ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติโดยมิชอบ ปล่อยค่าไฟแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547568

25 เม.ย. 2566

ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติโดยมิชอบ ปล่อยค่าไฟแพง

ไทยสร้างไทย ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ สำรองไฟฟ้า เกินเพดาน เอื้อเอกชน จนส่งผลกระทบ ประชาชนเดือดร้อน จากปัญหาค่าไฟแพง

ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดำเนินการกำหนดกรอบ หรือ เพดานของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ และกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองอันเกี่ยวกับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนเกินความจำเป็นและสูงกว่าการบริโภค หรือความจำเป็นด้านความมั่นคงด้านพลังงาน

จนส่งผลต่อกระทบอัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนสูงเกินความเป็นจริง  เป็นข้อกล่าวหาที่พรรคไทยสร้างไทยฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ 

พรรคไทยสร้างไทย ได้ยื่นฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2540 และพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการกำหนดมาตรการเพื่อให้เกิดความมั่นคงและเชื่อถือเกี่ยวกับไฟฟ้า  โดยต้องกำหนดปริมาณให้สอดคล้อง และใกล้เคียงกับความเป็นจริงตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศในแต่ละช่วงเวลา

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ถูกฟ้องได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ดำเนินการกำหนดกรอบ หรือ เพดานของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ และกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองอันเกี่ยวกับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนเกินความจำเป็นและสูงกว่าการบริโภค หรือความจำเป็นด้านความมั่นคงด้านพลังงาน

ส่งผลต่อกระทบอัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนสูงเกินความเป็นจริงและยังมีไฟฟ้าสำรองเหลือการบริโภคที่เอื้อประโยชน์หรือส่อไปทางทุจริตหรือประพฤติมิชอบให้เอกชนที่เป็นคู่สัญญาได้ประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินหรือเงินของประชาชน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการสำนัก ปราบโกงพรรคไทยสร้างไทย มอบหมายให้ นายปริเยศ  อังกูรกิตติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์และทีมกฎหมาย ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีส่วนทำให้ ค่าไฟแพงต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

หลังจากที่พรรคไทยสร้างไทยได้รับฟังผลกระทบ ของประชาชน ที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง จากราคาค่าไฟฟ้า ที่แพงขึ้นเกือบ 30 % ประกอบกับการติดตาม ตรวจสอบข้อมูล มาระยะหนึ่งพบว่า การขึ้นค่าไฟฟ้า ไม่ได้มาจาก ความต้องการในการบริโภคไฟฟ้ามากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารนโยบายด้านพลังงานของผู้มีอำนาจ และพฤติการณ์ ที่ส่อว่าจะเอื้อประโยชน์ ให้กับเอกชนหลายราย ในการอนุมัติสัญญาสัมปทานและการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เกินความต้องการของประเทศ

การกระทำของผู้ถูกฟ้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ของ กฟผ.ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่โจทก์ รัฐและประชาชน หรือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หรือรัฐและประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนคู่สัญญาให้ได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าผันแปร(Ft)

ผลักภาระค่าใช้จ่ายให้โจทก์และประชาชนหรือรัฐเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157  จึงขอศาลได้โปรดพิจารณารับฟ้องและไต่สวนมูลฟ้องเรียกพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของผู้เกี่ยวข้องเพื่อเอาผิดต่อไปด้วย

วัดใจกกต. ครม.เคาะขอใช้งบฯ 1.1 หมื่นล้าน ‘ลดค่าไฟฟ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547567

25 เม.ย. 2566

วัดใจกกต. ครม.เคาะขอใช้งบฯ 1.1 หมื่นล้าน 'ลดค่าไฟฟ้า'

มติที่ประชุมครม. เตรียมขอ กกต.อนุมัติวงเงิน  11,112 ล้านบาท หลังเห็นชอบมาตรการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน

ครม.มีมติเห็นชอบวงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท ในการดำเนินมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน แต่เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในห้วงการยุบสภา ครม.จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะได้นำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งกกต.พิจารณา ให้ความเห็นชอบการใช้งบประมาณ

โดยเรื่องนี้  นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี วันนี้ (25 เมษายน 2566) รับทราบ รายงานสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อนปี 2566  

และเห็นว่ามีความจำเป็นสำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนระยะเร่งด่วนในส่วนของค่าไฟฟ้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น

และสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น  ซึ่งจะได้นำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา ให้ความเห็นชอบการใช้งบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 169 (3) กำหนด 

แนวทางการช่วยเหลือ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกสูงขึ้น  ดังนี้

1. มาตรการต่อเนื่องของกระทรวงพลังงานที่ได้ดำเนินการอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2566  (การช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของกลุ่มเปราะบาง)   เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

รวมถึงสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ขัดแย้งในภูมิภาคยุโรป  แม้ราคาพลังงานโลกเริ่มมีการปรับตัวลดลงจากช่วงปี 2565  โดยมีแนวทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

โดยให้ส่วนลดแบบขั้นบันได แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม  2566  (4 เดือน)

โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราส่วนลดเดียวกันกับช่วงเดือน มกราคม – เมษายน 2566

(1)  ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 1-150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีผลต่างค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่า Ft) เรียกเก็บและส่วนลด 1.39 สตางค์ต่อหน่วย 

(2) ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 151-300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 67.04 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีผลต่างค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่า Ft) เรียกเก็บและส่วนลด 26.39 สตางค์ต่อหน่วย) 

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ได้รับการช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ 18.36 ล้านราย ใช้งบประมาณรวมในกรอบไม่เกิน 7,602 ล้านบาท สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2566 (4 เดือน) จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.  2566 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

2. มาตรการช่วยเหลือประชาชนระยะเร่งด่วน  เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนในส่วนของค่าไฟฟ้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น และสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ของประเทศ

ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ  6 โดยให้ส่วนลดแก่ผู้ใช้ฟ้าบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้า และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ จำนวน 150 บาทต่อราย 

โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในรอบบิลเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงเดือนที่มีสถิติความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของประเทศและจะเริ่มลดลงในเดือนมิถุนายน         

