อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่พิจิตร-พิษณุโลก ชวนชาวนาร่วม BCG Model ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722700

อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่พิจิตร-พิษณุโลก ชวนชาวนาร่วม BCG Model ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต

อธิบดีกรมข้าวลงพื้นที่พิจิตร-พิษณุโลก ชวนชาวนาร่วม BCG Model ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.40 น.

“อธิบดีกรมข้าว” ลงพื้นที่ จ.พิจิตร และ จ.พิษณุโลก ชวนชาวนาร่วม BCG Model ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

6 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนศูนย์ข้าวชุมชนฯ ณ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านวังโมกข์ ตำบลวังโมกข์ อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร และ ณ ที่ทำการกำนัน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อรับทราบถึงผลการดำเนินงานและรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ พร้อมแนะแนวทางการแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model เพื่อเป็นการลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ด้วยการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมแนะนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ที่เป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน เน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริม เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน เราจะไม่ทิ้งกันแน่นอน อธิบดีฯกล่าว

คุณแหน : 7 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722607

คุณแหน : 7 เมษายน 2566

คุณแหน : 7 เมษายน 2566

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.12 น.

ll ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่(Field Day)เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีเพาะปลูกใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยมีเกษตรกรร่วมงานเป็นจำนวนมาก..

ll ภาสกร ชัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม “MIND ใช้หัวและใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน”ณ สอจ.พระนครศรีอยุธยา..

ll ชาติชาย พยุหนาวีชัย จัดงานเลี้ยงรำลึกครบรอบ 9 ปี ปธพ.2 มีสมาชิกมาร่วมงานกันคับคั่ง งานนี้ พล.ต.นพ.เกษม ภิญโญชนม์,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นพ.วิษณุ ภู่ทอง,นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร, อัฐ ทองแตง,กรรณิการ์ เทววิชชุลดา,วารีรัตน์ตั้งธนกูล,ยุวดี บุญครอง ไม่ยอมพลาด..llวันเกิดปีนี้ของ ประภาพรรณ เวลเซอร์ได้บินไปฉลองที่อังกฤษกับลูกสาวฝาแฝดลลิณา-อลิสสา เวลเซอร์ ที่เรียนอยู่ลอนดอน..

ll วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ ชวนเพื่อนๆ กลุ่ม DT Digital CEO#5 เช่น ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล,ดร.คณพศ นิจสิริภัช,ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ,ดร.ธณภณโตวัฒนา,ปารณีย์ อำนวยรักษ์กุล,นพ.อดิศร วิตตางกูร,พญ.แคทรียา เทนสิทธิ์,นส.พ.จารุนพ รุจิรกาโมทย์,ทรรฐวิลี วิวัชร์ธนคุณ,เมธี ศรีสุพรรณดิฐ มาสังสรรค์อัปเดตชีวิตกัน..

ll ด้วยเป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาคนในองค์กร คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ซีอีโอ Beyond Training แม้จะงานยุ่งแต่ก็จัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 ตามคำเชิญของ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์..

ll พล.ต.ผศ.นพ.กิฎาพล วัฒนกูล และ ดร.นพ.พินิจ หิรัญโชติ ไปบรรยายในงานปัจฉิมนิเทศของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2565ณ คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร..

ll ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ขอเชิญสมาชิกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 รูปแบบ Hybrid พร้อมร่วมฟังสัมมนาเรื่อง “พร้อม To Prompt กับ AI-Copilot” 25 เม.ย.นี้ 09.00-12.00 น. ณ รร.เรเนซองส์ กรุงเทพฯราชประสงค์และออนไลน์..

ll สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย ชวนท่านผู้มีจิตกุศลร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ“สมทบทุนช่วยผู้ป่วยปลูกถ่าย Stem Cell”เพื่อให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสในการเข้าถึงการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รายละเอียดที่ https://www.donationhub.or.th/project/57/detail..ll

น้องใหม่

ALDO กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น SS 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722591

ALDO กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น SS 2023

ALDO กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น SS 2023

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ALDO แบรนด์รองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับแฟชั่นอินเทรนด์ระดับโลก กลับมาอีกครั้งของแฟล็กชิปสโตร์อัปเดตล่าสุดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้การบริหารของ Noble Footwear Thailand Ltd.(MAP ACTIVE Group) โดย ALDO เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2023 อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำเพื่อส่งมอบประสบการณ์การสวมใส่รองเท้าที่ทั้งใส่สบายและมีสไตล์

มร.ดีพัก โทมาร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บริษัท แมพ แอคทีฟ อาดิเพอคาซาจำกัด กล่าวว่า ALDO จะนำเสนอสินค้าที่มีสไตล์หลากหลาย ทั้งรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับในราคาที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในประเทศไทย เราเน้นการนำเสนออันเป็นเอกลักษณ์ผ่านคอลเลคชั่นที่ดีที่สุดและอัปเดตที่สุด แต่เหนือสิ่งอื่นใด เรายึดมั่นในพันธกิจของแบรนด์ที่จะส่งมอบโลกแห่งความรัก ความมั่นใจ และเป็นส่วนหนึ่งในค่านิยมของ ALDO ที่มุ่งมั่นสร้างความรู้สึกที่ดีแก่ผู้คน ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดอีกด้วย

