลอด 5 ปีข้างหน้า ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533

น.ส.จอร์เจียวากล่าวก่อนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนที่การประชุมประจำปีของ IMF จะเริ่มขึ้นว่า หนทางข้างหน้านั้นขรุขระ และเต็มไปด้วยหมอกปกคลุม พร้อมเตือนว่าความร่วมมือกันเพื่อจัดการปัญหาต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องยากขึ้น

เธอยังเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ช่วยเหลือประเทศที่มีรายได้น้อยมากขึ้น “สำหรับสมาชิกครอบครัวโลกที่อ่อนแอที่สุดของเรา ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากประเทศที่มั่งคั่งกว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก” นอกจากนั้น น.ส.จอร์เจียวา ยังขอให้นานาประเทศเพิ่มเงินทุนให้แก่ IMF ซึ่งคอยปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ประเทศที่กำลังลำบาก

ทั้งนี้ คาดกันว่า IMF จะต้องเผชิญกับคำขอกู้เงินหรือปรับโครงสร้างหนี้ระลอกใหญ่ อันมีสาเหตุจากแรงช็อกจากการระบาดของไวรัสโควิด-19, สงครามในยูเครน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น

เมื่อปีก่อน เศรษฐกิจโลกเติบโตเพียง 3.4% ลดลงจากเมื่อปี 2564 เกือบครึ่ง และต่ำความค่าเฉลี่ยการเติบโตตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3.8% โดยการชะลอตัวยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ แม้ว่าตลาดแรงงานในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ จะกลับมาแข็งแกร่ง

IMF คาดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะต่ำกว่า 3% เล็กน้อย โดยจีนกับอินเดียจะส่งผลต่อการเติบโตมากกว่าครึ่ง ขณะที่ ประเทศพัฒนาแล้วราว 90% จะมีการเติบโตที่ลดลง สะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น หลังธนาคารกลางของหลายประเทศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน

ส่วนประเทศรายได้ต่ำ ต้นทุนการกู้ยืมกลับสูงขึ้นในช่วงที่ความต้องการสินค้าส่งออกของพวกเขาอ่อนแอพอดี สร้างความเสียหายอย่างหนัก ความยากจนและความหิวโหยในประเทศเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้นไปอีก กลายเป็นเทรนด์อันตรายที่เริ่มขึ้นจากวิกฤติโควิด-19

อย่างไรก็ตาม น.ส.จอร์เจียวายังคงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของประเทศต่างๆ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อรับมือเงินเฟ้อ ตราบใดที่แรงกดดันทางการเงินยังถูกจำกัดอยู่

ที่มา : bbc

มาครงฝาก สี จิ้นผิง ดึงสติรัสเซีย ยุติสงครามในยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674123

มาครงฝาก สี จิ้นผิง ดึงสติรัสเซีย ยุติสงครามในยูเครน

7 เม.ย. 2566 01:50 น.

มาครงฝาก สี จิ้นผิง ดึงสติรัสเซีย ยุติสงครามในยูเครน

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสหารือกับ สี จิ้นผิง ผู้นำประเทศจีน ในการเยือนกรุงปักกิ่ง โดยฝากนายสีดึงสติรัสเซีย เพื่อยุติสงครามในยูเครน

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2566 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศจีน ได้ร่วมชมขบวนสวนสนามของกองทัพจีนที่กรุงปักกิ่งในช่วงบ่าย ก่อนจะเข้าพบปะพูดคุยเป็นการลับกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทั้งฝรั่งเศสและจีนต่างบอกว่า เป็นการหารือที่ตรงไปตรงมาและเป็นมิตร

ในการแถลงข่าวหลังจากนั้น นายมาครงบอกกับผู้นำจีนว่า “ผมรู้ว่าผมหวังพึ่งคุณได้ในการดึงสติของรัสเซียกลับมา และนำพาทุกฝ่ายกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา” ขณะที่นายสีกล่าวว่า จีนกับฝรั่งเศสมีความสามารถและความรับผิดชอบที่จะต้องรักษาความสงบของโลก

“จีนอุทิศตัวเพื่อการเจรจาอย่างสันติ และหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการเมือง” นายสีกล่าว และเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติอดทนอดกลั้น พร้อมย้ำด้วยว่า อาวุธนิวเคลียร์ไม่ควรถูกนำมาใช้ในความขัดแย้งนี้ หลังจากเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียประกาศแผนขนอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีไปประจำการในเบลารุส

ด้านมาครงกล่าวว่า เราไม่สามารถมียุโรปที่ปลอดภัยและสงบสุขได้ตราบใดที่ยูเครนยังถูกยึดครอง และเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ละเมิดกฎบัตรของตัวเอง