ทั้งนี้ เพื่อเป็นลดภาระของประชาชนซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน  500 หน่วยต่อเดือน จำนวน 23.40 ล้านราย โดยใช้งบประมาณรวมในกรอบไม่เกิน 3,510 ล้านบาทจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

“เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในห้วงการยุบสภา  คณะรัฐมนตรี จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะได้นำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา ให้ความเห็นชอบการใช้งบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 169 (3) กำหนด” นายอนุชา กล่าว 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า  ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรียืนยันถึงความพยายามของรัฐบาล ในแก้ไขปัญหาไฟฟ้าแพงเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลลดภาระให้แก่กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้า 1-300 หน่วย ครอบคลุมกว่า ร้อยละ 80 ครัวเรือน  

ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็เดินหน้าเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานของประเทศ  โรงไฟฟ้าสีเขียว สำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเป็นคาร์บอน เครดิต ของประเทศ  ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า  ในอนาคตเชื่อว่า การใช้พลังงานสะอาดของไทยจะมีสัดส่วนที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับพลังงานที่มาจาก fossil  สอดคล้องกับทิศทางและแนวโน้มโลกในการใช้พลังงานสีเขียว

สส.เพื่อไทย ชู ‘ยกเลิกเกณฑ์ทหาร’ พลิกเกมโกยแต้มกทม. ศึกเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547561

25 เม.ย. 2566

สส.เพื่อไทย ชู 'ยกเลิกเกณฑ์ทหาร' พลิกเกมโกยแต้มกทม. ศึกเลือกตั้ง66

‘ดร.ศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร สส.เพื่อไทย’ ปรับกลยุทธ์โกยแต้มกทม. ศึกเลือกตั้ง66 พบคนรุ่นใหม่อยากยกเลิกเกณฑ์หาร ชี้ตรงกับนโยบายพรรค ยืนยันทุกนโยบายทำได้จริง เพราะพิสูจน์ฝีมือมาแล้ว

สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เริ่มปรับกลยุทธ์การหาเสียง ด้วยการชูนโยบาย ‘ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร’ หาเสียงเลือกตั้ง ในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อดึงคะแนนจากกลุ่มวัยรุ่น

สส.เพื่อไทย ชู 'ยกเลิกเกณฑ์ทหาร' พลิกเกมโกยแต้มกทม. ศึกเลือกตั้ง66

ล่าสุด นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบอร์ 8 เขตธนบุรี คลองสาน บางปะกอก ก็ใช้แนวทางหาเสียงนี้ในการลงหาเสียงที่ตลาดวงเวียนใหญ่ เขตคลองสาน 

นายศิลป์วิชญ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ พบว่ามีเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อยากให้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เนื่องจากหลายคนคนยังมีภาระต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ 

“ซึ่งตรงกับนโยบายของพรรค ที่มีเสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้เป็นไปโดยสมัครใจทันที เปิดกว้างให้การสมัครทหารออนไลน์ ไม่กำหนดเป้าหมายการรับ 

สส.เพื่อไทย ชู 'ยกเลิกเกณฑ์ทหาร' พลิกเกมโกยแต้มกทม. ศึกเลือกตั้ง66

นอกจากนี้ ผู้สมัครสส.รายนี้ของพรรคเพื่อไทย ยังได้ทักทายพ่อค้า แม่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่ยังได้รับเสียงสะท้อนเรื่องปากท้อง และค้าขายลำบากอยู่

พร้อมกับสะท้อนว่า จากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทำให้ต้องทำงานเชิงรุกและลงพื้นที่ให้มากกว่าเดิมหลายเท่า เนื่องจากบางพื้นที่เป็นพื้นที่ใหม่ จึงต้องหาเสียงทุกรูปแบบทั้งเดินตลาดช่วงเช้ามืด ส่งคนไปทำงาน เดินเท้าหาเสียงแบบเคาะประตูบ้านในตอนกลางวันจนถึงตอนเย็น  

สส.เพื่อไทย ชู 'ยกเลิกเกณฑ์ทหาร' พลิกเกมโกยแต้มกทม. ศึกเลือกตั้ง66

นอกจากนี้ยังได้รับฟังปัญหาต่างๆจากคนทุกช่วงวัย โดยพบว่าค่าครองชีพในปัจจุบันยังเป็นปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบอยู่ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพรรคเพื่อไทยคือ ความหวังของพ่อค้าแม่ค้า 

“ยืนยันว่านโยบายของพรรคที่นำมาเสนอให้กับประชาชน ผ่านการพิจารณามาแล้วว่าสามารถทำได้จริงเมื่อได้เป็นรัฐบาล เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ อีกทั้งพรรคเพื่อไทยได้พิสูจน์ฝีมือให้เห็นแล้วในสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะเสียงของประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ”

นอท ย้ำเลือกพรรคเปลี่ยน ไม่ผิดหวังเดินหน้าลุยแก้ปัญหาท้นทีหากได้เข้าสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547558

25 เม.ย. 2566

นอท ย้ำเลือกพรรคเปลี่ยน ไม่ผิดหวังเดินหน้าลุยแก้ปัญหาท้นทีหากได้เข้าสภา

“นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ลงพื้นที่หาเสียงตลาดเทศบาลนครศรีธรรมราช ย้ำเลือกพรรคเปลี่ยนจะไม่ผิดหวังเดินหน้าลุยแก้ หวย บ่อน ซ่อง ทันทีหากได้เข้าสภา

นายพันธ์ธวัช  นาควิสุทธ์  หรือ “นอท”  หัวหน้าพรรคเปลี่ยน พร้อมด้วยนายณัฐชนน อาภาศรีรัตน์ โฆษกพรรค  ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลนครศรีธรรมราช หรือตลาดคูขวาง พบปะประชาชน ผู้ค้าในตลาด ประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคเปลี่ยนพร้อมขอคะแนนชาวนครศรีธรรมราชในวันที่ 14 พ.ค. เข้าคูหากาหมายเลข 20 บัตรเขียว  ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองผู้ค้าและประชาชนต่างเข้ามาถ่ายรูป มอบดอกกุหลาบแดงให้ 
 