เพื่อเป็นการประกาศการกลับมาของALDO ในประเทศไทยอีกครั้ง ทางแบรนด์ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ประจำฤดูกาลSPRING/SUMMER 2023 ภายใต้ชื่อPOWER PASTEL ซึ่งมีหัวใจหลักอยู่ที่การเปิดใจยอมรับตนเอง และการรักตัวตนในแบบที่เป็นตัวคุณเองผ่านการจุดประกายด้วยคำถาม “What’s Your Favorite You?”(คุณชอบตัวเองในแบบไหนที่สุด??) เพื่อตอกย้ำให้ผู้คนเปิดกว้างต่อความหลากหลายและภูมิใจกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว

คอลเลคชั่นใหม่นี้นำเสนอโทนสีพาสเทลสำหรับฤดูใบไม้ผลิ แทรกด้วยไอเทมสีสันสดใสที่แสดงถึงพลังของฤดูร้อนที่มาพร้อมวัสดุคุณภาพเพื่อความทนทาน ผสานกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้สวมใส่สบายอีกด้วย ตัวสินค้าโดดเด่นด้วยรายละเอียดงานศิลปะแฮนด์คราฟ สีสันสดใส และดีไซน์การตกแต่งแบบร่วมสมัย ในคอลเลคชั่นมีครบทั้งรองเท้าส้นสูง รองเท้ารัดส้น รองเท้าแตะรัดส้นสำหรับผู้หญิง และกระเป๋าถือสีสันสดใสสำหรับฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน รวมถึงรองเท้าโลฟเฟอร์และรองเท้าผ้าใบแบบสวมสำหรับผู้ชาย ซึ่งมีดีไซน์ที่สะท้อนถึงความสดใส พร้อมรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังมาถึง

พม.ชวนคนดังร่วมแสดงพลัง Gender Fair 2023 แชร์มุมมองขจัดการเลือกปฏิบัตโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722590

พม.ชวนคนดังร่วมแสดงพลัง Gender Fair 2023  แชร์มุมมองขจัดการเลือกปฏิบัตโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ

พม.ชวนคนดังร่วมแสดงพลัง Gender Fair 2023 แชร์มุมมองขจัดการเลือกปฏิบัตโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ สานต่อเพื่อยกระดับความร่วมมือ ภายใต้แนวคิด Innovation for Gender Equality ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพราะทุกภาคส่วนของสังคมมีหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกัน และนวัตกรรมในทุกมิติควรหนุนเสริมให้เกิดการสร้างและส่งต่อสังคมที่เอื้อให้บุคคลทุกคนได้รับสิทธิ โอกาสอย่างเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ในกิจกรรม“สานพลังเครือข่ายร่วมขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ : Gender Fair 2023” ณ ลานหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอนุกูลปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Gender fair 2023 สานพลังเครือข่ายร่วมขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ กล่าวชื่นชมองค์กรตัวอย่างทั้ง 17 องค์กร ที่มีความมุ่งมั่นในการนำแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและการประกอบกิจการ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวง (พม.) และ เอกอัครราชทูต ผู้แทนสถานทูตประจำประเทศไทย ผู้บริหาร UN Women UNFPA ร่วมงาน

Gender Fair 2023 จัดแสดงนิทรรศการผลงาน 17 องค์กรตัวอย่างที่มีนโยบายการดำเนินงานและการประกอบกิจการโดยคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ บูธให้คำปรึกษาสุขภาพเพศ บูธจำหน่ายสินค้าจากองค์กรเครือข่ายส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ Flash mob ภายใต้แนวคิด“Gender Equality for All” โดยมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ โดยมีดารานักแสดงชื่อดัง อาทิ ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์, อั๋น-ภูวนาทคุนผลิน, อิสเบลลา เมนิน มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2022, ไฮดี้ อแมนด้า เจนเซ่นรองอันดับ 1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022, หนูดี-อรปรียา เนซ่า มามูดี้ รองอันดับ 3 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2022 ร่วม Gender Talk เผยมุมมองและแสดงพลังความเท่าเทียม, การแสดงแฟชั่นโชว์ I Just Dress Not Just a Fashion โดย ซินดี้-สิรินยา, การแสดงทิฟฟานี่โชว์สุดอลังการ และ มินิคอนเสิร์ตจาก ANGLE (แองจี้ ฐิตาชา) สนุกเต็มอิ่ม

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง ทั้งในระดับสากลและในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภารกิจด้านการส่งเสริมบทบาทของสตรีและการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ภายใต้อนุสัญญา ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination
of all Forms of Discrimination against Women – CEDAW) และการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ด้วยมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงการส่งเสริมโอกาส การเข้าถึงสิทธิด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างเท่าเทียมของผู้หญิง ผู้ชายและบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งการปรับปรุงค่านิยม แบบแผนความประพฤติทางสังคมและวัฒนธรรมเพื่อขจัดอคติที่อยู่บนพื้นฐานของความเหลื่อมล้ำและความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