ส่วนนาง เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเดินทางมาเยือนจีนด้วย จัดงานแถลงข่าวในเวลาต่อมา โดยเธอเน้นย้ำว่า หากจีนจัดหาอาวุธให้รัสเซีย จะเป็นการทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับจีน

เธอคาดหวังด้วยว่า ปักกิ่งจะสนับสนุนสันติภาพอย่างเป็นธรรม (just peace) และเธอสนับสนุนแผนการสันติภาพของนาย โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังออกไปทั้งหมด อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนจีนของผู้นำฝรั่งเศสกับผู้นำสหภาพยุโรปได้รับการจับตามองอย่างมาก เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างชาติตะวันตกกับแดนมังกรเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า จีนเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลลัพธ์ของสงครามในยูเครน

นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียยอมรับในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนมีทั้งอำนาจและประสิทธิภาพสูงมากในการเป็นตัวกลางเจรจา แต่สถานการณ์กระหว่างพวกเขากับยูเครนนั้นซับซ้อน ทำให้จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความหวังที่จะยุติเรื่องราวอย่างสันติ นายเปสคอฟเสริมด้วยว่า รัสเซียไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำสงครามต่อไป

ที่มา : bbc

ตร.อินโดนีเซียจับหมอผี ต้องสงสัยฆาตกรรม 12 ราย หลังพบศพฝังเต็มสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2674108

ตร.อินโดนีเซียจับหมอผี ต้องสงสัยฆาตกรรม 12 ราย หลังพบศพฝังเต็มสวน

7 เม.ย. 2566 00:53 น.

ตร.อินโดนีเซียจับหมอผี ต้องสงสัยฆาตกรรม 12 ราย หลังพบศพฝังเต็มสวน

ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมตัวหมอผีประจำหมู่บ้าน ต้องสงสัยฆาตกรรมเหยื่ออย่างน้อย 12 ราย หลังพบศพจำนวนมากในสวนบ้านของเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 6 เม.ย. 2566 ว่า ตำรวจในประเทศอินโดนีเซีย จับกัมตัวนาย สลาเมต โตฮารี อายุ 45 ปี ผู้อ้างตัวว่าเป็นหมอทรงเจ้าเข้าผี ที่หมู่บ้านเบซาบาลุ ในเมืองบันจาร์เนการา จังหวัดชวากลาง หลังมีการพบศพคนตายจำนวนมากถูกฝังอยู่ในสวนบ้านของเขา

ตามการเปิดเผยของตำรวจ นายโตฮารียอมรับสารภาพว่า หลอกเหยื่อว่าสามารถใช้เวทมนต์คาถาทำให้เงินทองของเหยื่อเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่เมื่อไม่เกิดผลใดๆ และลูกค้ามาขอเงินคืน เขาจึงสังหารด้วยการวางยาพิษ โพแทสเซียมไซยาไนด์ รวมกับยาระงับประสาท โดยเขาบอกด้วยว่า มีศพคนตายนับสิบรายถูกฝังอยู่ในที่ดินของเขา

การจับกุมตัวนายโตฮารีเกิดขึ้นหลังจากลูกชายของนายปาเรียนโต เหยื่อรายล่าสุดของนายโตฮารี บอกกับตำรวจว่า พ่อของเขาขาดการติดต่อไปตั้งแต่ 24 มี.ค. 2566 แต่นายปาเรียนโตส่งข้อความบอกที่อยู่แก่ลูกชายผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และกำชับว่าให้แจ้งตำรวจหากเขาไม่กลับมาภายใน 26 มี.ค.

ลูกชายนายปาเรียนโตทำตามที่พ่อบอก เขาแจ้งความในวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งพอตำรวจไปยังบ้านของนายโตฮารี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.) พวกเขาก็พบหลุมศพตื้นๆ จำนวนมาก หลายหลุมมีศพถูกฝังร่วมกัน 2-3 ร่าง และพบขวดน้ำแร่ 1 ขวดอยู่ในแต่ละหลุมด้วย

ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหยื่อของนายโตฮารีมีอายุระหว่าง 25-50 ปี บางรายถูกฝังมานาน 6 เดือนแล้ว แต่เชื่อว่าเขาเริ่มสังหารลูกค้าของเขามาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว ขณะที่สภาพศพไม่มีร่องรอยของการใช้ความรุนแรงใดๆ

ตำรวจยังจับกุมตัวผู้สมรู้ร่วมคิดของนายโตฮารี ซึ่งเป็นผู้โปรโมทบริการใช้เวทมนต์เพิ่มเงินผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้วย แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ส่วนใหญ่แล้วนายโตฮารีเป็นผู้กระทำความผิดเพียงลำพัง

ที่มา : bbc

สุดเศร้า วาฬหัวทุยเกยตื้นตายปริศนา บนเกาะบาหลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2673738

สุดเศร้า วาฬหัวทุยเกยตื้นตายปริศนา บนเกาะบาหลี

6 เม.ย. 2566 16:10 น.