ขณะที่ “นอท พันธ์ธวัช” เดินติดสติ๊กเกอร์พรรคหมายเลข 20 ขอคะแนนชาวนครศรีธรรมราช ได้มีประชาชนสอบถามว่า ทำไมพรรคเปลี่ยนมีผู้สมัครน้อยไม่กี่คน “นอท พันธ์ธวัช” ชี้แจงว่าทางพรรคมีเวลาเตรียมตัวเพียง 5 วันก่อนประกาศยุบสภา  แม้จะมีผู้สมัครน้อยไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่นแต่มั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเปลี่ยนจะได้คะแนน สส.ปาร์ตี้ลิสต์อย่างท่วมท้นเกิน 3 ล้านเสียงอย่างแน่นอน

“นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน “นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน

พรรคเปลี่ยนส่งผู้สมัคร 13 คน มีความหวังจะได้เก้าอี้ สส. 7 คน และมั่นใจว่ากระแสความนิยมของพรรคเปลี่ยนจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนมาแล้วในหลายจังหวัด ต่างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงอยากฝากพ่อแม่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชสนับสนุนและเทคะแนนให้พรรคเปลี่ยน บัตรสีเขียวให้กาหมายเลข 20 
 

หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ยังตอบคำถามกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่หยุดไม่ขายลอตเตอรี่ว่า  “จะสู้และจะบอกว่าลอตเตอรี่เกินราคามีอยู่เต็มประเทศเช่นเดียวกับ บ่อน พนันและซ่องที่มีอยู่เกลื่อนเต็มประเทศ หากเราได้เป็นรัฐบาลจะเข้ามาแก้ และขอยืนยันว่าเลือกพรรคเปลี่ยนแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน”  

“นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน “นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน


นายณัฐชนน กล่าวว่า ดีใจที่วันนี้มาตลาดเทศบาลนครศรีธรรมราช มีประชาชนมาให้กำลังใจและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีถือเป็นกำลังใจให้กับพรรคเปลี่ยน แม้พรรคเปลี่ยนจะไม่ได้ส่งผู้สมัครลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชแต่ภาคใต้มีผู้สมัครอยู่ 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต ตรัง และปัตตานี ส่วนจังหวัดอื่นที่ไม่ได้ส่งพ่อ-แม่ พี่น้องสามารถเลือกหมายเลข 20 ที่บัตรสีเขียวได้
 
  
จากนั้นหัวหน้าพรรคได้นั่งจิบกาแฟสนทนาสรุปปัญหาลงพื้นที่ซึ่งประชาชนสะท้อนปัญหาตำรวจ จับกุมเอาผิดเรื่องจอดรถกับประชาชนมากที่สุด 

“นอท พันธ์ธวัช” กล่าวว่า นี่คือส่วนหนึ่งของปัญหานโยบายของเปลี่ยนคือหยุดส่วย วันนี้ควรเลิกโกหกประชาชนและพูดความจริงได้แล้วว่า ลอตเตอรี่แพง โสเภณีมีอยู่จริง พรรคเปลี่ยนจึงต้องหยิบเรื่องนี้มาคุยบนโต๊ะว่าประเทศไทยมีหวยแพง ขายเกินราคาจริง เช่นเดียวกับบ่อนการพนัน ซ่อง โสเภณี ที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เราจะเอาทั้งหมดมาถกกันบนโต๊ะทำให้ถูกต้องเข้าระบบเอามาขึ้นมาขึ้นทะเบียนให้เป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อสวัสดิการต่างๆ กลุ่มคนที่ประกอบอาชีพนี้ก็ต้องได้รับความคุ้มครอง การรักษาพยาบาลด้วย

“นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน “นอท พันธ์ธวัช ” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน


ส่วนเรื่องบ่อนพนันออนไลน์ปัญหาเหล่านี้มีมานานแล้วแต่ไม่ยอมรับ ผลประโยชน์ตกไปอยู่ไนมือกลุ่มคนมีอำนาจ คนใหญ่คนโตหมด จึงเป็นเหตุผลที่พรรคเปลี่ยนต้องเสนอนโยบายเหล่านี้ เพราะเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบนี้มีเยอะแต่กลับไปอยู่ในมือของกลุ่มคนมีอำนาจไนประเทศไม่กี่คน พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าเปิดปัญหาและชี้แจงนโยบายของพรรคไปจนกว่าปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข เพราะภาษีจาก หวย-บ่อน-ซ่อง สามแหล่งนี้ในหนึ่งปีทำรายได้สูงกว่า 100,000 ล้านบาท นั่นเพราะประเทศไทยคือเมืองหลวงของ หวย บ่อน และซ่อง

จำคุก อดีต สส.เพื่อไทย 6 ปี ปมเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547559

25 เม.ย. 2566

จำคุก อดีต สส.เพื่อไทย 6 ปี ปมเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก อดีต สส.มุกดาหารพรรคเพื่อไทย เรียกรับเงินกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเสียงข้างมาก ลงโทษ จำคุก 6 ปี ในความผิดกรณีที่ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีต สส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กรณีเรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาท จากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแลกกับการผ่านงบประมาณ

ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/5 ส่งอัยการสูงสุดพิจารณายื่นฟ้องคดีอาญาไปก่อนหน้านี้

คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 8 ก.พ.66 สรุปว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยดำรงตำแหน่ง สส. ,กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 และอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2ในคณะกมธ.วิสามัญดังกล่าว วันที่ 4 ส.ค.63 จำเลยได้เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจาก นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน5 ล้านบาท

องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่า โจทก์มีนายศักดาเป็นประจักษ์พยานผู้รู้เห็น เรื่องที่จําเลยโทรศัพท์มาพูดเรียกรับเงินและของานจากนายศักดิ์ดา แต่จําเลยเบิกความปฏิเสธ คำเบิกความของ นายศักดิ์ดาและคำเบิกความของจำเลยมีลักษณะโต้แย้งยันกันอยู่ จึงต้องพิจารณาพยานพฤติเหตุแวดล้อม ประกอบกัน จำเลยไม่ได้ซักถามเรื่องงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในฐานะอนุกรรมาธิการ

องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากเห็นว่า โจทก์มีนายศักดิ์ดาเป็นประจักษ์พยานที่รู้เห็น ตามปกติทั่วไป จำเลยเป็นรองประธานคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 คนที่หนึ่ง    หากจําเลยต้องการเอกสารแบบแปลนและประมาณราคา สามารถมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมาธิการ ดำาเนินการให้ได้ ไม่มีความจําเป็นต้องโทรศัพท์ติดต่อกับนายศักดิ์ดาด้วยตนเองโดยไม่มีบุคคลอื่นได้ยิน ข้อความสนทนา

ทั้งถ้อยคำที่จำเลยพูดคุยกับนายศักดิ์ดายังเกี่ยวพันไปถึงการขอเข้าเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้าง ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลอันเป็นเรื่องเฉพาะตัวของจำเลย   การที่จําเลยโทรศัพท์ไปเรียกเงินและของานจากนายศักดิ์ดา ย่อมเป็นการกระทําในตำแหน่งและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยโดยตรง

การกระทำ ของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสําหรับจําเลยโดยมิชอบ เพื่อกระทําการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งของจำเลย ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ความผิดตาม พรป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 น้ำบาดาล และราชการ มาตรา 173และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จําต้องปรับบทความผิด  หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามฟ้อง

อนึ่ง เมื่อการกระทำของจำเลยเป็น ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก จำเลยกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ย่อมมีผลให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุด ปฏิบัติหน้าที่ และต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป

โดยไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับ เลือกเป็น สส., ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มี สิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา 81วรรคหนึ่งและวรรคสอง กับให้ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน10 ด้วยหรือไม่ก็ได้

แต่เนื่องจากในคดีหมายเลขแดงที่ คมจ. 1/2566ของศาลฎีกา ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน (จำเลยคดีนี้) มีกำหนดเวลา 10ปี นับแต่วันที่ 6 ม.ค.66 อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ซึ่งการกระทำในคดีดังกล่าวเป็นการ กระทำเดียวกันกับคดีนี้ จึงเห็นสมควรไม่สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยในคดีนี้อีก

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 173 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149อันเป็นกฎหมาย บทที่มีโทษหนักที่สุด

องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมาก ลงโทษ จำคุก 6 ปี กับให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ 19 เม.ย.65 อันเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลย หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีนี้ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของจำเลยตลอดไป โดยไม่มีสิทธิสมัครรับ เลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่นตลอดไป

และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตาม พรป.ว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา 81วรรคหนึ่งและวรรคสอง โดยภายหลังศาลมีคำพิพากษ์นายอนุรักษ์ ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์

‘เพื่อไทย’ สวน ‘ค่าไฟฟ้าแพง’ ประจานรัฐบาลล้มเหลว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547545

25 เม.ย. 2566

'เพื่อไทย' สวน 'ค่าไฟฟ้าแพง' ประจานรัฐบาลล้มเหลว

‘พิชัย’ สวน ค่าไฟฟ้าแพง ประจานรัฐบาลล้มเหลว ชี้ ไฟฟ้าล้นเพราะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ แถมให้ใบอนุญาตเพิ่ม อีก 5,000 เมกกะวัตต์ ลั่น ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาล จ่อลดค่าไฟฟ้า น้ำมัน และ ก๊าซหุงต้ม ทันที-ปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ ปัจจุบันราคา “ค่าไฟฟ้าแพง” สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้โฆษกรัฐบาลออกมาชี้แจงสับสนโดยขาดความรู้ความเข้าใจและโทษรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ 8-9 ปีก่อน 

รัฐบาลยิ่งลักษณ์เศรษฐกิจโต 7.2%

“ทั้งที่ความจริงเป็นความผิดพลาดในการบริหารเศรษฐกิจและการจัดการเรื่องไฟฟ้าเรื่องพลังงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มาตลอด 8-9 ปี แต่กลับมาโทษรัฐบาลในอดีตที่ผ่านล่วงเลยมากว่า 8 ปีแล้ว”

ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ การบริหารเศรษฐกิจไปได้ดีเยี่ยม เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้สูง ในปี2555 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 7.2% และ ในปี2556 เศรษฐกิจไทยจะขยายได้ 4.2% และมีแนวโน้มเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ปีละ 5% ไปอีกหลายปี 

ดังนั้นการต้องมีแผนงานการขยายการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอเพียงรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคตจึงมีความสำคัญและจำเป็น เพราะขณะนั้นกำล้งสำรองไฟฟ้ามีอยู่ประมาณ 15% ซึ่งเป็นการสำรองขั้นต่ำ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย

ต่อมาเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ทำการปฏิวัติรัฐประหาร เข้ามาบริหารประเทศ ได้บริหารเศรษฐกิจไทยล้มเหลว เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยตลอด 8 ปีเพียง 1% กว่าๆเท่านั้น จึงทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกิน ทั้งนี้หากเศรษฐกิจไทยขยายได้ปีละ 5% ตามที่คาดการณ์ กำลังผลิตไฟฟ้าจะไม่เพียงพอด้วยซ้ำ 

ควรเจรจาชะลอการผลิตไฟฟ้าลงแต่ไม่ทำ

ทั้งนี้ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ บริหารเศรษฐกิจล้มเหลวก็ควรจะต้องเจรจาชะลอการผลิตไฟฟ้าลง ซึ่งสามารถเจรจาชะลอการผลิตได้ แต่กลับไม่ทำ ซึ่งความจริงการเซ็นสัญญา 5,000 เมกกะวัตต์ เกิดในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสามารถเจรจาต่อรองได้

อย่างไรก็ดี ทั้งๆที่ประเทศไทยมีปริมาณไฟฟ้าผลิตล้นเกิน นอกจากพล.อ.ประยุทธ์จะไม่เจรจาต่อรองแล้ว พล.อ.ประยุทธห์ยังออกใบอนุญาติผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก 

โดยล่าสุดก่อนยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ ยังอนุมัติใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีกเกือบ 5,000 เมกกะวัตต์ ซึ่งยิ่งทำให้กำลังไฟฟ้าที่ล้นอยู่แล้วต้องล้นมากขึ้น และจะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นอีก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์น่าจะต้องชี้แจงว่าอนุมัติไปได้อย่างไร ทั้งที่กำลังผลิตไฟฟ้าล้นแล้ว