เมื่อสังคมเปิดกว้างให้คุณมีโอกาสขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ หยุดความเลื่อมล้ำ ความรุนแรงระหว่างเพศให้หมดไป มาร่วมเป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อนในสังคมยุคแห่งความเท่าเทียมนี้ด้วยกันพร้อมติดแฮชแท็ก #EqualityForAll #GenderFair2023 #พลังแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศ

‘A.CEMI’แบรนด์เครื่องประดับไทยที่ไปไกลบนเวทีระดับโลก อวดโฉมคอลเลคชั่น ออทั่ม/วินเทอร์‘REBLOOM RECHAIN’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722611

‘A.CEMI’แบรนด์เครื่องประดับไทยที่ไปไกลบนเวทีระดับโลก  อวดโฉมคอลเลคชั่น ออทั่ม/วินเทอร์‘REBLOOM RECHAIN’

‘A.CEMI’แบรนด์เครื่องประดับไทยที่ไปไกลบนเวทีระดับโลก อวดโฉมคอลเลคชั่น ออทั่ม/วินเทอร์‘REBLOOM RECHAIN’

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สร้างชื่อเสียงครั้งใหญ่ให้วงการแฟชั่นไทยได้เป็นที่รู้จักบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง เมื่อแบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทย“A.CEMI”(เอเซมิ) ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายการออกแบบซึ่งผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกันได้รับเกียรติให้ไปจัดแฟชั่นโชว์อวดโฉมเครื่องประดับบนรันเวย์  “New York Fashion Week 2023” ในคอลเลคชั่น  Autumn/Winter (ออทั่ม/วินเทอร์) 2023 “REBLOOM RECHAIN” (รีบลูมรีเชน) เรียกได้ว่าสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยเป็นอย่างมาก!

สำหรับ “A.CEMI” (เอเซมิ) เป็นแบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.2018 โดยครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบ แนน-ภัทรียา คงสุภาพศิริ ที่มีดีกรีด้านการออกแบบจาก Hiko Mizuno College of Jewelry ประเทศญี่ปุ่น และจากความชอบในงานดีไซน์เครื่องประดับประกอบกับความตั้งใจที่อยากพัฒนางานดีไซน์ให้เหมาะกับคนหลากหลายสไตล์ แนน-ภัทรียา จึงตกผลึกเอกลักษณ์เด่นของ “A.CEMI” (เอเซมิ) ให้เป็นแบรนด์เครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาสและทุกยุคสมัย ผ่านการคำนึงถึงศาสตร์การทำไฟน์จิวเวลรี (Fine Jewelry) ในแบบฉบับ Japanese Jewelry Making ที่มีความพิถีพิถันและใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุธรรมชาติที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเงิน, ทอง, พลอย และมุก ผสานงานฝีมือของทีมช่างชาวไทยด้วยเทคนิคชั้นสูงในการผลิตที่คำนึงถึงขนาดของเครื่องประดับให้พอดีกับสรีระของผู้สวมใส่พร้อมเทคนิคการฝังพลอย และการผลิตงานเพชร งานเครื่องทองอันประณีตบรรจง เพื่อตอบโจทย์แนวคิดการสร้างแบรนด์ให้เป็น “เครื่องประดับชิ้นโปรดในดวงใจทุกคน” (Always My Favorite Pearl & Gems Jewelry)

แนน-ภัทรียา คงสุภาพศิริ

แนน-ภัทรียา คงสุภาพศิริกล่าวว่า “แนวคิดหลักในการออกแบบเครื่องประดับจะออกแบบโดยผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและไทยที่มีความมินิมอล และเพิ่มลูกเล่นให้เหมาะกับคนทุกสไตล์ อย่างการใช้วัสดุที่มีความหลากหลายบนดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย เหมาะกับทุกวาระโอกาส อีกทั้งยังใส่ใจกับมาตรฐานการเลือกใช้วัสดุเป็นอย่างมาก แบรนด์เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ทุกชิ้นจะถูกคัดสรรโดยนักอัญมณีศาสตร์เท่านั้น และการันตีคุณภาพด้วยใบรับรองจาก Gemological Consultancy (GCI Lab) ส่วนมุกสีอมชมพูที่ทางแบรนด์ใช้จะต้องเป็นมุกแท้ที่คัดสรรให้มีความมันวาว เงางามกว่ามุกทั่วไป โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดมุกที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปีอีกทั้งแบรนด์ยังเล่นกับมุกในรูปทรงที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ทันสมัยและแปลกใหม่ ตั้งแต่มุกทรงหยดน้ำไปจนถึงมุกทรงหัวใจ ที่หาได้ยาก และที่สำคัญเครื่องประดับทุกชิ้นต้องได้มาตรฐานสากล เพราะเราให้ความอยากนำแบรนด์ไทยให้เติบโตในตลาดโลก ด้วยการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ อย่างเอเซมิก็จะมีเทคนิคพิเศษเฉพาะในการผลิตเครื่องประดับ อย่างเทคนิคการประดับมุกบนตัวเรือนอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เครื่องประดับมีความแข็งแรงทนทานต่อทุกสถานการณ์(Pearl Channeling)”