สุดเศร้า วาฬหัวทุยเกยตื้นตายปริศนา บนเกาะบาหลี

ชาวเกาะบาหลีสุดเศร้า หลังพบวาฬหัวทุยขนาดใหญ่ยาวถึง 18 เมตร ลอยมาเกยตื้นตายที่ชายหาด ด้านผู้เชี่ยวชาญสัตว์เร่งหาสาเหตุ

วาฬหัวทุยขนาดยาว 18 เมตร น้ำหนักหลายตัน ที่ลอยมาเกยตื้นอยู่บนชายหาดของเกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันพุธตามเวลาในท้องถิ่น ได้ตายลงแล้ว หลังจากที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่พยายามผลักดันมันกลับลงสู่ทะเล แต่มันกลับขึ้นมาเกยตื้นอีกครั้งบนชายหาดอีกแห่งหนึ่งและตายในเวลาต่อมา โดยเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามลำตัวของมัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเล จะเร่งตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของมันต่อไป ว่าเกี่ยวข้องกับมลพิษ หรือพลาสติกด้วยหรือไม่ ก่อนที่จะนำซากของมันไปฝังต่อไป โดยตามธรรมชาติวาฬมักจะว่ายมาใกล้ฝั่งเมื่อมันมีอาการป่วยหรือกำลังจะตาย

โดยล่าสุดตำรวจได้มีการปิดกั้นพื้นที่บริเวณชายหาดดังกล่าวเอาไว้แล้ว เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาขโมยชิ้นส่วนร่างกายของวาฬแล้ว

ทั้งนี้ วาฬหัวทุย นับเป็นวาฬนักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมันถูกจัดอยู่ในรายชื่อของสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเมื่อปี 2018 มีวาฬหัวทุยเกยตื้นตายในอินโดนีเซียเช่นกัน ซึ่งการชันสูตรครั้งนั้นพบว่ามีถ้วยพลาสติกกว่า 100 ใบ และถุงพลาสติกอีก 25 ถุง อยู่ภายในท้องของมัน สร้างความกังวลให้แก่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับปัญหาขยะทะเลจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอินโดนีเซียเป็นประเทศที่สร้างขยะในทะเลมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

แบร์ลุสโคนี อดีตนายกฯอิตาลี ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2673700

แบร์ลุสโคนี อดีตนายกฯอิตาลี ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

6 เม.ย. 2566 15:39 น.

แบร์ลุสโคนี อดีตนายกฯอิตาลี ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

แหล่งข่าวเผย อดีตผู้นำอิตาลี “ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี” วัย 86 ปี ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หลังจากเพิ่งถูกนำตัวส่งห้องไอซียู เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา

“ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี” อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี 4 สมัย วัย 86 ปี ถูกวินิจฉัยพบว่าเป็นลูคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียูแผนกโรคหัวใจของโรงพยาบาลซานราฟาเอลลี ในเมืองมิลาน ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา จากอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ

มหาเศรษฐีพันล้าน ฉายาเจ้าพ่อสื่อ ที่รำ่รวยจากธุรกิจสื่อ มีอาการป่วยและต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลซานราฟาเอลลีแห่งนี้บ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่งอาการดีขึ้นจนได้ออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลครั้งล่าสุด

ทั้งนี้ หลังจากที่ นายแบร์ลุสโคนี หายจากการป่วยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อปี 2563 สุขภาพของเขาก็ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยอายุที่มากขึ้น และโรคแทรกซ้อนต่างๆ โดยเขายังเคยรับการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเทียม เมื่อปี 2559 และเพิ่งหายจากการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาเพิ่งเข้ารับการรักษาจากอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วย.

ที่มา : รอยเตอร์

งูเห่าบุกห้องนักบินแอฟริกาใต้ เร่งนำเครื่องจอดฉุกเฉิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2673676

งูเห่าบุกห้องนักบินแอฟริกาใต้ เร่งนำเครื่องจอดฉุกเฉิน

6 เม.ย. 2566 14:09 น.