พรรคเพื่อไทย โดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนว่าจะลดราคาไฟฟ้าทันทีที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โดยจะเข้าไปแก้ไขโครงสร้างราคาไฟฟ้า เพื่อปรับให้ลดลงได้ โดยเฉพาะ การปรับค่า FT การปรับต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถทำได้ทันที 

“โดยจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด คุณเศรษฐา ทวีสิน ได้ประกาศแล้วว่าราคาน้ำมันดีเซลจะต่ำกว่าลิตรละ 30 บาท เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ขอให้มั่นใจและช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปกันมากๆเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน”นายพิชัย กล่าวสรุป

'เพื่อไทย' สวน 'ค่าไฟฟ้าแพง' ประจานรัฐบาลล้มเหลว

จี้ กฟผ.เปิดสัญญา ซื้อ-ขายไฟฟ้า เอกชน ต้นเหตุ ค่าไฟแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547540

25 เม.ย. 2566

จี้ กฟผ.เปิดสัญญา ซื้อ-ขายไฟฟ้า เอกชน ต้นเหตุ ค่าไฟแพง

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ เชื่อว่า สัญญา ซื้อ-ขาย ไฟฟ้าเอกชน เป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพง จี้ กฟผ. เปิดข่้อมูล

กำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศมีมากกว่า 53,659 เมกกะวัตต์ ขณะที่ปริมาณการใช้สูงสุดเมื่อปี 2565 มีเพียง 33,177.3 เมกกะวัตต์เท่านั้น ทำให้มีปริมาณไฟฟ้าสำรองสูงมากกว่า 60% ทำให้มีเสียงครหาเกิดขึ้นอย่างมากว่าสัญญาที่ กฟผ.ไปทำไว้กับโรงไฟฟ้าเอกชนแต่ละรายนั้น มีเงื่อนไขค่าพร้อมจ่าย

ส่งผลทำให้แม้จะหยุดเดินเครื่องไม่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้ กฟผ.ก็ต้องจ่ายเงินให้เอกชนตามสัญญา เป็นข้อสังเกตว่า คือสาเหตที่ทำให้ค่าไฟแพง หรือไม่ 

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ทำหนังสือส่งไปถึงผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เพื่อขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายข้อมูลข่าวสารในการขอสำเนาเอกสารหนังสือสัญญาที่ กฟผ.ซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของเอกชน ซึ่งสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าเอฟที (FT) พุ่งและทำให้ค่าไฟแพงนั้น ต้นเหตุอาจมาจากการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนแพงเกินไป

ศรีสุวรรณ อธิบายว่านโยบายของรัฐบาลตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ได้เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าขายให้กับ กฟผ.ได้ จึงทำให้มีบริษัทเอกชนจำนวนมากประมูลขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ.เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ซึ่งมีสัญญาซื้อขายกันแล้ว 12 บริษัทรวม 17 โรงไฟฟ้า มีกำลังการผลิตตามสัญญารวม 17,023.50 เมกกะวัตต์

และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่มีสัญญาซื้อขายกันรวม 50 โรงไฟฟ้าทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติ มีใช้ถ่านหินเพียง 4 โรงเท่านั้นมีกำลังการผลิตตามสัญญารวม 9,331.08  เมกกะวัตต์

ที่ผ่าน ปัญหาที่ผ่านมา กฟผ.อ้างมาโดยตลอดว่ามีภาระหนี้กว่า 1 แสนล้านจากต้นทุนการผลิตที่ต้องซื้อก๊าซ LNG จากต่างประเทศมาผลิตไฟฟ้าในราคาสูง ซึ่งโรงไฟฟ้าของ กฟผ.ที่ต้องใช้ก๊าซมีถึง 11 โรง มีปริมาณการผลิตจำนวน 9,086 เมกกะวัตต์  เมื่อก๊าซมีราคาแพง ทำไม กฟผ.ยังต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศในราคาที่แพงมาผลิตอีก

ทั้ง ๆ ที่มีโรงไฟฟ้าของเอกชนที่ทำสัญญาการผลิตป้อนให้ กฟผ.มีมากถึง 67 โรงอยู่แล้ว ส่วนเอกชนจะไปซื้อหาก๊าซมาผลิตไฟฟ้าจากไหนก็เป็นเรื่องของเอกชนที่ต้องรับภาระเอง ไม่ใช่ กฟผ.ต้องไปแบกรับภาระเสียเอง อีกทั้งโรงไฟฟ้าของเอกชนมีปริมาณการผลิตมากกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซของ กฟผ.เสียอีก หรือว่าการซื้อขายก๊าซดังกล่าวมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ด้วย

เชื่อว่า หาก กฟผ.เปิดเผยสัญญาทั้งหมดที่มีการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน จะพบข้อพิรุธมากมายที่จะได้นำมาเปิดเผยให้ประชาชนเจ้าของประเทศได้รับทราบ แต่หาก กฟผ.ไม่ยอมเปิดเผยคลต้องสู้กันถึงศาลปกครองแน่นอน

‘ภูมิใจไทย’ ย้ำจุดยืนอีกครั้ง ไม่สนับสนุนการ ‘ยุบพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547536

25 เม.ย. 2566

'ภูมิใจไทย' ย้ำจุดยืนอีกครั้ง ไม่สนับสนุนการ 'ยุบพรรค'

‘ภูมิใจไทย’ ย้ำจุดยืนอีกครั้ง ไม่สนับสนุนการยุบพรรค ชี้ควรเดินตามระบอบประชาธิปไตย หากผิดก็ลงโทษรายบุคคล ยันพรรคการเมืองเป็นของประชาชน มั่นใจโค้งสุดท้ายโพลภูมิใจไทย ยังดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า เป็นภารกิจของหัวหน้าพรรคที่จะต้องลงพื้นที่ ส่วนเมื่อถามว่าตอนนี้เริ่มมีวิธีการหาเสียงใส่ร้ายผู้สมัครจากฝ่ายตรงข้าม นายอนุทิน ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ทำเช่นนั้น

ไม่หนุนยุบพรรคการเมือง

เมื่อถามถึงเรื่องการเปิดประเด็นว่าอาจจะมีการยุบพรรคการเมือง หลังจากนี้นั้น นายอนุทิน ระบุว่า ตนพยายาม ที่จะสื่อสารว่า มีกระแสข่าวจะใช้วิธียุบพรรคการเมือง ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พรรคภูมิใจไทยต้องการแสดงจุดยืนว่าพรรคการเมืองเป็นของประชาชน พรรคไม่มีเจ้าของ การยุบพรรคการเมืองก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับใคร

“ผมจึงไม่สนับสนุนให้มีการยุบพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตาม เพราะเป็นเรื่องของระบอบประชาธิปไตย ที่ใครทำผิดก็ควรลงโทษที่ตัวบุคคล”

ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. และประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ออกมาระบุว่าพรรคการเมืองที่มีแนวโน้มจะถูกยุบพรรค มีถึง 4 พรรคการเมืองหลักในขณะนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของนายสมชัย แต่ละคนมีความคิดเห็นทางการเมืองไม่เหมือนกัน แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้ เพราะสิ่งสำคัญกว่า คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนไว้ใจ เชื่อใจ และเลือกภูมิใจไทยมาทำงานในสภา และทำงานให้รัฐบาลถ้าเป็นไปได้

เมื่อถามว่าจะมีวิธีจัดการกับการหาเสียงใต้ดิน ที่บิดเบือนใส่ร้ายอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มาถึงจุดนี้แล้ว บ่นไปก็เท่านั้น เพราะมีกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อปฏิบัติอยู่แล้ว เมื่อถามถึงโพลของพรรคภูมิใจไทยในช่วงนี้เป็นอย่างไร นายอนุทิน ระบุว่า ยังคงดีอยู่ เมื่อถามว่ายังเป็น 3 หลักที่เคยประกาศไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ดีครับ” พร้อมกับหัวเราะ

คะแนนนิยม ‘ประยุทธ์’ ยังดีอยู่ ‘ธนกร’ มั่นใจ กวาด สส.ใต้ 20 ที่นั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547534

25 เม.ย. 2566

คะแนนนิยม 'ประยุทธ์' ยังดีอยู่ 'ธนกร' มั่นใจ กวาด สส.ใต้ 20 ที่นั่ง

‘ธรกร’ ย้ำ คะแนนนิยม ‘ประยุทธ์่’ ยังสูงมาก เหตุประชาชนเชื่อมั่น ซื่อสัตย์สุจริต มั่นใจ แลนด์สไลด์ นครฯ-พัทลุง-สุราษฎร์ โว รทสช. กวาด สส. ใต้ 20 ที่นั่ง -ติงพรรคการเมืองตะโกนสร้างวาทะกรรม หาเสียงไม่สร้างสรรค์

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการจัดกำหนดการหาเสียงและการปราศรัย เปิดเผยว่า วันที่ 28-29 เม.ย. 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการปราศรัยใหญ่ที่จ.พัทลุง และจ.สงขลา

โดยจากการลงพื้นที่ร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผ่านมาแม้ผลโพลยังอยู่ในลำดับ 3-4 แต่ถือว่าประชาชนให้การตอบรับอย่างมาก และเชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ รทสช. จะได้ สส.ตามเป้า ซึ่งเป็นการตั้งเป้าตามข้อเท็จจริงไม่ใช่ในลักษณะของการเป็นไปไม่ได้และมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ยังคงเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

ส่วนการลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วงเวลาเดียวกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในปลายสัปดาห์นี้ นายธนกร ระบุว่าไม่กังวลเพราะการลงไปเจอกันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะพล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ คุ้นเคยกันอยู่แล้ว และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติก็เคารพ พล.อ.ประวิตรในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ขณะเดียวกันยังได้ฝากถึงบางพรรคว่าในการหาเสียงเป็นเรื่องที่ต้องไปเจอประชาชนไม่ว่าจะไปตามตลาดหรือขึ้นรถแห่เพราะเห็นบางพรรคไปตะโกน หาเสียงไม่สร้างสรรค์ ซึ่งการหาเสียงจะต้องนำเสนอนโยบายและให้เกียรติประชาชนไม่ใช่ว่า นายกฯ ลงพื้นที่ไหนตนก็เห็นผู้สมัครบางพรรคก็ตามไปด้วยย้ำว่ากาดหาเสียงจะต้องเป็นไปตามระบบประชาธิปไตยไม่ควรโจมตีกันซ้ำซากและสร้างวาทะกรรมที่ไม่เป็นความจริง

ส่วนที่หลายพรรคประกาศจะยกจังหวัดภาคใต้นั้น ตนก็เชื่อว่ากระแสนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ สูงมาก เพราะประชาชนเชื่อมั่น ว่ามีความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และในพื้นที่นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี มั่นใจ ว่ามีโอกาสแลนด์สไลด์อย่างแน่นอนและตั้งเป้าว่าจะได้ 20 ที่นั่งในภาคใต้

สำหรับพรรคเพื่อไทยที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้ดูแลพื้นที่พรรคใต้นั้น ตนก็ไม่กังวลเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวยังคงเหมือนเดิมแต่ในทางการเมืองก็ต้องแข่งขันกันไม่มีการหลบให้ฃ เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติสู้ทุกเขต

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2687570

"ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์" เปิดการประชุมสรุปผลโครงการเสริมศักยภาพกลไกการทำงาน

25 เม.ย. 2566 05:01 น.

  • อินทรีเหล็ก

“ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์” เปิดการประชุมสรุปผลโครงการเสริมศักยภาพกลไกการทำงาน