สำหรับคอลเลคชั่น Autumn/Winter (ออทั่ม/วินเทอร์) 2023 “REBLOOM RECHAIN” (รีบลูมรีเชน) ที่ได้ไปเฉิดฉายอยู่บนเวทีระดับโลกอย่าง “New York Fashion Week 2023” เป็นคอลเลคชั่นที่เกิดจากการผสานกันระหว่างสิ่งของที่ต่างขั้วกันอย่างห่วงโซ่ที่เป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง และดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความนุ่มนวล โดยมีจุดเชื่อมความงามเป็นไข่มุกสีพาสเทลและพลอยหลากสีที่เป็นตัวแทนความหลากหลายของผู้คน เพื่อสะท้อนการกลับมาเบ่งบานใหม่ (REBLOOM) อีกครั้งหลังคลายวิกฤตโควิด-19 โดยการออกแบบดอกไม้ของคอลเลคชั่นนี้ถูกดีไซน์มาในรูปทรงที่มีความโมเดิร์นโดยการใช้ศิลปะขั้นสูงในการนำเพชรทรงแฟนซีมาร้อยเรียงเป็นดอกไม้อันงดงาม อาทิ กลีบดอกไม้ที่ประกอบจากเพชรทรงมาคี (Marquis Shape) ใบไม้ใช้เพชรทรงหยดน้ำ (Pear Shape) และเกสรดอกไม้ที่ทำจากเพชรทรงปริ้นเซส (Princess Shape) รวมถึงการออกแบบลายโซ่ที่ถูกดีไซน์ให้มีความทันสมัยเหมาะกับผู้หญิงแต่ละสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์แบบเรียบง่ายเหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โซ่ขนาดใหญ่สำหรับสาวเท่ และโซ่ที่ใช้เทคนิคการถักแบบถี่เพื่อนำเสนอความเรียบหรู 

อีกหนึ่งจุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้คือการคัดสรรพลอยน้ำงามที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานการเรียงพลอยของ วิกตัวร์ เดอ คาสเตลลาน (Victoire de Castellane) และการเลือกใช้สีที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดสีน้ำมันของ โกลด โมเนต์(Claude Monet) โดยโทนสีหลักที่เลือกใช้คือ สีเขียวมิ้นท์, สีม่วงลาเวนเดอร์, สีส้มครีม, สีชมพูพีช, สีม่วงอเมทิสต์ และสีฟ้าน้ำทะเล

พบกับเครื่องประดับ “A.CEMI”(เอเซมิ) ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น 2 ตึก Helix, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1,ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 3และช่องทางออนไลน์ที่ www.acemijewelry.com, Lazada :A.CEMI JEWELRY https://bit.ly/3qVsoGZ, Shopee: A.CEMI JEWELRY https://bit.ly/3vqL3wK

ชวนเที่ยวงานสงกรานต์ ณ ปาร์คนายเลิศ วันที่ 13-15 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722608

ชวนเที่ยวงานสงกรานต์ ณ ปาร์คนายเลิศ วันที่ 13-15 เมษายน 2566

ชวนเที่ยวงานสงกรานต์ ณ ปาร์คนายเลิศ วันที่ 13-15 เมษายน 2566

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามเนื่องในโอกาส “เทศกาลปีใหม่ไทย” หรือ“วันสงกรานต์” ประจำปี 2566 ปาร์คนายเลิศ ขอเชิญชวนผู้สนใจเที่ยวงานสงกรานต์ ณ ปาร์คนายเลิศระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2566 ที่บ้านปาร์คนายเลิศซอยสมคิด ถนนเพลินจิต

ภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูปโบราณคู่บ้านปาร์คนายเลิศ เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย พร้อมชมศิลปะการจัดดอกไม้ในเครื่องจักสานไทย และสัมผัสวิถีชีวิตคนไทยผ่านเรื่องราวและข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ทรงคุณค่าของบ้านปาร์คนายเลิศ และเพื่อสร้างสีสัน บรรยากาศ จึงขอเชิญชวนผู้ที่มาร่วมงานสงกรานต์บ้านปาร์คนายเลิศทุกท่านสวมใส่ชุดไทยหรือเสื้อลายดอกมาร่วมงาน

ร่วมสัมผัสวัฒนธรรมอันล้ำค่าและประเพณีสงกรานต์ไทยได้ที่บ้านปาร์คนายเลิศ ในวันพฤหัสบดีที่ 13-วันเสาร์ที่ 15 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.30-17.30 น. ณ ปาร์คนายเลิศซอยสมคิด ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ ผู้สนใจจองรอบชมบ้านล่วงหน้าได้ที่โทร.02-2530123 หรือทาง Facebook : NaiLert Park Heritage Home

เปิดตัว ‘MH8 pitera plus’ ตอบโจทย์คนมีเวลาน้อยก็สวยได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722663

เปิดตัว 'MH8 pitera plus' ตอบโจทย์คนมีเวลาน้อยก็สวยได้

เปิดตัว ‘MH8 pitera plus’ ตอบโจทย์คนมีเวลาน้อยก็สวยได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.42 น.