งูเห่าบุกห้องนักบินแอฟริกาใต้ เร่งนำเครื่องจอดฉุกเฉิน

รูดอล์ฟ อีราสมุส นักบินชาวแอฟริกาใต้ กำลังขับเครื่องบินโดยสารตามปกติ จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นผู้โดยสารเพิ่มเติมบนเครื่องบินของเขาที่ความสูงกว่า 3,300 เมตรเหนือพื้นดิน อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นงูเห่าที่เลื้อยอยู่ใต้ที่นั่งของเขา

เขากล่าวว่า “ว่ากันตามตรง มันเหมือนกับว่าสมองของผมไม่ได้บันทึกว่าเกิดอะไรขึ้น” และกล่าวเสริมว่า “มันเป็นช่วงเวลาแห่งความกลัว” พร้อมทั้งกล่าวว่า ตอนแรกเขาคิดว่าความรู้สึกเย็นที่หลังของเขาคือขวดน้ำ “ผมรู้สึกถึงความเย็นที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นไปบนเสื้อ” โดยคิดว่าเขาอาจปิดขวดไม่สนิท และน้ำอาจหยดลงมาที่เสื้อของเขา

“เมื่อผมหันไปทางซ้ายและมองลงไป ผมก็เห็นงูเห่ากำลังถอยหัวกลับไปใต้ที่นั่ง”

จากนั้นเขาได้ลงจอดฉุกเฉินในเที่ยวบินจากเมืองบลูมฟอนเทนไปยังกรุงพริทอเรีย โดยเครื่องบินส่วนตัว บีชคราฟต์ บารอน 58 มีผู้โดยสารสี่คนรวมทั้งงูด้วย

การกัดของงูเห่าเคป อาจทำให้ถึงตายได้และสามารถฆ่าคนได้ในเวลาเพียง 30 นาที ดังนั้นเขาไม่ต้องการสร้างความตื่นตระหนก นายอีราสมุสกล่าวว่า เขาต้องคิดอย่างรอบคอบก่อนที่จะแจ้งผู้โดยสารอย่างใจเย็นว่ามีนักเดินทางที่ไม่เป็นที่ต้องการ นอกจากนี้เขายังกลัวว่างูจะเลื้อยไปทางด้านหลังและสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนจำนวนมาก

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบอกพวกเขา “ผมขอแจ้งผู้โดยสารว่า มีงูอยู่ในเครื่องบิน มันอยู่ใต้ที่นั่งของผม ดังนั้นเราจะลงจอดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้'”

ส่วนปฏิกิริยาของผู้โดยสารนั้น อีราสมุสได้บรรยายถึงช่วงเวลาแห่งความเงียบโดยสมบูรณ์ ที่เราสามารถได้ยินเสียงเข็มหล่น และผมคิดว่าทุกคนจะนั่งตัวแข็งไปชั่วขณะหนึ่งหรือสองครั้ง”

เขากล่าวว่า นักบินอาจได้รับการฝึกฝนสำหรับสถานการณ์ต่างๆ มากมาย แต่ไม่ใช่สำหรับการจัดการกับงูในห้องนักบินอย่างแน่นอน และกล่าวว่าความตื่นตระหนกจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก และต่อมาเครื่องบินได้ลงจอดฉุกเฉินในเมืองเวลคอม

อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของงู แม้จะน่าตกใจ แต่ก็ไม่แปลกใจนัก เจ้าหน้าที่สองคนที่ทำงานในสโมสรการบินในเมืองวูสเตอร์ ซึ่งเป็นจุดแรกที่เครื่องบินขึ้นบิน กล่าวว่า พวกเขาเคยเห็นสัตว์เลื้อยคลานเข้าไปหลบอยู่ใต้เครื่องบิน พวกเขาพยายามคว้าไว้ แต่ไม่สำเร็จ

นายอีราสมุสกล่าวว่าเขาพยายามค้นหางูก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินพร้อมกับผู้โดยสารของเขา แต่น่าเสียดายที่มันไม่อยู่ที่นั่น ดังนั้นเราทุกคนจึงสันนิษฐานได้อย่างปลอดภัยว่ามันจะต้องคลานออกมาในชั่วข้ามคืนหรือก่อนหน้านั้นในเช้าวันนั้น ซึ่งก็คือวันจันทร์

ผู้โดยสารที่ยังเลื้อยอยู่ยังคงหาตัวไม่พบ ขณะที่วิศวกรที่ทำการถอดชิ้นเครื่องบินออกก็ยังหางูไม่พบเช่นกัน

นายอีราสมุสได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ โดยนายป๊อปปี้ โคซา ผู้บัญชาการการบินพลเรือนของแอฟริกาใต้ กล่าวชมเชยถึงฝีมือการบินที่ยอดเยี่ยมของเขา ซึ่งช่วยชีวิตทุกคนบนเครื่องได้อย่างแท้จริง แต่อีราสมุสบอกว่าเขาไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งพิเศษ “ผมคิดว่ามันคงแย่มากถ้าผมแจ้งไปตรงๆ เพราะผู้โดยสารก็อยู่ในความสงบเช่นกัน”.