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 25 เมษายน 2566

  • การเมืองการปกครองในระบอบประชา ธิปไตย…..มีจุดเริ่มต้นจาก การลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนในสภา…..เลือกฝ่ายบริหาร และ ให้ความเห็นชอบฝ่ายตุลาการ….ภายใต้กติกาเสียงส่วนใหญ่ คือ เสียงสวรรค์ของประชาชน….แปลว่า พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งได้ที่นั่ง ส.ส.เข้ามามากที่สุด….ก็สมควรจะได้รับสิทธิ์นั้น ในการจัดตั้งรัฐบาลและปฏิบัติให้เป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ….ดังนั้น ถ้าจะใช้ เสียงข้างน้อย ตั้งนายกฯในสภา เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย…..เพื่อ ต่อรองเสียงส่วนใหญ่ ให้เข้า ร่วมรัฐบาล……จึงไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นไปตามวิถีที่ดีงามของระบอบประชาธิปไตย……จู่ๆ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ตั้งโต๊ะแถลงข่าววันหยุด…..พรรคภูมิใจไทย สนับสนุน พรรค การเมืองที่ได้รับคะแนนจากประชาชนเป็นอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ก่อน…..และขอให้ท่านทำสำเร็จด้วย…แต่ หากพรรคที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคอื่นๆจึงจะมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล….ซึ่งต้องเป็นไปตามบท บัญญัติในรัฐธรรมนูญ…พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุน นายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน….หรือ บุคคลที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ…แม้รัฐธรรมนูญจะทำได้ เพราะจะสร้างปัญหามากมาย และไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนที่แสดงออกจากการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง…..ไม่ต้องตีความให้เมื่อยตุ้ม……ถ้าไม่เพราะต้องการจะประกาศจุดยืนทางการเมืองชัดเจนเป็น ฝ่ายประชาธิปไตย ลบภาพนั่งร้านให้เผด็จการ……..คงเป็นเพราะ ภูมิใจไทย ได้รับสัญญาณ การตั้งนายกฯคนนอก มาเต็มสองหู……ใช่ไม่ใช่
แม่ผู้อาวุโส - พญ.สุวณี รักธรรม และ สุนันท์ โรจนธรรม จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ พร้อมรดน้ำขอพรแสดงมุทิตาจิตแก่แม่ผู้อาวุโส โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด วันก่อน.
แม่ผู้อาวุโส – พญ.สุวณี รักธรรม และ สุนันท์ โรจนธรรม จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ พร้อมรดน้ำขอพรแสดงมุทิตาจิตแก่แม่ผู้อาวุโส โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด วันก่อน.
  • นโยบายการประกาศจุดยืนขั้วการเมืองที่ชัดเจนในการตั้งรัฐบาล….จะเป็นจุดหักเหของการเลือกตั้งในครั้งนี้…..จากจุดยืน มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง ในทุกกรณี…..ทำให้ผลสำรวจความนิยมของ ก้าวไกล ที่นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พุ่งพรวดพราดจี้ติดอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร…….อ้างจาก ผลโพลเครือมติชน และ เดลินิวส์ วิเคราะห์รายละเอียดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ธรรมศาสตร์…พบว่า Gen Z (อายุระหว่าง 18-25 ปี) เลือกพิธา ที่ร้อยละ 54.59 และเลือก แพทองธาร ที่ร้อยละ 27.84 เลือกเศรษฐา ที่ร้อยละ 4.83 และเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ร้อยละ 3.43…..คน Gen Y (อายุระหว่าง 26-41 ปี) เลือกพิธา ร้อยละ 46.51 เลือกแพทองธาร ร้อยละ 20.88 เลือกเศรษฐา ร่้อยละ 12.24 และเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 6.38…..คน Gen X (อายุระหว่าง 42-57 ปี)…..เลือก แพทองธาร ร้อยละ 23.45 เลือกพิธา ร้อยละ 21.42 เลือกเศรษฐา ร้อยละ 19.13 และเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ร้อยละ 15.50……เมื่อรวมคะแนนเฉลี่ยทั้ง 3 Gen ที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสัดส่วนที่มากที่สุด…..
  • หมายความว่า คะแนนนิยมของพิธา ทิ้งคู่แข่งชนิดไม่เห็นฝุ่น….แม้คะแนนนิยม คนที่มีช่วงอายุ 58–76 ปี (Baby Boomer) จะเลือก แพทองธาร ที่ร้อยละ 23.63 และเลือก เศรษฐา ที่ร้อยละ 22.07 เลือก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ร้อยละ 21.59 และ เลือกพิธา ที่ร้อยละ 14.25…..คนที่มีอายุ 77 ปีขึ้นไป หรือ Silent Gen จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 28.07 เลือก แพทองธาร ร้อยละ 22.11 เลือกเศรษฐา ร้อยละ 16.37 และ เลือกพิธา ร้อยละ 11.93….แต่เมื่อดูจากภาพรวมแล้ว พิธา กลับมาเป็นฝ่ายนำคู่คี่กับ แพทองธาร ที่ต้องรอตัดเชือกช่วงโค้งสุดท้าย….ที่หมายถึง การแลนด์สไลด์ ระหว่าง เพื่อไทย กับ ก้าวไกล…….ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ปลายทางชีวิต - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อุทัยวรรณ ชิงดวง มารดาของ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่ามกลางญาติมิตรมาร่วมในพิธีกันอย่างมากมาย ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บ่ายวันก่อน.
ปลายทางชีวิต – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อุทัยวรรณ ชิงดวง มารดาของ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่ามกลางญาติมิตรมาร่วมในพิธีกันอย่างมากมาย ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บ่ายวันก่อน.
แบบลอนดอน - มาร์ติน ซาริบนิคกี้ จัดงานฉลองเปิด “คาเฟ่ โวลส์ลีย์ แบงค็อก” ร้านอาหารสไตล์บริติชคลาสสิกจากลอนดอน โดยมี เฟอร์กัล ลี, เดวิด สตีเฟ่น, พิมดาว พานิชสมัย, พิมพ์ทอง วชิราคม และ ธนดล วงศ์สอาดสกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอนันตรา สยาม วันก่อน.
แบบลอนดอน – มาร์ติน ซาริบนิคกี้ จัดงานฉลองเปิด “คาเฟ่ โวลส์ลีย์ แบงค็อก” ร้านอาหารสไตล์บริติชคลาสสิกจากลอนดอน โดยมี เฟอร์กัล ลี, เดวิด สตีเฟ่น, พิมดาว พานิชสมัย, พิมพ์ทอง วชิราคม และ ธนดล วงศ์สอาดสกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอนันตรา สยาม วันก่อน.