“เต๋า ภูศิลป์” นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดังสายมูเจ้าของบทเพลงดัง “อ้อมกอดเขมราฐ” ได้นำคณะผู้บริหาร พร้อมพราหมณ์ ประกอบพิธีถวายเครื่องบวงสรวงสักการะบูชาต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช นาคาธิบดีสองฝั่งโขง เพื่อเป็นสิริมงคล ในโอกาสถือฤกษ์เปิดตัวธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อผิวสวย ภายใต้ชื่อแบรนด์  “MH8 pitera plus” ซึ่งถือเป็นบทบาทใหม่ของเต๋า ภูศิลป์ ในฐานะ CEO

โดยงานวันนี้ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแบรนด์ “MH8 pitera plus” สกินแคร์บำรุงผิวสูตรเข้มข้นแต่อ่อนโยนที่จะทำให้คุณหลงรักหน้าสดตัวเอง ซึ่งจัดเต็มด้วยสารสกัดนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์และเกาหลี  ที่ทำให้แลดูขาวใสแบบขั้นสุด และช่วยเรื่องผิวอิ่มฟู ฉ่ำ วาว สุขภาพดี ครอบคลุมทุกความต้องการ ตอบโจทย์คนมีเวลาน้อย ไม่อยากใช้หลายขั้นตอน แต่อยากฟื้นฟูผิวเร่งด่วน (ในราคาเอื้อมถึงได้ ) หลังประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะบวงสรวงต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB fanpage : เพจหลัก MH8 พิเทร่า ครีม&เซรั่ม (www.facebook.com/mh8skincare) Line : @oemfactory IG :mh8skincare

-(016)

ผู้นำ 4 ชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกาศเจตนารมณ์ ‘ปฏิญญาเวียงจันทน์’ เร่งสร้างความมั่นคง-ยั่งยืนด้านน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722659

ผู้นำ 4 ชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกาศเจตนารมณ์ ‘ปฏิญญาเวียงจันทน์’ เร่งสร้างความมั่นคง-ยั่งยืนด้านน้ำ

ผู้นำ 4 ชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกาศเจตนารมณ์ ‘ปฏิญญาเวียงจันทน์’ เร่งสร้างความมั่นคง-ยั่งยืนด้านน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.31 น.

รัฐบาลไทยร่วมประชุมสุดยอดผู้นำแม่น้ำโขงตอนล่างครั้งที่ 4 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์ “ปฏิญญาเวียงจันทน์” หวังขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำโขงตอนล่างภายใต้กรอบแนวทางการพัฒนานวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อความมั่นคงด้านน้ำและความยั่งยืนของลุ่มน้ำโขง

ดร.สุรสีห์  กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นําลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 4 ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ให้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยประชุมระดับนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้นำรัฐบาลจากประเทศสมาชิกอีก 3 ประเทศ ได้แก่ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ว่า ประเทศไทยได้กล่าวแสดงความยินดีที่สมาชิกทุกประเทศรับรองปฏิญญาเวียงจันทน์ ค.ศ. 2023 ร่วมกัน เพื่อแสดงเจตนารมณ์เชิงนโยบายของประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง โดยมุ่งเน้นการดําเนินงานตามพันธกรณีของความตกลง ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาและต่อยอดผลการดำเนินงานตามที่ประเทศสมาชิกได้เห็นชอบร่วมกันจากผลการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่างตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งพบว่า มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันในการจัดการความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมการอนุรักษ์ การใช้ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยต่อยอดจุดแข็งของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยอาศัยกลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการเติบโตด้านเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดและทั่วถึง บนฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงให้เกิดความยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ พลังงานและสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการการดำเนินงานร่วมกัน ภายใต้การพัฒนาเชิงเศรษฐกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและมีธรรมาภิบาล

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิ อาเซียน ความร่วมมือแม่น้ำโขง – แม่น้ำล้านช้าง ความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง – สาธารณรัฐเกาหลี หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง – สหรัฐฯ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยใช้จุดเด่นจากความร่วมมือในกรอบต่าง ๆ เพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกันในการขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนด้วย

 ดร.สุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยยังได้หารือทวิภาคีร่วมกับ มาดามบุญคำ วรจิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในประเด็นความก้าวหน้าของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Action Plan) โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ และความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลในการดำเนินกระบวนการหารือล่วงหน้าของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งผลการหารือได้รับการตอบรับที่ดีจาก สปป.ลาว

‘ArtVenture Fun X Fandom’ ผลงานศิลปะสุดสนุกจาก 8 คาแรคเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722657