  • “อินทรีเหล็ก” ว่ายุคนี้ คนไทยสนใจจริงจังกับการเลือกตั้ง เพื่อเลือกอนาคตประเทศไทยมากขึ้น…..เข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น……ถ้าจะอาศัย นโยบายประชานิยม ก็มีทุกพรรค ทำได้ไม่ได้อีกเรื่อง คำจำกัดความขึ้นอยู่กับ งบประมาณของประเทศ….หรือการใช้ Soft Power ขึ้น รถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้า คล้องพวงมาลัย ผัดข้าว หอมแก้ม…ปล่อยเพลง ทุกเวอร์ชัน ทำกิจกรรรมทุกรูปแบบ……ไม่ใช่แรงจูงใจที่จะให้ชาวบ้านไปลงคะแนน อีกต่อไป….แม้แต่กระสุน ที่ยิงกันทุกพรรคก็จะเป็นแค่ยาแก้จนเฉพาะ กิจ…..ชาวบ้านไม่ได้กินแกลบกินรำ 
  • ไหนๆก็ไหนๆ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นรถไฟไปเปิดปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครราช สีมา…..ประกาศ ลดราคาเบนซิน ลงลิตรละ 18 บาท เหลือ 26.66 บาท ดีเซลลดลง ลิตรละ 6.30 บาท เหลือ 26.64 บาท ราคาก๊าซหุงต้ม จากถังละ 423 บาท เหลือ 250 บาท…ลดค่าไฟ จากหน่วยละ 4.77 บาท เหลือ 2.50 บาท และ ไฟฟ้าอุตสาห กรรม จาก 5.33 บาทต่อหน่วยเป็น 2.70 บาทต่อหน่วย…ตามมาด้วย เพิ่มบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน…รถไฟทางคู่เปิดประตูอีสาน ตามนโยบาย อีสานประชารัฐ…..ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะ สกัดแลนด์สไลด์เพื่อไทย ได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง…..แต่มีรายงานข่าวจาก กระทรวงพลังงาน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมแถลง ลดค่าไฟฟ้า เป็นไปตามมติ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน….ตามที่ กฟผ. เสนอ…รับภาระยืดหนี้การชำระค่าไฟ วงเงิน 1.3 แสนล้าน แทนประชาชนจำนวน 5 งวด หรือ 20 เดือน งวดละ 27,000 ล้าน หรือ 6 งวด 24 เดือน งวดละ 22,000 ล้านบาท…ซึ่งจะทำให้ ค่าไฟเฉลี่ยงวดที่ 2 ของปีนี้ (พ.ค.–ส.ค.) ลดลง 7 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิม 4.77 สตางค์ต่อหน่วย…คาดว่าจะทันงวดเดือน พ.ค.นี้แน่นอน…..อย่าบอกว่าขิงกันเอง
เพื่อคู่รัก - คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ เปิดงาน The Montien Riverside Wedding Showcase 2023 พร้อมนำเสนอแพ็กเกจงานวิวาห์สุดคุ้มสำหรับคู่รัก โดยมี เณศราภา ทับสุวรรณ, มณเฑียร ตันตกิตติ์ และ สิปปทัศน์ ทับสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
เพื่อคู่รัก – คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ เปิดงาน The Montien Riverside Wedding Showcase 2023 พร้อมนำเสนอแพ็กเกจงานวิวาห์สุดคุ้มสำหรับคู่รัก โดยมี เณศราภา ทับสุวรรณ, มณเฑียร ตันตกิตติ์ และ สิปปทัศน์ ทับสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
ควบคุมโรค - นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดการประชุมสรุปผลโครงการเสริมศักยภาพกลไกการทำงาน เพื่อป้องกันควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพในแรงงานนอกระบบ โดยมี ดร.นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
ควบคุมโรค – นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดการประชุมสรุปผลโครงการเสริมศักยภาพกลไกการทำงาน เพื่อป้องกันควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพในแรงงานนอกระบบ โดยมี ดร.นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส.ส.สุรินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.รวมไทยสร้างชาติ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง มี พิธีพระราชทานเพลิงศพ ที่ วัดจีนสุรินทร์ ในวันที่ 30 เม.ย.นี้…..ข่าวประชาสัมพันธ์ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ เปิดโครงการ วิจิตร 5 ภาค นำเสนอสถานีท่องเที่ยว 5 พื้นที่ ทั้ง 5 ภูมิภาค ผ่านการเล่าเรื่องด้วยการใช้เทคนิคของแสง สี เสียง เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยในการสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรม Event Marketing เชิงศิลปวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z…..สอบถามรายละเอียดได้ที่ 1672….สวดพระอภิธรรมศพ ทักษพร ศรีปัญญาเดช มารดา พล.ต.วีระไชย เหเตโชดม ที่ศาลา 1 วัดสุทธจินดา อ.เมืองนครราชสีมา เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 25 เม.ย. พระราชทานเพลิงศพ 26 เม.ย. 15.00 น. 
เพลิดเพลิน - ขวัญแก้ว สิริจินดา, ดร.มนัส โนนุช และ จิรศักดิ์ เกิดสุข เปิดงาน “siam Carnival” สวนสนุกสุดยิ่งใหญ่ จัดถึง 21 พ.ค. โดยมี ธนัชชพร พงษ์เย็น, อรุณี อินถนอม, พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม และ จงสุรางค์ พรมวัง มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล บางนา วันก่อน.
เพลิดเพลิน – ขวัญแก้ว สิริจินดา, ดร.มนัส โนนุช และ จิรศักดิ์ เกิดสุข เปิดงาน “siam Carnival” สวนสนุกสุดยิ่งใหญ่ จัดถึง 21 พ.ค. โดยมี ธนัชชพร พงษ์เย็น, อรุณี อินถนอม, พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม และ จงสุรางค์ พรมวัง มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล บางนา วันก่อน.
ของดีน่าใช้ - จอง โฮ ชอย จัดงานเปิด SULWHASOO POP UP STORE พร้อมคาแรกเตอร์ใหม่สีส้มอำพัน รังสรรค์โลกแห่งความงามด้วยพลังแห่งศิลปะ โดยมี คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, ยัง อิล คิม, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และ วิมลลักษณ์ นิลวิไลภร มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
ของดีน่าใช้ – จอง โฮ ชอย จัดงานเปิด SULWHASOO POP UP STORE พร้อมคาแรกเตอร์ใหม่สีส้มอำพัน รังสรรค์โลกแห่งความงามด้วยพลังแห่งศิลปะ โดยมี คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, ยัง อิล คิม, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และ วิมลลักษณ์ นิลวิไลภร มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”