‘ArtVenture Fun X Fandom’ ผลงานศิลปะสุดสนุกจาก 8 คาแรคเตอร์

‘ArtVenture Fun X Fandom’ ผลงานศิลปะสุดสนุกจาก 8 คาแรคเตอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.27 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ArtVentureNFT ดินแดนแห่งศิลปะที่เชื่อมโยงสุนทรียภาพระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกเสมือน เปิดงานนิทรรศการศิลปะ ‘ArtVenture Fun X Fandom’ ซึ่งเป็นการรวมตัวของขบวนการ ArtVenture กับ 8 คาแรคเตอร์ที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดต่อยอดจากศิลปินกลุ่ม ‘การ์ตูนและทอยคาแรคเตอร์ไทย’ ซึ่งจะมาร่วมเป็นขบวนการสร้างความสุข ความสนุก ความประทับใจ และยกระดับภาพลักษณ์ของกลุ่มศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานมีแนวทางและอัตลักษณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น ณ ชั้น 1 ICONLUXX POP UP SPACE ไอคอนสยาม

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานในรูปแบบของงานภาพวาด ภาพพิมพ์ NFT และ Toy รวมทั้งงาน 3 มิติรูปแบบไฟเบอร์กลาสและหล่อโลหะหลากหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กกว่า 50 เซนติเมตร, 1 เมตร และ 2 เมตร พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษรับของรางวัลมากมาย และโอกาสที่จะได้ซื้อสินค้าที่จัดทำ Limited Edition พร้อมลายเซ็นจากศิลปินที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ให้แฟนคลับและผู้สนใจได้ไปสะสมกัน

ชีวา ลาภินตั้งสุทธิ กรรมการผู้บริหาร Art Venture NFT กล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “งาน ArtVenture Fun X Fandom เป็นการรวบรวมผลงานของศิลปิน 8 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านจะมีคาแรคเตอร์แตกต่างกันไป และด้วยความที่คาแรคเตอร์แตกต่างกัน เราเลยรู้สึกว่าเราอยากจะรวมให้มาอยู่ในโครงการนี้ เพื่อจุดประสงค์ที่ว่าในอนาคตเราอยากจะทำทั้ง 8 คาแรคเตอร์มาร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน โดยอาจจะสร้างเป็นการ์ตูน หรือสร้างเป็นเรื่องราวต่างๆ ให้คนที่ติดตามผลงานอยู่และอาจจะกลายเป็นแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่และผู้สนใจงานศิลปะต่อไป”

ทางด้านจารุต วงศ์คำจันทรา ภัณฑารักษ์ ArtVentureNFT และเป็นคิวเรเตอร์ของงาน ArtVenture Fun X Fandom ได้เล่าถึงการเฟ้นหาศิลปินเพื่อมาร่วมงานไว้ว่า “ศิลปินกลุ่มนี้เขาเป็นมืออาชีพที่ทำเกี่ยวกับงานทอยมาหลายปีแล้ว เพราะว่าแต่ละคนก็มีฐานแฟนคลับ บางคนก็มีแฟนคลับเยอะด้วย เราก็ดูว่าแต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนอย่างไรบ้าง เราเลยชักชวนศิลปินทั้ง 8 คนมาร่วมโปรเจ็กต์ ArtVenture Fun X Fandom ในครั้งนี้ เพื่อสร้างคาแรคเตอร์ของศิลปินให้มีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมต่อยอดเปิดโอกาสให้พวกเขาทำงานจิตรกรรมหรือประติมากรรมได้อย่างเต็มที่ เป็นการยกระดับจากงานทอย ให้มีความเป็นศิลปินมากขึ้น”

นอกจากการจัดแสดงผลงานแล้ว ภายในงานนี้ยังมีงานเสวนาเล็กๆ จากจารุต และ สุเมธ องอาจ 1 ใน 8 ศิลปินเจ้าของผลงาน PLATUMAN ได้กล่าวถึงที่มาของงานครั้งนี้ และรายละเอียดผลงานต่างๆ ที่จัดแสดงในงาน พร้อมแนะนำศิลปินอีก 7 ท่าน ได้แก่ กรณ์ นียะพันธ์ (KORN DOLL), โกศล ขจีไกรลาส (KONGRIT), ณัฐทพงศ์ รัตนโชคสิริกูล (GREENIE & ELFIE), วชิระ เพชรมณีนิลใส (MR. CENSOR), ไตรภัค สุภวัฒนา (WORLD BOY), ศิริศิลป์ ปิงเมือง (SPLASH) และ สรายุทธ คุระแก้ว (DYLIE)

ไม่เพียงเท่านั้น ความสุข ความสนุกจากทั้ง 8 ศิลปิน ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงาน 8 คาแรคเตอร์ จะถูกส่งต่อไปยังแฟนคลับและผู้รักในงานศิลปะ ให้จับจองเป็นเจ้าของในรูปแบบของชิ้นงานและ NFT ได้สะสมกัน โดยเข้าไปดูรายละเอียดของผลงานแต่ละชิ้นได้ที่ https://fun.artventurenft.com/

งาน ArtVenture Fun X Fandom จัดแสดงที่ไอคอนสยาม บริเวณ ICONLUXE POP UP SPACE ชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2566 ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. ไม่เว้นวันหยุด และจัดแสดงที่ ArtVenture NFT พัทยา ในวันที่ 4-31 พฤษภาคม 2566 เวลา 11.00-19.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร) เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

-(016)

Generation-S เปิดตัวลำโพงบูลทูธ ยูบีพลัส UB+ ดีไซน์โดดเด่นสำหรับคนชอบแต่งบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722655

Generation-S เปิดตัวลำโพงบูลทูธ ยูบีพลัส UB+ ดีไซน์โดดเด่นสำหรับคนชอบแต่งบ้าน

Generation-S เปิดตัวลำโพงบูลทูธ ยูบีพลัส UB+ ดีไซน์โดดเด่นสำหรับคนชอบแต่งบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.22 น.

Generation-S ผู้จัดจำหน่ายสินค้า Audio และ Gadget แบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวลำโพงบูลทูธ UB+(ยูบีพลัส) แบรนด์ชั้นนำ ระดับ High-end ที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงลำโพงคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม และยังมีดีไซน์ที่โดดเด่นตอบโจทย์รสนิยมคนรุ่นใหม่ที่หลงไหลการแต่งบ้าน ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ชิ้น หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยปี 2023 พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมรองรับเพียบ ไม่ว่าจะเป็นบนแพลตฟอร์ม TitTok และกิจกรรม ร้านไอทีชั้นนำทั่วประเทศ 

นายสรศักดิ์  วงศ์ชินศรีสกุล  ผู้ก่อตั้ง บริษัท Generation-S จำกัด  ตัวแทนและผู้ผลิตจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง Fender Audio ทั่วโลก และสินค้าในกลุ่ม Audio ชั้นนำอีกหลายแบรนด์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าตัวใหม่ภายใต้แบรนด์ UB+ (ยูบีพลัส) เป็นลำโพงบูลทูธระดับ High-end ที่มีโดดเด่นเรื่องของดีไซน์ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ รสนิยมในการเลือกของแต่งบ้าน  นอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตาแล้ว คุณภาพเสียงของลำโพงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เทียบได้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

โดยบริษัทได้ทำการเปิดตัวลำโพงบลูทูธ UB+ อย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่ง มีลำโพงให้เลือกครั้งนี้ทั้งหมด 3  รุ่น 3 ราคา ได้แก่ รุ่น S1 ในราคา 10,900 บาท รุ่น S2 ราคา 15,900 บาท และ รุ่นพิเศษ DB ราคา 16,900 บาท  โดยลำโพงทั้ง 3 รุ่นออกแบบมาเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่สมจริง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูหนัง ฟังเพลง และเหมาะกับคนที่ชื่นชอบการฟังในโทนเสียงอะคูลติค นุ่มนวลราวกับฟังเพลงจากการแสดงดนตรีสด รองรับการเชื่อมต่อ TRUE WIRELESS SYSTEM เพื่อให้ได้ระบบเสียงแบบ Stereo และสามารถเชื่อมต่อการเล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 8 เครื่องผ่านแอพพลิเคชั่น UB+

ในส่วนของ UB+EUPHO Alphorn S2+ เป็นลำโพงบูลทูธที่มี 4 ไดรเวอร์ในตัว เป็น subwoofer 2 ตัว และ Tweeter 2 ตัว ใช้ชิพ Qualconmm ในการประมวลผลทำให้สัญญาณเสียงเหมือนเปิดฟังจากแผ่น CD  ทั้งหมดถูกออกแบบมาในดีไซน์ลูกบอลทรงกลม ใช้เทคโนโลยีออกแบบเฉพาะที่เรียกว่า ARKPHORN ควบคุมแรงสะท้อนของเสียงจากไดร์เวอร์ทั้ง 4 ตัว  ลดเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการ และลดแรงสั่นสะเทือนของตัวลำโพง ซึ่งเชื่อว่า หลังจากได้เปิดตัว UB+ ออกไปจะต้องถูกจับตามองและสร้างสีสันให้กับวงการลำโพงในตลาดประเทศไทยอย่างแน่นอน

สรศักดิ์  กล่าวว่า ได้ตั้งเป้ายอดขายสำหรับลำโพงบลูทูธ UB+ ไว้ที่ 5,000-6,000 ชิ้น ในปีแรกที่เริ่มทำตลาด โดยช่องทางการจัดจำหน่ายเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ในส่วนของแพลตฟอร์ม TitTok มากขึ้น ในส่วนของหน้าเพจเฟสบุ๊คก็ยังคงเป็นช่องทางขายหลักของบริษัทอยู่เหมือนเดิม ส่วนของออฟไลน์ มีตัวแทนจำหน่ายร้านขายอุปกรณ์เครื่องเสียงชั้นนำ เช่น Banana IT, Studio7, B2S, King Power, SPVi ฯลฯ สัดส่วนการขายออฟไลน์อยู่ที่ 70%

ในส่วนของการจัดกิจกรรมอีเวนท์ คุณสรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า “ เป็นการทำงานร่วมกับทีมมาร์เก็ตติ้งของตัวแทนจำหน่าย ในปี 2022 มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2021 ถึง 21%  และมีการใช้งบลงทุนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50%  ส่วนหนึ่งมีสินค้าตัวใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย กระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น ในแต่ละปีจะมีเจ้าของแบรนด์จากต่างประเทศมาติดต่อให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 10 แบรนด์ แต่เราก็จะเลือกไม่ได้ทำให้ทั้งหมด ต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ และสินค้าแบรนด์ที่เราต้องดูแลหลักอยู่แล้วด้วย ”

 ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าของ Generation-S อยู่ในวัย 20 ปี จนถึง 40 ปีขึ้นไปไม่ถึง 50 ปี ซึ่งการออกแบบสินค้าขายลูกค้าในกลุ่มนี้ สิ่งสำคัญ ต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน และต้องรู้ว่าไลฟ์สไตล์ชองคนกลุ่มนี้ต้องการอะไร โดยปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของการซื้อสินค้าประเภท Audio คนไทยและคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะเทคโนโลยีใหม่เปลี่ยนแปลงไปตลอด ทำให้รูปแบบของลำโพงเปลี่ยนไป ทุกคนมุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์ไร้สาย รวมถึงลำโพงก็ต้องเป็นลำโพงไร้สาย  รูปแบบของลำโพงต้องออกแบบมาให้เหมาะกับฟังก์ชั่นการใช้งาน

ทั้งนี้ จะพบว่าฟังก์ชั่นความต้องการใช้งานของกลุ่มลูกค้า Audio มีให้เลือก 3 แบบหลักๆ คือ แบบแรกลำโพงเหมาะกับการใช้งานในบ้าน ซึ่งผู้ผลิตต้องคำนึงถึงรูปแบบดีไซน์ที่ทำให้ลำโพงสามารถเป็นส่วนหนึ่งในของแต่งบ้านได้ด้วย กลุ่มที่สองชื่นชอบการฟังเพลง ออกแบบมาเน้นคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม และ กลุ่มสุดท้าย ชอบเดินทางท่องเที่ยว การออกแบบลำโพงต้องให้สะดวกแก่การพกพาหรือเดินทาง  ดังนั้น จะเห็นว่าบางคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง อาจจะต้องมีลำโพงถึง 3 แบบ ให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

สรศักดิ์ ได้ให้มุมมองทิศทางการเคลื่อนไหวภาพรวมของตลาด Audio ว่า ในปี 2022-2023 ภาพรวมตลาด Audio ตลาดติดลบเล็กน้อย โดยเฉพาะในฝั่งยุโรป ส่วนหนึ่งมาจากภาพรวมทางเศรษฐกิจโลกที่ทดถอยจากภาวะสงครามและสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมา ฝั่งยุโรปตะวันตกตลาดติดลบถึง -13% ในขณะที่ฝั่งเอเชียประเทศที่พัฒนาแล้วก็จะติดลบเยอะหน่อย แต่มาเพิ่มกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ทำให้ภาพรวมตลาดเอเชียติดลบเล็กน้อย ส่วนประเทศไทยติดลบเล็กน้อยไม่ได้มาก ซึ่งประเทศไทยในช่วงโควิด ตลาด Audio ถือว่ามีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี เพราะคนอยู่บ้านได้จับจ่ายใช้สอย แต่พอปีนี้ มีการเดินทางตลาดเริ่มไม่ค่อยดี การแข่งขันก็สูง  คนก็เอาเงินไปจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่น เช่น เดินทางท่องเที่ยว ประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดีนัก  ครั้งนี้ คงจะต้องมาดูสถานการณ์กันอีกครั้งหลังเลือกตั้ง ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าตลาดจะไปในทิศทางไหน

สำหรับในส่วนของบริษัท หลังจากมีสถานการณ์โควิด ไม่ได้จัดอีเวนท์ ทำกิจกรรมเปิดตัวสินค้าอะไรมาหลายปี ในปีนี้ เป็นปีแรกที่เริ่มกลับมาจัดกิจกรรม และเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย  ปัจจุบัน มีสินค้าที่บริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่าย ทั้งในกลุ่มAudio และ Gadget ประกอบด้วย Sennheiser เมื่อปี 2011 ตัวแรกที่ทำตลาดเป็นหูฟังระดับพระกาฬ ประสบความสำเร็จตั้งแต่ปีแรกยอดขายเกินเป้า  ถัดมา ปี 2012 ทำตลาดแบรนด์ Adonit  และปี 2014 มี 2 แบรนด์ คือ Moshi และ UGA และในปี 2016 ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ระดับโลก อย่าง Fender ต่อมาปี 2018 แบรนด์ Speck  ปี 2019 ได้ทำแบรนด์ Sudio ปี 2022 เป็นตัวแทนจำหน่าย Muzen และ ล่าสุด แบรนด์ UB+ ลำโพงบูลทูธ จากประเทศสิงคโปร์

-(016)